Centara Q Resort Rayong | ที่พักวิวทะเลระยอง

เรายังคงชอบและอยากไปทะเลอยู่ดี แม้ว่าฝนกำลังตั้งเค้ามาแล้วก็ตาม

ทริปนี้เราเก็บกระเป๋าหนีเที่ยวไประยองกันค่ะ อีกทริปใกล้กรุงเทพเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืนได้ โดยที่ไม่ต้องลางาน ทริปนี้เราปักหมุดที่พักกันที่ Centara Q Resort Rayong

เหตุผลแรกและเหตุผลเดียวที่ทำให้เราเลือกพักที่นี่ ก็เพราะว่าเป็นโรงแรมที่ห้องเห็นวิวทะเล และส่วนของโรงแรมก็ติดหาดเลย เพราะทริปนี้เราอยากเล่นน้ำทะเล

Centara Q Resort Rayong โรงแรมระดับ 4 ดาวที่ตั้งอยู่ที่หาดแหลมแม่พิมพ์ จังหวัดระยอง ที่นี่เป็นที่พักในเครือ Centara ดังนั้นในเรื่องคุณภาพไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ตัวโรงแรมอยู่ใกล้หาดโดยมีถนนสาธารณะกั้นกลาง แต่ก็ถือว่าเป็นโรงแรมที่ติดหาดเลยก็ว่าได้

มาถึงแล้วก็เช็คอินกันก่อน เราพักห้องที่อยู่ตึกเดียวกับล็อบบี้ค่ะ หลังเช็คอินเสร็จก็เข้าห้องได้เลย

ทริปนี้เราพักห้องเริ่มต้นของที่นี่ Superior Ocean View เพราะเราอยกได้ห้องที่มีระเบียงเห็นวิวทะเลแบบเต็มๆ โดยห้องที่เราพักจะอยู่ชั้น 4 มองเห็นวิวทะเลแต่แอบติดพุ่มไม้ด้วยเหมือนกัน

มาดูกันค่ะ ว่าห้องเริ่มต้นของที่นี่จะโอเคสักแค่ไหน

ห้องเราอยู่ชั้น 4 นะคะ ภายในห้องกว้างมาก โดยขนาดห้องจะอยู่ที่ประมาณ 34-38 ตารางเมตรเลย สิ่งที่ว้าวมากคือเตียงใหญ่มากกกก ใหญ่ขนาดที่เราสามารถนอนได้ 4 คนเลยนะ

ส่วนของห้องน้ำที่มีความเชื่อมจากโซนห้องนอนอย่างเนียนๆ ห้องน้ำมีการแยกโซนแห้งและเปียกอย่างชัดเจน และภายในห้องมีพร้อมกับความสะดวกแบบครบครันเลยค่ะ

วันที่เรามาเช็คอินเป็นวันที่ระยองฝนตก ฟ้าเน่าๆ ทะเลไม่สวยเลยค่ะ แต่ทริปนี้เราตั้งใจจะมาถ่ายรูปกับทะเลในวันฝนตกอยู่แล้ว เลยไม่ได้รู้สึกเซ็งกับบรรยากาศหม่นๆของทะเลสักเท่าไหร่

หาดหน้าโรงแรมของเราเลย เดินผ่านส่วนต่างๆมาจนสุดก็จะได้เจอกับหาดแหลมแม่พิมพ์ จริงๆแล้วหาดตรงนี้เป็นหาดสาธารณะนะคะ มีคนอื่นที่ไม่ได้พักที่โรงแรมมาทำกิจกรรม เล่นน้ำได้เหมือนกัน แต่เท่าที่เห็นก็ไม่ได้พลุกพล่านสักเท่าไหร่ เออแนวเกือบสงบซะมากกว่าด้วย

วิ่งเล่นเป็นนางเอก MV กับทะเลในวันหม่นหมองจนเหนื่อย และเริ่มหิว วันที่เราพักเป็นวันเสาร์จะมีบุพเฟ่ต์อาหารทะเลด้วยค่ะ (จำราคาไม่ได้) โดยห้องอาหารจะอยู่บริเวณหาดเลยค่ะ บรรยากาศดีทีเดียวนะ

อาหารมีให้เราเลือกทานได้ค่อนข้างหลากหลายดีค่ะ อาหารทะเลสดดีเลย มีเชฟคอยย่างให้กิน สบายเลย

เมื่อคืนหลังทานข้าวเสร็จเราก็กลับขึ้นห้องเลย เพราะฝนตก และได้แต่ภาวนาว่าเช้าวันนี้ขอให้ฝนไม่ฝน และขอฟ้าใสๆหน่อยเถอะ

เมื่อสวรรค์ยังสงสารเรา ตื่นเช้ามาเลยได้เจอกับฟ้าใสแจ๋วววว น้ำทะเลตอนนี้สีฟ้าสวยมากเลยค่ะ คุ้มมากกับการพักห้องที่ระเบียงเห็นทะเลในวันที่อากาศดีแบบนี้

เราเปลี่ยนชุดแล้วรีบลงมาเล่นน้ำที่หาดเลยค่ะ ถึงแม้ปีนี้จะลงใต้มาหลายทริปแล้วก็ตามกลับยังไม่ได้เล่นน้ำทะเลหน้าหาดที่ไหนเลย ทริปนี้เลยขอหน่อยเถอะ ทะเลสวยขนาดนี้ใครจะอดใจไหว !!

เล่นน้ำจนเหนื่อยก็หิวข้าวแล้วค่ะ อาหารเช้าที่นี่จะเสิร์ฟเป็นรอบๆ โดยแต่ละรอบจะจำกัดจำนวนคน ซึ่งทางโรงแรมจะให้เราเลือกรอบอาหารเช้าตั้งแต่ตอนเช็คอินเลยค่ะ

ในส่วนของอาหารเช้าที่นี่ถือว่ามีให้เลือกเยอะทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะอาหารไทย ถูกปากลูกค้าคนไทยอย่างเราแน่นอน

ทานข้าวเสร็จแล้วก็ไปเดินย่อยกันหน่อย จากห้องอาหารไปยังหาดเราจะเดินผ่านสระส่วนกลาง โดยสระของที่นี่จะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวพอให้เราได้ว่ายน้ำไปกลับเหนื่อยเลยค่ะ

หาดตอน 11 โมง เจอแดดจัดๆไป สวยมากกกกกก แม้ว่าหาดหน้าโรงแรมจะไม่ได้ขาวอะไรนัก แต่แดดจัดๆแบบนี้ทำให้ทะเลสวยมากเลยค่ะ ไม่คิดว่าทะเลระยองจะสวยขนาดนี้เลย

อีกหนึ่งอย่างที่ต้องชมเลยของที่นี่คือการออกแบบ ภายในมีการออกแบบดีไซน์ที่เก๋มาเลยค่ะ มุมไหนก็น่าถ่ายรูปไปหมด

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ก่อนจะเก็บกระเป๋ากลับบ้าน เรามานั่งเล่นมองทะเลที่ระเบียงอีกหน่อย ไหนๆก็จองห้องที่เห็นวิวทะเลมาแล้ว เอาให้คุ้มหน่อย 5555

สุดท้ายหากใครกำลังหาทริปเที่ยวทะเล พักที่พักริมทะเล ได้เล่นน้ำและมีหาดทรายให้เราได้นั่งเล่น เราว่า Centara Q Resort Rayong เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ

Centara Q Resort Rayong 

 215, Laem Mae Phim, อำเภอแกลง ระยอง 21190

Tel :  038 657 378

Web : https://www.centarahotelsresorts.com/centara/th/crr

FB : https://www.facebook.com/centara.q.rayong/

mini review : Hotel Once Bangkok

ทริปเปลี่ยนที่นอนของเรากลับมาอีกครั้ง ทริปนี้เราไม่ได้ไปไหนไกลเหมือนเดิมค่ะ จุดหมายของเราอยู่ที่ Hotel Once Bangkok โรงแรมสุดเก๋ในย่านเจริญกรุง

รีวิวนี้เราขอเขียนเป็น mini review เพราะว่าเราถ่ายรูปมาแค่ภายในห้องเท่านั้น ไม่ได้ไปสำรวจมุมอื่นของโรงแรมเลยค่ะ ด้วยเพราะเป็นทริปเปลี่ยนที่นอนและที่ทำงานของจริง (ไม่ได้ไปไหนเลย)

และต้องสารภาพว่าเราอยากมาพักที่นี่เพราะเห็นภาพโปรโมทของโรงแรมนี้ มุมคือเก๋ ชอบมากก จองมาแบบไม่คิดมากเลยค่ะ

Hotel Once Bangkok

Boutique Hotel ย่านเจริญกรุง ภายในโรงแรมนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย โดยใช้สีขาว เทา ดำเป็นหลัก ที่นี่มีห้องให้เราเลือกพักทั้งหมด 3 type โดยทริปนี้เราเลือกพักห้อง EXECUTIVE JACUZZI ด้วยเหตุที่ว่าเราชอบมุมตรงอ่างจากุซซี่มาก ในช่วงเวลากลางวันมุมนี้แสงดีมาก ทำให้เราสามารถถ่ายรูปสวยๆออกมาไม่ยากเลยค่ะ

มาดูภายในห้องกันบ้างค่ะ ห้องนี้ค่อนข้างกว้างเลยทีเดียวค่ะ มีเตียงขนาดคิงไซส์เป็นตัวแบ่งโซนของห้อง โดยฝั่งขวาของเตียงจะเป็นเคาน์เตอร์หินอ่อนยาวที่บริเวณนี้จะมีทั้งมินิบาร์ และเป็นมุมโต๊ะทำงานไปในตัว และถัดไปอีกนิดก็คือมุมของอ่างจากุซซี่

อีกฝั่งหนึ่งของเตียงคือโซนของห้องน้ำ ตัวห้องน้ำแยกส่วนเปียก ส่วนแห้งไว้ได้ดีเลยค่ะ ห้องน้ำก็ยังคงความมินิมอลด้วยสีขาวเหมือนเดิม

ใครพักที่นี่จะมีแพ็คเกจให้เราเลือกนะคะ ว่าเราจะเอาอาหารเช้ามั้ย หรือว่าอยากได้แบบฟูลแพ็คเก็จ คือมีอาหารเช้า ชุดทรีทเม้นท์สำหรับแช่อ่าง และ บัตเลอร์ดูแลส่วนตัว

ส่วนเราเลือกเป็นอาหารเช้าแต่ไม่ได้เอาชุดทรีทเม้นต์สำหรับแช่อ่างนะคะ และตัวอาหารเช้าเราก็ไม่ได้ถ่ายรูปมา ฮืออออ ขออภัยจริงๆ อาหารจะสามารถสั่งได้คนละ 1 ชุด โดยเราจะสามารถเลือกได้ตอนที่มาเช็คอินเลยค่ะ

ส่วนเช้านี้เราขอใช้บริการบัตเลอร์ ซื้อกาแฟจากคาเฟ่ของโรงแรมให้หน่อย กาแฟอร่อยมากเลยค่ะ นั่งทำงานแบบยังไม่อาบน้ำแต่มีกาแฟอร่อยๆมาส่งถึงห้องเป็นอะไรที่ดีที่สุด

ก่อนกลับเลยเปิดน้ำอุ่นๆแช่น้ำซะหน่อย ไหนๆอ่างห้องนี้ก็มุมสวยขนาดนี้แล้ว ให้ทริปเปลี่ยนที่นอนของเราได้รีแล็กซ์หน่อย

สุดท้ายใครกำลังมองหาโรงแรมในเมืองที่มีมุมสวยๆ นอนสบาย มีบริการดีๆ หรือแค่อยากเปลี่ยนที่นอนแบบเราก็ได้ เราแนะนำ Hotel Once Bangkok เลยค่ะ ควรค่าแก่การมาพักมากๆ

Hotel Once Bangkok

2074 99 ซอย เจริญกรุง 72/2 แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม 10120

Tel :   02 688 2596

FB :https://www.facebook.com/HotelOnceBangkok/

Web : https://www.hotelonce.com/

Solo Krabi Trip | เที่ยวกระบี่คนเดียว นอนอ่าวต้นไทร ไม่เช่ารถ

ทริปนี้เป็นทริปที่เราเก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปจังหวัดกระบี่คนเดียว ปลายทางของเราอยู่ที่โรงแรม Tinidee Hideaway Tonsai Beach Krabi ซึ่งรีวิวโรงแรมนี้เราได้ทำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว และใช่ค่ะทริปนี้เป็นครั้งที่สองของเราที่จะกลับไปพักที่นี่ดี อีกครั้ง

หมายเหตุ : รีวิวนี้อาจจะมีรูปที่ไม่ชัดบ้าง เพราะบางรูปเราแคปจอมาจากไอจี สตอรี่ของเราเองนะ

ขอเริ่มด้วยตั้งแต่สนามบินกระบี่เลยแล้วกันค่ะ (เผื่อว่ารีวิวนี้จะช่วยให้ใครสักคนที่กำลังจะเดินทางไปกระบี่คนเดียว เที่ยวได้ง่ายขึ้น)

ทริปนี้เราไม่ได้เช่ารถ เพราะเราจะลงเกาะ (จริงๆมันเป็นแค่อ่าว) ไปยังที่พักเลย ตลอดทริปก็ไม่ต้องใช้รถ ดังนั้นการเดินเข้าและออกจากสนามบินกระบี่ เราใช้วิธีเดินทางด้วย Shuttle Bus

  • ค่าโดยสาร 90 บาทสำหรับเข้าเมือง
  • ค่าโดยสาร 150 บาทสำหรับไปโซนอ่าวนาง

โดย Shuttle Bus จะวนส่งเราตามระยะทางสนามบิน – เมืองกระบี่ – อ่าวนาง หากใครมีจุดหมายไหนก็สามารถแจ้งตั้งแต่ตอนซื้อตั๋วได้เลยค่ะ คนขับจะวนส่งตามจุดหมายที่เราแจ้งไว้ ใครที่จะไปท่าเรืออ่าวน้ำเมาก็ส่งนะ หรือใครที่พักโรงแรมโซนอ่าวนางแจ้งชื่อโรงแรมได้เลยค่ะ รถจะวนส่งหน้าโรงแรมเลย

ใครไปพักที่นี่ดีแบบเรา ให้แจ้งจุดลงรถว่า อ่าวนางโค้งโรงแรมพระนางอินน์ จุดนี้คือจุดที่เราจะขึ้นเรือต่อเพื่อไปโรงแรมนั่นเอง

ระยะเวลาจากสนามบินมายังอ่าวนางใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งบางครั้งอาจจะช้าหรือเร็วกว่านี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสารบนรถด้วย

เรือโดยสารจะเป็นเรือที่จะส่งเราที่อ่าวต้นไทร หรือใครจะไปไร่เลย์ก็ไปจากอ่าวนางได้หมือนกัน ราคาค่าเรือคนละ 100 บาท แจ้งกับเรือได้เลยค่ะว่าจะไปอ่าวต้นไทร พักที่นี่ดี

แนะนำว่าให้ใส่รองเท้าที่เปียกน้ำได้ และกางเกงขาสั้นนะคะ เพราะการขึ้นลงเรือจุดนี้ มีคลื่นซัดตลอดเวลา รับรองว่าเปียกยัน กกน. แน่นอน

ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 10-15 นาที เราก็มาถึงอ่าวต้นไทร ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่พักของเราในทริปนี้ Tinidee Hideaway Tonsai Beach Krabi

ทริปนี้เราตั้งใจจะมาพักที่นี่ดีอีกครั้ง เพราะอยากจะทดลองพักห้องแบบ Female Dorm มันคือการพักแบบโฮสเทล ราคาเบาๆ ในบรรยากาศที่พักแบบติดเกาะที่โคตรดีเลย

เราพักห้อง Female Dorm ห้องแบบ 8 เตียง ราคาคืนละ 680 บาท/คืน/เตียง ราคานี้ไม่รวมค่าอาหารเช้า หากเราจะสั่งก็สามารถมาสั่งได้ที่ห้องอาหาร ชุดอาหารเช้าราคา 250 บาท/เซ็ต

เราได้เตียงล่าง หมายเลขเตียง 3001 ซึ่งเป็นเตียงที่มองเห็นวิวทะเลจากหน้าต่างด้วยนะ ภายในห้องพักจะมีเตียงทั้งหมด 8 เตียง พร้อมล็อกเกอร์ขนาดไม่ใหญ่มากนัก และมีปลั๊ก – ไฟอ่านหนังสือให้ที่เตียงเลย

สำหรับทริปนี้ต้องสารภาพตามตรงว่าเราไม่ได้ตั้งใจจะมาเที่ยวหรือทำกิจกรรมใดๆเลย ความตั้งใจของเราแค่อยากมาเปลี่ยนที่นอน และเอางานมาทำในออฟฟิศที่บรรยากาศต่างไปก็เท่านั้นเอง

สำหรับใครที่สงสัยว่าเที่ยวคนเดียวจะเหงามั้ย น่ากลัวรึป่าว ??

ต้องบอกว่าเราเป็นคนที่ไม่ได้กลัวเหงามากนัก แต่ทุกครั้งที่เดินทางคนเดียว เราจะให้ความสำคัญกับที่พักมากๆๆ ต้องปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่งเลย ที่เหลือก็แล้วแต่บุญเก่าว่าจะเจอเพื่อนร่วมห้องที่นิสัยดีมั้ย คุยกับเราถูกคอรึป่าว

วันแรกเราใช้เวลาไปกับการนั่งมองทะเล และตอบอีเมล ทำงานที่ยังคงค้างคาอยู่ของวันนี้ให้มันจบๆไปสักที จริงๆก็นั่งๆนอนๆ จนค่ำแบบไม่รู้ตัวเหมือนกัน

วันแรกของเราหมดเวลาไปอย่างรวดเร็ว เพราะต้องเคลียร์งาน และวันนี้อากาศที่กระบี่ก็ร้อนมากด้วย เราเลยเหนียวตัวไปหมด เลยตั้งใจจะขึ้นห้องมาอาบน้ำ และค่อยลงไปนั่งชิลดื่มอะไรเย็นๆหน่อยดีกว่า

ลิเดีย : สวัสดีค้าาาา (ทักทายแบบคนอัธยาศัยดี)

เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่อยู่เตียงด้านบนของเรา : สวัสดีค่ะ มาคนเดียวหรอคะ

ลิเดีย : ใช่ค่ะ พี่มาคนเดียวหรอคะ

เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่อยู่เตียงด้านบนของเรา : ใช่ค่ะ (พร้อมกับยิ้มมา)

ลิเดีย : กินข้าวแล้วหรอคะ (อินี่ผู้พยามชวนคนแปลกหน้าคุยตลอดเวลา)

เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่อยู่เตียงด้านบนของเรา : กินแล้ว พี่นั่งกินเบียร์เล่นๆมาแล้วด้วย

ลิเดีย : อ๋อออ ลิเดียคิดว่าจะอาบน้ำแล้วลงไปข้างล่างใหม่

เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่อยู่เตียงด้านบนของเรา : ไปทำไร นั่งเล่นหรอ

ลิเดีย : กินเบียร์ค่ะ ไปด้วยกันมั้ยคะ

เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่อยู่เตียงด้านบนของเรา : ไป !!

สุดท้ายก่อนจบวันนี้ เราเลยได้เพื่อนเป็นรุ่นพี่ทั้งอายุ และรุ่นพี่เรื่องการเดินทางคนเดียวมาอีกหนึ่งคน เธอคนนี้ชื่อพี่ “เชอร์รี่” คืนนั้นนั่งคุยกันจนร้านอาหารของโรงแรมปิด คุยกันตั้งแต่เรื่องเที่ยว ทำงาน ชีวิต ประหนึ่งเรารู้จักกันมาเนิ่นนาน

ขอบคุณพี่เชอร์รี่สำหรับเบียร์แก้วนี้ด้วยนะ (ชั้นชวนพี่เขามา แต่พี่เขาเลี้ยงชั้น)

การมาเที่ยวคนเดียว เราว่าไม่เหงาหรอก เพราะเราจะเจอเพื่อนใหม่ได้ง่ายมาก และด้วยการเจอกันด้วยการเที่ยว เราก็จะมีเรื่องคุยกันมากมายจนเมื่อยปากเลยค่ะ

เช้าวันที่สองเราตื่นขึ้นมาด้วยเสียงรื้อของดังภายในห้อง เพราะมีใครสักคนอื่นแล้ว วันนี้เราตั้งใจตื่นสายๆ เพราะเราไม่มีแพลนไปไหนเลย เปิดม่านเตียงตัวเองออกมา ถึงได้เห็นวิวจากหน้าต่างที่อยู่ที่ปลายเตียงเรา มันดีมากกก

ด้วยเราพักแบบ Dome ห้องพักจะไม่รวมอาหารเช้า แต่เราสามารถมาสั่งทานได้เลย เพราะยังไงอาหารเช้าที่นี่ก็จะเสิร์ฟเป็น A la carte อยู่แล้ว

วันนี้คนทั้งโรงแรมแทบจะไม่มีใครอยู่เลย ทุกคนออกไปทำกิจกรรมกันหมดเลย เหลือแค่เราผู้ที่อยู่ในสายชิลไม่อยากออกไปไหนเลย อยากแค่นั่งเล่น นอนเล่น (จริงๆวันนี้เรามีงานที่ต้องเคลียร์ให้จบเลยไปไหนไม่ได้)

ระหว่างวันเราก็ทักทาย คุยเล่นกับพนักงานในโรงแรมไปเรื่อยๆ อีกหนึ่งเหตุผลที่ชอบที่นี่ก็เพราะพนักงานน่ารัก เป็นมิตร

ช่วงกลางวันของวันนี้ ที่โรงแรมก็จะมีแขกมาเช็คอินใหม่กันตลอด เรานั่งอยู่ใกล้ๆล็อบบี้ก็จะเห็นแขกที่มาเช็คอินกันตลอดทั้งวัน และระหว่างที่เรากำลังนั่งทำงานอยู่

ผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตารุ่นราวคราวเดียวกับเรา : ขอนั่งด้วยได้มั้ยคะ

ลิเดีย : เชิญเลยค่ะ (อินี่นั่งอยู่ที่โต๊ะใหญ่ เพราะมันทำงานสะดวก)

ลิเดีย : มาคนเดียวหรอคะ (ชั้นผู้เปิดบทสนทนากับคนแปลกหน้าก่อนอีกครั้ง)

ผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตารุ่นราวคราวเดียวกับเรา : ใช่ค่ะ เรามาคนเดียว มาคนเดียวเหมือนกันหรอคะ

ลิเดีย : ใช่ค้าาา

เราต่างคนต่างก้มหน้าทำงานหน้าโน๊ตบุ๊คตัวเองอยู่ครู่ใหญ่ๆ

ลิเดีย : ไปกินข้าวกันมั้ยคะ

ผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตารุ่นราวคราวเดียวกับเรา : ไปค่ะ

และวันนี้เราก็ได้เพื่อนเพิ่มมาอีกหนึ่งคน “พี่กิ๊ก” ผู้หญิงตัวเล็ก หน้าตาน่ารัก อายุมากกว่าเรา 1 ปี ซึ่งจริงๆ พี่กิ๊กบอกให้เราไม่ต้องเรียกพี่หรอก แต่เราก็เผลอเรียกออกไปอย่างอัตโนมัติทุกครั้งเลย

ระหว่างมื้อเที่ยง เรากับพี่กิ๊กแลกเปลี่ยนการเดินทางเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน พี่กิ๊ก พึ่งเคยเดินทางเที่ยวคนเดียวครั้งแรก เลยมีความกล้าๆกลัวๆ หลักๆน่าจะกลัวเหงา แต่หลังจากนี้ไม่มีเหงาแน่นอน เพราะพี่กิ๊กได้เจอเรา บุคคลที่พูดมากกกก 555555 (สงสารพี่แกนะคะ)

ลิเดีย : เราไปถ่ายรูปเล่นตรงโขดหินที่น้ำลดมั้ยคะ

พี่กิ๊ก : ไปๆ มันเดินไปไร่เลย์ได้มั้ย

ลิเดีย : อืมมม เหมือนจะได้นะคะ เราลองไปดูมั้ย

พี่กิ๊ก : ไปๆ

ผู้หญิงสองคนที่พึ่งรู้จักกันเมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมา ดูจะตกลงปลงใจกันอย่างง่ายดาย เมื่อพูดถึงการถ่ายรูป

ลิเดีย : พี่กิ๊กตรงนั้นสวยยยยยย ถ่ายรูปมั้ย

พี่กิ๊ก : มาๆสลับกัน

เชื่อมั้ยคะ ว่าจริงๆแล้วจากอ่าวต้นไทรไปไร่เลย์ มีทางเดินที่รอดผ่านภูเขาอยู่ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที แต่เราและพี่กิ๊กเดินทางทะเลที่น้ำกำลังลดอยู่ และแวะถ่ายรูปไปตลอดทาง เราใช้เวลาในการเดินนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ 55555555

เดินผ่านเขาจะง่ายมากเลยค่ะ อย่าหาทำเดินในทะเลเหมือนเรา เพราะกว่าจะถึงทั้งเปียก ทั้งลื่น เหนื่อยมาก แต่รูปสวย 5555555

ในที่สุดเราก็มาถึงไร่เลย์

พี่กิ๊ก : ลิเดียเราไปคาเฟ่กันดีกว่า

ลิเดีย : คาเฟ่อะไรหรอ ใช่อันที่สวยๆป่ะ

พี่กิ๊ก : ใช่ๆ อันที่ยื่นลงไปในน้ำอ่ะ แต่พี่ไม่รู้ว่ะ ว่าชื่ออะไร

ยังไม่ทันได้ออกความเห็นพี่กิ๊กก็เดินไปถามชาวบ้านแถวนั้นแล้วว่า คาเฟ่ที่สวยๆ ที่ยื่นลงไปในน้ำ ไปทางไหนคะ ? ใช่ค่ะ นางถามโดยที่ไม่รู้จักชื่อคาเฟ่

โชคดีที่คาเฟ่แห่งนั้นดังมากในไร่เลย์ คุณพี่ที่พี่กิ๊กไปถามทางเลยรู้จัก และบอกทางเราแบบละเอียดมาก ขอบคุณมากค่าาาาา

ในที่สุดเราก็มาถึงแล้ว Tew Lay Bar คาเฟ่ที่วิวสวยมากในไร่เลย์ แต่ใครมาจากอ่าวต้นไทรแบบเรา คือเดินกันลิ้นห้อย เหนื่อยยยย 5555

Tew Lay Bar ใครจะมาที่นี่แนะนำให้มาช่วงเช้า เพราะน้ำทะเลจะเต็ม ถ่ายรูปออกมาจะสวย (เหมือนในรีวิวต่างๆ) แต่ถ้ามาช่วงบ่ายที่กำลังจะเย็นแบบเรา คือน้ำทะเลลดลงไปเกือบหมด รูปมันเลยจะดูเหมือนแห้งๆหน่อย แต่บรรยากาศที่นี่ดีมาก มีโซนให้นั่งเยอะ มุมถ่ายรูปเยอะมากกกก

เมนูที่นี่มีตั้งแต่เครื่องดื่ม อาหารทานเล่น และอาหารจานหลัก เรากับพี่กิ๊กพึ่งกินข้าวมื้อเที่ยงกันมา เลยสั่งแค่เครื่องดื่มกันคนละแก้ว

“พี่กิ๊กกลับกันเถอะ ถ้ามืดแล้วเราจะเดินกลับโรงแรมลำบากนะ” เราก้มมองนาฬิกาตัวเองแล้วพึ่งรู้ตัวว่าตอนนี้ 5โมงครึ่งแล้ว ขากลับรอบนี้เราไม่สามารถกลับทางทะเลตอนที่น้ำลดได้แล้ว เพราะช่วงเวลาตอนเย็นที่จะค่ำ น้ำทะเลจะขึ้นกลับมาตามปกติ พี่ๆชาวเรือบนไร่เลย์บอกเราว่า ให้เดินกลับผ่านทางภูเขา มันจะมีช่องอยู่ เดินไม่ยาก แต่อย่าค่ำมาก เพราะอาจจะมองทางไม่ค่อยเห็น จะพลัดตก อันตราย

เราเดินกลับมาหาดไร่เลย์ ฝั่งที่เชื่อมกับอ่าวต้นไทรมาถึงตรงหน้าหาดก็เวลา 6 โมงเย็นพอดี พระอาทิตย์กำลังใกล้จะตก ไร่เลย์ตอนนี้สวยมากทีเดียวค่ะ

ขากลับไม่ยากแบบที่คิด เพราะว่าทางเดินภูเขาที่ทะลุจากไร่เลย์ไปอ่าวต้นไทร เดินไม่ยากค่ะ เป็นทางที่มีการทำให้เดินไม่ยากไว้แล้ว จะมีหินเป็นบันไดเป็นขั้นๆ มีเชือกให้จับอยู่ทุกช่วง เราใช้เวลาขากลับในการเดินประมาณ 15 นาที อเมซิ่งมากกก ทำไมตอนเราไปเราไม่ขึ้นทางนี้นะ 5555555

ระหว่างวันที่ผ่านมา พี่เชอร์รี่ไปทำกิจกรรมผญจภัยแบบมนุษย์พลังเยอะ เราเลยเล่าพี่กิ๊กว่าตอนเย็นจะแนะนำให้รู้จักกับพี่เชอร์รี่นะ

ตอนเย็นเรากลับพี่กิ๊กมาถึงโรงแรม พร้อมๆกับพี่เชอร์รี่กลับมาพอดี เดิมที่เมื่อวานเรานัดกับพี่เชอร์รี่ว่า ตอนเย็นจะชวนไปพายคายัคกัน วันนี้เลยถามพี่เชอร์รี่อีกครั้งว่า ยังจะไปพายคายัคด้วยกันอีกมั้ย

พี่เชอร์รี่ตอบตกลง พร้อมกับพี่กิ๊กที่ไปด้วยเช่นกัน สุดท้ายเรากลายเป็นดรีมทีมที่ไปพายคายัค เล่นน้ำทะเล และต่อด้วยเล่นน้ำสระ โดยที่ลืมไปแล้วว่าเราพึ่งรู้กันเมื่อไม่นานนี้เอง

คืนนี้เราปิดท้ายด้วยการนั่งกินข้าวแล้วพูดคุยสิ่งต่างๆที่แต่ละคนได้ทำในวันนี้ แลกเปลี่ยนที่เที่ยวในทริปที่ผ่านมาของแต่ละคน อาหารคืนนี้ของเราเลยอร่อยพิเศษ เพราะเราได้เพื่อนเพิ่มขึ้นด้วย

ตื่นๆ ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน พี่เชอร์รี่ปลุกเรา พร้อมกับไปปลุกพี่กิ๊กต่อ

เราและพี่กิ๊กลุกขึ้นด้วยหน้าตางัวเงี่ยแต่ก็ลุกไปแปรงฟันโดยดี เพราะเราสมัครใจไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเอง เช้านี้เป็นเช้าสุดท้ายที่เราจะอยู่ที่นี่ดี และเป็นวันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว

ลิเดีย : คือบุคคลที่ออกจากเกาะเร็วสุดในกลุ่มเรา 3 คน เพราะไฟล์ทกลับกรุงเทพคือเที่ยง

พี่เชอร์รี่ : ออกจากเกาะตอนเที่ยง ยังไม่กลับกรุงเทพ เพราะมีทริปไปเกาะลันตาต่อ

พี่กิ๊ก : ยังอยู่ที่นี่ดีอีกหนึ่งคืน และได้เที่ยวต่อ (อยากเที่ยวด้วย)

เรานั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน แล้วจึงย้ายตัวเองมากินข้าวเช้าด้วยกัน ก่อนที่เราจะต้องแยกไปจัดการธุระของแต่ละคน

เราแลกโซเชียลมีเดียกัน หวังแค่ว่าวันหนึ่งเราคงได้มาเจอกันอีกครั้งในที่ไหนที่หนึ่ง หรือทริปใดทริปหนึ่งของการเดินทาง

เดินทางปลอดภัยและสนุกกับทุกทริปนะคะพี่ๆ

ขอบคุณรูปจากพี่เชอร์รี่ค่ะ

ทริปนี้เป็นทริปที่เราแบกเป้ไปคนเดียว ที่เราเอาพาวเวอร์แบ็งค์ ขาตั้งกล้อง แบตสำรองกล้องถ่ายรูปไปพร้อม แต่กลับเป็นทริปที่เราแบตมือถือไม่หมด เพราะเรามัวแต่สนุกกับเพื่อนใหม่ เป็นทริปที่เราไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้องเลย เพราะว่ามีเพื่อนใหม่คอยสลับกันถ่ายรูป ที่กดมาแบบรัวมาก

ทริปนี้เป็นทริปคนเดียวแบบที่เราไม่เหงาเลย แถมเรายังพูดไม่หยุดอีกด้วย 55555

ยังค่ะยังไม่จบ

ปกติวิธีการเดินทางกลับจากที่นี่ดี เราสามารถแจ้งเที่ยวเรือให้ทางโรงแรมช่วยติดต่อเรือไว้ให้ได้ ถ้ามีแขกคนอื่นกลับเที่ยวเดียวกับเราด้วย ราคาค่าเรือก็จะหารกันไป แต่ถ้าไม่มีใครกลับเวลาเดียวกับเรา เราก็ต้องเหมาลำ ราคาเรือ 600 บาท หารด้วยจำนวนคน โดยเรือรับมากสุดคือ 6 คนต่อเที่ยวเท่านั้น

อ่าาา อ่านมาตั้งนานน่าจะรู้ว่า แน่นอนค่ะ ลิเดียกลับคนเดียวค่ะ จ่ายแบบเหมาลำกันไปเลยยยย พี่เชอร์รี่ยังแซวให้ฝรั่งในห้องฟังว่าเราเป็น rich women (ขอให้สมพรปากค้าาาา 5555)

ส่วนวิธีการกลับสนามบินก็ไม่ยากเลยค่ะ ให้เราโทรไปตามเบอร์โทรที่เราได้รับมาพร้อมตั๋ว Shuttle bus โดยแนะนำให้เราจองก่อนล่วงหน้า 1 วันที่จะกลับสนามบิน โดยให้เราแจ้งเวลาเที่ยวบินขากลับ ทางรถจะคำนวณให้เราเองว่าเราควรจะกลับเที่ยวกี่โมง เพื่อให้ทันกับเที่ยวบิน ราคาค่ารถ 150 บาทเหมือนเดิม เราขึ้นจากอ่าวนางจุดเดิมที่ลงเรือ หรือที่รถตู้มักจะเรียกว่าโค้งโรงแรมพระนางอินน์

บะบายยย เราเดินทางกลับแล้วนะ

หวังว่าทริปหน้าเราจะได้เจอเพื่อนใหม่ที่น่ารัก หรือเจอความสุขเหมือนทริปที่ผ่านมานะ

ขอบคุณที่เดินทางไปด้วยกันนะคะ

ลิเดีย – บันทึกนักหนีเที่ยว

Tinidee Hideaway Tonsai Beach Krabi

1057 Moo 2 Tonsai Beach, ตำบล อ่าวนาง Ampur Muang, กระบี่ 81000

Tel :  075 818 301

FB :https://www.facebook.com/Tinideekrabi/

Web : https://www.tinideekrabiresort.com/

B House 49 | ห้องใต้หลังคา สานฝันวัยเด็ก

ทริปนี้เราจะชวนทุกคนไปเปลี่ยนที่นอนกันค่ะ สานฝันห้องใต้หลังคา ความฝันในวัยเยาว์

ทริปนี้เราชวนเดินทางกันแบบไม่ไกล เพราะจุดหมายปลายทางเราอยู่ที่ สุขุมวิท 49 ที่พักที่แปลงบ้านทาวเฮาส์ธรรมดาให้ไม่ธรรมดา

วิธีเข้าบ้านหลังนี้ เราจะไม่เจอพนักงานต้อนรับแต่อย่างใด เพราะที่พักจะให้รหัสเข้าบ้าน พร้อมกับรหัสเข้าห้องของเรามา โดยเราสามารถเข้ามาได้เองตามวันที่จองเอาไว้ (คล้ายๆกับการใช้บริการ Air bnb)

B House 49

ที่พักที่เนรมิตห้องในบ้านทาวเฮ้าส์ให้กลายเป็นที่พักสุดแสนจะน่าพักประหนึ่งว่าเราอยู่แถบสแกนดิเนเวีย ทริปนี้เราพักห้อง Neil ห้องที่ถือว่าเป็นไฮไลท์สุดของที่นี่ เพราะนอกจากจะเป็นห้องใต้หลังคาแล้ว ห้องนี้ยังมีระเบียงให้เราออกไปนั่งเล่นได้อีกด้วย

ตัวห้องทุกห้องในบ้านหลังนี้จะตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวีย โทนสีจะออกแนวอบอุ่น เมื่อเข้ามาภายในห้องแล้วแทบจะทำให้ลืมไปเลยว่าตอนนี้เราอยู่แค่สุขุมวิท49 เท่านั้นเอง เพราะด้วยการตกแต่งห้องที่สวยมาก เหมาะกับการถ่ายรูปมากๆ

ภายในห้องเมื่อเข้ามาแล้ว เราจะเจอกับส่วนที่เป็นโซนเตียงนอน และห้องน้ำ ด้วยห้องนี้เป็นห้องที่อยู่ด้านบนสุดเพียงห้องเดียว ทำให้ห้องน้ำมีพื้นที่กว้างมาก เฟอนิเจอร์ของตกแต่งภายในห้องดีมาก ทุกส่วนดูเป็นการออกแบบที่คิดมาอย่างดีแล้ว รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้พร้อมอยู่ในห้องเลย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของห้องนี้ นอกจากการเป็นห้องใต้บันไดที่ถ่ายรูปสวยมากแล้วก็คือ ห้องน้ำจะมีอ่างอาบน้ำ พร้อมกระจกใส ให้เราได้ชมวิว หรือได้วาบหวิวกันนิดหน่อย

มุมห้องน้ำถ่ายรูปช่วงที่มีแสงอาทิตย์คือสวยมากเลยทีเดียวนะ

เราใช้เวลาในการถ่ายรูปที่นี่อยู่นานมาก เพราะมุมสวยมากกกก และชอบมาก นอนหลับสบาย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับการเปลี่ยนที่นอน ใครอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน เราว่าที่นี่ก็ดีเลยนะ

วิธีการจอง

B House 49 Bangkok

สุขุมวิท 49 แขวง คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

Tel : 098 671 7576

FB : https://www.facebook.com/BHouse49Bangkok

Putahracsa Hua Hin | ที่พักสวยติดทะเลหัวหิน

ร่างกายต้องการพักผ่อน และ หัวใจก็ต้องการทะเล

ทริปนี้เราเลยพาตัวเองหนีเที่ยวมาหัวหินค่ะ มาพักที่รีสอร์ทที่เราเคยมองข้าม เพราะคิดว่าที่นี่ไม่มีอะไร แต่วันนี้เราถึงได้รู้ว่าที่นี่สวยมาก และเป็นอีกหนึ่งที่พักที่เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ

จุดหมายปลางทางของเราในทริปคือ Putahracsa Hua Hin Resort รีสอร์ทที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนอีกแห่งหนึ่งในหัวหิน

Putahracsa Hua Hin

พุทธรักษา หัวหิน รีสอร์ท รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหัวหิน ที่พักตั้งอยู่ที่ถนนแนบเคหาสน์ ที่นี่เป็นที่พักที่มีความน้อยแต่มากจริงๆ ด้วยคอนเซ็ปท์ที่มีความมินิมอล เน้นสีขาว น้ำตาล และ สีเขียวของธรรมชาติในการตกแต่งเป็นหลัก ทำให้ที่นี่เป็นที่พักที่เหมาะกับการพักผ่อน

ตัวรีสอร์ทแบ่งออกเป็น 2 โซน โดยมีตัวถนนเป็นเส้นแบ่ง โดยโซนที่มี คือ โซนติดทะเล (Beachside) และโซนไม่ติดทะเล (Sandside) ซึ่งไม่ว่าเราจะพักฝั่งไหน เราก็สามารถเข้าใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ของทั้งสองโซนเลยค่ะ

อธิบายเรื่องห้องพักที่แบ่งตามโซนที่พักกันอย่างเข้าใจง่ายๆ คือ

  • Beachside (โซนติดทะเล) ห้องพักที่อยู่โซนนี้จะเป็นห้องประเภทวิลล่าทั้งหมด ได้แก่ Pool Villa 8 ห้อง และ Jacuzzi Villa 7 ห้อง
  • Sandside Rooms (โซนไม่ติดทะเล) ส่วนห้องที่เหลือ (ที่ไม่ใช่วิลล่า) จะอยู่โซนนี้ทั้งหมด

มาถึงแล้วก็มาเช็คอินกันก่อนค่ะ หากใครพักฝั่งไหนก็จะสามารถเช็คอินที่ล็อบบี้ของฝั่งนั้นได้เลย และรวมถึงที่จอดรถด้วยนะคะ จะได้ไม่เสียเวลาเดินข้ามถนนไปมาด้วย

ทริปนี้เราพักฝั่งไม่ติดทะเลกันค่ะ ห้องที่เราพักคือ SILKSAND ROOMS โดยห้องนี้ถือว่าเป็นห้องเริ่มต้นของที่นี่ค่ะ

ทริปนี้เราเลยอยากจะรีวิวห้องเริ่มต้น เผื่อว่าใครที่อยากจะมาพักที่นี่ แต่ลังเลว่าห้องเริ่มต้นที่นี่จะโอเคมั้ย จำเป็นต้องจองฝั่งวิลลารึป่าว ทริปนี้มีคำตอบให้ค่ะ

มาค่ะ เริ่ม !

SILKSAND ROOMS ห้องขนาดเริ่มต้นที่อยู่ชั้น 1 ของตัวอาคาร แต่ด้วยพื้นที่ภายในห้องกว้างมาก เปิดประตูออกมาเรายังสามารถเดินไปยังสระว่ายน้ำได้เลย ส่วนภายในห้องถือว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบเลยค่ะ ภายในห้องยังมี โซฟาเบดด์ เครื่องทำกาแฟ ทีวีจอใหญ่ และอื่นๆอีกเยอะ ถือว่าเป็นห้องเริ่มต้นที่ครบมากเลยล่ะ

ส่วนโซนห้องน้ำและห้องแต่งตัว ที่นี่เขาทำต่อกันเลย เพื่อให้พื้นที่ดูเยอะ และภายในห้องน้ำและส่วนเปียกก็กว้างมาก

เดินออกจากเฉลียงห้อง เราก็สามารถเจอกับพื้นที่พักผ่อนและสระส่วนกลางได้เลยค่ะ (ห้องโซนนี้อาจจะมีคนเดินผ่านหน้าห้องบ้าง)

ใครมาพักที่นี่ เราอยากแนะนำว่าช่วงเวลาตอนเย็นไม่ต้องออกไปไหนไกลค่ะ เพราะเราจะชวนมาทานอาหารเย็นกันที่ห้องอาหารของรีสอร์ทที่อยู่ริมทะเล (แนะนำให้จองโต๊ะล่วงหน้า ตั้งแต่ตอนมาเช็คอินเลยนะคะ)

เราจองโต๊ะไว้ตอน 5 โมงครึ่ง เพราะอยากมานั่งเล่นชิลๆตอนที่ยังมีแสงอยู่ ตอนเย็นบริเวณหาดตรงนี้น้ำจะลดลงไปมาก เราสามารถเดินเล่น หรือจะเล่นน้ำก็ยังได้เลยค่ะ บรรยากาศดีมาก

ห้องอาหารที่นี่นอกจากจะบรรยากาศดีแล้ว อาหารก็อร่อยมากเลยค่ะ เราแนะนำ แกงปูใบชะพลู-หมี่หุ้น อร่อยมากกก

เรานั่งเล่นที่ห้องอาหารไปจนค่ำเลยค่ะ เพราะบรรยากาศดีมากจริงๆ

เมื่อคืนหลังอิ่มกับบรรยากาศและอาหารอร่อยแล้ว เรากลับมาที่ห้องพักแล้วก็หลับไปอย่างรวดเร็ว เพราะเช้าตรู่วันนี้เรามีภารกิจที่จะต้องทำให้สำเร็จ

นั้นก็คือการถ่ายรูปกับช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นที่ห้องอาหารริมทะเลของรีสอร์ทนั่นเอง

สำหรับใครที่อยากได้วิวมุมนี้ไว้อัพไอจีกัน เรามีทริคเล็กๆมาฝากกันค่ะ จะได้ไม่เฟล และไปทันช่วงเวลาที่รูปสวยกัน

  • อยากได้วิวนี้ต้องตื่นเช้า เพราะพระอาทิตย์จะขึ้นตรงที่ห้องอาหาร ตรงหน้าหาดพอดี
  • ห้องอาหารเปิดตอนเช้าตรู่ เพราะฝั่งนี้จะเป็นที่ทานอาหารเช้าของคนที่พักฝั่งวิลล่า ถึงแม้เราจะพักอีกฝั่งก็สามารถมาถ่ายรูปได้
  • ใครมาก่อนก็จะได้คิวถ่ายรูปก่อน ซึ่งวันนั้นเราเป็นคิวแรกเลย เพราะมาเร็วมากกก เรามาถึงห้องอาหารตอน ตี 5.50 น. 55555555 เรื่องความพยามไว้ใจเราได้ 🤣🤣 หลังเรามาถึงไม่เกิน 5 นาที ก็เริ่มมีคนมารอคิวถ่ายหลังจากเราแล้ว
  • ถ้าชอบฟ้าอมส้ม อมม่วง (แบบเรา) แนะนำก่อน 6 โมง 20 นาที ส่วนรูปของเราคือเวลาช่วงประมาณ 5.50 -6.10 น. เราชอบฟ้า ไม่เน้นนางแบบเท่าไหร่ 5555
  • ถ้าอยากให้ตัวเราดูสวย เน้นนางแบบ แนะนำว่าควรจะหลัง 6.30 น. เพราะฟ้าจะสว่างขึ้น
  • แต่ถ้าแบบอยากได้แสงแน่ๆ คือ 7 โมงเลย แต่ช่วงเวลานี้น่าจะมีคนมาทานอาหารเช้ากันบ้างแล้ว อาจจะไม่สะดวกมากนัก

ปล. แสงแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับฟ้าแต่ละวันด้วย อาจจะเอาไปลองปรับใช้กันดูนะคะ

ช่วงเวลาตอนเช้าที่หาดดีมากๆๆเลยค่ะ ใครพักที่นี่ แนะนำให้ตื่นเช้านะ คุ้มค่ามาก

จริงๆแล้วที่นี่มีสระส่วนกลาง 3 สระด้วยกัน ซึ่งไม่ว่าเราจะพักห้องไหนก็สามารถใช้สระได้ทุกสระเลยค่ะ

สำหรับอาหารเช้าห้องที่ไม่ใช่วิลล่า เราจะทานกันที่ห้องอาหารอบอุ่น ฝั่งเดียวกับที่เราพัก อาหารที่นี่ถือว่าจัดเต็มเลยค่ะ รสชาติอร่อยมากทีเดียว

อิ่มแล้วเราไปเดินเล่นในรีสอร์ทเพื่อย่อยกันหน่อย ส่วนตัวเราชอบบรรยากาศที่นี่มากเลย มันสงบ เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ

สุดท้ายนี้หากใครกำลังอยากจะเดินทางมาพักที่นี่ ไม่แน่ใจว่าจะคุ้มค่ารึป่าว หรือรีสอร์ทจะมีถ่ายรูปแค่มุมเดียวมั้ย หวังว่ารีวิวนี้จะช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้นนะคะ

Putahracsa Hua Hin

 ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110

Tel : 032 531 470

FB : https://www.facebook.com/putahracsa/

Web : https://www.putahracsa.com/

Kene Hotel Bangkok | ทริปเปลี่ยนที่นอน โรงแรมมุมสวย

ทริปนี้เกิดจากความเบื่อบ้าน แต่ก็ไม่สามารถเดินทางไกลได้

เราเลยทำการจองโรงแรมและเปลี่ยนที่นอนกันค่ะ

Kene Hotel Bangkok

คีน โฮเทล แบ็งค็อก ที่พักดีไซน์เก๋ในย่านเจริญนคร โรงแรมนี้พึ่งเปิดเมื่อไม่นานนี้เองค่ะ แต่ถือว่ามาแรงมากๆ เพราะด้วยดีไซน์ภายในที่สวย เล่นกับแสงได้ดี และการตกแต่งที่มินิมอล สายถ่ายรูปและชอบที่พักดีไซน์สวยแบบเราไม่พลาดแน่นอน

ตัวโรงแรมจะมีอาคารหลักแค่ 1 อาคาร จำนวน 4 ชั้น แต่จำนวนห้องที่มีถือว่าเยอะเลยทีเดียวค่ะ เราชอบดีไซน์ของที่นี่ ที่เล่นกับแสงและใช้โทนสีขาวเป็นหลัก

standard room คือห้องที่เราพักในทริปนี้ เป็นห้องเริ่มต้นที่อยากจะบอกว่าครบมาก ห้องเราอยู่ชั้น 2 ของอาคาร เปิดประตูออกมาก็จะเจอกับสระว่ายน้ำเลย

ภายในห้องมีอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีพื้นที่หน้ากระจกกว้าง โซนตู้เสื้อผ้ากว้าง และภายในห้องน้ำก็กว้างทีเดียวค่ะ

แต่สิ่งที่เราชอบมากคือ เตียงนุ่มมาก นอนหลับสบายมากก

เข้าไปสำรวจห้องมาเรียบร้อยแล้ว เราจะพาไปสำรวจภายในโรงแรมกันต่อ ใครเป็นสายไอจี หรือ สายถ่ายรูป ต้องหลงรักที่นี่แน่นอน

เราชอบแสงช่วงบ่ายถึงเย็น ช่วงประมาณ 15.00-18.00 น. เป็นช่วงที่แสงสวยมาก เหมาะแก่การถ่ายรูป เล่นแสงและตัวอาคารได้สวยมากเลยค่ะ

ช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์ตก เราแนะนำให้ขึ้นไปชั้น 4 ชั้นนี้เป็นบริเวณของห้องอาหาร เป็นพื้นที่ semi – outdoor แต่เป็นอีกหนึ่งมุมในโรงแรมที่มุมและแสงสวยมากเลยค่ะ

บริเวณสระว่ายน้ำก็สวยมากเช่นกัน เหมาะแก่การถ่ายรูปมากๆ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่ทางโรงแรมเปิดไฟ ทำให้สวยยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมอีกค่ะ จริงๆโรงแรมนี้ต้องบอกว่าแสงสวยทั้งวัน เพราะว่าแสงแต่ละช่วงเวลา จะเหมาะกับการถ่ายรูปต่างกัน

หากใครพักที่ Kene Hotel Bangkok เราสามารถจองห้องแบบรวมอาหารเช้า หรือไม่รวมก็ได้ แต่เราแนะนำว่าให้รวม เพราะอาหารเช้าที่นี่มีเยอะมาก (เยอะกว่าที่คิด)

เราเข้าพักวันธรรมดา นึกว่าโรงแรมจะเสิร์ฟอาหารเป็น a la carte แต่ปรากฎว่าทางโรงแรมจัดเป็น buffet เมนูอาหารมีเยอะทีเดียวเลยค่ะ ส่วนรสชาติอร่อยเลยนะ แนะนำว่าพักที่นี่ให้สั่งอาหารเช้าด้วยนะ

ก่อนกลับบ้านก็ว่ายน้ำกันสักรอบ ส่วนตัวเราชอบสระที่นี่ เพราะตัวสระยาวมากว่ายน้ำได้จริง และอีกอย่างคือมุมปัง

สุดท้ายหากใครกำลังมองหา ทริปเปลี่ยนที่นอน หรือโรงแรมสวยๆในกรุงเทพ ที่ราคาไม่แรง นอนสบาย มุมถ่ายรูปสวย อาหารเช้าอร่อย เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ Kene Hotel Bangkok

Kene Hotel Bangkok

 1 ซอย เจริญนคร 35 แขวง บางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600

Tel :   02 437 2168

FB :https://www.facebook.com/KeneHotelBangkok/

Web : https://www.kenehotelbangkok.com/

Pullman Pattaya Hotel G | ชวนเพื่อนซี๊ไปชิล Beach Club

เหนื่อยกับงานมาทั้งสัปดาห์ ใจมันก็เริ่มเซ อยากเจอทะเลขึ้นมาซะงั้น

ทริปนี้เรามีเวลาไม่มากนักแค่ 2 วัน 1 คืน เสาร์อาทิตย์ ความอยากเจอทะเลเป็นเหตุ ทำให้เราชวนเพื่อนสนิทแพ็คกระเป๋าไปพัทยากัน

และก็ไม่รู้ว่าทำไม เสาร์อาทิตย์ที่เราไปโรงแรมในพัทยาเต็มไปเยอะมาก ถนนมอเตอร์เวย์สู่พัทยาก็รถเยอะมากกกก หรือทุกคนอยากเจอทะเลแบบเรานะ

สุดท้ายหาโรงแรมนานมากกกก ไหนก็เต็มเลยมาจบลงที่ Pullman Pattaya Hotel G เราจองเพราะขี้เกียจหาแล้ว และอีกอย่างเราก็เชื่อในความเป็น Pullman

จากที่บอกว่าช่วงที่เราหนีเที่ยว เป็นช่วงที่ใครๆก็มาพัทยา ทำให้โรงแรมเต็มไปเยอะมาก และเช่นกัน pullman ก็เกือบจะเต็ม จนเหลือแค่ห้องไทป์เริ่มต้นเท่านั้น แต่ด้วยความที่เราไม่คิดอะไรเยอะสำหรับทริปนี้ เลยจองไปด้วยความห้องไหนก็ด้ายยย ชั้นแค่อยากเห็นทะเล

Deluxe Sea View Room คือห้องที่เราพักในทริปนี้ ภายในห้องกว้างทีเดียวค่ะ มีโซฟาเดย์เบด ห้องน้ำกว้างมาพร้อมอ่างอาบน้ำ และมีระเบียงที่พอจะสามารถมองเห็นวิวได้แบบเอียงๆ

สำหรับสระว่ายน้ำส่วนกลางของที่นี่จะมีอยู่ 2 สระ แต่เนื่องจากว่าคนเยอะมาก เราไม่สามารถถ่ายรูปมาได้มากนัก

แต่อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจจองห้องพักที่ Pullman Pattaya Hotel G เป็นเพราะเราอยากจะไปนั่งชิลๆ จิบค็อกเทลริมทะเลกันที่ The Beach Club Pattaya

ใช่ค่ะ ที่ Pullman Pattaya Hotel G มี Beach Club ที่ฟีลดีมากกกก บรรยากาศริมทะเลสุดชิล

จริงๆหากเราไม่ได้พักที่โรงแรมนี้ ก็สามารถมาจิบค็อกเทล หรือทานอาหารได้นะคะ และใครที่อยากมานั่งชิลที่นี่แนะนำให้มาเร็วหน่อย เพราะมุมดีๆ อาจจะถูกจับจองจนหมดแล้วก็ได้ และอีกอย่างคือ Happy Hour 1 แถม 1 ของที่นี่จะเริ่มตั้งแต่ 14.00 -17.00 น.

The Beach Club Pattaya ไม่ได้ดีแค่เครื่องดื่ม เพราะว่าอาหารเขาก็อร่อย จริงๆเราสั่งไป 2 – 3 อย่างแต่ถ่ายรูปมาแค่พิซซ่า 5555 แนะนำยำเนื้อย่าง เด็ด !!

The Beach Club Pattaya บรรยากาศดีมากเลยค่ะ นั่งกันยาวๆได้เลย พนักงานที่นี่ก็ดีมากเช่นกัน ความเพื่อนสาว ความริมทะเลของเราถือว่า ดีมากสำหรับคืนนี้ ใครหาสถานที่แฮงเอ้าท์ที่พัทยา มองข้ามที่นี่ไม่ได้เลย

ส่วนตอนเช้าทะเลฝั่งนี้ไม่ได้สวยมากนัก เพราะฝั่งนี้จะสวยตอนเย็น เช้านี้เราเลยตื่นสายๆ แล้วลงมากินอาหารเช้ากัน สำหรับห้องอาหารเช้าของที่นี่จะอยู่บริเวณสระว่ายน้ำ

อาหารเช้าที่นี่มีเยอะเลยค่ะ ถือว่าครบทุกความต้องการ และใครจับจองที่นั่งริมสระว่ายน้ำ หรือริมทะเล บรรยากาศก็จะฟินๆกันไป

ไม่แน่ใจว่าทริปนี้เราทำบาปอะไรไว้ เพราะนอกจากจะคนเยอะมากๆแล้ว ท้องฟ้าก็ไม่เป็นใจ มันดันกลายเป็นช่วงลมหนาวเดือนเมษาซะงั้น

สุดท้ายเหมือนทริปนี้จะไม่ค่อยได้ดั่งใจหวังสักเท่าไหร่ แต่ก็พอจะทำให้เราหายคิดถึงทะเลไปได้บ้างแหละเนอะ

Pullman Pattaya Hotel G

445, Beach, นาเกลือ 18 เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง ชลบุรี 20150

Tel :  038 411 940

FB : https://www.facebook.com/pullmanpattayahotelg/

Web : http://www.pullmanpattayahotelg.com/

Melia Phuket Mai Khao | โรงแรมหรู สัญชาติสเปน ติดหาดไม้ขาว สบายราคากระเป๋า

ซัมเมอร์มาถึงแล้ว หนีเที่ยวไปนอนชิลที่ภูเก็ตกันดีกว่าาา

ทริปนี้เราชวนทุกคนไปพักกันที่โรงแรมสัญชาติสเปนที่พึ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน ตั้งอยู่ติดหาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต จุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้คือ Melia Phuket Mai Khao

Melia Phuket Mai Khao

รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว สัญชาติสเปนที่พึ่งเปิดใหม่เมื่อไม่นาน ตั้งอยู่บนหาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต จากรีสอร์ทใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 15 นาทีถึงสนามบินภูเก็ต ที่แห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับคนที่มองหาสถานที่พักผ่อนแสนสงบในภูเก็ต

เมื่อมาถึงแล้วก็มาเช็คอินกันก่อนค่ะ ใช้เวลาไม่นานมากนัก พนักงานที่นี่น่ารัก บริการดีมาก รอไม่นานก็ได้กุญแจห้องมาแล้วค่ะ และด้วยสถานการณ์ในช่วงนี้ทางรีสอร์ทจะไม่เสิร์ฟ welcome drink ที่ล็อบบี้นะคะ แต่จะใส่ไว้ในตู้เย็นภายในห้องเราเรียบร้อยแล้ว

ห้องพักที่นี่มีทั้งหมด 100 ห้อง โดยจะมีให้เลือกทั้งแบบห้องสวีท โดยตัวห้องจะมี bathtub ซึ่งวางอยู่ที่ระเบียง วันไหนแดดดีๆ ห้องนี้สวยมากเลยค่ะ ต่อมาคือห้อง One Bedroom Villa with Private Pool ห้องนี้ตั้งอยู่ชั้นล่างของตัวอาคาร มีสระว่ายน้ำส่วนตัวแบบ Plunge Pool ภายในห้อง พร้อมกับ bathtub ส่วนห้องไทส์สุดท้าย ก็คือห้อง One Bedroom Wellness Villa with Private Pool ส่วนนี้จะเพิ่มเติมเป็น Wellness เข้ามา

ส่วนห้องที่เราพักในทริปนี้คือ One Bedroom Villa with Private Pool ซึ่งเราชอบความเป็นพูลวิลล่าที่นี่มาก เพราะด้วยขนาดของตัวห้องที่กว้างมาก ฟังชั่นการใช้งานที่ออกแบบมาดี เป็นห้องที่เหมาะกับการมาพักผ่อนมากจริงๆ

ก่อนจะพาไปสำรวจห้อง เราขอเปิดตู้เย็นหยิบ welcome drink มาจัดการก่อน เพราะว่าแดดที่ภูเก็ตแรงขนาดนี้ เครื่องดื่มสดชื่นๆ ช่วยเยียวยาได้เยอะเลยค่ะ

มาดูภายในตัวห้องของเรากันค่ะ โดยห้องแบบ One Bedroom Villa with Private Pool จะอยู่ชั้นล่างของตัวอาคารนะคะ เปิดเข้ามาในห้องเราจะได้เจอกับมุมพักผ่อนและสระว่ายน้ำแบบส่วนตัวก่อนเลย

ภายในห้องจะเป็นตัวห้องนอนที่เป็นห้องหลัก พื้นที่ภายในห้องกว้างทีเดียวค่ะ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบตามแบบฉบับที่พัก 5 ดาวเลยค่ะ แต่เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่เราชอบมากคือ ที่พักไหนที่ให้หมอนเยอะมากกกก (แบบที่นี่) รักเลยยยย

ถัดมาคือโซนห้องน้ำ ซึ่งโซนนี้เป็นโซนที่เราชอบมาก เพราะนอกจากกระจกเงาที่กว้างมาก อ่างล้างหน้าแบบ his & her และอุปกรณ์ต่างๆที่ครบครันก็เห็นจะเป็นการออกแบบที่เรารู้สึกว่ามีความน้อยแต่มาก มีความใส่ใจผู้ใช้งานจริงอยู่ในทุกการออกแบบ

โซนห้องน้ำที่ออกแบบมาเป็น semi outdoor ทำให้เราสามารถใช้ได้จากทั้งฝั่งในห้องนอน และจากสระว่ายน้ำ ทำให้เวลาที่เราเล่นน้ำในสระ หรือแช่น้ำในอ่าง แล้วจะขึ้นมาล้างตัวและอาบน้ำต่อ เราไม่จำเป็นต้องเดินผ่านห้องนอน ทำให้ห้องไม่เปียก ส่วนนี้เราว่าดีมากเลยค่ะ

ส่วนต่อมาคือสระส่วนตัวภายในห้อง ด้วยเราเลือกพักห้อง One Bedroom Villa with Private Pool เพราะอยากนอนเล่นในสระนี่แหละ ถึงแม้ว่าห้องพักที่นี่สระส่วนตัวจะเป็นแบบ Plunge Pool ก็ตาม แต่สำหรับการพักสองคน และต้องการแค่นั่งเล่น นอนเล่นแช่น้ำของเรานั้น ถือว่าตอบโจทย์ทีเดียว

และไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดโมเม้นไหนไป เพราะห้องนี้ก็มี bathtub ให้เราได้แช่น้ำฟินๆริมสระด้วย

เราพาทุกคนไปชมภายในรีสอร์ทกันต่อเลยดีกว่าค่ะ บรรยากาศภายในรีสอร์ทร่มรื่นมากค่ะ ตัวอาคารจะใช้สีขาว สบายตาดีค่ะ เป็นบรรยากาศของการพักผ่อนจริงๆ

ไฮไลท์ของที่นี่เลยก็คือสระว่ายน้ำที่ชื่อว่า SOL POOL เป็นสระที่ทอดยาว 62 เมตร ซึ่งอยู่ใกล้กับบาร์ และห้องอาหาร GAIA เราแนะนำว่าให้มาตั้งแต่ช่วงบายๆ ถึงแม้จะแดดร้อนหน่อย แต่สระช่วงเวลานี้สวยมากทีเดียวค่ะ หรือจะนั่งเล่นยาวไปจนถึงช่วงเวลาเย็นๆ บรรยากาศที่นี่โรแมนติกมากทีเดียว

ในวันที่อากาศดี เราแนะนำว่าการนั่งจิบเครื่องดื่มที่บาร์ชิลๆ เป็นอะไรที่ดีมากเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเย็นๆ หรือค่ำๆ แนะนำมากเลย (เรามานั่งดื่มแบบชิลๆ เลยไม่ได้เก็บรูปเครื่องดื่มมาฝาก)

เราชอบรรยากาศตอนเย็นของที่นี่มากค่ะ เป็นบรรยากาศแบบสบายๆ เหมาะสำหรับการพักผ่อนจริงๆ และหากใครมาในช่วงอากาศดีๆ ตอนเย็นแนะนำมาเดินเล่นที่หาดไม้ขาว เพราะที่นี่เป็นอีกหนึ่งหาดที่มีวิวพระอาทิตย์ตกสวยทีเดียว

ส่วนช่วงที่เราไปพัก ฟ้าไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไหร่ แต่ก็ได้เก็บบรรยายกาศดีๆมาฝากด้วยเหมือนกันค่ะ

ส่วนบรรยากาศสระว่ายน้ำตอนเย็นก็สวยมากเลยค่ะ ใครพักที่นี่ สามารถใช้ชีวิตอยู่โรงแรมได้ทุกช่วงเวลาเลย

ภายในโรงแรมตอนกลางคืนก็สวยมากก เป็นโรงแรมที่อยู่แล้วสบายจริงๆ

ส่วนตอนเช้า อาหารเช้าที่นี่เริ่มตั้งแต่ 6.30 -10.00 น. เลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่เรายกให้เป็นโรงแรมที่มีอาหารเช้าสุดอลังการ คือมีทุกอย่างมีครบ เราถ่ายมาได้แค่บางส่วน (เยอะจนเราถ่ายมาไม่หมด)

ชอบสุดก็น่าจะเป็นเมนูขนมจีน แกงปู อร่อยมากกก สมกับการมาพักที่ภูเก็ตจริงๆ

สุดท้ายใครที่กำลังมองหาที่พักภูเก็ต พูลวิลล่า หรือ ที่พักที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ Melia Phuket Mai Khao รีสอร์ทหรู มีสระส่วนตัวในห้อง อาหารอร่อย บรรยากาศดี บริการดี และที่สำคัญที่นี่เป็นรีสอร์ท 5 ดาว ที่ราคาสบายกระเป๋ามากทีเดียวค่ะ

Melia Phuket Mai Khao

Address : 233 ตำบล ไม้ขาว Amphur Thalang 83110

Tel : +(66)76 563 550

Web : https://www.melia.com/th/hotels/thailand/phuket/melia-phuket-mai-khao/index.htm

Facebookhttps://www.facebook.com/meliaphuketmaikhao

Our Jungle House |บ้านต้นไม้ เขาสก สุราษฎร์ธานี

ทริปนี้เรามาชวนทุกคนหนีเที่ยวไปให้ธรรมชาติโอบกอดเราที่สุราษฎร์ธานีกันค่ะ

ทริปนี้เราจะชวนทุกคนหนีไปพักผ่อนกันที่เขาสก จ.สุราษฎร์ธานี จังหวัดที่ใครๆมักจะมีจุดหมายปลายทางอยู่บนเกาะ หรือเขื่อน แต่ทริปนี้เราขอพาทุกคนหนีเที่ยวมานอนพักอิงแอบเขา ปักหมุดทริปนี้ไว้ที่ Our Jungle House แล้วออกเดินทางไปด้วยกันเลยค่ะ

Our Jungle House เป็นบ้านพักที่สร้างอิงแอบอยู่กับใต้ไม้ใหญ่ ด้วยที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีต้นไม้ที่โตตามธรรมชาติกว่า 60ไร่ บวกกับที่นี่มีธารน้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน ทำให้ที่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศเพราะอากาศเย็นตลอดทั้งปี เป็นที่พักที่ทำให้ผู้มาเยือนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากๆแน่นอน

ทริปนี้เรามีสมาชิกหนีเที่ยวทั้งหมด 4 คน เลยเลือกจองบ้านต้นไม้สำหรับ 4 คน เราใช้ “เราเที่ยวด้วยกัน” หารแล้วเหลือคนละ 560 บาท ราคานี้ถือว่าคุ้มมาก

ภายในห้องจะมีเตียงสำหรับ 4 คน (ห้องนี้เหมาะกับการมากับครอบครัวมาก) ห้องน้ำที่มีเครื่องทำน้ำอุ่น และระเบียงบ้านที่สามารถออกไปนอนฟังเสียงน้ำและเสียงป่าได้ด้วย

เราชอบช่วงเวลาตอนเช้ามากค่ะ ตื่นมาได้ยินเสียงนกร้องพร้อมกับเสียงน้ำไหลอยู่ใกล้ๆ หากได้หนังสือดีๆสักเล่ม เช้านี้ของเราก็จะดีมากๆเลยล่ะ

ภายในที่พักมีธารน้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน เราสามารถที่จะเล่นน้ำได้ หรือจะทำกิจกรรมทางน้ำที่ทางที่พักมีบริการก็ได้ ใครมาพักที่นี่อย่าลืมชุดสำหรับเล่นน้ำมาด้วยนะคะ น้ำใสไหลเย็น ฟินมาก

อาหารเช้าของที่นี่จะให้เราสามารถเลือกได้คนละ 1 ชุด จะมีข้าวต้ม หรือชุดอเมริกันเบรกฟาร์ส โดยปริมาณที่ให้มา หากทานหมดก็อิ่มมากทีเดียวเลยค่ะ

หากใครกำลังมองหาที่พักบรรยากาศดี ใกล้ชิดธรรมชาติ มีธารน้ำไหลให้เล่นน้ำ หรือทำกิจกรรมได้ เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ “Our Jungle House” แล้วคุณจะได้พักผ่อนที่อิงแอบอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง

Our Jungle House

183, ตำบล คลองศก อำเภอพนม สุราษฎร์ธานี 84250

Tel : 081 417 0546

FB : https://www.facebook.com/ourjunglehouse/

Web : http://www.khaosokaccommodation.com/

The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม | ให้วันพักผ่อนอยู่ในบ้านของเราเอง

จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถมี vacation time และยกบรรยากาศช่วงซัมเมอร์มาไว้ในบ้านเราเองได้ ที่อื่นทำได้ไหม ไม่แน่ใจ แต่ที่ “The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม” เรามีบ้านที่มีบรรยากาศซัมเมอร์และ vacation time ได้เสมอ

ทริปนี้ลิเดียไม่ได้จะชวนทุกคนหนีเที่ยวไปไหนค่ะ เพราะเราจะพาทุกคนมาดูบ้านที่เราสามารถเปลี่ยนบรรยากาศบ้านให้เป็นช่วงเวลาของซัมเมอร์และ vacation ในบ้านเราเองค่ะ ทริปนี้เราปักหมุดไปชมบ้านกันที่โครงการ The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม

The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม

โครงการบ้านที่มอบความเหนือระดับอย่างโดดเด่น ด้วยงานออกแบบสถาปัตยกรรมสไตล์ Modern Luxury ทำให้ที่นี่เป็น Luxury city pool villa project บนสุดยอดทําเล ของถนนประดิษฐ์มนูธรรม

ความพิเศษของโครงการนี้ คือ มีแค่ 18 หลัง ดังนั้นการได้ครอบครองบ้านในโครงการ The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม ถือเป็นความน่าภาคภูมิใจสูงสุดในตัวเอง ที่นี่คือการใช้ชีวิตใน urban lifestyle ที่เหนือกว่า และความฉลาดในการเลือกสุดยอดทําเลที่ดินในการอยู่อาศัยในระยะยาว

พร้อมความพิถีพิถันเลือกสรรวัสดุทุกชิ้นระดับพรีเมียม สะท้อนความลักชัวรีภายใต้งานออกแบบที่มอบทั้งความพิเศษ กว้างขวาง โดดเด่นและเป็นส่วนตัวในเวลาเดียวกัน นั้นคือเหตุผลว่าทำไมวันนี้เราถึงอยากพาทุกคนมาดูบ้านโครงการนี้กันค่ะ

C Shape Design for pool view embracing and privacy

บ้านที่นี่ได้รับการออกแบบมาในรูป C Shape พร้อมพื้นที่ใช้สอย มากถึง 450 ตารางเมตร และด้วยความที่เป็น C Shape ทําให้ทุกห้องของบ้านโอบล้อมพื้นที่ Terrace และเปิดรับวิวสระว่ายน้ำได้ทุกส่วนของบ้าน และทุกหน้าต่างทุกบานของบ้านด้วยเช่นกัน ในขณะที่อีกฝั่งจะเป็นผนังทึบ ทําให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ผนังหลายจุดใช้เป็นผนังแบบ Double Wall หนา 2 ชั้น เพื่อซ่อนเสาภายในบ้าน ทําให้ดูเรียบร้อยมากขึ้น รวมถึงยังช่วยป้องกันเสียงและความร้อนได้ดีอีกด้วย

A semi-outdoor space, connecting the dining area and private pool

ทางโครงการเน้นการออกแบบที่มอบฟังก์ชันผสานกับความงาม When function meets aesthetic สร้างสรรค์ทุกพื้นที่ด้วยงานออกแบบที่ลงตัว โดยมอบพื้นที่ชั้นล่างให้เป็น Semi – Outdoor Space เชื่อมต่อ Pool Villa ทําให้สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ ส่วนรับประทานอาหารกับสระว่ายน้ำได้อย่างลงตัว

เพียงแค่ก้าวเดียวจากส่วนรับประทานอาหาร เราก็จะได้เจอกับบรรยากาศการพักผ่อนภายในบ้านได้ในทุกวัน ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าและเติมเต็มความรู้สึกมีความสุขได้ตลอดเวลา

เมื่อเข้ามาในบ้าน เราจะได้เจอกับไฮไลท์ของบ้านโครงการนี้คือ การดึงเอาเอกลักษณ์ของการเล่นระดับตัวบ้าน และ Grand Helical Staircase บันไดวนที่สวยงามอย่างมีเอกลักษณ์ทําให้ทุกพื้นที่ของบ้านเชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัวด้วย expansive interconnected space พร้อมมอบ Foyer ภายในตัวบ้านที่สูงโปร่งและกว้างขวาง ทําให้เกิดพื้นที่ใช้สอยร่วมกันทั้งคนในครอบครัวและผู้มาเยือน

พื้นที่ชั้นลอยของบ้าน เป็นพื้นที่ที่กว้างมากเลยค่ะ ส่วนนี้ทางโครงการให้ผู้อยู่อาศัยสามารถที่จะครีเอทสเปซตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้เลย ส่วนบ้านตัวอย่างของที่นี่จะออกแบบให้ชั้นลอยเป็นห้องรับแขกอันแสนกว้างขวาง แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นบาร์

บ้านหลังนี้มาพร้อมกับห้องนอนขนาดใหญ่ถึง 3 ห้องนอน ที่ทุกห้องมีห้องน้ำและ walk-in closet ในตัว

มีมุมที่เราสามารถครีเอทให้เป็นพื้นที่ทำงาน ที่สามารถผ่อนคลายกับวิวสระว่ายน้ำของบ้านจากหน้าต่างของทุกห้องนอน

A terrace with pool view

พื้นที่ด้านนอกออกแบบให้เป็น Terrace เอาไว้นั่งเล่นริมสระน้ำ ใช้วัสดุปูพื้นเป็นไม้ สร้างความรู้สึกอบอุ่น เหมาะแก่การพักผ่อน ให้ความรู้สึกของการเป็นบ้านบรรยากาศ Luxury Resort มากขึ้น พร้อมมีร่มเงาจากโครงสร้างหลังคาบ้านตลอดทั้งวัน

A large private pool for relaxing

Highlights อีกหนึ่งจุดของโครงการคือสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่ภายในบ้านทุกหลัง ซึ่งตัวสระว่ายน้ำมีขนาด 8.5 x 3 m. สามารถว่ายได้จริง พร้อมออกแบบน้ำพุปลายสระ สร้างความเหนือระดับให้มากขึ้น

โดยตัวสระจะยกพื้นสูงขึ้นมา 85 CM ดังนั้นเมื่อมองจากทั้ง Terrace ภายในตัวบ้าน หรือด้านบนของบ้าน จะมองเห็นสระอยู่ระดับเดียวกับสายตา สร้างความรู้สึกถึงการพักผ่อนมากขึ้น

ที่สุดแห่งความสุขที่เราสามารถมี Vacation time ได้แบบไม่จำกัดในบ้านของเราเอง ที่นี่ตอบโจทย์ชีวิตที่ต้องการ work life balance เพียงแค่ก้าวเดียวจากตัวบ้าน เราสามารถพักผ่อนในสไตล์ Pool Villa ได้อย่างเต็มที่เฉกเช่นการพักผ่อนในบรรยากาศ Luxury Resort

“The Best of Perfect Pool Villa Lifestyle” ที่สุดของการอยู่อาศัยในไลฟ์สไตล์พูลวิลล่า ที่มอบ
ความ “สบาย” ในทุกด้าน ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตอย่างครบครัน ทั้งพื้นที่ภายในบ้านที่กว้างขวาง เติมเต็มความสุขของการอยู่อาศัยในทุกตารางนิ้ว พร้อมทั้งพื้นที่นอกบ้าน ที่เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการคมนาคมหลากหลายเส้นทาง เข้าออกเมืองอย่างสะดวกรวดเร็ว ใกล้แหล่งแฮงก์เอ้าต์อย่างทองหล่อ เอกมัย ในเวลาไม่ถึง 10 นาที และรายล้อมไปด้วยแหล่งอํานวยความสะดวกทุกด้านทั้ง Central East Ville, CDC รวมถึงสถานศึกษาและโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย

สำหรับใครที่ต้องการลงทุนกับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ต้องการซื้อความสุขและลงทุนด้วยการซื้อเวลาให้ตัวเอง ที่โครงการ The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม เป็นทุกอย่างของการได้มี urban lifestyle ที่เหนือกว่า

นัดหมายเพื่อเข้าชมโครงการ ติดต่อ 02-8215442 หรือลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ คลิก https://bit.ly/3x1It1N

The Glamor pool villa residences ประดิษฐ์มนูธรรม

Address : ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซอย 8 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

Tel : +(66) 63 265 4914

Web : https://www.theglamor-poolvillaresidences.com/

Facebookhttps://www.facebook.com/theglamorbangkok