SAGANO ROMANTIC TRAIN | รถไฟสายโรแมนติกที่เกียวโต

ปลายปีแล้วลมหนาวกำลังมา คิดว่าใครหลายคนเตรียมเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปญี่ปุ่นกันแล้ว

เพราะหากให้ถามว่าประเทศไหนเหมาะที่ไปดูใบไม้เปลี่ยนสีมากสุด หนึ่งในคำตอบคงไม่พ้น “ญี่ปุ่น” แน่นอน ทริปนี้เราเลยจะมาบอกเล่าวิธีการจองตั๋วรถไฟสายโรแมนติกมาฝาก สำหรับคนที่กำลังวางแผนจะไปที่เกียวโต ประเทศญี่ปุ่นกัน

เกียวโตเป็นหนึ่งในเมืองยอดฮิตที่เหมาะมากแก่การไปดูใบไม้เปลี่ยนสี และจะดูใบไม้เปลี่ยนสีให้ดีก็ควรได้ดูผ่านเส้นทางโรแมนติกด้วย

หากจะไปเกียวโตเพื่อจะไปดูใบไม้เปลี่ยนสี เราแนะนำว่าควรไปดูผ่านเส้นทาง “รถไฟสายโรแมนติก” หรือ Sagano Romantic Train

ก่อนจะออกเดินทางเรามาทำความรู้จักกับรถไฟ Sagano Romantic Train กันก่อนค่ะ

  •  Sagano Romantic Train คือ รถไฟท่องเที่ยวสายพิเศษซึ่งมีเส้นทางแยกออกจากสายรถไฟปกติ
  • มีทั้งหมด 4 สถานี ได้แก่  Saga torokko station / Arashiyama torokko station / Hozukyo torokko station / Kameoka Torokko Station
  •  ราคา ผู้ใหญ่ 630 เยน เด็ก 320 เยน
  • ความพิเศษคือรถไฟขบวนนี้มีแค่ 5 ตู้ ซึ่งจะมีตู้นั่งปกติ 4 ตู้ และตู้พิเศษที่จะเปิดโล่ง หลังคาก็เป็นกระจกใสๆ อีก 1 ตู้
  • ตู้ธรรมดา เราสามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้จากเคาเตอร์จองตั๋วของ JR West
  • ตู้พิเศษ เราต้องไปฝ่าฟันต่อคิวเอาในวันที่จะเดินทางเองนะจ้ะ
  • แนะนำว่าควรจองล่วงหน้า เพราะจะได้ที่นั่งริมหน้าต่าง ส่วนเราไม่ทันได้ที่นั่งริมทางเดินแทน
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sagano-kanko.co.jp/en/index.php

เส้นทาง Sagano Romantic Train

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Sagano Romantic Train มี 4 สถานี ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะผ่านป่าที่มีวิวสวยงามอยู่ในเขตอาราชิยามะ (โซนป่าไผ่ชื่อดังของเกียวโต) ดังนั้นเส้นทางนี้จะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางรถไฟขบวนพิเศษที่มีชื่อเสียงมากของญี่ปุ่น

โดยปกติเส้นทางนี้จะเริ่มที่สถานี Saga torokko station แล้วจบลงที่ Kameoka Torokko Station โดยเราจะเดินทางจากสถานีไหนก็ได้ (แต่คนส่วนใหญ่จะเริ่มและจบแบบที่เราบอกไป) ซึ่งจะเดินทางแบบไป-กลับ ได้เช่นกัน

วิธีการจองตั๋วผ่าน JR West

  • แนะนำว่าวันแรกก็ทริปให้ไปจองตั๋วที่สำนักงานสำรองที่นั่งของ JR West ซึ่งตัวเราไปจองที่สถานี Shin Osaka
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเราจะซื้อตั๋ว Sagano Romantic Train วันที่เท่าไร ขึ้นที่สถานีไหน ซึ่งก็มี 2 ทางเลือกให้ว่าจะขึ้น Saga torokko station หรือ Kameoka Torokko Station ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเช็คตั๋วให้ค่ะ ว่าวันนั้นยังมีตั๋วมั้ย เป็นตั๋วริมหน้าต่าง หรือริมทางเดิน หรือแม้กระทั่งตั๋วยืน (ถ้ามีทางเลือกอย่าเอาเลยยยยย)
  • จากนั้นก็จ่ายเงินและรอรับตั๋วได้เลยค่ะ

ส่วนใครที่จะมาจองตั๋วที่สถานี Saga torokko station หรือ Kameoka Torokko Station แนะนำว่าให้มาแต่เช้าเลยนะคะ เพราะว่าถ้าในฤดูกาลท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะเยอะมากจริงๆ

วิธีการเดินทาง

เราจะแบ่งวิธีการเดินทางเป็น 2 Step

Step 1 : จากโอซาก้ามายังสถานีต้นทาง JR SAGAARASHIYAMA (Saga torokko station )

  • เราสามารถเช็คเที่ยวรถไฟเดินทางได้จาก http://www.hyperdia.com/ โดยครั้งนี้เราเริ่มเดินทางจากสถานี JR Shin – Osaka ปลายทางที่สถานี JR SAGAARASHIYAMA

เราจะต้องเริ่มเดินทางจาก Shin – Osaka มายัง Kyoto แล้วต่อมายัง SAGAARASHIYAMA ซึ่งเส้นทางนี้เดินทางด้วยรถไฟ JR west

ซึ่งครั้งนี้เรามี KANSAI WIDE AREA PASS ก็จะเดินทางได้โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม (อ่านรีวิวเกี่ยวกับ Pass ได้ที่ https://neetiewdiary.com/2019/07/12/osaka-pass-พาสไหนอะไรดี/

Step 2 : เริ่มขบวนรถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train

จากที่เล่าไปว่ารถไฟสายโรแมนติก หรือ Sagano Romantic Train เป็นรถไฟสายพิเศษ ซึ่งจะมีเส้นทางแยกออกมาจากรถไฟสายปกติ ดังนั้นสถานีก็จะแยกออกมาจาก JR ปกติ

  • เมื่อมาถึงสถานี JR SAGAARASHIYAMA ให้เราเดินออกมาด้านหน้าสถานีแล้วมองไปฝั่งขวามือ เราจะได้เจอกับสถานี Saga torokko station ซึ่งก็คือจุดเริ่มต้นของรถไฟสายโรแมนติก
  • จากนั้นรอเวลาเรียกเลยค่ะ แล้วก็เหมือนรถไฟอื่นๆเลยค่ะ หาที่นั่งตามหมายเลขในตั๋วของเราได้เลย

Saga torokko station

ความจริงแล้วนอกจากใครจะมานั่งรถไฟสายโรแมนติกแล้ว จากสถานี Saga torokko station ก็สามารถนับเป็นต้นทางที่จะสามารถเดินไปยัเที่ยวชม “ป่าไผ่ซากาโนะ” ได้ด้วยนะ

และบริเวณสถานีก็บรรยากาศน่ารักนะคะ เหมาะแก่การมาเดินถ่ายรูปเล่น

Kameoka Torokko Station

หากใครเริ่มต้นเดินทางจาก Saga Torokko Station นั่นคือปลายทางจะอยู่ที่สถานี Kameoka Torokko Station ซึ่งถ้าใครชอบความบ้านญี่ปุ่นแบบเรา จะต้องรักสถานีนี้แน่ๆ เพราะสถานีนี้มีวิวหมู่บ้านของคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่จริงๆ

ซึ่งจากสถานีนี้เราสามารถเดินไปยังสถานี JR UMAHORI ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็นสถานีของรถไฟ JR แบบปกติที่เราจะสามารถเดินทางไปยังเกียวโตและโอซาก้าได้

Sagano Romantic Train

เราไปครั้งนี้ไม่ได้ไปตอนใบไม้เปลี่ยนสี แต่ไปช่วงซากุระของญี่ปุ่น ซึ่งก็เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะมากกกก เราซื้อตั๋วก่อนจะเดินทางประมาณ 2 วัน แต่ตั๋วติดหน้าต่างหมดแล้วเลยได้ริมทางเดินมาแทน แต่ก็ถือว่ายังดีกว่าตั๋วยืนนะคะ

ภายในรถไฟขบวนนี้จะแตกต่างจากขบวนทั่วไป เพราะภายในจะเป็นเก้าอี้ใม้ ภายในตกแต่งแบบโบราณ ให้บรรยากาศคลาสสิค

รถไฟจะใช้เวลาเที่ยวละประมาณ 25 นาที โดยรถไฟจะวิ่งเลียบแม่น้ำโฮสุ ซึ่งเราก็จะได้เห็นวิวแม่น้ำและใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆไปตลอดเส้นทางรถไฟขบวนนี้เลยนะ

ถ้าถามว่าสวยมั้ย เราว่าให้ภาพเป็นตัวช่วยตอบคำถามแล้วกันเนอะ

ระหว่างทาง (เราจำไม่ได้ว่าสถานีไหน) บริเวณสถานีจะมีรูปปั้นเหล่าทานูกิมารอให้เราได้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปด้วยนะ

ส่วนถ้าถามความเห็นส่วนตัวจากเรา เราว่าสวยนะคะ แต่ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เยอะและเราไม่ได้นั่งติดหน้าต่างความชิลมันอาจจะหายไปบ้าง เพราะต้องลุกขึ้นยืนเพื่อนดูวิว ถึงจะได้เห็นวิวและบรรยากาศแบบชัดๆ

ซึ่งถ้าใครแพลนว่าจะต้องไปให้ได้ เราแนะนำว่าให้รีบไปจองตั๋วไปก่อนเลย จะได้นั่งริมหน้าต่างชมบรรยากาศ ธรรมชาติสวยๆ รับรองฟินแน่นอน

ปัตตานี | เสน่ห์ชายแดนใต้

ปัตตานีของคุณคือแบบไหน

ปัตตานีของเราคือหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ชวนให้เราออกเดินทาง

เราเชื่อว่าคนไทยทั่วประเทศมักจะได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับปัตตานีอยู่บ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่ที่เรามักจะได้ยินหรือได้รับรู้เกี่ยวกับปัตตานีว่าที่นี่คือพื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่อันตราย พื้นที่ของความไม่สงบ จนทำให้หลายคนไม่กล้าแม้จะคิดเดินทางมายังสามจังหวัดชายแแดนภาตใต้

ส่วนตัวเราแม้จะเป็นคนใต้ แต่ก็ใช่ว่าจะได้มีโอกาสได้เดินทางไปชายแดนใต้บ่อยๆ แต่เมื่อวันหนึ่งในต้นปีที่ผ่านมาอยู่ๆเราก็รู้สึกว่าอยากขับรถไปตามหาคาเฟ่ปัตตานี อยากไปสัมผัสพื้นที่ๆใครๆก็บอกว่ามันอันตราย แท้จริงแล้วพื้นที่เหล่านั้นเป็นอย่างไร

การเดินทางเพื่อตระเวนหาคาเฟ่ในปัตตานีของเราในทริปนั้น ทำให้เราบอกตัวเองว่าเราจะกลับมาที่นี่อีก เราอยากทำความรู้จักปัตตานีให้มากกว่านี้

การเดินทางครั้งนี้เรากลับมาปัตตานีอีกครั้ง แม้ระยะเวลาไม่ได้มากกว่าครั้งแรกเลย แต่มันคือการที่เราจะตั้งใจเที่ยว ตั้งใจหาของอร่อยปัตตานี ตั้งใจมองปัตตานีในสายตานักท่องเที่ยวคนหนึ่ง

ก่อนเดินทางด้วยเรามีเวลาจำกัดแค่ 1 วัน ทำให้เราหาข้อมูลที่เที่ยว ที่กินในปัตตานีมากพอสมควร เลยทำให้รู้ว่าจังหวัดนี้เต็มไปด้วยที่เที่ยวและของกินอร่อยเยอะมากเลย

จากหาดใหญ่ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก็มาถึงอำเภอเมืองปัตตานี เราเริ่มทริปด้วยข้าวมันไก่โกจิว

ข้าวมันไก่โกจิว

ร้านข้าวมันไก่เจ้าดังของเมืองปัตตานี เขาบอกว่ามาปัตตานีแล้วต้องแวะมากินให้ได้เลยนะ มีหรอค่ะ ที่เราจะพลาด

เราสั่งข้าวมันไก่ 2 จาน ในร้านมีลูกค้าที่สำรวจจากสายตาแล้วคือคนในพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งร้านไหนก็ตามที่มีคนในพื้นที่เยอะ ร้านนั้นอร่อยแน่

ข้าวมันไก่หน้าตาน่ากินมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ขนาดจานกำลังดี แล้วรสชาติคืออร่อย ทุกอย่างกลมกล่อมกำลังดี ใครไปปัตตานีแล้วชอบข้าวมันไก่ เราแนะนำ !!

ตัวร้านอยู่ในเมืองเลยค่ะ อยู่ติดกับ All Good Coffee & Bakery (อ่านรีวิว 5cafe น่าเช็คอิน ปัตตานี ได้ที่ : https://neetiewdiary.com/2019/02/11/5-cafe-น่าเช็คอิน-ปัตตานี/ )

พิกัด : 140 ถนนปัตตานีภิรมย์ ตำบล อาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

เปิด : 9.00-15.00 น.

โทร : 073 323 161

ชุมชนเก่าปัตตานี

อิ่มแล้ว เราจอดรถไว้หน้าข้าวมันไก่โกจิวเหมือนเดิมค่ะ เพราะเราจะใช้วิธีเดินเท้าเพื่อจะไปถ่ายรูปบริเวณเมืองเก่าปัตตานีกันค่ะ

ระหว่างทางถึงแม้บริเวณนี้ยังมีบ้านเรือนหลายหลังที่มีการปรับเปลี่ยนไปเป็นสมัยใหม่กันบ้างแล้ว แต่อีกหลายๆหลังก็ยังคงความเก่าเอาไว้ให้คนรุ่นเราได้มาเห็นกับตาตัวเอง

เราชอบนะ เหมือนได้เห็นภาพในอดีตและปัจจุบันทับกันอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน

เราเดินมาเรื่อยๆก็มีอะไรให้เราได้ถ่ายรูปตลอดเส้นทางเลยค่ะ อีกอย่างคือคนปัตตานีน่ารักค่ะ เราเดินผ่านก็ส่งยิ้มมาให้กันตลอด ใครว่าพื้นที่นี้ อันตรายเราอยากแนะนำมาลองทำความรู้จักดูนะ

ระหว่างทางก็จะมีศิลปะสตรีทอาร์ตจากคนปัตตานีรุ่นใหม่ ที่อยากจะนำเสนอปัตตานีบ้านเกิดตัวเอง ให้คนข้างนอกได้รู้จัก

สนุกดีนะคะ เดินไปหารูปศิลปะบนผนังไป

เมืองเก่าปัตตานี ตั้งอยู่บนถนนอาเนาะรู ปัตตานีภิรมย์ ฤาดี และเชื่อมโยงกับถนนนาเกลือ เรายังคงเดินมาเรื่อยๆ จนใกล้จะถึงแยกถนนอาเนาะรู

ปัตตานีก็เป็นเมืองฮิปเตอร์นะจะบอกกกก

ตรงแยกถนนอาเนาะรู จะมีบ้านขุนพิทักษ์รายา ซึ่งได้บรูณะใหม่ทำให้ผนังด้านข้างของบ้านเหมาะแก่การให้ชาวเราได้ถ่ายรูปมากกกก

ถนนอาเนาะรู เราเดินต่อมายังถนนอาเนาะรู เพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว แต่ก่อนที่เราจะไปถึงศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวตลอดทางบนถนนเส้นนี้จะมีป้ายบอกเกี่ยวกับบ้านแต่ละหลังว่าในอดีตที่นี่คือเป็นอะไร เริ่มจากบ้านเลขที่ 1 ยาวไปตลอดเส้น

พิกัดเมืองเก่าปัตตานี : ถนนอาเนาะรู ปัตตานีภิรมย์ ฤาดี และเชื่อมโยงกับถนนนาเกลือ 

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

“ศาลเจ้าเล่งจูเกียงหรือชื่อที่ชาวบ้านเรียก “ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” 

เราได้ยินตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวมานาน แต่พึ่งมารู้ว่าแท้จริงแล้วท่านอยู่ที่จังหวัดปัตตานี วันนี้ไหนๆก็มาแล้วต้องแวะมาขอพรเผื่อจะได้เฮงๆกับคนอื่นเขาบ้าง

ตำนานเล่าว่าลิ้มกอเหนี่ยวเป็นสาวชาวจีน ซึ่งเกิดในช่วงสี่ถึงห้าร้อยปีมาแล้ว นางเดินทางมายังเมืองปัตตานี เพื่อตามพี่ชายชื่อลิ้มโต๊ะเคี่ยม เพื่อขอให้กลับไปหามารดาที่ชราภาพ แต่ได้พบว่า พี่ชายของตนได้แต่งงานกับธิดาพระยาตานี และได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม จึงไม่สามารถกลับไปยังเมืองจีนพร้อมนางได้ ลิ้มกอเหนี่ยวจึงได้ผูกคอตายที่ต้นมะม่วงหิมพานต์ ดังสัจวาจาที่กล่าวไว้กับมารดาว่า “หากตามพี่ชายกลับไปหามารดาไม่ได้ จะไม่ขอมีชีวิตอยู่ต่อไป” ต่อมาดวงวิญญาณของนางได้แสดงอิทธิฤทธิ์เป็นที่เลื่องลือในหมู่ชาวบ้านทั่วไป พอมีผู้มาขอพรให้โชคลาภก็ได้ผล หรือแม้แต่การค้าขายที่ซบเซาหรือขาดทุนก็กลับรุ่งเรืองขึ้นจนทำให้เกิดความนับถือศรัทธาอย่างมาก ชาวปัตตานีจึงได้นำต้นไม้ที่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตายมาแกะสลักเป็นรูปบูชาและสร้างศาลเจ้าขึ้น สำหรับองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตาโชคลาภ ค้าขาย ซึ่งเป็นที่นิยมมากราบไหว้ขอพรเพื่อเป็นศิริมงคลกับชีวิต

วันที่เราไปคือคนเยอะมากกกกก เลยไม่ได้ถ่ายภายในมานะคะ ส่วนใครมาแล้วกลัวจะไหว้ไม่เป็น ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะจะมีคุณลุง คุณป้า คอยแนะนำเราทุกขั้นตอนเลยค่ะ โดยราคารูปเทียนชุดเล็กจะเริ่มที่ 50 บาท ก่อนกลับก็อย่าลืมยืมเงินขวัญถุงมาเพื่อความเป็นศิริมงคลด้วยนะคะ จะมีตั้งแต่ 20 บาท 50 บาท 100 บาท โดยที่เราจะยืมเท่าไร เราจะต้องจ่ายคืนไป 1 เท่า

พิกัด : ศาลเจ้าเล่งจูเกียง 33 ถนนอาเนาะรู ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

ราดหน้า นำรส

เวลาที่เราบอกใครว่าจะไปปัตตานี ทุกคนมักจะตอบกลับมาว่า ต้องไปกินราดหน้า ร้านนำรสด้วยนะ ไม่งั้นไม่ถึงปัตตานี !

เวลาที่ใครบอกว่าต้องไปที่ไหน เพราะจะไม่ถึงสถานที่นั้น เรามักจะตามไปทุกครั้ง แต่ไม่ใช่กลัวไม่ถึงสถานที่ๆว่าหรอกนะคะ แต่เพราะเราอยากรู้ว่าร้านเหล่านั้นมีดีอะไร ขนาดไหน ผู้คนถึงขนานนามให้ขนาดนั้น

เรามาถึงที่หน้านำรส ในร้านก็เต็มไปด้วยลูกค้า และ 90% คนในพื้นที่ นั่นบ่งบอกว่าอร่อยแน่ๆ เราเข้าไปตั้งใจจะสั่งราดหน้าทะเล แต่พนักงานบอกว่า ให้สั่งรวมมิตรเพราะจะเร็วกว่า

โอเค รวมมิตร ก็รวมมิตรค่ะ

ใช้เวลารอประมาณ 30 นาที ราดหน้าชามยักษ์ก็มาเสริฟ ใครสั่งรวมมิตรก็จะได้ทะเล + ไก่ +กระเพาะปลา ส่วนรสชาตินั้นไม่ต้องพูดถึง อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก สมคำล่ำลือ รู้แล้วว่าทำไมคนเยอะ ว่าทำไมใครๆบอกว่าต้องมากิน มันดีมากกกกกก (ขออภัยที่รูปถ่ายไม่ชัด มันหิวววว)

พิกัด : 7 ถนนพิพิธ ตำบล อาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

เปิด : 9.00 – 17.00 น.

โทร : 073 348 103

มัสยิดกลางปัตตานี

หากจะเปรียบที่นี่คืออะไร ก็คงไม่พ้นกับการที่จะเป็นทัชมาฮาลชายแดนใต้

เพราะมัสยิดกลางปัตตานีแห่งนี้คือมัสยิดที่สวยที่สุดในประเทศไทย ตัวสถาปัตยกรรมมีต้นแบบมาจากทัชมาฮาล ด้านหน้ามีสระน้ำสีเขียวมรกตส่องสะท้อนแสงเงาทำให้มัสยิดสวยงามมาก เราไม่ได้แวะเข้าไปเพราะเวลาที่เรามาตรงกับเวลาที่มุสลิมละหมาดพอดี

และอยากจะบอกว่าใครมาปัตตานีแล้วต้องแวะมาถ่ายรูปให้ได้นะคะ เพราะที่นี่คืออีกหนึ่งแลนมาร์คของปัตตานีที่ห้ามพลาดเลยค่ะ (ถึงไม่ใช่มุสลิมก็เข้ามาได้นะคะ)

พิกัด : 249 ตำบล อาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

ซุปเนื้อ เจ๊ะเย๊า

มาปัตตานีถิ่นมุสลิมแล้ว เราอยากกินซุปเนื้อออออออ

เพราะซุปเนื้ออร่อยๆ ต้นตำหรับต้องซุปของมุสลิม

ในที่สุดเราก็ตามหาร้านซุปที่คนปัตตานีอร่อยจนเจอ เราขับรถมาตามหมุดใน google map ในที่สุดก็เจอ “ร้านซุปเนื้อเจ๊ะเย๊าะ” เข้ามาในร้านปุ้บ คนเยอะมากกกกก และ 100% คือคนในพื้นที่ เชื่อสิมันต้องอร่อยแน่ๆ

นั่งรอที่โต๊ะก็จะมีก๊ะเข้ามารับออเดอร์เราสั่งซุปเนื้อล้วน ซุปเนื้อ-เครื่องใน ก๊ะบอกต่อว่าซุปที่นี่ต้องทานคู่กับไข่เจียว และเมื่อสั่งเสร็จ พนักงานก็เอาทุกอย่างมาเสริฟพร้อมกับข้าวเปล่าอีกคนละ 1 จาน

ซุปของร้านเจ๊ะเย๊าะจะถูกปรุงมาเรียบร้อยแล้ว รสชาติแซ่บมากกก ไม่ต้องเติมอะไรเลย ตักเข้าปากคำแรก โอ้ยยยย นี่แหละรสชาติที่ตามหา ซุปเนื้ออร่อยต้องแบบเน้ !!!

พูดขนาดนี้แล้วไปเถอะไปหาเจ๊ะเย๊าะกัน

พิกัด : ร้านอยู่ติดกับด่านตรวจ ถนนยะรัง ตำบล จะบังติกอ อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

โทร : 081-6792189

FB : https://www.facebook.com/Souppattani/

สุเหร่าตะลุโบะ

สุเหร่า มีความหมายเดียวกับ มัสยิด นั่นก็คือ สถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม

ที่นี่น่าจะครั้งแรกของเราที่ได้เห็นสุเหร่าที่มีรูปร่างหน้าตาไม่ใช่แบบฉบับของอิสลามที่มักเห็นได้ทั่วไป สุเหร่าตะลุโบะ เป็นสุเหร่าขนาดเล็กแต่มีความแปลกตา เราบังเอิญได้เจอก็เพราะว่ามาหาร้านเนื้อเจ๊ะเย๊าะนั่นล่ะคะ

พิกัด : 167 ถนนยะรัง ตำบล จะบังติกอ อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

โรตีบังหนูด

ปัตตานีเป็นเมืองที่โรตีและชาเย็นอร่อยหลายคนบอกเราอย่างนั้น

โรตีบังหนูดอยู่ตรงวงเวียน มอ. มาถึงแล้วไม่รอช้า เราสั่งเมนูที่จัดว่าเด็ดมาเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นข้าวต้มปลาอินทรีทอด โรตีใส่ไข่ โรตีกล้วย โรตีน้ำแกง

เริ่มจากรสชาติของข้าวต้มปลาอินทรีทอด คือออ เมนูนี้เหมาะมากกับการกินตอนเช้าาา มันอร่อยย ดีงาม ชามใหญ่โต ส่วนรสชาติของโรตี แป้งดี น้ำมันร้อน อร่อยทุกอย่างงงงง

พิกัด : ตำบล รูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

เปิด : 6.00-20.00 น.

โทร : 085 895 8540

FB : https://www.facebook.com/Roti.bangnood

สเต๊ะศรีเมืองเจ้าเก่า

ร้านสเต๊ะที่ผู้คนไม่ได้แน่นร้าน แต่ออเดอร์กลับบ้านนั้นเพียบบบบบ

เราสั่งสเต๊ะเนื้อและสเต๊ะไก่ไปอย่างละ 1 จาน รอไม่นานค่ะ สเต๊ะของเราก็มาเสริฟ จัดมาในจานๆละ 5 ไม้ แต่มีบางอย่างมาในจานด้วย สิ่งนั้นเรียกว่าข้าวอัด คือข้าวที่หุงแล้วนำมาอัดให้แน่น จากนั้นก็ตัดเป็นชิ้นๆ ทานคู่กับสเต๊ะ

รสชาติอร่อยยย เข้มข้นมากกก ทานคู่กับข้าวอัดคืออิ่มกำลังดี

แนะนำ !!!

พิกัด : ถนนกะลาพอ ตำบล อาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

เปิด : 9.00 -17.00 น.

โทร : 087 277 0182

Pattani Skywalk

กินลมชมวิวปัตตานีแบบ 360 องศา บนความสูงเทียบเท่าตึก 4 ชั้น

ปัตตานี สกายวอร์ค เป็นสถานที่ๆใครมาปัตตานีต้องมาเช็คอินเลยนะ มุมถ่ายรูปคือสวยมากก วิวดีมากกกก ให้เราได้เห็นมุมมองปัตตานีที่แปลกตามากขึ้น ทำให้ได้เห็นว่าเมืองนี้สวยแค่ไหน

วิวดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มองไปทางทิศตะวันตก เราจะเห็นทะเลอ่าวไทย มองลงไปด้านล่างจะเห็นป่าชายเลน ที่นี่อากาศดีมากกกก

ที่นี่ทำให้เรายิ่งหลงรักปัตตานีเข้าไปอีกกก

พิกัด: ปน.5053 ตำบล รูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี

มัสยิดกรือเซะ

มัสยิดโบราณที่เป็นอีกหนึ่งตำนานของปัตตานี

มัสยิดกรือเซะเป็นมัสยิดที่มีอายุกว่า 200 ปี เราได้ยินตำนานของที่นี่มามาก แต่หนึ่งตำนานที่ทำให้เราจดจำมัสยิดกรือเซะมาตั้งแต่เด็กๆก็หรือ มัสยิดที่ไม่มีวันสร้างได้สำเร็จ จนทำให้กลายเป็นมัสยิดกรือเซะแบบที่เราได้เห็นอยู่ในทุกวันนี้

สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 22 ร่วมสมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มัสยิดปิตูกรือบัน ชื่อนี้เรียกตามรูปทรงของประตูมัสยิด  ซึ่งมีลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบโกธิคของชาวยุโรป และแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง

ใครมาปัตตานีแล้วเราแนะนำว่าควรมาเยี่ยมชมมัสยิดแห่งนี้ให้ได้

ความในใจ

ถึงแม้เวลาแค่ 1 วันจะทำให้เรารู้จักปัตตานีแค่เพียงผิวเผิน แต่ในสายตาของนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง ปัตตานีคืออีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่อยากให้ทุกคนได้เปิดใจ แล้วออกเดินทางมาสัมผัสปัตตานี ที่นี่มีรอยยิ้ม ที่นี่มีอาหารอร่อย ที่นี่มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่แพ้จังหวัดใดเลย

อย่าให้ปัตตานีที่คุณรู้จักเป็นเพียงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ลองมาทำให้ความรู้จักและเปลี่ยนปัตตานีที่คุณรู้ ให้กลายเป็นแบบเดียวกับเรา

แล้วคุณจะหลงรักปัตตานีแบบเรา

5 Cafe น่าเช็คอิน ชลบุรี

ทริปนี้เราเดินทางไปชลบุรี แต่ไม่ใช่เพราะว่าจะไปทะเล หรือไปเล่นสวนน้ำ

เราจะไปชลบุรีเพราะเราอยากกินกาแฟและเสพคาเฟ่เก๋ๆ

Love Your Tree

เรามักหลงรักคาเฟ่ที่อบอุ่น

เรามักหลงรักคาเฟ่ที่เหมือนอยู่ในนิทาน

คาเฟ่แห่งนี้อยู่ริมถนนสายหลักจากพัทยามุ่งหน้าไปสัตหีบ คาเฟ่แห่งนี้หากสำรวจด้วยตาเปล่าจากภายนอก ดูจะไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป แต่เมื่อเข้ามาด้านในแล้วกลับให้ความรู้สึกว่าภายในนั้นกว้างกว่าที่คิด และทำให้อารมณ์เหมือนพาเราทะลุมายังอีกโลกหนึ่งด้วยนะ ภายในคาเฟ่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายๆ ด้วยการตกแต่งที่ใช้โทนสีขาวและน้ำตาลเป็นหลัก มันยิ่งทำให้เรารู้สึกชอบที่นี่มากขึ้นไปอีก ภายในร้านจะมีทั้งโซน indoor และ Outdoor ไม่ว่ามุมไหนก็น่านั่ง

เราชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบคาเฟ่แห่งนี้มากกกกกกกก คือมากกกกเลยนะ ยิ่งนั่งนานยิ่งชอบ ที่นี่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง บรรยากาศตอนเย็นที่ใกล้จะค่ำก็ให้บรรยากาศที่โรแมนติก ยิ่งการตกแต่งภายใน เรายิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองได้หลุดเข้าไปร้านขนมปังในนิทานของตะวันตก มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ส่วนรสชาติเครื่องดื่ม อาหาร ขนม คือทุกอย่างดีมากกก อยากให้มากชิม ใครผ่านมาพัทยา หรือจะไปสัตหีบควรค่าแก่การเช็คอินมากๆๆ

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม กาแฟ อาหาร เบเกอรี่

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • Peach Rose Lemon Tea : ชาพีชกุหลาบ กลิ่นหอมอ่อนๆรสชาติเปรี้ยวของเลม่อนหน่อยๆ ใครอยากชอบอะไรเย็นๆหอมๆ แนะนำมากกกกก
  • Rose Latte : ลาเต้กุหลาบ ลาเต้ร้อนหอมกลิ่นกุหลาบ ให้อารมณ์การทานกาแฟที่ผ่อนคลาย
  • สปาเก็ตตี้ครีมซอสแซลมอน : ใครชอบสปาเก็ตตี้และแซลมอนราดด้วยครีม อร่อยมากจ้า
  • ข้าวน้ำพริกปลาทู : ข้าวน้ำพริกปลาทูที่จานใหญ่ ผักแน่น อร่อยมากกกก
  • Apple Crumble : คือออออไม่ต้องบรรยาย อร่อยมากกกกก ดีมากกกก อยากสั่งกลับบ้านสัก3ชุด

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกาแฟ // สายเครื่องดื่ม // สายคาเฟ่ // สายถ่ายรูป // สายชิล // สายบ้านและสวน // สายน่ารัก // สายโรแมนติก

คะแนน : 10/10

Address : ตำบล นาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ ชลบุรี 20250

Tel :   081 991 9743

Time :   09:30 – 21:00 น.

Facebook :   https://www.facebook.com/loveyourtrees/


To Die For Coffee

อย่าพึ่งตายถ้ายังไม่ได้กินกาแฟจากคาเฟ่แห่งนี้

แต่กินกาแฟที่นี่แล้วก็ยังไม่ควรตายเพราะเดี๋ยวจะพลาดกินเค้ก

คาเฟ่เท่ๆสำหรับชาวสองล้อในบางแสน คาเฟ่แห่งนี้เป็นคาเฟ่ขนาดกลางภายในถูกตกแต่งให้บรรยากาศที่ออกแนวเคร่งขรึม มีความเท่อยู่ทุกตารางนิ้ว สมกับชื่อร้าน To Die For Coffee แปลเป็นไทยว่า อย่าพึ่งตายถ้ายังไม่ได้กินกาแฟที่นี่ ภายในร้านจะมีทั้งโซน indoor และ Outdoor

ตอนแรกที่ได้ยินแค่ชื่อร้าน To Die For Coffee เราก็รู้สึกได้ว่า เราอยากมาที่นี่ เราอยากรู้ว่าทางร้านมั่นใจขนาดนั้นเลยหรอ ที่ตั้งชื่อแบบนี้ เราอยากรู้ว่ากาแฟอร่อยขนาดนั้นเลยหรอ แต่เมื่อเข้ามาภายในตัวคาเฟ่ เราว่าจริงนะ และไม่ใช่แค่กาแฟหรอก แต่เรายังไม่ควรตายถ้ายังไม่ได้มาคาเฟ่แห่งนี้ คาเฟ่ที่เต็มไปด้วยความเท่ บรรยากาศภายในร้านนั่งสบายๆ เมื่อได้ลองกาแฟรู้สึกว่า ชอบนะ กาแฟหอม รสชาติอร่อย ขนมในร้านก็มีเยอะ และอร่อยมากด้วย

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม กาแฟ เบเกอรี่

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • Hot Latte : กาแฟหอมๆ รสชาติเข้ม ดีมากกก
  • Black Citrus : เป็นกาแฟ cold brew ผสม ลิ้นจี่และเลมอน รสชาติเข้ากันมากกก อร่อยย
  • น้ำเสาวรส : สดชื่นนนนนนนน
  • ชีสเค้ก (จำชื่อไม่ได้): รสชาติไม่หวานมาก ทานเพลิน
  • ขนม Signature (จำชื่อไม่ได้) : อร่อยยยยยยย

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกาแฟ // สายเครื่องดื่ม // สายเบเกอรี่ // สายถ่ายรูป // สายชิล // สายเท่ // สายขรึม // สายบ้านและสวน

คะแนน : 10/10

Address : 32/8 ถนนบางแสน-อ่างศิลา ตำบลแสนสุข อ.เมืองชลบุรี 20130

Tel :   095 164 9571

Time :   08:00 – 19:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/ToDieForCoffee/


PakPao PlayGround

คาเฟ่และร้านอาหารริมทะเลบางแสน

เป็นคาเฟ่ที่อาหารอร่อยมากกกกกกกกกก

คาเฟ่และร้านอาหารริมทะเลบางแสน คาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่ ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ภายในตกแต่งให้บรรยากาศกลิ่นอายของชายหาด มีสัญลักษณ์ของร้านคือปลาปักเป้าตกแต่งอยู่ทั่วร้าน บรรยากาศภายในร้านนั่งสบาย ภายในร้านจะมีทั้งโซน indoor และ Outdoor แต่จะเน้นเป็น indoor มากกว่า จะเป็นการมาทานข้าวกับครอบครัว มากินกาแฟ กินขนม เม้ามอยกับเพื่อนสาวก็ได้นะ

บรรยากาศภายในร้านถึงแม้จะดูเรียบๆแต่เราชอบความโปร่งสบาย ทำให้เราสามารถนั่งเล่นได้ทั้งวัน ไม่พอเพราะที่นี่นอกจากจะเป็นคาเฟ่แล้ว ยังเป็นร้านอาหารอีกด้วย มีเมนูอาหารมากถึง 45 เมนู โดยแต่ละเมนูพี่เจ้าของร้านบอกเราว่า ได้นำของดีของดังของชลบุรีมาใส่ไว้ทุกเมนู ส่วนรสชาติกาแฟคือดีมากกกก อาหารก็อร่อยมาก เสียดายวันที่เราไปลูกค้าที่ร้านค่อนข้างเยอะ เลยทำให้เราถ่ายรูปบรรยากาศภายในร้านมาได้น้อย แต่นั้นแสดงให้เห็นว่าร้านนี้อร่อยจริงนะ

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม กาแฟ อาหาร เบเกอรี่

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • Red Berry Honey Coffee : กาแฟผสมเบอรี่สีแดง คือดีงามมมม ทำให้กาแฟขมๆเป็นแก้วที่สดชื่น
  • Coconut Viola :อัญชัน + มะพร้าว มันคือน้ำมะพร้าวที่สีสวย ดีงาม
  • พิซซ่าไก่เหลือง : พิซซ่าที่เป็นแป้งเดียวกับแป้งโรตี มีหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของบางแสนก็คือ ไก่เหลือง รสชาติอร่อยมากกกกกก แป้งกรอบบบ
  • เมี่ยงก๋วยเตี๋ยวคลุก : มันคือก๋วยเตี๋ยวหลอดที่ไม่ได้มาเป็นหลอด แต่จะแยกทุกอย่างมาให้ เราสามารถเลือกกินได้เองว่า อยากจะใส่อะไรบ้างในคำโปรดของเรา
  • ข้าวผัดปลาหมึกลงเรือ : หอมปลาหมึกแห้งมากกกก อร่อย รสชาติเข้มข้น อร่อยสุดดด
  • ซี่โครงหมูฟลูมูน : ซี่โครงหมูย่างราดซอส BBQ กินคู่กับมันบด

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกาแฟ // สายอาหาร // สายเบเกอรี่ // สายถ่ายรูป // สายชิล

คะแนน : 9/10

Address : ถนน เลียบหาดวอน ซอย บางแสนล่าง 8 บางแสน, ชลบุรี 20130

Tel :   086 603 5555

Time :   11:00 – 22:00 น.

Facebook :   https://www.facebook.com/pakpaoplayground/


3 of h

คาเฟ่เล็กๆที่มีเสน่ห์

คาเฟ่ขนาดเล็กที่เหมาะให้เราไปจิบกาแฟในวันเบาๆ

คาเฟ่ขนาดเล็กที่แอบซ่อนอยู่ในอำเภอศรีราชา ภายในคาเฟ่ตกแต่แนวฮิปเตอร์+อินดี้ มีความเท่และมีความเป็นตัวเองสูงมาก บรรยากาศภายในคาเฟ่สบายๆ น่านั่ง เหมาะในวันที่เราอยากจิบกาแฟชิลๆ หรืออยากนั่งทำงานสงบๆ ภายในร้านจะมีแค่โซน indoor

เราชอบคาเฟ่แห่งนี้เพราะเป็นคาเฟ่ที่ดูมีอะไรในความเป็นคาเฟ่ขนาดเล็ก แต่ขนาดของคาเฟ่ไม่ได้เป็นตัววัดคุณภาพเลย กาแฟที่นี่อร่อยมาก ขนมก็มีให้เราได้ทานเล่น เหมาะกับวันนี้อยากคิดงาน ชิลๆ

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม กาแฟ ขนม (อาหารจะมีเฉพาะเสาร์อาทิตย์)

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • Hot Latte : เจ้มจ้นของกาแฟ อร่อยดีงามมม
  • กาแฟส้ม : กาแฟเข้มๆ+ส้มหวานซ่อนเปรี้ยว ดีงามมม
  • ครัวซอง : ครัวซองหอมๆ อร่อยยย

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกาแฟ // สายมินิมอล // สายเครื่องดื่ม // สายชิล // สายถ่ายรูป

คะแนน : 9/10

Address : ศรีราชา อำเภอศรีราชา 20110

Tel :   094 007 7914

Time :   07:30 – 18:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/3-of-H-2263884257166762/


Tea Factory

คาเฟ่ชาที่บรรยากาศหรูหรา

ทานชาที่นี่คงให้ความรู้สึกน้ำชายามบายที่ลอนดอน

คาเฟ่ขนาดใหญ่ที่เน้นชามากกว่ากาแฟ คาเฟ่แห่งนี้อยู่ริมถนนหลักจากพัทยามุ่งหน้าสู่สัตหีบ ภายในร้านตกแต่งแบบกึ่งหรูหรา กึ่งวินเทจ ให้บรรยากาศแบบผู้ดีลอนดอนแต่แฝงความเท่เอาไว้ ภายในร้านจะมีเฉพาะโซน indoor

คาเฟ่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ชาและเบเกอรี่ แต่คาเฟ่แห่งนี้ยังเป็นร้านอาหาร บรรยากาศชวนให้เราชวนคนรักมาเดทในบรรยากาศโรแมนติก ปกติเราไม่ใช่คนที่ชอบทานชา แต่ชาที่นี่อร่อยนะ มีเมนูหลากหลายชวนให้คนที่ไม่ค่อยจะทานชาแบบเราให้อยากลอง (เสียดายเราไปค่ำ ถ่ายรูปออกมาไม่ค่อยชัด) ส่วนเบเกอรี่ก็อร่อยมากทีเดียวค่ะ ใครอยากหาคาเฟ่ที่เหมาะสำหรับนั่งคุยกับเพื่อนสาว หรือชวนคนรักมาเดท เราแนะนำที่นี่

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมี ชา เครื่องดื่ม กาแฟ อาหาร และเบเกอรี่

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • Green Tea Spearmint Mojito : ชาเขียวเย็นที่ให้รสชาติเย็นๆหอมๆ อร่อย
  • Earl Gery Yuzu : ชาส้มหอมอ่อนๆ รสชาติสดชื่น
  • Red Bean Green Tea : ใครชอบถั่วแดงและชาเขียว ตัวนี้แนะนำ
  • Brownie : บราวนี่รสชาติเข้ม เนื้อหนึบ อร่อยยยย

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายชา // สายเบเกอรี่ // สายโรแมนติก // สายถ่ายรูป // สายชิล // สายอาหาร

คะแนน : 9/10

Address : ภายในโครงการ A La Campagne , บ้านห้วยใหญ่ ,พัทยา ชลบุรี 20250

Tel :   061 441 5181

Time :   10:00 – 22:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/alacampagnepattaya/


TenTen Shabu | ชาบู 4 สี หมีออนเซน

ใครสายชาบูยกมืออออออออออออออ

ใครสายเนื้อยกมือออออออออออออออ

ใครสายซูซิยกมือออออออออออออออ

ใครเหมามันทุกสาย ก็ยกมือออออออออออออ

ถ้าถามว่าที่ว่ามาเราคือสายไหน ตอบแบบเขิลๆ ว่าสายที่ 4 เลยจ้าาา เหมาทุกอย่างงงงงง 555555

ครั้งนี้เราเลยอยากพาทุกคนที่ชอบชาบู ชอบเนื้อ ชอบซูซิ ไปรู้จักกับชาบูที่มีทุกอย่างที่เราว่ามา

เจ้าแรก เจ้าเดียวของเมืองไทย ที่เอาใจคอชาบู มีน้ำซุปมากถึง 4 สี ยังๆไม่พอ เพราะว่าเขามีทั้ง Premium Shabu & Sushi Buffet เลยจ้าาาา

พุ่งตัวไป TenTen Shabu พร้อมกับบันทึกนักหนีเที่ยวเลยแม่

TenTen Shabu ชาบูที่มีน้ำซุป 4 หม้อ 4 สี ให้เราสามารถเลือกได้เอง และมีไฮไลท์คือเจ้านุ้งหมีที่จะมาแช่ออนเซนอยู่ในน้ำซุปหม่าล่า ความเด็ดยังไม่หมด เพราะเขาบอกว่า มีน้ำจิ้มให้เลือกมากถึง 8 รสชาติ !! แล้วยังมีเนื้อแบบพรีเมี่ยม และซูซิบุฟเฟ่ต์อีกด้วยยยย

ฟังแค่นี้ก็น้ำลายไหลแล้วแม่ !

TenTen Shabu ตั้งอยู่ที่ ชั้น 5 สยามสแคว์วัน

วิธีเดินทางก็ง่ายๆ นั่ง BTS ลงสถานีสยาม ข้ามมาฝั่งสยามแคว์วัน ขึ้นลิฟท์แก้วฝั่งBTS ไปชั้น 5 ร้านอยู่หน้าลิฟท์เลยจ้าา

ราคาเริ่มตั้งแต่ 499 ทานได้ 100 นาที

  • Premium Buffet 499 บาท
  • Beyond Buffet 599 บาท
  • Ultimate Buffet 799 บาท

ส่วนเรานั้นเลือกแบบ 799 จะประกอบไปด้วย

  • เนื้อวากิว
  • หมูคุโรบุตะ
  • ไก่
  • ซีฟู้ด
  • ซูชิระดับพรีเมี่ยม (โรลเนื้อวากิวภูเขาไฟ ซูชิวากิว ยำเนื้อวากิว ปลาไหล)
  • ไข่ดองญี่ปุ่น
  • ไอศกรีม Haagen-dazs

เรามาถึงก็สั่งแบบจัดเต็มมาเลยจ้าาาา เริ่มจากน้ำซุปก่อนเลย เราบอกพี่พนักงานว่า จัดมา 4 สีตามรูปหน้าปกเลยจ้าาาา

จริงๆเขามีน้ำซุปให้เราเลือกทั้งหมด 6 อย่าง

  • ซุปหม่าล่า (มีนุ้งหมีแช่อยู่ด้วย)
  • ซุปสุกี้ยากี้
  • ซุปทงคัตซึ
  • ซุปต้มยำ
  • ซุปมิโซะนมฮอกไกโด
  • ซุปใสปลาแห้ง

ซึ่งถ้าใครสั่งตามปกแบบเราก็จะประกอบไปด้วย ซุปหม่าล่า ซุปสุกี้ยากี้ ซุปทงคัตซึ ซุปต้มยำ

ใครมา TenTen Shabu แล้วบอกเลยว่าน้ำซุปที่ควรสั่งคือ ซุปหม่าล่า เพราะนอกจากรสชาติจะเผ็ดชาตามแบบฉบับหม่าล่าแล้ว ความพิเศษคือจะมี นุ้งหมีแช่อยู่ในน้ำซุปด้วยยยยยย (นุ้งหมีมีจำนวนจำกัดต่อวันนะคะ)

ส่วนตัวเรานะ เราว่าน้ำซุปคือดีงามหมดเลยนะ แต่ถ้าให้เลือก เราชอบน้ำซุปหม่าล่า คืออออ เผ็ดร้อน กำลังดี และที่ดีงามมมที่หนึ่งในดวงใจ คือน้ำซุปทงคัตซึ ดีมากกกก เข้ากับทุกเนื้ออออ

เอาเป็นว่าไม่รู้จะพิมพ์ยังไงให้อธิบายรสที่ลิ้นได้สัมผัส

ง่ายๆ ไปลองงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

ก่อนอาหารที่เราสั่งไปจะมาขอพุ่งตัวไปตักน้ำจิ้มเลย

น้ำจิ้มมีทั้งหมด 8 + 1 แบบเลยยยยยย

  • น้ำจิ้มแจ่ว
  • น้ำจิ้มสุกี้
  • น้ำจิ้มซีฟู้ด
  • น้ำจิ้มหมาล่า
  • น้ำจิ้มงา
  • น้ำจิ้มสไปซี่
  • น้ำจิ้ม Volcana BBQ
  • น้ำจิ้มพอนซึ
  • น้ำจิ้มพิเศษไข่ดองญี่ปุ่น

คือบอกตรงๆนะคะ เราชอบบบบบบ TenTen Shabu ก็เพราะน้ำจิ้มนี่แหละ เข้าใจคนไทยโดยแท้จริง คือนอกจากจะมีให้เลือกเยอะแล้ว ยังมีน้ำจิ้มซีฟู้ด และน้ำจิ้มแจ่ว อีกกกกก

มันทำให้การกินชาบูของเราอร่อยสิบเต็มสิบไปเลยจ้าาแม่

ไข่ดองญี่ปุ่น รสชาติเค็มๆ จิ้มกับเนื้อคือดีงามมมมม

ตักน้ำจิ้มแล้ว ขอแวะไปดูโซนผักต่อเลย

ผักก็จัดมาเยอะเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นผักกาดขาว ผักบุ้ง บรรดาเห็ดต่างๆ ลูกชิ้น ไข่ไก่ วุ้นเส้น เส้นบุก และที่เราชอบสุดคือมีเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยจ้าาาาาาา

ส่วนตัวโซนนี้ของ TenTen Shabu ทำให้เราสายต้องการเครื่องเคียงในชาบู ปลื้มปริ่ม เพราะว่าคือมีให้เลือกเยอะ ไม่น่าเบื่อ ดีงามมม

ใครชอบอะไรตักได้ไม่อั้นเลยนะ

กลับมาที่โต๊ะขบวนเนื้อนานาชนิดก็มาแล้วววววว บอกเลยสายเนื้อและสายหมูมีมือสั่นนนนน

  • เนื้อวากิว
  • เนื้อ US
  • เนื้อออสเตรเลีย
  • สันคอ
  • หมูดำ 3 ชั้น
  • หมูดำ

เนื้อดีงามมากแม่ !! แบบดีงามมมมม ดีงามมมมมมม เราเลือกชุด 799 เพราะว่าแค่กินเนื้อก็คุ้มแล้ววว แล้วเนื้อคือคุณภาพดี นุ่มมมมม เข้ากับน้ำซุป สุดยอดดดดดด

เนื้อวากิว
เนื้อ US
เนื้อออสเตรเลีย
สันคอ
หมูดำ 3 ชั้น
หมูดำ

ความอลังการต่อมาคืออ ซูซิแบบพรีเมี่ยม ซาซิมิ ที่สดแบบดีงามมมมมมมมมมม ใครสั่งแบบ 799 คือเตรียมใจ เตรียมลิ้น เตรียมพุงไว้เลยยยยย

  • ยำแซลมอน
  • แซลมอลแซ่บวาซาบิ
  • ลาบแซลมอน
  • แซลมอนโรลภูเขาไฟ
  • วากิวโรล
  • ปลาไหลโรล
  • แซลมอนซาซิมิ
  • กุ้งเทมปุระ
  • ไก่ทอด TENTEN

อ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาา ไม่รู้คำบรรยาย อยากให้มานั่งอยู่ด้วยกันนนนน เพราะมันฟินมากกกก คนรักแซลมอนนนน คนรักซูซิ ควรมาาาาาาาาาา

ส่วนตัวเราเป็นคนชอบซูซิ และซูซิที่นี่คืออร่อยมากกกก ดีงามมมม ส่วนของเนื้อแซลมอน คือสด หวานนนน แล้วก็มีเมนูที่นำมาทำให้เข้ากับคนไทย อร่อยยยยยยยย

สรุปปปปปปสายซูซิก็ต้องชอบบบบบบบ

ยำแซลมอน รสชาติแซ่บบบบบบ
แซลมอนแซ่บวาซาบิ ใครชอบวาซาบิต้องจัดดด
ลาบแซลมอน
แซนมอลโรลภูเขาไฟ คือออ อร่อยมากกกกกก ชอบบบบบบ
วากิวโรล สายเนื้อต้องจัดนะ นุ่มม ฟินนนนน
ปลาไหลโรล ปลาไหลคุณภาพ รสชาติไม่ต้องพูดถึง
แซลมอน ซาซิมิ แซลมอนสดดดด เนื้อหวานนนน + มีไข่หวานมาด้วยนะ
กุ้งเทมปุระ เนื้อกุ้งหวานนนน อร่อยยยย
ไก่ทอด TENTEN ไก่กับซอสเข้ากันได้ดีมากกก

เมื่อทุกอย่างบนโต้ะมาพร้อมมมมมมม

ทุกคนจับตะเกียบบบบบบบบ

ลุยเลยจ้าาาาาาาา

นุ้งหมีที่แช่อยู่ในหม้อ ทำมาจากน้ำซุปหม่าล่าแช่แข็งนะคะ ใครอยากได้นุ้งหมีแช่ออนเซนอยู่ในหม้อ แนะนำให้รีบมานะคะ เพราะนุ้งหมีมีจำนวนจำกัดในแต่ละวันน้า

TenTen Shabu ราคาแต่ละชุด นอกจากจะรวมน้ำดื่มจำพวกน้ำอัดลม และชาต่างๆแล้ว ความพิเศษยังมีชาไข่มุกอีกด้วยยยยย

มีคนเคยบอกว่ากระเพาะอาหารส่วนของคาวและของหวานนั้นแยกกัน ดูเหมือนว่าจะจริง เพราะตอนนี้ฝั่งกระเพาะของคาวนั้นเต็มไปด้วย เนื้อ เนื้อ เนื้อ ซูซิ ซูซิ และแซลมอน กระเพาะฝั่งของหวานก็สั่งให้สมองเรานั้น สั่งของหวานมารอแล้วจ้าาาา

  • Häagen-Dazs : สั่งได้ไม่อั้นนนนน
  • วาฟเฟิลบัวลอย : แนะนำว่าต้องลองงงง อร่อยย
  • ten ten tower : รสชาติหวานกรอบ กินเพลินนนน
  • พุดดิ้งไข่มุก : พุดดิ้งเนื้อแน่นๆ

โดยรวมสำหรับเราราคา 799 คือคุ้มค่าาาา น้ำซุปมีให้เลือกเยอะ แล้วเรายังเลือกได้มากถึง 4 ซุปในการทานครั้งเดียว เนื้อก็จัดมาเต็ม คุณภาพดีมากกก ซูซิแบบพรีเมี่ยมคือชอบบบ แซลมอน สด อร่อย น้ำจิ้มนี่เด็ดมีให้เลือกเยอะสุด ส่วนเครื่องเคียงอื่นๆก็ถือว่ามาครบ ของหวานมีให้เยอะ

TenTen Shabu ดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ประทับใจ

พิกัด : TENTEN ชาบู 4 สี หมีออนเซน ชั้น 5 อาคารสยามสแควร์ วัน (หน้าลิฟท์แก้ว ฝั่ง BTS) สำรองที่นั่ง โทร. 062-479-1623

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

FB : TENTENSHABUSUSHI

IG : TENTENSHABUSUSHI

Line : @tentenshabusushi

แอดเลย : http://nav.cx/eYgODgC

ขอขอบคุณ TenTen Shabu ที่ชวนบันทึกนักหนีเที่ยวไปทานชาบูอร่อยยยยๆค่า

5 Cafe น่าเช็คอิน หัวหิน

หิวหินไม่ได้มีแค่หอย

เพราะหัวหินมีคาเฟ่ดีๆเยอะมากกกกกกกกกกกก

ทริปนี้บันทึกนักหนีเที่ยวจะชวนทุกคนไปเช็คอิน 5 Cafe ที่เลือกมาว่าอยากแนะนำให้ไปเมื่อคุณไปหัวหิน

1 D + Day Artist 

คาเฟ่ที่มีวิวสวยที่สุดดดดดด

คาเฟ่ติดทะเลสุดชิลลลลลล

คาเฟ่ริมหาดที่ให้บรรยากาศสุดชิลลลล ตัวคาเฟ่ตั้งอยู่ริมหาดส่วนตัวบริเวณหาดทรายเขาเต่า ตัวร้านเป็นคาเฟ่ที่อยู่บนหาด เบื้องหน้าคือทะเล ที่ไม่มีวิวของสิ่งก่อสร้างใดมาบดบังเลย ให้บรรยากาศที่ชิวมากกก ภายในร้านเน้นเป็นโซน Outdoor แต่กำลังที่ไปช่วงเที่ยงแล้วอยากหลบร้อน ทางร้านก็มีส่วนที่เป็น Indoor อยู่ด้วยเช่นกันนะคะ

ส่วนตัวเราชอบที่นี่มากกกก เพราะเป็นคาเฟ่ที่ได้มองเห็นทะเลแบบเต็มๆ หาดทรายแม้จะไม่ได้เป็นสีขาว แต่ก็สวยไม่แพงที่ไหนเลยนะ ใครมาแนะนำให้มาเย็นๆจะได้อากาศชิวๆ จิบเครื่องดื่มไป มองทะเลไป คือดีมากกกกก

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม อาหาร และไอศกรีม

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • ขาวดำปั่น : มันคือน้ำเฉาก๊วยผสมกับลำไย อย่อยมากกกก แนะนำให้ลอง
  • แกงเป็ดเห็ดย่าง : ใครชอบกินเป็ดและชอบเห็ด ควรจัด
  • ข้าวผัดพริกแกงกุ้ง (จำชื่อจริงๆไม่ได้) : อันนี้ก็อร่อยมากเช่นกัน
  • ไอศกรีมมังคุด : หวาน สดชื่นมากกก

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายเครื่องดื่มสดชื่น // สายอาหาร // สายไอศกรีม // สายถ่ายรูป // สายชิล // สายทะเล

คะแนน : 9/10

Address : หัวหิน 105 (จุดสังเกตุจะมี Family Mart)
ข้ามทางรถไฟ เจอสามแยกให้เลี้ยวซ้าย ตรงตามทาง 2 กม. (ตามป้ายร้านสีดำ) ลงเนินเขาจะเจอซอย “เขารอดซอย 1-วนอุทยานปราณบุรี ตรงเข้าซอย วันดี อยู่สุดทางริมทะเลเลยค่ะ)

Tel :  087 656 9995

Time :  10:00 – 22:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/1dDayArtist/

Website : www.100000d.com/1d+


Kocchira HuaHin

คาเฟ่สีฟ้าตัดสีน้ำตาล

คาเฟ่ที่มี Co-Working Space และมี Work-Shop เบเกอรี่

คาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในโรงแรม Kocchira HuaHin การตกแต่งใช้สีฟ้าตัดกับสีน้ำตาลเป็นหลัก ด้านในเป็นคาเฟ่ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่มีพื้นที่สำหรับให้เราใช้เป็น co-working เจ้าของร้านบอกว่าจะนั่งนานแค่ไหน ไม่ว่ากัน ให้พื้นที่นี้เป็นเหมือนบ้านของทุกคนได้เลย ไม่หมดแค่นั้นเพราะคาเฟ่แห่งนี้ยังมีความเก๋ที่ว่ามีพื้นที่ให้เราสามารถเรียน work-shop ทำเบเกอรี่ได้ด้วยนะ ส่วนราคาคอร์สก็เริ่มที่ 400-720 บาท

เราชอบที่นี่ตั้งแต่สีฟ้า แล้วยังชอบที่มีพื้นที่สำหรับคนที่ชอบเอาโน้ตบุ้ค เอางานไปนั่งทำนอกบ้านแบบเรา ยังค่ะ ยังไม่พอเพราะว่าที่นี่มีพื้นที่สำหรับคนที่ชอบทำขนมแต่ไม่มีความรู้อะไรมาก หรืออยากลองทำขนมดูสักครั้ง ที่นี่ก็มีคอร์สราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าเราด้วยนะ เอาเป็นว่าชอบมากกกกก

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีครบ มาร้านเดียวครบทุกอย่าง แถมมีคอร์สให้เรียนทำขนม

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • คาราเมลมัคคิอาโต้ :หอมคาราเมล มากกก ทางร้านบอกว่าคาราเมลทำเองนะ ใครชอบกาแฟนมแนะนำ
  • น้ำสด + เหล้า : อันนี้จำชื่อเมนูจริงๆไม่ได้ แต่มันคือนมสดและเหล้าที่ปั่นรวมกัน รสชาติแปลกๆหน่อย แต่อร่อยดีนะ
  • สตอเบอรี่สมูทตี้ : (ชื่อเมนูจริงๆจำไม่ได้อีกเช่นกัน) แต่ใครชอบรสชาติเปรี้ยวๆ ต้องชอบแน่ๆ
  • American Breakfast : คือจานใหญ่มากกกกกกกกกกก อิ่มมากกกก วัตถุดิบทุกอย่างดีงาม อร่อยมาก
  • แพนเค้ก : ที่ร้านบอกเราว่า แพนเค้กของที่นี่เป็นสูตรแบบฝรั่งคือ ในตัวแป้งของแพนเค้กจะผสมโยเกิร์ตด้วย ให้เนื้อสัมผัสที่หนาและนุ่มกว่าปกติมาก รสชาติดีงามมากจ้าาา
  • Honey mixed nuts french toast : ใครชอบโทส เมนูนี้คือดีงามมมมมมมม ยอมมมม
  • บราวนี่ : อร่อยมากกก ใครชอบบราวนี่แนะนำ
  • ทริปเปิ้ลมูสเค้ก : อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก ดีงามมมม

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายขนม // สายทำขนม // สายกาแฟ // สายอาหาร // สายถ่ายรูป // สายมินิมอล

คะแนน : 9/10

Address : 123/45 ซอยหมู่บ้านตะเกียบ ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110

Tel :   032 646 779

Time :   08:00 – 22:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/Kocchira/

Website : www.kocchirahuahin.com


Tree House Cafe

คาเฟ่ที่เป็นบ้าน

คาเฟ่ขนาดเล็กแต่ร่มรื่นมากกกก

คาเฟ่แห่งนี้ส่วนตัวอยู่ในซอยหัวหิน 29 และก็ซ่อนตัวอีกทีอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยความร่มรื่นจากต้นไม้มากมาย ภายในบ้านหรือคาเฟ่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียว สมกับชื่อร้าน tree house ภายในร้านจะมีทั้งโซน indoor และ Outdoor สามารถเลือกได้ตามใจชอบเลยนะ

ส่วนตัวเราชอบร้านนี้มากกก เพราะเราชอบบ้านที่มีต้นไม้เยอะๆแบบนี้ มันทำให้การนั่งจิบกาแฟไม่ว่าเวลาไหนก็เย็นสบาย ส่วนเมนูของที่ร้านก็จะมีเครื่องดื่มประเภทกาแฟและเบียร์คราฟ ส่วนอาหารก็จะมีอาหารตะวันตกหลายอย่างให้เราเลือกทาน ส่วนตัวเรานั้นได้ลองเฉพาะกาแฟ รสชาติดีงาม รวมกับบรรยายสีเขียวๆแบบนี้ ได้ลองเอาโน้ตบุ้คมาคิดงานที่นี่ มันคือสวรรค์ของเราเลยยย

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม กาแฟ อาหาร และเบียร์คราฟ

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • คาปูชิโน่ : กาแฟรสชาติดีงาม ที่สำคัญใครชอบฟองเยอะๆต้องรักที่นี่

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกาแฟ // สายเบียร์คราฟ // สายสปาเก็ตตี้ // สายถ่ายรูป // สายชิล // สายบ้านและสวน

คะแนน : 9/10

Address : 15/117 ซ.หัวหิน29 อ.หัวหิน อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 7110

Tel :   081 937 0070

Time :   09:00 – 18:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/treehousecafehuahin/


Memory House Cafe

นี่คาเฟ่ในหัวหินหรือฉากในนิทาน

ใครชอบถ่ายรูปต้องรักคาเฟ่แห่งนี้

คาเฟ่สีขาวที่อยู่กลางทุ่ง ให้บรรยากาศที่น่ารักมากกก memory house cafe อยู่ในซอยหัวหิน 101 ติดอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ภายในร้านตกแต่งบรรยากาศน่ารัก ใช้สีขาวเป็นหลักให้อารมณ์เหมือนโรงนาที่อยู่ในไร่ แถมบรรยากาศภายนอกของร้านยังมีทุ่งหญ้าสวยๆ ที่อยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำให้ความรู้สึกเหมือนเราไม่ได้อยู่ในหัวหินเลย น่ารักมากกกก

คาเฟ่แห่งนี้น่ารักมากกกก โดยเฉพาะสายถ่ายรูปน่ารักกุ๊กกิ๊ก คือดีงามมม ใครจะมาแนะนำว่าควรแต่งตัวน่ารักๆมาถ่ายรูปสวยๆกันนะจ้ะ

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม + ขนม

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • ชานมไข่มุกพ่นไฟ : รสชาติอร่อยเลยทีเดียวค่ะ

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกุ๊กกิ๊ก // สายน่ารัก // สายถ่ายรูป // สายชิล

คะแนน : 9/10

Address : 43/56 ซ.หมู่บ้านเขาเต่า ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77110

Tel :  095 663 2901

Time :   10:00 – 19:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/memoryhouse2019/


Air Space Hua Hin 

คาเฟ่สุดเท่ของหัวหิน

สายกาแฟควรมาเช็คอิน

Air Space ตกแต่งตัวอาคารนี้ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโรงเก็บเครื่องบิน ตกแต่งด้วยกระจกใส ทำให้โปร่ง สบาย ด้านในมีเฉพาะโซน Indoor เท่านั้น เมนูเครื่องดื่มก็มีให้เลือกเยอะมากก ตั้งแต่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค๊อกเทล กาแฟ ส่วนขนมก็ยังมีให้เราเลือกทานได้อีกเพียบบบบ

ส่วนตัวเราชอบการตกแต่งของร้านนะ ยิ่งใครแต่งตัวสวยๆมาถ่ายรูปชิคๆ คือดีงามมม ใครมาหัวหินแล้วควรแวะมานะ รับรองได้รูปสวยๆกลับไปแน่นอน

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม + ขนม +อาหาร

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • Deconstructed Latte : ใครคือสายกาแฟ เราอยากจะบอกว่าควรลองงง มันมีอะไร มันคือการผสมกันของรสชาติในลิ้นนนน
  • Hot Plate Brownies : อันนี้อร่อยมากกกก ดีงามมมม แนะนำว่าต้องลอง

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกาแฟ // สายอาหาร // สายขนม // สายถ่ายรูป // สายเท่ // สายเก๋ // สายรักความสงบ

คะแนน : 9/10

Address : 12/399 หัวดอน, หนองแก, อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 7110

Tel :   063 916 0999

Time :  09:00 – 22:30 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/airspaceth/


De Chaochom | ที่พักหลักพัน บรรยากาศหลักล้าน

เหนื่อยจังชีวิตช่วงนี้…

หนีไปทะเลกันดีกว่ามั้ย

เห้ออออออออออออออ เหนื่อยเหมือนกันนะถ้าเราต้องตามโลกแบบนี้ในทุกๆวัน

อยากหนีไปพักผ่อน อยากหนีไปนอนโง่ๆริมทะเล (ปกตินั่งก็ไม่ได้ฉลาดเท่าไหร่เลยแกร๊)

เรามีเวลาแค่ 2 วัน จุดหมายปลายทางในครั้งนี้ของเราคือ “หัวหิน”

เวลาแค่ 2 วัน ถือว่าน้อยมากกับการไปเที่ยว แต่มันเพียงพอกับการไปพักผ่อนให้ร่างกายได้ชาร์จแบต ทริปนี้เราเลยมองหาที่พักดีๆ เพื่อให้เราได้ใช้ชีวิต 2 วัน 1 คืนอยู่ในโรงแรม จะได้ไม่เสียเวลาไปกับการเดินทางไปโน้นนี่

ทริปพักกาย พักใจของเราในคราวนี้เรามีจุดหมายอยู่ที่โรงแรม “De ChaoChom”

อย่าพูดพร่ำทำเพลงให้มาก เก็บของใส่กระเป๋าแล้วออกเดินทางกันดีกว่า

โรงแรม “De ChaoChom ” อ่านว่า “เดอ เจ้าจอม”

โรงแรมที่มีราคาห้องพักอยู่ในหลักพันบาท แต่กลับได้บรรยากาศความเป็นส่วนตัว ที่พักติดทะเลแค่ไม่กี่ก้าว อย่างกับเกาะส่วนตัวราคาหลักล้าน

“เดอ เจ้าจอม หัวหิน”โรงแรมริมทะเลที่มีสไตล์การตกแต่งให้กลิ่นอายแบบไทยโบราณ แต่ผสานความเป็นสมัยใหม่อย่างลงตัว

ความพิเศษของ “เดอ เจ้าจอม หัวหิน” ไม่ได้มีแค่ดีไซน์ การตกแต่ง หรือ เป็นโรงแรมที่ติดทะเล แต่สถานที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นบ้านพักตากอากาศของเจ้าจอมมารดาโหมด บุนนาค เจ้าจอมมารดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5

ต่อมาเมื่อไม่นานนี้เอง สถานที่แห่งนี้ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นที่พักแสนสงบ ติดทะเล ชื่อว่า “เดอ เจ้าจอม หัวหิน”

เราเดินทางมาถึงหัวหินก็เข้าเช็คอินโรงแรมทันที เพราะทริปนี้เราเดินทางเพื่อมา “หย่อนใจ” ให้เสียงคลื่นลมบำบัดจิตใจ ฟื้นความเหนื่อยล้า

เมื่อเช็คอินเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องเดินผ่านซุ้มประตูทรงสามเหลี่ยม ที่ให้ความคล้ายกับ “ชฎา” ให้อารมณ์เหมือนประตูที่ทะลุมิติ ทิ้งความวุ่นวายไว้นอกโรงแรม พร้อมรับความสงบภายใน “เดอ เจ้าจอม หัวหิน” เพราะมองไปไกลๆ เราจะเห็นทะเลที่อยู่ปลายสุดของพื้นที่โรงแรม

ทริป “หย่อนใจลงที่เดอเจ้าจอม” ในครั้งนี้พิเศษสุดๆๆ เพราะเราจะเข้าพักในห้องพักที่ชื่อว่า “เรือนลูกไม้” ห้องพักหมายเลข 111 ที่คือเป็นไฮไลท์ของโรงแรมเดอเจ้าจอม

“เรือนลูกไม้” บ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมแห่งนี้ เนื่องจากเป็นบ้านอายุเก่าแก่ที่มาพร้อมกับสถานที่แห่งนี้ ปัจจุบันได้รับการรีโนเวทภายในให้มีสไตล์โคโลเนียล

ด้านหน้าบ้าน “เรือนลูกไม้” มีสนามหญ้า ให้เราได้นั่งเล่นพักผ่อน มองทะเลได้ตลอดทั้งวัน

ด้านข้างบ้านเห็นวิวสระวายน้ำส่วนกลาง ประหนึ่งสระน้ำส่วนตัวของเราเลย ซึ่งเราสามารถเดินไปว่ายน้ำเล่นได้ง่ายๆ

จากหน้าบ้านเราสามารถเดินลงทะเลเพียงไม่กี่ก้าว ใกล้ชิดทะเลกันแบบสุดๆไปเลย

มาดูภายในตัวบ้าน “เรือนลูกไม้” กันดีกว่า

“เรือนลูกไม้” บ้านชั้นเดียวนี้มีระเบียงกว้างรับลม แต่งด้วยระแนงไม้ฉลุแบบโบราณ ภายในตกแต่งด้วยสีขาวเป็นหลัก แต่ยังคงมีสีน้ำตาลที่ให้อารมณ์ความอบอุ่น พื้นที่ภายในบ้านก็กว้างมาก นอกจากจะในมีเตียงนุ่มๆ ที่หันหน้าออกไปยังทะเล คือนอนแล้วก็มองเห็นทะเลตลอดเวลา ชิลเวอร์ ไม่พอนะ ยังมีมุมโซฟาสำหรับพักผ่อน ซึ่งด้านหลังของโซฟาคือมินิบาร์ ขนาดไม่เล็ก

ส่วนพื้นที่ของห้องน้ำและห้องแต่งตัวที่ต่อมาจากห้องนอนก็กว้างพอสมควรเลย เพราะมีส่วนของเปียกและแห้งแยกส่วนกัน มีพื้นที่สำหรับแต่งตัว ยังไม่พอออออออออ เพราะมีอ่างให้เราได้นอนแช่น้ำชมวิวทะเลด้านนอกด้วย

“เรือนลูกไม้” เหมาะมากกกกกสำหรับคู่รัก ใครจะมาฮันนี่มูน ดีงามมมมม โรแมนติก สงบ มีแค่เราสอง และ ทะเล

พาทัวร์รอบห้องแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะได้กระโดดขึ้นไปบนเตียงนอนมองวิวทะเลสักที

ทริปพักผ่อนมันดีแบบนี้แหละ

แอบงีบหลับไปพักใหญ่ๆ ตื่นมาก็มานั่งเล่น นอนเล่นหน้าบ้านให้สมกับเป็นทริปพักผ่อนสักหน่อย

หรือใครที่เห็นสระว่ายน้ำแล้วอยากกระโจนใส่ตลอดเวลาแบบเรา 55555 ก็อย่ารอช้าค่ะ สระว่ายน้ำส่วนกลางอยู่ใกล้เราขนาดนี้ เราต้องจัดดดด

เล่นน้ำอยู่พักใหญ่จนเริ่มหิววว ทางโรงแรมก็มาแจ้งว่า เดี๋ยวจะจัดโต้ะอาหารเป็น Dinner หน้าที่พักให้ ใครมาเป็นคู่ อยากได้อารมณ์ Dinner ริมทะเลแนะนำว่าให้จองชุด Seafood Dinner

Dinner แบบส่วนตั๊ววว ส่วนตัว บรรยากาศริมทะเล

Seafood Dinner อาหารจัดมาแบบจัดเต็มมากกกกกก ขนมาทั้งทะเล อร่อยมากกกกกก

ใครยังไม่มีแพลนว่าจะไปทานที่ไหน แนะนำจัดแบบเรา สบายใช้ชีวิต กินๆ นอนๆ ในโรงแรม “เดอ เจ้าจอม หัวหิน”

ฟินนนนนนนน

อิ่มแล้วก่อนนอนเพื่อความหลับสบาย อย่าลืมเปิดน้ำอุ่น ตีฟองนุ่มๆ แช่ให้สบายใจจจจจ

ใครมาเป็นคู่ก็แช่พร้อมกันสองคนก็ได้นะ กิกิ

หรือใครจะออกมานั่งเล่น นอนเล่น เดินเล่น ซึมซับความสงบในเวลากลางคืน ก็สบายใจดีนะ

เช้าวันรุ่งขึ้นเราตื่นมาอัตโนมัติ

มองไปที่ปลายเตียงได้เห็นแสงยามเช้าที่ริมทะเล เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้ แต่อยากให้ทุกคนได้มาลองสัมผัสมันด้วยตัวเอง

ไหนๆก็ตื่นทันพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว จะนอนแช่ให้เสียโอกาสไปทำไม

ต้องรีบมาสูดอากาศดียามเช้าริมทะเลกันค่ะ

กินบรรยากาศจนอิ่มใจ ท้องก็เริ่มหิวบ้างแล้ว

เราเดินมาทานอาหารเช้ากันที่ห้องอาหารของโรงแรม โดยอาหารจานหลักเราสามารถเลือกได้คนละหนึ่งอย่าง ส่วนกาแฟ ขนมปัง สลัด และอื่นๆมีให้เราตักได้ไม่อั้น

ส่วนเราเลือกเป็นไข่กระทะ และ ข้าวผัดกุ้ง

รสชาติดีงามตามท้องเรื่องเลยยยจ้าาา

อิ่มแล้ว เราขอไปแช่น้ำอุ่นๆอีกสักรอบก่อนกลับ

แช่ตอนเช้าชิลๆ มองทะเลไป

ชีวิตดี๊ดีเลยแกร๊

สุดท้ายก่อนเช็คเอ้าท์

เราเอาจักรยานของที่พักที่ให้เราใช้ได้ฟรี ปั่นเล่นไปยัง Seen Space ได้เลย (ใกล้นิดเดียว) หรือใครจะปั่นเล่นอยู่รอบๆโรงแรมก็ได้นะ

ถ้าให้ปั่นจักรยานเพื่อมาเที่ยว ถ่ายรูปที่ Seen Space อย่างเดียวคงไม่ใช่ทางเรา

เพราะเราขอแวะไปทานข้าวอร่อยๆ ที่ร้าน Tanya’s

ร้านอาหารที่รสชาติเหมือนรสมือแม่ ไม่ใช้ผงชูรส แต่รสชาติอาหารอร่อยมากกกกกกก

ส่วนใครอยากตามรอยบันทึกนักหนีเที่ยวมาเสพความฟินที่โรงแรม “เดอ เจ้าจอม หัวหิน” โรงแรมที่เราจ่ายหลักพัน แต่ให้บรรยากาศส่วนตัวเหมือนมีบ้านตากอากาศเป็นของตัวเอง ในบรรยากาศหลักล้าน

ตามมาง่ายๆ แค่ขับรถมายัง หัวหิน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสำนักงานวังไกลกังวล ขับต่อมาอีกนิดก็จะเจอกับโรงแรม “เดอ เจ้าจอม” หรือใครเคยมา Seen Space ตัวโรงแรมก็อยู่ใกล้ๆกันเลยค่า

สุดท้ายต้องขอขอบคุณโรงแรมเดอ เจ้าจอม หัวหิน ที่ให้บันทึกนักหนีเที่ยวไปได้พักผ่อนหน่อยใจ กับที่พักริมทะเล ในบรรยากาศดีงามขนาดนี้

ใครต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือเช็คโปรโมชั่นล่าสุด หรือจะจองห้องพักของโรงแรม เดอ เจ้าจอม หัวหิน สามารถติดต่อได้ที่

https://www.facebook.com/dechaochom/

http://www.dechaochom.com/

  • 3/1 Bor Fai Village (Hua Hin Soi 35) Hua Hin Prachuap Khiri Khan Thailand 77110
  • Tel :032 900 246, 032 900 247

Cloud 9 Hotel Hua Hin

จากทริปหัวหินล่าสุดของเรา เรามีโอกาสไปพักที่โรงแรม Cloud 9 Hotel Hua Hin

รีวิวนี้เลยจะเอามาพูดถึงโรงแรมแห่งนี้แบบเต็มๆกัน

Cloud9 Hotel Hua Hin โรงแรมในเมืองหัวหินเพื่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ กับรูปแบบการใช้ชีวิตแบบดิจิตอล โรงแรมแห่งนี้มีดีไซน์ที่ทันสมัย แต่แฝงไปด้วยความเรียบง่าย มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครัน ทั้งยังมาในรูปแบบเครือข่ายสังคมที่แบ่งปันกัน แต่โรงแรมนี้ไม่ได้เหมาะแค่การเดินทางมาคนเดียวหรือแค่สองคนเท่านั้น เพราะที่นี่ยังเหมาะแก่การมาพักผ่อน กับครอบครัว หรือหมู่คณะ ภายในตกแต่งที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สไตล์มินิมอล เรียบง่าย

เมื่อเราเข้ามาภายในโรงแรมสิ่งแรกที่เราจะได้เจอคือ Lobby ที่ตกแต่งแบบมินิมอล แต่มีมุมเก๋ๆไว้ให้เราได้ถ่ายรูปเล่นด้วยนะ

ส่วนอีกฝั่งที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับ Lobby ก็จะมีคาเฟ่ Cloud 9 Café คาเฟ่บรรยากาศสุดชิลล์ ตกแต่งด้วยสีฟ้า ยังคงสไตล์ความเป็นมินิมอลเอาไว้

คาเฟ่แห่งนี้มีเมนูซิกเนเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่ทุกคนไม่ควรพลาด นั่นก็คือ Cacloud Cocao และยังมีเมนูอื่นๆ ที่ควรค่าแก่การลองอีกเยอะเลยนะ ไม่ว่าจะเป็น Cloud Latte, Matcha Latte, Matcha Honey Lemon และอีกเยอะมากกกก

ถ่ายรูปคาเฟ่เสร็จเรียบร้อยแล้วเราไปดูส่วนของห้องพักกันดีกว่า ที่นี่มีห้องหลากหลายแบบมากๆ เราขอเริ่มจากห้องแบบ Dormitory Room ห้องพักรวม ทั้งแบบเฉพาะผู้หญิง และรวมหญิง-ชาย ซึ่งห้องพักประเภทนี้คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ชินสักเท่าไร แต่จริงๆแล้วความสะดวกสบายไม่ต่างกับห้องส่วนตัวเลย แถมราคาเบาสบายกระเป๋าอีกด้วยนะ

Dormitory Room

ห้องพักรวม ทั้งแบบเฉพาะผู้หญิง และรวมหญิง-ชาย

ทุกห้องมีผ้าม่านเพื่อความเป็นส่วนตัว ปลั๊กไฟ โคมไฟ ล็อกเกอร์เก็บของมีค่า โดยโซน Dormitory Room จะมีห้องอาบน้ำ และห้องน้ำ เป็นส่วนตัวแยกสำหรับผู้หญิง และผู้ชาย

  • Dome 4 เตียง จำนวน 16 ห้อง
  • Dome 6 เตียง จำนวน 2 ห้อง

โดยโซน Dormitory Room จะมีห้องอาบน้ำ และห้องน้ำ เป็นส่วนตัวแยกสำหรับผู้หญิง และผู้ชาย และไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะภายในห้องน้ำมีอุปกรณ์ครบครันไม่ต่างกับห้องแบบส่วนตัวเลย

Double Room

ห้องพักส่วนตัว สำหรับ 2 ท่าน ที่เป็นห้องขนาดกระทัดรัด แต่ไม่อัดอึด ภายในมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องก็ครบครัน มีห้องน้ำในตัว เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว

  • Double Room (วิวเมือง)
  • Double Room Sea View (วิวทะเล)

ห้องนี้ถือเป็นไฮไลท์ของ Cloud 9 เลยค่ะ เพราะว่าภายในห้องจะแบ่งเป็น 2 ชั้น โดยเตียงนั้นจะอยู่ชั้นบน ส่วนชั้นล่างจะมีโซฟาให้เราได้นั่งมองวิวชิลๆ

Twin Room

ห้องพักคู่สำหรับ 2 ท่าน ห้องนี้ลักษณะโดยรวมคล้ายกับ Double Room แต่จะมีความต่างตรงที่เป็นเตียงคู่ เหมาะสำหรับคนที่มากับเพื่อน แต่ไม่อยากนอนเตียงเดียวกัน ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็ครบครันเช่นเดิม

Triple Room

ห้องพักสำหรับ 3 ท่าน ห้องนี้เหมาะสำหรับครอบครัว พ่อ แม่ ลูก หรือแก๊งเพื่อนที่มากัน 3 คน ภายในห้องจะประกอบไปด้วย 1 เตียงเดี่ยว และ 1 เตียงคู่ แถมยังมีโซฟาให้เราไว้นั่งในห้องด้วย ส่วนอุปกรณ์ก็ครบครันเช่นเดิม ห้องน้ำส่วนตัวสบายมาก

Family Room Sea View

ห้องพักแบบครอบครัววิวทะเล พักได้ 4 ท่าน ห้องนี้สำหรับใครที่มาแบบครอบครัว พ่อแม่ และ ลูกลูก เป็นทางเลือกที่ดีมาก เพราะภายในห้องนอกจากนอนได้ถึง 4 คนแล้ว ยังมีพื้นที่ว่างสำหรับให้เราได้นั่งเล่นอีกด้วย ส่วนอุปกรณ์ยังคงมีครบเหมือนเดิม ห้องน้ำส่วนตัวที่ใหญ่สมกับเป็นห้องแบบครอบครัว

Common area

พื้นที่ส่วนกลาง ที่ให้บริการ Board Game หรือเกมกระดาน เพื่อให้ลูกค้าได้ผ่อนคลาย และสนุกสนานกับเพื่อนฝูง หรือจะเล่นกับลูกค้าท่านอื่นๆ ในโรงแรม

Pantry Area

ห้องอาหารเพื่อให้บริการอาหารเช้าแบบ Light Breakfast ทั้ง ขนมปัง นม ซีเรียล ชา กาแฟ ผลไม้ตามฤดูกาล และอีกมากมาย โดยสามารถรับประทานได้ตลอด 24 ชม.เลยด้วย

เรายังสามารถนำอาหารจากภายนอกเข้ามาอุ่น และรับประทานได้ โดยทางโรงแรมมีจาน ชาม ช้อน-ส้อม แก้วน้ำ ไว้ให้ได้ใช้อย่างสะดวก หรือจะซื้ออะไรมาแช่ไว้ในตู้เย็นก็ได้นะ ดีงามมม

Cloud Bar Roof Top

ดาดฟ้าของโรงแรมที่ให้ลูกค้าได้นั่งพักผ่อน กินลมชมวิวทะเล โดยทางโรงแรมให้บริการจำหน่าย เบียร์ น้ำอัดลม และ Snack และยังเป็นพื้นที่สำหรับจัดปาร์ตี้ กลุ่มเล็กๆ สามารถรองรับได้ประมาณ 20-30 ท่าน

และเป็นมุมที่ไม่ว่าจะถ่ายรูปตอนไหนก็สวยยยย กลางวันเราชอบมองวิวจากดาดฟ้าที่นี่ไปยังทะเล กลางคืนก็สามารถนั่งฟังเพลงชิลๆ ดีงามมม

ยังค่ะ ยังไม่หมด เพราะทางโรงแรมยังมีบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอีก อาทิ Wifi, บริการให้เช่าจักรยานยนต์ และรถยนต์

และในอนาคตอันใกล้นี้ ทางโรงแรมกำลังจะมี Mobile Application เพื่อให้ลูกค้าใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ในโรงแรม การติดต่อสื่อสารกับทางพนักงานโรงแรม มีการ scan QR code เพื่อซื้อเครื่องดื่ม ให้ทิปพนักงาน หรือใช้สำหรับซื้อของที่ระลึก ของฝากในโรงแรมอีกด้วย สมกับเป็นโรงแรมคนรุ่นใหม่มากกกก

ราคา

ส่วนราคาของที่พักนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ 440 – 4200 บาท (ทั้งนี้ราคาขึ้นกับช่วงเวลาที่เดินทาง)

การเดินทาง

หัวหินอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 230 กิโลเมตร สามารถเดินทางสู่หัวหินได้หลายวิธี ทั้ง รถยนต์ (ใครที่จะเดินทางมาด้วยรถส่วนตัว และจะเดินทางมาในช่วงเวลาช่วงหยุดยาวหรือเทศกาล แนะนำให้โทรให้ทางโรงแรมจองที่จอดรถไว้ให้นะคะ) , รถไฟ (ใครมารถไฟลงรถที่สถานีรถไฟสามารถเดินเท้ามายังโรงแรมได้ใช้เวลาประมาณ 10 นาที) หรือ รถประจำทาง

สถานที่ตั้ง

  • ถนนแนบเคหาสน์ ตำบลหัวหิน อำเภอ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110

ติดต่อสอบถามและสำรองห้องพัก

ก้อนเมฆคือสัญลักษณ์ของ cloud 9 hotel hua hin

สุดท้ายใครที่จะเดินทางไปหัวหิน และกำลังมองหาโรงแรมน่าพัก ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ แต่ยังคงความสะดวกสบายไว้ครบครัน เราแนะนำว่าควรเปิดใจให้ Cloud 9 Hotel Hua Hin

หัวหินตามใจปาก

ครั้งนี้เราออกเดินทางไปยังหัวหิน เพราะความอยากกิน

ตั้งใจว่าจะกิน กิน และ กินนนนนนนน

เมื่อทริปนี้เรามีเป้าหมายในการกินชัดขนาดนี้

เราเลือกที่จะพักโรงแรมที่อยู่ใจกลางเมืองไปเล้ยยยยยยย

ทริปนี้เราพักที่โรงแรม Cloud 9 Hotel Hua Hin

Cloud 9 Hotel Hua Hin

โรงแรมตั้งอยู่ที่ 71 ถนนแนบเคหาสน์ ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เอาเป็นว่าทำเลคือโคตรใจกลางเมืองเลยยยย

สามารถอ่านรีวิวของโรงแรมได้ที่ : https://neetiewdiary.com/2019/09/07/cloud-9-hotel-hua-hin/

เราออกจากกรุงเทพตั้งแต่ 9 โมง ขับรถมาเรื่อยๆก็มาถึงหัวหินบ่ายพอดีเข้าเช็คอินโรงแรมได้

รอพี่ๆสตาฟของโรงแรมเช็คอินไม่นานก็ขึ้นมาบนห้อง ของีบหนึ่งตื่นแล้วจะออกไปตะลุยกิน

ชั้นล่างของโรงแรมไม่ได้เป็นแค่ Lobby นะ เพราะมีส่วนของ Cloud 9 Café เป็นคาเฟ่เล็กๆที่มีสีขาวสะอาดตา มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆด้วยนะ

แต่ก่อนไปงีบขอพาไปดูโรงแรมนิดนึง

เราได้ห้องชั้น 4 ซึ่งห้องจะอยู่ชั้นเดียวกับ Cloud Bar Roof Top ซึ่งก็คือ ดาดฟ้าของโรงแรมที่ให้เราได้นั่งพักผ่อน กินลมชมวิวทะเล โรงแรมมีจำหน่าย เบียร์ น้ำอัดลม และ Snack แถมตรงนี้ยังเป็นพื้นที่สำหรับจัดปาร์ตี้ กลุ่มเล็กๆ ได้อีกด้วยนะ

Cloud Bar Roof Top เป็นมุมที่ถ่ายรูปสวยทั้งกลางวันและกลางคืนเลยนะ ดีงามมม

ได้รูปสวยๆแล้วพามาดูในห้องบ้าง เราได้ห้อง 419 เป็นห้อง Double Room ห้องสำหรับ 2 คน มีห้องน้ำในตัว เครื่องอำนวยความสะดวกครบ

นอกจากห้องนอนแบบส่วนตัวแล้วที่นี่มีห้องประเภท Dormitory Room ด้วยนะ

Dormitory Room ห้องพักรวม มีห้องเฉพาะผู้หญิง และห้องแบบรวมหญิง-ชาย โดยทุกห้องมีผ้าม่านเพื่อความเป็นส่วนตัว ปลั๊กไฟ โคมไฟ ล็อกเกอร์เก็บของมีค่า โดยโซน Dormitory Room จะมีห้องอาบน้ำ และห้องน้ำ เป็นส่วนตัวแยกสำหรับผู้หญิง และผู้ชาย

ส่วนใครสงสัยว่า ในห้องจะมีตู้เย็นมั้ย มีน้ำดื่มให้มั้ย ต้องบอกว่าภายในห้องไม่มีตู้เย็นนะคะ แต่ภายในโรงแรมจะมีส่วนที่เรียกว่า Pantry Area

Pantry Area คือห้องอาหารที่ให้บริการอาหารเช้าแบบ Light Breakfast คือมี ขนมปัง นม เนย แยม ซีเรียล ขนม ชา กาแฟ โอวัลติน น้ำผลไม้ และผลไม้ตามฤดูกาล โดยห้องนี้เราสามารถลงมาทานได้ตลอด 24 ชม. อีกทั้งยังสามารถนำอาหารจากภายนอกเข้ามาอุ่น และรับประทานได้ โดยทางโรงแรมมีจาน ชาม ช้อน-ส้อม แก้วน้ำ ไว้ให้

ดีเนอะแกรรรรรรรรรรรร

ตามใจปากกกกกันที่หัวหินนนนนนนนน

ทริปนี้เรามาหัวหินแบบ 2 วัน 1 คืน ก็มีการทำแพลนการกินแบบแบ่งชัดๆกันไปเลยว่า วันแรกเราจะลอง Local Food ร้านอะไรที่เขาบอกว่าอร่อยก็จะไป ส่วนวันที่สองเราจะไปคาเฟ่ในหัวหินกัน

ซาลาเปาเตาถ่านเจ๊ม่วย

เราได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของร้านนี้มานานนนนน และเป็นร้านที่ปักธงไว้ในใจว่า “ไปหัวหินเมื่อไหร่ ชั้นต้องได้กินนนนน”

คุณยายม่วยเริ่มขายซาลาเปาตั้งแต่ 17.00 – 19.00 น.ร้านตั้งอยู่ที่ซอยหัวหิน 70 ร้านคุณยายอยู่ปากตรอกเล็กๆ ที่เป็นทางเข้าตลาดฉัตรไชยฝั่งทางทิศเหนือ ร้านหาไม่ยาก เพราะเราไป 5 โมงนิดๆก็มีลูกค้ามารออยู่เยอะแล้ว และส่วนใหญ่ก็เป็นคนในพื้นที่ด้วยนะ

ซาลาเปาคุณยายลูกละ 20 บาท ลูกใหญ่มากก มีกลิ่นหอมๆเพราะใช้เตาถ่านในการนึ่ง

แนะนำใครไปหัวหินต้องไปกินนะ

ขนมจีนเจ๊รุ่ง ซอยหัวหิน 55

ขนมจีน “เจ๊รุ่ง” ถือเป็นร้านขนมจีนในตำนานของหัวหินเลยนะ เปิดมานานกว่า 48 ปีแล้ว เดิมร้านขนมจีนนี่ชื่อว่าร้านขนมจีน “ยายมาลี” ต่อมาได้ส่งต่อความอร่อยมายังรุ่นลูกก็คือร้าน “ขนมจีนเจ๊รุ่ง” นี่แหละค่ะ 

ร้านขนมจีนเจ๊รุ่ง อยู่บริเวณสี่แยกซอยหัวหิน 55 ตัดกับบนถนนแนบเคหาสน์ จากโรงแรม Cloud 9 เดินมาได้ใกล้นิดเดียว เปิดทุกวันตั้งแต่ 14.00 น. – 20.00 น. โทร. 093-5656484

ขนมจีนของที่นี่เป็นขนมจีนเส้นสดที่สั่งกันมาแบบวันต่อวัน ส่วนน้ำยาก็จะมีให้เลือกคือ “น้ำยากะทิ” ที่จะใส่เนื้อปลาน้ำดอกไม้ (ปลาสาก) “น้ำยาป่า” ที่ใส่น้ำปลาร้าให้พอมีกลิ่นหอม และ “น้ำพริก” จะใส่ถั่วลิสงคั่ว แบบบด ทำให้มีรสชาติออกหวานนิดๆ และยังมี “น้ำต้ม” อันนี้เป็นสูตรเฉพาะของคนหัวหิน ที่จะหอมกลิ่นกระชาย และสมุนไพรอื่นๆ

จริงๆอีกอย่างที่คือเป็นเมนูขึ้นชื่อก็คือทอดมัน คือทอดมันร้านนี้คนหัวหินบอกว่าอร่อย เพราะ เขาใช้เนื้อปลาน้ำดอกไม้ล้วนๆ แบบไม่ผสมแป้งเลย ส่วนเราไม่ได้ลองเพราะเป็นคนกินทอดมันแล้วปวดหัว เลยอด

แต่ขนมจีนเจ๊รุ่งอร่อยจริงนะ ใครไปหัวหินอยากกินขนมจีน แนะนำเลยค่ะ “ร้านขนมจีนเจ๊รุ่ง”