Twinpalm Phuket | หนีเที่ยวมานอนโรงแรมสวยใกล้หาดสุรินทร์ ภูเก็ต

ทริปพักผ่อนทั้งที เราต้องเลือกโรงแรมสวยๆ ห้องพักสบายๆ มันถึงจะสมกับทริปพักผ่อนสิเนอะ

ก่อนจะเช็คอินโรงแรมที่เราจะพักกัน รีวิวนี้เราขอเปิดรีวิวด้วยการพาทุกคนไปทานอาหารเที่ยง ในวิวบรรยากาศติดทะเล สบายๆ เหมาะกับทริปพักผ่อนของเรา

 Catch Beach Club

ตอนกลางคืน  Catch Beach Club ถือเป็นสุดยอดไน์คลับของภูเก็ตก็ว่าได้นะคะ แต่ทริปนี้เรามากันในตอนกลางวัน จากสุดยอดไนท์คลับเมื่อมาตอนกลางวัน ที่นี่คือร้านอาหารที่อยู่บนหาดทรายสีฟ้า มีวิวเบื้องหน้าคือทะลอันดามันสีฟ้าสวยๆ ตกแต่งแบบ Contemporary ที่เน้นความเรียบง่าย แต่แฝงไว้ซึ่งความมีรสนิยม ผ่านโทนสีขาวและสีฟ้า 

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ : https://www.catchbeachclub.com/

Catch Beach Club FB: https://www.facebook.com/catchbeachclub/

SEAFOOD EXTRAVAGANZA

เมนูที่มาแล้วต้องสั่ง ยังไงก็ต้องสั่งงงง เพราะดีมากกก ความสดของวัตถุดิบ คือชนะเลิศมากกกก

TIGER PRAWNS

เป็นอีกหนึ่งเมนูที่แนะนำเมื่อมาที่นี่ อร่อยยยยยยยย

CATCH SALAD

ใครชอบสลัด อยากทานผัก ต้องเมนูนี้เลยค่ะ อร่อย ผักกรอบๆๆ คือดีมากกกกก

ความอร่อยของเมนูอาหารไม่ต้องพูดถึง เพราะอร่อยมากกกกกทุกเมนู ถือว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่บรรยากาศดี อาหารอร่อย ควรค่าแก่การเช็คอินมากๆๆค่ะ

เราเคยพาทุกคนไปเช็คอินโรงแรมในเครือ Twinpalms กันมาแล้ว รอบนี้เรามาเช็คอินกันที่โรงแรมแม่ของเครือนี้กันเลย Twinpalms Phuket ที่พักสวยในโซนหาดสุรินทร์

เราชอบทางเดินภายในโรงแรมมีความเป็นธรรมชาติ ต้นมะพร้าวสีเขียวกับสระสีฟ้า สวยมากกก

LIBRARY

ที่นี่มี library ให้เราได้แวะมานั่งอ่านหนังสือสบายๆ มองวิวสระสวยๆ ต้นไม้เขียวๆด้านนอก ไม่พอแค่นั้นเพราะยังมีคอมพิวเตอร์ให้เราได้ใช้สำหรับทำงานด้วยนะ

GYM & FITNESS

ใครที่เป็นสายออกกำลังกายที่นี่มีฟิสเนตอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายค่อนข้างครบเลยนะ ที่สำคัญเปิดตั้งเช้า – ปิดดึกเอาใจสายรักการออกกำลัง

Open daily from 07:00 – 20:30 hrs

DUPLEX LOFT

ห้องที่เราพักในทริปนี้ DUPLEX LOFT เป็นห้องที่มีพื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. ภายในห้องพักจะเป็น 2 ชั้น โดยแบ่งชั้นล่างเป็น living room สระส่วนตัว และมีห้องน้ำอยู่ด้วย

เข้ามาด้านในคือ กรี๊ดดดดด สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมากกกก

ชั้นสองจะเป็นส่วนของห้องนอนและห้องน้ำ โดยด้านบนจะมี bathtub ให้เราได้แช่นำอุ่นๆก่อนนอนอีกด้วย

ส่วนตัวเราชอบวิวที่มองลงไปแล้วเห็นเห้น living room พร้อมสระสีฟ้า

POOL

เราชอบสระส่วนกลางที่มีมาก เพราะใหญ่มากกก กว้างมากก รอบสระล้อมรอบไปด้วยต้นมะพร้าว บริเวณสระส่วนกลางจะมีห้อง LAGOON POOL type ด้วยเช่นกัน

ใครที่พักที่นี่เราแนะนำว่ายังไงก็ต้องมาใช้สระส่วนกลางให้ได้ เพราะความกวส้างและความสวยของสระเหมาะกับการให้เราได้พักผ่อนนอนชิล สุดๆๆ

Wagyu Steakhouse

คืนนี้เรามีดินเนอร์หรูที่ Wagyu Steakhouse ร้านอาหารที่อยู่ภายในโรงแรม หลากใครรักในค็อกเทลและเนื้อ เราแนะนำว่ายังไงก็ต้องมาโดน เพราะที่นี่ค็อกเทลเขาเข้มข้นมากกก เนื้อคุณภาพดีมากกกก

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ : https://www.wagyuphuket.com/

Wagyu FB: https://www.facebook.com/wagyusteakhouse

ค่ำคืนนี้เป็นมื้อดินเนอร์ที่อร่อยมากกกก มีความสุขกับเนื้อและไวน์ที่สุด

ทานดินเนอร์มาอิ่มมากกก ขอมาเดินย่อยสักหน่อย วิวสระส่วนกลางตอนค่ำสวยมากเลยนะ เป็นมุมที่มองจากล็อบบี้ย้อนกลับไป ถือว่าได้คนละวิวกับตอนเช้า สวยคนละแบบเลยล่ะ

Floating brekfast

ในเมื่อเราพักห้องของเรามีความเป็นส่วนตัวและสบายมากกกกก ความขี้เกียจออกไปทานอาหารเช้าในห้องอาหารเช้ามันก็เลยมีสูงมากก บวกกับว่าเราสามารถสั่ง floating breakfast มาทานที่ห้องก็ได้เช่นกัน

เราไม่รอช้าที่จะจัดแน่นอนค่ะ อาหารเช้าที่จัดมาในถาดลอยน้ำถือว่ามีครบ ไม่ต้องไปห้องอาหารก็ได้ ส่วนความอร่อยและความฟินนั้นมีสูงมากกกก เพราะมันชิลมากกกกกก

สุดท้ายใครที่กำลังมองหาที่พักสบายๆ ห้องพักแบบสวยๆ เหมาะกับการพักผ่อน โรงแรมที่มีอาหารอร่อย มีร้านอาหารดีๆอยู่ภายในโรงแรม และที่สำคัญสระส่วนกลางสวยมากกกก เหมาะแก่การถ่ายรูปมากกก เราว่าต้องไม่มองข้าม Twinpalm Phuket

Twinpalms Phuket

Address : 106/46 Moo 3, Surin Beach Road, Cherng Talay, Phuket 83110

Tel :+66 76 316 500

Web :https://www.twinpalms-phuket.com/offers-overview/

Facebook  : https://www.facebook.com/twinpalmsresorts

IG :https://www.instagram.com/twinpalmsphuket_official/

Similan | ชวนหนีเที่ยวสิมิลัน ธรรมชาติสวยที่สุด ณ เวลานี้

หากใครที่ติดตามบันทึกนักหนีเที่ยวน่าจะเห็นว่า ปกติเราไม่ค่อยเขียนรีวิวเที่ยวทะเลสักเท่าไหร่

ไม่ใช่ ไม่ชอบทะเล ไม่ชอบนั่งเรือ หรือใดๆๆ

แต่เพราะเรามนุุษย์จำพวก เห็นทะเลน้ำใสๆๆไม่ได้ มันห้ามใจไม่อยู่เมื่อเห็นทะเลสวยๆ น้ำใสๆๆ เราจะไม่สนสิ่งใดแล้วล่ะค่ะ เราจะลงทะเล เราจะไปนั่งแช่ นอนแช่ริมหาดด 555555

และนั่นเป็นเหตุให้เราไม่มีรูปใดๆมารีวิวเลย

ทริปนี้เราต้องพยายามห้ามใจตัวเองสุดๆ เพื่อไปเก็บรีวิวมาฝากทุกคน

ทริปนี้เรามีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ “หมู่เกาะสิมิลัน” หมู่เกาะที่สวยมากกกกกกกของไทย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพังงา โดยการเดินทางครั้งนี้เราเดินทางกับ Love andaman เรือนำเที่ยวเกาะที่เราเลิฟที่สุด

สำหรับใครที่อยากจะหนีเที่ยวไปทะเลบ้าง แต่ไม่แน่ใจว่าจะไปไหนดี เราแนะนำว่าให้ลองเข้าไปที่ https://www.loveandaman.com/ เว็บไซต์ที่รวบรวมทริปทะเลสวยๆเอาไว้ครบมาก โดยในเว็บจะบอกระยะเวลาของทริป ราคา บอกท่าเรือในที่ทริปที่เราจะไป

โดยทริปนี้เราทำการจองทริปเที่ยวไปกับเลิฟ ใครที่ต้องการจองทริปสามารถจองได้ที่

ช่องทางการจองสำหรับคนไทย

  • Inbox Facebook (www.facebook.com/loveandaman )
    โทร : 081-9998844
  • Line Id : @loveandaman
    ( ต้องมีเครื่องหมาย @นำหน้า )
    โทร : 090-9480888
    โทร : 076-390250 , 076-390260

เราจองทริปไปสิมิลันเรียบร้อย วันเดินทางเราเลือกที่จะขับรถไปท่าเรือเลิฟอันดามัน (ท่าเรือทับละมุ)  หากใครจะให้เลิฟไปรับก็สามารถแจ้งได้นะคะ

มาถึงทำการเช็คอินรับริสแบรนด์เพื่อทำการจำแนกเราไปตามทริปต่างๆ จากนั้นก็ไปหาของอร่อยๆ ที่เลิฟเขาจัดไว้ให้กันค่ะ

(เราไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะเช้ามากกก ยังไม่ตื่นเลยยยยย ขอโทษษษ)

ก่อนที่จะลงเรือออกเดินทางกัน เรามาฟังไกด์อธิบายทริปคราวๆกันก่อน โดยทริปของเราจะมีไกด์หมิง และไกด์สเตฟานี่ คนสวย เป็นไกด์ประจำเรือของเรา

สิมิลัน เป็นภาษายาวี แปลว่า 9 ซึ่งเท่ากับจำนวนเกาะที่ทอดตัวเรียงกันเป็นระยะทางยาว ซึ่งในวันนี้เลิฟจะพาเราไปเที่ยวกันทั้งหมด 4 เกาะ โดยเกาะที่เราจะไปได้แก่ เกาะ 8 เกาะ 9 เกาะ 7 และเกาะ 4 ซึ่ง เกาะ 1 เกาะ 2 และเกาะ 3 เป็นเกาะที่อนุรักษ์พันธุ์เต่าตะนุ ซึ่งไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไป

อธิบายกันคราวๆแค่นี้ก่อนเพราะถึงเวลาที่เราจะต้องออกเดินทางกันแล้ววว

เกาะ 8 หรือเกาะสิมิลัน

นั่งเรือออกจากท่าเรือทับละมุ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เราก็เดินทางมาถึงเกาะ 8 หรือเกาะสิมิลัน สถานที่ตั้งของ “หินเรือใบ” หรือ “Sail Rock” จุดชมวิวอันเป็นที่เลื่องชื่อ สามารถมองเห็นวิว “อ่าวเกือก” หรือ “Donald Duck Bay”

เมื่อมาถึงแล้วไกด์ของเราจะพาเราเดินขึ้นไปยัง หินเรือใบ ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนหน้าผา หากใครไม่ขึ้นไปด้านบนก็สามารถที่จะเล่นน้ำอยู่ที่หาดได้เลย

ตอนที่เรือเรามาถึงยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก

จุดชมวิวหินเรือใบ

ระยะทางการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวไม่ไกลนัก แต่ก็มีความสมบุกสมบันพอสมควรค่ะ เพราะบางช่วงจะมีต้องมุดบ้าง ต้องรอดบ้าง ใครพร้อมเราจะเดินไปพร้อมกันค่ะ

ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 10 นาที เราก็มาถึงจุดชมวิวแล้ววว

มาแล้วก็อย่ารอช้าค่ะ โพสท่าถ่ายรูปรัวๆๆไปเลย เพราะยังมีคนอื่นรอต่อคิวอยู่น้าา เพราะมุมนี้คือไฮไลท์ของเกาะสิมิลันเลยนะคะ

ยังจากได้รูปแล้ว ก็ได้เวลาที่จะมามองวิวชัดๆๆ วิวด้านบนสวยมากกกกกก เห็นทะเลสีฟ้าที่โคตรสวยเลย คุ้มค่ากับการมุดบ้าง ไต่บ้าง จนขึ้นมาบนนี้

กลับลงมาด้านล่าง สวยมากกกกกกก ทะเลสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกก

วันนี้แดดดีน้ำสีฟ้าแบบใสๆๆเลยค่ะ ใครจะเล่นน้ำ จะนั่ง จะนอน จะถ่ายรูปก็ตามสบายเลยค่ะ

ตอนนี้วิวตรงหน้าเราโคตรสวยเลยยยยย สิมิลันจ้าาาาาา บันทึกนักหนีเที่ยวมาแล้ว

(พูดจบคือเดินลงทะเลไปแล้วจ้าาาาาาา)

จุดดำน้ำที่ 1 เกาะ9 หรือเกาะบางู

เกาะ9 หรือเกาะบางู เป็นจุดดำน้ำแรกที่เราจะได้เห็นปลาหายาก ตัวใหญ่ๆๆ ฝูงปลาต่างๆ พร้อมกับน้ำทะเลใสๆๆ และปะการังสวยๆ

เราว่ายน้ำไม่ได้แข็งมาก และห่างหายจากทะเลไปนานพอสมควรเลยขอใส่ชูชีพนะคะ เพราะกลัวจะเป็นภาระให้พี่ๆเรือเวลาที่เกิดเป็นตะคริวขึ้นมา (เขิลลลลเลย)

จุดดำน้ำที่ 2 เกาะ 7 หรือเกาะบายู

จุดดำน้ำที่สองเป็นจุดที่เราสามารถลุ้นว่าจะได้เจอเต่าทะเลมั้ย เพราะบริเวณนี้เป็นที่อาศัยของเต่าทะเล

พวกเราไม่รอชาที่จะลงทะเลกันอีกครั้ง

“เต่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา !!!! ”

เสียงใครสักคนตระโกนบอกว่าเจอเต่า แล้วหลังจากนั้นทุกคนก็ว่ายไปยังจุดนั้น เป็นภาพที่ตลกดีค่ะ ทุกคนพยายามไปหาน้องเต่ากัน ส่วนเราอยู่หลังๆๆ เพราะตอนที่ได้ยินเสียงตะโกน เราพึ่งลงมาในทะเลเอง

บริเวณนี้สวยดีค่ะ มีปะการังสีน้ำเงินเยอะเลย

เกาะ 4 หรือเกาะเมียง

เกาะ 4 หรือเกาะเมียง เป็น เกาะที่มีชายหาดสวยมากกกกกกกกกก น้ำใสมากกกกก เหมาะแก่การเล่นน้ำมากกกกก

โดยที่นี่จะเป็นเกาะสุดท้ายของทริปนี้ เราสามารถอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า รวมถึงทานข้าวกันที่นี่ อาหารของเราเลิฟเขาจัดมาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ ไม่ต้องกลัว ปริมาณจุใจ อร่อยเลยนะ

หลังจากอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาตามอัธยาศัยของแต่ละคน

ส่วนของเรานั้นเดาไม่ยากค่ะ วิ่งลงไปในทะเลเหมือนเดิมมมมมม

แดดคืออะไร ผิวไหม้คืออะไร ไม่สนใจแล้วค่ะ ณ เวลา ก็ทะเลสวยขนาดนี้ !!

สุดท้ายตอนนี้เราอยากจะชวนทุกคนให้มาเที่ยวสิมิลันกันค่ะ สิมิลันเป็นอีกเกาะที่สมบูรณ์ของไทย และยิ่งตอนนี้ ธรรมชาติสวยสุดๆๆเลย นักท่องเที่ยวน้อย โปรโมชั่นแพ็คเกจเที่ยวก็เยอะมากๆๆ ถือว่าเที่ยวตอนนี้คุ้มสุดเลยนะ

สิมิลัน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เลขที่ 93 หมู่ที่ 5 บ้านทับละมุ ถนนเพชรเกษม ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา

เปิดให้เข้าชม : 15 ตุลาคม-15 พฤษภาคม ของทุกปี

จองทริปไปเที่ยว : https://www.loveandaman.com/similan

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติม Love Andaman : https://www.facebook.com/loveandaman

Blue Elephant | บันทึกนักหนีเที่ยวชวนทานอาหารไทยแบบชาววัง

วันหยุดเราไม่ได้ไปไหนไกล แต่ขอพาตัวเองมาทานอาหารไทยอร่อยๆแบบฉบับชาววังกันในกรุงเทพนี่หล่ะ โดยทริปนี้เราเดินทางมากับ CABB TAXI แท็กซี่ลอนดอนที่เดินทางได้ในกรุงเทพ ใครอยากอ่านรีวิวของ CABB สามารถจิ้มลิงค์ไปได้เลยนะคะ https://neetiewdiary.com/2020/11/19/cabb-taxi-ชวนนั่งแท็กซี่ลอนดอน/

Blue Elephant

บลู เอเลเฟ่นท์ ภัตตาคารอาหารไทยแบบฉบับชาววังที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ อาคารสไตล์โคโลเนียล บนถนนสาทรที่พลุกพล่าน พร้อมต้อนรับให้เราได้มาลิ้มลองความอร่อย

เราจองโต๊ะเอาไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ แนะนำว่าใครที่อยากจะมาทานอาหารที่นี่ จองล่วงหน้ามาจะดีมาก เพราะว่าถ้าหาก walk in อาจจะไม่ได้ทานก็เป็นได้นะ

ตัวอาคารคฤหาสน์เก่าแก่อายุหนึ่งศตวรรษของกรุงเทพฯ ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากรของประเทศไทย ภายในยังดีไซน์ให้มีความเป็นไทย ด้วยอาคารแห่งนี้เป็นอาคารเก่าแก่ ทำให้ภายในปูพื้นไม้ทั้ง 3 ชั้นของตัวอาคาร

เราขอพาทุกคนไปชมชั้นบนสุดกันก่อน โดยชั้นนี้จะเป็นโรงเรียนสอนทำอาหาร โดยเชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ มาสเตอร์เชฟผู้เป็นหัวใจและจิตวิญญาณของบลู เอเลเฟ่นท์ หากใครที่อยากจะเรียนลองสอบถามทางโรงเรียนได้เลยนะคะ

ส่วนเราสองคนฝีมือทำอาหารน่าจะดีสุดที่ต้มมาม่าและตั้งหน้าตั้งตารอชิมเมนูอร่อยๆแทนค่ะ

ส่วนของชั้น 2 จะเป็นห้องจัดเลี้ยง และบาร์เครื่องดื่ม หากใครที่จะเดินทางมาทานอาหารเป็นหมู่คณะ สามารถแจ้งทางร้านได้เลยนะคะ เพราะเขามีห้องที่จะจัดให้ได้แน่นอนค่ะ

ส่วนชั้นหนึ่งจะแบ่งเป็นสองโซน โดยโซนแรกจะเป็นส่วนของ Shop ที่มีจำหน่ายของที่ระลึก และเครื่องแกงแบบฉบับเข้มข้นของ Blue Elephant ที่เราสามารถนำกลับไปปรุงเองได้ที่บ้าน

อีกโซนก็คือโซนของร้านอาหารที่เราจะไปทานกันในวันนี้ ภายในตกแต่งไว้ด้วยความเป็นไทย ยังคงใช้ไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่นและมีความเป็นไทยแบบคลาสสิคร่วมอยู่ด้วย

วันนี้ถือเป็นความโชคดีของเรา เพราะเชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ มาสเตอร์เชฟผู้เป็นหัวใจและจิตวิญญาณของบลู เอเลเฟ่นท์ เป็นคนลงมือทำอาหารให้เราเอง

ตื่นเต้นมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

โดยเมนูของเราในวันนี้คือ

ตับห่านตับหวานยำ 3 ชี

อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก ตับห่านกับน้ำยำที่เข้ากันมากๆๆ แนะนำมากค่ะจานนี้

ตับห่านซอสมะขาม มะม่วงน้ำดอกไม้

ตับห่านราดด้วยซอสมะขาม ตัดเลี่ยนด้วยมะม่วงน้ำดอกไม้ เข้ากันมากกกก อร่อยมากก

ต้มโคล้งหอยเชลล์น้ำพริกปลาสลิด

เนื้อหอยเซลล์แน่นๆเด้งๆ ตัวน้ำซุปกลมกล่อมมาก โรยด้วยน้ำพริกปลาสลิด ทำให้เมนูนี้อร่อยสุดๆๆเลยค่ะ

แกงปูใบชะพลูชะคราม เส้นหมี่

เมนูโปรดของเรา หากที่ไหนทำเมนูนี้ได้อร่อย เราจะรักมากกกก และแน่นอนค่ะตอนนี้เราตกหลุมรัก blue elephant ไปเต็มๆ

เนื้อปูที่แน่นมากๆๆ มาในน้ำแกงเข้มข้นแบบฉบับไทย อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก

เพอรานากันแซลมอนซอสเต้าอิ้ว ข้าวผัดกะปิน้ำพริกปลาสลิด

เมนูนี้คลายๆกับข้าวคลุก โดยเราจะคลุกทุกอย่างรวมกันแล้วทาน และแน่นอนค่ะ อร่อยมากกกกก ชอบบบบบบ

ซี่โครงหมูย่างน้ำผึ้ง + ส้มตำสาหร่ายพวงองุ่น

ซี่โครงหมูที่ละลายในปากทานคู่กับส้มตำพวงองุ่น และน้ำพริกปลาสลิด คือดีมากกกกกกกกกกก

ที่รัก

ชื่อเมนูขนม ไม่ได้เรียกใครนะคะ อิอิ

เมนูนี้เป็นขนมหม้อแกงกลิ่นมะลิ เมอแร็งก์ ไอศกรีมวนิลา ซอสราสเบอรี่

อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แนะนำมากกกกกกกกกกกกกก

สุดท้ายใครกำลังมองหาทริปวันหยุดสุดพิเศษในกรุงเทพ แบบที่ไม่ต้องเดินทางไกล ได้ทานอาหารอร่อยๆ ในบรรยากาศไทยคลาสสิค เราว่า Blue Elephant เป็นจุดหมายปลายทางที่ดีมากๆๆเลยค่ะ

Blue Elephant

233 ถนนสาทรใต้ ใกล้กับสถานีบีทีเอสสุรศักดิ์ กรุงเทพฯ 0120

เวลา : วันจันทร์ – วันอาทิตย์ 11.00 น.- 21.30 น.

Tel : +66 (0)2 673 9355

Web : https://www.blueelephant.com/th/

FB : https://www.facebook.com/BlueElephantBANGKOK

IG : https://www.instagram.com/blueelephant/

CABB TAXI | ชวนนั่งแท็กซี่ลอนดอนในกรุงเทพ

วันหยุดยาวมีแต่คนออกต่างจังหวัด

ส่วนมนุษย์ที่ไม่ได้หยุดยาวถือว่าช่วงนี้คือสวรรค์ในเมืองหลวงเลยล่ะ

ทริปนี้เราเลยชวนทุกคนหนีเที่ยวแบบ 1 Day Trip พาไปนั่งแท็กซี่ลอนดอนกันในกรุงเทพ

CABB TAXI โมเดลต้นแบบมาจากรถลอนดอนแท็กซี่ ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยหวังยกระดับการให้บริการรถแท็กซี่ในประเทศไทยให้เทียบเท่าระดับสากล โดยรถ CABB (แค็บบ์) มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น แตกต่าง ด้วยรถทรงคลาสสิก สีน้ำเงิน ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเป็นรถแท็กซี่โดยเฉพาะ ต้นแบบมาจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่มีความสวยงาม โอ่โถง โปร่งสบาย

ทริปนี้เรากับเพื่อนสนิทขอพาทุกคนนั่งรถแท็กซี่เกร๋ๆ ไปทานอาหารอร่อยๆในกรุงเทพกันค่ะ ซึ่งรีวิวนี้เราตั้งใจที่จะมารีวิวการใช้รถ Cabb Taxi (แค็บบ์ แท็กซี่) แท็กซี่ทางเลือกใหม่ที่เราสามารถเลือกใช้ได้ค่ะ เหมาะกับคนชิคๆๆแบบเรา

ฮ่าาาาาาา

วิธีการเรียกรถ

วิธีการที่เราจะสามารถใช้บริการ Cabb Taxi ง่ายๆคือ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น CABB เมื่อเราโหลดแอปพลิเคชั่นมาเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสร้างบัญชีการใช้งานด้วยการกรอกข้อมูลง่ายๆของเราเองค่ะ จากนั้นเราก็จะสามารถใช้งานได้เลย

โดยเราสามารถใช้แอปได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเลือกเรียกรถทันที , เรียกรถสำหรับไปสนามบิน หรือ จองรถล่วงหน้า ถือว่าสะดวกสบายมากๆเลยค่ะ

App Store: https://apple.co/2DqVN6r
Google Play: https://bit.ly/3krsNvY3

ส่วนเราใช้วิธีจองรถไว้ล่วงหน้าหนึ่งวันค่ะ ก่อนจะถึงวลาจะมีพี่ไดร์เวอร์โทรมายืนยันเวลาและจุดนัดพบก่อน โดยเราปักหมุดจุดรับไว้ที่ ลุมพินี วิลล์ คอนโด แถวอ่อนนุช ปลายทางอยู่ที่ Blue elephant ถนนสาทรใต้ โดยแอปจะบอกเวลาที่ใช้ในการเดินทาง และราคาโดยประมาณเอาไว้

** หมายเหตุ
• ผู้โดยสารสามารถเรียกได้ทันที หรือหากต้องการจองคิวสามารถจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 2 ชม. ขึ้นไป
• เปิดให้บริการตั้งแต่ ตี 5 ถึง เที่ยงคืน

Cabb Taxi ของเรามาถึงตามเวลาพอดีเป๊ะ (ใครที่มีนัดสำคัญเราแนะนำว่าจองรถไว้ก่อนจะได้ไม่พลาดนะคะ)

รถสีน้ำเงินเด่นเป็นสง่ามองเห็นความเท่ห์มาแต่ไกลเลยค่ะ โดยจุดเด่นภายนอกของ CABB คือ
🔹 แท็กซี่สีน้ำเงิน 1 เดียวในไทย
🔹 มีกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์
🔹 ประตูรถสามารถเปิดได้ 90 องศา
🔹 มีทางลาดสำหรับรถเข็นวีลแชร์
🔹 พื้นรถต่ำ เพื่อให้ง่ายต่อการขึ้น-ลง รถ
🔹 เบาะนั่งสูง ตอบรับกับสรีระ เพื่อการนั่งที่สบายขึ้น
🔹 ใช้พลังงานสะอาด ด้วยระบบแก๊ส LPG

สาวๆคนไหนที่เรียก CABB มาแล้วต้องไม่พลาดที่จะถ่ายรูปคู่ เพราะว่าดีไซน์เขาสวยสุดๆๆเลยล่ะ

ก่อนออกเดินทาง คุณพี่ไดร์เวอร์ลงจากรถมาแนะนำตัวกับเราพร้อมกับทวนจุดหมายปลายทางที่เราจะเดินทางไปอีกครั้ง

มาดูภายในรถกันบ้างค่ะ แน่นอนว่าภายในต้องเล่นไม่แพ้ภายนอกแน่นอน เพราะ CABB เขาพร้อมจะเป็นทางเลือกใหม่ให้เรา เขาจึงมาพร้อมคุณลักษณะโดดเด่นหนึ่งเดียวในไทย ที่เน้นความปลอดภัย ความสะอาด และ ความสะดวกสบาย

ปลอดภัยกว่า

✓ มาตรฐานการแยกส่วนที่ชัดเจน ระหว่างห้องคนขับและห้องโดยสาร
✓ ระบบแอร์แยกส่วน
✓ แผงกั้นใสแยกส่วน
✓ ใช้ระบบ intercom สำหรับสื่อสารกับคนขับรถ

สบายใจกว่า

✓ พนักงานขับรถที่ผ่านการตรวจสุขภาพและผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี
✓ มีปุ่มฉุกเฉิน กล้องบันทึกภาพ และระบบ GPS

สะอาดกว่า

✓ เบาะหนังอย่างดี ทำความสะอาดง่าย ลดการสะสมของฝุ่นและสิ่งปนเปื้อน
✓ มีมาตรการทำความสะอาดทั้ง ก่อน – หลัง การรับผู้โดยสาร

สะดวกกว่า

✓ ทำงลาดสำหรับรถวีลแชร์
✓ ราวจับแข็งแรง ปลอดภัยสำหรับทุกคน
✓ หน้าต่างกว้าง ชมวิวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
✓ ปรับอุณหภูมิเองได้ตามใจ
✓ จ่ายง่ายกว่า สามารถชำระผ่านบัตรเครดิต / เดบิต / โอนเงิน
✓ นั่งได้สูงสุดถึง 5 คน
✓ มี Wi-fi บริการในรถ

ภายในยังมีช่องสำหรับเสียบ USB ในวันที่แบตสมาร์ทโฟนของเรากำลังจะหมด CABB ช่วยเราได้

ส่วนสิ่งที่เราชอบสุด ก็คือภายในที่กว้างนั่งสบาย ขนาดที่เราสามารถตั้งขาตั้งกล้องแล้วถ่ายรูปเล่นกันได้สบายๆ

ไม่นาน CABB ก็พาเรามาถึงจุดหมายปลายทาง Blue elephant ร้านอาหารไทยแบบฉบับชาววัง ท่ามกลางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ดื่มด่ำไปกับรสชาติอาหารไทยแสนอร่อย

อ่านรีวิวร้านอาหาร Blue elephant ได้ที่ : https://neetiewdiary.com/2020/11/20/blue-elephant-บันทึกนักหนีเที่ยวชว/

สุดท้ายสำหรับใครที่มองหาการเดินทางที่เราสามารถเลือกได้ เพื่อความสะดวกสบาย ปลอดภัย และมั่นใจกับมาตรฐานการบริการและความสะอาด เราอยากให้ทุกคนลองเปิดใจแล้วใช้บริการ CABB TAXI กันค่ะ แล้วจะเข้าใจว่าแท็กซี่ลอนดอนในกรุงเทพเป็นสิ่งที่ดีมากเลยล่ะ

CABB TAXI

Call Center : 02-026-8888

FACEBOOK : https://www.facebook.com/cabbofficial

จุดบริการเคาน์เตอร์ CABB stand

• เดอะมอลล์ทุกสาขาทั่วกรุงเทพ
• ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์
• สยามพารากอน
• ไอคอนสยาม
• สยามดิสคัฟเวอรี่
• ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์
• ซีคอนสแควร์ บางแค
• ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ( ประตูโซน Dazzle // บริเวณหน้า Groove at centralwOrld )
• รพ.กรุงเทพ
• รพ.สมิติเวช
• รพ.พญาไท นวมินทร์
• Oakwood Suites Bangkok
• Knightsbridge Prime Onnut
• Knightbridge Collage Ramkhamhaeng
• Wyndham Bangkok Queen Sirikit

Twinpalms MontAzure | หนีเที่ยวไปเช็คอินโรงแรมสวยริมหาดกมลา ภูเก็ต

บันทึกนักหนีเที่ยวยังอยู่ภูเก็ตตตต

เพราะเราชอบภูเก็ตมากกกกกกกกกกกกกกกกกก

หากใครอ่านรีวิวบันทึกนักหนีเที่ยวบ่อยๆ จะรู้ว่าลิเดียชอบภูเก็ตมากๆๆ ทริปนี้ก็เลยยังขออยู่ภูเก็ตต่อหน่อยนะ เพราะทริปนี้เราจะพาทุกคนหนีเที่ยวไปเช็คอิน โรงแรมสวยริมหาดกลมากันหน่อย

ทริปนี้เราพาทุกคนไปเช็คอินกันที่ Twinpalms MontAzure โรงแรมสวยริมหาดกมลา จ.ภูเก็ต ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนอยู่บ้านของเราเอง

Twinpalms MontAzure

มาถึงแล้วเราก็มาเช็คอินกันก่อนเลยค่ะ ความพิเศษของที่นี่เริ่มต้นตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเข้ามาในโรงแรมเลย เพราะโรงแรมต้อนรับเราด้วย Champagne กับความสวยงามของล็อบบี้ที่เราสามารถมองเห็นภายในของโรงแรมทอดยาวไปยังชายหาดเลยนะ

Twinpalms MontAzure  ที่นี่นอกจากจะเป็นโรงแรมหรู ก็ยังเป็นคอนโดหรูให้สำหรับใครที่อยากจะลงทุนอสังหาริมทรัพย์สวยๆ ในทำเลดีๆในภูเก็ต หากใครยังไม่แน่ใจว่าภายในจะเป็นยังไง ตามบันทึกนักหนีเที่ยวไปเที่ยวด้วยกันค่ะ

GRAND AZURE SEA VIEW SUITE & PRIVATE

ทริปนี้เรามากัน 3 คน เลยพัก 2 ห้อง เดี๋ยวเราจะพาไปชมห้องที่เราพักในทริปนี้ทั้งหมด

ขอเริ่มด้วยห้อง GRAND AZURE SEA VIEW SUITE & PRIVATE POOL 1 Bedroom ห้องพักที่อยู่บริเวณชั้น 1 มีสระว่ายน้ำแบบส่วนตัว และยังตั้งอยู่ใกล้กับสระว่ายน้ำส่วนกลางริมหาดอีกด้วย

ใครชอบบรรยากาศชิลๆ มีสระส่วนตัวอยู่ในห้อง อยู่ใกล้ทะเลแบบสุดๆ เราว่าห้องนี้เหมาะมาก

ภายในห้องพักจะให้อารมณ์เหมือนบ้านที่อยู่อาศัย เพราะที่นี่ออกแบบให้เป็น Residences ภายในห้องพักกว้างมากกก โดยแบ่งเป็นห้องนอน Living room โซนห้องน้ำ และระเบียงหน้าห้อง

ส่วนตัวเราชอบ Living room ด้วยพื้นที่ที่กว้าง มีพื้นที่ส่วนของโซฟาและห้องครัวเชื่อมต่อกัน โดยมีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่จะใช้สำหรับนั่งทานข้าวหรือนั่งทำงานก็ได้

มาชมส่วนของห้องนอนกันค่ะ ตัวห้องนอนจะเชื่อมต่อกับโซนห้องน้ำโดยมีประตูกั้น เตียงนอนหันออกไปยังสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในห้องของเรา

โซนห้องน้ำจะแยกระหว่างโซนเปียกและแห้งอย่างชัดเจน ความพิเศษอีกอย่างคือห้องนี้จะมี bathtub ให้เราได้นอนแช่น้ำอุ่นแบบฟินๆ ส่วน amenity ให้ห้องน้ำมีครบทุกความต้องการเลยค่ะ

และอีกหนึ่งมุมที่เราชอบมาก ก็คือระเบียงด้านหน้า โดยเราสามารถออกไปรับลมทะเล หรือจะเปิดประตูกระจกก็ให้อารมณ์โล่งสบายมากค่า

AZURE SEA VIEW SUITE

อีกห้องที่เราจะพาไปชมกัน อยู่ชั้น 2 ของตึกเดียวกัน ห้องนี้ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านพักอาศัยมากกว่าห้องแรกหน่อย ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า ทำให้ตัว Living room และห้องน้ำมีขนาดกว้างกว่า และที่สำคัญห้องนี้มีวิวระเบียงที่เราสามารมองเห็นสระว่ายกลางและวิวทะเลได้ชัดเจนสุด

เตียงนอนหันออกสู่ทะเล มีระเบียงให้เราออกไปรับลมทะเลได้

และแน่นอนค่ะ สำหรับห้องนี้เราก็ยังคงหลงรัก Living room เหมือนเดิม เพราะพื้นที่ๆกว้าง เหมาะสำหรับที่อยากพักผ่อน หรือจะอยู่นานๆ เราว่าห้องนี้เหมาะมากกกกกกกก

โซนห้องน้ำสำหรับห้องนี้จะค่อนข้างกว้าง มีพื้นที่สำหรับแต่งตัวเยอะหน่อย ห้องนี้ไม่มี bathtub แต่มี rain shower นะ

POOLS

Twinpalms MontAzure มีสระว่ายน้ำส่วนกลาง 2 แห่ง ซึ่งสวยมากๆๆทั้งคู่เลยค่ะ

สระแรกเป็นสระติดหาด รอบๆสระเต็มไปด้วยต้นปาล์มซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่เลยนะ สระแห่งนี้เราแนะนำให้มาถ่ายน้ำหรือรับลมทะเลชิลๆในช่วงเช้า เพราะบรรยากาศตอนเช้าสวยมากเลยล่ะ

สระส่วนกลางแห่งที่สองจะอยู่ใกล้กับอาคารที่พักอีกแห่งหนึ่ง ใกล้กับฟิตเนส สระแห่งนี้เราว่าเหมาะสำหรับใครที่อยากว่ายน้ำสำหรับออกกำลังกาย หรือจะมาว่ายน้ำในตอนกลางคืนที่นี่เปิด 24 ชม. นะคะ และที่สำคัญไฟสวยมากกกกกกก

LIFESTYLE FITNESS

เราพาไปดูฟิตเนสกันต่อ ใครมาพักที่นี่แล้วอยากจะออกกำลัง ฟิตเนสที่นี่มีอุปกรณ์ครบมากกก ห้องกว้าง คนรักสุขภาพต้องเลิฟที่นี่แน่นอนค่ะ

LIBRARY

ที่นี่มี library ให้เราได้แวะมานั่งอ่านหนังสือสบายๆ มีคอมพิวเตอร์ให้เราได้ใช้สำหรับทำงาน และยังมี meeting room สำหรับแขกท่านไหนที่ตองการใช้ด้วยนะ

เรียกว่ามาพักที่ Twinpalms MontAzure มีครบทุกความสะดวกจริงๆ

Dinner

Palm Seaside เลบางเทา

คืนนี้เราอยากออกไปทานดินเนอร์กันที่ร้านอาหารบรรยากาศดีๆ สอบถามพี่ๆที่โรงแรมได้ความว่า Palm Seaside เลบางเทา เป็นร้านอาหารที่ตรงสเป็กเราที่สุด เพราะเป็นร้านอาหารที่มีอาหารไทย อาหารถิ่นของภูเก็ต อยู่ในทำเลติดทะเล แล้วภายในร้านยังตกแต่งสวยงามมากๆๆเลยค่ะ

และหากใครมาพักที่นี่สามารถแจ้งที่ล็อบบี้ได้นะคะ ว่าจะไปร้านอาหาร Palm Seaside เลบางเทา เพราะเขาจะมี shuttle bus รับส่งด้วยนะคะ แต่รถจะมีตารางเวลาชัดเจน ยังไงลองแจ้งหรือปรึกษาพี่ๆที่โรงแรมได้เลยค่ะ

อาหารที่เราสั่งวันนี้เป็นเซ็ทที่ทางร้านจัดเมนูเอาไว้เพื่อให้ง่ายต่อผู้อยากกินทุกอยากแบบเรา 55555

  • กุ้งมังกรผัดเคยเกาะปันหยี สะตอ
  • แกงปูใบชะพลู หมี่หุ้น
  • แกงหอยจุ๊บแจง
  • หมูคั่วเกลือ
  • ต้มส้มเลบางเทาเนื้อปลา
  • สะเต๊ะภูเก็ต
  • ยำสาหร่ายพวงองุ่น

ทุกเมนูอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ใครพักที่ Twinpalm หรือไปแถวๆๆนั้นแนะนำมากๆๆเลยค่ะ ไม่ผิดหวังแน่นอนนน

ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้จากนี้เลยน้า

Palm Seaside IG: https://www.instagram.com/palmseaside/
Palm Seaside FB: https://www.facebook.com/palmseaside

Breakfast

SHIMMER BEACHFRONT RESTAURANT

หลังจากที่เมื่อคืนได้ทานอาหารอร่อยๆ เช้านี้เลยตื่นมาแบบอารมณ์ดีสุดๆ ตื่นเช้าแล้วเราไม่รอช้าที่ลงมาทานอาหารเช้ากันค่ะ โดยเราจะทานกันที่ SHIMMER BEACHFRONT RESTAURANT เป็นห้องอาหารที่อยู่ภายในโรงแรม เป็นห้องอาหารที่เปิดโล่ง และที่สำคัญอยู่ริมทะเล ชิลมากเลยล่ะ

โดยที่นี่จะเปิดให้บริการ : 8am – 11pm ซึ่งถือว่าหิวเมื่อไหร่เราก็สามารถไปฝากท้องไว้ได้เลยนะ

breakfast ที่นี่จะให้เราสั่งจานหลักเป็น A la cast ส่วนเบเกอรี่ น้ำผลไม้ หรือจำพวกโยเกิร์ตจะให้บริการแบบ buffet

อาหารเช้าที่นี่เราถือว่าทำออกมาดีมากค่ะ รสชาติอาหารอร่อย ความหลากหลายที่มีให้เลือก ดีงามที่สุด

สุดท้ายสำหรับใครที่กำลังจะเดินทางมาภูเก็ต แล้วยังไม่แน่ใจว่าจะพักที่นี่ดี กำลังมองหาที่พักที่ให้ความรู้สึกมากกว่าโรงแรม มีความสบายสบายครบครัน อยู่ติดหาด มีสระว่ายน้ำสวยๆ เราแนะนำ Twinpalms MontAzure ไม่ผิดหวังแน่นอน

Twinpalms MontAzure

Address : 129/86 Kamala Beach Road, Kathu, Phuket 83150, Thailand

Tel :+66 76 684 368

Web :https://www.twinpalms-montazure.com/offers-overview/

Facebook : https://www.facebook.com/twinpalmsmontazurephuket

IG : https://www.instagram.com/twinpalmsmontazurephuket/

ดอยผาฮี้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย | หนาวแล้วหนีเที่ยวไปกอดเขากันเถอะ

เมื่อลมหนาวมาเยือนอีกครั้ง

เราแค่กระชับเสื้อตัวเองให้แน่นกว่าเก่า

แล้วออกไปให้ภูเขาได้กอดเรากัน

ทริปนี้เราออกเดินทางไปเชียงรายกันค่ะ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ดอยผาฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

เอาจริงเราก็ไม่ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับดอยผาฮี้มากนัก แต่เราแค่อยากไปนอนในหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ในหุบเขา และด้วยเรามีเวลาไม่เยอะมาก ดอยผาฮี้เลยเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนเวลาน้อยแบบเรา เพราะใช้เวลาขับรถจากเมืองเชียงรายแค่ประมาณ 1 ชม. เท่านั้นเองนะ

ทริปนี้เราเช่ารถจากในเมืองขับกันมาเองสองคนพี่น้อง (ลืมบอกว่าทริปนี้เราลากพี่สาวให้หนีเที่ยวมาด้วยกัน)

ดอยผาฮี้ ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ใช้เวลาเดินทางด้วยการขับรถยนต์ประมาณ 1 ชม. ถึงแม้ดูจะไม่ได้ยากอะไร แต่บอกเลยว่าทางที่จะไปดอยผาฮี้นั้นโหดใช่เล่นเลยค่ะ ทางแคบมากกก โค้งโคตรจะหักศอก และโค้งเยอะมากกกกกกกกกกกกก

มันยากขนาดที่เราไม่สามารถถ่ายรูปมากฝากได้ และพี่สาวเรานั้นก็ดูจะพะอืดพะอมกับทางโค้งพอสมควร เลยไม่ได้ถ่ายรูปทางมาฝากนะ

การเดินทางมายังดอยผาฮี้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

การเดินทางเราสามารถใช้ Google Maps นำทางได้เลยไม่หลง โดยเส้นทางจะแบ่งเป็นทางที่สามารถไปได้หลักๆมีการเดินทางได้ 2 ทาง โดยจะแบ่งเป็น ไปทางเดียวกับดอยผาหมี โดยทางนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จากตัวเมืองเชียงราย ถนนเล็กมากกก หักศอกมากกกก โค้งถี่มากกกกก ใครที่เคยขับรถขึ้นดอยมาแล้ว ขับได้สบายมาก ไม่ต้องกังวล

ส่วนอีกเส้นทาง จะเป็นทางที่ไปดอยตุง โดยทางนี้จะอ้อมกว่า ช่วงแรกถนนจะดีกว่ามาก แต่เมื่อใกล้ถึงดอยผาฮี้ทางจะชันมากหน่อย

ส่วนเราใช้วิธีขึ้นทางแรกทางไปดอยผาหมี ลงทางดอยตุงเพราะจะได้ไปไหว้พระก่อนกลับด้วย

ดอยผาฮี้ มีอะไรทำไมเราต้องไป

จริงๆทริปนี้เราอยากเดินทางไปนอน ไปเที่ยว ไปถ่ายรูป ที่ไหนก็ได้ที่เป็นหมู่บ้านเล็กๆในหุบเขา ซึ่งดอยผาฮี้ ก็ดูจะมีคุณสมบัติตามที่ว่าครบถ้วน

แต่ถ้าเอาแบบมีสาระหน่อย ก็ต้องบอกว่า ดอยผาฮี้ เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า แล้วยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ขึ้นชื่อของเชียงราย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเรามาที่นี่แล้วต้องสั่งกาแฟดริปมาแกล้มวิวภูเขาที่อยู่ตรงหน้า เพราะอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะดอยผาฮี้เป็นหมู่บ้านที่อยู่บนดอยสูง มีเขาโอบล้อมเอาไว้ ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ควรมาเยือนมากๆๆๆเลยนะ

ที่พักบนดอยผาฮี้

ที่พักบนดอยผาฮี้จะมาในรูปแบบของกึ่งโฮมสเตย์ที่มีความสะดวกและสบายอยู่พอสมควร และที่สำคัญมีให้เราเลือกเยอะมากกกกกกกกกกก และถึงแม้ว่าจะเยอะแล้ว แต่หากใครไปในช่วงศุกร์-เสาร์ หรือวันหยุดยาว แนะนำว่าให้จองตั้งแต่เนิ่นๆๆเลย เพราะโอกาสสูงมากที่ที่พักจะถูกจับจองกันไปหมดแล้ว

ส่วนที่พักที่เราพักชื่อว่า Coffee Hill Phahee : https://www.facebook.com/Coffee-Hill-Phahee-369714980272752/?ref=page_internal

เป็นที่พักที่อยู่ด้านในสุดของหมู่บ้านก็ว่าได้ อยู่ใกล้กับสะพานไม้ไผ่ดอยผาฮี้เลยล่ะ โดยค่าที่พักคิดราคาคนละ 800 บาท โดยราคานี้จะรวมค่าอาหารเย็นและเช้าเรียบร้อยแล้ว

เราพึ่งรู้ว่าตัวเองต้องไปเชียงรายก็ใกล้วันเดินทางมากละ ไม่มีเวลาเตรียมตัวมากนัก และยังไปในวันหยุดอีก แน่นอนค่ะ เรามีตัวเลือกเรื่องที่พักไม่มากนัก โดยห้องที่เราพักคือ 2 ห้องสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่บนดอยผาฮี้ก็ว่าได้ ดังนั้นห้องเราเลยไม่มีวิวอลังการมากมาย เป็นห้องอยู่ชั้นล่างของร้านกาแฟ แต่ภายในห้องมีห้องน้ำในตัว มีน้ำอุ่นโดยแก๊สหุงต้มด้วยนะ รวมๆถือว่าโอเคเลยนะ

ถึงเวลาที่เราจะได้หนีเที่ยวแล้ววว

เราเล่ารายละเอียดทุกอย่างสำหรับสิ่งที่ควรรู้เมื่อต้องมาดอยผาฮี้จนครบแล้ว หลังจากนี้เก็บกระเป๋าแล้วหนีเที่ยวไปพร้อมกันกับเราดีกว่านะ

เราขับรถออกจากตัวเมืองเชียงรายก็บ่าย 3 แล้ว มุ่งหน้าสู่ดอยผาฮี้ ถนนมีความชันมากก เราขับด้วยความระมัดระวังใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เราก็มาถึงบ้านผาฮี้ โดยที่พักของเรานั้นอยู่ด้านในสุด แต่ด้วยถนนภายในหมู่บ้านนั้นชันมากกกกกกกกกกก โดยที่เราจะได้เจอที่จอดรถรวมก่อนแต่เพื่อความชัวร์แนะนำให้โทรถามโฮมสเตย์ที่เราพักว่าสามารถนำรถไปจอดใกล้ๆๆได้มั้ย เพราะบางที่พักกับที่จอดรถมันไกลกันมากกกกกกกกกกกกกก

เราโทรถามแล้วได้ความว่าเราสามารถขับรถเข้าไปจอดใกล้ๆที่พักได้ เพราะหากจะจอดด้านบนนี้มันไกลมากกกกกกกก

ที่พักของเราอยู่ด้านในสุดของหมู่บ้านผาฮี้ ซึ่งจะอยู่ใกล้กับสะพานไม้ไผ่ ที่พักแบ่งออกเป็นสองแบบ คือเป็นกระท่อมเป็นหลังๆ ซึ่งเราจองไม่ทัน และอีกแบบคือห้องที่เราพักคือห้องที่อยู่ชั้นล่างของตัวร้านกาแฟและเป็นอาคารที่เราจะทานข้าว

สำหรับใครที่พักที่เดียวกับเรา แนะนำว่าให้ซื้อขนมนมเนยมาให้พร้อม เพราะจากที่พักจะออกไปตรงหมู่บ้านที่มีร้านค้ามันจะไกลกันหน่อย และบางครั้งก็ไม่มีรถให้เราติดไปด้วยได้

ส่วนเรามาถึงแล้วก็อยากไปสำรวจหมู่บ้านสักหน่อย เราใช้วิธียืมมอไซค์ที่พัก ซึ่งทางที่ขรุขระทำให้ขับยากมากกก มีความเสี่ยงที่จะได้ลงไปนอนกองกับถนนมากที่สุด

หมู่บ้านผาฮี้ เป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าอาข่า เราได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน ถึงแม้ปัจจุบันความเจริญจะเข้ามาใกล้มาแล้วก็เถอะ

เราสองคนพี่น้องขอแวะถ่ายรูปเล่นกันสักหน่อย ไหนๆๆก็อุตส่าห์ขับมอไซค์มาแล้ว

ตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า เราขับรถกลับมายังที่พัก จริงๆวิวด้านบนห้องที่เราพักสวยมากเลยนะ ทิวเขาสลับซับซ้อน เป็นโลเคชั่นที่ดีมากๆๆเลยล่ะ

เย็นแล้วพี่เจ้าของเรียกเรามากินข้าว ประหนึ่งเราเป็นญาติก็ว่าได้ มื้อเย็นจะรวมอยู่ในค่าที่พักแล้วนะคะ มื้อเย็นแบบง่ายๆในวิวที่โคตรเป็นมิตรต่อหัวใจ แค่นี้มันดีมากแล้วววววววว

ช่วงเวลากลางคืนที่นี่ลมหนาวมากกก ใครมาแนะนำเอาเสื้อหนาๆติดมาด้วยสักตัวจะดีมาก เราสองคนพี่น้องใช้เวลาไปกับลมหนาวยามค่ำคืน ที่นี่ไม่มีแสงสี ไม่มีความบันเทิงอะไรมากนัก นอกจากเสียง กีต้าร์จากนักท่องเที่ยวเฉกเช่นเรา

เราตื่นเช้าเพราะได้ยินเสียงใครบางคนพูดคุยกัน เรารีบลุกขึ้นแล้วออกมาสูดอากาศยามเช้าให้เต็มปอด

ภาพหมอกขาวที่อยู่ตรงหน้ามันสะกดให้เราอยู่กับที่ เรานั่งมองภาพธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้าของเราอยู่เนิ่นนาน พร้อมกับสั่งให้สมองจดจำมันให้มากที่สุดเผื่อวันนึงที่เราเจอความวุ่นวายในสังคมเมือง ภาพความทรงจำนี้อาจจะช่วยเยียวยาเราได้บ้าง

แค่นี้มันคุ้มค่ากับการที่เราเลือกที่จะหนีเที่ยวพาตัวเองออกมาเจอธรรมชาติและสีเขียวแล้วล่ะ

มื้อเช้าของเราคือโจ๊กใส่ไข่แบบง่ายๆ แต่วิวที่อยู่ตรงหน้าทำให้โจ๊กชามนี้อร่อยมากกกกกกก

หลังมื้อเช้าเราขอเดินขึ้นไปชมวิวที่สะพานไม้ไผ่ซะหน่อย ไหนๆก็อยู่ใกล้ๆๆละ

สะพานไม้ไผ่บ้านผาฮี้เก็บค่าบำรุงนะคะ คนละ 60 บาท แต่ใครที่พัก Coffee Hill Phahee จ่ายเพียงแค่ 20 บาท วิวที่ได้กับเงินที่จ่ายไปถือว่าคุ้มค่าาา

ตั้งแต่มาถึงดอยผาฮี้ เรายังไม่ได้ลองกาแฟของที่นี่เลย เราสองพี่น้องเลยเก็บกระเป๋าเช็คเอ้าท์จากที่พัก แล้วไปเที่ยวเล่นในตัวหมู่บ้านกันต่อ นอกจากจะตามหากาแฟดริปแล้ว เราก็ตามหาโลเคชั่นหลังคาที่สลับซับซ้อนในอ้อมกอดของภูเขา

เมื่อวานเราแวะถามอ้ายร้านขายของชำได้ความว่าวิวนี้ต้องไปที่ “ร้านกาแฟผาฮี้ ” ร้านอยู่ด้านบนสุดจะสามารถมองเห็นวิวหลังคาของบ้านต่างๆในหมู่บ้านได้สวยสุด

วิวตรงหน้าเราทำไมมันสวยขนาดนี้ เราเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่หลงรักวิวแบบนี้เข้าแล้วละค่ะ

หลังจากเจอวิวที่ตามหาแล้ว เราเดินเล่นต่อในหมู่บ้าน โดยเรามาแวะที่  “ผาฮี้ วัลเลย์” ที่เป็นทั้งที่พัก ร้านอาหาร และคาเฟ่ ที่มีวิวสวยมากกก

เราสั่งสเต็กมานั่งกินแกล้มวิว อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก

ก่อนกลับเราตามหากาแฟดริปกับวิวสวยๆๆ โดยคาเฟ่ที่เราหมายมั่นปั้นมือว่าต้องไปให้ได้ก็คือ “หมื่อแล ” ร้านกาแฟสีขาวสะดุดตาที่มีวิวสวยไม่แพ้ร้านไหนเลย

เราสั่งกาแฟดริป มานั่งดริปเองพร้อมมองวิวภูเขาที่อยู่เบื้องหน้า

วิวมุมสูงจากดาดฟ้า “หมื่อแล ” สวยมากกก เห็นวิวด้านหลังที่สวยมากเช่นกัน

ในที่สุดเราก็ทำภารกิจตามหาสิ่งที่ตัวเองอยากเจอจนครบ ตั้งแต่การพาตัวเองมานอนในหมู่บ้านเล็กๆกลางหุบเขา ได้เห็นหมอกขาวในตอนเช้า ได้เห็นวิวทะเลหลังคา ได้ดริปกาแฟกับวิวสวยๆ แค่นี้ทริปหนีเที่ยวของเราก็สมบูรณ์แบบแล้วล่ะ

หากใครที่กำลังจะเดินทางไปเชียงราย มีเวลาไม่เยอะนักแต่อยากนอนในหมู่บ้านที่มีเสน่ห์แบบนี้ เราแนะนำว่า “ดอยผาฮี้” เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่คุณต้องมาให้ได้

หวังว่าคุณจะได้ความประทับใจและหลงรักหมู่บ้านแห่งนี้แบบเดียวกับเรานะ

Eden Beach Khao Lak Resort & Spa | หนีเที่ยวไปนอนชิลที่เขาหลัก จ.พังงา

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าตอนนี้ เขาหลัก จ.พังงา เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของผู้คนที่ต้องการมาพักผ่อน และได้ทำกิจกรรมสนุกๆอย่าง Surf

แน่นอนว่าทริปนี้ลิเดียไม่รอช้า ออกเดินทางพาทุกคนหนีเที่ยวไปด้วยกัน ตามไปเช็คอินที่พักสวยๆ พร้อมกับแวะไปเรียน Surf มาด้วย

ทริปนี้เราออกเดินทางสู่ อำเภอเขาหลัก จ.พังงา โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ Eden Beach Khao Lak Resort & Spa โรงแรมสวยที่จำลองให้เราได้มีความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนอีเดนจริงๆ

ทริปนี้ใครที่เดินทางจากกรุงเทพแบบเราก็ไม่ยากค่ะ เพราะว่าเราสามารถเดินทางด้วยเครื่องบิน โดยบินมาลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต จากนั้นเราสามารถเช่ารถได้เลยค่ะ โดยราคาค่าเช่าจะอยู่ประมาณ 700 – 900 แล้วแต่รถที่เราเลือกใช้ และผู้ให้เช่ารถก็มีอยู่หลายรายพอสมควร สามารถเลือกได้ตามความสะดวกเลยจ้า

ขับรถจากสนามบินภูเก็ตประมาณ 1 ชั่วโมง เราเดินมาทางมาถึง Eden Beach Khao Lak Resort & Spa จุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้

มาถึงแล้วก็มาเช็คอินกันก่อนเลย เข้ามาภายในโรงแรมสิ่งที่เราได้เจอคือล็อบบี้สวยๆ พร้อมเวลคัมดริ๊งกลิ่นหอมๆๆ สดชื่น

ทางโรงแรมอธิบายให้เราฟังว่าโรงแรมแห่งนี้ชื่อว่า Eden Beach Khao Lak Resort & Spa ภายในโรงแรมได้สร้างสรรค์ให้ที่นี่เป็นเหมือนสวนอีเดนที่อดัมและอีฟอยู่ มันคือสวนในอุดมคติ ความสมบูรณ์ของพรรณไม้ ความสวยงามที่อยากจะบรรยายได้

เมื่อเข้ามาในโรงแรมเราไม่เถียงในสิ่งที่พี่สตาฟอธิบายให้ฟังเลยค่ะ เพราะภายในโรงแรมสวยมากจริงๆๆ เราชอบทางเดินภายในโรงแรม ไม่ว่ามุมไหนก็สวยยย

Grand Deluxe Lagoon

ห้องที่เราพักในทริปนี้ Grand Deluxe Lagoon ห้องพักที่เป็นสีขาวตั้งแต่ตัวอาคาร ภายในห้องขนาด 41 ตารางเมตร ภายในห้องตกแต่งด้วยโทนสีขาวน้ำตาลอ่อนๆ ให้ฟีลสบายๆ ห้องนี้เหมาะสำหรับใครที่มากับเพื่อนแบบเรามากๆๆ ภายในห้องพักมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

สิ่งที่เราชอบสุดก็คือ วัสดุไม้ทุกชิ้นภายในห้อง ทางโรงแรมนำเข้ามาจากอินโดนีเซีย ซึ่งไม่แปลกที่หลายคนบอกว่าโรงแรมนี้ให้ฟีลเหมือนกับบาหลี

โซนห้องน้ำจะแบ่งระหว่างโซนเปียกและแห้งอย่างชัดเจน amenity ภายในห้องน้ำมีให้ครบเลยนะคะ

ความพิเศษของห้อง Grand Deluxe Lagoon คือสระว่ายน้ำแบบเกือบส่วนตัว ด้วย Eden Beach Khao Lak Resort & Spa จะมีสระว่ายน้ำแยกตามโซนห้องพักแต่ละ type ซึ่งใครพักห้องนี้เราก็จะมีสระอยู่หน้าห้องด้วย เป็นสระที่มีรูปทรงโค้งไปมาตามหน้าห้องพัก ให้ฟีลบาหลีสุดๆๆ

ใครมาพักห้อง type นี้เหมือนมีสระว่ายน้ำส่วนตัวเลยน้าา ชิลสุดดดด

ว่ายน้ำเล่นไปเรื่อยๆตามแนวสระเลยจ้าาาา

ใครอยากจะพักห้องพักที่ราคาไม่แรงจนเกินไป แต่ระดับความชิลเริ่ดๆๆ เหมาะแก่การอัพรูปในไอจี แล้วแนะนำว่า Grand Deluxe Lagoon ดีงามมากกกกกกกกกกก

The Deli Cafe

ตอนบ่ายเราพาตัวเองมาเช็คอินที่คาเฟ่สุดชิคภายในโรงแรมที่มีชื่อว่า The Deli Cafe คาเฟ่วิวสวยที่เห็นสีฟ้าจากสระส่วนกลางของโรงแรมและเห็นสีครามจากทะเล บรรยากาศภายในตกแต่งด้วยสีขาวและสีน้ำตาล เป็นคาเฟ่ที่บรรยากาศดีสุดๆๆเลยค่ะ

เค้กที่นี่ทางคาเฟ่การีนตีว่าวัตถุดิบทุกอย่างคัดสรรอย่างดี น้ำตาลน้อย เป็นขนมโฮมเมดเพราะทางคาเฟ่ลงมือทำเองเลยน้าา

ส่วนรสชาตินั้นอร่อยมากกกกกกกกกกกกกก ใครมาเขาหลักไม่ได้พักที่นี่ ก็สามารถเข้ามาทานเค้กอร่อยๆๆได้น้าาา

หากใครพักในโรงแรมก็สามารถใช้เวลาชิลๆๆกับคาเฟ่และดื่มด่ำบรรยากาศจากส่วนกลางของโรงแรมจนค่ำได้เลยนะ เพราะบรรยากาศตอนเย็นจะค่ำที่นี่สวยมากๆๆเลยนะ

ตอนค่ำใครที่อยากจะทานอาหารแต่ก็ไม่อยากออกไปไหนไกล เราแนะนำว่าห้องอาหารในโรงแรม Genesis Restaurant เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆๆ เพราะอาหารอร่อยคอนเฟิร์มมมม แถมบรรยากาศตอนค่ำคือดีมากกกก

Main Pool

ถึงแม้ว่าภายในโรงแรมจะมีสระว่ายน้ำแยกไปตามโซนห้องพักแล้วก็ตาม แต่บริเวณหน้าหาดของโรงแรมก็จะมีสระว่ายน้ำส่วนกลางขนาดใหญ่ตั้งอยู่ !!

สระว่ายน้ำแห่งนี้อยู่ใกล้กับหาดมาก ด้วยสระที่มีขนาดใหญ่ทำให้แบ่งออกเป็นหลายโซน บรรยากาศคือชิลมากกกกกกกกกกกกก เหมาะแก่การถ่ายรูปไว้อัพไอจีเว่ออออ

ใครมาพักที่ Eden Beach Khao Lak Resort & Spa กระซิบบอกไว้ว่าห้ามพลาดบรรยากาศสระส่วนกลางตอนเช้าเด็ดขาดดด เพราะว่าบรรยากาศดีมากกก และที่สำคัญยังไม่มีแขกคนอื่น เหมือนสระนี้เป็นของเรา มันเริ่ดดด

ใครที่ชอบบรรยากาศของสระว่ายน้ำตอนเช้าแบบเรา หรือจะเป็นบรรยากาศริมทะเลตอนเช้า แต่ไม่อยากจะลงน้ำ เราแนะนำว่าหยิบหนังสือเล่มโปรดมาด้วยแล้วมาใช้ชีวิตชิลๆๆกันค่ะ

แต่หากใครที่ชอบหาดทราย บรรยากาศสบายๆๆริมทะเล ต้องหลงรักที่นี่มากๆๆแน่นอน เพราะริมทะเลที่มันชิลมากกก

Fitness

ใครที่ตื่นเช้ามาแล้ว อยากจะมาออกกำลัง ที่นี่เขาก็มีฟิตเนสให้บริการเรานะคะ ถึงแม้ห้องจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่การวิ่งไปได้มองวิวทะเลไป ดีงามมมม

Breakfast

อาหารเช้าที่นี่จะให้บริการที่ห้องอาหาร Genesis Restaurant ห้องอาหารแห่งนี้จะให้บริการแบบ all dinning ไม่ว่าจะหิวมื้อไหนก็สามารถฝากท้องไว้ได้เลย

ห้องอาหารแห่งนี้ตกแต่งด้วยวัสดุจากธรรมชาติ และจุดขายเลยก็คือเราสามารถทานข้าวไปด้วยชมวิวทะเลไปด้วยยย

อาหารเช้าของที่นี่เป็นแบบบุฟเฟ่ต์นะคะ ตัวไลน์อาหารถือว่ามีในระดับพอดีให้เราสามารถเลือกทานได้หลากหลาย

อาหารเช้าอร่อยๆๆกับวิวสวยๆๆ

อื้อหือนี่แหละความสุขของการเดินทางมาเพื่อพักผ่อน

ทานอาหารเช้าอิ่มแล้วววว ไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสายกันหน่อย แล้วโทรไปจองนวดสปาก่อนกลับ เพราะๆๆเรามาพักผ่อนแล้ว มันควรจะได้มอบความสุขให้ตัวเองได้เต็มที่สิเนอะ

Spa

โซนสปาของที่นี่โดดเด่นมากกกก เพราะมาในรูปทรง Hut ที่ตั้งอยู่ใกล้กับสระว่ายน้ำส่วนกลาง ใครที่นี่อยากจะนวดสปาแบบเอ้าท์ดอร์ก็สามารถแจ้งได้เลยนะคะ

ทริปนี้เราก็นวดให้ร่างกายได้ผ่อนคลายกันสักหน่อย เพราะช่วงที่ผ่านมาทั้งเดินทางเยอะ ทั้งนั่งพิมพ์รีวิวอยู่กับโต๊ะทำงานนานๆ จนปวดเนื้อเมื้อยตัวไปหมด เลยขอจัดสปาฟินๆๆสักหน่อยแล้วกันเนอะ

ที่ใครสักคนบอกว่า “ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปเร็วเสมอ” เราว่ามันคงจะจริง เพราะช่วงเวลาที่เราพักผ่อนที่นี่ ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน แต่มันก็คุ้มค่ากับการเดินทางเพื่อมาพักผ่อน

หากใครกำลังมองหาที่พักดีๆ บรรยากาศสบายๆ อาหารอร่อย สปาดีงาม เราว่า Eden Beach Khao Lak Resort & Spa เป็นหนึ่งที่พักที่คุณต้องมาให้ได้เลยล่ะ

Package สุดคุ้มจาก Waycation

สำหรับใครที่อยากจะตามรอยเรามาพักผ่อน บันทึกนักหนีเที่ยวขอเอาแพ็คเกจดีงามและคุ้มสุดๆจาก Waycation มาฝาก

Exclusive Deal Waycation x Eden Beach Khaolak (Limited only 100 Vouchers)

Waycation มอบดีลสุดคุ้มพร้อมที่พักสไตล์บูทีค คัดสรรให้คุณแบบเดียวกับที่เราชวนเพื่อนไป

3 Days 2 Nights ห้องพักหรูติดสระว่ายน้ำ “Grand Deluxe Lagoon Pool Access” พร้อมอาหารเช้าสำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่าน

  • นวดผ่อนคลายร่างกายด้วย “Traditional Thai massage” 60 นาที สำหรับ 2 ท่าน -1 ครั้ง
  • รับประทานอาหารมื้อเย็นจากภัตตาคาร “Genesis” สำหรับ 2 ท่าน – 1 ครั้ง

 (มูลค่าทั้งหมด 23,000 บาท)

แต่จ่ายในราคาเพียง 13,000 บาท (เฉพาะวันอาทิตย์ – วันพฤ)
#ค่าเครื่องบินถูกมากจองรถไปต่อก็คุ้ม!

#จองได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 63 นี้เท่านั้น

#ช่วงเวลาเข้าพัก: วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 64

#ยกเว้นช่วงไฮซีซั่น: 24 ธันวาคม 2563 – 7 มกราคม 2564 (ชำระเพิ่ม 1,000.-/คืน)

เงื่อนไขการเข้าพักเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด

.
🔻 สั่งซื้อ Eden Beach Khaolak Voucher ผ่าน Waycation  วันนี้ที่ 🔻

m.me/waycation.th

Eden Beach Khao Lak Resort & Spa

Address : 12/12 Moo 2, Lamkan Thai-Muang, Khaolak, Phang Nga , 82210

Tel :+66 76 410 186

Web :https://www.edenbeachkhaolak.com/

Facebook :https://www.facebook.com/EdenBeachKhaolakResort

IG : https://www.instagram.com/edenbeachkhaolakresort/

Surf | Beginner | Khaolak | หนีเที่ยวไปเล่นเซิร์ฟที่เขาหลัก

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้กีฬาเซิร์ฟจะเป็นกีฬาฮอตฮิตติดอันดับการอัพรูปลงในโซเชี่ยลมีเดีย

ไอเราก็เป็นมนุษย์โซเชี่ยลซะด้วย มันก็อยากจะมีรูปเอาไว้อัพบ้างสักรูปสองรูปไว้ประดับไอจีของตัวเอง

ในที่สุดเราเลยตัดสินใจมาเรียนเซิร์ฟก่อนที่จะหมดฤดูกาล ซึ่งจริงๆก็มีหลายจุดหมายปลายทางที่เราสามารถไปเรียนเซิร์ฟได้ แต่ด้วยเราพึ่งจะมาเรียนเอาตอนท้ายฤดูกาลแล้วทำให้ ตอนนี้สถานที่เดียวที่น่าจะมีคลื่นให้ชาวบีกินเนอร์แบบเราได้ลองเซิร์ฟก็ดูจะเป็นที่ Memories Beach เขาหลัก จ.พังงาเท่านั้น

โดยที่นี่จะมีโรงเรียนสอนเซิร์ฟหลักๆอยู่ 2 แห่ง คือ Better Surf Thailand และ Pakarang Surf School โดยหลักสูตรของทั้งสองโรงเรียนจะคล้ายๆกัน สอนอยู่ในบริเวณใกล้ๆกัน ใครชอบที่ไหนแนะนำว่าให้ทักไปโลดดด

ส่วนเราเรียนที่ Pakarang Surf School เหตุผลเพราะอีกโรงเรียนมีคนสมัครเรียนวันนั้นเต็ม

Pakarang Surf School จะมี 2 หลักสูตรให้เราเลือกเรียน

  1. Fun Surf : หลักสูตรที่ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง โดยเป็นการเรียนเพื่อความสนุก เน้นให้เราได้รู้สึกสนุกกับการเล่นเซิร์ฟ โดยราคาอยู่ที่ 1000 บาท
  2. Beginner Surf : หลักสูตรที่ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง โดยหลักสูตรนี้จะเข้มข้นขึ้น เน้นให้เราสามารถที่จะเตรียมความพร้อมสู่การเล่นเซิร์ฟจริงจัง โดยราคาอยู่ที่ 1800 บาท

ก่อนจะเริ่มเรียนเซิร์ฟ เราขอทากันแดดก่อนนน แดดที่เขาหลักแรงมากกกกกกกกก มนุษย์ผิวสีน้ำผึ้ง (ไหม้ๆๆ)แบบเรา ก็ต้องทากันแดด หยิบ Biore สีแดงมาทากันก่อน ตัวนี้ที่เราใช้เป็นเนื้อน้ำนมบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เหนอะหนะ มาพร้อมกับการปกป้องขั้นสุดด้วย SPF50+ PA++++

ส่วนเราซึ่งมีเวลาไม่ได้เยอะมาก และไม่แน่ใจด้วยว่าเราจะสามารถยืนได้มั้ย เพราะสำหรับเรามันดูจะยากมากด้วยสิ เลยเลือกเรียน Fun Surf ไปละกัน

เมื่อเราโทรไปนัดเวลาเรียนเรียบร้อย เมื่อถึงวันที่จะต้องเรียนเราก็แค่พาตัวเองให้ไปถึง Memories Beach Bar ให้ตรงตามเวลาเท่านั้นเอง

โดยการเรียนในวันนี้จะเรียนกันที่เราจะต้องเรียนทฤษฎีกันก่อน ตั้งแต่ทำความรู้จักบอร์ด วิธีการยืนที่ถูกต้อง วิธีการป้องกันตัวจากการเล่นเซิร์ฟ

โดยครูจะให้เราหัดยืนท่าที่ถูกต้อง เราจะต้องจำสเตปการลุกขึ้นยืนบนบอร์ดให้แม่น ซึ่งครูบอกเราว่าต้องหัดยืนบนบกให้มีความชำนาญ เพราะเมื่อลงไปในทะเลเราจะคล่องขึ้น ยืนได้เร็วขึ้น

หลังจากที่ทฤษฎีเราเริ่มแน่นแล้ว ครูก็จะพาเราลงทะเลกันเลย โดยครูบอกว่าไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกดดัน เพราะครูจะอยู่ใกล้ๆคอยบอกว่าเราต้องทำยังไง

และที่สำคัญไม่ต้องสนใจมากว่าจะยืนได้มั้ย แค่วันนี้มาเรียนให้รู้ก่อนว่าเราชอบกีฬานี้รึป่าว ซึ่งตอนได้ฟังเรารู้สึกดีขึ้นมากก ไม่กดดันละ เพราะครูบอกว่าคลื่นลูกแรก – ลูกที่สอง ยืนไม่ได้มันคือปกติ มันต้องสร้างความเคยชินก่อน มันถึงจะยืนได้

ก่อนจะโดนคลื่นซัดตกจากบอร์ดขอเพิ่มความมั่นใจให้ผิวด้วยการทากันแดดก่อนลงทะเลกันอีกครั้ง ใครที่จะทำกิจกรรมออกแดด ออกทะเลแบบเรา การทากันแดดสำคัญน้า เพราะไม่ว่าจะเป็นแดด หรือ น้ำเค็ม ทำร้ายผิวเราได้ง่ายมาก

เราใช้กันแดด Biore สีแดง ด้วยเทคโนโลยี Tough Boost กันแดดที่ระดับสูงสุด กันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนขั้นสุด ปาดไม่หลุด  ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB  

Biore UV Athlizm Skin Protect Milk SPF50+ PA++++

ตัวนี้ผสาน Hyaluronic Acid และ Royal Jelly Extract บำรุงผิวให้รู้สึกนุ่ม ดูชุ่มชื่น ด้วย Very water resistance สามารถกันน้ำได้นานสูงถึง 80 นาที กันน้ำ กันเหงื่อ กันแดดติดทน ผ่านการทดสอบแม้อยู่ภายใต้สภาวะอากาศร้อนที่อุณหภูมิ 40 องศาและ ความชื้นที่ 75% มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของ White Floral (กลิ่นจากธรรมชาติ)ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดสิว

เท่านี้เราก็พร้อมลงทะเลแล้วววว

หลังจากที่ทวนความรู้ทฤษฎีกันอีกรอบก่อนจะลงทะเลจริง หลังจากนั้นเราก็จะได้เดินลงทะเลไปพร้อมครูค่ะ โดยครูจะเป็นคนบอกว่าให้เราขึ้นบอร์ดตอนไหน ช่วยเราจับบอร์ดพาออกไปในจุดที่เหมาะจะโต้คลื่น พร้อมยังช่วยจับทิศทางของบอร์ด

เอาเป็นว่าครูจะช่วยเราทุกขั้นตอนเลยจ้าาา ไม่ต้องกังวลน้า

เมื่อครูหันทิศทางบอร์ดให้เราเรียบร้อย หลังจากนี้หน้าที่ของเราคือการนึกสเตปการยืนให้ได้ เพราะถ้าสเตปถูกมันจะง่ายมาก โดยจังหวะก่อนที่เราจะยืน ครูจะตะโกนบอกเราว่า “ยืน!!!”

คลื่นลูกแรกของเรา คือ เรายืนได้ทุกคนนนนนนน เรายืนได้

ซึ่งหลังจากที่ครูบอกว่าไม่ต้องเครียด ให้คิดว่าครั้งนี้มาเรียนเพื่อให้รู้ว่า ชอบการโต้คลื่นรึป่าว เอาแค่นั้นก่อน เราก็เลิกกดดันตัวเองไปทันที ซึ่งจะให้เราสามารถยืนได้ตั้งแต่ครั้งแรกกกก

หันกลับไปมองหน้าครู ด้วยความภูมิใจ 55555

เราบอกครูว่าเราไม่รู้ว่าสเตปมันถูกมั้ย โดยครูตอบเราว่า นึกให้ออก จำให้แม่น แต่ตอนนี้ยืนได้คือดีมากก เท่ากับเราเข้าใจจังหวะการยืนแล้ว อาจจะมีผิดบ้าง ถูกบ้าง ท่าไม่สวย หน้าเครียดบ้าง ไม่เป็นไร

วันที่เรามาเรียนเป็นช่วงเวลาเย็นที่น้ำกำลังลด ทำให้คลื่นที่กระแทกเข้าฝั่งจะแรงมากกก แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ วันนี้เรามีครูช่วยจับบอร์ดให้ แค่ตัวเราต้องนอนบนบอร์ด เกาะให้มั่นเท่านั้นพอ

วันนี้เรายืนได้เยอะมากกก น่าจะประมาณ 70% เลยทีเดียว โดยครูบอกว่าเก่งมากก ทรงตัวเก่ง ถ้าสเตปแม่น ทรงตัวเก่ง เซิร์ฟไม่ยากแน่นอน

ดีจายยยยยยยยยยยยยย

โชคดีที่ทริปนี้เราเอากันแดด Biore สีแดงมาด้วยทำให้ทุกกิจกรรมของเราไม่ต้องกังวลเรื่องแดด ใครที่กำลังจะไปทำกิจกรรมเราแนะนำว่า Biore UV Athlizm Skin Protect Milk SPF50+ PA++++ เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่คนรักการทำกิจกรรมกลางแจ้งแบบเราต้องมี !!

Biore สีแดงมีสูตรเนื้อ  Essence ด้วยนะ การเล่นเซิร์ฟของเราก็จะสนุกสุดเหวี่ยงได้ ไม่ต้องกลัวกันแดดหลุด

การเรียนเซิร์ฟในครั้งนี้เราขอยกความดีความชอบให้กับครูปลาย ครูจาก Pakarang Surf School ที่สอนเราด้วยความใจเย็น แม้เราจะดูเป็นนักเรียนที่น่าหนักใจพอสมควร

สุดท้ายเราอยากจะบอกว่าใครที่อยากจะมาเรียนเซิร์ฟ แต่กลัวตัวเองเล่นไม่ได้ ยืนไม่ได้ อย่าพึ่งคิดมาก ให้ลองมาเรียนดูก่อน เพราะบางครั้งคุณอาจจะได้ค้นพบความเป็นตัวเองได้แบบเราก็ได้นะ

ส่วนตัวเราวันนี้เรารู้แล้วว่าเราชอบกีฬานี้ ครั้งหน้าเราจะกลับมาเรียนจริงจังอีกครั้งให้ได้ หวังว่าเราจะได้เจอกันในทะเลกันนะคะชาวเซิร์ฟทุกคน

6 ข้อควรรู้ก่อนจะไปเล่นเซิร์ฟ

  1. ผู้หญิงที่พึ่งหัดเล่นเซิร์ฟ ยังไม่ควรใส่บิกินี่ เพราะคลื่นแรงมาก เรายังไม่รู้จังหวะอาจจะทำให้คลื่นซัดบิกินี่เราหลุดได้
  2. ก่อนจะมาเรียนเซิร์ฟแนะนำว่าควรออกกำลังกายมาก่อน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะการจะยืนบนเซิร์ฟได้ต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกายหลายส่วนเหมือนกันนะ โดยเฉพาะแขน
  3. ฤดูกาลของเซิร์ฟจะเป็นช่วงโลวซีชั่นของทะเล ตั้งแต่ช่วงปลาย เมษายน – ปลายตุลาคม แล้วแต่ช่วงเพื่อความแน่นอนควรโทรถามทางโรงเรียนก่อนว่ามีคลื่นมั้ย
  4. สำหรับในปี 2020 ทาง Pakarang Surf School จะเปิดสอนจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2020 ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะไม่มีคลื่นที่เหมาะสำหรับเล่นเซิร์ฟแล้วก็ตาม แต่สำหรับ Beginner ถือว่าเรียนได้
  5. ก่อนจะมาเล่นเซิร์ฟควรทานข้าวมาก่อน แต่อย่าทานจนอิ่มมากเพราะอาจจะจุก จนอ้วกได้จ้า ส่วนคนที่ไม่ทานมาอาจจะหิวจนไม่มีแรงที่จะยืนบนเซิร์ฟได้นะ
  6. ครีมกันแดดคือสิ่งจำเป็น เพราะเมื่อเราลงเล่นเซิร์ฟแล้ว เราจะสนุกกับการอยู่บนบอร์ดจนลืมทุกอย่าง ถ้าไม่ได้ทากันแดดรู้ตัวอีกทีคือผิวเกรียมแน่นอนจ้า ดังนั้นใครจะมาเรียนต้องเอา Biore สีแดงมาด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของ Surf School ได้ที่

https://www.facebook.com/bettersurfthailand

https://www.facebook.com/pakarangsurfschool (อันนี้ที่เราเรียน แนะนำครูปลาย)

THE SIS KATA PHUKET | หนีไปนอนชิลที่ภูเก็ต

ภูเก็ตอีกแล้วววววววว

บันทึกนักหนีเที่ยวหนีเที่ยวภูเก็ตอีกแล้วววววว

แหม๋ (ลากเสียงยาวววว) จะไม่ให้ภูเก็ตตอนนี้ก็จะเสียดายมากๆๆแน่เลยค่ะ เพราะช่วงนี้โรงแรมที่ภูเก็ตเขาลดกระหน่ำ หันราคาแล้วเราต้องขยี้ตากันหลายรอบเลยล่ะ ทริปนี้ลิเดียกลับมาภูเก็ตอีกครั้งจะพาทุกคนหนีไปนอนชิลในโรงแรมสวยๆใกล้ๆหาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต

ทริปนี้จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ THE SIS KATA PHUKET โรงแรมดีไซน์สวยที่มีวิวสวยมากกก และถึงแม้ช่วงนี้ภูเก็ตจะเจอฝนตกอยู่บ่อยๆ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ทริปเรากร่อยได้เลย เพราะยิ่งฝนตกเท่าไหร่ ทริปนอนชิลของเราก็ยิ่งสบายเท่านั้น 5555555555