Mt. Fuji |หนีเที่ยวไปดูวิวภูเขาไฟฟูจิที่สถานี Kawaguchiko

ถ้าไม่ได้เห็นฟูจิด้วยตาตัวเอง ก็เหมือนมาไม่ถึงญี่ปุ่น

ใครสักคนบอกเราแบบนั้น

จริงๆแล้วการที่เราจะไปดูภูเขาไฟฟูจิ สามารถเห็นภูเขาลูกนี้ได้จากหลายสถานที่ เพราะภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นเราจึงเห็นได้จากหลายสถานที่นั่นเองค่ะ

บทความนี้เราจะพาทุกคนไปดูภูเขาไฟฟูจิกันที่ Kawaguchiko ซึ่งถือเป็นปลายทางยอดฮิตสำหรับใครก็ต้องการไปชมภูเขาไฟฟูจิ

ไปดูฟูจิ อย่ากำหนดวัน

ภูเขาไฟฟูจิ เป็นภูเขาไฟที่ขี้อายมากกกก ไม่ค่อยยอมให้ใครได้เห็นง่ายๆ (มักจะมีเมฆปกคลุมยอดภูเขาไฟเสมอ) เรามีวิธีง่ายๆที่ตัวเรามักจะใช้เมื่อจะไปดูภูเขาไฟฟูจิ

  1. ไม่ควรกำหนดวันแบบตายตัวเอาไว้ เพราะอากาศอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเราควรจะเช็คพยากรณ์อากาศแบบวันต่อวัน
  2. แนะนำให้เช็คพยากรณ์อากาศแบบวันต่อวัน เพื่อความแม่นยำ แนะนำให้ค้นหาใน google ว่า “kawaguchiko weather” ถ้าอากาศแจ่มใสก็ไปวันนั้นเลยค่า

วิธีการเดินทาง & Pass

Pass

การเดินทางมายัง Kawaguchiko สามารถทำได้หลายวิธีค่ะ แต่เราขออธิบายในส่วนของที่ตัวเองเคยไปมาแล้วกันนะคะ วิธีนั้นคือการเดินทางด้วยรถไฟ

การเดินทางด้วยรถไฟ เป็นการเดินทางในญี่ปุ่นที่เราชอบที่สุด แต่ด้วยราคาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับกระเป๋า ดังนั้นหากใครมี Pass ต่างๆที่ครอบคลุม เราแนะนำให้เดินทางด้วยรถไฟ เพราะนอกจากสะดวก รวดเร็ว และมีวิวสวยๆข้างทางให้มองอีกด้วย

  • JR Pass สามารถนั่งได้ฟรีถึงสถานี JR Otsuki (จ่ายเพิ่มจาก Otsuki – Kawaguchiko ประมาณ 1110 เยน )
  • JR Kanto Pass สามารถนั่งได้ฟรีถึงสถานี Kawaguchiko

เช็คการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่นได้ที่ : http://www.hyperdia.com/

เส้นทาง

ต่อที่ 1 : ต้นทาง : JR Shinjuku– ปลายทาง : JR Otsuki

ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 1340 เยน

สามารถใช้ JR Pass และ JR Kanto Pass ฟรี

ต่อที่ 2 : ต้นทาง : JR Otsuki– ปลายทาง : Kawaguchiko

ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 1170 เยน

สามารถใช้ JR Kanto Pass ฟรี

สำหรับคนที่เดินทางครั้งแรก ต้องจำให้ดีนะคะ เราจะลงสถานีที่ชื่อว่า Kawaguchiko เพราะก่อนหน้าที่จะถึงสถานีนี้จะมีสถานีที่ชื่อต่อท้ายด้วยคำว่า Fuji อาจทำให้สับสนได้

สถานี Mt.Fuji > Fujikyu Highland (เป็นสถานีที่ตั้งของสวนสนุก) > Kawaguchiko (เราจะลงสถานีนี้)

* ข้อควรจำ เมื่อถึงสถานี Fujikyu Highland รถไฟจะหันหัวกลับ ไม่ต้องตกใจค่ะ จุดหมายของเราคือสถานีต่อไป

สถานีคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Station)

ถ้าเรามาในวันที่ฟ้าเคลียร์ อากาศดี แค่หน้าสถานีก็ฟินแล้วค่ะ

เราชอบวิวภูเขาไฟฟูจิหน้าสถานีรถไฟคาวากุจิโกะมากๆ เพราะตรงหน้าสถานีจะมีมุมรถไฟโบราณที่เคยใช้จริงจอดอยู่ด้วยนะคะ เป็นวิวที่ถ่ายรูปออกมาสวยมากๆเลยล่ะ

  • สถานีคาวากุจิโกะ มีห้องน้ำ ร้านอาหาร ร้านขายของ ตู้เก็บของ ถือว่าสะดวกมากเลยค่ะ
  • Tourist Information สามารถขอแผนที่เส้นทางรถ Retro Bus ได้เลยค่ะ

การไปชมภูเขาไฟฟูจิ รอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ

วิธีการที่สะดวกที่สุดคือการนั่งรถ Retro Bus เป็นรถเมล์ที่วิ่งรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ ต้นทางจากสถานีรถไฟ Kawaguchiko ไปยังป้ายสุดท้าย โดยมีทั้งหมด 21 ป้าย

หากใครที่คิดว่าจะแวะหลายป้ายแนะนำให้ซื้อตั๋วแบบ One day pass ราคา 1,000 เยน เราจะขึ้นลงกี่ครั้งก็ได้ไม่จำกัดใน 1 วัน หากไม่ได้ซื้อพาสแนะนำว่าให้เตรียมเงินสดไปด้วยนะคะ

ตั๋วรถ Retro Bus แบบ One day pass สามารถซื้อได้จากคนขับรถเลยค่ะ

Bus Stop ที่น่าสนใจ ในเส้นทาง Retro Bus รอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ

เส้นทางรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ มีป้ายหยุดรถทั้งหมด 21 ป้าย

  • ป้ายหมายเลข 11 Yuransen Ropeway Iriguchi Bus stop : Mt.Tenjo มีกระเช้าไฟฟ้า Kachi Kachi Ropeway (สามารถมองเห็นวิวภูเขาฟูจิได้ชัดเจน)
  • ป้ายหมายเลข 21 Kawaguchiko Shizen Seikatsukan Bus stop : ป้ายสุดท้าย มีร้านขายของที่ระลึก ของฝาก สามารถนั่งทานกาแฟ หรือ softcream เพลินๆ โดยมีวิวภูเขาไฟฟูจิอยู่ตรงหน้า

walking tour

อีกหนึ่งวิธีชมภูเขาไฟฟูจิแบบวิวสวยๆ ไม่เหมือนใคร ที่เราค้นพบด้วยตัวเอง คือ การเดินเท้าเที่ยวเอง วิธีนี้ต้องบอกว่าสำหรับคนมีเวลาหน่อย และชอบการเดินเที่ยวเป็นหลัก

การเดินเที่ยวรอบๆ คาวากุจิโกะ เราสามารถมองเห็นภูเขาฟูจิได้ชัดเจนเลยค่ะ เส้นทางก็เหมือนกับเส้นทาง Retro Bus แตกต่างกันที่เราสามารถแวะเข้าซอกซอยได้ตลอด แต่ด้วยระยะทางที่ไกลพอสมควรทำให้วิธีนี้ไม่เป็นที่นิยม แต่กระนั้นเพราะว่าไม่เป็นที่นิยม เราเลยจะได้ภาพที่ไม่เหมือนใครนั่นเอง

นอกจากการเดินเท้าจะทำให้เราได้วิวภูเขาไฟฟูจิไม่เหมือนใครแล้ว ยังทำให้เราได้เห็นบ้านญี่ปุ่นในชนบท ที่คล้ายกับบ้านโนบิตะที่เราเคยเห็นในการ์ตูน แถมบรรยากาศระแวกนี้ก็สวยมากเลยค่ะ

เราเลยชอบการเดินเท้าสำรวจรอบๆ คาวากุจิโกะ มากกว่าวิธีไหนซะอีก รอบหน้าใครไปดูภูเขาไฟฟูจิอีกครั้ง ลองเดินเท้าเที่ยวดูนะคะ อาจจะได้วิวแปลกตากว่าใครๆก็ได้

Sheraton Hua Hin Pranburi Villas | หนีเที่ยวไปนอนพูลวิลล่า สัมผัสความสุขแบบส่วนตัว

ความสุขอย่างหนึ่งของชีวิตเราคือการเดินทาง

แต่บางช่วงเวลาของชีวิตเราก็มีเวลาให้หนีเที่ยวเพียงน้อยนิด

ดังนั้นเราจึงมองหาปลายทางที่จะเติมความสุขนั้นให้เราได้เสมอ

การมีวันว่างแค่ 2 วัน 1 คืน ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับเราในการเดินทางแน่นอน เพราะทริปนี้เรามีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ปราณบุรี และปลายทางครั้งนี้อยู่ที่ Sheraton Hua Hin Pranburi Villas

Sheraton Hua Hin Pranburi Villas

เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า โรงแรม 5 ดาวในเครือ Marriott ที่มีอยู่หลายแห่งทั่วไทย ซึ่งจริงๆแล้วในปราณบุรี-หัวหิน มีโรงแรมเชอราตันอยู่ 2 แห่งด้วยกัน แต่ทริปนี้เราจะพาไปพักผ่อนที่ เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า ภายในโรงแรมเป็นห้องพักแบบวิลล่าทั้งหมด และมีมากถึง 53 วิลล่าด้วยกัน

ทริปนี้ใครอยากพักผ่อนแบบส่วนตัว มาตรฐานระดับโลกจากโรงแรมในเครือ Marriott เตรียมกระเป๋าแล้วหนีเที่ยวไปพร้อมเราได้เลยค่ะ

Location

เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า ตั้งอยู่ริมถนนเลียบทะเลปากแม่น้ำปราณบุรี ถึงแม้ว่าตัวโรงแรมจะไม่ได้อยู่ติดทะเลปากน้ำปราณ (เพราะมีถนนคั่นกลาง) แต่ภายในโรงแรมถือว่าเป็นส่วนตัว สงบ เหมาะสำหรับคนที่เลือกมาพักผ่อนที่สุด

Lobby

ระหว่างทางเดินเพื่อมายังล็อบบี้ เราจะสัมผัสได้ถึงธรรมชาติ ต้นไม้ ป่า เมื่อเดินตรงมาเราจะได้เจอล็อบบี้ซึ่งอยู่ตรงกลาง (ติดกับห้องอาหารดาหลา) บริเวณล็อบบี้มีสระบัวที่มีบัวสายพันธ์ุที่บานตอนเช้า และบานตอนกลางคืน

โรงแรมสวยตั้งแต่ล็อบบี้เลยอ่ะ

ROOMS & SUITES

อย่างที่บอกไปว่าเชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า ที่เราพามาในทริปนี้ ทุกห้องจะเป็นพูลวิลล่าทั้งหมด โดยที่ห้องจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

  • Duplex Pool Villa
  • Pool Villa
  • Pool Villa Suite

Duplex Pool Villa

Duplex Pool Villa  คือห้องเริ่มต้นของโรงแรมแห่งนี้ ความพิเศษของห้องคือมี 2 ชั้น ขนาด 273 ตร.ม.

มาดูรายละเอียดชั้นล่างกัน ตัวชั้นล่างประกอบด้วย สระส่วนตัวที่ไม่ใช่แค่เอาไว้ประดับห้องนะ ถึงแม้ขนาดไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ก็เพียงพอกับการเข้าพัก 2 คน ถัดจากสระว่ายน้ำก็มีส่วนพักผ่อนเล็กน้อย

ห้องคือออกแบบให้อารมณ์เหมือนบ้านมากๆ เพราะชั้นล่างจะมีมุมรับแขก หรือจริงๆก็เอาไว้ผพักผ่อนอะแหละ มีครัวเล็กๆ มีโต๊ะทานอาหาร หรือจะเอางานมานั่งทำตรงนี้ก็ได้นะ ยังไม่พอเพราะด้านล่างก็มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำที่แบ่งเป็นอินดอร์และเอาท์ดอร้ด้วย

ส่วนชั้น 2 จะเป็นโซนของห้องนอน มีโซฟาเบดด้วยนะ ส่วนระเบียงยังมีอ่างให้เราได้แช่น้ำชิลๆ หรือจะมานั่งรับลมที่มุมพักผ่อนริมระเบียงก็ยังได้ และยังมีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์เลย

แค่ห้องเริ่มต้นก็ฟินแล้ววววว

Pool Villa Suite

จริงๆห้องอันดับที่ 2 ของโรงแรมแห่งนี้คือ Pool Villa แต่เพราะ Pool Villa คือห้องที่เราพักเลยขอเล่าเป็นห้องสุดท้ายแล้วกันเนอะ

Pool Villa Suite คือห้องที่ดีที่สุดของที่นี่ มีขนาด 376 ตร.ม. พูดให้เข้าใจกันง่ายๆ คือห้องนี้ขนาดใหญ่มากกก และมีสระว่ายน้ำที่ใหญ่มากๆเลยค่ะ

มาดูรายละเอียดภายในห้องกันค่ะ

ภายในห้องแบบ Pool Villa Suite จะมีอาคารหลังหลักแบ่งออกเป็น 2 หลังค่ะ ซึ่งแบ่งเป็นโซนห้องนอน และ ห้องรับแขกแยกกันอยู่ โดยทั้งสองโซนจะมีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำอินดอร์และเอาท์ดอร์ อยู่ทั้งสองโซนเลยค่ะ

โดยหน้าโซนห้องนอนจะมีอ่างจากุชซี่ให้เราได้นอนแช่ชิลๆ

ส่วนของสระว่ายน้ำภายในห้อง คือใหญ่มากกก มีศาลาเล็กๆไว้ให้เราได้นั่งพักผ่อนอีกด้วยนะ

ใครพักห้องนี้คืนเดียวไม่พอแน่นอน เพราะ ฟินนนนหนักมากกก

Pool Villa

ห้องแบบ Pool Villa ขนาด 248 ตร.ม. คือห้องที่เราพักในทริปนี้ หากจะให้อธิบายกันง่ายๆ ห้องนี้คล้าย Pool Villa Suite แต่ไม่มีห้องรับแขกแยกออกไปและตัวสระว่ายน้ำเล็กกว่านิดหน่อย

แต่ส่วนตัวเราชอบห้องนี้มากกกก ด้วยขนาดกำลังพอดี สระว่ายน้ำใหญ่ พื้นที่ใช้สอยเยอะ ทุกอย่างลงตัวในแบบพอดี

ทุกวิลล่าของเชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า มีความเป็นส่วนตัวสูงมากไม่ว่าจะเป็นห้องแบบไหนก็ตาม แต่ละวิลล่าจะมีประตูบ้าน และกำแพงสูงเพื่อให้แต่ละหลังมีความเป็นส่วนตัวที่สุด

เข้ามาด้านในจะเป็นโถงทางเดินทอดสู่สระว่ายน้ำแบบส่วนตัวของเรา

ด้านข้างทางเดินจะเป็นสระบัวซึ่ง ทางโรงแรมบอกว่าได้ปลูกบัวสองสายพันธ์ุ คือสายพันธ์ุที่บานตอนกลางวัน และสายพันธ์ุที่บานตอนกลางคืน เท่ากับว่าไม่ว่าจะเช้าหรือค่ำคนที่เข้าพักก็จะได้เห็นดอกบัวบานในสระแน่นอน

เตียงนอนขนาดใหญ่หันไปยังวิวสระว่ายน้ำส่วนภายในวิลล่า ด้านหลังจะเป็นโซนของห้องน้ำ มีอ่างล้างหน้าแยกออกมาเป็นสัดส่วน ห้องอาบน้ำมีทั้งเรนชาวเวอร์ ในอินดอร์และเอาท์ดอร์

เราชอบการตกแต่งที่ใช้กระจกเป็นส่วนใหญ่ บวกกับภายในวิลล่ามีสีเขียวจากต้นไม้ ทำให้ไม่ว่านั่งมุมไหน เราก็ผ่อนคลาย สบายตา

ในห้องมี welcome fruit ด้วยนะ และส่วนของมินิบาร์ น้ำเปล่าขอได้ไม่จำกัด ชากาแฟฟรีนะคะ

ภายในวิลล่าของเรายังมีอ่างจากุชซี่พร้อมเกลือขัดตัวไว้ให้อีกด้วยยยยย

ใครจะนอนแช่ จะขัดผิว ก็แล้วแต่ความฟินก็แต่ละคนไปเลยยยย

มุมพักผ่อนภายในวิลล่ามีหลายจุดเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นเตียงคู่ริมสระ โต๊ะ-เก้าอี้ใกล้สระ หรือแม้กระทั้งศาลาพักผ่อน ซึ่งถ้าใครอยากจะสปาในห้องตรงนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นมุมสปาแบบไพร์เวทในทันที

เห็นมั้ยยยย นี่คือสาเหตุว่าทำไมมาพัก เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า คืนเดียวไม่พอจริงๆ

สระว่ายน้ำขนาดใหญ่มากกก มากันสองคนรับรองว่าได้เล่นน้ำแบบจุใจกันสุดๆไปเลยแน่นอนค่ะ ส่วนตัวเราชอบห้องนี้มากกกก ก็เพราะสระว่ายน้ำนี่แหละ เพราะชอบการออกแบบที่ให้สระไม่ใช่แค่มีไว้ประดับว่าเป็นพลูวิลล่า แต่มันเล่นได้จริง ใหญ่พอให้เราได้ว่ายเลยนะ

เราไม่มีโดรนเลยถ่ายรูปสระแบบเต็มๆมาไม่ได้ เพราะสระใหญ่มากจริงๆ แต่อีกอย่างที่ เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า มีกฎห้ามใช้โดรนด้วยนะคะ เพราะที่นี่เน้นความเป็นส่วนตัวให้กับแขกทุกคน

Afternoon Tea

เช็คอินเข้ามาในห้องแล้ว ก็เกิดอาการหิวๆ แต่เพราะมันยังเป็นตอนบ่ายอยู่ เราเลยขอสั่งเซ็ท Afternoon Tea มาทานในห้องดีกว่า

จะมีอะไรมีความสุขไปกว่าชาหอมๆ ของว่างอร่อยๆ ที่ได้ทานอยู่วิลล่าที่บรรยากาศดีงามแบบนี้ แค่นี้ต่อมความสุขของเราก็เริ่มทำงานแล้วล่ะค่ะ

Activities : Bike Tour 

ทางโรงแรมมีกิจกรรมที่น่าสนใจเยอะมากเลยค่ะ แต่กิจกรรมที่เราสนใจคือ การปั่นจักรยานเที่ยวรอบๆโรงแรม หากแขกท่านใดอยากจะปั่นจักรยานก็สามารถแจ้งกับทางโรงแรมไปได้เลยนะคะ ทางโรงแรมจะจัดไกด์ท้องถิ่นพาเราเที่ยว ฟรี !! (ขอแค่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน)

ไกด์พาเราปั่นจากโรงแรมไปยังวัดขาน้อย และเราขอแวะเที่ยวที่หาดเขากระโหลกสักหน่อย เราชอบปราณบุรีก็ตรงที่มีเลนส์จักรยานริมทะเลแบบนี้นี่แหละ ปั่นไปชมวิวไป ชิลมากเลยกรรร

ถึงแม้ว่า เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า ไม่ได้เป็นโรงแรมที่อยู่ติดหาดและทะเล แต่ใช่ว่าเราจะไม่สามารถเดินเล่นริมหาด หรือจะกระโดดลงน้ำทะเล ได้แต่อย่างใด เพราะทางโรงแรมมีรถรับส่งไปยังหาดเขากระโหลกฟรี

ใครไม่อยากปั่นไปข้างนอกก็สามารถไปเลือกจักรยานมาปั่นเล่นภายในโรงแรมก็ได้นะคะ ชิลดีเหมือนกัน และที่สำคัญเราใช้จักรยานได้ฟรีเลยจ้าาา

Luna La Pran

ลูนา ลา ปราณ เป็นห้องอาหารที่อยู่ใกล้ทะเลปราณบุรี (แต่มีถนนกั้น) โดยห้องอาหารแห่งนี้จะให้บริการตั้งแต่ 11:00 AM–11:00 PM โดยเฉพาะบรรยากาศตอนเย็นๆ ได้ทานอาหารอร่อยๆ ในบรรยากาศดีๆ แค่นี้เราก็มีความสุขแล้วล่ะ

Recreation

Infinity Pool & Kids Pool

ถึงแม้ว่าโรงแรมจะเป็นพูลวิลล่าทุกห้อง แต่ที่นี่ก็มีสระส่วนกลางนะคะ ขนาดไม่ใหญ่มาก เป็นอินฟินิตี้พูล และสระเด็ก อยู่ติดกับห้องอาหารลูนาลาปราณ โดยสระส่วนกลางแขกใช้บริการน้อยค่ะ เพราะว่าทุกห้องมีสระส่วนตัวกันอยู่แล้ว

เราว่าบรรยากาศสระตอนเย็นเหมาะกับการมาจิบเครื่องดื่มดีๆ ริมสระ พร้อมกับรับลมเย็นๆ ริมทะเล แต่หากใครอยากจะเห็นบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้น ก็แนะนำให้มานั่งเล่น หรือจะเล่นน้ำที่สระส่วนกลางตอนเช้าๆก็ได้นะคะ เพราะเราจะได้รับอากาศ และพลังงานดีๆตอนพระอาทิตย์ขึ้นด้วย

Resort Views

เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า เป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทที่เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง เพราะที่นี่ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวของที่พักแบบพูลวิลล่า ความเงียบสงบสำหรับการพักผ่อน

ภายในรีสอร์ทตกแต่งเน้นธรรมชาติ โดยเราจะเห็นได้จากความเขียวชะอุ่มของต้นไม้นานาชนิด สระบัวที่มีอยู่ทั่วรีสอร์ท หากใครสักคนอยากจะพักกายพักใจ ไปกับความสะดวกสบายแต่ยังมีความสดชื่นของธรรมชาติอยู่รอบตัว เราว่าที่นี่ตอบโจทย์มากทีเดียว

Breakfast

Dalah

ห้องอาหารดาหลา เป็นห้องอาหารหลักของ เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า มีบริการ07:00 AM–10:00 PM คือเราสามารถมาทานอาหารที่ห้องอาหารดาหลาได้ตั้งแต่เช้ายันค่ำเลย

การตกแต่งของห้องอาหารดาหลา เน้นให้เราได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ โดยมีไฮไลท์คือสระบัว โดยจะมีที่นั่งที่ให้ความรู้สึกว่าเราอยู่ระดับเดียวกับสระบัว ตอนมาทานอาหารเช้าเราจะได้เห็นดอกบัวที่บานเต็มสระ สวยมากๆๆเลยค่ะ

อาหารเช้าที่นี่มีแบบพอดี ไม่ได้เยอะมากขนาดแบบมากๆๆ แต่ก็มีครบทุกความต้องการนะคะ ตั้งแต่ตะวันตก ไทย จีน เบเกอรี่ และที่สำคัญทุกอย่างเน้นคุณภาพสุดๆ

ทุกครั้งที่มาพักโรงแรม รีสอร์ท เราจะตั้งตารออาหารเช้า เพราะนอกจากจะอยากรู้ว่าอลังการแค่ไหน ก็อยากรู้ว่ารสชาติอร่อยมั้ย

สำหรับที่นี่อร่อยสมการรอคอย (อาหารเช้า) ของเรามากๆ แม้จะมีไม่ได้เยอะมาก แต่บนโต๊ะของเราก็เล่นเอาอิ่มไปถึงเที่ยงเลยล่ะค่ะ

อาหารเช้าจะให้บริการที่ห้องอาหารดาหลา ตั้งแต่ 7.00 – 11.00 AM แนะนำให้ตื่นเช้ามานั่งที่สระบัว พร้อมทานอาหารเช้าอร่อยๆ ในเช้าบรรยากาศดีๆ มันเป็นสิ่งที่เติมพลังชีวิตได้ดีมากเลยค่ะ

Floating Breakfast

การมาพักห้องแบบพูลวิลล่า หลายๆคนก็คงอยากจะทานอาหารเช้าแบบ Floating Breakfast ที่นี่ก็มีบริการนะคะ เช้านี้เราเลยสั่งอาหารเช้ามาทานที่ห้องหน่อยสักหน่อย

ชุดอาหารเช้าแบบ Floating Breakfast ทางรีสอร์ทจะจัดเซ็ทมาให้เราเลยค่ะ มีเมนูจานหลัก เบเกอรี่ ผลไม้ แยมรสชาติต่างๆ และน้ำผลไม้แบบครบเซ็ท

ความสุขแบบส่วนตัว

ทริปนี้เราเลือก เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า เป็นปลายทางแห่งความสุขแบบส่วนตัว โดยตั้งแต่ก้าวเข้ามาในรีสอร์ท เรารับรู้ได้ถึงธรรมชาติที่อยู่รายล้อมอยู่รอบตัว พร้อมที่จะให้เราได้ผ่อนคลายตลอดการเข้าพัก

ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ตัวห้องพักที่เป็นพูลวิลล่า เพราะพี่สตาฟที่นี่ทุกคนพร้อมให้บริการเราอย่างเต็มที่ ทำให้แขกแบบเราประทับใจตลอดการเข้าพักเลยค่ะ

วิลล่าที่เราพักไม่ว่ามุมไหน เวลาไหนสวยมากทีเดียวค่ะ ใครมาพักที่นี่แล้วรู้สึกว่าถ้าตัวเองอยู่แค่ภายในวิลล่า จะพลาดอะไรไปรึป่าว ต้องออกตัวเลยว่า ไม่พลาดแน่นอน เพราะทุกความสุขเขาบรรจุไว้ให้เราในวิลล่าครบหมดแล้วล่ะ

การพักพูลวิลล่า ความสุขของเราก็คือการได้เล่นน้ำทั้งวันนนนนน เพราะเราจะเล่นน้ำตอนไหน นานแค่ไหนก็ได้ อยากจะนั่งอยากนอนก็แล้วแต่ใจเราได้เลย

อาจจะดูเป็นความสุขแบบเด็กน้อย แต่เชื่อเถอะค่ะ ในสัปดาห์ที่เราเหนื่อยกับงาน วันหยุดเราก็ต้องการแค่นี้แหละ

ทสรุป

 เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า หนึ่งในโรงแรมที่เราชอบมากกกๆ สำหรับเราหากนึกถึงพูลวิลล่า รีสอร์ทแห่งนี้ต้องขึ้นมาเป็นตัวแรกๆเลยล่ะค่ะ เพราะด้วยที่นี่เป็นห้องแบบพูลวิลล่าทั้งหมด ด้วยโรงแรมเน้นความเป็นส่วนตัวของแขกทุกคน ทำให้ภายในรีสอร์ทมีบรรยากาศที่สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน

ส่วนตัวเราชอบ เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า มากกกก เพราะที่นี่คือพูลวิลล่าที่เราชอบมากที่สุด และเป็นหนึ่งในที่พักที่เราหลงรัก ที่นี่ตอบโจทย์การพักผ่อนแบบส่วนตัว ให้ความผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวเข้ามาในรีสอร์ท ห้องพักที่ออกแบบมาสวยงาม สระส่วนตัวที่ใหญ่พอให้เราได้ว่ายน้ำได้จริง อาหารเช้าอร่อยๆ พร้อมบริการต่างๆของที่นี่พร้อมพี่ๆสตาฟทุกคน ทำให้แขกผู้เข้าพักแบบเราได้รับความสุขในการพักผ่อนแบบเต็มๆ สำหรับที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่เราจะนึกถึงเมื่อเราต้องการความสุขและเติมพลังงานชีวิต

หากใครกำลังมองหาโรงแรมที่มีความเป็นส่วนตัวสูง มีวิลล่าที่สวยมากๆ มาพร้อมความสะดวกสบายต่างๆ เราแนะนำว่า เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณต้องไม่พลาด

Sheraton Hua Hin Pranburi Villas

Address : 9/22 Moo 5 Paknampran, Amphur Pranburi, Prachuap Khirikhan, Pran Buri  77220 Thailand

Tel :+66 32 708 000

Facebookhttps://www.facebook.com/sheratonhuahinpranburi/

Web :https://www.marriott.com/hotels/travel/hhqps-sheraton-hua-hin-pranburi-villas/

IG : @sheratonhuahinpranburi

sala khaoyai | ความสุขที่ปลายทาง

เมื่อความเครียดกำลังก่อตัว เราต้องหาทางหยุดมัน

และวิธีการหยุดความเครียดของเรานั้น มันก็คือการเดินทางออกตามหาปลายทางที่จะทำให้เราผ่อนคลาย และตอนนี้ปลายที่ดีที่สุดต้องไม่แออัด ต้องมีความเป็นส่วนตัว และปลอดภัยจากเชื้อโรค

ปลายทางนั้นของเราก็คือ sala khaoyai

sala khaoyai

ศาลาเขาใหญ่ โรงแรมระดับ 4 ดาว ในเครือศาลา ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่มีอยู่หลายแห่งทั่วไทย โรงแรมในเครือศาลา ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ปเป็นอีกหนึ่งในเครือโรงแรมที่เราแอบหลงรักมาโดยตลอด ทริปนี้ถือเป็นการเข้าพักโรงแรมในเครือศาลา ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ปครั้งแรกของเรา

แต่ความจริงแล้วเราเคยได้มาศาลา เขาใหญ่เมื่อครั้งนานมาแล้ว ตอนนั้นเราแค่แวะมาทานข้าว แต่ครั้งนี้เราจะได้มาพักและสัมผัสโรงแรมที่เราแอบหลงรักแบบจริงจังสักที

Location

ศาลา เขาใหญ่ ตั้งอยู่ริมถนนที่มุ่งหน้าไปยังวังน้ำเขียว ซึ่งถือว่าเป็นทำเลที่เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายมากทีเดียวค่ะ เพราะตัวโรงแรมตั้งอยู่บนเนินเขาใหญ่ที่ไกลจากตัวเมืองที่มีโรงแรมอื่นกระจุกอยู่ และด้วยทำเลของทางโรงแรมทำให้บรรยากาศที่นี่สวยมากทีเดียว เราจะได้เห็นทิวเขาสวยงามตลอดเวลา

Lobby

เมื่อเราจอดรถเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องทดสอบกำลังขากันนิดนึง เพราะตัวล็อบบี้ตั้งอยู่บนเนินเขา พี่ๆสตาฟของโรงแรมบอกเราว่า ถ้าไม่อยู่ตรงนี้ เราก็จะไม่ได้เห็นวิวสวยๆแบบนี้นะ นั่นนะสิ

ตัวล็อบบี้ใช้กระจกบานใหญ่ เพื่อให้เราได้เห็นวิวทิวเขาได้รอบด้าน เอาจริงแค่ล็อบบี้ก็ว้าวแล้วนะ

welcome drink คือน้ำอัญชัญมะนาว ในวันที่อากาศร้อนๆ ช่วยให้เราสดชื่นมากทีเดียว

ROOMS & SUITES

สิ่งที่เราชอบมากอีกอย่างสำหรับศาลา เขาใหญ่ ก็คือความเป็นส่วนตัวที่มีสูงมากๆ เพราะห้องพักของศาลาเขาใหญ่ จะมีเพียงแค่ 7 ห้องเท่านั้น โดยแบ่งเป็น

  • deluxe
  • deluxe balcony
  • sala pool villa
  • one bedroom pool villa suite

One Bedroom Pool Villa Suite

วิลลาขนาด 164 ตร.ม. ที่ภายในแทบจะพูดได้ว่านี่คืออาณาจักรของเราก็ว่าได้

ตัววิลล่าที่เราพักคือสวยมากกกกกกกกกกกกกก สวยแบบมากๆๆ

ตัวอาคารหลักที่เป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น แยกออกมาเป็นสัดส่วน ยังมีสนามหญ้าขนาดไม่เล็กพร้อมกับสระว่ายน้ำแบบส่วนตัวภายในวิลล่า ทั้งยังมีศาลานั่งเล่นเล็กๆให้เรานั่งมองบรรยากาศสวยๆของวิลล่าแห่งนี้ได้ทั้งวัน

ช่วงนี้เราไปตรงกับช่วงมรสุมฤดูร้อน ทำให้ภาพมัวๆไปบ้าง แต่ความสวยของโรงแรมก็ยังจัดเจนมากทีเดียวเลยค่ะ

มาดูภายในวิลล่ากันค่ะ ส่วนของห้องนอนมีเตียงขนาดคิงไซส์ แยกออกมาเป็นสัดส่วน และเตียงนอนกลางวัน 2 เตียง ที่เราสามารถชมวิวทิวทัศน์ของหุบเขาได้แม้ตอนอยู่ในวิลล่า

โซนห้องน้ำนั้นจะอยู่ต่อจากโซฟาเดย์เบด และยังแยกโซนเปียกและแห้งแบบชัดเจน

ถ้าเราเปิดม่านจนหมด แล้วยืนที่หน้ากระจกอ่างล้างหน้า เราก็จะมองเห็นวิวด้านหลังด้วย

ความดีงามยังไม่จบ เพราะภายในห้องยังมีอ่างให้เราได้นอนแช่ได้อีกด้วยนะ

ส่วนมินิบาร์ก็นั้นจะมีน้ำเปล่านะคะที่ฟรี และสามารถขอได้ตลอด ไม่จำกัดจำนวนด้วยนะคะ

ภายในห้องยังมีผลไม้อบแห้งไว้ให้ทานเล่นด้วยนะ

Rooftop

วิลล่าที่เราพักคือวิลล่าหมายเลข 5 เป็นวิลล่าที่มีวิวพระอาทิตย์ตกสวยที่สุด แต่น่าเสียดายคือวันที่เราไปไม่เห็นแม้แต่พระอาทิตย์ เลยได้ภาพเหงาๆหนาวๆมาฝากแทนนะคะ

แต่ก็สวยไปอีกแบบเนอะ

Room Service

วันที่เราเข้าพักเราได้เจอกับฝนตั้งแต่ตอนเช็คอิน เย็นวันนี้เลยเราสั่งอาหารแบบรูมเซอร์วิช มาทานที่ห้อง จริงๆแล้วถ้าหากฝนไม่ตก เราสามารถไปนั่งทานอาหารบนรูทท็อปของวิลล่าพร้อมชมวิวสวยๆของแนวทิวเขาของเขาใหญ่ได้

แต่เมื่อวันนี้ฝนตก เราเลยสั่งรูทเชอร์วิช มานั่งทานริมสระส่วนตัวของเราแทน เอาจริงบรรยากาศก็โรแมนติกดีเหมือนกันนะ

ปล. จริงๆถ้าเราจะทานริมสระ หรือที่สนามหญ้า ทางโรงแรมไม่ได้มีโต๊ะสนามนะคะ แต่สำหรับเรานั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะภายในวิลล่า ทางโรงแรมเตรียมเสื่อไว้ด้วย แค่นี้ก็ฟินแล้ววว

เมนูอาหารที่เราทาน

  • ผัดหมี่โคราช : ใครมาศาลาเขาใหญ่ คือต้องสั่งเลยนะ อร่อยมากกกก
  • ต้มข่าไก่ : รสชาติเข้มข้น ดีงามม
  • สลัดแซลม่อน : แซลม่อนย่างหอมๆ ผักสดกรอบๆ ทานด้วยน้ำสลัดที่ให้รสชาติแบบน้ำยำ อร่อยมากกกก
  • ไก่ย่าง+ข้าวเหนียว : อันนี้อร่อยยยมากกกก

บรรยากาศภายในวิลล่า

morning

บรรยากาศตอนกลางวันภายในวิลล่า คือสวยมาก เพราะแสงแดดส่องเข้ามาภายในวิลล่าสะท้อนกับสระส่วนตัวสีฟ้าสดใส มันช่วยให้เราสัมผัสกับว่าความสุขของการได้เข้าพักในวิลล่าแห่งนี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ใครชอบการได้นอนเล่นริมสระ นั่งพักที่ศาลา หรือแช่น้ำทั้งวัน เราแน่ใจว่าคุณต้องหลงรักที่นี่แน่นอน

evening

ตัววิลล่าอยู่จะทำให้เราเห็นพระอาทิตย์ตกได้ชัด เลยทำให้แสงตอนเย็นที่ส่องเข้ามาภายในบริเวณวิลล่าแต่ละหลังสวยงามและโรแมนติกไปพร้อมกัน

ไม่ว่าเราจะอยู่มุมไหน วิลล่าแห่งนี้ก็สวยงามตลอดเวลา

เราชอบบรรยากาศภายในวิลล่าที่เราพักมากกก

ภาพที่เราได้เห็นมันสวยมากจริงๆ ตัววิลล่าสีขาว สระว่ายน้ำสีฟ้าสดใส สนามหญ้าสีเขียวอ่อน น่าเสียดายแค่ช่วงที่เราไป แม้ไม่ได้เห็นฟ้าสีฟ้านั้นเอง แต่ยังไง เราก็หลงยังรัก ศาลาเขาใหญ่เข้าเต็มๆเลยค่ะ

Breakfast 

เรายังคงคอนเซ็ปเดิมเสมอ พักที่ไหน เราก็จะตื่นเช้าเอาไว้ก่อน เพราะอยากมาทานอาหารเช้า (วิถีคนตื่นแล้วหิวเลย 555)

ห้องอาหารเช้าของโรงแรมศาลา เขาใหญ่ อยู่บริเวณเดียวกับ Lobby แต่ก็จะแยกส่วนกันค่อนข้างชัดเจน

อาหารเช้าเริ่มตั้งแต่ 7.00-10.30 น. แน่นอนค่ะว่าเรามาตั้งแต่ 7 โมง ไอหิวก็ส่วนหนึ่ง แต่อยากจะบอกว่าใครมาพักที่นี่ ให้ตื่นเช้าๆๆๆแล้วมาทานอาหารตั้งแต่ 7 โมงเลย เพราะวิวตอนเช้านั้นสวยมากกกก

เราจะได้ทานอาหารเช้าไปชมวิวทิวเขาไป มันคือเช้าดีๆที่เราควรจะมีให้ได้เลยนะ

ถึงแม้ว่าศาลา เขาใหญ่จะมีห้องพักเพียง 7 ห้อง แต่อาหารเช้า ก็เป็นแบบบุฟเฟ่ต์นะคะ มีครบทุกประเภทเลยนะ ขนมจีบ ซาลาเปาก็มี เมนูแบบไทยๆก็มี ส่วนเมนูไข่มีให้เราเลือกเยอะมากทีเดียวค่ะ สามารถสั่งได้ไม่อั้น

นอกจากน้ำผลไม้แล้ว ยังมี Sparkling Wine ด้วยนะ

เราเลือกสั่งข้าวไข่เจียวปูนิ่ม ออมเล็ต ไข่เบเนดิกท์ และแพนเค้ก

ส่วนรสชาติอาหารนั้นไม่ต้องอธิบายเยอะ เพราะศาลาเขาใหญ่ เขาขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อยอยู่แล้ว

Main pool

ที่ศาลาเขาใหญ่มีสระส่วนกลางที่ใหญ่มากกกกกกก กว้างมากกกกกกก และวิวสวยมากกกก

ตัวสระเป็นแบบ infinity pool เราแนะนำว่าใครที่ไม่ได้พักแบบวิวล่า ให้มาดูวิวพระอาทิตย์ตกที่สระส่วนกลางแห่งนี้ เพราะวิวต้องสวยแบบหยุดหายใจแน่นอน

หรือใครจะมาถ่ายรูปเล่นตอนเช้าแบบเราก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบนะคะ

ทสรุป

ศาลา เขาใหญ่   หนึ่งในโรงแรมที่เราหลงรักมาตลอด สำหรับเราที่นี่คือหนึ่งในโรงแรมที่เหมาะกับการหนีความวุ่นวาย ความแออัด แล้วหลบมาพักผ่อน ให้ความสงบ ความเป็นส่วนตัว และความดีงามของที่พักก็กลายเป็นความสุขที่ปลายทางของใครสักคน ด้วยห้องพักที่มีเพียง 7 ห้อง ตัววิลล่าที่ออกแบบมาให้ลงตัว ทำให้ผู้เข้าพักแบบเราได้รับความสุขได้เต็มๆตลอดทั้งวันที่ใช้ชีวิตอยู่ภายในโรงแรมแห่งนี้

ส่วนตัวเราชอบโรงแรมในเครือศาลา ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ทุกแห่ง เมื่อได้ลองมาสัมผัส ยิ่งทำให้เรารู้ว่า ที่นี่ เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่เหมาะแก่การมาพักผ่อน เราสามารถใช้ชีวิตทั้งวันในโรงแรมและวิลล่าของเราเอง โดยที่ไม่จำเป็นต้องออกไปไหนเลย ตื่นเช้ามาทานอาหารเช้าอร่อยๆ ตกสายก็ว่ายน้ำในสระส่วนตัวภายในวิลล่า ตอนบ่ายก็มานอนเอกขเนกอยู่ในบริเวณส่วนพักผ่อน ตกเย็นสั่งอาหารมาทานที่วิลล่า พร้อมชมวิวทิวเขาอันกว้างใหญ่ของเขาใหญ่ เท่านี้เราว่า ตัวเราเองก็น่าจะได้สัมผัสความสุขที่ปลายทางแล้วว่ามันเป็นอย่างไร

หากใครกำลังมองหาโรงแรมที่มีความเป็นส่วนตัวสูง มีวิลล่าที่สวยมากๆ มาพร้อมความสะดวกสบายต่างๆ และยังมีวิวทิวเขาให้เราได้ชื่นชม เราแนะนำว่า sala khaoyai เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณต้องไม่พลาด

sala khaoyai

Address : 99 Moo 11, Wangkata, Pakchong Nakorn Ratchasima 30130 Thailand

Tel :+66 (0)89 846 0500

Facebook: https://www.facebook.com/salakhaoyai/

Web : www.salahospitality.com/khaoyai/

IG : @salakhaoyai

Chula Beach Khanom | หนีเที่ยวลงใต้ สูดอากาศบริสุทธิ์ที่ขนอม

“ขนอม” จุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้

“ขนอม” มีทะเลสวยแต่สงบสงบ แต่ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางนอกกระแสสำหรับใครหลายคน

Chula Beach Khanom

โรงแรมจุฬา บีช ขนอม โรงแรมดีไซน์เกร๋ที่ตั้งอยู่ริมทะเลหาดหน้าด่าน ขนอม โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมขนาดเล็กที่มีห้องพักเพียง 6 ห้องเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงความเป็นส่วนตัวว่า จะส่วนตัวมากขนาดไหน และทุกห้องยัง sea view ทั้งหมด

Location

โรงแรมจุฬา บีช ขนอม ตั้งอยู่ริมหาดหน้าด่าน ซึ่งเป็นทำเลหลักของที่พักในขนอมเลยก็ว่าได้ และแน่นอนค่ะ ว่าเมื่ออยู่ติดหาด ทำเลของโรงแรมเลยถือว่าดีมาก บวกกับการออกแบบตัวอาคารให้หันไปยังทะเล ทำให้คนที่มาพักได้เห็นทะเลทุกช่วงเวลา

Lobby & Welcome drink

เมื่อเข้ามายังโรงแรม ล็อบบี้ของโรงแรมแห่งนี้คือบริเวณบาร์ หรือร้านอาหารนั้นเอง พี่ๆสตาฟจัดการเช็คอินให้เราไม่นาน ระหว่างรอก็มี welcome drink เย็นๆ แกล้มด้วยวิวทะเลขนอมสวยๆ

แค่นี้ก็ทำให้เรากรี๊ดไปหลายรอบแล้ว

SYNE (our bar & casual dining)

วันที่เราเดินทางไปพัก เราไปถึงโรงแรมตอนบ่าย 3 คือหิวมากกกก ก่อนจะไปทำอย่างอื่นเราต้องขอทานข้าวก่อนค่ะ ที่โรงแรมมีร้านอาหารที่เป็นทั้งบาร์ คาเฟ่ และให้บริการอาหารแบบ all day

ห้องอาหาร SYNE (ทราย) สวยมากทีเดียวค่ะ ทางโรงแรมตกแต่งด้วยชุดโต๊ะเก้าอี้ ไม้ และหวายสีน้ำตาล หมอนอิงสีส้ม ช่วยเสริมให้เด่นขึ้น และวางโต๊ะ เก้าอี้ไว้บนพื้นทราย หากเราถอยออกมาเพื่อมองให้ชัด เราจะเห็นว่าห้องอาหารแห่งนี้มีทะเลสีฟ้าๆเป็นพื้นหลัง มันคือภาพที่ชวนให้เรายกกล้องขึ้นถ่ายรูปแบบไม่ยั้งเลยทีเดียว

มื้อแรกของวันและมื้อแรกของเราที่ SYNE

  • ข้าวคลุกกะปิ
  • ปลาหมึกทอดกระเทียม
  • ไข่เจียวคั่วกลิ้ง

รสชาติอาหารถือว่าอร่อยมากทีเดียวค่ะ แต่ละเมนูจานใหญ่มากด้วย ใครมาพักที่ จุฬา บีช ขนอม เราว่าไม่ต้องออกไปไหนเลยก็ได้นะคะ อยู่ในโรงแรมก็มีครบทุกอย่างแล้ว

our bar

SYNE ไม่ได้เป็นแค่คาเฟ่ หรือ ร้านอาหารเท่านั้น ที่นี่ยังเป็นบาร์ที่มีเครื่องดื่มให้เราเลือกเยอะมากพอ สำหรับใครสักคนที่ต้องการเครื่องดื่มดีๆกับวิวสวยๆ

เราขอให้บาร์เทนเดอร์ช่วยเลือกเมนูค็อกเทลให้เราสองแก้ว เรามักจะทำแบบนี้เสมอเมื่อมีเมนูเยอะๆแล้วตัดสินใจไม่ได้

และสิ่งที่เราได้ก็ไม่ผิดหวังค็อกเทลดีๆสองแก้ว รสชาติดีมากทีเดียว และมันดีมากกว่าเดิมเมื่อเราได้จิบมันไปมองวิวทะเลไป

ใครที่มาพักที่จุฬา บีช ขนอม เราแนะนำว่าช่วงเย็นของวันไม่ควรออกไปไหน เพราะเราควรสั่งค็อกเทล มานั่งจิบแกล้มวิวทะเลสวยๆนะ

ไม่งั้นคือพลาดมากกกกกกกกกกกกกกกกก

Room

จุฬา บีช ขนอม มีห้องพักทั้งหมด 6 ห้องทุกห้องมองเห็นวิวทะเล โดยห้องจะแบ่งเป็น 3 types

  • KING BED WITH BALCONY & BATHTUB : ห้อง type นี้จะเป็นห้องที่อยู่ชั้นบนทั้งหมด
  • TWIN BEDS WITH BEACH ACCESS
  • KING BED WITH BEACH ACCESS

KING BED WITH BALCONY & BATHTUB

ห้องที่เราพักอยู่ชั้น 2 ของอาคาร โดยจุดเด่นของห้องพักคือตัวระเบียงกว้างที่เราสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ชัดเจน และภายในห้องยังมี bathtub ให้เราได้นอนแช่ให้สบายอารมณ์อีกด้วย

ภายในห้องกว้างมากกกก มีเตียงขนาดคิงไซส์อยู่กลางห้อง ปลายเตียงมีโซฟา พร้อมด้วยทีวี และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

ความน่ารักของที่นี่คือมินิบาร์จะมี ขนม น้ำอัดลม นม คือฟรีนะคะ ส่วนที่ชาร์จจะเป็นแอลกอฮอร์

ห้องน้ำนี่กว้างเท่ากับห้องนอนเลยนะ โดยได้แบ่งโซนเปียกและแห้งอย่างชัดเจนเลยค่ะ

อีกส่วนในห้องพักที่เราชอบมาก คือส่วนเชื่อมระหว่างห้องนอนและห้องน้ำ จะมีช่องเล็กๆที่ให้แสงเข้ามา

ใครชอบมองทะเลแบบเรา แนะนำให้พักห้องชั้นบน เพราะด้วยระเบียงที่กว้างให้เราออกมายืนเล่น นั่งเล่น หรือแม้แต่นอนเล่น ก็ชิลลลลลลลลลลลลลลล

Beach

โรงแรมจุฬา บีช ขนอม ตั้งอยู่หาดหน้าด่าน คือหาดที่อยู่ตอนกลางของอ่าวขนอม หาดหน้าด่าน ชายหาดเป็นแนวยาว เหมาะแก่การเล่นน้ำทะเล หรือแค่เดินปล่อยใจไปกับทะเล

ใครอยากได้รูปที่มีสีน้ำทะเลสีฟ้าชัดๆๆ เราแนะนำว่าให้ลงมาเดินเล่น ถ่ายรูปตอนตั้งแต่บ่ายเป็นต้นไป

เราก็ยังยืนยันว่า เวลาที่มาพักโรงแรมที่มีวิวสวยๆ อย่าปล่อยให้เตียงดูดวิญญาณเราจนพลาดบรรยากาศสวยๆตอนเช้าไปได้นะคะ

หากใครพักที่โรงแรม จุฬา บีช ขนอม แนะนำว่าให้ตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยนะ และก็ควรจะลงมาเดินเหยียบทราย เล่นน้ำทะเลกันตอนเช้าด้วยนะ

แล้วคุณจะหลงรักทะเลมากกว่าที่เป็นอยู่

Breakfast 

อาหารเช้าที่โรงแรม จุฬา บีช ขนอม จะมีให้เราเลือกระหว่างอาหารที่เป็น Local food หรือ American breakfast ซึ่งโรงแรมจะให้เราเลือกตั้งแต่ตอนที่เช็คอินเลยค่ะ

เราเลือกทั้งสองแบบไปเลยค่ะ เพราะมากัน 2 คนจะเอามาแลกเปลี่ยนกัน

สำหรับอาหารเช้าแบบ Local food จะเป็นกับข้าวที่มาพร้อมกับข้าวสวย เราสามารถสั่งกาแฟได้คนละหนึ่งแก้ว ยังไม่พอเพราะจะมีน้ำสับปะรดอร่อยๆมาด้วยนะ และยังไม่หมดค่ะ เพราะอย่างสุดท้ายคือขนมหวานแสนอร่อยยยยย

American breakfast ตามมาตรฐานเลยค่ะ และเราสามารถสั่งกาแฟได้ ยังมาพร้อมน้ำสับปะรดอีกด้วย และทบท้ายด้วยขนมหวานเหมือนเดิม

ความน่ารักคือยังมีผลไม้มาให้เราอีกหนึ่งชุด

Morning

เตียงนอนตอนเช้ามันเป็นอะไรที่โคตรสบายเลย

แล้วยิ่งเตียงนอนที่อยู่ในห้องที่เราได้ยินเสียงคลื่นกล่อมทั้งคืน ไม่ต้องบอกว่ามันโคตรจะสบายขนาดไหน

ใครอยากเห็นพระอาทิตย์ตั้งแต่ตื่นนอนแบบเรา ก็แนะนำว่าให้พักที่โรงแรมจุฬา บีช ขนอม เพราะว่าวิวทะเลตอนเช้ามาเสิร์ฟเราตั้งแต่อยู่บนเตียงเลยนะ

ตื่นเช้าแล้ว ก็แนะนำว่าให้ลงจากห้องค่ะ เพราะบรรยากาศภายในโรงแรมจุฬา บีช ขนอม คือสวยมาก เพราะทางโรงแรมออกแบบอาคารเพื่อให้สอดคล้องกับแสงและเงา มันยิ่งทำให้อาคารแห่งนี้สวยขึ้นไปอีก

เราชอบการมานั่งรับแสงแดดริมทะเลตอนเช้า มันทำให้เช้าวันนั้นเรามีพลังอย่างบอกไม่ถูก ใครที่เป็นมนุษย์ออฟฟิศ หรือเหนื่อยล้ากับสิ่งต่างๆรอบตัว เราอยากแนะนำว่า หาเวลาให้ตัวเองสักคืน เก็บกระเป๋ามาสูดอากาศดีๆ ให้รางวัลตัวเองกันบ้างนะคะ

หลังจากทำตัวเป็นเด็กจนสมใจอยากแล้ว ก็กลับขึ้นมาแช่แอร์เย็นๆในห้องอีกหน่อย ก่อนกลับอย่าลืมนอนแช่ตัวในอ่างสักหน่อย เท่านี้วันหยุดของเราก็สมบรูณ์แบบแล้วละค่ะ

บทสรุป

Chula Beach Khanomสำหรับเราคือมันดีมากกกก ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาที่พักติดทะเล ที่มอบความสงบให้เราได้ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนหาดหน้าด่าน และด้วยการออกแบบตัวอาคาร จำนวนห้องพักที่ทำให้ผู้เข้าพักทุกคนมีความเป็นส่วนตัวมากๆๆ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ที่นี่มีความพิเศษ

เมื่อ 12 ปีก่อนเราเคยมาขนอม ตอนนั้นเราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าขนอมในสายตาเราสวยรึป่าว แต่วันนี้เรากลับมาอีกครั้ง ขนอมสวยกว่าที่เราคิดไว้เยอะมาก ทะเลสีฟ้าที่มีคลื่นกระทบฝั่งอยู่ทั้งวัน ความสงบที่เราหายากกว่าทะเลอื่นๆที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว มันทำให้เรารู้สึกได้ว่า ขนอมทำให้เราหลงรักเข้าเต็มๆ

ใครกำลังมองหาทะเลสวยและสงบ เราแนะนำว่าขนอมเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆเลยค่ะ ส่วนใครอยากพักที่พักที่ได้ใกล้ชิดบรรยากาศทะเลแบบเรา เราว่า Chula Beach Khanom เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆๆเลยค่ะ

Chula Beach Khanom

Contact

FBhttps://www.facebook.com/chulabeach/

Web https://www.chulabeachkhanom.com/

IG : @chulabeach

Line : @chulabeach

โทรสอบถามเพิ่มเติม : 0895101592 , 0827604480

EVASON HuaHin | ปลายทางสุดฟินที่ปราณบุรี

ทริปนี้เรายังคงมองหาที่พักที่ให้บรรยากาศคล้ายกับต่างประเทศ ขอเอาวันหยุดไปพักผ่อนให้หายเหนื่อยล้า และห่างไกล Office Syndrome กันสักนิด

โดยทริปนี้เราขับรถมายังปราณบุรี โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ Evason Hua Hin โรงแรมสวยที่ให้อารมณ์เหมือนเราอยู่บาหลี

Evason Hua Hin

เอวาซอน หัวหิน โรงแรมระดับ 5 ดาว ซึ่งอยู่ในเครือโรงแรมระดับโลกอย่าง six senses ทำให้โรงแรมเอวาซอน หัวหิน เเน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ที่นี่จึงแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ ให้บรรยากาศที่เย็นสบาย พร้อมผ่อนคลายไปกับสปามาตรฐานจาก six senses และตื่นเช้ามาทานอาหารเช้าแบบออแกนิคสุดอร่อย

สิ่งแรกที่ เอวาซอน หัวหิน ทำให้เราตกหลุมรัก ก็คือ ภายในโรงแรมเงียบสงบ เหมาะแก่การมาพักผ่อน และภายในโรงแรมยังเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่อีกด้วย ร่มรื่นมากกกกก

Location

เอวาซอน หัวหิน ตั้งอยู่ริมถนนเลียบทะเลปากแม่น้ำปราณบุรี เป็นทำเลถือว่าเงียบสงบสำหรับคนที่ต้องการมาพักผ่อน ด้วยพื้นที่ภายในโรงแรมนั้นคือว่ากว้างมาก มีส่วนต่างๆให้เราได้พักผ่อนย่อนใจได้ตลอดทั้งวัน

Lobby

เมื่อขับรถเข้าไปถึง เราจะต้องเอารถไปเข้าจอดที่จอดรถของรีสอร์ท แล้วจะมีรถกอล์ฟมารับเรามาส่งยัง ล็อบบี้ ซึ่งตั้งแต่รถกอล์ฟพาเรามาจากลานจอดรถ เราก็เหมือนได้ค่อยๆหลุดมาอีกสถานที่หนึ่ง ที่ซึ่งเหมาะกับการพาตัวเองมาพักผ่อน

เอวานซอน หัวหิน เน้นความ Eco-Friendly ทำให้เราเหมือนได้อยู่กับธรรมชาติตั้งแต่ตัวล็อบบี้ของโรงแรมเลยค่ะ

welcome drink เป็นน้ำกระเจี๊ยบเย็นๆ สดชื่นมากกกกกกกกกกกกกก

Swimming Pool

สระว่ายน้ำส่วนกลางที่ เอวาซอน หัวหิน ถือว่าเป็นสระส่วนกลางในโรงแรมที่มีขนาดใหญ่มากๆๆ อีกแห่งหนึ่งเลย มีทั้งโซนน้ำลึกและน้ำตื้น และที่สำคัญยังเป็นสระน้ำเกลือ

เราแนะนำให้มาตอนเช้าตรู่ และตอนเย็นเกือบค่ำ บรรยากาศดีมากทีเดียวค่ะ

รอบสระส่วนกลาง รายล้อมไปด้วยต้นมะพร้าวสูง ให้อารมณ์เหมือนอยู่บาหลีก็ไม่ผิด บรรยากาศตอนเช้าที่เอวาซอน หัวหิน สวยมากๆๆเลยค่ะ

ซึ่งจากสระส่วนกลาง ถ้าเรานั่งบนเก้าอี้ชายหาด เราจะสามารถมองเห็นหาดปากน้ำปราณบุรี ที่อยู่ใกล้เพียงถนนคั่นกลางเท่านั้นเองค่ะ

ใครที่มาพักเอวาซอน หัวหิน แล้วไม่ได้จองห้องพักแบบ pool villa เอาไว้ก็ไม่ต้องเสียใจนะคะ ว่าจะไม่มีรูปใส่ชุดว่ายน้ำสวยๆไปอวดชาวโซเชียลกัน เพราะเราแนะนำว่าให้ตื่นเช้าหน่อย มาถ่ายรูป หรือเล่นน้ำกันที่สระส่วนกลางแบบเรา รับรองรูปสวยไม่เป็นรองใครแน่นอน

Six Senses Spa

มาพักที่เอวาซอน หัวหิน เราแนะนำว่าต้องทำสปาค่ะ เพราะถ้ามาแล้วไม่ได้ทำสปา คือพลาดดดมากกก เพราะสปาที่เอวาซอน คือมาตรฐานจาก Six Senses เพราะสปาถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของ เอวาซอน หัวหินเลยนะคะ ใครๆมาพักที่นี่ ถ้าไม่ได้มาทำสปา ก็ต้องแวะมาถ่ายรูปกับตัวอาคารสปา ที่ให้อารมณ์เหมือนบาหลีมากกกก

ทริปนี้เราเลือกแพ็คเกจสปาเพื่อการผ่อนคลาย ซึ่งเมื่อมาถึงทางสปาจะให้เราทำแบบสอบถามก่อนด้วยนะ ว่าเรามีความเครียดอยู่ระดับไหน ต้องการความผ่อนคลายส่วนใดเป็นพิเศษมั้ย เพราะว่าพนักงานนวดเราจะได้นวดให้เราตามความต้องการ

ใครมาเป็นคู่ทางสปาก็มีห้องคู่ให้เราสามารถนวดสองคนได้พร้อมกันเลย และเราแนะนำว่าควรจองมาล่วงหน้านะคะ เพราะคิวสปาค่อนข้างแน่นทีเดียวค่ะ

60 นาทีผ่านไปเร็วมากกก อยากจะนวดต่อออออ เพราะมันผ่อนคลายมากกกกกกกกกกก การทำสปาช่วยให้ความเครียดต่างๆที่เรามีอยู่ ผ่อนคลายไปมากทีเดียวค่ะ และนวดเสร็จเรียบร้อยก็จะมีน้ำขิงอุ่นๆมาเสิร์ฟให้อีกด้วย

เราว่ามนุษย์ออฟฟิศต้องการความผ่อนคลาย ต้องมา เอวาซอน หัวหิน แล้วละค่ะ

Evason Sea View Studio

เอวาซอน หัวหิน มีห้องพักมากถึง 185 ห้องเลยทีเดียว มีห้องประเภทต่างๆให้เราเลือกพักได้ทุกความต้องการของเราเลย

เราพักห้อง Evason Sea View Studio เปิดประตูเข้ามาในห้องความรู้สึกแรก คือห้องสวยมากกก เตียงคิงไซต์ขนาดใหญ่ แค่เห็นก็รู้แล้วว่าดูดวิญญาณแน่นอน 5555 เพิ่มความชวนฝันด้วยมุ้งสีขาว และด้วยการตกแต่งสไตล์ลอฟ ทำให้ภายในให้บรรยากาศที่อบอุ่น มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบครัน

โดยจุดเด่นของห้องนี้มีอยู่ 3 จุดเด่น คือ

  • ระเบียงกว้างมากก ยังมีโซฟาเบดขนาดใหญ่ให้เรานอนเล่นอีกด้วย เราสามารถเห็นวิวทะเลได้จากระเบียง
  • มีอ่างให้เราแช่ ความเก๋คือถ้ามาแบบคู่รัก หรือเพื่อนสนิท (แบบเรา) เราสามารถเปิดหน้าต่างให้อีกคนนอนแช่อ้าง อีกนคนนั่งคุยที่โซฟาที่อยู่ระหว่างห้องน้ำได้
  • สามารถเปิดหน้าต่างห้องน้ำ แล้วเราสามารถอาบน้ำไปมองวิวทะเลไปก็ได้นะ

ความน่ารักของที่นี่ คือมีเกลือขัดตัวให้ด้วยนะ

ส่วนของห้องน้ำมีการแบ่งสัดส่วนระหว่างโซนเปียก และโซนแห้ง แบบชัดเจน และกว้างมากทีเดียวค่ะ

ด้วยเป็นห้องที่เราสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ ทำให้ระเบียงเป็นอีกหนึ่งมุมที่เราชอบมาก

ใครที่อยากทานอะไรก็สามารถสั่งจากรูมเซอร์วิสมาทานที่ห้องได้นะคะ หากเมนูไหนที่อยากทานแต่ไม่มีก็สามารถโทรไปสอบถามได้ค่ะ

ส่วนเรานั้นขอสั่งสมูทตี้ผักผลไม้มาทานในวันสบายๆแบบนี้

Breakfast 

“ที่สุดของอาหารเช้า ต้องยกให้ เอวาซอน หัวหิน”

มาพักที่ไหน เราก็จะตื่นเช้าเอาไว้ก่อน เพราะอยากรู้ว่าอาหารของแต่ละโรงแรมอลังการแค่ ไหน (จริงๆคือหิวแหละ 555)

เอวาซอน หัวหิน จุดเด่นอีกอย่างของโรงแรมที่ทำให้แขกเข้าพักแล้วต้องกลับมาพักซ้ำ ก็เพราะอาหารเช้าที่มีให้เลือกเยอะมากกกก อลังการมากกกก และอร่อยมากด้วยนะ

ที่นี่มีอาหารเช้าที่เหมาะกับคนที่ลดความอ้วน หรือวรักสุขภาพ เพราะไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ทุกอย่างคืออแกนิคเลยนะ มีอาหารสำหรับคนที่ทานมังสวิรัสด้วยค่ะ ไม่พอค่ะ เพราะคนไทยเรามักจะมองหาอาหารไทยไว้ก่อน ที่นี่รู้ใจเรา เพราะมีตั้งแต่โจ๊ก ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ก๋วยเตี๋ยวก็มี

ความอลังการขออาหารเช้าที่เอวาซอน อธิบายยังไงก้น่าจะไม่หมด เอาเป็นว่าให้รูปอาหารเช้าของเราเป็นตัวยืนยันแล้วกันเนอะ

นอกจากอาหารจะอร่อยมากกกกกกกแล้ว โซนที่นั่งก็แอบอิงไปกับธรรมชาติ ให้เราได้ผ่อนคลายทุกช่วงเวลาจริงๆค่ะ

Experiences

เอวาซอน หัวหิน มีกิจกรรมให้เราได้ทำเยอะมากกกกกกกก ตั้งแต่ยิงธนู ตีเทนนิส ปั่นจักรยาน และอีกเยอะมากกกกกกกกกกกก คือมาพักที่นี่แทบไม่ต้องออกไปไหนเลยค่ะ แต่เสียดายเราไปพักกันแค่ 1 คืน เลยยังไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรเลยอ่ะ ได้แต่ถ่ายรูปราคากิจกรรมมาฝากเท่านั้น

ใครมาพักที่ เอวาซอน หัวหิน แนะนำว่าควรพักอย่างน้อย 2 คืน

บทสรุป

เอวาซอน หัวหิน สำหรับเราที่นี่คืออีกหนึ่งโรงแรมที่ควรค่าแก่การมาพักผ่อนมากๆๆ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ปราณบุรี ทำให้ที่นี่เงียบสงบ เหมาะสำหรับใครที่หลีกหนีความวุ่นวาย ตัวโรงแรมตั้งอยู่ใกล้ทะเลปราณบุรีแค่ถนนคั่นเท่านั้นเอง ทำให้เราสามารถมองเห็นทะเลได้จากโรงแรม บรรยากาศภายในโรงแรมที่เต็มไปด้วยต้นไม้ มันทำให้เราผ่อนคลาย และอีกนัยหนึ่งบรรยากาศที่นี่ก็คล้ายบาหลีมากทีเดียวค่ะ

ส่วนตัวเราชอบการเข้าพักที่นี่นะ เราสามารถพักผ่อนในห้องได้แบบเต็มที่ ตื่นเช้ามาว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำส่วนกลางที่กว้างมากก บรรยากาศตอนเช้าก็สวยมาก ยิ่งถ่ายรูปออกมาได้สวยสุดๆไปเลย จากนั้นก็ไปทานอาหารเช้าที่อลังการมากๆๆและรสชาติอร่อยสุดๆๆไปเลย ตกบ่ายก็ไปนวดสปาให้เราได้ผ่อนคลายกันสักหน่อย เท่านี้ก็น่าจะพอรู้แล้วว่าความสุขที่เรามอบให้ตัวเราเองได้มันเป็นยังไง

หากใครสักคนกำลังมองหาโรงแรมที่ให้เราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ อยู่ไม่ไกลแค่ขับรถมาปราณบุรี เราว่า Evason Hua Hin คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณควรมาลองสัมผัสให้ได้สักครั้งนะคะ

EVASON Hua Hin

Address : 9 หมู่ 5 ปากน้ำปราณ , ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77220

Tel : 032632111

Facebook   https://www.facebook.com/huahinevason/

Web : https://www.sixsenses.com/en/evason-resorts/evason-hua-hin

IG : @evason_hua_hin

Avis Thailand | เช่ารถขับ(หนี)เที่ยวได้ทั่วไทย

การขับรถเที่ยว มันสนุกตรงที่เราจะได้แวะระหว่างทาง ไม่ใช่แค่การเดินทางเพื่อไปให้ถึงปลายทางเพียงอย่างเดียว

ทริปนี้เราออกเดินทางจากกรุงเทพ ปลายทางอยู่ที่หัวหิน – ปราณบุรี โดยการเดินทางครั้งนี้เราใช้บริการของ Avis Thailand

ครั้งนี้เราเลือกรับและคืนรถที่ สนามบินดอนเมือง ซึ่งจริงๆแล้ว Avis Thailand เราจะเช่ารถขับเอง เช่ารถพร้อมคนขับ หรือลิมูซีนพร้อมคนขับ แถมมีรถคอยให้บริการอยู่ทั่ว 77 จังหวัด มีสาขามากถึง 29 สาขาเลยนะ

วิธีการจองรถ
1.เข้าเว็บ http://www.avisthailand.com/TH/index.php หรือเข้าไปให้แอดมินเพจ  https://www.facebook.com/avisthai/ จัดการให้ก็ได้นะคะ

2.กรอกรายละเอียดเกี่ยยวกับสาขาที่เราจะรับรถ วันเวลาที่รับ และคืนรถให้ครบถ้วน

ทาง Avis Thailand มีสาขามากถึง 29 สาขาให้เราเลือกใช้บริการนะคะ

3.เมื่อเรากรอกรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว ระบบจะค้นหารถที่มีว่างในช่วงที่เราจะเดินทางมาให้ โดยจะมีรถหลากหลายประเภทเลยค่ะ

ประเภทรถ

  • Group O :Toyota Yaris 1.2 , Suzuki Swift 1.2 , Suzuki Ciaz 1.2
  • Group B/K :Toyota Vios 1.5 , Honda Jazz 1.5
  • Group C : Toyota Altis 1.6
  • Group D : Toyota Altis 1.8 , Honda Civic 1.8
  • Group E/F/P/M : Toyota Camry 2.0 , Honda CR-V 2.0 , Toyota Fortuner 3.0 , Toyota Innova 2.0

4.เมื่อเราเลือกรถที่เราต้องการได้แล้ว ระบบจะมีรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับข้อมูลการจองของเรามาให้

5. กรอกรายระเอียดต่างๆของเราให้ให้ครบถ้วน

6. จากนั้นระบบจะสรุปการจองของเราอีกครั้ง ถ้าครบถ้วนก็กดจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตได้เลยค่ะ

การรับรถ

เมื่อถึงวันที่เราจองรถไว้ ก็ให้เรามารับรถที่สาขาที่เราได้กรอกเอาไว้ในตอนแรกเลยค่ะ

โดยพนักงานจะขอเอกสารของเราทั้งหมด 3 อย่าง คือ 1. บัตรประชาชน 2.ใบขับขี่ 3.บัตรเครดิตที่ใช้สำหรับมัดจำ (วงเงิน 8000 บาท จะคืนกลับให้ภายใน 15 วัน หลังคืนรถ)

เมื่อกรอกเอกสารเรียบร้อยแล้ว พี่พนักงานก็จะขอเช็ครถสักครู่ก่อนส่งมอบรถให้เรา

ทริปนี้เราเลือกรถ Group O :Suzuki Ciaz 1.2 เพราะทริปนี้เราเดินทางกันแบบชิลๆ 2 คน ไม่เน้นรีบ เน้นชิลๆ ประหยัดน้ำมัน

ส่วนสภาพรถไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะทาง Avis Thailand เขาทำความสะอาดไว้ให้เราอย่างดี เราก็จะได้รถสะอาดเอี่ยมขับรถไปลั้นล้ากันนนน

คืนรถ

วิธีการคืนรถก็ไม่มีอะไรยากเลยค่ะ แค่ก่อนที่เราจะคืนรถเราต้องเติมน้ำมันกลับให้เต็มถัง (ถ้าไม่เต็มถังจะถูกปรับนะคะ)

จากนั้นก็ขับรถกลับมายังจุดเดิมที่เรารับรถ ก็จะมีพนักงานคอยเช็ครถ แล้วก็เซ็นเอกสารคืนรถ แค่นี้ก็จบสิ้นกระบวนการเช่ารถแล้วละค่ะ

เท่านี้เราก้จะมีรถขับไปเที่ยวได้ตามที่ต้องการแล้วค่ะ

ใครที่กำลังจะออกเดินทาง แต่ไม่มีรถตัวเอง เราแนะนำว่า Avis Thailand เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่อยากจะเช่ารถ

Avis Thailand

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

FB : https://www.facebook.com/avisthai/

Tel : 02 251 1131

Web : http://www.avisthailand.com/TH/index.php

กิน เที่ยว นอน 10 จุด น่าเช็คอินหัวหิน – ปราณบุรี with Avis Thailand

หากใครที่ติดตามบันทึกนักหนีเที่ยว จะรู้ว่าเราเดินทางไปหัวหินบ๊อยยยยบ่อยยยยย

ก็หัวหินเป็นปลายทางที่ใกล้กรุงเทพ แต่มีหลายอย่างให้เราได้เลือกไปเช็คอิน ไม่ว่าจะเป็นที่กิน ที่เที่ยว และที่นอน รีวิวนี้เราเลยขอรวม 10 จุดเช็คอินหัวหิน -ปราณบุรี เอาไว้สำหรับคนที่กำลังมองหาทริปใกล้กรุงเทพ แต่มีบรรยากาศครบรสแบบเรา

และความพิเศษของทริปนี้คือ เราออกเดินทางด้วยรถ Avis Thailand บริษัทรถเช่าที่มีรถให้เราเลือกเยอะมาก เหมาะกับทุกทริปและทุกความต้องการของเราเลยล่ะ


Street Food หัวหิน

มาหัวหินทั้งทีเราอยากแนะนำให้ทุกคนลัดเลาะไปตามซอยต่างๆ เพื่อตามหาของอร่อยสตรีทฟู๊ดในหัวหินกันซะหน่อย

  • ซาลาเปาเตาถ่านเจ๊ม่วย

คุณยายม่วยเริ่มขายซาลาเปาตั้งแต่ 17.00 – 19.00 น.ร้านตั้งอยู่ที่ซอยหัวหิน 70 ร้านคุณยายอยู่ปากตรอกเล็กๆ ที่เป็นทางเข้าตลาดฉัตรไชยฝั่งทางทิศเหนือ ร้านหาไม่ยาก เพราะเราไป 5 โมงนิดๆก็มีลูกค้ามารออยู่เยอะแล้ว และส่วนใหญ่ก็เป็นคนในพื้นที่ด้วยนะ

ซาลาเปาคุณยายลูกละ 20 บาท ลูกใหญ่มากก มีกลิ่นหอมๆเพราะใช้เตาถ่านในการนึ่ง

  • ขนมจีนเจ๊รุ่ง ซอยหัวหิน 55

ขนมจีน “เจ๊รุ่ง” ถือเป็นร้านขนมจีนในตำนานของหัวหินเลยนะ เปิดมานานกว่า 48 ปีแล้ว เดิมร้านนี้ชื่อว่าร้านขนมจีน “ยายมาลี” ต่อมาได้ส่งต่อความอร่อยมายังรุ่นลูกก็คือร้าน “ขนมจีนเจ๊รุ่ง” นี่แหละค่ะ 

ร้านขนมจีนเจ๊รุ่ง อยู่บริเวณสี่แยกซอยหัวหิน 55 ตัดกับถนนแนบเคหาสน์ จากโรงแรม Cloud 9 เดินมาได้ใกล้นิดเดียว เปิดทุกวันตั้งแต่ 14.00 น. – 20.00 น. โทร. 093-5656484

ขนมจีนของที่นี่เป็นขนมจีนเส้นสดที่สั่งกันมาแบบวันต่อวัน ส่วนน้ำยาก็จะมีให้เลือกคือ “น้ำยากะทิ” ที่จะใส่เนื้อปลาน้ำดอกไม้ (ปลาสาก) “น้ำยาป่า” ที่ใส่น้ำปลาร้าให้พอมีกลิ่นหอม และ “น้ำพริก” จะใส่ถั่วลิสงคั่ว แบบบด ทำให้มีรสชาติออกหวานนิดๆ และยังมี “น้ำต้ม” อันนี้เป็นสูตรเฉพาะของคนหัวหิน ที่จะหอมกลิ่นกระชาย และสมุนไพรอื่นๆ

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำใสโกอ้วน หัวหิน

บุคคลที่ชอบลูกชิ้นเนื้อเช่นกันเรามีหรอจะพลาดดดด

“ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำใส โกอ้วน” ตั้งอยู่ซอยหัวหิน 72 ซึ่งตอนช่วงเย็นๆ คือตลาดโต้รุ่งหัวหิน ลักษณะร้านจะเป็นรถเข็น เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 -20.00 น. โทร. 032-530362, 084-0794247

ร้านนี้เปิดมาแล้วกว่า 40 ปี ซึ่งจะขายเฉพาะก๋วยเตี๋ยวเนื้อแบบน้ำใส น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม และพระเอกของร้านก็คือ “ลูกชิ้นเนื้อ”ลูกชิ้นกลมๆ เล็กๆ เป็นลูกชิ้นที่ทางร้านทำเอง ใช้เนื้อวัวล้วน มีกรรมวิธีที่ทำให้ลูกชิ้นคงรสชาติและกลิ่นของความเป็นเนื้อยังอยู่


Hickory Coffee Cafe

คาเฟ่เปิดใหม่ใน seenspace huahin ภายในคาเฟ่ตกแต่งแบบสไตล์ Cozy Vintage
ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ภายในเต็มไปด้วยเฟอนิเจอร์วินเทจ โซนที่นั่งก็จะมีแค่โซนอินดอร์ คาเฟ่แห่งนี้ใครต้องการหากาแฟอร่อยๆ และคาเฟ่ถ่ายรูปสวย เราแนะนำมากก

เราจำชื่อเมนูกาแฟที่สั่งไม่ได้ แต่เอาเป็นว่าอร่อยมากกกกกกกกกกก

Address : อยู่ภายในโครงการ SEENSPACE HUAHIN , Queen’s Park Rd ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110

Time : จ-ศ 12.00-20.00 น. / ส-อ 11.00-21.00 น.