แม่กำปอง | ทริปขับมอไซค์ไปหมู่บ้านในหุบเขา

ธรรมชาติ โปรดทำให้เธอได้ลืมทุกสิ่ง
   ที่ตรงนี้ไม่มีอดีต ไม่มีแม้กาลเวลา
   อยู่กับชีวิตที่ธรรมดา ไม่มี อะไรให้มองหา

แม่กำปอง หมู่บ้านในหุบเขาที่ใครๆก็ล้วนอยากจะไปเยือนสักครั้ง

ทริปนี้เราออกเดินทางไปเชียงใหม่ โดยมีจุดหมายปลายทางของทริปอยู่ที่หมู่บ้านแม่กำปอง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ในช่วงปลายปีดูจะเป็นจุดหมายปลายทางของทุกคน ทำให้ช่วงเดือน พฤศจิกายน – ธันวาคม เป็นช่วงที่รถยนต์เช่าราคาแรงมากกกก ไอ้คนเที่ยวบ่อยแบบเราหากจะให้จ่ายค่าเช่ารถยนต์ที่แพงเกินไปมันก็ดูจะเกินงบไปหน่อย ทริปนี้เราเลยเลือกที่จะเช่ามอไซค์ขับไปแม่กำปองแทน อย่างน้อยงบเราก็จะไม่บานปลาย และได้ประสบการณ์ใหม่ด้วยยย

ตื่นเต้นเหมือนกันนะ

เช่ารถมอไซค์

ทริปนี้เราเช่ารถที่ร้าน Bikky Chiangmai สาขากาดสวนแก้ว ซึ่งจริงๆร้านไบค์กี้ เขาจะมีสองสาขานะคะ คือ อาเขต และ กาดสวนแก้ว ซึ่งที่ร้านมีรถให้เราเลือกเยอะมากกก เอาตามความถนัด ตามความต้องการ รสนิยมและปลายทางได้เลย

ทริปนี้เราเลือกเป็นรถ Click125 ราคาวันละ 300 บาท ไม่ต้องวางเงินประกันและที่ร้านมีหมวกกันน็อกให้เรายืมได้ฟรีด้วยนะ แต่เป็นแบบไม่มีกระจกปิดหน้า หากใครอยากได้แบบมีกระจกปิดหน้าต้องเช่าวันละ 50 บาทต่อใบนะ

แต่แนะนำว่าใครที่ขับรถออกไปนอกเมืองเชียงใหม่ ให้เช่าหมวกกันน็อกแบบมีกระจกปิดหน้าเพิ่มไป เหมาะมันช่วยกันลม กันฝุ่น ได้ดีกว่าแบบไม่มีกระจกมากนะ

ใครสนใจจะเช่ารถสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/Bikkychiangmai

ออกเดินทาง

เราออกเดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 118 ขับไม่ยากนัก เราว่าการขับรถมอไซค์ไปแม่กำปอง เหมาะสำหรับใครที่อยากเปิดซิงค์ทริปมอไซค์ดูสักครั้ง เส้นทางไม่ยาก โค้งไม่เยอะ ไม่ต้องขึ้นดอยชันๆ และระยะทางไม่ไกลนัก

ส่วนทริคที่เราใช้กับทริปมอไซค์คือการหาระหว่างทางให้แวะ ให้เราได้พักคนพักรถ มันจะดูไม่ไกลเกินไป ไม่เหนื่อยจนเกินไป

ระหว่างทาง

ต้องบอกตามตรงว่าช่วงโควิดระบาดรอบแรก เราเป็นอีกหนึ่งคนที่มีงานหลักคือการไถไอจีไปเรื่อยๆ เจอคาเฟ่ที่ไหนสวย สถานที่ที่ไหนน่าไปก็จะเก็บไว้ในลิสต์เพียบ รอเวลาที่จะได้เดินทางไป จะได้ไปตามเก็บปลายทางที่ตัวเองอยากไปให้ครบ

และเชียงใหม่เป็นจังหวัดต้นๆเลยนะ ที่เราเก็บลิสต์คาเฟ่ไว้เยอะมากกก มาแต่ละครั้งก็พยายามเก็บทีละเล็กที่ละน้อยไปเรื่อยๆ

ทริปนี้เราขอแวะระหว่างทางที่ไม่ใช่ระหวางทาง เพราะเราขอขับรถเกินมาแถวมหาลัยแม่โจ้หน่อย ไหนๆๆก็ไหนๆๆละ ขอแวะไปเก็บคาเฟ่ในลิสต์สักหน่อย

Some Hours Cafe คาเฟ่ที่อยู่เยื้องๆกับมหาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เป็นคาเฟ่ที่นั่งสบาย เหมาะแก่การหิ้วงานมาด้วย อีกอย่างที่เราชอบก็คือคาเฟ่แห่งนี้อยู่ในบ้านไม้สองชั้นหลังเก่าที่รีโนเวตด้านในใหม่ แต่มีเสน่ห์แบบสบายๆ https://www.instagram.com/somehourscafe/

ที่พัก – บ้านอิงดอย

หลังจากได้แวะคาเฟ่สมใจแล้ว ก็ออกเดินทางกันต่อ รอบนี้เรายิงยาวไปหมู่บ้านแม่กำปองกันเลย ช่วงนี้มีการทำทางนะคะ ฝุ่นเยอะหน่อย แต่ทางถือว่าขับง่ายมาก ไม่ได้มีโค้งหรือชันอะไรมากนัก

เราจองที่พักไว้ที่บ้านอิงดอย เอาจริงเลยนะ การเลือกที่พักในหมู่บ้านแม่กำปองไม่ง่ายเลย เพราะแต่ละแห่งน่าพักมาก วิวหลากหลาย และราคาก็มีให้เลือกหลายระดับเช่นกัน

สุดท้ายเราเลือกเป็นบ้านอิงดอย ด้วยเหตุผลอะไรไม่แน่ใจ แต่รวมๆๆแล้วเราว่าที่นี่เหมาะกับเราที่สุด

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ : https://www.facebook.com/maekamphong6

ห้องที่เราพักเป็นห้องสำหรับสองคนรวมอาหารเช้าและเย็น ราคา 1650 บาท เราสองคนน่าจะเป็นคู่แรกๆที่มาเช็คอินในวันนี้ ด้วยเราถึงตั้งแต่ยังไม่เที่ยง

ห้องของเราคือห้องแรกสุด เป็นบ้านชั้นบนที่มีห้องพักเรียงรายอยู่ทั้งหมด 4 ห้อง ภายในมีห้องน้ำในตัว มีชั้นลอยให้เราสามารถขึ้นไปด้านบนได้ ซึ่งเอาจริงๆห้องนี้เราว่าพักได้มากสุดคือ 4-5 คนเลยนะ

ภายในห้องมีห้องน้ำส่วนตัว ซึ่งมีเครื่องทำน้ำอุ่นนะ ภายในห้องมีพัดลมนะคะ ไม่มีแอร์ แต่ตลอดที่เราพัก เราเปิดหน้าต่าง ไม่ต้องเปิดพัดลมก็หนาวมากแล้ววววว (เราลืมรูปถ่ายรูปห้องน้ำไว้นะ)

ส่วนของชั้นลอยจะมีระเบียงเล็กๆ พร้อมกับแปลที่ผูกเอาไว้ให้เราได้ออกไปนอนชิลได้ด้วยล่ะ

หน้าบ้านเราพักเรา ชิลดีนะ ชอบมากกก มีโต๊ะและเก้าอี้ให้เราได้ออกมานั่งเล่นด้วย

ข้าวซอยกลอยใจ

หลังจากเอากระเป๋าเก็บเข้าห้องเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกมาหาอะไรกินเป็นมื้อเที่ยงกันหน่อย เพราะหิวมาก ไม่ได้แวะทานข้าวมาจากในเมืองเชียงใหม่ด้วย

ทุกครั้งที่เรามาภาคเหนือสิ่งแรกที่อยากกินคือ ข้าวซอย และรอบนี้ก็ยังเหมือนเดิมเรายังอยากกินข้าวซอย เดินมากลางหมู่บ้านเลยได้เจอร้านข้าวซอยกลอยใจ ที่ใครๆก็บอกว่าอร่อยต้องไปลอง

เราสั่งทุกอย่างที่อยากกิน เพราะหิวมากกก ผู้คนในร้านเยอะมากกก ส่วนรสชาติถือว่าอร่อยสมคำล่ำลืออยู่นะ ใครมาแล้วอยากกินข้าวซอยต้องแวะมาลองนะคะ

ทอดน่อง

เราว่าเสน่ห์ของแม่กำปองอยู่ที่เราจะได้ใช้เวลาไปช้าๆทีละนิด ให้ใจเราได้จดจ่อกับสิ่งที่อยู่รอบตัว ให้เราได้ลืมความวุ่นวายจากภายนอกไปบ้าง แม้ผู้คนรอบตัวจะเยอะไปหน่อยแต่ถ้าใช้ใจมองดีๆมันก็เพลินเหมือนกันนะ

เราว่าอีกหนึ่งกิจกรรมเพลินๆในแม่กำปองก็คือการเดินทอดน่องแล้วแวะชิมของอร่อยต่างๆที่ขายอยู่ริมถนน ไม่ว่าจะเป็นบัวลอยที่มาในกะลามะพร้าว ไส้อั่ว และที่ขาดไม่ได้เมื่อมาแม่กำปองก็คงต้องเป็น ไข่ป่าม

หมอกคลุ้งลงเคล้าที่สองเราออกเดินทาง
แวะแอ่วถามว่าไข่ป่ามเป็นจะใด

ชมนกชมไม้

เรารู้จักคาเฟ่ชมนกชมไม้ น่าจะพร้อมๆกับรู้จักหมู่บ้านแม่กำปองนี่แหละ เพราะน้องชายผู้ที่มาแม่กำปองเมื่อหลายปีก่อน ถ่ายรูปวิวร้านกาแฟที่มีทะเลหลังคามาให้ดู จากนั้นเราก็เก็บใส่ลิสต์มาตลอดว่า เมื่อมาแม่กำปองเมื่อไหร่จะไปคาเฟ่ชมนกชมไม้

แต่เมื่อเข้ามาในร้านเรากลับหามุมที่เห็นวิวทะเลหลังคาไม่เจอ จนต้องถามพี่เจ้าของร้านพร้อมเอารูปวิวนั้นให้ดู พี่เจ้าของร้านบอกว่า เดิมวิวนั้นเป็นที่ตั้งของร้านตนจริงๆ แต่ปัจจุบันได้หมดสัญญาเช่าที่ไปแล้ว เลยย้ายมาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านเดิมแทน ทำให้ไม่มีวิวทะเลหลังคาอีกแล้ว

เมื่อไม่มีวิวเป็นจุดขายเราก็กลับมาให้ความสนใจกับสิ่งที่ควรสนใจตั้งแต่แรกนั่นก็คือ กาแฟ พร้อมกับพาตัวเองไปนั่งริมระเบียง สูดอากาศดีๆ สัมผัสอากาศหนาวๆ และอ่านหนังสือที่เอาติดกระเป๋ามาด้วย

ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าเรานั่งอยู่ที่ร้านจนเวลาล่วงมาถึงเย็น ร้านปิดเรียบร้อยแล้ว แต่เราขอนั่งอ้อยอิ่งกับบรรยากาศสบายๆอีกหน่อย

ความเงียบงัน ที่ทำให้ฉันได้ยินเสียงตัวเอง
หมู่นกที่ร้องบรรเลง เป็นบทเพลงจากป่าเขา

พลบค่ำ

ลงมาจากคาเฟ่ชมนกชมไม้ เรามาในนั่งเล่นหน้าห้องพัก เราว่าบรรยากาศตอนเย็นนี้แหละ มันคือความชิล ความเงียบ ความสงบ น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ใครสักคนน่าจะหาคำตอบให้ตัวเองได้ว่าเดินทางมาแม่กำปองเพื่ออะไร

มื้อเย็นวันนี้เรากินอาหารที่ทางที่พักเตรียมไว้ให้ เป็นบุฟเฟ่ต์นะคะ ส่วนใครที่อยากจะทานหมูกระทะ หรือใดๆก็ตามสามารถเดินเล่นไปทานในโซนกลางๆหมู่บ้านเนอะ แต่เราคิดว่าคนเยอะ เราไม่อยากเบียดสักเท่าไหร่ และไหนๆที่พักก็รวมอาหารอยู่แล้ว เราก็กินมันที่นี่แหละ

แมวดอย

กินอิ่มแล้ว เราไม่อยากปล่อยเวลาให้สูญเปล่าเลยขอมาเดินเล่นในหมู่บ้านตอนค่ำกันอีกสักรอบ ช่วงค่ำอากาศหนาวขึ้น แต่ความครึนครื้นก็มากขึ้นเช่นกัน ผู้คนออกมาเดินเล่น นั่งทานอาหาร เคล้าบรรยากาศสุดชิลนี้

มาเชียงใหม่ทุกครั้ง สิ่งที่ดูจะไม่เป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์เราทุกครั้งก็เห็นทีจะเป็นงานคราฟ แล้วไง ที่แม่กำปองดันมีร้านของฝากที่เป็นงานคราฟอีกกก ไม่ต้องถามว่าเราเสียหายไปเท่าไหร่ เพราะเราก็ไม่อยากจะนับมันเหมือนกัน ฮ่าาาาา

ร้านแมวดอย ร้านของฝากงานคราฟที่มีคาเร็กเตอร์หลักคือผู้หญิงและแมวน้อย ภายในร้านน่ารักเต็มไปด้วยของน่ารักๆ ที่รอให้เรารับกลับบ้านมาด้วย หน้าร้านยังมีโปสการ์ดให้เราได้ส่งกลับมาหาตัวเองเช่นกัน แต่ที่สำคัญที่สุด เราว่าพี่เจ้าของร้านน่ารัก เราเอ่ยปากขอถ่ายรูปในร้าน พี่เจ้าของร้านบอกว่า ถ่ายได้ตามแต่ใจเราอยากจะถ่ายเลย

คืนที่หลับสนิท

หลังจากเสียทรัพย์ให้ของน่ารักแล้ว เราเดินเล่นอยู่อีกหน่อยก็เริ่มรู้สึกว่าอยากกลับไปนอนกลิ้งบนเตียงมากกว่า ด้วยอากาศคืนนี้หนาวมากกกก การอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆดูจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด

คืนนี้น่าจะเป็นคืนที่เรานอนหลับเร็วที่สุดในรอบปี เพราะในห้องพักแม่กำปอง ไม่มีทีวี มีแต่เสียงลมที่พัดพาลมหนาวมาปะทะตัวเรา

อรุณสวัสดิ์

แม้จะเข้านอนเร็ว เราก็เหมือนจะตื่นสายกว่าแขกห้องอื่นๆ เพราะเราได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินบนแผ่นไม้ผ่านหน้าห้องตั้งแต่เช้าตรู่ เหลือบมองนาฬิกาแล้วบอกตัวเองว่าขอนอนต่ออีกนิด ก็อากาศมันหนาววว อยากอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆนานๆหน่อยนะ

แต่สิ่งเดียวที่ทำให้เราลุกขึ้นจากเตียงได้ก็คืออาหารเช้า เมนูจะเป็นข้าวต้ม ไข่ลวก ขนมปังปิ้ง และยังมีกาแฟสดให้เราสั่งได้ฟรีคนละ 1 เมนู

ข้าวต้มร้อนๆแสนอร่อยกับอากาศหนาวๆ ดีใจจจจจจจ ที่เราพาตัวเองมาที่นี่

น้ำตกแม่กำปอง

เช้าวันที่สองหลังจากกินข้าวเช้า อาบน้ำอุ่น แต่ออกจากห้องน้ำปุ้บ โคตรหนาววเลยยยยนั่น เสร็จเรียบร้อยก็จัดการเก็บกระเป๋าเตรียมเช็คเอ้าท์ แต่เราฝากกระเป๋าไว้ที่ที่พักก่อน เพราะเราจะขึ้นไปยังน้ำตกแม่กำปองซะหน่อย

น้ำตกแม่กำปองนั้นมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติด้วยนะคะ เราสามารถเดินขึ้นไปด้านบนโดยที่มีทั้งหมด 7 ชั้น โดยเจ้าน้ำตกแห่งนี้เองคือต้นน้ำที่ไหลลงไปยังในหมู่บ้าน แต่ต้องบอกว่าตัวเราเองนั้นมาแค่ชั้นแรกเท่านั้น เพราะด้วยเวลาที่มีน้อย แต่แค่ชั้นแรกก็ชุ่มฉ่ำมากเลยนะ

ระเบียงวิว

จากที่เมื่อวานเราอยากจะไปชมวิวทะเลหลังคาของหมู่บ้านแม่กำปอง แต่กลายเป็นว่าทำเลนั้นได้เปลี่ยนร้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้เราเลยขอมาแก้มืออีกครั้ง

ระเบียงวิวคาเฟ่ เป็นคาเฟ่ที่เราสามารถมานั่งทานกาแฟชมวิวทะเลหลังคาของหมู่บ้านแม่กำปองได้ เราแนะนำว่าใครนอนที่นี่ให้มาช่วงบ่ายๆถึงเย็น เพราะคนน้อยจะได้ความชิวมากกว่า ส่วนเรามาช่วงก่อนเที่ยงคนเยอะมากกก ต้องรอคิวที่จะได้ทำที่มองวิวเห็นอยู่นานพอสมควรเหมือนกัน

อุตส่าห์มา – อุตสาชงที่บ้าน

ก่อนจะกลับเข้าเมืองไหนๆก็มาแถวแม่กำปองแล้ว เราขอแวะนอกลู่นอกทางไปคาเฟ่ที่ลิสต์เอาไว้อีกแห่งหนึ่งละกัน ที่นี่พึ่งเปิดไม่นานแต่ฮอตฮิตสุดๆๆเลยนะ สายคาเฟ่ต้องเคยเห็นรูปแน่ๆ

อุตสาชงที่บ้าน คือคาเฟ่บ้านไม้เล็กๆ ตั้งอยู่ริมธารน้ำล้อมรอบไปด้วยหุบเขา เป็นคาเฟ่ที่ให้ฟีลสบายๆ ตัวร้านน่ารัก มีบริเวณให้เราได้เลือกนั่งริมธารด้วยนะ

ขับมอไซค์ไปแม่กำปอง

เราเคยฝันว่าอยากจะชวนแฟนขับมอไซค์ที่มะนาลี-เลห์ ลาดัก ประเทศอินเดีย ดูสักครั้ง ซึ่งจากการวางแผนหากไม่มีโควิด ทริปนั้นก็น่าจะเกิดขึ้นในปี 2020 แต่เมื่อไปไม่ได้ ความฝันไม่ได้หายไป เราเลยขอซ้อมขับมอไซค์ไปแม่กำปองก่อนแล้วกัน

หากพูดกันตรงๆทริปที่ฝันเอาไว้กับทริปนี้การขับมอไซค์ไม่ได้มีความใกล้เคียงกันแต่อย่างใด แต่คิดว่าซ้อมการเดินทางด้วยสองล้อดูสักหน่อย เราจะได้รู้ว่าหากวันหนึ่งเราออกเดินทางไกลด้วยกัน บางครั้งยานพาหนะที่จะพาเราไปสู่จุดหมายมันอาจจะไม่ได้สะดวกสบาย เราสองคนยังจะยินดีร่วมทางกันอยู่ไหม

หากใครที่ขับรถมอไซค์แข่งอยู่แล้ว หรือเคยขับรถยนต์ไปดอยมาแล้ว เราว่าการขับรถมอไซค์มาแม่กำปองไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย ขอแค่เลือกรุ่นมอไซค์ที่เหมาะกับทริปของเรา จัดสัมภาระมาแบบพอดี เท่านี้เราก็ออกเดินทางกันได้สบายมาก

ทริปแม่กำปองของเราเติมน้ำมันไป 1 ครั้ง เต็มถัง ราคา 90 บาท

แม่กำปอง

แม่กำปอง หมู่บ้านที่ใครๆๆก็ต้องมาให้ได้สักครั้ง ต้องบอกเขินๆว่า แม้เราจะเป็นคนที่เดินทางบ่อยและเยอะพอสมควร แต่เราพึ่งมาแม่กำปองครั้งแรกก็เอาใกล้จะสิ้นปี 2020 แล้ว อาจจะเพราะก่อนหน้านี้คนรอบตัวเราพลัดเปลี่ยนกันไปเยือนหมู่บ้านนี้บ่อยมาก และเมื่อทุกคนไปก็จะส่งรูปและข้อความรีวิวหมู่บ้านแห่งนี้มาให้ตลอด จนตัวเราเองแทบเหมือนจะได้ไปด้วยตัวเองอยู่แล้ว

ถามว่าแม่กำปองในความรู้สึกเราคืออะไร คงเป็นข้อความจากพี่สาวของเราเองที่ทำให้เรารู้จักแม่กำปอง พี่สาวเราส่งข้อความมาบอกว่า ตอนนี้มาเที่ยวเชียงใหม่ มาหมู่บ้านแม่กำปอง เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในหุบเขา มีน้ำตกไหลผ่านหมู่บ้านนี้ด้วย ชาวบ้านเป็นมิตรน่ารัก อยากให้แกได้มา

นั้นคือนิยามของหมู่บ้านแม่กำปองที่อยู่ในความรู้สึกเราเสมอ

ก่อนมาเราไม่ได้คาดหวังว่าแม่กำปองที่เราจะได้เจอจะเป็นยังไง ในความรู้สึกมีแต่ความว่างเปล่าที่รอเติมเต็มเท่านั้น แต่หากจะพูดกันตรงๆ เรากลัว กลัวการผิดหวัง หากเราคาดหวังว่า แม่กำปอง ต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แล้วเมื่อเราได้เจอมันไม่ใช่ ก็เท่านั้นเอง

แม่กำปองที่เราเจอ ด้วยช่วงปลายปีเชียงใหม่ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ฮอตฮิตสุดๆๆ ทำให้ใครๆก็หลั่งไหลมาหมู่บ้านแห่งนี้ หมู่บ้านที่โดนโอบล้อมไปด้วยหุบเขา ทำให้ที่นี่ในช่วงปลายปีอากาศหนาวมากกก ยิ่งทำให้บรรยากาศที่นี่ดึงดูดนักทองเที่ยว

เราเป็นหนึ่งในนั้นที่เดินทางมาเพื่อสัมผัสอากาศหนาวในช่วงปลายปี หากตัดจำนวนผู้คนที่ขวักไขว่ แม่กำปองที่เรารู้จัก คือหมู่บ้านที่อากาศดี บรรยากาศสบายๆ ผู้คนเป็นมิตร เหมาะกับการหนีเที่ยวมานอนชิลๆ สักเดือน 55555

ที่แม่กำปอง มีเพียงแค่สองเรา
    วันนี้ที่แม่กำปอง มีเพียงแค่สองเรา

The Nai Harn Phuket | หนึ่งในโรงแรมที่วิวสวยมากของภูเก็ต

เดอะในหาน หนึ่งในโรงแรมที่มีวิวสวยที่สุดในภูเก็ต

เฮ้ยยยยย เราไม่ได้เวอร์ เพราะมันสวยมากกกจริงๆๆๆ

ทริปนี้เราพาทุกคนออกเดินทางไปภูเก็ตกันสักครั้ง ภูเก็ตของเรารอบนี้เราจะพาทุกคนไปพักผ่อนกันที่โรงแรม เดอะในหาน ภูเก็ต โรงแรมที่สวยสุดในทำเลหาดในหาน

หาดในหาน  ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ตห่างจากแหลมพรหมเทพประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นหาดเล็กๆชายหาดยาวเพียง 700 เมตร  จุดเด่นของหาดในหานคือ มีเรือยอร์ชมาจอดลอยลำหลบคลื่นอยู่ที่หาดนี้

หากใครนึกไม่ออกว่าหาดในหานอยู่ในโซนไหนของภูเก็ต อธิบายง่ายๆๆว่าเป็นหาดที่อยู่ก่อนถึงแหลมกระทิงนั่นเอง

อ่านรีวิวแหลมทกระทิงได้ที่ : https://neetiewdiary.com/2020/10/23/แหลมกระทิง-จุดชมวิวที่/

เมื่อเดินทางมาถึงเราก็ต้องมาเช็คอินกันก่อน พร้อมกับส่งกุญแจรถให้ทางโรงแรมนำรถไปจอดไว้ในอาคารจอดรถ เพราะด้วยพื้นที่ของโรงแรมมีความชันอยู่พอสมควร ดังนั้นให้พี่ๆที่โรงแรมจัดการให้

ระหว่างนี้เราก็จิบ welcome drink รอไปก่อนนนน

ก่อนจะพาไปดูห้องที่เราพักในทริปนี้เราขอพาทุกคนไปดูห้องพักอื่นๆก่อน เผื่อว่าจะเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่อยากมาพักที่นี่

ROYAL OCEAN VIEW SUITE

ห้องนี้ถือว่าเป็น Type สูงสุดของที่นี่ เป็นห้องที่ค่อนข้างใหญ่มากเลยทีเดียวค่ะ มี living room แยกส่วนจากห้องนอน ส่วนของระเบียงห้องจะเห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยมากๆ และอีกหนึ่งอย่างคือมีอ่างจากุซชี่แบบกลมอยู่กลางห้องน้ำด้วย สวยมากกกก

OCEAN VIEW SUITE

ห้องนี้ถือเป็น type รองลงมา สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ความพิเศษคือพื้นที่ส่วนระเบียงที่กว้างมาพร้อมกับมินิไดร์ฟกอล์ฟ ให้เราได้เล่นในห้องเพลินๆอีกด้วยนะ

DELUXE OCEAN VIEW ROOM

ห้องนี้ถือว่าเป็นห้องน้องเล็กสุด แต่ความพิเศษนั้นคือเห็นวิวหาดในหานสวยที่สุด ถึงแม้ว่าระเบียงจะไม่มี daybed แต่วิวจากห้องนี้ถือว่าสวยที่สุด และหากใครเลือกพักห้องนี้ก็ไม่ต้องน้อยใจว่าความสะดวกสบายภายในห้องจะน้อยกว่าห้องอื่นๆ เพราะภายในยังมีทุกอย่างครบรวมถึง bathtub ด้วนะ

GRAND OCEAN VIEW ROOM

มาถึงห้องที่เราพักในทริปนี้กันบ้าง ห้องเราคือ GRAND OCEAN VIEW ROOM เป็นห้อง type กลางๆของที่นี่ จุดเด่นคือระเบียงมี daybed ให้เราได้ออกมานอนเล่น หรือชมวิวสวยๆได้ตลอดทั้งวัน

และอยากจะอวดว่าวิวห้องเราสวยมากกกกกกกกกกกกกกกก แค่วิวก็คือคุ้มค่ากับทริปพักผ่อนแล้ว

ภายในห้องมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง มีมุม living room เตียงนอนขนาดใหญ่มากกกก Oversized (220 cm) นอนหลับสบายมาก มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน

ส่วนที่เราชอบสุดก็คงจะเป็นโซนห้องน้ำ เพราะว่ามี bathtub ให้เราได้นอนแช่น้ำอุ่นๆ ฟินสุดดดด

หาดในหาน

หากใครมาพักที่เดอะในหาน ภูเก็ต เราอยากแนะนำว่าไม่ต้องเผื่อเวลาไปไหนแล้วนะ เพราะภายในโรงแรมคือมีกิจกรรมครบครันมากกก ยิ่งสำหรับใครที่เป็นสายกิจกรรมทางน้ำละก็ต้องรักที่นี่มากกก

เพราะที่นี่เขามีเรือคายัค, เรือแคนู, Paddle Board, หรือใครอยากจะดำน้ำตื้นก็สามารถยืมเสื้อชูชีพ หรือหน้ากากsnorkeling ได้ฟรีด้วยนะ ดีงามมากกกกก

มุมนี้จะเห็นโรงแรมได้ชัดเลย สวยมากกก

มาภูเก็ตรอบนี้เราได้ลองเล่น Paddle Board สักที เอาจริงก็ไม่ได้ยากมาก แค่ต้องทรงตัวให้ดี ส่วนใครอยากจะเล่นแต่เล่นไม่เป็น ที่นี่เขาจะมีสตาฟสอนด้วยนะ พี่สตาฟเอาใจใส่สุดๆๆเลยล่ะ

ส่วนใครที่อยากจะดำน้ำตื้นที่หาดในหานก็พอจะมีโขดหินให้เราได้ดำน้ำดูปลาหลากหลายชนิดได้นะ อุปกรณ์ก็สามารถยืมได้ฟรีเลยนะ

หรือใครจะแค่อยากนั่งเล่น หรือแค่เล่นน้ำที่หาดแบบสบายๆ ก็สามารถแจ้งสตาฟให้กางร่มและใช้ผ้าเช็ดตัวได้ฟรีนะคะ

หากใครอยากจะถ่ายรูปกับทะเลแบบเก๋ๆๆ เราแนะนำว่าที่นี่มีโขดหินที่มีมุมเก๋ แต่ต้องมาถ่ายรูปในช่วงบ่ายๆ เพราะน้ำจะลด ทำให้เราสามารถไปยืนบนโขดหินได้ และมุมนี้ถือว่าสวยมากเลยนะ

REFLECTIONS

infinity-edge rooftop bar เป็นอีกหนึ่งบาร์ที่สวยมากๆๆของเดอะในหาน ใครที่มาพักที่นี่ อยากจะมานั่งจิบเครื่องดื่มชิลๆที่บาร์ก็สามารถทำได้นะคะ ตอนเย็นๆคือชิลมากกกก

COSMO RESTAURANT

ใครมาพักที่นี่ เราอยากแนะนำว่าตอนเย็นไม่ควรออกไปไหน เพราะวิวพระอาทิตย์ตกที่ COSMO RESTAURANT บรรยากาศดีงามมากกกกก

ค่ำคืนนี้เราก็ไม่ได้ออกไปทานดินเนอร์ที่ไหนไกล ห้องอาหาร cosmo บรรยากาศสวยขนาดนี้ ไม่ต้องไปที่ไหนให้เสียเวลาเลยล่ะ

อาหารที่นี่อร่อยมากกกกก เราแนะนำพิซซ่า ทุกเมนูคืออร่อยมากกกกกกก

เมื่อคืนเรานอนหลับสนิทมากกกก ไม่แน่ใจว่าเตียงนอนที่แสนสบาย หรือการได้แช่น้ำอุ่น หรือจริงๆแล้วมาจากอาหารมื้ออร่อยที่ห้องอาหาร cosmo กันแน่ แต่ที่แน่ๆๆ แสงพระอาทิตย์ตอนเช้าที่ระเบียงห้องเราสวยมาก

เช้านี้เลยขอมานอนกินลมชมวิวที่สระว่ายน้ำส่วนกลางต่ออีกหน่อย สระว่ายน้ำของที่นี่ใหญ่พอสมควรเลยนะคะ ส่วนนึงของสระจะมีระบบจากุซชี่ด้วยนะ ใครทื่อยากว่ายน้ำ หรือมาแช่จากุซชี่ในสระแนะนำมากเลยค่ะ

Breakfast

เช้านี้เรารีบลงมาทานอาหารเช้า ขอจองโต๊ะริมสุดวิวสวยสุด เพราะวิวหาดในหานสวยมากกกกกกก

ส่วนอาหารต้องบอกว่า มีให้เราเลือกเยอะมากกก ตั้งแต่อเมริกันเบรคฟาส ก๋วยเตี๋ยว โจ๊ก เบเกอรี่ สลัด รวมถึงเครื่องดื่มหลากหลายมากกก และทุกอย่างคืออร่อยมากกกกกก

Spa & Gym

สำหรับใครที่อยากจะออกกำลังกาย เราสามารถออกกำลังกายที่ยิมได้นะคะ นอกจากได้ออกกกำลังกายแล้ว วิวสวยด้วยยยยนะ ส่วนใครที่อยากจะนวดสปา เราแนะนำว่าให้จองล่วงหน้า เพราะวันที่เราไปพักก็อยากจะทำสปาด้วยแต่คิวเต็มแล้วววว แงงง

สุดท้ายหากใครกำลังจะหาปลายทางที่อยากหนีเที่ยวมองหาโรงแรมที่วิวสวยมากกกกก มีกิจกรรมให้ทำเยอะ อาหารเช้าอร่อย ทุกอย่างดีงามในราคาที่ต้องจ่ายไม่เกิน 3-4 พันบาท เราแนะนำว่า The Nai Harn Phuket เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยล่ะ

The Nai Harn

Address : 23/3 Moo 1, Vises Road, Rawai, Muang District, Phuket 83130 Thailand

Tel : +66 7638 0200-10

Web :https://www.thenaiharn.com/

Facebook  :https://www.facebook.com/TheNaiHarn

IG : https://www.instagram.com/thenaiharnphuket/

KOKO JAPANESE RESTAURANT | Omakase 14 Course 1499++ โคตรคุ้มมมมม

เห็นริวิวโอมากาเสะมานาน ไอ้เราก็อยากจะไปลอง แต่ราคาเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน เลยได้แต่พักโครงการไว้ก่อน ค่อยว่ากันวันหน้า

แต่เมื่อเราได้เจอกับโปรของทาง KOKO JAPANESE RESTAURANT โอมากาเสะ 14 คำ ราคา 1499++ บ้าไปแล้ววววววว อย่ารอช้าพุ่งตัวไปจองเลยค่ะ

ที่ร้านจะมีให้เลือกตั้งแต่ 14 Courses 17 Courses และ 20 Courses โดยผู้เริ่มแบบเราขอเริ่มที่ 14 Courses ก่อนแล้วกัน

เรากินแบบราคา 1499++ (โอนจองก่อนจะได้ลด 200 บาท และ ใครมีลอตเตอรี่ที่ไม่ถูกรางวัลเอาไปด้วย ลดได้อีก 100 บาท )

จะมีทั้งหมด 14 Courses
– Appetizer 3 Courses
– Main 8 Courses
– Soup 1 Courses
– Dessert 2 Courses

“กินตามใจเชฟ” โอมากาเสะ คืออาหารที่เชฟจะเป็นคนจัดให้เราเอง เราไม่รู้ว่าอาหารนั้นคืออะไร ไม่รู้ว่ารสชาติมันจะเป็นแบบไหน มันต้องเข้าปากก่อนเราถึงจะได้ลิ้มรสของมัน

เอาจริงถ้าให้เราเขียนอธิบายทุกคำ มันจะยาวแบบรายงานส่งอาจารย์เลยทีเดียว และอีกอย่างเราว่า ความรู้สึก การรับรสของลิ้นในแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆๆมันดีตั้งแต่คำแรกยันคำสุดท้าย ทุกคำคือดีมากกกก เราไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม เชฟจัดมาให้ครบหมดแล้ว เราแค่เอามาเข้าปากแล้วละเลียดละไมกับมันทีละน้อย ให้เราได้รับรสชาติที่แท้จริง และสิ่งที่เชฟต้องการสื่อก็พอ

ส่วนตัวถ้าถามว่าเราชอบคำไหน คือตอบแบบคนโลภก็ต้องบอกว่าทุกคำ มันอร่อยมากทุกคำจริงๆนะ การได้ฟังเชฟอธิบายเกี่ยวกับวัตถุดิบ แล้วเราก็ทำหน้าที่ตั้งตารอเป็นผู้กินที่ดี 555555 (เป็นหน้าที่ที่ชอบสุดเลย)

เชฟบอกเราว่าถึงแม้ว่าเราจะเลือกทานแบบคอร์สเดียวกัน แต่เชฟแต่ละทานจะมีการเลือกเมนูเอง เชฟจะมีเมนูพิเศษของแต่ละความถนัดของเชฟ ดังนั้นเราจึงทานแบบตามใจเชฟจริงๆ

Appetizer 3 Courses

3 เมนู เรียกน้ำย่อย ที่จะทำหน้าที่ให้เราปรับลิ้นเพื่อลิ้มรสของอาหารคำต่อๆๆไปได้ดีที่สุด

Main 8 Courses

ตลอด 8 คำของ main courses คือว้าวทุกคำ ทุกคำจริงๆๆ อร่อยมากกกกกก เราชอบ

Soup 1 Courses

ซุปใส ที่ไม่มีความคาวเลย แม้จะมีปลาอยู่ด้วยก็ตาม ลื่นคอมากก

Dessert 2 Courses

เริ่มด้วยที่ไข่หวานที่เอาของคาวมาทำเป็นของหวาน นุ่มมากกก ดีมากกก เริ่ดดดสุด

และเมลอนสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่หวานฉ่ำ

สำหรับใครที่มองหาอยากจะลิ้มลองประสบการณ์ของการโอมากาเสะ เราเชียร์เลยว่าที่นี่ดีมากกกก คุ้มค่าคอร์สเริ่มต้นแบบรา 14 คำไม่ถึง 2000 คืออิ่มคุ้มค่าสุดดดด

Koko Japanese Restaurant

พิกัดร้าน : หลังอาคารหะรินธร สาทร 4

เปิดบริการทุกวัน มี 3 ช่วงเวลาให้เลือก 12.00 / 17.00 / 19.00

Tel : 02 115 7628 , 088 627 8264

Web :https://kokojapanese.com/

FB :https://www.facebook.com/KOKOJAPANESE/?ref=page_internal

Banana beach | เกาะเฮ ภูเก็ต

หนีเที่ยวภูเก็ตทั้งที มันต้องได้ไปทะเลสิ

ทริปนี้เราพาทุกคนหนีเที่ยวเกาะกันค่ะ เอาไว้สำหรับใครที่มาเที่ยวภูเก็ต มีเวลาไม่เยอะ

อยากเที่ยวเกาะแบบสบายๆ แต่อัดแน่นไปด้วยกิจกรรม

ทริปนี้เราจะพาทุกคนหนีเที่ยวเกาะที่มีน้ำใสๆ มีกิจกรรมให้เราทำ ที่สำคัญธรรมชาติที่นี่ยังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก และดีที่สุดเพราะใกล้ภูเก็ตมากๆๆ 15 นาทีด้วย Speed Boat ทริปนี้เราจะพาทุกคนไปเช็คอินกันที่ Banana Beach เกาะเฮ กันค่ะ

ทริปนี้เราเดินทางไปกับ Banana Beach

รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ : https://bananabeachkohhey.com/

การเดินทาง

วิธีการเดินทางไปยัง Banana Beach เกาะเฮ นั้นง่ายมากก ใช้เวลาแค่ 15 นาที ด้วยการเดินทางกับ Speed boat โดยเราจะขึ้นเรือกันที่ท่าเรืออ่าวฉลองซึ่งแบบนี้ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไปได้มากทีเดียวเพราะ ไป-กลับ เพียงคนละ 500 บาท

Banana Beach เกาะเฮ

เกาะเฮ สำหรับเราคือเกาะที่ไปเที่ยวง่าย เพราะเดินทางใช้เวลาน้อย แต่เราก็ไม่เคยรู้ว่าก่อนว่าเกาะเฮสวยแค่ไหน หรือทำไมต้องไปเกาะเฮ

เล่าแบบเข้าใจง่ายๆเกี่ยวกับ Banana Beach และเกาเฮ กันก่อน โดยเกาะเฮ จะมีสองฝั่งให้เราเที่ยวได้ คือส่วนหน้าจะเรียกว่าหาดหน้า อันนี้เวลาเราจะซื้อทัวร์จะเป็นทัวร์เกาะเฮ

ส่วนหาดกล้วย หรือ Banana Beach คือส่วนที่เราจะไป หาดกล้วยจะมีหน้าหาดที่สั้นกว่า แต่ความสงบจะมากกว่าส่วนของหาดหน้า

ภาพแรกที่เราได้เห็นเกี่ยวกับ หาดกล้วย เกาะเฮ มันสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกก เกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใสมากกกก และน้ำเป็นสีฟ้าสวยมากกก ไม่น่าเชื่อว่าใกล้ภูเก็ต แต่สวยมากขนาดนี้

ความสมบูรณ์ของเกาะแห่งนี้นอกจจะมีหาดที่สวย น้ำทะเลใสน่าจะโดดมากแล้ว ก็น่าจะเห็นได้จากที่มีนกเงือกหลายตัวอาศัยอยู่

กิจกรรมบนเกาะ

เราขอแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆแบบง่ายๆ คือกิจกรรมสายชิล และ กิจกรรมสายมันส์

เพราะสายชิลนั้นง่ายมากกกกกกกกกก นั้นคือการนอนนนน และเดินริมหาดที่มีน้ำทะเลใสๆ อยู่ล้อมรอบ แค่นี้ก็ฟินสุดสำหรับคนที่ชอบฝั่งชิลแล้วละ

กิจกรรมของสายมันส์ ต้องใช้คำนี้จริงๆๆเพราะที่นี่มีกิจกรรมแน่นมากกกกกก ไม่ว่าจะเป็น  Parasalling , Clear Kayak , Snorkelling ที่นี่กิจกรรมแน่นมากกก สายกิจกรรมต้องรักกกก

 Parasailing

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลท์เลยคือการเล่น Parasailing ใครทีไม่กลัวความสูง ชอบความท้าทาย และอยากเห็นวิวทะเลในมุมสูง

วิธีการเล่น Parasailing ไม่ยากเลยค่ะ แค่เราทำตามที่สตาฟบอก เพราะสตาฟจะเซฟเราแบบเท่าชีวิตเลย โดยเขาจะติดอุปกรณ์ไว้กับตัวเรา เราสามารถบอกสตาฟได้ว่าอยากให้ตัวจุ่มน้ำมั้ย หรือแค่เอาเท้าแตะๆๆ

เราอยากแนะนำให้ลอง เพราะมันดีมากกกกกก เป็นความรู้สึกที่มีความเสียวปนอยู่ แต่เมื่อลมปะทะหน้า การได้มองทะเลในมุมใหม่ มันดีมากๆเลยล่ะ

Clear Kayak

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ดูชิลและถ่ายรูปสวยมาก ก็คือการพายคายัคใส มันเป็นความชิลลล ที่ได้พายคายัคในทะเลที่มีน้ำใสๆๆ สวยยๆๆ มันดีมากกกกกกกกกกกกก

Snorkelling

กิจกรรมสุดท้ายที่ยังไงก็ต้องทำก็คือ การดำน้ำตื้น ที่นี่มีสน็อกเกิ้ลให้ยืมนะคะ น้ำใสมากกกก ปลาเยอะด้วยยยยยย ไม่ผิดหวังเพราะมีตั้งแต่ปลาการ์ตูน ปลาลายเสือ หอยมือเสือ หอยแม่น ปลิงทะเล คือดีย์มากกกกกกกกกกกกกก

ใครที่อยากจะดำนำตื่น แต่ไม่อยากนั่งเรือนาน เราว่าที่นี่เหมาะมากกกก

สุดท้ายใครกำลังมองหาทริปติดเกาะในภูเก็ต ไม่เรือไม่นาน มีกิจกรรมให้เลือกทำเยอะ ราคาไม่แพง เราว่า Banana Beach เกาะเฮ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีมากๆๆสำหรับคนหนีเที่ยวภูเก็ตแล้วอยากติดเกาะ

Banana Beach Koh Hey 

Address : 44/1 Moo 5, Viset Rd, Rawai, Muang, Phuket, Thailand 83130

Tel :+66 814167555

Web : https://bananabeachkohhey.com/

Facebook : https://www.facebook.com/bananabeachkohhey

IG: https://www.instagram.com/bananabeachphuket/

Banana Fan Sea Resort Samui | หนีเที่ยวไปนอนโง่ๆริมทะเลที่สมุย

การเที่ยวสำหรับบางคนคือการผจญภัยในที่แปลกใหม่

แต่การเที่ยวสำหรับบางคนคือการพักผ่อน นอนนิ่งๆ

ใครที่ชอบเที่ยวแบบชิลๆ ชอบการเที่ยวแบบการได้นอนในโรงแรมสวยๆ บรรยากาศดีๆ

ทริปนี้ตามเรามาค่ะ เพราะเราจะพาทุกคนหนีเที่ยวไปนอนโง่ๆริมทะเลที่เกาะสมุยกัน

เกาะสมุย

เกาะสมุย เกาะที่ตั้งอยู่ในฝั่งทะเลอ่าวไทย เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเกาะสมุยมีเอกลักษณ์ที่เราจะสามารถพบเห็นได้ง่ายและบ่อยที่สุด นั่นก็คือ ต้นมะพร้าวที่มีอยู่จำนวนมากบนเกาะ

การเดินทางมายังเกาะสมุย สามารถทำได้หลายวิธี

รถโดยสารประจำทาง : เราสามารถเลือกเดินทางด้วยรถประจำทางกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี หลังจากนั้นต่อรถไปที่อำเภอดอนสักเพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่เพื่อเดินทางมายังเกาะสมุย

รถไฟ : เราสามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟมายังสุราษฎร์ธานี โดยเราสามารถเริ่มต้นทางได้ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงได้ทุกวัน ซึ่งมีรถไฟให้บริการหลากหลายประเภท เวลาในการเดินทางต่างกัน เราสามารถเลือกได้ตามความสะดวก

อ่านเกี่ยวกับการจองตั๋วรถไฟได้ที่ : https://neetiewdiary.com/2017/08/15/จองตั๋วรถไฟไทย-แบบออนไล/

และเมื่อเราเดินทางมาถึงสุราษฎร์ธานี เรียบร้อยแล้ว เราจะต้องต่อรถมายังท่าเรือดอนสัก เพื่อเดินทางไปยังเกาะสมุย

เครื่องบิน : วิธีที่สะดวกสบายและย่นระยะเวลาที่สุด เราสามารถเดินทางด้วยเครื่องบินมายังเกาะสมุย ปัจจุบันมีสายกีารบินบางกอกแอร์เวย์ บินตรงกรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) – เกาะสมุย โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที

ส่วนเราก็ใช้วิธีนี้เป็นการเดินทางมาเกาะสมุยในทริปนี้เพราะเหมาะกับมนุษย์เวลาน้อยแบบเราที่สุด

เมื่อเดินทางมาถึงสมุย เราก็มีรถของโรงแรมมารับ เพราะทริปนี้เราตั้งใจมานอนริมทะเล พักผ่อนจริงๆ เลยไม่ได้เช่ารถ

จุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้อยู่ที่ Banana Fan Sea Resort Samui ตัวรีสอร์ทตั้งอยู่ที่หาดเฉวง ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินมาโรงแรมแค่ 10 นาทีเองนะ

เมื่อมาถึงพี่ๆพนักงานก็จัดแจงเช็คอินให้ด้วยความรวดเร็ว ระหว่างรอก็ทาน welcome drink สดชื่นๆไปก่อน

BEACHFRONT VILLA WITH JACUZZI

Beachfront villa with jacuzzi เป็นห้องที่เราจะพักในทริปนี้ จะบอกว่าเป็นห้องก็ไม่ถูกนัก เพราะว่ามันคือวิลล่าหนึ่งหลังที่มีความเป็นส่วนตัว ด้านหน้าของวิลล่ามีอ่างจากุซชี่ขนาดใหญ่พอสมควร ให้เราได้นั่งแช่นอนแช่น้ำได้ สบายมากกก

และวิลล่าเราใกล้ทะเลมากกกก ใกล้มากแบบ 5 ก้าวก็ถึงทะเลแล้ววว

พื้นที่ใช้สอยในห้องกว้าง 64 ตร.ม. ภายในห้องเป็นเตียงคิงไซส์ที่เราสามารถมองไปยังหาดได้เลย เป็นบรรยากาศที่ชิลมากกกก

ภายในห้องมี welcome fruit และกาละแมของฝากจากสมุย คอยต้อนรับเราด้วย

ถัดจากห้องนอน จะเป็นโซนที่เป็นโต๊ะทำงาน ห้องแต่งตัว และห้องน้ำ ที่เราชอบที่นี่เพราะเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างเป็นไม้ที่ให้สีน้ำตาลนวลๆ มีดีไซน์ที่เล่นกับแสงจากธรรมชาติ เราไม่แน่ใจว่าดีไซน์แบบนี้เรียกว่ายังไง แต่ชอบบบบ

โซนห้องน้ำแยกโซนเปียกและแห้งแบบชัดเจน ยังมีส่วนอาบน้ำสำหรับ outdoor ด้วยนะ เผื่อว่าใครอยากอาบน้ำไปด้วยมองจันทร์ไปด้วยก็ทำได้นะ อิอิ

หาดหน้าห้องเรา ถ้าในวัดที่คลื่นลมสงบ สามารถเล่นน้ำได้ เล่น sub board ก็ได้นะ แต่วันที่เราไปมันเป็นช่วงมรสุม คลื่นลมแรง กิจกรรมเดียวที่เหมาะคือ “นอนนนนนนนน”

นอกจากนอนริมทะเลจะเป็นกิจกรรมโปรดของเราในทริปนี้แล้ว ภายในโรงแรมก็ยังมีอะไรให้ทำนะ ภายในโรงแรมร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ มีความเป็นรีสอร์ทที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน

มุมที่เราชอบที่สุดคือ BAITONG RESTARANT ห้องอาหารของรีสอร์ทที่มีวิวทะเล เหมาะกับวันที่ต้องการปล่อยใจไปกับทะเล ค็อกเทลดีๆ หรือกาแฟหอมๆสักแก้ว พร้อมหนังสือเล่มโปรดของเรา

โอ้ยยยย สำหรับเราแค่นี้ก็โคตรมีความสุขในวันหยุดพักผ่อนแล้วล่ะ

DINNER

BAITONG RESTARANT

หากใครที่มาพักโรงแรมแล้ว มักจะเป็นมนุษย์ที่ใช้ชีวิตอยู่แค่ในโรงแรมแบบเรา (ความจริงคือกลัวไม่คุ้มอ่ะแหละ 55555) เราแนะนำว่ามื้อเย็นสามารถฝากชีวิต ฝากท้องของเราไว้ที่ห้องอาหารใบตอง ห้องอาหารเดียวของโรงแรมได้เลยค่ะ

ตัวห้องอาหารใบตองอยู่ใกล้กับสระส่วนกลางและทะเล เป็นห้องอาหารที่บรรยากาศดีมากกกก สามารถมานั่งเล่นได้ทั้งวันเลยนะ

มื้อคำวันนี้เราสั่งเมนูที่มาที่นี่ต้องสั่งเลย คือ ชาบู ปลาเต๋าเต้ย มีพี่พนักงานใจดีมาช่วยเราปรุง หน้าที่เราคือกินนนน

อร่อยมากกกกกกกกก อยากแนะนำให้ลอง

ยังมีเมนูอื่นที่เราสั่งมาลอง เช่น ใบเหลียงผัดไข่ ปูม้าผัดผงกะหรี่ และสเต็ก ถึงแม้ว่าเมนูเราจะไม่มีความเข้ากันสักเท่าไหร่ แต่รสชาติอาหารคืออร่อยมากกก

ที่นี่ไม่ใช่แค่ของคาวที่อร่อย แต่ของหวานก็อร่อยมากกกก

อีกอย่างที่ใครมาพักที่นี่ หรือมาทานอาหาร เราอยากแนะนำให้สั่งคือค็อกเทล ดีมากกกกกก

ส่วนเราตอนนี้เดาไม่ยากว่ามีความสุขกับทริปนี้ขนาดไหน ที่พักบรรยากาศชิลเหมาะสำหรับการพักผ่อน อาหารอร่อยๆๆ โอ้ยดีงามมมม

Swimming pool

ตื่นเช้าแล้วไปเล่นน้ำกันนนนน หากใครที่ติดตามบันทึกนักหนีเที่ยว จะรู้ว่าเราชอบตื่นเช้ามาเล่นน้ำ เพราะว่านอกจากอากาศจะสบายๆๆแล้ว ผู้คนก็ไม่เยอะด้วยนะ

สระว่ายน้ำส่วนกลางของที่นี่จะอยู่ริมหาด ระดับน้ำจะเป็น Infinity Pool ใครที่ชอบว่ายน้ำ เราแนะนำว่าสระนี้เหมาะแก่วันที่เราอยากว่ายน้ำไปด้วยมองทะเลไปด้วย หรือใครที่อยากแช่น้ำที่นี่เขาก็มีมุม Pool Bar นะ จิบค็อกเทลไปแช่น้ำไป กู๊ดดดดดดดดดดดด

Breakfast

อาหารเช้าของที่นี่จะเป็นบุฟเฟ่ต์นะคะ มีอาหารให้เลือกทานหลากหลายมากๆๆ แต่เราชอบสุดเห็นจะเป็นขนมจีนน้ำยา ขนมท้องถิ่นสมุย และแน่นอนทุกอย่างอร่อยมากกกกก

ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

จะมีอะไรมีความสุขไปกว่ามื้อเช้าอร่อยๆๆอีกละเนอะ เป็นการเริ่มวันพักผ่อนที่ดีๆมากๆของเราเลยล่ะ

กินอิ่มแล้วขอไปแช่น้ำเล่นหน้าวิลล่าของตัวเองอีกหน่อยยยยยย

ความสุขของคนเราหน้าตาแบบไหนนะ

ของเรามันน่าจะประมาณนี้ล่ะ

สุดท้ายหากใครกำลังจะหาปลายทางที่อยากหนีเที่ยวมองหาโรงแรมที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน ห้องพักอยู่ติดทะเลแบบห้าก้าวถึง อาหารอร่อย บรรยากาศดี พนักงานน่ารัก เราว่า Banana Fan Sea Resort Samui เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยล่ะ

BANANA FAN SEA RESORT

Address : 201 Moo 2, Chaweng Beach Road, T. Bophut, Koh Samui, Suratthani 84320, Thailand.

Tel :+66 (0) 77 413483-6 

Web :https://www.bananafansea.com/

Facebook  :https://www.facebook.com/bananafanseasamui

IG :https://www.instagram.com/bananafansea/

Twinpalm Phuket | หนีเที่ยวมานอนโรงแรมสวยใกล้หาดสุรินทร์ ภูเก็ต

ทริปพักผ่อนทั้งที เราต้องเลือกโรงแรมสวยๆ ห้องพักสบายๆ มันถึงจะสมกับทริปพักผ่อนสิเนอะ

ก่อนจะเช็คอินโรงแรมที่เราจะพักกัน รีวิวนี้เราขอเปิดรีวิวด้วยการพาทุกคนไปทานอาหารเที่ยง ในวิวบรรยากาศติดทะเล สบายๆ เหมาะกับทริปพักผ่อนของเรา

 Catch Beach Club

ตอนกลางคืน  Catch Beach Club ถือเป็นสุดยอดไนท์คลับของภูเก็ตก็ว่าได้นะคะ แต่ทริปนี้เรามากันในตอนกลางวัน จากสุดยอดไนท์คลับเมื่อมาตอนกลางวัน ที่นี่คือร้านอาหารที่อยู่บนหาดทราย มีวิวเบื้องหน้าคือทะลอันดามันสีฟ้าสวยๆ ตกแต่งแบบ Contemporary ที่เน้นความเรียบง่าย แต่แฝงไว้ซึ่งความมีรสนิยม ผ่านโทนสีขาวและสีฟ้า 

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ : https://www.catchbeachclub.com/

Catch Beach Club FB: https://www.facebook.com/catchbeachclub/

SEAFOOD EXTRAVAGANZA

เมนูที่มาแล้วต้องสั่ง ยังไงก็ต้องสั่งงงง เพราะดีมากกก ความสดของวัตถุดิบ คือชนะเลิศมากกกก

TIGER PRAWNS

เป็นอีกหนึ่งเมนูที่แนะนำเมื่อมาที่นี่ อร่อยยยยยยยย

CATCH SALAD

ใครชอบสลัด อยากทานผัก ต้องเมนูนี้เลยค่ะ อร่อย ผักกรอบๆๆ คือดีมากกกกก

ความอร่อยของเมนูอาหารไม่ต้องพูดถึง เพราะอร่อยมากกกกกทุกเมนู ถือว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่บรรยากาศดี อาหารอร่อย ควรค่าแก่การเช็คอินมากๆๆค่ะ

เราเคยพาทุกคนไปเช็คอินโรงแรมในเครือ Twinpalms กันมาแล้ว รอบนี้เรามาเช็คอินกันที่โรงแรมแม่ของเครือนี้กันเลย Twinpalms Phuket ที่พักสวยในโซนหาดสุรินทร์

เราชอบทางเดินภายในโรงแรมมีความเป็นธรรมชาติ ต้นมะพร้าวสีเขียวกับสระสีฟ้า สวยมากกก

LIBRARY

ที่นี่มี library ให้เราได้แวะมานั่งอ่านหนังสือสบายๆ มองวิวสระสวยๆ ต้นไม้เขียวๆด้านนอก ไม่พอแค่นั้นเพราะยังมีคอมพิวเตอร์ให้เราได้ใช้สำหรับทำงานด้วยนะ

GYM & FITNESS

ใครที่เป็นสายออกกำลังกายที่นี่มีฟิสเนตอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายค่อนข้างครบเลยนะ ที่สำคัญเปิดตั้งแต่เช้า – ปิดดึกเอาใจสายรักการออกกำลัง

Open daily from 07:00 – 20:30 hrs

DUPLEX LOFT

ห้องที่เราพักในทริปนี้ DUPLEX LOFT เป็นห้องที่มีพื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. ภายในห้องพักจะเป็น 2 ชั้น โดยแบ่งชั้นล่างเป็น living room สระส่วนตัว และมีห้องน้ำอยู่ด้วย

เข้ามาด้านในคือ กรี๊ดดดดด สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมากกกก

ชั้นสองจะเป็นส่วนของห้องนอนและห้องน้ำ โดยด้านบนจะมี bathtub ให้เราได้แช่น้ำอุ่นๆก่อนนอนอีกด้วย

ส่วนตัวเราชอบวิวที่มองลงไปแล้วเห็น living room พร้อมสระสีฟ้า

POOL

เราชอบสระส่วนกลางที่นี่มาก เพราะใหญ่มากกก กว้างมากก รอบสระล้อมรอบไปด้วยต้นมะพร้าว บริเวณสระส่วนกลางจะมีห้อง LAGOON POOL type ด้วยเช่นกัน

ใครที่พักที่นี่เราแนะนำว่ายังไงก็ต้องมาใช้สระส่วนกลางให้ได้ เพราะความกว้างและความสวยของสระเหมาะกับการให้เราได้พักผ่อนนอนชิล สุดๆๆ

Wagyu Steakhouse

คืนนี้เรามีดินเนอร์หรูที่ Wagyu Steakhouse ร้านอาหารที่อยู่ภายในโรงแรม หากใครรักในค็อกเทลและเนื้อ เราแนะนำว่ายังไงก็ต้องมาโดน เพราะที่นี่ค็อกเทลเขาเข้มข้นมากกก เนื้อคุณภาพดีมากกกก

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ : https://www.wagyuphuket.com/

Wagyu FB: https://www.facebook.com/wagyusteakhouse

ค่ำคืนนี้เป็นมื้อดินเนอร์ที่อร่อยมากกกก มีความสุขกับเนื้อและไวน์ที่สุด

ทานดินเนอร์มาอิ่มมากกก ขอมาเดินย่อยสักหน่อย วิวสระส่วนกลางตอนค่ำสวยมากเลยนะ เป็นมุมที่มองจากล็อบบี้ย้อนกลับไป ถือว่าได้คนละวิวกับตอนเช้า สวยคนละแบบเลยล่ะ

Floating brekfast

ในเมื่อเราพักห้องของเรามีความเป็นส่วนตัวและสบายมากกกกก ความขี้เกียจออกไปทานอาหารเช้าในห้องอาหารเช้ามันก็เลยมีสูงมากก บวกกับว่าเราสามารถสั่ง floating breakfast มาทานที่ห้องก็ได้เช่นกัน

เราไม่รอช้าที่จะจัดแน่นอนค่ะ อาหารเช้าที่จัดมาในถาดลอยน้ำถือว่ามีครบ ไม่ต้องไปห้องอาหารก็ได้ ส่วนความอร่อยและความฟินนั้นมีสูงมากกกก เพราะมันชิลมากกกกกก

สุดท้ายใครที่กำลังมองหาที่พักสบายๆ ห้องพักแบบสวยๆ เหมาะกับการพักผ่อน โรงแรมที่มีอาหารอร่อย มีร้านอาหารดีๆอยู่ภายในโรงแรม และที่สำคัญสระส่วนกลางสวยมากกกก เหมาะแก่การถ่ายรูปมากกก เราว่าต้องไม่มองข้าม Twinpalm Phuket

Twinpalms Phuket

Address : 106/46 Moo 3, Surin Beach Road, Cherng Talay, Phuket 83110

Tel :+66 76 316 500

Web :https://www.twinpalms-phuket.com/offers-overview/

Facebook  : https://www.facebook.com/twinpalmsresorts

IG :https://www.instagram.com/twinpalmsphuket_official/

Similan | ชวนหนีเที่ยวสิมิลัน ธรรมชาติสวยที่สุด ณ เวลานี้

หากใครที่ติดตามบันทึกนักหนีเที่ยวน่าจะเห็นว่า ปกติเราไม่ค่อยเขียนรีวิวเที่ยวทะเลสักเท่าไหร่

ไม่ใช่ ไม่ชอบทะเล ไม่ชอบนั่งเรือ หรือใดๆๆ

แต่เพราะเรามนุุษย์จำพวก เห็นทะเลน้ำใสๆๆไม่ได้ มันห้ามใจไม่อยู่เมื่อเห็นทะเลสวยๆ น้ำใสๆๆ เราจะไม่สนสิ่งใดแล้วล่ะค่ะ เราจะลงทะเล เราจะไปนั่งแช่ นอนแช่ริมหาดด 555555

และนั่นเป็นเหตุให้เราไม่มีรูปใดๆมารีวิวเลย

ทริปนี้เราต้องพยายามห้ามใจตัวเองสุดๆ เพื่อไปเก็บรีวิวมาฝากทุกคน

ทริปนี้เรามีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ “หมู่เกาะสิมิลัน” หมู่เกาะที่สวยมากกกกกกกของไทย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพังงา โดยการเดินทางครั้งนี้เราเดินทางกับ Love andaman เรือนำเที่ยวเกาะที่เราเลิฟที่สุด

สำหรับใครที่อยากจะหนีเที่ยวไปทะเลบ้าง แต่ไม่แน่ใจว่าจะไปไหนดี เราแนะนำว่าให้ลองเข้าไปที่ https://www.loveandaman.com/ เว็บไซต์ที่รวบรวมทริปทะเลสวยๆเอาไว้ครบมาก โดยในเว็บจะบอกระยะเวลาของทริป ราคา บอกท่าเรือในที่ทริปที่เราจะไป

โดยทริปนี้เราทำการจองทริปเที่ยวไปกับเลิฟ ใครที่ต้องการจองทริปสามารถจองได้ที่

ช่องทางการจองสำหรับคนไทย

  • Inbox Facebook (www.facebook.com/loveandaman )
    โทร : 081-9998844
  • Line Id : @loveandaman
    ( ต้องมีเครื่องหมาย @นำหน้า )
    โทร : 090-9480888
    โทร : 076-390250 , 076-390260

เราจองทริปไปสิมิลันเรียบร้อย วันเดินทางเราเลือกที่จะขับรถไปท่าเรือเลิฟอันดามัน (ท่าเรือทับละมุ)  หากใครจะให้เลิฟไปรับก็สามารถแจ้งได้นะคะ

มาถึงทำการเช็คอินรับริสแบรนด์เพื่อทำการจำแนกเราไปตามทริปต่างๆ จากนั้นก็ไปหาของอร่อยๆ ที่เลิฟเขาจัดไว้ให้กันค่ะ

(เราไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะเช้ามากกก ยังไม่ตื่นเลยยยยย ขอโทษษษ)

ก่อนที่จะลงเรือออกเดินทางกัน เรามาฟังไกด์อธิบายทริปคราวๆกันก่อน โดยทริปของเราจะมีไกด์หมิง และไกด์สเตฟานี่ คนสวย เป็นไกด์ประจำเรือของเรา

สิมิลัน เป็นภาษายาวี แปลว่า 9 ซึ่งเท่ากับจำนวนเกาะที่ทอดตัวเรียงกันเป็นระยะทางยาว ซึ่งในวันนี้เลิฟจะพาเราไปเที่ยวกันทั้งหมด 4 เกาะ โดยเกาะที่เราจะไปได้แก่ เกาะ 8 เกาะ 9 เกาะ 7 และเกาะ 4 ซึ่ง เกาะ 1 เกาะ 2 และเกาะ 3 เป็นเกาะที่อนุรักษ์พันธุ์เต่าตะนุ ซึ่งไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไป

อธิบายกันคราวๆแค่นี้ก่อนเพราะถึงเวลาที่เราจะต้องออกเดินทางกันแล้ววว

เกาะ 8 หรือเกาะสิมิลัน

นั่งเรือออกจากท่าเรือทับละมุ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เราก็เดินทางมาถึงเกาะ 8 หรือเกาะสิมิลัน สถานที่ตั้งของ “หินเรือใบ” หรือ “Sail Rock” จุดชมวิวอันเป็นที่เลื่องชื่อ สามารถมองเห็นวิว “อ่าวเกือก” หรือ “Donald Duck Bay”

เมื่อมาถึงแล้วไกด์ของเราจะพาเราเดินขึ้นไปยัง หินเรือใบ ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนหน้าผา หากใครไม่ขึ้นไปด้านบนก็สามารถที่จะเล่นน้ำอยู่ที่หาดได้เลย

ตอนที่เรือเรามาถึงยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก

จุดชมวิวหินเรือใบ

ระยะทางการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวไม่ไกลนัก แต่ก็มีความสมบุกสมบันพอสมควรค่ะ เพราะบางช่วงจะมีต้องมุดบ้าง ต้องรอดบ้าง ใครพร้อมเราจะเดินไปพร้อมกันค่ะ

ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 10 นาที เราก็มาถึงจุดชมวิวแล้ววว

มาแล้วก็อย่ารอช้าค่ะ โพสท่าถ่ายรูปรัวๆๆไปเลย เพราะยังมีคนอื่นรอต่อคิวอยู่น้าา เพราะมุมนี้คือไฮไลท์ของเกาะสิมิลันเลยนะคะ

ยังจากได้รูปแล้ว ก็ได้เวลาที่จะมามองวิวชัดๆๆ วิวด้านบนสวยมากกกกกก เห็นทะเลสีฟ้าที่โคตรสวยเลย คุ้มค่ากับการมุดบ้าง ไต่บ้าง จนขึ้นมาบนนี้

กลับลงมาด้านล่าง สวยมากกกกกกก ทะเลสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกก

วันนี้แดดดีน้ำสีฟ้าแบบใสๆๆเลยค่ะ ใครจะเล่นน้ำ จะนั่ง จะนอน จะถ่ายรูปก็ตามสบายเลยค่ะ

ตอนนี้วิวตรงหน้าเราโคตรสวยเลยยยยย สิมิลันจ้าาาาาา บันทึกนักหนีเที่ยวมาแล้ว

(พูดจบคือเดินลงทะเลไปแล้วจ้าาาาาาา)

จุดดำน้ำที่ 1 เกาะ9 หรือเกาะบางู

เกาะ9 หรือเกาะบางู เป็นจุดดำน้ำแรกที่เราจะได้เห็นปลาหายาก ตัวใหญ่ๆๆ ฝูงปลาต่างๆ พร้อมกับน้ำทะเลใสๆๆ และปะการังสวยๆ

เราว่ายน้ำไม่ได้แข็งมาก และห่างหายจากทะเลไปนานพอสมควรเลยขอใส่ชูชีพนะคะ เพราะกลัวจะเป็นภาระให้พี่ๆเรือเวลาที่เกิดเป็นตะคริวขึ้นมา (เขิลลลลเลย)

จุดดำน้ำที่ 2 เกาะ 7 หรือเกาะบายู

จุดดำน้ำที่สองเป็นจุดที่เราสามารถลุ้นว่าจะได้เจอเต่าทะเลมั้ย เพราะบริเวณนี้เป็นที่อาศัยของเต่าทะเล

พวกเราไม่รอชาที่จะลงทะเลกันอีกครั้ง

“เต่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา !!!! ”

เสียงใครสักคนตระโกนบอกว่าเจอเต่า แล้วหลังจากนั้นทุกคนก็ว่ายไปยังจุดนั้น เป็นภาพที่ตลกดีค่ะ ทุกคนพยายามไปหาน้องเต่ากัน ส่วนเราอยู่หลังๆๆ เพราะตอนที่ได้ยินเสียงตะโกน เราพึ่งลงมาในทะเลเอง

บริเวณนี้สวยดีค่ะ มีปะการังสีน้ำเงินเยอะเลย

เกาะ 4 หรือเกาะเมียง

เกาะ 4 หรือเกาะเมียง เป็น เกาะที่มีชายหาดสวยมากกกกกกกกกก น้ำใสมากกกกก เหมาะแก่การเล่นน้ำมากกกกก

โดยที่นี่จะเป็นเกาะสุดท้ายของทริปนี้ เราสามารถอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า รวมถึงทานข้าวกันที่นี่ อาหารของเราเลิฟเขาจัดมาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ ไม่ต้องกลัว ปริมาณจุใจ อร่อยเลยนะ

หลังจากอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาตามอัธยาศัยของแต่ละคน

ส่วนของเรานั้นเดาไม่ยากค่ะ วิ่งลงไปในทะเลเหมือนเดิมมมมมม

แดดคืออะไร ผิวไหม้คืออะไร ไม่สนใจแล้วค่ะ ณ เวลา ก็ทะเลสวยขนาดนี้ !!

สุดท้ายตอนนี้เราอยากจะชวนทุกคนให้มาเที่ยวสิมิลันกันค่ะ สิมิลันเป็นอีกเกาะที่สมบูรณ์ของไทย และยิ่งตอนนี้ ธรรมชาติสวยสุดๆๆเลย นักท่องเที่ยวน้อย โปรโมชั่นแพ็คเกจเที่ยวก็เยอะมากๆๆ ถือว่าเที่ยวตอนนี้คุ้มสุดเลยนะ

สิมิลัน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เลขที่ 93 หมู่ที่ 5 บ้านทับละมุ ถนนเพชรเกษม ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา

เปิดให้เข้าชม : 15 ตุลาคม-15 พฤษภาคม ของทุกปี

จองทริปไปเที่ยว : https://www.loveandaman.com/similan

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติม Love Andaman : https://www.facebook.com/loveandaman

Blue Elephant | บันทึกนักหนีเที่ยวชวนทานอาหารไทยแบบชาววัง

วันหยุดเราไม่ได้ไปไหนไกล แต่ขอพาตัวเองมาทานอาหารไทยอร่อยๆแบบฉบับชาววังกันในกรุงเทพนี่หล่ะ โดยทริปนี้เราเดินทางมากับ CABB TAXI แท็กซี่ลอนดอนที่เดินทางได้ในกรุงเทพ ใครอยากอ่านรีวิวของ CABB สามารถจิ้มลิงค์ไปได้เลยนะคะ https://neetiewdiary.com/2020/11/19/cabb-taxi-ชวนนั่งแท็กซี่ลอนดอน/

Blue Elephant

บลู เอเลเฟ่นท์ ภัตตาคารอาหารไทยแบบฉบับชาววังที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ อาคารสไตล์โคโลเนียล บนถนนสาทรที่พลุกพล่าน พร้อมต้อนรับให้เราได้มาลิ้มลองความอร่อย

เราจองโต๊ะเอาไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ แนะนำว่าใครที่อยากจะมาทานอาหารที่นี่ จองล่วงหน้ามาจะดีมาก เพราะว่าถ้าหาก walk in อาจจะไม่ได้ทานก็เป็นได้นะ

ตัวอาคารคฤหาสน์เก่าแก่อายุหนึ่งศตวรรษของกรุงเทพฯ ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากรของประเทศไทย ภายในยังดีไซน์ให้มีความเป็นไทย ด้วยอาคารแห่งนี้เป็นอาคารเก่าแก่ ทำให้ภายในปูพื้นไม้ทั้ง 3 ชั้นของตัวอาคาร

เราขอพาทุกคนไปชมชั้นบนสุดกันก่อน โดยชั้นนี้จะเป็นโรงเรียนสอนทำอาหาร โดยเชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ มาสเตอร์เชฟผู้เป็นหัวใจและจิตวิญญาณของบลู เอเลเฟ่นท์ หากใครที่อยากจะเรียนลองสอบถามทางโรงเรียนได้เลยนะคะ

ส่วนเราสองคนฝีมือทำอาหารน่าจะดีสุดที่ต้มมาม่าและตั้งหน้าตั้งตารอชิมเมนูอร่อยๆแทนค่ะ

ส่วนของชั้น 2 จะเป็นห้องจัดเลี้ยง และบาร์เครื่องดื่ม หากใครที่จะเดินทางมาทานอาหารเป็นหมู่คณะ สามารถแจ้งทางร้านได้เลยนะคะ เพราะเขามีห้องที่จะจัดให้ได้แน่นอนค่ะ

ส่วนชั้นหนึ่งจะแบ่งเป็นสองโซน โดยโซนแรกจะเป็นส่วนของ Shop ที่มีจำหน่ายของที่ระลึก และเครื่องแกงแบบฉบับเข้มข้นของ Blue Elephant ที่เราสามารถนำกลับไปปรุงเองได้ที่บ้าน

อีกโซนก็คือโซนของร้านอาหารที่เราจะไปทานกันในวันนี้ ภายในตกแต่งไว้ด้วยความเป็นไทย ยังคงใช้ไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่นและมีความเป็นไทยแบบคลาสสิคร่วมอยู่ด้วย

วันนี้ถือเป็นความโชคดีของเรา เพราะเชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ มาสเตอร์เชฟผู้เป็นหัวใจและจิตวิญญาณของบลู เอเลเฟ่นท์ เป็นคนลงมือทำอาหารให้เราเอง

ตื่นเต้นมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

โดยเมนูของเราในวันนี้คือ

ตับห่านตับหวานยำ 3 ชี

อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก ตับห่านกับน้ำยำที่เข้ากันมากๆๆ แนะนำมากค่ะจานนี้

ตับห่านซอสมะขาม มะม่วงน้ำดอกไม้

ตับห่านราดด้วยซอสมะขาม ตัดเลี่ยนด้วยมะม่วงน้ำดอกไม้ เข้ากันมากกกก อร่อยมากก

ต้มโคล้งหอยเชลล์น้ำพริกปลาสลิด

เนื้อหอยเซลล์แน่นๆเด้งๆ ตัวน้ำซุปกลมกล่อมมาก โรยด้วยน้ำพริกปลาสลิด ทำให้เมนูนี้อร่อยสุดๆๆเลยค่ะ