SOOKNIRUND HOTEL | Luxury Boutique Hotel แห่งแรกของเมืองเชียงราย

เมื่ออากาศหนาวกำลังมาเยือน

กระชับเสื้อเราให้แนบตัวเอาไว้

แล้วเก็บกระเป๋าเดินทางคู่ใจ

ออกเดินทางไปแอ่วภาคเหนือกันดีกว่า

เกริ่นมาขนาดนี้ แน่นอนค่ะว่าทริปนี้เราพาทุกคนหนีเที่ยวไปแอ่วเหนือกัน ทริปนี้เราออกเดินไปยังจังหวัดเชียงราย เหนือสุดของประเทศไทย และแอบกระซิบว่าทริปนี้เป็นทริปหนีเที่ยวเชียงรายครั้งแรกของเราด้วยนะ ตื่นเต้นสุดๆเลยค่ะ

ทริปนี้เราเลือกพักในเมืองเชียงราย โดยจุดหมายปลายของเราอยู่ที่ Sooknirund Hotel (สุขนิรันดร์ โฮเทล) Luxury Boutique Hotel แห่งแรกของเมืองเชียงราย

ฟัง (เอ๊ะหรืออ่าน) แค่นี้เราก็ตื่นเต้นอยากจะพาทุกคนสำรวจโรงแรมแห่งนี้แล้วล่ะค่ะ

Sooknirund Hotel อยู่ใกล้กับวงเวียนหอนาฬิกาตัวเมืองจังหวัดเชียงราย ใครมาพักที่นี่สามารถเดินออกมาถ่ายรูปสวยๆได้สบายเลยค่ะ แนะนำว่าตอนกลางคืนหอนาฬิกาเปิดไฟสวยมากตั้งไม่พลาาดเลยนะ

เดินต่อมาอีกหน่อยก้จะเดินกับ Sooknirund Hotel ถือว่าเป็นโรงแรมที่ทำเลดีมากๆ ใครที่ขับรถมาไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะว่าที่จอดรถเพียบ ส่วนเรานั้นขอให้ทางโรงแรมไปรับที่สนามบิน หากใครที่ไม่มีรถ ไม่ได้เช่ารถ อยากจะทางโรงแรมไปรับไปส่งสามารถติดต่อได้เลยนะ

(รูปตอนกลางคืนนะ เพราะเราชอบ โรงแรมเปิดไฟสวยยย)

เมื่อมาถึงเราก็เช็คอินกันเลย

ส่วนตัวเราชอบสีน้ำอิฐ และสีฟ้าครามแบบน้ำทะเลเป็นทุนเดิม ซึ่งตอนนี้โรงแรมใช้โทนสีนี้ โอ้ยยยยเรานี่รักเลยอ่ะ ถ่ายรูปขึ้นสุดๆๆ ชอบบบ

welcome drink ที่นี่คือน้ำเชียงรายพาราไดซ์ เป็นเวลคัมดิ๊งที่หอมและสดชื่นมากทีเดียว

ก่อนจะพาไปชมห้องที่เราพักในทริปนี้ เราขอพาทุกคนไปสำรวจบริเวณโรงแรมกันก่อนเนอะ

ต้องเล่าก่อนว่าจริงๆแล้วโรงแรมสุขนิรันดร์ หรือ Sooknirund Hotel เปิดมาแล้ว 50 กว่าปี

(อ่ะๆ ไม่ต้องมาเอียงคอถามว่าทำไมถึงดูใหม่ขนาดนี้ )

ปัจจุบันโรงแรมแห่งนี้ได้ทำการรีโนเวทใหม่ เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและปรับให้ที่นี่เป็น Luxury Boutique Hotel แห่งแรกของเมืองเชียงราย เพิ่มความเป็นบูทีคเข้าไป ให้เหมาะกับยุคและสมัยมากขึ้น

เมื่อเข้ามาด้านใน เราจะได้เจอกับตัวอาคารแรก เป็นอาคาร 2 ชั้น ที่ออกแบบมาแบบเน้นความโปร่ง หลังคาใสที่เห็นฟ้าในแต่ละวันด้วย ชอบมากกก โดยชั้น 2 จะเป็นห้องพักบางส่วน และมีฟิตเนสสำหรับใครที่อยากออกกำลังกาย

ส่วนชั้น 1 จะเป็นมุมพักผ่อน ห้องสมุด และ ห้องแกลอรี่ ป้ายโรงแรมสุขนิรันดร์แต่เดิมเอาไว้ด้วย ทำให้แขกแบบเราได้รู้เรื่องราวของโรงแรมสมัยก่อนเพิ่มมากขึ้นด้วย

เราชอบรูปภาพ งานศิลปะที่กระจายกันอยู่ทั่วภายในโรงแรม มันทำให้เราได้เหมือนได้แค่มาพัก แต่เรามาเพื่อเสพงานศิลปะ เสพความสุขอีกอย่างหนึ่ง

เรามาต่อกันที่อาคารห้องพัก ตัวอาคาร 3 ชั้น ภายนอกตกแต่งด้วยโทนสีขาว – ฟ้า บวกกับการออกแบบที่เน้นให้โล่ง โปร่ง สบาย

ห้องพักที่นี่มีทั้งหมด 4 Room type

Standard Room  /  Deluxe Room  /  Suite Room  /  Loft Room

โดยทริปนี้เราจะพาไปชมห้อง Suite Room

เริ่มจากห้องแบบ Suite Room Type จะมีออกเป็น 2 แบบด้วยกันคือ ห้องที่มีตั่ง  และห้องที่มีอ่างอาบน้ำ โดยเราจะพาไปดูห้อง Suite Room ที่มีอ่างก่อนแล้วกันนะ

Suite Room มีพื้นที่ช้สอย 38 ตร.ม. โดยห้องนี้ตัวห้องน้ำจะมี bathtub ให้เราได้แช่ชิลๆ มีมุมซิงค์ ไมโครเวฟ ชุดโต๊ะทำงาน เก้าอี้โซฟาให้เราได้พักผ่อนด้วย

ห้องนี้เหมาะสำหรับคู่รัก ใครพาแฟนหนีเที่ยวแนะนำห้องนี้เลยนะ

Suite Room อีกห้องคือห้องที่เราพัก โดยทริปนี้เรามากับพี่สาว เลยขอเตียงคู่ ภายในห้องตกแต่งแบบคุมโทนด้วยสี เทา ชมพูพาสเทล และสีขาว เป็นทูนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่เข้มแข็งยังไงยังงั้นเลยค่ะ

ความแตกต่างของห้องเรากับ Suite Room ห้องแรกที่พาไปชม คือห้องนี้จะไม่มีอ่าง แต่จะมีตั่ง ให้เราได้นั่งประหนึ่งสาวเหนือสวยๆในห้อง

มาดูห้องที่เราพักแบบเต็มๆกันดีกว่า

ทุกห้องพักจะมีรูปนาฬิกาอยู่ที่หัวเตียง และถ้าเราสังเกตดีๆ จะเห็นว่าข้อความที่อยู่ในรูปนั้น คือเพลงกล่อมเด็กภาษาเหนือ เป็นการใส่ดีเทลเล็กๆน้อยๆของเมืองเหนือลงไปให้โรงแรม ให้แขกแบบเราได้ประทับใจอยู่เรื่อยๆเลยค่ะ

โซนห้องน้ำแยกโซนแห้งและเปียกอย่างชัดเจน และที่สำคัญคือกว้างมากกกก

amanities ในห้องน้ำหอมมากเลยค่ะ และที่น่ารักคือแขก 1 คน ให้ 1 ชุด เราพัก 2 คนได้มา 2 ชุดเลย

มินิบาร์ ทานได้เลย ไม่มีชาร์จเพิ่ม

คีย์การ์ดที่นี่น่ารักนะ มาในรูปแบบหมอนนาฬิกานุ่มๆ

เก็บห้องในห้องแล้ว เราลงมานั่งเล่น เดินลงที่สวนส่วนกลางกันหน่อย ใครมาพักที่นี่ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีมุมพักผ่อนนะคะ เพราะบริเวณสวน คือ ชิลมากกก ร่มรื่นที่สุด

และเพื่อไม่ให้การนั่งชมสวนของเราดูว่างเปล่า เราเลยสั่งเซ็ท Afternoon Tea มาจิบน้ำชายามบ่ายกันค่ะ

ชาหอมๆ กับขนมอร่อยๆ ในบรรยากาศสบายๆ จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกนะ

เราชอบตัวอาคารที่มีความเรียบแต่โก้ มันมีความเก๋อยู่ในตัว คนชอบถ่ายรูปต้องรักที่นี่

The Memories Restaurant

ห้องอาหารความทรงจำเป็นห้องอาหารที่ให้บริการตลอดทั้งวัน มื้อเย็นวันนี้เราเลยขอฝากท้องไว้ที่นี่เลยแล้วกัน ตัวห้องอาหารสวยมากเลยนะ โต๊ะให้เลือกนั่งเยอะ

ใครที่ไม่ได้พักที่นี่ แต่อยากเข้ามาทานอาหารก็สามารถทำได้นะคะ

Dinner เราเลือกทานเป็นเมนูอาหารตะวนตกค่ะ

ทุกจานคืออร่อยมากกกกกกกกกกกกก เชฟที่นี่ทำอาหารอร่อยมากเลยนะคะ แนะนำมากๆๆ

เมนูอาหาร

  • House breads / dips
  • Casar salad
  • Roasted duck breast
  • Tomato salad
  • Apple cheesecake
  • Churros cinnamon sugar / caramel dip

บรรยากาศยามค่ำคือ ภายในห้องอาหารความทรงจำมองออกไปด้านนอกสวยมากเลยนะ

ใครมาพักที่นี่ หรือมาเชียงราย เราแนะนำว่าให้มาทานมื้อค่ำกันที่นี่ เพราะบรรยากาศดีสุดๆเลยค่ะ

ทานอาหารอิ่มแล้ว เดินย่อยมาก็แล้ว เรากลับเข้ามาในห้องก็ได้เจอกับบราวนี่บอกฝันดีจากทางโรงแรม น่ารักนะ เราชอบความใส่ใจแบบนี้

Breakfast

เวลาที่พักโรงแรมช่วงเวลาที่เราชอบมากที่สุดก็ตอนอาหารเช้านี่ล่ะค่ะ ไม่ใช่ว่าตื่นขึ้นมาแล้วหิวเลยหรอกนะ แต่เราอยากดูว่าโรงแรมแต่ละแห่งจะจัดอะไรมาให้เราได้ว้าวบ้าง

อาหารเช้าของเราในวันนี้จะเป็นแบบ A la carte และเราจะทานกันที่ห้องอาหารความทรงจำเหมือนเดิม

อาหารเช้าที่นี่ถือว่าจัดเต็มมาก ให้เยอะ และที่สำคัญคืออร่อยสุดดด

เช้านี้มีตั้งแต่ขนมปัง แพนเค้ก วาฟเฟิล อเมริกันเบรคฟาส ข้าวเหนียวหมู ข้าวต้ม น้ำผลไม้ กินหมดนี่อิ่มกันไปเลยยาวๆๆ

อิ่มแล้วเราไปเดินย่อยกันหน่อย ไปถ่ายรูปในมุมต่างๆที่โรงแรมจัดไว้กันค่ะ

เราชอบที่นี่ มุมถ่ายรูปเยอะมาก กระจายอยู่ทั่วทุกแห่งในโรงแรมจริงๆนะ

(จริงๆ ทางโรงแรมอาจจะแค่ตั้งใจมีมุมพักผ่อนเยอะๆๆ แต่มันเก๋ เหมาะแก่การถ่ายรูปมาเลยนะ )

The Forever Restaurant

ห้องอาหารนิรันดร เป็นอีกหนึ่งห้องอาหารของทางโรงแรม โดยห้องอาหารนิรันดรจะอยู่ใกล้กับห้องอาหารความทรงจำ ซึ่งให้บริการอาหารไทย

ภายในตกแต่งแบบเรียบง่าย เน้นความสบาย

มื้อเที่ยงก่อนจะบอกลาโรงแรม เราขอทานอาหารไทยที่นี่หน่อยแล้วกันนะ

รสชาติอาหารคืออร่อยมากเช่นเดิม และยิ่งอร่อยขึ้นไปอีกสำหรับเราคืออาหารมาในจานแบบยุคเก่า มันสวยมากก ทำให้อาหารของเราน่าทานมากขึ้นไปอีก และที่สุดคือฝีมือของเชฟที่นี่ต้องยอมรับเลยค่ะ ว่าทำอาหารอร่อยมากก

เมนูอาหาร 

  • แกงเผ็ดเป็ดย่าง
  • แกงแคกุ้ง
  • ฮังเลหมูสามชั้น
  • ข้าวผัดน้ำพริกอ่อง
  • ข้าวผัดไส้อั่ว
  • ข้าวอบสัปะรด

เมนูขนมหวาน

  • กล้วยบวชชี
  • ทับทิมกรอบ
  • เบอรี่ลอยแก้ว

สุดท้ายใครที่กำลังจะหนีเที่ยวมาเชียงราย หรือมาภาคเหนือ กำลังมองที่พักที่ดีไซน์สวย พนักงานบริการดีมาก มุมถ่ายรูปเยอะ อาหารอร่อย และบรรยากาศสบายๆแต่ยังคงความอบอุ่นเอาไว้

เราว่า Sooknirund Hotel เป็นอีกจุดหมายปลายทางที่คุณไม่ควรมองข้าม

SOOKNIRUND HOTEL

Address :  424/1 ถนน บรรพปราการ ต.เวียง อ. เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 57000

Tel : (+66)53 798 788

web : https://www.sooknirund.com/

Facebookhttps://web.facebook.com/sooknirundhotel/

IG : https://www.instagram.com/sooknirundhotel/

U Sathorn Bangkok | หนีความวุ่นวายเข้ามาพักผ่อนใจกลางกรุง

หลายๆครั้งการเดินทางของเราต้องใช้เวลา

เพื่อให้ตัวเองได้พักผ่อนเต็มที่

แต่บ่อยครั้งเช่นกันที่เราไม่มีเวลามากพอ

แต่เราก็ยังคงต้องการพักผ่อน

ทริปนี้เราเลยไม่ได้ไปไหนไกล ขอหลบความวุ่นวายเข้ามาพักผ่อนที่ U Sathorn Bangkok โรงแรมสไตล์รีสอร์ท Oasis ใจกลางกรุงเทพฯ

( หลายคนขมวดคิ้ว เอียงคอ แล้วถามเราในใจว่า พักผ่อนที่กลางเมืองขนาดนี้เนี่ยนะ อย่ามาเวอร์ ! )

ใครจะไปรู้ว่าโรงแรมที่อยู่ในกลางเมืองอย่าง U Sathorn Bangkok ให้ความรู้สึกตัดขาดจากความวุ่นวายได้ขนาดนี้ถ้าไม่ได้เข้ามาพักด้วยตัวเอง

เมื่อมาถึงเราก็มาเช็คอินกันก่อน ต้องเล่าก่อนว่าเราเคยพักโรงแรมในเครือ U มาแล้ว ซึ่งเราชอบสิ่งที่ U ให้เราเลือกในสิ่งที่เราชอบได้เอง โดยเริ่มกันตั้งแต่ตอนเช็คอินเลย

  • 24 Hour Use of Room ให้เราได้ใช้ห้องได้อย่างคุ้มค่า เช็คอินเวลาใด ก็สามารถเช็คเอาท์ได้ ณ เวลาเดียวกันในวันเช็คเอาท์

การเข้าพักที่โรงแรมในเครือ U เราสามารถใช้เวลาได้คุ้มค่า 24 ชม.

  • U Choose Programme เราสามารถเลือกกลิ่นสบู่และชาที่เราชอบเองได้

ก่อนจะพาไปดูห้องพักของเราในทริปนี้ เราอยากจะพาไปดูบรรยากาศภายในโรงแรมกันก่อน ด้วยตัวโรงแรมหลบเข้ามาอยู่ในซอย ทำให้เมื่อเข้ามาแล้วเหมือนเราได้มาพักผ่อนรีสอร์ทต่างจังหวัดยังไงยังงั้นเลยล่ะ

เข้ามาปุ้บเราจะได้เห็นสระว่ายน้ำ ซึ่งเราถือว่าสระว่ายน้ำของที่นี่ถือเป็นจุดขายเลยนะ มีความชิล หันออกไปมองสีเขียวๆ น้ำสีฟ้าๆ แค่นี้ก็สบายใจขึ้นเยอะแล้ววว

ห้องพักที่ U Sathorn Bangkok มีให้เราสามารถเลือกพักทั้งหมด 4 แบบ คือ ห้องซูพีเรีย ห้องดีลักซ์การ์เด้น ห้องเทอเรสการ์เด้นวิว  และห้องสวีท

ห้องสวีท ห้องพักขนาด 72 ตร.ม. โดยห้องนี้ คือห้องที่สวยที่สุดของที่นี่ สวยมากกกกกกกกกกกก ใหญ่มากกกกกกก ดีมากกกกกกก ใครพักห้องนี้ยังได้สิทธิพิเศษไปเลยเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็น อเมนิตี้ จาก BVLGARI , Welcome cocktail & canapes และฟรีมินิบาร์

ห้องเทอเรส การ์เด้นวิว คือห้องที่เราจะพักในทริปนี้ ห้องมีขนาด 32-34 ตร.ม. เป็นห้องที่วิวระเบียงเป็นสวน เราจะสามารถมองเห็นสระว่ายน้ำได้เลย โดยใครพักห้องนี้แบบเราก็จะได้สิทธิพิเศษเหมือนกับห้องสวีทเลยนะ คือ อเมนิตี้ จาก BVLGARI , Welcome cocktail & canapes และฟรีมินิบาร์

ในห้องยังมีมาการอง และผลไม้วางไว้ให้ด้วย น่ารักกกกก

เราชอบห้องที่เราพัก เพราะระเบียงที่ติดกับสวนและมองเห็นสระว่ายน้ำ ทำให้เราสามารถใช้เวลาระหว่างวันในการนั่งชมวิว พักผ่อนเรื่อยๆได้ตลอดทั้งวัน

ตอนบ่ายคล้อย เราเปลี่ยนความชิลจากระเบียงห้อง มาอยู่ที่ห้องอาหาร The Library 

The Library  ห้องอาหารที่อยู่ติดกับล็อบบี้ ภายในให้อารมณ์เหมือนคาเฟ่ กึ่งๆห้องอาหาร มีมุมให้เราได้เลือกนั่งหลากหลายเลยละค่ะ

ใครมาพักที่นี่ เราอยากให้คุณได้ให้เวลากับตัวเองด้วยการมาจิบน้ำชายามบ่าย ให้เราได้ปล่อยใจไปบรรยากาศสบายๆ ขนมอร่อยๆ ชาดีๆ เพื่อเพิ่มความสุขให้ตัวเรากันค่ะ

ฉลองครบรอบ 5 ปี ยู สาทร กรุงเทพฯ กับข้อเสนอสุดพิเศษ Fantastic 5th Anniversary ห้องพักคืนที่ 2 ราคาเริ่มต้นเพียง 5 บาท++ เมื่อเข้าพักทุกวันที่ 5, 15 และ 25 ของเดือน ห้องพักคืนแรกราคาเริ่มต้นเพียงคืนละ 2,155++ บาท

พร้อมรับฟรี! อัพเกรดเป็นห้องดีลักซ์ การเด้นท์ เมื่อจองห้องซูพีเรีย หรือ อัพเกรดเป็นห้องเทอเรส การเด้นท์ เมื่อจอง ดีลักซ์ การเด้นท์

ฟรี ! ชุดน้ำชายามบ่าย สำหรับ 2 ท่าน ให้บริการตั้งแต่ 5.00 น. – 17.00 น.

และเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2563

เมื่อพักอย่างน้อย 2 คืนโดยต้องสำรองห้องพักครอบคลุมวันที่ 5, 15 และ 25 ของแต่ละเดือน 

ราคาข้างต้นรวมอาหารเช้าแบบทานได้ทุกที่ ทุกเวลา บริการพิเศษอื่น ๆ ในแบบ U อาทิ การใช้ห้องพักแบบ 24 ชม. เครื่องดื่มต้อนรับจากมินิบาร์ โปรแกรม U Choose ที่ให้คุณเลือกเครื่องใช้ส่วนตัวได้เอง และสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Wi-Fi)

ข้อเสนอนี้ใช้ได้กับห้องซูพีเรีย ห้องดีลักซ์ และห้องสวีทข้อเสนอนี้สามารถจองได้ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2563

ใครมีเพื่อนสนิท หรือคนรู้ใจมาด้วย ยิ่งเพิ่มระดับความชิลเข้าไปอีก เราใช้เวลาตลอดบ่ายให้การนั่งคุยกันตามประสาเพื่อนสนิท ให้เวลา ให้บรรยากาศรอบๆด้วยช่วยสร้างโมเม้นต์ที่ดีระหว่างกัน

หากใครที่ไม่ได้เข้าพักที่นี่ แต่อยากจะมาจิบชาชิลๆแบบลิเดียก็สามารถทำได้เช่นกันนะคะ

ฉลองครบรอบ 5 ปี ยู สาทร กรุงเทพฯชวนคุณมาจิบน้ำชายามบ่าย และพักผ่อนกับเรา  เริ่มต้นเพียง 555 บาทสุทธิ สำหรับ 2 ท่าน เสิร์ฟที่ห้องอาหารเดอะ ไลบรารี่ หรือบริเวณสระว่ายน้ำ

พิเศษ

* ชุดน้ำชายามบ่าย 555 บาท และชำระเพิ่มเพียง 255 บาท เพื่อใช้บริการห้องซูพีเรีย 5 ชั่วโมง (รวมยอดชำระ 810 บาทสุทธิ)

* ชุดน้ำชายามบ่าย 555 บาท และชำระเพิ่มเพียง 555 บาทเพื่อใช้บริการห้องดีลักซ์การ์เด้น 5 ชั่วโมง (รวมยอดชำระ 1,110 บาทสุทธิ)

เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 15 สิงหาคม – 25 ธันวาคม 2563

** ทุกรายการข้างต้น สามารถใช้บริการสระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกายได้ 5 ชั่วโมง

** ชุดน้ำชายามบ่าย พร้อมบริการห้องพัก สงวนสิทธิ์ในการเสิร์ฟที่ห้องพัก ตั้งแต่เวลา 5.00 – 17.00 น. เท่านั้น

** กรุณาจองล่วงหน้าก่อนการใช้บริการ

ตกเย็นเราก็ยังอยู่กันที่ The Library เพราะที่นี่เราสามารถหาของอร่อยได้ทั้งวันเลย มื้อค่ำเราก็เลยฝากท้องไว้ที่นี่เลยแล้วกัน เพราะจากรสชาติขนมเมื่อตอนบ่ายที่ยังติดใจเราอยู่ เชื่อมั่นว่ามื้อค่ำของเราต้องอร่อยมากแน่ๆ

เมนูมื้อค่ำของเรา

  • Sizzling Kurobuta
  • Golden duck beast
  • Chicken tornado

ค่ำนี้เราขอใช้สิทธิ์ Welcome cocktail ไปด้วยเลย

(ใครมาพักที่นี่ช่วงนี้คือคุ้มมากกกกกกก)

ข้อเสียของการมาพักที่นี่คืออาหารอร่อยไปซะทุกอย่างงงงง กินจนแก้มเราจะแตกแล้ว 55555

คืนนี้เราต้องไปเอามันออกกันค่ะ

Fitness เปิด 24 ชม. อยากจะเล่นตอนไหนก็ด้ายยย ใครอยากจะเล่นตอน 5 ทุ่มแบบเราก็ยังไหว

คืนนี้หลับสบายแน่นอน

ตอนค่ำแม่บ้านแอบเอาของที่ระลึกน่ารักๆมาวางเอาไว้

เช้านี้เราตื่นแต่เช้า แต่ไม่อยากจะลุกออกจากห้อง เลยโทรสั่งอาหารเช้าให้มาเสิร์ฟที่ห้องดีกว่า

ใครพักที่ U สามารถใช้บริการ Breakfast whenever wherever นั่นก็คือการให้บริการอาหารเช้าที่ลูกค้าสามารถเลือกที่จะรับประทานได้ทุกเวลา ตั้งแต่ 6.30 – 22:00 น. ทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น ที่ห้องพัก ริมสระว่ายน้ำ หรือห้องอาหาร ( 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ นะจ้ะ)

เราใช้สิทธิ์ของเราทานที่ริมระเบียงห้องแบบชิลๆ ตัวอาหารเช้าเราสามารถเลือกได้นะคะ ว่าจะรับเซ็ตไหน กี่โมง และทานที่ไหน

ส่วนเพื่อนเรา ขอใช้สิทธิ์อาหารเช้าที่ริมสระ สั่งเซ็ต Healthy มาทาน

เพราะด้วยความชิลและความชอบที่ต่างกัน ทำให้ U ได้ใจเราไปเลยเต็มๆ

หากใครที่ทานอาหารเช้าในห้องแบบเรา แต่ก็ยังอยากจะมานั่งชิลที่สระบ้าง เราแนะนำว่าช่วงสายๆให้สั่ง Snack มาทานเล่นริมสระแบบชิลๆ ก็เป็นความคิดที่ดีมากเลยนะ

สุดท้ายหากใครกำลังมองหาทริปหนีความวุ่นวาย แต่ไม่อยากเดินทางไกล U Sathorn Bangkok เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมากๆ ให้คุณได้สามารถใช้เวลาที่มีไปกับความชิล สบายที่มอบให้แก่ตัวเอง

U Sathorn Bangkok

Address : 105,105/1 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 ประเทศไทย


Tel : +662 119 4888

Facebook : https://www.facebook.com/USathornBangkok

Web : https://www.uhotelsresorts.com/th/usathornbangkok/

IG : https://www.instagram.com/usathornbangkok/

เฮือนขวัญข้าว | ให้สีเขียวจากทุ่งนาได้เยียวยาหัวใจ

ทุกครั้งที่ฤดูฝนผ่านเข้ามา

สีเขียวของธรรมชาติ

น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราหัวใจเต้นแรงมากที่สุดในฤดูกาลนั้น

“เต็มค่ะ”

“เต็มแล้วค่ะ”

“ห้องเต็มนะคะ”

ทำไมคำว่า “เต็ม” ถึงทำให้เราเครียดขนาดจะกัดนิ้วตัวเองให้หายไปได้ขนาดนี้กันนะ

ทุกๆปีเมื่อถึงฤดูฝน เรามักจะหนีเที่ยวขึ้นไปยังเชียงใหม่ เพราะเราชอบสีเขียวหน้าฝนของเชียงใหม่ที่สุด แน่นอนค่ะ ว่าปีนี้เราก็ยังยืนยันอุดมการณ์เดิมคือ หน้าฝนนี้เราต้องไปเชียงใหม่ให้ได้

ใจจริงหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องไปดูนาขั้นบันไดอีกครั้งให้ได้ (เราเคยไปมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน) แต่ด้วยอะไรๆก็ไม่ค่อยจะเป็นใจกับเรามากนัก โฮมสเตย์ที่เราอยากจะพักในละแวกนาขั้นบันได้ถูกจับจองจนเต็มแล้ว เราเลยจำเป็นต้องหาที่พักใหม่ที่จะพอสามารถเยียวยาเราได้

ที่พักใหม่ของเราในทริปนี้ชื่อว่า “เฮือนขวัญข้าว” ตั้งอยู่ที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 1 ชั่วโมง

และต้องสารภาพไปตามตรงว่าตัวเราแทบไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเฮือนขวัญข้าวเลย เพราะตอนนั้นมีที่พักไหนที่ตอบกลับเราว่า “ว่าง” เราก็อยากจะกระโดดกอดเจ้าของที่พักแห่งนั้นแล้ว

แล้วคิดว่ามนุษย์ที่อยากหนีเที่ยวแบบเราจะไปต้องการอยากรู้ข้อมูลอะไรมากมายกว่าการมีที่พักแล้วทำให้ตัวเองได้หนีเที่ยวจริงๆๆกันล่ะ

วิธีการเดินทางก็ไม่ยากค่ะ แค่เราเสิร์ชหา “เฮือนขวัญข้าว” แล้วขับรถมาเรื่อยๆ

ระหว่างขับรถมาเราทบทวนความจำตัวเองอีกครั้งว่าเราจองที่พักอะไรไปนะคืนนี้ หน่วยความจำอันน้อยนิดของเราบอกเราว่า ที่พักเป็นบ้านไม้ยกสูง มีวิวทุ่งนา มีสะพานไม้ทอดยาว นั่นคือทุกอย่างที่รู้แล้วก็ใจง่ายจองที่พักไป

เรามาถึงที่พักของเราในทริปนี้ “เฮือนขวัญข้าว” ที่พักอยู่ห่างจากถนนใหญ่ไม่มากนัก แต่ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่ทำให้เราผ่อนคลายเหมือนกับได้หนีไปพักผ่อนที่ดอยแสนไกล

(หลายคนกรอกตา แล้วคิดในใจแล้วว่าเราเวอร์ ! พึ่งมาถึงจะรู้สึกอะไรเยอะแยะกันนะแกร ใช่ค่ะ เราเวอร์ไปนิดนึง 55555)

เฮือนขวัญข้าว มีบ้านให้เราสามารถเลือกเข้าพักได้ทั้งหมด 4 หลัง แต่ละหลังมีดีเทลที่ต่างกันออกไป ส่วนหลังที่เราเลือกพักชื่อว่า “ของขวัญ”

“เฮือนของขวัญ” เป็นบ้านไม้แบบยกพื้นหลังด้านในสุด ชั้นล่างมีโต๊ะไม้ แคร่ไม้ไผ่ รวมถึงเปลนอนให้เราได้สามารถใช้เวลาพักผ่อนได้ทั้งวัน ส่วนด้านบนจะมีระเบียงให้เราสามารถได้ออกมานั่งรับลมในตอนเช้าได้ ภายในบ้านคือห้องนอนที่สามารถนอนได้มากสุดถึง 4-5 คนเลยทีเดียว มีห้องน้ำกึ่งเอ้าท์ดอร์อยู่ที่ระเบียงหลังของห้องนอน

ภายในห้องมีตั้งแต่ไฟฟ้า พัดลม แอร์ น้ำอุ่น มันคือทุกความสะดวกสบายเลยล่ะ

“เฮือนของขวัญ” ให้อารมณ์ไม่ได้โบราณแต่มีความเก่าที่ใครได้มาเยือนต้องสบายใจแบบที่เรากำลังรู้สึก เพราะมันให้อารมณ์เหมือนเราได้มาบ้านคุณยายที่ต่างจังหวัดยังไงอย่างนั้นเลยล่ะ

ก่อนจะพาไปเที่ยวและพักผ่อนที่เฮือนขวัญข้าว เราอยากจะนำเสนอบ้านพักอีกหนึ่งหลัง (ไม่แน่ใจบ้านชื่อบ้านอะไร) แต่เป็นบ้านที่เหมาะสำหรับพัก 1-2 คน ขนาดกระทัดรัด น่ารัก ด้วยทำเลที่อยู่คนละฝั่งกับบ้านหลังอื่นๆ ทำให้เจ้าบ้านหลังนี้ป๊อบมาก เพราะเป็นฉากที่ถ่ายรูปสวยเวอร์

กลับเข้าเรื่องของเรากันต่อ

เมื่อมาถึงแล้ว เอาของไปเก็บภายในบ้านของเราแล้ว เราขอให้เวลาในการนั่งเล่น เดินเล่น เที่ยวเล่น ในทุ่งหญ้าขนาดไม่เล็ก แต่ก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก เป็นขนาดที่กำลังดีให้เราได้พักกายและพักใจ

เฮือนขวัญข้าว นอกจากจะมีที่พักแล้ว ยังมีคาเฟ่เล็กๆให้เราได้ชิลด้วยนะ ตัวคาเฟ่อยู่ในบริเวณเดียวกับที่พัก มีความนั่งชิล มองสีเขียวจากทุ่งนา เป็นความสุขเล็กๆที่เราสามารถได้รับจากที่นี่

ตอนเย็นเราสั่งชุดขันโตกเอาไว้ มากัน 3 คนเลยสั่งชุดเล็ก ราคา 400 บาท (กินกัน 3 คนไม่หมดดด)

ขันโตกอาหารเหนือแบบบ้านๆ กับวิวตอนเย็นสุดแสนจะชิลลลลล

คุ้มค่ากับการเดินทางพาตัวเองมาไกลถึงเชียงใหม่ เรากระซิบบอกตัวเองแบบนั้น

เราชอบบรรยากาศค่ำคืนที่เฮือนขวัญข้าว การได้นั่งกินข้าวกับเพื่อน การที่อยู่ในบรรยากาศเหมือนเรามาบ้านญาติที่ต่างจังหวัด มันคือความรู้สึกดีแบบที่หลายๆแห่งให้เราไม่ได้

เราไม่แน่ใจว่ามันเรียกความสุขนั้นว่าอะไร แต่อยากให้คุณได้ลองมาสัมผัสมันสักครั้ง

เช้าวันรุ่งขึ้นเราตื่นมาตอนเช้า จำไม่ได้ว่ามันคือกี่โมง แต่เราได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินขึ้นมาบนบ้าน เปิดประตูออกมาเลยได้เจอกับกระติกน้ำร้อน พร้อมกับกาแฟซองที่ตั้งเรียงไว้ครบตามจำนวนคน

ไม่น่าเชื่อแค่กระติกน้ำร้อนกับกาแฟซองจะทำให้เราอมยิ้มได้ ไม่ใช่เพราะตื่นมาแล้วอยากกินกาแฟพอดี แต่มันคือความน่ารักของเจ้าของที่พักที่ปฏิบัติกับเราเหมือนลูกหลาน เหมือนญาติ

เรากลับเข้าไปล้างหน้าล้างตา เปิดประตูบ้านออกมาอีกครั้ง มันไม่ได้มีแค่กาแฟ มันมีข้าวต้มมมมมมม ทำเกินไปมากกกกกกกกกกก ที่นี่ทำดีเกินไปมากกกกกกกกกกกกกกกก

ข้าวต้มแบบง่ายๆ กาแฟซอง วิวทุ่งนา และมิตรภาพ ความสบายใจที่เราได้รับ มันคุ้มค่ามากจริงๆ

ก่อนกลับเราใช้เวลาเดินเล่น ถ่ายรูปเล่น ใช้เวลาที่เราอยากจะมาซึมซับบรรยากาศชิลๆ ความสดชื่อของสีเขียวๆ ให้คุ้มค่า มันดีมากที่ได้พาตัวเองมาอยู่ในสถานที่ชิลขนาดนี้ และมันดีมากที่เรามีเพื่อนที่พร้อมจะหนีเที่ยวกับเราทุกที่

ที่พักของเราหลังละ 1500 บาท // ขันโตกชุดเล็ก ราคา 400 บาท ชุดใหญ่ 550 บาท

หากอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่

เฮือนขวัญข้าว : https://www.facebook.com/Hueankhwankao

1748, หมู่ 19 ซอย 1 ตำบล ข่วงเปา อำเภอจอมทอง เชียงใหม่ 50160

Burasari Phuket | ชวนเพื่อนซี้หนีเที่ยวไปพักร้อนที่ภูเก็ต

การเดินทางสำหรับใครสักคน

อาจจะหมายถึงการเดินทางไกล เพื่อไปพบเจออะไรใหม่ๆ

แต่การเดินทางสำหรับเราในบางครั้ง

อาจจะหมายถึงการเดินทางไปเพื่อไปพักพร้อมกับเพื่อนรู้ใจใครสักคน

ใครที่ติดตามบันทึกนักหนีเที่ยวจะรู้ว่าตอนนี้ราไม่สามารถมูฟออนไปจากภูเก็ตได้เลยยยยยยยย

จะให้ไปไหนได้ยังไงในเมื่อช่วงนี้โรงแรมในภูเก็ตราคาถูกมากกกก ถูกขนาดต้องขยี้ตากันหลายรอบก็ยังไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกัน

ทริปนี้จุดหมายปลายทางเราอยู่ที่ Burasari Phuket โรงแรมสวยใกล้หาดป่าตอง (ใกล้แบบเดินแค่ 2 นาที) แอบกระซิบว่าตอนนี้ราคาเริ่มต้นที่ 999 บาท สำหรับ room type เริ่มต้น

Barasari Phuket หนึ่งในโรงแรมของเครือ Burasari Group ตัวโรงแรมตั้งอยู่ที่หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต เดินทางไม่ยากค่ะ ขับรถตาม GPS มาเรื่อยๆ เราก็มาถึงหน้าโรงแรมแล้ว หน้าโรงแรมมีที่จอดรถนะคะ สามารถจอดได้เลย

เข้ามาปุ๊บเราจะได้เจอกับประตูที่บ่งบอกความเป็นไทย สวยมากกกก เป็นมุมที่ควรค่าแก่การถ่ายรูปมากด้วย และที่สำคัญมุมนี้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของ Burasari Phuket

ก่อนจะพาไปดูห้องที่เราพักและเริ่มการพักผ่อนในโรงแรมสวยๆแห่งนี้ เราขอพาไปดูห้องอื่นๆของทางโรงแรมกันก่อนแล้วกัน เอาไว้เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลที่จะมาพัก

Premier Room

room type เริ่มต้นที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 28 ตร.ม. เป็นห้องที่ใช้โทนสีสว่าง ขาว-เหลือง สบายตามากๆ ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกเแบบครบครัน

(ห้องนี้เราไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะมันคล้ายกับห้องแบบ Premier Pool View )

Premier Pool View

room type ที่สองทุกอย่างภายในห้องรวมถึงขนาดพื้นที่ใช้สอยจะเหมือนกับ PREMIER ROOM แต่ห้องนี้เราจะได้วิวสระว่ายน้ำด้วย ดีงามมม

Elite Room

ห้องพักที่มีพื้นที่ใช้สอย 40 ตร.ม. จุดเน้นของห้องนี้คือมีระเบียงที่มองเห็นวิวสระ แล้วยังมี sofa bed วางอยู่ให้เราได้ใช้ช่วงวันหยุดไปกับการพักผ่อนในบรรยากาศแสนชิล

Premier Pool Access

ห้องพักที่มีพื้นที่ใชสอย ขนาด 28 ตร.ม. ความดีงามของห้องนี้คือเมื่อเราเปิดประตูเฉลียงของห้องออกมาเราจะได้เจอกับสระว่ายน้ำ ซึ่งเหมาะมากสำใครที่อยากตื่นมาแล้วกระโดดน้ำได้เลย และมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหมือนเดิม

Honeymoon Room

ห้องฮันนีมูน ที่เหมาะสำหรับคู่รัก เพราะกิมมิคของห้องคือระหว่างตัวห้องนอน และห้องน้ำจะไม่มีประตูปิด จะเปลี่ยนมาเป็นม่านกั้นแทนนะ ความดีงามยังไม่หมดเพราะว่าด้วยตัวพื้นที่ใช้สอยที่มีมากถึง 53 ตร.ม. ทำให้มี Bathtub อยู่ที่เฉลียงของห้อง ซึ่งส่วนนี้เราสามารถเปิดประตูออกไปยังสระส่วนกลางได้อีกด้วย

คู่รักต้องชอบห้องนี้แน่นอน

Mood Collection

ห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 60 ตร.ม. เป็นห้องที่มีวิวระเบียง City View ตัวระเบียงของห้องสามารถเดินได้รอบเพราะเป็นห้องมุม ส่วนตัวเราชอบที่ภายในห้องมีพื้นที่ให้พักผ่อนเยอะ เหมาะสำหรับคนที่อยากมาพักผ่อน แต่ไม่อยากออกไปไหน เพราะภายในห้องก็มีพื้นที่เยอะมากแล้ว

Elite Pool Access

เป็นห้องที่เราพัก ตัวห้องจะอยู่ตึกเดียวกับ Lobby ตัวห้องมีพื้นที่ใช้สอยขนาด 40 ตร.ม. ภายในห้องน้ำมี bathtub ในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหมือนเดิม ส่วนห้องนอนจะต่อกับสระว่ายน้ำส่วนกลาง

ห้องนี้เหมาะกับคนที่อยากตื่นมาแล้วเดินลงสระได้เลย ประหนึ่งเราได้สระส่วนตัวเลยนะ อีกอย่างคือวิวสระว่ายน้ำที่เราสามารถมองจากในห้อง สวยมากเลยละค่ะ เหมาะสำหรับวันพักผ่อนของเรา

ส่วนตัวเราชอบสีที่ตกแต่งภายในห้อง มีความเกร๋ เปรี๊ยว เหมาะกับสาวๆแบบเรา

เหนือสิ่งอื่นใด เราชอบ amenity ในห้องที่สุดชอบมากกกก

ก่อนจะเริ่มทริปพักผ่อนของเรา เราขอพาไปดูสระส่วนกลางที่ต่อจากห้องเรา

ส่วนนี้จะเป็นสระที่ต่อมาจาก Lobby เลยนะ ดีไซน์สระที่เป็นตัววนไปหน้าห้องแบบ ELITE POOL ACCESS ทั้งหมด เป็นมุมที่ใครมาพักที่นี่ก็ต้องถ่ายรูป เพราะมันสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกก

เราชอบมุมสะพานที่เชื่อมระหว่างทางเดินข้ามสระ มุมนี้ถ่ายรูปสวยมากกกกกกกกกกกกก

บริเวณสระส่วนกลางที่ติดกับตัวอาคารล็อบบี้จะมี Pool Bar ด้วยนะคะ ใกล้กันยังมีโต๊ะพูลให้เล่นด้วยล่ะ

วันนี้แดดที่ภูเก็ตถือว่าดีเลย เราเลยสั่ง Afternoon Tea ที่เป็นแบบ Floating มาทานกันเบาๆในสระ เพราะไหนๆเราก็พักแบบ POOL ACCESS เราต้องได้รูปค่ะสาวๆ

Floating Afternoon Tea มาในถาดไม้ไผ่ที่จัดวางมาสวยงาม รสชาติขนมและเครื่องดื่มอร่อยมากกก ควรค่าแก่การสั่งมาทานกันเบาๆ

ตกเย็นเราจอง Spa เอาไว้ ทริปพักผ่อนของเราต้องเป็นทริปที่เราได้ปรนเปรอตัวเองแบบดีที่สุดค่ะ และที่สำคัญใครที่มาพัก Burasari Phuket ไม่ทำสปาถือว่ามาไม่ถึงนะคะ เพราะเขาเคลมว่า Burasari Spa ถือเป็นสปาที่ดีที่สุดในเกาะภูเก็ตเลยนะ

แอบกระซิบดังๆครั้งที่ 2 ว่าตอนนี้ Burasari Spa เขามีโปรโมชั่นเยอะมากกกกกก เยอะแบบคุ้มกว่านี้ไม่รู้จะไปหาจากไหนแล้วล่ะ

วันนี้เราเลือก Burasari Signature Massage เป็นการนวดน้ำมัน 90 นาที ใครมาเป็นคู่รัก หรือเพื่อนซี้แบบเรา สามารถนวดห้องเดียวกันได้เลย

นวดเสร็จไม่ต้องถามว่าสบายตัวแค่ไหน บอกได้แค่ว่าสมคำร่ำลือ ใครมาพักที่นี่ หรือมาเที่ยวภูเก็ตมีเวลาเหลือแนะนำว่าให้มาจัดสปาที่ Burasari Spa มันดีมากกกกกกกกกกกกกกกกก

นวดสปาเสร็จ ท้องมันก็เริ่มหิว เราไม่จำเป็นต้องออกไปไหนไกลค่ะ เพราะภายในโรงแรมมีครบทุกอย่าง มื้อค่ำเราเลยเลือกทานอาหารกันที่ ห้องอาหาร KANTOK ห้องอาหารที่ให้บริการแบบ All Day ไม่ว่ามื้อไหนเราก็สามารถมาฝากท้องไว้กับที่นี่ได้

และสำหรับใครที่ไม่ได้เป็นแขกพักที่โรงแรม แต่อยากมาทานอาหารก็สามารถทำได้เช่นกันนะคะ

ตอนกลางคืนบรรยากาศดีมากๆเลยค่ะ มีเพลงเพราะๆเบาๆ จิบค็อกเทล ทานอาหารอร่อยๆ จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกนะ และบริเวณเดียวกันจะเป็นส่วนของ Misty Bar บาร์ที่ให้บริการค็อกเทลดีๆทั้งวันเช่นกัน

ตัวเมนูอาหารมีไม่มาก แต่บอกเลยว่าอร่อยทุกอย่าง รับประกันว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

  1. กุ้งโสร่ง อร่อยมากกกกกก วุ้นเส้นที่เป็นโสร่งกอบๆ กับเนื้อกุ้งสดๆ
  2. ปอเปี๊ยะ อยากจะบอกว่าใครชอบปอเปี๊ยะต้องสั่ง เพราะอร่อยมากจริงๆ แถมเป็นการทำแบบสดๆ ใหม่ๆ คือดีมาก
  3. ต้มยำกุ้ง รสชาติแซ่บถึงใจไทยแท้มากกกก
  4. ผัดไท อร่อยมากค่ะ เข้มข้น ถึงเครื่องมากฮะ

ตัวเมนูค็อกเทลเราจำไม่ได้ว่าสั่งอะไรไปบ้าง แต่อยากจะบอกว่าแต่ละเมนูคือ ครีเอทมากกก ดีงามมากด้วย

เช้าวันที่สองเราตื่นมากับการที่ได้พักผ่อนเต็มอิ่ม เลยอยากเริ่มวันดีๆด้วยอาหารเช้าแบบดีๆเช่นกัน (ความจริงคือหิวแหละ) อาหารเช้าของทางโรงแรม (ในช่วงนี้) จะให้บริการเป็น A La Carte โดยเราสามารถไปทานได้ที่ห้องอาหาร KANTOK

แต่หากใครอยากเพิ่มความเกร๋ เพิ่มรูปสวยๆในไอจี ก็สามารถสั่งเป็น Floating Breakfast ได้นะ เราขอยกถาดอาหารเช้ามาทานที่อีกหนึ่งสระว่ายน้ำส่วนกลางของโรงแรม เพราะว่าแสงตอนเช้าที่สระแห่งนี้สวย ด้วยตัวสระให้อารมณ์เหมือนโอเอซิส แสงดีมากกกก

อาหารเช้าที่มาใน Floating คือจัดเต็มมากค่ะ ออมเล็ต ข้าวผัด โจ๊ก ขนมปัง น้ำผลไม้ กาแฟร้อน ใครทานหมดถาดนี้รับรองว่าอยู่ถึงเย็นแน่นอน

หากใครที่พักห้อง Premier Pool Access แนะนำว่าให้จัด Floating Breakfast เลยค่ะ เพราะสระว่ายน้ำฝั่งนี้ถ่ายรูปสวยมากกก ไม่น้อยหน้าสระส่วนกลางด้านหน้าเลยนะ

ส่วนใครที่ไม่ได้อยากทานแบบ Floating Breakfast หรือเพราะมีรูปตอน Floating Afternoon Tea แล้ว แต่ก็ไม่อยากไปทานอาหารที่ห้องอาหาร เราแนะนำว่าให้สั่งอาหารเช้ามาแบบขันโตกซึ่งสามารถสั่งมาทานที่ห้องได้เลยค่ะ

อาหารที่จัดมาก็ไม่น้อยหน้าเลยนะ และอร่อยเหมือนเดิม

สาวๆคนไหนที่พักห้อง Elite Pool Access เราแนะนำว่าวันแรกให้จัด Floating Afternoon Tea ส่วนตอนเช้าให้จัดอาหารเช้าแบบขันโตก เพราะว่าเราได้รูปสวยแบบครบเซ็ทเลยจ้าาา

สายๆหน่อยเราพาตัวเองมาที่ Misty Bar สั่งค็อกเทลเริ่ดๆสักแก้ว แล้วมาพักผ่อนริมสระ ใช้วันหยุดพักร้อนของเราให้คุ้มค่ากันค่ะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาทริปพักโรงแรม เราแนะนำว่าภูเก็ตเป็นปลายทางที่ดีมากๆๆเลยค่ะ นอกจากช่วงนี้จะเป็นเวลาที่คนน้อยแล้ว โรงแรมต่างๆก็หั่นราคาลงมาเกินครึ่ง นักท่องเที่ยวแบบเราก็จะได้เที่ยวแบบเริ่ดๆ ในราคาแบบคุ้มๆ

และหากใครกำลังมองหาโรงแรมที่มีห้องพักให้เลือกเยอะ บริการดีมากๆๆๆ อาหารอร่อย มุมถ่ายรูปเพียบและที่สำคัญราคาสบายกระเป๋าสุดๆ เราแนะนำว่า Burasari Phuket เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณจะมองข้ามไม่ได้เลย

Burasari Phuket

Address : 18/110 Ruamjai Road Tambon Patong Amphur Kathu Phuket 83150, THAILAND

Tel : +66 (0) 7629 2929
Tel : +66 (0) 7629 4462
Tel : +66 (0) 7629 4463
Tel : +66 (0) 95 628 3516

Web :https://phuket.burasari.com/

Facebook : https://www.facebook.com/BurasariPhuket

IG : https://www.instagram.com/burasari_phuket/

Island Escape by Burasari | ชวนคนรู้ใจหนีเที่ยวมาติดเกาะที่ภูเก็ต

คงมีใครสักคนเคยพูดว่า “หน้าฝนเราไม่ควรไปทะเล”

ด้วยเหตุผลที่ตามมาอีกร้อยแปดประการ

หนึ่งในเหตุผลที่มีคงเป็น “ความเหงา”

แล้วหากเราไปทะเลหน้าฝนกับคนรู้ใจ

มันคงเปลี่ยนจาก “ความเหงา” เป็น “ความโรแมนติก”

ทะเลหน้าฝนยังน่าเที่ยวอยู่มั้ยนะ

หากใครมีคนที่รักแล้วคบกันมาเนิ่นนาน ความสัมพันธ์เริ่มนิ่งๆ เราแนะนำว่าอย่าปล่อยให้ความสัมพันธ์พังเพราะความไม่มีอะไรตื่นเต้น และสิ่งเดียวที่อยากลองให้ทำคือออกเดินทาง ชวนคนรักออกไปเที่ยว ออกไปเจอบรรยากาศใหม่ๆ ด้วยกันค่ะ

ทริปนี้เราชวนคนรักหนีเที่ยวไปติดเกาะที่จังหวัดภูเก็ต ถึงแม้ว่าการไปทะเลหน้าฝนมันจะดูเหงาไปหน่อย แต่หากเราไปกับคนรู้ใจ เราเชื่อว่าความเหงานั้นมันจะเปลี่ยนเป็นความโรแมนติกได้ในทันที

ทริปนี้เราออกเดินทางจากกรุงเทพ มุ่งหน้าสู่จังหวัดภูเก็ต ปลายทางของทริปนี้เราอยู่ที่ Island Escape by Burasari รีสอร์ทเปิดใหม่ Luxury hotel บนเกาะมะพร้าว ซึ่งตอนนี้ตัวรีสอร์ทยังไม่แล้วเสร็จสมบรูณ ช่วงนี้เลยเปิดบริการแบบ Pre-Opening ซึ่งที่ดีงามคือราคาจะลดลงไป 50% โอ๊ยยยยยย มาพักเถอะแม่

เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางเราขอให้ทางรีสอร์ทมารับและส่งที่สนามบิน จากสนามบินใช้เวลาประมาณ 45 นาที ถึงท่าเรือแหลมหิน ก็จะมีสตาฟและเรือมารอรับเรา

เราจะนั่งเรืออีกประมาณ 15 นาทีก็จะถึงเกาะมะพร้าว ได้อารมณ์ของการหนีไปติดเกาะจริงๆๆ

ตื่นเต้นนนนน

ด้วยตอนนี้รีสอร์ทยังไม่เสร็จสมบรูณ์ 100% ทำให้ท่าเรือของโรงแรมก็ยังไม่แล้วเสร็จ โดยเราจะได้ขึ้นลงเรือกันที่หาดหน้ารีสอร์ทเลยค่ะ

เมื่อมาถึงล้วจะมี host villa เป็นคนมารับเรา โดยเราได้โฮสชื่อคุณมิ้ม จากนั้นก็จะพาเราไปห้องพักของเรา โดยเราจะทำการเช็คอินทุกอย่างในห้องพักเลยค่ะ

welcome drink คือน้ำกระเจี๊ยบสดชื่นๆๆ

ห้องที่เราพักเป็น ONE-BEDROOM POOL VILLA โดยวิลล่าที่เราพักจะหันออกไปยังทะเล ทำให้สามารถมองเห็นวิวทะเลแบบไกลๆ (ซึ่งวิวนี้สำหรับ One Bedroom จะมีแค่ 2 หลังเท่านั้น)

หลายคนต้องมองค้อนแล้วถามว่า ไหนนนน วิวทะเล มันไกลมากเลยนะ ตอบว่า ใช่ !!

แต่ด้วยเพราะว่าทางรีสอร์ทเน้นปลูกต้นไม้คั่นระหว่างวิลล่า เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้เรา ละหากใครเข้าพักวิลล่าหลังนี้จะรู้ว่ามันอยู่ใกล้ทะเลมาก เดินไม่ถึง 3 นาที เราก็ถึงหาดหน้ารีสอร์ทแล้วนะ

ส่วนตัวเราชอบการจัดสวนของทางรีสอร์ท เน้นให้เราได้อยู่กับธรรมชาติสีเขียววว แต่ละวิลล่ายังมีทางเดินเหมือนเขาวงกตเข้าไป โดยเพราะตอนที่เราไปมีฝนตกด้วย สดชื่นนนนน

มาดูภายในวิลล่าของเรากันดีกว่า

ห้องเราคือพูลวิลล่า มีสระว่ายน้ำส่วนตัวอยู่ที่เฉลียงหน้าของตัววิลล่าที่มาพร้อมกับเก้าอี้คล้ายเดย์เบด และชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับให้เราได้นั่งเล่น นั่งทานข้าวที่เฉลียงของวิลล่าได้เลย

ตัววิลล่ามีพื้นที่ใช้สอย 125 ตารางเมตร ตัววิลล่าของเราเน้นตกแต่งแบบเรียบหรู ตัวหลังคายกสูงเน้นความโปร่งสบาย ประกอบกับกระจกใสรอบวิลล่ายิ่งทำให้ดูโปร่งสบายยิ่งขึ้นไปอีก ภายในมีเตียงขนาด 7 ฟุตเป็นเซ็นเตอร์ของวิลล่า มีโซฟาตัวยาว Smart TV ให้ใครที่ติดซีรีย์เช่นเรา ถูกใจแน่นอน

มินิบาร์เราสามารถทานได้ทุกอย่าง ฟรีจ้า

ถัดมาจะเป็นโซนห้องแต่งตัว – ห้องน้ำ โดยด้านหลังเตียงจะเป็น Bathtub ที่วางอยู่ในตำหน่งที่เก๋มากทีเดียว โซนนี้จะมีประตูไม้กั้นนะคะ เผื่อใครไม่สบายใจที่จะปลดทุกข์หนักแต่ประตูเปิดโล่ง 5555

เราเดินทางเพื่อมาพักผ่อน ก็ต้องให้ร่างกายของเราได้ผ่อนคลายไปด้วยเช่นกัน ไม่พูดพร่ำทำเพลง ของแช่น้ำอุ่นๆทั้งเช้าและค่ำไปเล้ยยยยย

ชุดอเมนิตี๊ในห้องน้ำก็มีให้ครบเลยนะ เราชอบทุกอย่างที่มาจาก Burasari Spa หอมมากกก เหมือนคุ๊กกี้มะพร้าววว เอ๊ะ หรือหิวนะ

หลังจากพักผ่อนให้พอหายเหนื่อยภายในวิลล่าส่วนตัวแล้ว เราขอลงมาเดินเล่นที่หาดหน้ารีสอร์ทดีกว่า เย็นนี้บรรยากาศที่ไม่มีแดดคล้ายๆว่าฝนกำลังจะมา แต่เมื่อมากับคนรู้ใจมันก็โรแมนติกดีเหมือนกันน้าาาา

เราชอบที่นี่ เกาะที่สงบ แม้ว่าทรายหน้าหาดจะไม่ใช่สีขาวละเอียด แต่เราว่าใครจะสนมันละเนอะ ในเมื่อบรรยากาศรอบตัวที่เราอยู่ในตอนนี้มันดูหยุดนิ่ง โรแมนติกขนาดนี้ การได้นั่งมองทะเลที่อยู่ตรงหน้า ได้ฟังเสียงลมที่กำลังโชยเบาๆ และการได้นั่งอยู่ใกล้ใครสักคน เราว่าแค่นี้น่าจะเรียกว่า “ความสุข” ได้แล้วละเนอะ

ก่อนจะมีใครอ้วกตายเพราะความเลี่ยน เราขอพาไปชมบีชบาร์ ที่เราสามารถไปนั่งชมวิวทะเลสวยๆ จิบค็อกเทลชิวๆ ในบรรยากาศสบายๆ

เราชอบมุมนี้ได้นั่งจิบค็อกเทลมองทะเลออกไปไกลๆ มันคือการพักผ่อนอีกอย่างหนึ่งของเราเลยนะ

นั่งมองทะเลจากไกลๆ มันก็สวยดี แต่ใจมันก็อยากจะไปอยู่ใกล้ๆๆกว่านี้ เราเลยมานั่งจิบค็อกเทลต่อที่ริมทะเลดีกว่า บรรยากาศโรแมนติกมากกกกก

ใกล้ๆหาดจะมีห้องอาหารของทางรีสอร์ทชื่อว่า EAT เป็นห้องอาหารบนพื้นทราย ให้เราได้ทานข้าวริมทะเล ในบรรยากาศสบายๆที่นี่บริการแบบ all day ให้บริการตลอดทั้งวัน เราสามารถมาทานอาหารเช้าที่นี่ได้ด้วย หรือใครอยากทานในวิลล่าของตัวเองก็สามารถทำได้

ค่ำคืนนี้เราเลยขอทานมื้อค่ำในบรรยากาศริมทะเล บรรยากาศแสนชิลกับรสชาติอาหารแสนอร่อย

จะมีอะไรดีกว่านี้อีกนะ ใครมากับคนรู้ใจรับรองว่าบรรยากาศโรแมนติกสุดๆไปเลย

มาดูตัวเมนูอาหารที่เราทานในคืนนี้กันดีกว่า

  1. Fresh Tuna with Pumpkin Puree
  2. Three detox soups
  3. Creamy prawns risotto with saffron
  4. Fruits tart with ice cream sorbet
  5. มะม่วงน้ำปลาหวาน

ไม่ต้องถามว่าแต่ละเมนูอร่อยแค่ไหน เพราะเชฟที่นี่เขาทำอาหารอร่อยมากกกกก ทุกเมนู คือดีงามม

กินอิ่มแล้วเราขอไปเดินย่อยอาหารกันสักหน่อย ค่ำคืนอันแสนโรแมนติกอย่างนี้จะมีที่ไหนดีไปกว่า Wedding Pavilion ใครมากับคนรักแนะนำว่ามาถ่ายรูปสวีทๆกันสักหน่อย หรือใครอยากจะเซอร์ไพรส์แฟนด้วยการขอแต่งงาน เราว่าเป็นไอเดียที่ดีมากเลยนะ

ก่อนนอนคืนนี้แอบกระซิบบอกให้ว่า ใครที่มาพักเป็นทริปคู่รัก หรือว่าเป็นทริปฮันนีมูน ทางรีสอร์ทเขามีอุปกรณ์ของเล่นสำหรับคู่รักใส่กล่องไว้ให้ด้วยนะ เพิ่มรสชาติแบบแนบสนิทของทริปให้หวานยิ่งขึ้นไปอีก

การได้ตื่นมาตอนเช้าพร้อมกับคนรักถือว่าเป็นเช้าที่ดีมากสำหรับเรา และจะดีขึ้นไปอีกถ้าเราได้ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกัน แต่ความฝันเราต้องสลายเพราะเช้านี้มีเมฆมากเกินไป เลยเปลี่ยนจากดูพระอาทิตย์ขึ้นเป็นเดินเล่นริมทะเลแทน

จริงๆช่วงเช้าทางรีสอร์ทมีกิจกรรมเพื่อสุขภาพเอาไว้ให้ด้วยนะคะ ส่วนเราไม่ได้เอาชุดมา เลยได้แต่มาเดินเล่นริมทะเลตอนเช้าๆแทน

ใกล้ๆริมทะเลจะเป็นที่ตั้งของสระส่วนกลาง ตัวดีไซน์เป็นรูปเปลือกหอย ซึ่งตอนนี้ตัวสระส่วนกลางยังไม่เรียบร้อย ถ้าเสร็จสมบูรณ์เราว่าต้องสวยมากแน่ๆ

(เราไม่มีโดรน หากใครมีโดรนถ่ายมุมนี้ออกมาจะเห็นเป็นเปลือกหอยเลยค่ะ)

เราชอบสระส่วนกลางที่เห็นวิวทะเล เป็นบรรยากาศสบายๆ เป็นอีกหนึ่งโลเคชั่นที่ควรค่าแก่การถ่ายรูปมากๆๆเลยล่ะ

หลังจากไปยืดเส้นยืดสายมาแล้ว น้ำย่อยในกระเพาะก็เริ่มส่งเสียง เช้านี้เราเลยขอสั่งอาหารเช้าโดยให้ทางรีสอร์ทจัดมาเป็น Floating Breakfast และเราขอเลือกเป็นเซ็ตอาหารถิ่นภูเก็ต

เราหนีเที่ยวมาติดเกาะที่ภูเก็ตทั้งที ไหนๆที่พักก็เป็นพูลวิลล่าสุดหรู เราก็ขอทานอาหารเช้าแบบอาหารถิ่นซักหน่อย แต่จะทานแบบธรรมดาก็ดูง่ายไป ทางรีสอร์ทเลยจัดมาให้เป็น Floating ถาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยอาหารถิ่นนนนน ฟินแค่ไหนดูจากแก้มเราได้ 555555

ใครพักพูลวิลล่าแล้วไม่มีรูป Floating Breakfast ก็เหมือนไม่ได้มาพักพูลวิลล่า ดังนั้นมาแล้วเราต้องจัดเลยค่ะซิสสสส กดชัตเตอร์กันไปรัวๆๆ เอาไว้อัพไอจีได้อีกหนึ่งเดือน 55555

อาหารเช้าอร่อยแค่ไหนดูจากรอยยิ้มและแก้มกลมๆๆของเราได้ค่ะ

อิ่มกับมื้อเช้าแล้ว เราขอเล่นน้ำต่ออีกหน่อย ความพูลวิลล่ามันดีอย่างนี้ จะเล่นน้ำตอนไหนก็ได้

ก่อนเที่ยงเรานัดทำสปาเอาไว้ โดยทริปนี้เราทำสปาพร้อมกับแฟนไปเลย ใครมาพักที่ Island Escape by Burasari หรือ Burasari Phuket เราแนะนำว่าให้ลองทำสปา เพราะ Burasari Spa ถือว่าเป็นสปาที่ดีที่สุดในภูเก็ตเลยก็ว่าได้ แหม๋ พูดมาขนาดนี้มีหรอค่ะที่เราจะไม่ลอง

ด้วยตอนนี้ห้องสปาของทางรีสอร์ทยังไม่แล้วเสร็จทางรีสอร์ทเลยเปลี่ยนวิลล่าแบบ ONE-BEDROOM RESERVE POOL VILLA (ตัววิลล่าคล้ายกับวิลล่าที่เราพักแต่มีความแตกต่างกันคือพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า แต่ก็แลกกับการไม่เห็นวิวทะเลนะ) ให้เป็นห้องสปาไปก่อน

เรากับแฟนทำสปาที่ชื่อว่า Burasari Signature Massage เป็นการนวดน้ำมันใช้เวลา 90 นาที อยากจะบอกว่าการทำสปาสำหรับเราเป็นการบอกรักร่างกายอย่างหนึ่ง เพราะตลอดเวลาที่เราใช้ร่างกายแบบหนักหน่วงไปในบางครั้ง เมื่อมีโอกาสเราต้องมอบของขวัญ มอบความผ่อนคลายให้ร่างกายเราบ้างเพื่อเป็นการตอบแทน

หลังนวดสปาเสร็จเรายังไม่อยากกลับวิลล่า เลยขอให้คุณมิ้มจัดอาหารเที่ยงให้ที่นี่วิลล่าแห่งนี้แทน คุณมิ้มโฮสวิลล่าของเราน่ารักมาก จัดให้ทุกอย่างที่เราต้องการเลยจริงๆ

อาหารเที่ยงของเราเป็นอาหารไทยที่เน้นสุขภาพแต่ยังคงความความอร่อยเอาไว้

  1. เมี่ยงคำ
  2. ปอเปี๊ยะสด
  3. ชุดผักที่มาพร้อมกับน้ำพริกกะปิ
  4. กระเจี๊ยบผัดน้ำมันหอย
  5. แกงไตปลา
  6. กุ้งทอดซอสมะขาม
  7. ข้าวเหนียวมะม่วง

เชฟที่นี่ยังคงฝีมือไว้ไม่มีตก คืออร่อยทุกอย่างงงงงงงงงง

หน้าตาของเราสองคนก็จะมีความสุขล้นๆๆหน่อย เพราะนอกจากได้ทำสปาแบบฟินๆๆ ก็ยังได้ทานอาหารเที่ยงแบบอร่อยมากกกกกอีกกกก

ก่อนจะกลับออกจากเกาะและเข้าสู่ชีวิตจริงหลังหนีเที่ยว เราขอเล่นน้ำที่วิลล่าให้หนำใจกันอีกรอบ หลายคนสงสัยว่าความสุขของการพักแบบพูลวิลล่าคืออะไร สำหรับเราคงตอบไม่ยาก เพราะแค่เราได้เห็นสระว่ายน้ำสวยๆ ที่เราสามารถกระโดดลงไปได้ตลอดเวลา ความส่วนตัวสูงปรี๊ดดดเพราะเป็นแค่ของเรา แค่นี้สำหรับเราก็เรียกมันว่าความสุขแล้วละค่ะ

และหากใครสักคนกำลังมองหาทริปที่อยากชวนคนรักหนีเที่ยวไปติดเกาะ ให้บรรยากาศของทะเลช่วยเติมเต็มความหวาน เราว่า Island Escape by Burasari เป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทที่ตอบโจทย์คุณได้แน่นอน

Island Escape by Burasari

Address : 94/4 Moo 6, Tambon Koh Kaew, Amphoe Muang, Phuket 83200 Thailand

Tel :+66 (0) 76643643

Web : https://isescape.com/

Facebookhttps://www.facebook.com/IslandEscapebyBurasari

IG : https://www.instagram.com/islandescape_burasari/

หนีเที่ยวไปแอ่วเหนือ “ทุ่งหญ้าสะวันนา” ดอยแม่โถ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

หน้าฝนจะมีอะไรดีไปกว่าการหนีขึ้นดอย

ไปเจอสีเขียวๆของธรรมชาติละเนอะ

ทริปนี้เป็นการหนีเที่ยวเชียงใหม่ในรอบหลายปีของเรา

เราชอบสีเขียวตอนเชียงใหม่น่าฝน

มันยิ่งทำให้สดชื่นและหลงรักเชียงใหม่ยิ่งกว่าเดิมซะอีก

ทริปนี้เราพาคนที่อยากหนีเที่ยวไปเจอสีเขียวบนดอยแต่มีเวลาน้อย

เพราะทริปนี้จะเป็น 1 Day Trip หนีเที่ยวทุ่งหญ้าสะวันนา ดอยแม่โถ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่