ต้องไปพักแล้วหละ 10 ที่พักบางแสน สวยหรู ราคาไม่แพง

จริงๆ ช่วงนี้เราต้องได้เที่ยวทะเลซัมเมอร์สิ แต่ในเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้เราก็เที่ยวทิพย์ไปก่อนแล้วกัน โควิด-19 เบาบางลงเมื่อไรเราไปเที่ยวบางแสนกันดีกว่า เดินทางง่าย ใกล้กรุงเทพ ขับรถแป๊บเดียวก็วาร์ปไปได้แล้ว บางแสนที่เที่ยวเยอะ ที่พักสวยราคาไม่แพงเยอะ ยิ่งได้จองกับแอปพลิเคชั่น Traveloka ยิ่งราคาดี เพราะเขามีโค้ดส่วนลดที่พักบางแสนให้บ่อยๆ วันนี้ Traveloka ตัวจริงเรื่องจองที่พักมาช่วยแนะนำที่พักบางแสนสวยหรู แบบราคาไม่แพงมาให้คนอยากไปเที่ยวบางแสนได้ตามไปพักและถ่ายรูปลงโซเชียลแบบชิคๆ กัน

1.สิกขรา พลาโช่ รีสอร์ท

เรื่องที่พักบางแสนสวย ราคาไม่แพงต้องยกให้ที่นี่เลย สิกขรา พลาโช่ รีสอร์ท สุดยอดในเรื่องความเป็นส่วนตัว ห้องพักตกแต่งสวยความสะอาดหมดจด มีสระว่ายน้ำให้ได้ว่ายเล่นทำกิจกรรมกันเพลินๆ ระหว่างอยู่ที่พักด้วย ใครอยากมาพักผ่อนมาที่นี่ไม่ผิดหวัง นอกจากที่พักเงียบสงบแล้ว ที่พักยังใกล้หาดเดินไปเที่ยวทะเลได้ตลอดเวลา อาหารเช้ามีหลากหลายให้เลือก เต็มไปด้วยความสะดวกสบายทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นการพักผ่อนที่ชาร์จไฟเข้าร่างได้แบบ Power Full กันไปเลยทีเดียว

ราคาเริ่มต้น 2,xxx บาท

จองที่พัก บางแสน กับ Traveloka

2.ซี แซนด์ ทรี บางแสน

ซี แซนด์ ทรี บางแสน ที่พักวิวดีได้เห็นซี ทะเลสมชื่อเลย เพราะที่พักติดทะเล ได้เห็นวิวแบบเต็มตา ใครคือชาวทะเลเลิฟเวอร์มาพักที่นี่รักเลย เพราะเดินไปทะเลเมื่อไรก็ได้ ในส่วนของห้องพักตกแต่งสวย ห้องพักสะอาด เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย อีกทั้งพิกัดที่ตั้งโรงแรมใกล้ร้านอาหาร ใกล้ร้านสะดวกซื้อหลายแห่ง อีกทั้งยังเดินทางสะดวก เป็นที่พักบางแสนที่ครบเครื่องมากอีกแห่งหนึ่งเลย

ราคาเริ่มต้น 1,xxx บาท

จองที่พัก บางแสน กับ Traveloka

3.คาล์ม บางแสน โฮเทล

เป็นที่พักบางแสนที่ตกแต่งไว้อย่างสวยหรู เมื่อเทียบกับราคาคือคุ้มมาก ได้เห็นวิวทะเลสวยงาม ที่พักใกล้หาดเดินเล่นได้ง่ายๆ ที่พักตกแต่งสไตล์โมเดิร์นเก๋ๆ ห้องน้ำมีอ่างน้ำให้ได้นอนแช่น้ำอุ่นแก้ปวดหลังได้เพลินๆ ห้องพักมาพร้อมเตียงนอนแสนนุ่มหลับสบาย และการบริการที่ดีเยี่ยมจากพนักงานที่น่ารักและเป็นกันเอง และใครที่ขับรถยนต์มาเที่ยวบางแสนเองแล้วเลือกมาพักที่นี่ก็สบายใจได้เพราะมีที่จอดรถเพียงพอ

ราคาเริ่มต้น 1,xxx บาท

จองที่พัก บางแสน กับ Traveloka

4. The Tide Resort Bangsaen

ที่พักบางแสน ตกแต่งสวยงามสไตล์คลาสสิกๆ แต่สวยหรู โรงแรมใหญ่มีบริเวณเดินเล่นเยอะ กิจกรรมแน่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส มีให้บริการ ในส่วนของห้องพักกว้างขวาง สะอาด มีห้องให้ด้วยซึ่งก็อาหารรสชาติอร่อยไม่ต้องออกไปเสียเวลาหาร้านข้างนอกเลย มากับแฟนก็ดี มากับครอบครัวก็โอเค​ เพราะมีห้องพักให้เลือกหลายสไตล์ตอบโจทย์ได้ทุกไลฟสไตล์จริงๆ การบริการของพนักงานที่นี่ดี​ทุกส่วนตั้งแต่พนักงานรับกระเป๋า พนักงานต้อนรับ และแม่บ้าน​ ความสะดวกครบครัน มีที่จอดรถเพียงพอ

ราคาเริ่มต้น 2,xxx บาท

จองที่พัก บางแสน กับ Traveloka

5. Central Place Angsila

ที่พักบางแสน ที่มาพร้อมห้องพักสวยใหม่ สไตล์โมเดิร์น ตกแต่งไว้อย่างดี เรียบง่ายมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องพักสะอาด พนักงานบริการดีน่ารัก ใจดี โรงแรมที่พักพิกัดที่ตั้งหาไม่ยากเดินทางสะดวกเพราะอยู่ใจกลางบางแสนเลย ที่พักใกล้ร้านสะดวกซื้อ และของกินต่างๆ หาของกินง่ายสบายสุดๆ เทียบกับราคาเพียงหลักร้อยของที่นี่ ต้องบอกเลยว่าเกินความคุ้มค่าจริงๆ ใครที่มาเที่ยวบางแสนแล้วมีงบที่พักจำกัดมาพักที่นี่ไม่ผิดหวัง

ราคาเริ่มต้น 6xx บาท

จองที่พัก บางแสน กับ Traveloka

6.โรงแรม เดอะเซส บางแสน

ใครมองหาที่พักบางแสนราคาน่ารัก เป็นมิตรกับเงินในกระเป๋า ก็ที่นี่ได้เลย เดอะเซส บางแสน ที่พักที่เต็มไปด้วยความสะดวก เพราะที่พักเดินทางสะดวก ใกล้แหล่งของกินและร้านสะดวกซื้อที่เปิกตลอด 24 ชั่วโมง หิวเมื่อไรก็แวะเข้าไปได้เลย ในส่วนของบรรยากาศโรงแรมสะอาด ตกแต่งเรียบง่ายมีมุมให้ถ่ายรุปชิคๆ เก๋ๆ ห้องพักกว้างขวาง ของใช้ในห้องพักครบ เตียงนอนนุ่มหลับสบาย มีอาหารเช้าแสนอร่อยให้บริการไว้ด้วย

ราคาเริ่มต้น 1,xxx บาท

จองที่พัก บางแสน กับ Traveloka

7.คร็อค บูทิค แอนด์ บิสโทร

ไม่อยากให้พลาดสำหรับที่พักบางแสนแห่งนี้ คร็อค บูทิค แอนด์ บิสโทร บรรยากาศที่พักดีมาก ตกแต่งน่ารัก พิกัดที่ตั้งดีเพราะอยู่ไม่ไกลจากตลาดอ่างศิลา ตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดราคาไม่แพงของบางแสนเลย ในส่วนของห้องพักตกแต่งน่ารัก หกว้างขวาง ใครชอบถ่ายรูปมาเที่ยวบางแสนพักที่นี่ได้รูปเยอะแน่นอน ห้องพักสะอาด พนักงานต้อนรับดี มีห้องอาหารให้บริการแล้วรสชาติอร่อยด้วย เป็นที่เหมาะแก่การมาพักผ่อนจริงๆ

ราคาเริ่มต้น 1,xxx บาท

จองที่พัก บางแสน กับ Traveloka

8.เดอะ สลีป ชลบุรี

ที่พักบางแสนใหม่ ที่ต้องแนะนำอีกแห่งหนึ่ง การตกแต่งที่พักเรียบง่าย ห้องพักสะอาดโปร่งโล่ง ห้องพักขนาดใหญ่กว้างขวาง ห้องใหม่มาก เตียงนอนหลับสบายนุ่มหมอนนิ่ม ห้องน้ำสะอาดมีของใช้ครบ สำหรับคนขับรถมามีที่จอดรถเยอะ ให้จอดได้อย่างสะดวกสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องรถเลย พนักงานบริการดี ​พิกัดที่ตั้งดีเพราะหาไม่ยาก ความสะดวกของโรงแรมมีครบถ้วน

ราคาเริ่มต้น 1,xxx บาท

จองที่พัก บางแสน กับ Traveloka

9.ซีบรีซ บางแสน

ที่พักบางแสน ใกล้ทะเล ราคาน่ารัก มาพร้อมกับวิวทะเลสวยๆ ซีบรีซ บางแสน ห้องพักตกแต่งไว้อย่างเรียบง่าย มินิมอล แต่เต็มไปด้วยความสะดวก ของใช้พื้นฐานภายในห้องมีครบเลย พิกัดที่ตั้งของที่พักดีมาก เดินทางง่ายรอบๆ ที่พักหาของกินได้แบบไม่ยาก เติมเต็มความประทับใจด้วยพนักงานบริการน่ารักและให้ความช่วยเหลือกับแขกผู้เข้าพักอย่างเต็มที่ ปล. ใครอยากได้วิวสวยๆ แนะนำว่าห้องพัก Beach Front รับรองว่าได้วิวดีแน่นอน

ราคาเริ่มต้น 1,xxx บาท

จองที่พัก บางแสน กับ Traveloka

10.โรงแรมบีทู อมตะนคร พรีเมียร์

ปิดท้ายด้วยที่พักบางแสน ใหม่อีกทีนึง บีทู อมตะนคร พรีเมียร์ ที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัยตอบโจทย์ไลฟสไตล์ยุคใหม่ เรียบง่าย แต่มีมุมถ่ายรุปเก๋ให้เยอะ มีสระว่ายน้ำ มาพร้อมกับการบริการที่ดีจากพนักงาน แม่บ้านก็น่ารัก ห้องพักสะอาด ตกแต่งสวย ห้องพักขนาดกำลังพอดี ตกแต่งไว้เป็นสัดส่วน อบอุ่นสไตล์คอนโด ที่นอนดีนอนหลับสบาย มีห้องน้ำในตตัวแยกเป็นโซนให้ด้วยนะ โซนแห้งโซนเปียก ราคาหลักร้อยคือกู้ดมาก

ราคาเริ่มต้น 7xx บาท

จองที่พัก บางแสน กับ Traveloka

บางแสนใกล้นิดเดียว เที่ยวตอนนี้ ที่พักบางแสนหรูๆ ราคาดีด้วยนะ ยิ่งได้ราคาที่ดีกว่าใครไปอีกหากได้จองที่พักกับ แอปพลิเคชั่น Traveloka จองที่พักง่าย มีโค้ดส่วนลดให้ จ่ายสะดวกได้ทุกช่องทาง โหลดแอปฯ แล้วดูที่พักบางแสนต่อกันได้เลย

ภูเก็ต 2 วัน 1 คืน | 10 จุดเช็คอินห้ามพลาด

ภูเก็ตจังหวัดที่เราชอบมากกที่สุด แต่มนุษย์หนีเที่ยวแบบเราเวลาน้อย จุดหมายมีเป็นร้อย 55555 บทความนี้เลยขอเอาทริป 2 วัน 1 คืน 10 จุดเช็คอินห้ามพลาดมาฝากกัน เผื่อว่าใครอยากจะตามรอยเราบ้าง

ที่พัก

ทริปนี้เราพักที่ Malisa Villa Suites  โรงแรมที่มาพักซ้ำๆแบบไม่เบื่อ แนะนำสำหรับคนที่อยากพักพูลวิลล่า ที่นี่ห้องสวย บริการดี อยู่โซนหาดกะตะ

สามารถอ่านรีวิวเพิ่มเติม : https://neetiewdiary.com/2020/09/10/malisa-villa-suites-หนีเที่ยวไปนอนพูลวิ/


จุดเช็คอินที่ 1 ตะลุยกินอาหารถิ่นภูเก็ต

ภูเก็ตถือว่าเป็นจังหวัดต้นๆของประเทศไทยที่มีอาหารถิ่นที่อร่อยมากๆๆ ถ้ามาภูเก็ตไม่ได้มากินของอร่อยก็ถือว่ามาไม่ถึงภูเก็ตแน่ๆค่ะ จุดเช็คอินที่ 1 เราเลยขอรวบรวมร้านอร่อยที่อยู่ในโซนเมืองเก่าภูเก็ตเอาไว้ให้ตามรอบกันค่ะ

  • ร้านขนมจีนป้ามัย : ขนมจีนเจ้าเก่า ขนมจีนน้ำยาแบบตักเอง ราคาเบาๆ มีเครื่องเคียงเยอะมากกก ทั้งผักสด ผักดอง ไก่ทอด และห่อหมก แนะนำให้มาเร็วๆ หน่อย ร้านเปิดตั้งแต่เช้าถึงแค่ช่วงเที่ยงเท่านั้น
  • โชคชัยติ่มซำ : ร้านติ่มซำและร้านอาหารเช้าที่เปิดมานานของเมืองภูเก็ต เอกลักษณ์ของร้านคือ ร้านนี้ไม่ได้มีแค่ติ่มซำ แต่ยังมีเมนูอาหารจานเดียว ก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม ขนมจีน ร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 04.00-12.00 น.
  • โรตีแถวน้ำ : ร้านตั้งอยู่ตรงแยกแถวน้ำ (ถนนถลางตัดกับถนนเทพกระษัตรี) ร้านนี้เปิดมากว่า 50 ปีแล้ว ทีเด็ดก็คือโรตีที่มีความหอม กรอบนอกนุ่มใน จะให้เด็ดต้องสั่งน้ำแกงมากินคู่กัน จะมีให้เลือกทั้งแกงเนื้อ แกงไก่ มัสมั่นเนื้อ มัสมั่นไก่ แกงปลา และแกงถั่ว ร้านเปิดทุกวัน เวลา 07.00-12.00 น.
  • โอชารส ลูกชิ้นเนื้อ : โอชารส ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อทำเองบนถนนเยาวราช ภูเก็ต เปิดมานานกว่า 35 ปี ได้รางวัล The Plate จากมิชลินไกด์บุคภูเก็ตปี 2020 ร้านเปิด 7.00-15.30 ทุกวัน
  • โอ๊ะเอ๋วลกเที้ยน : ร้านขายโอ๊ะเอ๋วในศูนย์อาหารลกเที้ยน สี่แยกถนนดีบุก ขายโอ๊ะเอ๋วสไตล์ดั้งเดิม คือเป็นโอ๊ะเอ๋วกับถั่วแดง หรือโอ๊ะเอ๋วกับวุ้นดำ โปะน้ำแข็งใสราดน้ำเชื่อม และน้ำแดง

จุดเช็คอินที่ 2 ร้าน หนัง(สือ) ๒๕๒๑

ร้าน หนัง(สือ) 2521 ร้านกาแฟแนะนำในย่านเมืองเก่าภูเก็ต ที่ทำร้านหนังสือให้กลายเป็นร้านกาแฟสไตล์เท่ๆ พร้อมส่งแรงบันดาลใจให้กับเหล่าหนอนหนังสือทั้งหลาย ภายใต้เสน่ห์ของเมืองเก่าภูเก็ต ใครกำลังมองหาร้านกาแฟเท่ๆ กาแฟดีๆ บรรยากาศความเงียบสงบ และมีหนังสือให้อ่าน เราแนะนำว่าให้หลบมาที่ หนัง(สือ) ๒๕๒๑ แล้วคุณจะหลงรักที่นี่แบบเรา

ร้านเปิด : 9.00-19.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/bookhemian/

จุดเช็คอินที่ 3 Refresh .tropicalcafe

ซัมเมอร์แบบนี้เราพาทุกคนมาเช็คอินกันต่อที่ คาเฟ่บรรยากาศสไตล์บาหลี Refresh.Tropical  ร้าน Smoothie Bowl ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศของธรรมชาติ สร้างความผ่อนคลายให้ผู้มาเยือน ใครที่มาเดินเล่นย่านเมืองเก่า อยากจะหลบแดดมาหาความสดชื่น เราแนะนำว่าต้องมาที่นี่ เพราะที่นี่เป็นเสมือนพื้นที่พักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติใจกลางเมืองภูเก็ต ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Let’s make you fresh!’ หรือการมอบความสดชื่นให้แก่คนที่แวะเวียนเข้ามาภายในร้านนั่นเอง

บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้ผ่อนคลาย ในสไตล์ Tropical หรือป่าเขตร้อน ที่นี่มีมุมไฮไลต์ที่ทางร้านเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนและพร้อมให้ลูกค้าแบบเราได้ผ่อนคลาย สระว่ายน้ำใส ๆ ที่มาช่วยให้เราได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง

ร้านเปิด : 10.30-19.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/refresh.tropicalcafe/

ใกล้ๆกันมีห้างชื่อว่า Limelight Avenue Phuket เราเลยขอแวะไปดูหน่อยว่าที่นี่มีอะไรบ้าง

Limelight Avenue Phuket เป็นห้างที่นี่มีร้านอาหารหลากหลาย มีพื้นที่ขายของต่างๆ เหมาะสำหรับในวันร้อนๆที่ใครมาเดินเล่นแถวเมืองเก่าแล้วร้อนมา แวะมาหลบแดด เดินในแอร์เย็นๆ หรือจะหาขนมกินกันสักหน่อยก็ดีไม่น้อยเลยค่ะ

จุดเช็คอินที่ 4 Blue Elephant

Blue Elephant หลายคนน่าจะไม่คุ้นหูเท่าไหร่นัก เพราะที่นี่ไม่ใช่ร้านในกระแสของนักท่องเที่ยวไทย แต่สืบเนื่องมาจากเราเคยไปทานอาหารที่ Blue Elephant สาขากรุงเทพมาแล้ว ปรากฎว่าอร่อยมากกกกก มาภูเก็ตรอบนี้เราเลยไม่พลาดที่จะมาเช็คอินกันที่ Blue Elephant สาขาภูเก็ต

Blue Elephant ร้านอาหารรสชาติไทยแท้ๆ ที่เปิดมาแล้วกว่า 36 ปี สาขาภูเก็ตตั้งอยู่ที่คฤหาสหลังเก่า อายุกว่า 100 ปี เอกลักษณ์ของที่นี่ไม่ใช่แค่ความเก่าแก่ของตัวอาหาร เพราะเมนูอาหารถูกรังสรรค์ขึ้นโดยเชฟนูรอ ซึ่งบลู เอเลเฟ่นท์ให้บริการอาหารทุกยุคทุกสมัยทั้งอาหารโบราณ และอาหารสมัยนิยม

ที่นี่ยังมีอาหารไทยที่สไตล์เมนู Peranakan (เปอรานากัน) คือกลุ่มลูกครึ่งมลายู-จีนที่มีวัฒนธรรมผสมผสาน และสร้างวัฒนธรรมแบบใหม่ขึ้นมาโดยเป็นการนำเอาส่วนดีระหว่างจีนกับมลายูมารวมกัน โดยชื่อ “เปอรานากัน” มีความหมายว่า “เกิดที่นี่” ซึ่งคือเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของภูเก็ตค่ะ

ร้านเปิด : วันจันทร์-วันอาทิตย์ 09.00 น. – 22:30 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.blueelephant.com/th/

จุดเช็คอินที่ 5 Jiu Bar

“จิ่วบาร์” บาร์เครื่องดื่มคอกเทลที่ตั้งใจออกแบบเมนู โดย เจน แก้วยอด ผู้ที่ได้รับรางวัล Top Bartender Wolrd Class 2018 จาก Diaego ที่นี่ให้ความสำคัญเรื่องวัตถุดิบ ความสะอาด และ Spirit ของแท้ โดยหน้าตาของเครื่องดื่ม และภายในร้านจะออกไปในแนวจีนๆ บรรยากาศภายในร้านเป็นไปแบบสบายๆ ใครที่ไปพักแถวกะตะ เราแนะนำเลยค่ะ

ร้านเปิดเฉพาะ ศุกร์ และ เสาร์ 18.00 – 00.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/jiubarphuket/

จุดเช็คอินที่ 6 โกเบ๊นซ์ ข้าวต้มแห้งภูเก็ต

“โกเบ๊นซ์” ใครไม่มาที่นี่ ก็เหมือนมาไม่ถึงภูเก็ต ร้านข้าวต้มแห้งที่เปิดมานานกว่า 16 ปี เมนูไฮไลต์ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงคือ ข้าวต้มแห้ง เสิร์ฟพร้อมด้วยน้ำซุป แยกให้ซดร้อนๆ กินคล่องคอยิ่งขึ้น ใครมาภูเก็ตแนะนำเลยจ้า

ร้านเปิด : 1 ทุ่มโดยประมาณ ปิดร้าน ตี 2 (หยุดทุกวันพระและบางเทศกาล)

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/GoBenzPhuket

จุดเช็คอินที่ 7 Aram Coffee&Crepes

คาเฟ่สีขาวมินิมอล ที่แอบซ่อนตัวอยู่จากถนนใหญ่ แต่ใกล้หาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต ภายในคาเฟ่ตกแต่งด้วยโทนสีขาว – น้ำตาล ภายในร้านยังมีสวนหินแบบฉบับญี่ปุ่นที่มาพร้อมกระจกบานใหญ่ ซึ่งบรรยากาศโดยรวมจะเน้นความสบายตา และเรียบง่าย

เราชอบสไตล์การตกแต่งและบรรยากาศสบายๆของที่นี่ ใครมองหาคาเฟ่นั่งสบาย ถ่ายรูปสวย กาแฟดี และที่สำคัญมีเครปที่อร่อยมากกกก เราแนะนำเลย

เปิดบริการ : เวลา 8.00-18.30 น. ปิดทุกวันจันทร์

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/aramcoffeeandcrepes

อ่านรีวิวละเอียด : https://neetiewdiary.com/2020/09/04/aram-coffeecrepes-คาเฟ่น่านั่งใกล้หาด/

จุดเช็คอินที่ 8 Hanuman World

เมื่อภูเก็ตไม่ได้มีแค่ทะเล เพราะกิจกรรมสนุกๆๆรอเราอยู่แน่นเลยยยย Hanuman World (หนุมานเวิลด์) เป็นโลกแห่งการผจญภัยแบบไร้ขีดจำกัดกับกิจกรรมแบบแอดเวนเจอร์ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะที่นี่ ระบบ safety ยอดเยี่ยมได้มาตรฐานสากล เราแนะนำ เล่น Zipline โหนสลิงแล้วกรี๊ดให้ลั่นป่ากันที่นี่เขามีแพ็คเก็จให้เราเลือกตามความชอบ หรือจะเลือกแยกเล่นแต่ละอย่างก็ได้นะคะ

ส่วนของเราเป็น World B package ประกอบด้วย Zipline 16 Platforms + Roller +Sky Walk เป็นแพ็คเกจที่กำลังดี ยังไม่อ้วกก 55555 สตาฟที่นี่เขาน่ารักนะคะ มีบริการถ่ายรูปด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/HanumanWorld

จุดเช็คอินที่ 9 หาดในหาน

สำหรับคนที่มีเวลาไม่เยอะ 2 วัน 1 คืน แต่อยากจะไปทะเลสวยๆ จะลงเกาะก็คงไม่ได้เพราะเวลาไม่พอ เราแนะนำ “หาดในหาน”

หาดในหาน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ตในพื้นที่ของราไวย์ห่างจากแหลมพรหมเทพประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นหาดเล็กๆชายหาดยาวเพียง 700 เมตร โดยจุดเด่นของที่นี่ มีเรือยอร์ชจำนวนหลายสิบลำมาจอดลอยลำหลบคลื่นอยู่ ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายน ชายฝั่งของหาดในหานอาจมีคลื่นเล็กน้อยกับน้ำทะเลสีฟ้าครามและลมที่สงบนิ่ง เหมาะสำหรับการว่ายน้ำ ดำน้ำตื้น หรือจะเล่น Paddle board

จุดเช็คอินที่ 10 แหลมกระทิง

แหลมกระทิง เป็นหนึ่งในจุดชมวิวของภูเก็ตที่เราจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินสวยๆ แต่จุดชมวิวแห่งนี้ไม่ได้ง่ายแค่การขับรถไปให้ถึงแล้วลงไปถ่ายรูป ที่นี่มันต้องใช้ความพยายามของใจและกำลังขาเพื่อพาตัวเองไปให้ถึง โดยแหลมกระทิงเป็นเส้นทางที่เดินไม่ง่าย แต่เดินได้ ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 40-60 นาที แล้วแต่กำลังขาและความหยุดถ่ายรูปของแต่ละคน

เคล็ดลับที่เราเรียนรู้มาคือ การจะเดินให้ง่าย อย่าพยายามที่จะไต่ระดับขึ้นไปด้านบน ให้เดินลัดเลาะไปเส้นทางล่าง ยิ่งไม่ได้ปีนมากเท่าไหร่ ทางที่เดินยิ่งเดินง่ายมากขึ้นเท่านั้น

วิธีการเดินทาง : ให้เราใช้ google maps “บ้านกระทิงรีสอร์ท” เมื่อมาถึงจะเจอกับป้อมยาม บอกคุณลุงยามว่าไปแหลมกระทิง โดยคุณลุงยามจะบอกเงื่อนไขในการเข้าไปแล้วจะได้จอดรถ

อ่านรีวิวละเอียดได้ที่ : https://neetiewdiary.com/2020/10/23/แหลมกระทิง-จุดชมวิวที่/

เชียงคาน | ใช้ชีวิตช้าๆริมแม่น้ำโขง 2 วัน 1 คืน

เราชอบเมืองที่สามารถใช้ชีวิตช้าๆได้

เราชอบเมืองที่สามารถปั่นจักรยานได้

เราชอบเมืองที่สามารถมองเห็นแม่น้ำหรือทะเลได้

ทริปนี้เราหนีเที่ยวไปเชียงคานกันค่ะ เมืองสโลว์ไลฟ์แห่งแผ่นดินอีสาน เมืองที่ทำให้เราอยากมาใช้ชีวิตช้าๆ ริมแม่น้ำโขงดูสักครั้ง ซึ่งจริงๆจะใช้คำว่าใช้ชีวิตก็ดูเวอร์ไปหน่อย เพราะทริปนี้เรามีเวลาแค่ 2 วัน 1 คืน แต่ใจเรามันก็อยากจะนอนริมแม่น้ำโขง ลองสัมผัสเมืองสโลว์ไลฟ์แห่งนี้ให้ได้สักครั้ง


การเดินทาง

การเดินทางมายังเชียงคานนั้นทำได้หลายวิธีมากๆๆ แล้วแต่ความถนัด ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนเลย แต่ทริปนี้สำหรับเรา เราเลือกเดินทางจากกรุงเทพ ด้วยเครื่องบิน โดยการบินมาลงที่สนามบินอุดรธานี แล้วขับรถย้อนกลับไป “เชียงคาน” ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเลย

เมื่อมาถึงสนามบินอุดรธานีแล้ว ทริปนี้เราเลือกใช้ AVIS Thailand บริษัทเช่ารถที่ครอบคลุมตั้งแต่ เราจะเช่ารถขับเอง เช่ารถพร้อมคนขับ หรือลิมูซีนพร้อมคนขับ และ Avis Thailand เขามีรถให้เช่ามากถึง 77 จังหวัด 29 สาขาทั่วประเทศไทย

ส่วนประเภทของรถก็มีตั้งแต่ Eco Car ไปจนถึงรถครอบครัวเลยนะ ขั้นตอนการจองรถก็ไม่ยากเลย แค่จิ้มไปที่ http://www.avisthailand.com/TH/index.php กรอกรายละเอียดการจองรถของเรา กรอกว่าเราจะรับรถที่ไหน เมื่อถึงวันเดินทางก็แค่ไปรับรถ แล้วก็เดินทางไปยังปลายทางได้ชิวๆ แค่นี้เราก็จะมีรถขับไปเที่ยวทริปใกล้ทริปไกลแค่ไหนก็หายห่วงค่ะ เพราะว่า Avis Thailand เขาให้เราเช่าแบบรายวัน ไม่จำกัดระยะทาง เราขับรถมามีน้ำมันเต็มถัง ตอนคืนก็แค่เติมน้ำมันกลับเข้าไปเต็มถังเหมือนเดิม

ดูวิธีการจองรถ Avis Thailand อย่างละเอียดได้ที่ : https://neetiewdiary.com/2020/03/07/avis-thailand-เช่ารถขับหนีเที่ยวได/

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

FB : https://www.facebook.com/avisthai/

Tel : 02 251 1131

Web : http://www.avisthailand.com/TH/index.php

เมื่อเรามาถึงสนามบินอุดรธานีแล้ว เดินออกมายังอาคารผู้โดยสารขาเข้า ก่อนจะถึงประตูทางออกไปยังนอกอาคาร เราจะได้เจอเคาเตอร์รับรถสีแดงเด่นมาแต่ไกล AVIS Thailand จากนั้นทำการกรอกเอกสารใบรับรองอีกนิดหน่อย พร้อมด้วยทำความเข้าใจเรื่องการใช้รถต่างๆ

เมื่อกรอกเอกสารครบก็มารอรับรถที่บริเวณลานจอดรถ ไม่นานก็จะมีพี่พนักงานเอารถมาให้เรา ทริปนี้เราเลยทำประกันแบบคุ้มครองทั้งหมด เลยไม่ต้องตรวจรอยรอบคัน แค่เช็ครถโดยรวมก็พอ

ไม่นานรถของเราก็พร้อมที่จะหนีเที่ยวด้วยกันแล้วละค่ะ


ที่พัก – บ้านเถ้าแก่ลาว

ที่พักของเราในทริปนี้ เราพักกันที่บ้านเถ้าแก่ลาว เราไม่มีเกณฑ์ในการเลือกอะไรมากมายนัก แค่รู้สึกว่า ใจถูกใจเรา ถูกจริตเราก็จองมันอันนั้นแหละ

“เถ้าแก่ลาว” หนึ่งในชื่อที่พักในเชียงคานที่เราคุ้นหูมานานแล้ว บวกกับภาพห้องพักที่มองเห็นแม่น้ำโขงในเว็บไซค์เอเจนซี่รับจองห้องพักรายนึง ทำให้เรากดจองโดยไม่ลังเล และทริปนี้เราจองผ่านโครงการเที่ยวด้วยกันทำให้ราคาที่เราจ่ายไปเพียง 708 บาท สำหรับการเข้าพัก 2 คน โดยทำเลที่ตั้งของบ้านเถ้าแก่ลาว อยู่บนถนนเส้นเดียวกับถนนคนเดินเชียงคาน เพียงแค่ออกห่างมาประมาณ 500 เมตรเห็นจะได้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายจนเกินไป

เมื่อผู้มาพักเป็นเหมือนเจ้าของบ้านอีกคน พี่เจ้าของทำการเช็คอินการเข้าพัก พร้อมอธิบายสิ่งต่างๆภายในบ้าน ภายในบ้านมีมุมครัวเล็กๆ ให้เราได้หาอะไรเล็กๆน้อยๆ ทานได้ฟรี (เครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม ต้องจ่ายเพิ่มนะ) มีจักรยานให้ปั่นฟรี

“เถ้าแก่ลาว” บ้านไม้สองชั้นริมแม่น้ำโขง ที่เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวแบบเราได้เข้ามาเยี่ยมเยียน ที่นี่มีห้องนอนทั้งหมด 3 ห้อง โดยห้องของเราเป็นห้องที่อยู่ชั้นล่าง มีวิวหน้าต่างที่สามารถมองเห็นแม่น้ำโขงได้ในระดับสายตา

ห้องนี้อยู่ชั้นล่างของบ้านไม้ที่มีจุดขายคือแม่น้ำโขงที่มองเห็นจากหน้าต่าง ภายในห้องตกแต่งแบบง่ายๆ แต่ให้อารมณ์อบอุ่นเหมือนเราได้มาพักบ้านเพื่อนอย่างไงอย่างนั้น มีแอร์ พัดลม อ่างล่างหน้า และห้องน้ำมีเครื่องทำน้ำอุ่นในห้องพร้อม

ความพิเศษของห้องเราคือ มันมีระเบียงเล็กที่สามารถเดินออกไปยังถนนเลียบริมฝั่งโขงได้ด้วย แค่ห้องนอนที่มองเห็นแม่น้ำโขง ความสบายๆในบ้าน ความเป็นมิตรของเจ้าของบ้านก็ทำให้เราหลงรักที่นี่มากแล้ว


ควรมาวันไหนดี ??

สำหรับใครที่อยากมาเชียงคานสักครั้ง เรามีคำแนะนำมาให้คุณได้เลือกว่าคุณเป็นบุคคลประเภทไหน เพราะมันจะทำให้คุณเดินทางมาที่นี่ได้ถูกช่วงเวลา และคุณจะสนุกและหลงรักที่นี่แบบเรา

“อะไรก็ตามเมื่ออยู่ถูกที่ ถูกเวลา มันย่อมดีเสมอ”

ใครที่ชอบความสงบ อยากมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ >> แนะนำให้มาวันธรรมดา เพราะว่าคุณจะเข้าถึงความสงบที่แท้จริง ได้ใช้ชีวิตไปช้าๆ ในเมืองแห่งนี้จริงๆ

ใครที่ชอบบรรยากาศคึกคัก ความสนุกสนาน และช็อปปิ้ง >> แนะนำให้มาช่วงวันหยุด และ ศุกร์-เสาร์ เพราะคุณจะไม่เหงา ถนนคนเดินจะเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ขายและนักท่องเที่ยว บรรยากาศที่นี่จะครึกครื้นมาก


เชียงคาน 2 วัน 1 คืน

เชียงคานเป็นเมืองสโลว์ไลฟ์เมืองหนึ่งในประเทศไทย ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มีบ้านไม้เก่าที่ยังสมบูรณ์อยู่มากพอสมควร ทำให้เมืองนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาได้จากทั่วทิศรวมทั้งเราด้วย

ปั่นจักรยานถนนเลียบริมฝั่งโขง

จริงๆแล้วกิจกรรมในเมืองสโลว์ไลฟ์แห่งนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนัก หนึ่งในกิจกรรมที่เราอยากจะแนะนำทุกคนคือ การปั่นจักรยานถนนเลียบริมฝั่งโขง

ที่นี่มีถนนเส้นเล็กๆ เลียบริมฝั่งโขง เหมาะมากสำหรับการปั่นจักรยาน โดยเฉพาะในช่วงเย็น เพราะบริเวณนี้จะเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยมากแห่งหนึ่งในเชียงคานเลยล่ะ

ถนนคนเดินเชียงคาน

ส่วนเมื่อพลบค่ำ คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการพาตัวเองออกไปเดินเล่นที่ ถนนคนเดินเชียงคาน

อีกหนึ่งกิจกรรมที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดเมื่อมาเชียงคาน ก็คือการเดินเล่นที่ถนนคนเดิน ในช่วงหัวค่ำร้านต่างๆจะพร้อมใจกันเปิดไฟระยิบระยับ ไฟสีเหลืองตัดกับบ้านไม้หลังเก่าที่เรียงรายกันไป เป็นภาพที่สวยมากทีเดียวค่ะ

ช่วงที่เราไปเป็นวันธรรมดานะคะ รูปอาจจะดูเหงาๆ แต่คนที่ชอบความสงบแบบเรา หลงรักเลยล่ะ

ตักบาตรข้าวเหนียว

เชื่อว่าใครที่มาเที่ยวเชียงคาน หนึ่งสิ่งที่อยากทำแน่ๆคือการตักบาตรข้าวเหนียว

ตักบาตรข้าวเหนียว เป็นวัฒนธรรมของเชียงคานมาเนิ่นนาน โดยในทุกๆเช้าที่นี่เวลาประมาณตีห้าครึ่งเป็นต้นไป จะมีพระสงฆ์เดินออกบิณฑบาต ชาวบ้านจะนำข้าวเหนียวมารอใส่บาตรกัน

เราได้คุยเรื่องตักบาตรข้าวเหนียวกับพี่เจ้าของบ้านเถ้าแก่ลาว เราถามถึงของตักบาตร พี่เจ้าของบ้านเลยเล่าให้เราฟังคราวๆว่า เดิมทีการตักบาตรข้าวเหนียวของคนเชียงคานนั้น จะตักเฉพาะข้าวเหนียวเท่านั้น แต่ตอนนี้เมื่อเชียงคานเป็นเมืองท่องเที่ยว มีธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เลยทำให้ชุดตักบาตรหน้าตาดูไม่ใช่เชียงคานเท่าไหร่นัก

พี่เจ้าของบ้านบอกเราต่อว่า หากเราอยากจะตักบาตรข้าวเหนียวเพียงอย่างเดียว แนะนำว่าให้เราตื่นเช้าอีกหน่อย แล้วปั่นจักรยานไปตลาด พร้อมบอกพิกัดตลาดให้ด้วย จากนั้นเราสามารถซื้อข้าวเหนียวเพียงอย่างเดียวมาเตรียมตักบาตรได้เลย

เราช่างใจอยู่นานว่าเช้าวันพรุ่งนี้เราจะเอาไงดีนะ

เช้านี้เราตื่นเช้าตรู่ตั้งแต่ตีห้า จัดแจงล้างหน้าแปรงฟัน แล้วคว้าจักรยานที่จอดอยู่ ปั่นไปตลาดกันค่ะ ใช่ค่ะ เราตัดสินใจที่จะไปซื้อข้าวเหนียวมาเอง เพราะถึงแม้รูปที่จะเราถ่ายออกมามันคงไม่สวยมากนัก แต่ว่าเราสบายใจที่จะตักบาตรแบบวัฒนธรรมเดิมๆของชาวเชียงคานมากกว่า (ไหนๆเราก็ตั้งใจจะมาที่นี่แล้ว)

จัดแจงซื้อข้าวเหนียวเรียบร้อยแล้วก็มารอตักบาตรกันค่ะ ใครที่กลัวตื่นสายแล้วจะไม่ได้ตักบาตร ไม่ต้องกลัวไปค่ะ เพราะที่นี่พระสงฆ์ท่านจะออกมาบิณฑบาตกันเยอะมากๆเลยค่ะ คือเราสามารถนั่งรอได้เรื่อยๆเลยล่ะ ตั้งแต่ตีห้าครึ่ง จนถึงหกโมงครึ่ง

หลังตักบาตรเสร็จเรียบร้อย เราปั่นจักรยานวนหาร้านอาหารเช้าแบบที่คนเชียงคานเขากินกัน แต่ร้านที่พี่เจ้าของบ้านเถ้าแก่ลาวแนะนำมาดันปิด และร้านที่มีก็ยังไม่เปิดขายเลย ตาก็จะปิดแล้ว เลยมาปิ้งขนมปังกันที่บ้านแทน

และแน่นอนว่าหลังจากนั้นคือหลับบบบบบบบบบบบบบบบบ

เรานอนกลิ้งไปกลิ้งมาจนคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องบอกลาบ้านไม้อบอุ่นหลังนี้แล้วล่ะ ไว้รอบหน้าเราจะกลับมาอีกนะ

ก่อนจะบอกลาเชียงคาน เราขอแวะไปเช็คอินคาเฟ่น่ารักๆกันก่อน

PUDBOK COFFEE คาเฟ่ที่เปิดมาแล้วกว่า 10 ปี แต่จะมีการปรับหน้าตาไปตามยุคสมัยอยู่เสมอ ภายในร้านมีบรรยากาศสบายๆ กาแฟเข้มอร่อย และที่สำคัญถ่ายรูปสวยด้วยนะ

FB : https://www.facebook.com/PUDBOK-COFFEE-238896623246653/?ref=page_internal

เชียงคาน 2 วัน 1 คืน สำหรับเราถือว่าเติมใจคนที่โหยหายช่วงเวลาสโลว์ไลฟ์แบบเรามาก ส่วนตัวเราชอบเมืองที่เราสามารถปั่นจักรยานไปที่ต่างๆได้ ผู้คนเป็นมิตร และตอนนี้เราหลงรักเชียงคานเข้าเต็มๆ


สกายวอล์ค เชียงคาน

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเชียงคาน ต้องห้ามพลาด  สกายวอล์ค เชียงคาน เป็นสกายวอล์คที่สูงเทียบเท่ากับตึก 30 ชั้น ไฮไลท์คือ มีทางเดินที่ทำด้วยกระจกใสยาวกว่า 100 เมตร เป็นหนึ่งจุดชมวิวที่สวยมากๆเลยค่ะ

เราขับรถตาม google maps มาเรื่อยๆ จนมาถึงทางขึ้นสกายวอค โดยจุดนี้จะมีลานจอดรถ และเราจะต้องซื้อตั๋วสกายวอค คนละ 20 บาท รวมรถรับส่ง และค่ารองเท้าสำหรับไว้เดินบนพื้นกระจกคู่ละ 30 บาท

ของเรารองเท้า พี่เจ้าของบ้านเถ้าแก่ลาวให้ยืมมาค่ะ เลยไม่ต้องจ่าย

จุดนี้ถือว่าเป็นจุดที่ให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวได้อย่างเพลิดเพลินเลยค่ะ เราจะสามารถมองเห็นแม่น้ำโขงที่กั้นระหว่างเราและประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างชัดเจน เป็นวิวที่สวยมากทีเดียวค่ะ

คิดว่าถ้ามาช่วงหนาวๆต้องสวยมากแน่ๆ

  • ที่อยู่ : ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/VAjc1ZLSKRTxBjz86
  • เปิดให้เข้าชม : 07.00-18.00 น.

แก่งคุดคู้

แก่งคุดคู้ อีกหนึ่งที่เที่ยวน่าสนใจเมื่อมาเชียงคาน ที่นี่มีวิวแม่น้ำโขงที่มีฉากหลังเป็นภูเขาลูกใหญ่ ที่ชื่อว่า ภูควายเงิน เป็นฉากหลังสวยมากๆเลยค่ะ แนะนำให้มาช่วงที่น้ำเต็มเพราะวิวที่จะได้เห็นต้องสวยมากๆเลยล่ะ

กิจกรรมที่คนมาแก่งคุดคู้เขาทำกัน ก็คงจะเป็นการนั่งเรือชมแม่น้ำสองฝั่ง แต่ตอนที่เราไปมันแล้งและร้อนมาก เลยขอข้ามกิจกรรมนี้ไปก่อนละกัน

  • ที่อยู่ : ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/6fbUC4JoBksBCBNQ8

Amari Vogue Krabi | โรงแรมสวย บรรยากาศดี ติดทะเล หาดทับแขก จ.กระบี่

เที่ยวทะเลใต้ทั้งที

อยากพักโรงแรมติดหาด มีทะเลสวยๆอยู่ตรงหน้า

ทริปนี้เราพาทุกคนออกเดินทางไปกระบี่กันอีกครั้ง โดยจุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่โรงแรมที่มีวิวสวยมากกกก โดยเฉพาะวิวพระอาทิตย์ตก เพราะโรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่บนหาดทับแขก ทริปนี้เราออกเดินทางหนีเที่ยวไปพักผ่อนกันที่ Amari Vogue Krabi

Amari Vogue Krabi

โรงแรมตั้งอยู่บริเวณอันเงียบสงบ หันหน้าเข้าหามหาสมุทรอันงดงาม ทางตอนเหนือสุดของหาดทับแขก มีทั้งหาดทราย แสงแดด และคลื่นลม นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มสีสันให้กับการเข้าพัก รีสอร์ทตั้งอยู่เพียง 40 นาทีจากตัวเมืองกระบี่ที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ตลาด และสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืน

พื้นที่ของโรงแรมได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เหมือนอยู่บ้าน เพิ่มการตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแสดงงานฝีมือไทยที่ทันสมัย โดดเด่นด้วยการผสมผสานการออกแบบสไตล์บ้านไทยสมัยโบราณ ผสานกลิ่นอายที่สะท้อนให้เห็นเสน่ห์ความเป็นไทยร่วมสมัย

เมื่อเราเข้ามาภายในโรงแรม เราจะได้เห็นวิวของหาดทับแขกและทะเลสวยๆกันตั้งแต่ตัวล็อบบี้เลยค่ะ เป็นบรรยากาศที่ทำให้เราตื่นเต้นที่อยากไปนั่งๆ นอนๆ ริมหาดมันซะตอนนี้เลย

Grand Deluxe Premium

ทริปนี้เราพักห้อง Grand Deluxe Premium ห้องพักขนาด 73 ตร.ม. นอกจากขนาดห้องที่มีพื้นที่กว้างมากแล้ว จุดเด่นของห้องนี้ก็คืออ่างจากุซชี่ที่อยู่ริมระเบียง ให้เราได้แช่น้ำไป มองวิวสวยๆไป

ห้องแกรนด์ดีลักซ์พรีเมียมที่กว้างขวางได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบสไตล์ไทยร่วมสมัย ทำให้รู้สึกถึงความสง่างามและความสงบ ห้องนี้ใช้โทนสีกลางๆ ที่นุ่มนวลตัดกับสีสันสดใสของเครื่องเรือนในห้อง เตียงคิงไซส์ ห้องน้ำมีฝักบัวใหญ่ และหน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจดเพดานซึ่งเปิดปิดได้ ทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาในห้อง ระเบียงส่วนตัวพร้อมอ่างสปาที่แช่ได้ทั้งตัว ทำให้ประสบการณ์เข้าพักมีความสมบูรณ์แบบ


Deluxe

เราพาไปชมห้องอื่นๆกันต่อ ขอเริ่มต้นด้วยห้องดีลักซ์

ห้องดีลักซ์มีโทนสีกลางๆ นุ่มละมุน การตกแต่งที่งดงาม บรรยากาศเงียบสงบ ในรีสอร์ทริมหาด เพื่อเฉลิมฉลองการใช้ชีวิตแบบทันสมัย ห้องพักที่กว้างขวางและอบอุ่นนี้ สามารถเลือกได้ว่าต้องการเตียงคิงไซส์หรือเตียงทวิน และมีห้องอาบน้ำแบบฝักบัวใหญ่ อ่างอาบน้ำที่แช่ได้ทั้งตัว ระเบียงส่วนตัว และหน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจดเพดานซึ่งเปิดปิดได้ มองเห็นวิวสวนไม้เมืองร้อนที่ปรับภูมิทัศน์มาอย่างดี

Grand Deluxe

ห้องแกรนด์ดีลักซ์ขนาด 54 ตร.ม. ให้ความรู้สึกที่กว้างขวาง เงียบสงบ และฉลองการใช้ชีวิตแบบทันสมัยที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว ห้องพักที่มีความร่วมสมัยและอบอุ่นนี้มีพื้นไม้จริง เตียงคิงไซส์ ห้องน้ำที่หรูหราพร้อมฝักบัวใหญ่ และหน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจดเพดานที่เปิดปิดได้ มองเห็นวิวสวนไม้เมืองร้อนที่งดงามในบูทีครีสอร์ท

Two Bedroom Pool Villa

ห้องพูลวิลล่า 2 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว เพื่อประสบการณ์พักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร วิลล่าล้อมรอบด้วยสวนเขียวชอุ่ม สระว่ายน้ำส่วนตัว พร้อมห้องนอนใหญ่ และเตียงขนาดคิงไซส์ และห้องนอนแบบเตียงคู่ ห้องนั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารแยกเป็นสัดส่วน หน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานและห้องน้ำในตัวทั้งสองพร้อม ห้องอาบน้ำ และฝักบัวอาบน้ำแบบสายฝน


หาดทับแขก

ชายหาดที่เงียบสงบ และเป็นอีกหนึ่งสถานที่เหมาะสำหรับการดูพระอาทิตย์ตกที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่ หาดทับแขกตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองกระบี่ บริเวณเชิงเขาหงอนนาค หาดทับแขกมีชายหาดที่ขาวเนียนนุ่มเหมาะแก่การนอนอาบแดด และลงเล่นน้ำทะเล จากหาดทับแขกเราสามารถเห็นไปยังเกาะห้อง และเกาะยาว ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา

ใครพักที่นี่เราแนะนำว่าควรมาช่วงบ่ายๆ อย่ามาเย็นมากนัก เพราะมันอาจจะทำให้คุณพลาดบรรยากาศดีๆริมหาดสวยๆไปได้อย่างน่าเสียดาย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ทางโรงแรมน่ารักมาก จัดมุมถ่ายรูปไว้ริมหาดเยอะเลยค่ะ ใครที่มารอพระอาทิตย์ตกแบบเรา รับรองไม่มีเบื่อ มุมถ่ายรูปที่นี่เยอะมากกก

อีกหนึ่งกิจกรรมที่แนะนำมากๆสำหรับคนที่มาพักที่นี่ คือการปิกนิก สั่งเครื่องดื่มอร่อยๆแล้ว รอพระอาทิตย์ตกดินกันค่ะ

เหตุผลแรกที่เราอยากจะมาพักที่นี่ ก็เพราะโรงแรมแห่งนี้มีหาดอยู่ติดโรงแรมโดยไม่มีอะไรกั้น ยิ่งบรรยากาศตอนเย็น ยิ่งโรแมนติก เหมาะแก่การนั่งโง่ๆดูพระอาทิตย์ตกริมทะเลเป็นที่สุด


Marco’s Restaurant and Bar

ค้นพบการรับประทานอาหารริมหาดแท้ๆ ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและอบอุ่น เมนูอาหารได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารสไตล์แพนเอเชียนและเมดิเตอร์เรเนียน โดยเน้นที่ความสดใหม่และรสชาติที่เข้มข้น เสริมด้วยค็อกเทลที่สร้างสรรค์ ฉากหลังเป็นชายหาดที่งดงามและการเล่นดนตรีสดที่นุ่มนวล

เย็นนี้เราฝากท้องไว้ที่ห้องอาหารของโรงแรม เพราะบรรยากาศริมทะเลที่ตราตรึงทำให้เราไม่อยากออกไปไหนไกลเลยค่ะ

ไหนๆดินเนอร์มื้อนี้เรามานั่งทานริมทะเลแล้ว เราเลยขอสั่งเมนู Seafood อร่อยๆแบบจุกๆกันไปเลย โดยห้องอาหารแห่งนี้มีเมนูเครื่องดื่มและอาหารให้เราเลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารตะวันตก อาหารไทย และ อาหารทะเล เอาเป็นว่าใครมาที่นี่ต้องหลงรักแบบเราแน่นอน

ส่วนรสชาติอาหารนั้นอร่อยมากกกก แนะนำที่สุด


เมื่อคืนเราหลับไปด้วยหนังท้องที่ตึงมากๆ เพราะมื้อค่ำเราอร่อยสุดๆไปเลย เช้านี้เลยต้องขอไปออกกำลังกายริมทะเล และว่ายน้ำในสระกันสักหน่อย

ที่นี่เขามี sub board , kayak ให้เราได้ยืมเล่นได้ฟรีๆด้วยนะคะ ถือว่าเป็นอีกกิจกรรมที่สนุกในทะเล สำหรับเราเลยล่ะ

หรือใครที่ไม่ชอบการลงทะเล เพราะอาจจะเหนียวตัว สระว่ายน้ำที่นี่บรรยากาศดีสุดๆเลยค่ะ ยิ่งมาในตอนเช้าๆ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้ว่ายน้ำในบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากค่ะ

หรือใครไม่อยากว่ายน้ำ ไม่ชอบกิจกรรมทางน้ำในทะเล แต่อยากจะแช่น้ำ อยากจะผ่อนคลาย เราแนะนำว่าให้มาแช่จากุซชี่ค่ะ ที่นี่เขามีโซนจากุซชี่ด้วย ดีงามมาก


Breakfast

อาหารเช้าของที่นี่จะทานกันที่ห้องอาหารโลตัส โดยห้องอาหารแห่งนี้มีทั้งที่นั่งภายในอาคารและที่นั่งริมระเบียง ซึ่งมองเห็นวิวสวนไม้เมืองร้อนของรีสอร์ท และให้บริการอาหารเช้าแบบบุพเฟ่ต์ ซึ่งมีเมนูอาหารที่ยอดเยี่ยมและมีเอกลักษณ์ในแบบ a la carte ประสบการณ์ที่แสนประทับใจรอคเราอยู่

อาหารเช้าที่นี่ถึงแม้จะบริการแบบ a la carte แต่อยากจะบอกว่ามีไลน์อาหารเยอะมาก ถือว่าครบเลยค่ะ โดยเราสามารถสั่งได้ไม่อั้นอีกด้วย และที่สำคัญรสชาติอาหารอร่อยมากเหมือนเดิม


Breeze Spa

ก่อนจะบอกลากระบี่ เราขอพาทุกคนมานวดฟินๆก่อนกลับกันที่ บรีซสปา ความสุขที่แท้จริง มีรากฐานมากจากสุขภาพที่ดี และบรีซ สปา รู้ดีที่สุด

เมนูทรีตเม้นมีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าคุณต้องการฟื้นฟู เติมพลัง หรือผ่อนคลาย ที่นี่มีการนวดปรับอารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่เหมาะกับคุณ แต่ละแพ็คเกจนั้นได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี ทั้งเทคนิคการนวดตัว หรือนวดด้วยน้ำมันอโรมาเทอราพี, ชาสมุนไพร และการเลือกดนตรีและสีตามอารมณ์ และให้คำปรึกษาวิเคราะห์อารมณ์ นักนวดบำบัดผ่านการรับรองและฝึกอบรมมาอย่างดี การันตีว่าที่ บรีซ สปา พร้อมต้อนรับ และเติมรอยยิ้มให้กับเราแน่นอน

ใครมาพักช่วงนี้ที่นี่เขามีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสปา นวดแบบฟินๆในราคาน่ารักๆนะคะ 60 นาที เหลือเพียง 999 บาท แนะนำให้จองตั้งแต่ตอนเช็คอินเลยจ้า

สุดท้ายหากใครกำลังจะหนีเที่ยวมาพักผ่อนกันที่กระบี่ อยากพักโรงแรมที่ติดหาด มีอาหารอร่อยๆ บรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่สวยสุดๆ และต้องการการบริการที่ดีระดับ 5 ดาว เราแนะนำว่า Amari Vogue Krabi เป็นอีกหนึ่งที่พักที่คุณไม่ควรมองห้าม

Amari Vogue Krabi

Address : หาดทับแขก, กระบี่ 81180

Tel : +66 7560 7777

Web : https://th.amari.com/vogue

Facebook  : https://www.facebook.com/AmariVogue

IG  : https://www.instagram.com/amarivoguekrabi/

Centra by Centara Phu Pano Resort Krabi | โรงแรมสวยโซนอ่างนาง + แถมพิกัด 1 ร้านอาหารอร่อย 2 คาเฟ่ถ่ายรูปสวย

ใครที่กำลังหนีเที่ยวกระบี่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะพักที่ไหนดี

ทริปนี้เรามีรีวิวโรงแรมสวยโซนอ่าวนาง

พร้อมทั้งพิกัดร้านอาหารอร่อย และคาเฟ่ถ่ายรูปสวยมาฝาก

เราพาทุกคนไปเช็คอินที่โรงแรมกันก่อน ทริปนี้เราพักในโซนอ่าวนาง เพราะเดินทางสะดวก และมีที่พักสวยให้เราเลือกเยอะ ทริปนี้เราเลยขอเลือกพักที่ Centra by Centara Phu Pano Resort Krabi

Centra by Centara Phu Pano Resort Krabi

โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราภูพาโนรีสอร์ท กระบี่ รีสอร์ท ซ่อนตัวอยู่กลางป่าเขตร้อน พร้อมให้เราได้สัมผัสความทันสมัยไม่ซ้ำใครของดีไซน์ที่สดใหม่ และทำเลสะดวกสบายขับรถไม่ไกลจากอ่าวนาง

รีสอร์ททันสมัยแห่งนี้มีบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ให้บริการห้องพักรวม 158 ห้องที่ตกแต่งเข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบ สามารถเลือกพักในห้องวิวสระว่ายน้ำ หรือห้องที่เหมาะสำหรับครอบครัว โดยเด็กๆ ที่มาเข้าพักจะได้รับการดูแลอย่างดี ด้วยสระว่ายน้ำสำหรับพวกเขาโดยเฉพาะ และมีเตียงสองชั้นในห้องแฟมิลี่เรสซิเดนซ์ด้วย

เติมเต็มวันพักผ่อนไปกับกิจกรรมผจญภัยในจังหวัดกระบี่ สำรวจความงามของโลกใต้ทะเลอันดามัน หรือใช้เวลาผ่อนคลายริมสระว่ายน้ำท่ามกลางวิวของภูเขาหินปูนและป่าอันเขียวชอุ่ม 

สามารถเดินทางไปยังสนามบินนานาชาติกระบี่โดยใช้เวลาขับรถประมาณ 35 นาที และเดินทางไปสนามบินภูเก็ต โดยใช้เวลาสองชั่วโมงครึ่ง

ทริปนี้เราขับรถมาเอง ที่นี่มีที่จอดรถเยอะพอสมควรเลยค่ะ มาถึงแล้วก็มาเช็คอินกันเลยดีกว่า ระหว่างที่เรารอทำเอกสารเช็คอิน ก็ถ่ายรูปเล่นกันไปก่อน เพราะล็อบบี้ที่นี่มุมถ่ายรูปเยอะมากกกก

CENTRA FAMILY RESIDENCE

ทริปนี้เราพักห้องใหญ่ เอาจริงถึงแม้ว่ามากันสองคน แต่เราอยากพักห้องที่มีพื้นที่กว้างๆ และอีกอย่างก็อยากจะรู้ด้วยว่าห้องแบบ Family ที่มีเตียงสองชั้นจะป็นยังไง

และเดินทางเข้าพักในช่วงของที่สถานการณ์โควิดยังมีอยู่ ไม่ว่าจะพักห้องแบบไหน สิ่งที่เราต้องใส่ใจเป็นอันดับหนึ่งคือการทำความสะอาดฆ่าเชื้อของที่พัก ส่วนใครที่พักที่นี่มั่นใจได้หายห่วง เพราะว่าห้องพักที่ผ่านการทำความสะอาด – ฆ่าเชื้อแล้วนั้นจะต้องมีสติกเกอร์แบบในรูปแปะอยู่ที่หน้าห้อง

ห้องพักแบบเรสซิเดนซ์ เป็นทางเลือกสำหรับครอบครัว ห้องแฟมิลี่เรสซิเดนซ์นี้ตั้งอยู่บน ชั้น 4 ชั้น 5 และชั้น 6 ของรีสอร์ทโดยมีพื้นที่ใช้สอยขนาด 48 ตารางเมตร สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำ และวิวภูเขาหินปูที่เรียงรายอยู่รอบๆ รีสอร์ทได้อย่างเต็มตา ภายในห้องได้ถูกตกแต่งให้ดูโปร่งสบาย ด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ และเลือกใช้โทนสีธรรมชาติ ที่ทำให้ห้องดูกว้างยิ่งขึ้น โดยเหมาะสำหรับรองรับผู้ใหญ่ 3 ท่าน และเด็ก 2 คน ห้องแฟมิลี่เรสซิเดนซ์บริการเตียงขนาดคิงไซส์ พร้อมระเบียงส่วนตัว ภายในห้องน้ำมีพื้นที่อาบน้ำฝักบัว มีพื้นที่สำหรับเด็กๆ พร้อมเตียงนอนสองชั้น และพื้นที่นั่งเล่นที่แยกเป็นสัดส่วน 

มาดูส่วนของห้องนอนใหญ่กันก่อน

ห้องน้ำจะอยู่ระหว่างห้องนอนใหญ่และ living room โดยพื้นที่ภายในห้องน้ำกว้างพอสมควร

ส่วนของเตียงสองชั้น และ living room จะอยู่โซนเดียวกัน ซึ่งบริเวณนี้มีพื้นที่ที่กว้างมากกก

ใครที่กำลังจะพาครอบครัวมาพักผ่อน เราแนะนำว่าต้องเป็นห้องนี้เลย เด็กต้องตื่นเต้นกับเตียงสองชั้นแน่นอน หรือแก๊งเพื่อนก็สามารถเลือกพักเป็นห้องนี้ได้นะ

ใครที่มาหิวๆ สั่งของว่างมาทานเล่นที่ห้องแบบเราก็ได้นะ

CENTRA SUPERIOR

ห้องพักนี้มีระเบียงที่สามารถเปิดไปสู่สวนทรอปิคอลอันร่มรื่น พื้นที่ใช้สอยขนาด 24 ตารางเมตร เหมาะสำหรับวันพักผ่อนอันแสนสะดวกสบายของคู่รัก สามารถเลือกห้องพร้อมเตียงขนาดคิงไซส์ หรือเตียงเดี่ยว 2 เตียง ห้องพักทุกห้องได้รับการตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยสีเอิร์ธโทน และใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน และมีรายละเอียดของการตกแต่งที่สะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมของไทย มีห้องน้ำโปร่งสบายพร้อมพื้นที่อาบน้ำฝักบัว

ส่วนใครที่มากับเพื่อนก็สามารถเลือกเป็นห้องเตียงคู่ได้นะคะ

พาไปสำรวจห้องพักกันแล้ว คราวนี้เราจะพาทุกคนสำรวจมุมต่างๆกันต่อเลยดีกว่า ที่นี่เขามีคอนเซ็ปท์นะคะ “หนุมาน หาวเป็นดาวเป็นเดือน” ทำให้มีมุมถ่ายรูปที่เป็นหนุมานหาวอยู่ทั่วโรงแรมเลยนะ ใครมาแล้วก็อย่าลืมตามหาถ่ายรูปให้ครบน้า

คืนนี้เราฝากท้องไว้ที่โรงแรม เพราะไม่อยากขับรถไปหาอะไรกินที่อื่น อีกอย่างแอบเห็นแว๊บๆว่าทางโรงแรมมีจิ้มจุ่มด้วย

MIX BISTRO

ตั้งอยู่ที่บริเวณชั้นล่าง ข้างๆ สระว่ายน้ำ มองเห็นวิวธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม โดยสามารเลือกรับประทานอาหารได้ทั้งโซนกลางแจ้งที่ริมระเบียง หรือในห้องปรับอากาศ พร้อมให้บริการอาหารไทยและนานาชาติแบบตามสั่งตลอดทั้งวัน อิ่มอร่อยกับอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์หลากหลายสไตล์ และลิ้มรสอาหารไทยจานเด็ดในมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ทั้งยังมีเมนูแซนวิชและสลัดให้เลือกอร่อยหลากหลายรายการ

คืนนี้เราขอสั่ง “จิ้มจุ่มซีฟู๊ด” โดยในชุดจะประกอบไปด้วย อาหารทะเลสด ชุดผัก และน้ำจิ้ม 3 รสชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มสุกี้ และ น้ำปลาพริก ปริมาณของชุดนี้ทาน 2 คน ก็อิ่มกำลังดีเลยนะ

ใครพักที่นี่แนะนำมากกกก ชุดจิ้มจุ่มเลยจ้าาาา อร่อยสุดดดดด ฟินมากกกกกกกกกกกกกก

ส่วนใครที่ไม่อยากทานจิ้มจุ่ม ที่นี่เขาก็มีอาหารไทยและอาหารนานาชาติอื่นให้บริการนะคะ อร่อยเหมือนกัน

เช้าวันรุ่งขึ้นเราขอลงมาเล่นน้ำที่สระส่วนกลางกันสักหน่อย บรรยากาศช่วงเช้าดีมาก ไม่มีแดดร้อน เป็นเช้าที่ชิวๆเลยค่ะ

Fitness

ฟิตเนสที่นี่ขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ก็มีเครื่องออกกำลังกายครอบคลุมความต้องการนะ

เล่นน้ำมาจนเหนื่อย ก็เริ่มหิวแล้ว อาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วลงไปทานอาหารเช้ากันค่ะ

อาหารเช้าของที่นี่เราจะทานกันที่ห้องอาหาร MIX BISTRO ห้องอาหารเดียวกับเมื่อคืน บรรยากาศสบายๆริมสระว่ายน้ำ ส่วนอาหารเช้าที่นี่จะเป็นบุฟเฟต์นะคะ ไลน์อาหารมีครบตามต้องการ และรสชาติอร่อย มาตรฐานไม่ตกจากมื้อค่ำเมื่อคืนเลย

การเริ่มต้นเช้าที่ดีคือการเริ่มจากเช้าที่มีอาหารอร่อยๆ ในบรรยากาศสวยๆ นี่แหละค่ะ

อิ่มแล้วก็ขอเก็บมุมถ่ายรูปสวยๆกันต่อ ที่นี่มุมถ่ายรูปเยอะมากกกกก

บันไดสวรรค์แห่งเรียกในกระบี่

#PhuPanoWings

แคมป์สวยๆชวนฝัน

มุมฮิปเตอร์แสงและเงา

Centra by Centara Phu Pano Resort Krabi

Address : 879 Moo 2, Soi Ao Nang 11, Krabi, กระบี่ 81180

Tel : 075 607 888

Web :https://www.centarahotelsresorts.com/th/centra/cpp/

Facebook  :https://www.facebook.com/cppkrabi

IG : https://www.instagram.com/centraphupano/


ร้านอาหารน้องโจ๊ก

ร้านอาหารแนะนำในทริปนี้ไม่ใ่ร้านลับแต่อย่างใด แต่เป็นร้านอาหารที่อยู่มายาวนานกว่า 30ปี เรียกว่าคู่เมืองกระบี่มาเลยก็ได้ ใครมากระบี่ก็ต้องมาทานอาหารที่นี่เพราะไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึง

“ร้านอาหารน้องโจ๊ก” ร้านอาหารใต้รสจัดจ้าน พิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบ บรรยากาศร้านสบายๆ ส่วนของรสชาติอาหาร อร่อยและจัดจ้านสมคำล่ำลือจริงๆค่ะ ใครมากระบี่เราแนะนำมากๆๆ

Address : 50/3 หมู่ 7 หมู่คลองหิน เทศบาลเมืองกระบี่, จังหวัดกระบี่ 81000

Tel : 075 611 639

Time :   เปิดบริการ 2 รอบ >> 11.00 -14.00 น. และ 17.00 – 21.00 น.

Facebook  :https://www.facebook.com/NongjokeKrabi/


Andalay beach bar & cafe’

หนึ่งในคาเฟ่ที่วิวสวยที่สุดของกระบี่ Andalay beach bar & cafe’ ใครที่ไม่ได้ลงเกาะ มีเวลาไม่เยอะ แต่ก็อยากได้ฟีลชิวๆริมทะเล เราแนะนำว่าให้มาที่นี่ คาเฟ่ริมทะเลที่มีวิวสวยมากกกก มุมถ่ายรูปเยอะ บรรยากาศริมทะเลที่โคตรจะสวยเลย ใครมาตอนเย็นก็จะได้บรรยากาศพระอาทิตย์ตกด้วยนะ ที่นี่มีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ

อาหารและเครื่องดื่มที่นี่อร่อยมากกกกกก (ยืนยันเลยว่าดีมาก) ใครมาที่นี่เตรียมชุด เตรียมพร็อบ และเม็มโมรี่กล้องมาให้พพร้อม แล้วกดกันไปรัวๆเลยจ้าาา

Address :  6024 ตำบล หนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ กระบี่ 81000

Tel : 061 217 9779

Time :  10.00 -20.30 น.

Facebook  :https://www.facebook.com/Andalaybeachbar/?ref=page_internal


Sweet & Sour icecream and dessert cafe

คาเฟ่อิฐสีส้มที่อยู่กลางป่าสีเขียว เป้นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่ชวนให้เรามาเช็คอิน เพราะด้วยรูปทรงของตัวอาคารที่มีความเก๋ และด้วยสีส้มของอิฐแบบจงใจนั้น ทำให้เราตั้งใจที่จะมาที่นี่

ส่วนของเมนูเครืองดื่ม ถือว่าอยู่ในระดับที่โอเค อร่อย เมนูขนม ที่นี่่มีครัวซองให้เลือก 2-3 อย่าง โดยรวมถือว่าเป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่ควรค่าแก่การเช็คอินเมื่อมากระบี่

Address : 731 หมู่ 1 อ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ กระบี่ 81180

Time :  เปิดบริการ : พฤ-ศ-เสาร์-อาทิตย์-จันทร์ : 10:00-18:00 หยุด. : อังคาร พุธ

Facebook  : https://www.facebook.com/sweetandsourkrabi/


dusitD2 Ao Nang Krabi | ที่พักสไตล์รีสอร์ทใจกลางอ่าวนาง จ.กระบี่

ซัมเมอร์นี้เราหนีเที่ยวไปกระบี่กันค่ะ เป็นจังหวัดที่เรามาค่อนข้างบ่อยพอสมควร แต่ก็ยังไม่เคยปักหลักนอนที่นี่เลยสักครั้ง ครั้งนี้เราเลยได้โอกาสสำรวจโรงแรมสวยๆ บรรยากาศดีๆ เอามาฝากชาวหนีเที่ยวกันด้วย

หากมาเที่ยวกระบี่ โซนที่น่าจะคุ้นหูนักท่องเที่ยวที่สุดก็คงหนีไม่พ้น “อ่าวนาง” ทริปนี้เราก็เหมือนกันค่ะ เพราะเราจะพักกันที่ dusitD2 Ao Nang Krabi ที่พักสวยสไตล์รีสอร์ทในใจกลางอ่าวนาง

dusitD2 Ao Nang Krabi

ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขียวชอุ่ม หากคุณกำลังมองหาการพักผ่อนเพื่อหลบหลีกจากความวุ่นวาย ดุสิต ดีทู อ่าวนาง ตั้งอยู่บนเนินเขาอันเงียบสงบ และอยู่ใกล้ชายหาดในระยะที่เดินถึงได้ ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากร้านค้า ร้านอาหารและบาร์ในย่านใจกลางเมือง การเดินทางจากโรงแรมไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งหมดของกระบี่มีความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก ห้องพักและห้องสวีตตกแต่งอย่างมีสไตล์ เหมาะสำหรับคู่รักและครอบครัว ทุกห้องมีทัศนียภาพอันสวยงาม บรรยากาศโดยรอบประกอบด้วยสระว่ายน้ำเกลือ ห้องอาหารนานาชาติ และสปาอันเงียบสงบ

Lobby

มาถึงแล้วเราก็มาเช็คอินกันก่อนเลย รอไม่นานนัก สตาฟก็นำกุญแจห้องพร้อมกับอธิบายสิ่งต่างๆในโรงแรมให้เราเข้าใจ และสำหรับใครที่ขับรถมาแบบเรา ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่จอด เพราะอาคารจอดรถจะอยู่ด้านหลังอาคารล็อบบี้และใกล้กับตึกที่พัก

ส่วนใครพักที่นี่อยากจะบอกว่ามีมุมถ่ายรูปสวยๆตั้งแต่ล็อบบี้เลยล่ะ เตรียมชุดสวยๆ และกดกันรัวๆไปเลยจ้า

บริเวณล็อบบี้จัดไว้สวยงามมากค่ะ โดยมีมุมหนึ่งที่ผนังจำลองมาจากฝาผนังถ้ำพระนาง ซึ่งเป็นถ้ำที่อยู่ที่หาดไร่เลย์ เป็นอีกสถานที่ชื่อดังของจังหวัดกระบี่

ระหว่างรอเช็คอินเราก็ขอเอาคูปอง welcome drink มาแลกกันที่ห้องอาหารสักหน่อย โดย welcome drink ที่นี่คือจริงจังมากกก มาแบบอลังการ และที่สำคัญรสชาติสดชื่นสุดๆ

D’Luxe Room with Sea View

ทริปนี้เราเลือกพักห้อง D’Luxe Room with Sea View เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่พอสมควรเมื่อเทียบกับสองคน มีระเบียงกว้างที่มองเห็นวิวภายในโรงแรม สระว่ายน้ำ ภูเขา และ ทะเล

มาดูภายในห้องกันค่ะ ด้วยขนาด 36 – 40 ตารางเมตร ภายในห้องประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน คืนนี้เราเลือกนอนแบบเตียงคู่สองเตียง ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ห้องของเราดูแคบลงไปเลย

อีกอย่างเราชอบมุมที่มองไปยังห้องน้ำ ใครที่มากับแฟนสามารถอาบน้ำไปมองวิวระเบียงไปด้วยได้เลย

ภายในห้องไม่ได้มีแค่เตียงนอนนะคะ ยังมีโต๊ะเก้าอี้ มุมพักผ่อนอีกด้วย

มาดูส่วนของห้องน้ำกันต่อค่ะ ขนาดพื้นที่ใช้สอยห้องของน้ำถือว่ากว้างพอสมควรเลยนะ เราชอบสุดคือกระจกเงาบานใหญ่มากกก

และพามาดูกันอีกห้องซึ่งห้องนี้เป็นห้องแบบ D’Luxe Room ห้องเป็นเตียงเดี่ยว เผื่อว่าใครมากับแฟนจะได้นึกภาพในห้องออกเนอะ

ด้วยขนาดของห้องที่พอๆกัน ทำให้เมื่อเป็นห้องแบบเตียงเดี่ยว จะมีโซฟาเบดเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งตัว ส่วนระเบียง ห้องน้ำ และ สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆจะเหมือนกันกับห้องที่เราพัก

Chaonang Spa

เราพาไปเดินชมส่วนต่างๆในโรงแรมกันต่อเลยดีกว่า

“เจ้านางสปา” มีห้องสวีตวีไอพีสำหรับคู่รัก 3 ห้อง ศาลาไทย ห้องอบไอน้ำ และอ่างจากุชชี ให้เราได้พบกับความสงบเงียบอย่างแท้จริงในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รายรอบด้วยสวนเขตร้อน ให้ทุกประสาทสัมผัสของคุณได้รื่นรมย์ไปกับผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น น้ำมันและสมุนไพรธรรมชาติ

ใครที่อยากจะมานวด กระซิบกันดังๆว่าตอนนี้ราคาถูกมากกกก 599 บาท 60 นาที ใครอยากนวด เราแนะนำว่าให้จองตั้งแต่ตอนเช็คอินเลยนะ

D’Fit

D’Fit ฟิตเนสที่เปิดบริการ 24 ชม. แค่เราแตะคีย์การ์ดเข้ามาได้เลย ภายในมีเครื่องออกกำลังกายแบบครบครัน หรือใครที่อยากจะเรียนซูมบ้า ก็สามารถเรียนได้ทุกวันศุกร์ – วันอาทิตย์ จ่ายเพิ่มคนละ 200 บาท

D’Kid 

คลับสำหรับคุณหนูๆ พ่อแม่ท่านไหนพาเด็กๆหนีเที่ยวมาด้วย แต่กลัวลูกจะเบื่อ ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ คิดส์คลับที่นี่น่ารักมาก มีขนาดใหญ่พอสมควร มีกิจกรรมให้เด็กๆได้ทำเยอะ คิดว่าเด็กๆน่าจะเพลินเลยทีเดียว

Main Pool

สระว่ายน้ำส่วนกลางของที่นี่เป็นสระระบบน้ำเกลือ โดยแยกออกเป็นสองสระคือสระเด็กและสระผู้ใหญ่ บรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำ ให้อารมณ์ของการพักผ่อนสไตล์รีสอร์ทอย่างแท้จริง

ใครมาพักที่นี่อย่าลืมเผื่อเวลามาเล่นน้ำให้สนุกด้วยนะ (เพราะสระน่าเล่นมากกก) เดี๋ยวจะออกไปเที่ยวเกาะจนลืมใช้เวลาในโรงแรมน้า

มุมถ่ายรูปในโรงแรม

ใครที่เป็นสายถ่ายรูป สายไอจี ยกมือเลยจ้าาา เพราะที่นี่เขามีมุมถ่ายรูปเก๋ๆเยอะมากกก ให้เราได้กดกันไปรัวๆเลยนะ สำหรับหนึ่งวันใน dusitD2 Ao Nang Krabi คุณจะมีรูปให้อัพไปอีกหนึ่งเดือนเต็ม เพราะมุมมันเยอะมากจริงๆๆ

Rakhang Thai Bistro & Bar (ระฆังไทย)

หากใครติดตามเรามาตลอดจะรู้เลยว่าเราเป็นคนที่เมื่อเลือกไปพักโรงแรมไหนแล้ว โดยส่วนใหญ่จะเลือกโรงแรมที่มีร้านอาหารที่อาหารอร่อยด้วย เพราะว่าเราไม่ค่อยชอบการออกไปข้างนอกสักเท่าไหร่ มันเหมือนเราใช้เวลาอยู่ในโรงแรมไม่คุ้มมากพอ

ค่ำคืนนี้เราเลยขอฝากท้องไว้กับห้องอาหารระฆังไทย ห้องอาหารหนึ่งเดียวของที่นี่ บรรยากาศห้องอาหารตอนเย็นลากยาวไปถึงตอนค่ำเป็นบรรยากาศที่สวยมากก พร้อมที่จะให้เราได้สัมผัสประสบการณ์รับประทานอาหารและบริการสุดพิเศษ ท่ามกลางสไตล์แสนแปลกตาที่ร้านอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ค้นพบเมนูอาหารไทยและอาหารนานาชาติที่เลือกสรรมาอย่างหลากหลายที่เตรียมโดยเชฟมากประสบการณ์และมีชื่อเสียง

เสียดายเราไปช่วงวันธรรมดาเลยไม่ได้นั่งชิล ฟังดนตรีสด ใครไปศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ แนะนำให้มานั่งชิลๆฟังเพลงกัน

มาดูส่วนของเมนูเครื่องดื่มกันค่ะ ที่นี่มีเครื่องดื่มให้เราเลือกเยอะมากกกก และอีกอย่างเราชอบ presentation ของที่นี่นะ อลังการเวอร์ !!

Legend of Siam เมนูสำหรับใครที่ชอบค็อกเทลแบบหนักๆหน่อย รสชาติดื่มง่าย แต่เข้มสุด

Tuk Tuk เมนูค็อกเทลสีสวย รสชาติเบาๆกำลังดี

เมนูอาหารที่นี่น่าทานมากกก เราสั่งแบบไม่ยั้งมือเลยค่ะ และที่สำคัญรสชาติทุกจานอร่อยมากกกก

เมนูที่เราสั่ง

  • ผัดไทยกุ้ง >> ใครชอบผัดไทยเราแนะนำมากกก เข้มข้นถึงเครื่องสุดๆ
  • กุ้งสะโหร่ง >> เมนูนี้อร่อยมาก ใครชอบกินกุ้ง หรืออยากทานอาหารทานเล่นอร่อยๆสักจาน แนะนำเลย
  • สปาเก็ตตี้น้ำยาปู >> ใครที่ชอบแกงปูแบบเรา และชอบสปาเก็ตตี้ เราแนะนำเมนูนี้เลย อร่อยมากกก
  • หมี่แกงปู >> เมนูที่เรามาฝั่งอันดามันแล้วจะต้องทาน ใครชอบคือสั่งเลย แนะนำ
  • ส้มตำไทย >> รสชาติเข้มข้น และ presentation ไม่แผ่วเลย
  • ปอเปี๊ยะระฆังไทย >> ใครชอบปอเปี๊ยะ สั่งเลย อร่อยมากกกกกกกกกกก
  • ปีกไก่ระฆังไทย >> เราชอบเมนูนี้นะ ไก่ย่างกับซอสหอมๆ
  • บราวนี่เค้ก >> ใครชอบบราวนี่ และช็อกโกแลตละมุนๆ คือดีมากกก สั่งเลยนะ
  • ข้าวเหนียวมะม่วง >> เราชอบข้าวเหนียวที่มูนมากำลังดี

Breakfast

หลังจากเมื่อคืนที่อิ่มหน่ำรำสาญกับอาหารมื้อค่ำที่ห้องอาหารระฆังไทย แทบที่จะต้องกลิ้งกลับห้องกันเลยทีเดียว เช้าวันนี้เราตื่นเช้ากว่าปกติหน่อย เพราะวันนี้เราต้องออกไปทริปที่เกาะพีพีกัน โดยทางทัวร์จะมารับเราที่โรงแรมตอนประมาณ 8 โมงเช้า เราเลยตื่นมาเพื่อมาทานอาหารเช้ากันก่อน จะได้เติมพลังพร้อมไปเที่ยวเกาะพีพีกัน

อาหารเช้าที่นี่จะเป็นบุฟเฟ่ต์นะคะ ไลน์อาหารถือว่ามีครบเลย และใครที่กลัวว่าการทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์อาจจะเป็นเหตุของการแพร่เชื้อโควิดนั้นไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะที่นี่เขามีมาตรการเรียงความสะอาดเข้มงวดมากเลยล่ะ

dusitD2 Ao Nang Krabi ยังทำได้ดีโดยเฉพาะอาหารเช้าที่มีไลน์อาหารครบ รสชาติอร่อยมากกก

1 Day trip

มากระบี่ทั้งทีถ้าไม่ได้ออกไปเที่ยวเกาะก็เหมือนว่าทริปนี้คงไม่สมบรูณ์แบบ ทริปนี้เราเลยเลือกที่จะไปเที่ยวหมู่เกาะพีพีแบบวันเดย์ทริป โดยเราจะเดินทางกับ เกาะพีพีทัวร์

เกาะพีพีในวันที่คนน้อย ไม่มีชาวต่างชาติ ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักทะเลก็ว่าได้ เพราะท้องทะเลจะเป็นของเราคนเดียว น้ำทะใสมากกก ปะการังใต้ท้องทะเลก็ได้ฟื้นฟูตัวเอง

รายละเอียดทริปจะเป็นดังนี้

1. แวะชมบริเวณหน้าถ้ำไวกิ้ง (เข้าไม่ได้นะเพราะมีเจ้าของสัมปทานรังนก)

2. ถ่ายรูปที่อ่าวปิเละ ( Pileh Lagoon)

3. แวะชมอ่าวมาหยา (ปัจจุบันยังปิดอยู่)

4. จุดดำน้ำตื้นจุดแรก

5. แวะทานข้าวที่เกาะพีพีดอน

6. จุดน้ำดำที่สอง

7. แวะให้เล่นน้ำ ถ่ายรูปที่เกาะไผ่

เราเขียนรีวิวเกาะพีพีแยกเอาไว้ สามารถอ่านได้ที่ >> https://neetiewdiary.com/2021/03/13/phi-phi-island-เที่ยวเกาะพีพีจากฝั่/

หากใครมาพักที่นี่อยากหาทริปเที่ยวเกาะ เราแนะนำว่าให้ติดต่อทางโรงแรมได้เลย เพราะพี่สตาฟที่โรงแรมให้คำแนะนำเกี่ยวกับทัวร์ได้ดีมาก และมั่นใจได้ว่าทัวร์ที่เราจะไปน่าเชื่อถือแน่นอน


ใครกำลังจะมาเที่ยวกระบี่ ตัดสินใจได้แล้วว่าจะพัก dusitD2 Ao Nang Krabi

เราแนะนำแพ็คเกจสุดคุ้ม

แพคเกจ Summer Calling (3 วัน 2 คืน) ห้องพักรวมอาหารเช้า+ทัวร์เกาะเต็มวัน สำหรับ 2 ท่าน ฟรี! เครดิตอาหารเครื่องดื่ม 500 บาท ราคา 3,075 บาท / ท่าน

ทัวร์เกาะ เลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่ง:

  • ทัวร์เกาะพีพี (อ่าวมาหยา อ่าวโล๊ะซามะ อ่าวปิเละ ถ้ำไวกิ้ง พีพีดอน และเกาะไม้ไผ่)
  • ทัวร์ 4 เกาะ (เกาะไก่ เกาะสี่ เกาะปอดะ และทะเลแหวก)
  • ทัวร์เกาะห้อง (เกาะผักเบี้ย เกาะไร่ และเกาะลาดิง)

แพคเกจทัวร์เกาะรวม:

  • รถรับส่งโรงแรม-ท่าเรือ
  • อาหารกลางวัน
  • อุปกรณ์ดำน้ำตื้น เสื้อชูชีพ
  • มัคคุเทศก์นำเที่ยว
  • ค่าเข้าอุทยาน
  • ประกันภัยนักท่องเที่ยว

*ทัวร์เกาะ บริการโดยทีมงานมืออาชีพของบริษัทเกาะพีพีทัวร์*

จองได้ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม – 30 เมษายน 2564

เข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม – 31 ตุลาคม 2564

ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการแล้ว

สามารถซื้อวอเชอร์ และระบุวันเข้าพักทีหลังได้

โปรนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรอื่นๆ ได้

กรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย บริษัทจะมีชดเชยด้วยโปรแกรมท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มีมูลค่าใกล้เคียงกัน

สิทธิพิเศษ สำหรับลูกค้าดุสิตโกลด์

  • ส่วนลดค่าห้องพักเพิ่มอีก 10%
  • การันตี ฟรี! อัพเกรด เป็นห้องดีลักซ์
  • จองได้ที่: 📩: m.me/dusitd2aonangkrabi
  • Line : https://lin.ee/8nFl1iV
  • Tel : 075 637 635
  • mail : d2akrsvn@dusit.com

dusitD2 Ao Nang Krabi

Address : 244, ตำบล อ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ กระบี่ 81180

Tel : 075 637 635

Web :https://www.dusit.com/dusitd2-krabi/th/

Facebook  :https://www.facebook.com/dusitd2aonangkrabi

IG : https://www.instagram.com/dusitd2aonangkrabi/

Phi Phi Island | เที่ยวเกาะพีพีจากฝั่งกระบี่

ซัมเมอร์มาแล้วแล้วววว

ถึงเวลาของการหนีเที่ยวไปดื่มด่ำกับท้องทะเลเสียทีนะ

ทริปนี้เราเดินทางไปจังหวัดกระบี่ หนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวที่มีทะเลที่สวยระดับโลกเลยนะ และหน้าร้อนแบบนี้จะมีอะไรดีไปกว่าการได้ออกเกาะ ไปเที่ยวทะเลสวยๆอีกล่ะ

หมู่เกาะพีพี เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา ตั้งอยู่ในจังหวัดกระบี่ หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วย 2 เกาะใหญ่ๆ คือ เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล และเกาะเล็กๆข้างเคียง คือ เกาะไม้ไผ่ ครั้งหนึ่ง เคย ติดอันดับ 1 ใน 10 อันดับเกาะที่สวยงามที่สุดในโลกเลยนะ

ซึ่งการไปเที่ยวหมู่เกาะพีพี นั้นสามารถเลือกเดินทางได้ทั้งจากฝั่งจังหวัดกระบี่ และ ภูเก็ต ทริปนี้เราเลยขอพาทุกคนหนีเที่ยวเกาะพีพี ไปพร้อมบันทึกนักหนีเที่ยวและ เกาะพีพีทัวร์

ทริปนี้เราเดินทางจากฝั่งกระบี่ โดยเลือกทัวร์แบบ 1 Day จาก “เกาะพีพีทัวร์” โดยตารางการเที่ยวของเรานั้นจะเป็นการเที่ยวหมู่เกาะพีพีทั้งวัน โดยทีมนี้ใครมากระบี่เราแนะนำมากก เพราะสตาฟในเรือดูแลดีมาก ไกด์จอนนี่ ถ่ายรูปให้เป๊ะ ปัง สุด อ่ะ

ทางไปจอง >> https://www.kohphiphitour.com/phiphiislandtour

ใครที่จองทัวร์นี้ไว้ ตอนเช้าทางทัวร์จะมาแวะตระเวนรับเราจากโรงแรมต่างๆ ตอน 8 โมงเช้า ซึ่งจะพาเรามายังท่าเรือส่วนตัวของทัวร์ มาถึงก็ทำความเข้าใจ รอสมาชิกทริปครบแล้วก็ลงเรือออกเดินทางไปยังหมู่เกาะพีพีกันเลย

ไกด์จอนนี่อธิบายให้เราฟังเกี่ยวกับทริปพีพีวันนี้ให้เราเข้าใจง่ายๆว่า ทริปจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ เช้าและบ่าย โดยตอนเช้าจะมี 1 จุดถ่ายรูป 1 จุดดำน้ำตื้น เที่ยงพักกินข้าว แล้วบ่ายก็จะมี 1 จุดดำน้ำตื้น และ 1 จุดถ่ายรูปเช่นกัน

โดยช่วงเช้าเราจะไปพีพี เล กัน ก่อน โดย พีพี เล นั้นจะประกอบไปด้วย ถ้ำไวกิ้ง อ่าวมาหยา ปิเล๊ะลากูน แล้วช่วงเที่ยงเราจะไปกินข้าวกันที่เกาะพีพีดอน ซึ่งเป็นแห่งรวมโรงแรมบนเกาะพีพี นั่นเอง ส่วนบ่ายเราจะไปดำน้ำกันใกล้ๆเกาะไผ่ และ แวะเกาะไผ่

Viking Cave

จุดแรกที่ทัวร์แวะพาเรามาคือถ้ำไวกิ้ง แต่ไม่สามารถเข้าไปได้นะคะ เนื่องจากว่าภายในมีรังนกนางแอ่นอยู่ และก็มีเจ้าของสัมปะทาน เราไม่สามารถเข้าไปได้ โดยไกด์เล่าประวัติคร่าวๆให้เราฟังว่า ภายในถ้ำที่ผนังของถ้ำมีรูปเขียนโบราณ เป็นเรือไวกิ้ง ทำให้ที่นี่มีชื่อเรียกว่าถ้ำไวกิ้งนั่นเอง

อ่าวปิเละ (Pileh Lagoon)

อ่าวปิเละ สำหรับเราถือว่าเป็นไฮไลท์ของทริปหมู่เกาะพีพี แบบวันเดย์ทริปนี้เลยนะ เพราะจุดนี้วิวสวยมากกกก น้ำทะเลสีฟ้าใส เหมาะแก่การถ่ายรูป

จุดนี้ทางทัวร์จะให้เราถ่ายรูปกันจนครบ โดยมีตากล้องผู้ถ่ายรูปสวย คือไกด์จอนนี่ คือไกด์รู้มุม ถ่ายออกมาอย่างสวยเลย โดยกัปตันจะจอดให้เราถ่ายทั้งมุมทางเข้าและทางออกของอ่าว ก็จะสวยกันไปคนละแบบ

อ่าวมาหยา

อ่าวมาหยา มีชื่อเสียงมาจากการเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลกที่ชื่อว่า The Beach ทำให้ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกหลั่งไหลมาชมความงามของอ่าวมาหยา ซึ่งตอนนี้อ่าวมาหยา ได้มีการปิดห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไป ซึ่งปิดมาแล้วปีนี้เป็นปีที่ 3 และคาดว่ายังจะปิดต่อไปอีก 1 ปี ทำให้ทริปนี้เราได้แต่มองอ่าวมาหยาอยู่ห่างๆ ปล่อยให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู

เราเคยมาอ่าวมาหยาเมื่อประมาณ 6 ปีก่อน ซึ่งได้แวะเล่นน้ำก่อนที่จะไปเกาะรอก ที่นี่น้ำใส และสวยมากกก หวังว่าอ่าวมาหยาจะกลับมาสวยงามและให้นักท่องเที่ยวแบบเราได้กลับไปเยือนอีกครั้ง

จุดดำน้ำที่ 1

โดยจุดดำน้ำนั้นสามารถที่จะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกัปตัน เพราะบางจุดอาจจะมีคลื่นลมแรง กัปตันก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

จุดแรกปาการังยังไม่เยอะมาก แต่จุดนี้เราจะได้เจอปลาเยอะเลยค่ะ ดำน้ำมองปลาไปก็เพลินๆดี