U Jomtien Pattaya | ความสุขที่เราเลือกเอง

เก็บกระเป๋าไปนอนพัทยากันดีกว่าาาาาา

หลายคนที่ติดตามบันทึกนักหนีเที่ยวมาตลอด น่าจะขมวดคิ้ว แล้วสงสัยว่าลิเดียอารมณ์ไหนถึงชวนไปเที่ยวพัทยา เพราะจริงๆลิเดียเป็นมนุษย์ที่ไม่ค่อยชอบแสงสี ชอบความสงบ

ทริปนี้เราจะชวนทุกคนหนีไปนอนพัทยาส่วนที่สงบกัน เพราะเรามีจุดหมายปลายทางอยู่ที่โรงแรม U Jomtien Pattaya ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหาดจอมเทียนอันแสนสงบ

U Jomtien Pattaya

โรงแรม ยู จอมเทียน พัทยา โรงแรมหรู 4 ดาว ในเครือ U Hotel & Resort ที่ถือเป็นโรงแรมน้องใหม่ เพราะพึ่งฉลองครบรอบ 1 ปีไปเมื่อไม่นานมานี่เอง โรงแรม ยู จอมเทียน พัทยา ภายในโรงแรมและห้องพักได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างสวยงาม ทันสมัย ในแบบคอนเทมโพรารีอาร์ต ให้อารมณ์น้อยแต่มาก เรียบแต่หรูตามแบบฉบับโรงแรมเครือยู ที่สำคัญราคาห้องพักของ ยู จอมเทียน พัทยา ถือว่าเป็นราคากำลังน่ารัก ประมาณ 2000 +- (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เราจะเข้าพักด้วยนะคะ)

Location

โรงแรมยู จอมเทียน พัทยา ตั้งอยู่บนถนนจอมเทียนสายหนึ่ง ซึ่งติดหาดจอมเทียนเลยย แค่มีถนนมากั้นกลาง ซึ่งรอบๆโรงแรมก็เต็มไปด้วยร้านอาหารอร่อย มีร้านสะดวกซื้ออยู่ไม่ไกล สามารถเดินไปได้ หรือจะปั่นจักรยานของโรงแรมไปก็ได้นะคะ

Lobby

มาถึงเราก็มาเช็คอินกันที่ล็อบบี้ก่อนเลย ตัวล็อบบี้ตกแต่งแบบสบายๆ และในบริเวณเดียวกันนั้นล็อบบี้ก็เป็น The Library ห้องสมุดสำหรับพักผ่อน มีหนังสือที่ให้บริการยืมอ่านฟรีด้วยนะ

บริการอันเป็นเอกลักษณ์ของ U Hotels & Resorts บริการที่ยืนยันว่าความสุขนั้นเราเป็นคนเลือกเอง

โรงแรมในเครือยูทั้งหมดจะมีบริการที่ผู้เข้าพักแบบเราสามารถเลือกทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง กำหนดความสุขของเราเองได้เมื่อเข้าพักที่นี่

  • 24 Hour Use of Room ให้เราได้ใช้ห้องได้อย่างคุ้มค่า เช็คอินเวลาใด ก็สามารถเช็คเอาท์ก็ได้ ณ เวลาเดียวกันในวันเช็คเอาท์

บริการนี้เราชอบมากกกกก คือโดยปกติแล้วนั้น เวลาที่เราเข้าพักที่โรงแรมเราแทบจะไม่ได้ใช้ห้องครบ 24 ชม. หรอกค่ะ แต่ที่นี่ให้เราสามารถใช้ห้องพักได้ 24 ชม. หมายความว่าหากเราเช็คอินตอนบ่าย 3 เราก็สามารถเช็คเอ้าท์ได้ตอนบ่าย 3 เช่นกัน

  • U Choose Programme เราสามารถเลือกกลิ่นสบู่ที่เราชอบเองได้

เมื่อเราเช็คอินพนักงานจะให้เราเลือกกลิ่นสบู่ที่ชอบ จะมีกลิ่น Lemongrass / Bamboo / Wild Orchid /Jasmine ส่วนเรานั้นเลือก Jasmine ถึงแม้ว่าบริการนี้จะเป็นอะไรที่เล็กน้อย แต่สำหรับเราๆมองว่านี่คือความใส่ใจที่โรงแรมมอบให้เรา

  • Welcome drink from minibar ที่ยูจะไม่เสิร์ฟเครื่องดื่มต้อนรับ เพราะยูจะให้เราเป็นคนเลือกเครื่องดื่มที่ชื่นชอบได้ด้วยตนเองจากมินิบาร์ในห้องพัก (1 อย่าง ต่อท่าน ต่อการเข้าพัก)

อันนี้เรามองว่าบริการที่น่ารักมาก ที่ให้ลูกค้าได้เลือก welcome drink ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเราสามารถเลือกได้ทุกอย่างในมินิบาร์รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ เชื่อว่าบริการนี้ถูกใจใครหลายคนแน่นอน


ห้องพัก U Jomtien Pattaya

โรงแรม ยู จอมเทียน พัทยา ให้บริการห้องพักและห้องสวีท 64 ห้อง โดยแบ่งเป็น ห้องซูพีเรียซีวิว, ห้องดีลักซ์ ,ห้องดีลักซ์ ซีวิว ,ห้องดีลักซ์ พาโนรามิค ซีวิว, ห้องสูท ซีวิว, ห้องแฟมิลี่

คือมีครบทุกความต้องการเลยล่ะ แต่ทริปนี้ลิเดียไปเก็บภาพมาให้ดูทั้งหมด 4 ห้อง คือ ซูพีเรีย, ดีลักซ์, ดีลักษ์ซีวิว, ห้องสูท ซีวิว

Superior Seaview Room

ห้องซูพีเรีย ทุกห้องเป็นเตียงคู่ มีระเบียงสำหรับชมวิว ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เครื่องปรับอากาศ ห้องน้ำขนาดใหญ่ เรนชาวเวอร์ เสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าใส่เดินภายในห้องพัก โทรทัศน์ ช่องสัญญาณดาวเทียม โทรศัพท์ภายในห้องพัก มินิบาร์ ตู้เซฟภายในห้องพัก ไดร์เป่าผม โต๊ะทำงาน สัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สาย และเครื่องทำชากาแฟภายในห้องพัก

ห้องซูพีเรีย เป็นห้องขนาดเริ่มต้นของ ยู จอมเทียน พัทยา ห้องขนาด 27 ตร.ม. ซึ่งเราว่าห้องนี้เหมาะกับใครที่มาคนเดียวหรือสองคนแบบที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ในห้องมาก เราว่าแค่ซูพีเรียก็โอเคนะ อีกอย่างห้องซูพีเรียเนี่ยวิวสวยมากเลยทีเดียวนะคะ ต้องขออภัยเราถ่ายรูปมาไม่สวยเท่าที่ควร แค่ขอยืนยันว่าวิวดีงามมมม

เรทราคาห้องอยู่ที่ 1861 บาท / คืน (ราคามีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับช่วงที่จะเข้าพัก)

Deluxe Room

ห้องดีลักซ์ ห้องพักขนาดใหญ่ มีทั้งแบบเตียงคู่และเตียงใหญ่ให้เลือก ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เครื่องปรับอากาศ ห้องน้ำขนาดใหญ่ เรนชาวเวอร์ เสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าใส่เดินภายในห้องพัก โทรทัศน์ ช่องสัญญาณดาวเทียม โทรศัพท์ภายในห้องพัก มินิบาร์ ตู้เซฟภายในห้องพัก ไดร์เป่าผม โต๊ะทำงาน สัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สาย และเครื่องทำชากาแฟภายในห้องพัก

ห้องดีลักซ์ ห้องขนาด 35 – 38 ตร.ม. เป็นห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะเลยทีเดียวค่ะ เหมาะกับแขกทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่รัก หรือ คนเดียว ซึ่งด้านในห้องจะมีการแยกส่วนต่างๆออกเป็นสัดส่วน ถือว่าเป็นห้องที่คุ้มค่ากับราคาเลยทีเดียว

เรทราคาห้องอยู่ที่ 2061 บาท / คืน (ราคามีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับช่วงที่จะเข้าพัก)

Suite Seaview

ห้องสูท ห้องพักขนาดใหญ่ ห้องนอนทุกห้องเป็นเตียงใหญ่ขนาดคิงไซส์ นอกจากห้องนอน ภายในห้องสวีทมีพื้นที่นั่งเล่น ครัวขนาดเล็กแยกเเป็นสัดส่วน และระเบียงขนาดใหญ่พร้อมชุดโซฟาชมวิว ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เครื่องปรับอากาศ ห้องน้ำขนาดใหญ่ เรนชาวเวอร์ เสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าใส่เดินภายในห้องพัก โทรทัศน์ ช่องสัญญาณดาวเทียม โทรศัพท์ภายในห้องพัก มินิบาร์ ตู้เซฟภายในห้องพัก ไดร์เป่าผม โต๊ะทำงาน สัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สาย และเครื่องทำชากาแฟภายในห้องพัก

ห้องสูท ห้องขนาด 54 ตร.ม. เราว่าห้องนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีลูกตัวน้อยมาด้วย เพราะพื้นที่เยอะพอสมควรเลยค่ะ หรือใครที่ชอบห้องใหญ่ๆๆ แยกสัดส่วนชัดเจน เราแนะนำเลยค่ะ

เรทราคาห้องอยู่ที่ 3258 บาท / คืน (ราคามีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับช่วงที่จะเข้าพัก)

Deluxe Seaview 

ดีลักซ์ ซีวิว คือห้องที่เราพักในทริปนี้ค่ะ เราได้ห้อง 510 เป็นห้องที่อยู่ชั้น 5 ริมสุดเลย ซึ่งห้องนี้จะแตกต่างจากห้องดีลักซ์ธรรมดานิดนึง เพราะเตียงจะเน้นหันออกไปยังทะเล จะได้เห็นวิวทะเลสมกับชื่อของห้อง

ตอนที่ไปพักเราไม่ได้ถ่ายรูปวิวทะเลจากห้องตอนกลางวันมาเลย เพราะแดดแรงมาก แต่วิวตอนเช้าจากห้องคือสวยมากกกกกกก

ตัวห้องของดีลักซ์ ซีวิว คือเข้ามาแล้วเราจะเจอกับอ่างล่างหน้า และห้องน้ำ ส่วนตัวลิเดียชอบอ่างล่างหน้าที่นี่ กระจกบานใหญ่เต็มตาดี ส่วนชักโครกคือสามารถนั่งปลดทุกข์ไปดูวิวทะเลไปด้วยได้นะเออ

ส่วนอุปกรณ์หน้ากระจกก็มีให้ครบตามมาตรฐานโรงแรม แต่หากใครต้องการแปรงสีฟัน หวี หรืออะไรที่ห้ากระจกไม่ได้มีตั้งไว้ ก็สามารถของจาก Reception ได้เลยค่ะ และที่สำคัญคือมีไดร์เป่าผมด้วยนะคะ

อีกอย่างที่เราชอบคือเสื้อคลุมอาบน้ำ ซึ่งใช้สบาย สีสวย จัดว่าดีงาม

ถัดมาจะเป็นห้องอาบน้ำ ซึ่งห้องของเราทางโรงแรมแจ้งว่าเนื่องจากเป็นคู่รักมาพัก เลยเลือกห้องดีลักซ์ ซีวิว ที่มีห้องอาบน้ำ sexy bathroom ถ้าใครไม่โอเคกับห้องน้ำวาบหวิวก็สามารถแจ้งทางโรงแรมได้นะคะ เพราะทางโรงแรมมีห้องที่มีฉากกั้นด้วยค่ะ

ซึ่งถัดจากห้องอาบน้ำก็จะเป็นเตียงนอนที่หันออกทะเล

เมื่อเจอเตียงนอนแล้ว ด้านข้างจะมีโต๊ะทำงาน ตู้เย็น และทีวีอยู่ทางด้านขวา

มาดูส่วนของมินิบาร์ ที่เราสามารถใช้สิทธิ์ welcome drink เลือกเครื่องดื่มได้คนละ 1 อย่างฟรี ส่วนกาแฟและชาที่จัดไว้สำหรับใครที่อยากทานกาแฟแบบพรีเมี่ยม เขาก็มีเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลไว้ให้ด้วยนะคะ ตามมาด้วยชา Dilmah เอาเป็นว่าสามารถเพิ่มความสุนทรีให้กับผู้เข้าพักแบบเราได้มากทีเดียว

ตอนเย็น Turndown ก็จะมีน้ำผลไม้มาให้ในตู้เย็นให้เราได้ทานก่อนนอนกันอีกด้วยนะ น่ารักกกก ใส่ใจกันสุดๆๆ

เราชอบที่นี่นะนอนสบาย วิวสวย ทุกอย่างคือดีย์ งามมมม


ฟิตเนสเซ็นเตอร์

ห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์ทันสมัย ตั้งบนชั้นดาดฟ้า ใกล้กับสระว่ายน้ำ เปิด 24 ชม. ใครเป็นสายออกกำลังลิเดียว่าชอบแน่นอนค่ะ แม้อุปกรณ์ไม่ได้เยอะมาก แต่ก็ถือว่าเพียงพอเลยนะ

Rooftop infinity pool

สระว่ายน้ำในแบบ Infinity pool  เลียบขนานกับขอบฟ้า เหนือวิวหาดจอมเทียน บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ให้ความรู้สึกเหมือนแหวกว่ายอยู่เหนือท้องทะเล ให้ความรู้สึกอิสระและผ่อนคลาย สระว่ายน้ำคือพระเอกของยู จอมเทียน พัทยาก็ว่าได้ แม้ขนาดจะไม่ได้ใหญ่มาก วิวนี่ชนะเลิศมาก และยังมีบ่อจากุชชี่ให้เราได้แช่อีกด้วย แถมยังมีบาร์ให้เราได้สั่งเครื่องดื่มมาจิบเคล้าวิวอีกด้วยนะ ดีย์มากกกกกกกกกกกกกก

ซึ่ง Rooftop infinity pool เนี่ยยยย สวยทุกที่ทุกเวลาเลยนะ ไม่ว่าจะเช้า สาย บาย เย็น ลิเดียลองมาแล้วทุกเวลายืนยันว่าดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกก

ช่วงเช้า : สระว่ายน้ำช่วงเช้าเป็นช่วงที่ลิเดียชอบที่สุด เพราะบรรยากาศสงบ เงียบ (เพราะแทบจะไม่มีคนเลย) เป็นช่วงที่สีน้ำทะเลกำลังสีฟ้า เป็นวิวที่สวยไม่แพ้ทะเลที่ไหนเลยจริงๆ

ช่วงบ่าย : เอาจริงเป็นช่วงที่ร้อนมากกก แต่มันให้อารมณ์สงบแบบไม่มีคนเช่นกันนะ ยังค่ะ ยังไม่พอ เพราะทางบาร์มีเมนูพิเศษ 1 แถม 1 อีกด้วย ใครไปเป็นคู่คุ้มเลยนะ โดยจัดเป็น 2 ช่วงเวลานะคะ เริ่มตั้งแต่ 11.00 -16.00 น. แล้วอีกช่วงคือ 20.00 – 23.00 น.

ช่วงเย็น : ถือว่าเป็นช่วง Popular เลย เพราะบน Rooftop infinity pool เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยมากกกกกกกกกกกก ให้ความโรแมนติกที่สุด แนะนำว่ามาพักที่ยู จอมเทียน พัทยา แล้วต้องไม่พลาดที่จะขึ้นมาดูพระอาทิตย์ตกลงทะเลที่นี่นะคะ

เราสั่งมอกซ์เทลมาจิบพร้อมดูวิวไปด้วยยยยย อิอิ


ห้องอาหาร SALT

ลิ้มรสอาหารทะเลสดจากท้องทะเล อาหารไทยรสเด็ด และอาหารนานาชาติ หลากหลายเมนูปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพ นำเสนอในรูปแบบทันสมัย พร้อมเสิร์ฟตลอดวัน ตั้งแต่มื้อเช้าจนถึงมื้อค่ำ ในบรรยากาศสุดโรแมนติก ริมชายทะเล

ห้องอาหารแห่งนี้ออกแบบมาให้อารมณ์เหมือนเรือนกระจก ด้วยการตกแต่งเน้นใช้โทนสีฟ้า ทำให้ดูสบายตา จุดรวมสายตาอยู่ที่วิวทะเล ที่เราจะสามารถนั่งมองทะเลได้ทั้งวัน

ก่อนจะพาไปชิมอาหาร จากจะบอกว่าห้องอาหาร Salt เป็นสถานที่ๆถ่ายรูปสวยมากกกกกก สวยทุกเวลา !!! ใครมาพักที่นี่อยากจะบอกว่า ถ้าไม่ไปไหนแบบเรา ใช้ชีวิตในโรงแรมก็ฝากท้องไว้ที่นี่ได้ทุกมื้อเลยนะ บรรยากาศดี อาหารอร่อย !

บรรยากาศตอนกลางวัน : ห้องอาหาร SALT เป็นห้องอาหารที่สวยทุกเวลาจริงๆ เรากล้ายืนยัน เพราะไม่ว่าจะมาเวลาไหนก็สวย บรรยากาศตอนกลางวันก็ให้อารมณ์ชิลๆ สบายๆ เราชอบนะ

บรรยากาศตอนเย็น : ช่วงเย็นเป็นช่วงที่ถ่ายรูปออกมาสวยมาก ยิ่งใครมาหลังพระอาทิตย์ตกไม่นาน จะได้อารมณ์ของแสงทไวไลซ์ ดียยยยย์ แนะนำว่าให้จองโต้ะริมกระจกเอาไว้เลย ทานข้าวท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ โรแมนติกสุดๆๆ

SALT แปลว่า เกลือ ซึ่งหมายถึงการที่เลือกใช้เกลือ 5 ชนิดชื่อดัง มาทำเป็น Signature Dish ของที่นี่ ซึ่งเมื่อเราสั่งอาหารมาทานพนักงานก็จะนำเกลือมาเสิร์ฟให้ด้วย โดยเกลือแต่ละชนิดจะต่างที่มา ความเค็มและรสชาติก็ต่างกัน แนะนำว่าให้ลงเอาไปโรยบนเมนูต่างๆดูมันทำให้เราได้รสชาติที่อร่อยไม่ซ้ำกันเลยนะ

เกลือทั้งหมดได้แก่

  • Homemade Jalapeno-Lime Tequi la Salt
  • Homemade Spicy Chilli Salt
  • Himalayan Salt
  • Hawaiian Salt
  • เกลืออีกหนึ่งชนิดคือ เกลือศรีราชาที่อยู่ในเมนูของเราแล้ว

มาดูเมนูอาหารที่เราได้ลิ้มลองในมื้อค่ำกันดีกว่าค่ะ

  • ปลากระพงเผา (แบบทั้งตัว) เมนูนี้คือ Signature Dish เมนูนี้มาพร้อมกับผักนึ่ง และ เฟรนฟรายด์ คือ เมนูนี้ดีงามมากเลยนะ เนื้อปลาหวาน โรยเกลือนิดๆ แล้วจิ้ม น้ำจิ้มซีฟู้ด สุดๆๆไปเลยจ้าาา
  • ข้าวอบสับปะรดศรีราชา เสิร์ฟพร้อมกุนเชียงหมู หมูหยอง ผงกระหรี่ และสะเต๊ะไก่ คือ อยากจะบอกว่าเมนูนี้ดีงามมมม อร่อยยยย ทุกอย่างลงตัว
  • ทาร์ตฟล็องเบ เบคอนหัวหอม และบรีชีสสไตล์ฝรั่งเศส ส่วนเมนูนี้ก็อร่อยมากเช่นกันนน อยากจะกินให้หมดถาด แต่กลัวชุดที่ใส่อยู่จะปริ !
  • ยำวุ้นเส้นทะเล เมนูนี้แซ่บบบบ อร่อยยย ทะเลมาแบบแน่นๆจาน

ยังค่ะ ยังไม่หมด เพราะยังมีเมนู Fruit Berry และ อีกเมนูที่เป็นแอปเปิ้ล แต่เราจำชื่อไม่ได้ ซึ่งคือม็อกเทลที่เป็น Signature ของที่นี่ อร่อยยยย เปรี้ยวว ซ่าาา ชอบบบบบ

และขอสรุปเลยว่า Dinner ที่ห้องอาหาร SALT เป็นอะไรที่ดีงามมากกก อาหารอร่อย บรรยากาศโรแมนติก ทุกอย่างคือลงตัววว


Breakfast whenever wherever

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของโรงแรมยู นั้นก็คือการให้บริการอาหารเช้าที่ลูกค้าสามารถเลือกที่จะรับประทานได้ทุกเวลา ตั้งแต่ 6.30 – 22:00 น. ทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น ที่ห้องพัก ริมสระว่ายน้ำ หรือห้องอาหาร ( 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ นะจ้ะ)

ขอออกตัวเลยว่า เราชอบบริการนี้มากกกกกกกกกกกกกกกก เพราะหลายๆครั้งเราต้องรีบตื่นเพื่อมาทานอาหารเช้าให้ทัน แต่ที่ ยู จอมเทียน พัทยา ไม่จำเป็นค่ะ เพราะถ้าไม่ตื่นมาทานที่ห้องอาหาร ก็สามารถจะสั่งไปทานที่ห้อง หรือ จะสั่งไปทานที่ Rooftop infinity pool ก็ได้ ตามใจเราได้เลย

อาหารเช้าที่ห้องอาหาร SALT

ห้องอาหาร SALT คือเป็นสถานที่ๆเราจะฝากท้องไว้ได้ทุกมื้อจริงๆ โดยอาหารเช้าจะเริ่มตั้งแต่ 6.30 -11.00 น. และที่สำคัญบรรยากาศตอนเช้าสวยอีกแล้ววว

ลิเดียพุ่งตัวไปจองโต้ะ ริมหน้าต่างเลยค่า

ใครที่เป็นสายตื่นเช้าอยู่แล้ว แนะนำว่าลงมาทานอาหารที่ห้องอาหารเลยก็ได้ เพราะมีไลน์อาหารให้เราเลือกเยอะมากกกกกกกกกกก มีครบ ตั้งแต่ไข่ต่างๆ ไส้กรอก เบคอน ข้าวต้มกุ๊ย ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง สลัด เครื่องดื่ม คือครบบบบบบบบบ (ลิเดียถ่ายไลน์อาหารมาไม่ครบนะคะ เพราะเกรงใจแขกที่ตักอาหารอยู่จ้า)

หนึ่งเมนูที่อยากแนะนำ ก็คือเครื่องดื่ม Vitamin Booster เป็นเครื่องดื่ม Detox สายสุขภาพต้องชอบบ อร่อยยย ดีต่อร่างกายด้วย

อาหารเช้าที่ยู จอมเทียน เยอะมากก อร่อยด้วย ที่สำคัญวิวห้องอาหารดีต่อใจสุดๆๆเลย

อาหารเช้าที่ Rooftop infinity pool

บริการ Breakfast whenever wherever ยังให้เราได้สั่งอาหารมาทานริมสระว่ายน้ำอีกด้วยนะคะ โดยจะมีเมนูให้เราเลือกทั้งหมด 3 เมนู (เมนูอยู่ในห้องนอนนะคะ) แล้วก็โทรสั่งได้เลย ว่าอยากได้เมนูไหน ทานที่ไหน รอไม่นานก็จะมีพนักงานเอามื้อเช้ามาเสิร์ฟให้เราค่ะ

ใครที่กลัวว่าสั่งอาหารเช้าแบบนี้มา จะได้น้อยแบบกระจุ๋มกระจิ๋ม บอกเลยว่าไม่จ้าาา ที่ยู ให้มาแบบจัดเต็มมากกกก คือใครกินหมดที่เขาจัดมาลิเดียว่าอิ่มยันเย็นแน่นอน

อาหารเช้าบนเตียงนอน

จริงๆๆเนี่ยย บริการ Breakfast whenever wherever เราว่าเหมาะสุดเลยกับสายไม่อยากตื่น ไม่อยากออกจากห้อง อยากแช่ตัวเองอยู่บนเตียง แต่มันหิวววว ใครเป็นสายนี้สั่งมาเลยค่ะ สั่งมาทานที่ห้องเวลาไหนก็ได้ จะสั่งมาทานก่อนจะเช็คเอ้าท์ก็ได้นะ อิ่มๆก่อนจะกลับ

อ่อแล้วก็ไม่จำเป็นนะคะ ว่าเข้าพัก 2 คนจะต้องสั่งอาหารเช้า 2 ชุดพร้อมกันเลย ใครหิวตอนไหนก็สั่งก่อนได้เลย ส่วนอีกคนค่อยสั่งก็ได้ค่ะ เพราะลิเดียก็ทำ เราหิวแต่แฟนจะอาบน้ำ เราก็สั่งมากินสวยๆของเราไปค่ะ อิอิ


Cafe Bar

ก่อนที่จะไปพักที่ ยู จอมเทียน พัทยา ลิเดียเข้าไปส่องไอจีทางโรมแรมมา เลยได้รู้ว่าตอนนี้ทางโรงแรมเปิดคาเฟ่ด้วยยย สายคาเฟ่แบบเราคือ กรีดร้องงงงงงงงง ตื่นเต้นมาากกก

cafe bar อยู่ในห้องอาหาร SALT ซึ่งในช่วงเช้าที่นี่ก็คือโซนที่เรามาทานอาหารเช้า แต่ช่วงบ่ายที่นี่ปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นบาร์แสนชิล ที่ให้เราได้จิบกาแฟดีๆ พร้อมมองวิวทะเล เหมาะกับการเอางานมาทำด้วยนะ

แม้ว่า Cafe Bar จะมีเมนูไม่ได้เยอะ แต่สำหรับคอกาแฟ ที่นี่กาแฟดีงามเลยนะคะ มีเมล็ดกาแฟให้เราเลือกถึง 2 สัญชาติ นั่นก็คือ เมล็ดกาแฟจากเคนย่า และ เมล็ดกาแฟจากอินโดนีเซีย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่จริงจังกับกาแฟ

ส่วนเรานั้นลองเมนูกาแฟจากอินโดนีเซียที่สกัดเย็น แล้วตัวน้ำแข็งทำมาจากน้ำมะพร้าว รสชาติอร่อยยยยย มากกกกกกกกกกกกก คือถ้าพูดกันตรงๆต้องบอกว่าเป็นกาแฟมะพร้าวอร่อยสุดเท่าที่เราเคยลองมาเลยนะ

ส่วนใครไม่ทานกาแฟ เราแนะนำโกโก้มีวิปครีมและมาชเมลโล่เป็นท็อปปิ้ง อร่อยมากกกก


U Jomtien Pattaya สำหรับลิเดียนั้นคือ ประทับใจมากกกกกกกกก เป็นโรงแรมที่เราสามารถเลือกทุกความสุขได้ด้วยตัวเราอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเช็คอิน – เช็คเอ้าท์ อาหารเช้า หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆอย่างกลิ่นสบู่

เราว่าใครที่มองหาจุดหมายปลายทางที่อยากพักผ่อน พักเหนื่อย ราคาไม่แพง แถมไม่ไกลจากกรุงเทพ เราว่า U Jomtien Pattaya เป็นอีกตัวเลือกที่ดีมากทีเดียวค่ะ เราแน่ใจว่าถ้าคุณมาพักที่นี่ คุณจะรู้ว่าความสุขที่เราเป็นคนเลือกนั้นดียังไง

U Jomtien Pattaya

สถานที่ตั้ง : ถนนจอมเทียน ซอย 1

ที่อยู่โรงแรม : 101 หมู่ 1 นาจอมเทียน สัตหีบ ชลบุรี 20250

โทร : 033 128 028

Facebook : https://www.facebook.com/UJomtienPattaya/

Web : https://www.uhotelsresorts.com/ujomtien/

IG : @ujomtien

White Plate X Dean & Deluca | ทุ่งหญ้า ป่าเขา และ คาเฟ่

“ลมหนาวมาแล้ววววว ไปเขาใหญ่กันมั้ยคะ”

ทริปนี้เราอยากจะชวนทุกคนออกเดินทางไปเขาใหญ่กันค่ะ

ทริปนี้เราอยากไปเขาใหญ่ เพราะอยากให้อากาศเย็นๆสัมผัสผิว พร้อมกินอาหารอร่อยๆ มองวิวสวยๆ

โอ้ยยยย แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ววววว

ทริปนี้เรามีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ เขาใหญ่ เพราะจะมีที่ไหนตอบโจทย์คนเวลาน้อย แต่อยากสัมผัสอากาศหนาว และได้กินอาหารอร่อยไปกว่าที่นี่อีก

จริงๆคาเฟ่หรือร้านอาหารในเขาใหญ่มีเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก แต่ทริปนี้เราเลือกที่จะไปร้าน White Plate และ ร้าน Dean & Deluca ซึ่งทั้ง 2 ร้านอยู่ในพื้นที่เดียวกัน นั่นคืออยู่ในโครงการอากาศ วิลล่า เขาใหญ่

ท้าวความกันหน่อยว่า White Plate และ Dean & Deluca คือคาเฟ่อะไร ทำไมทำให้เราขับรถมาถึงเขาใหญ่

White Plate คือร้านอาหารอร่อยจาก ICON SIAM  ซึ่งบอกเลยว่าเขาคือร้านอาหารพรีเมี่ยม

Dean & Deluca คือ แบรนด์กาแฟและเครื่องดื่ม พรีเมี่ยมสัญชาติอเมริกา ที่บอกได้เลยว่าดีงาม

ซึ่งที่เขาใหญ่เนี่ยทั้งสองร้านนี้เขาจับมือกันแล้วเปิดเป็นร้านแบบ Pop Up ที่จะเปิดให้เราได้ไปลิ้มลองความอร่อย เคล้าบรรยากาศทุ่งหญ้า ป่าเขา แบบฉบับเขาใหญ่ เฉพาะ วันศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ เท่านั้น

เมื่อมาถึงโครงการอากาศ วิลล่า เขาใหญ่ เราก็ขับรถเข้ามาในโครงการมองหาป้ายร้านอาหารเอาไว้ เมื่อมาถึงแล้วเราจะได้เจอกับ food truck รถที่บรรจุความอร่อยเอาไว้

ภายในร้านขนาดไม่เล็ก ไม่ใหญ่ แต่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับบริการลูกค้า และบริเวณที่นั่งภายในร้านก็จะจัดเป็นแบบ Outdoor ให้อารมณ์แคมป์ เหมือนเราได้นั่งท่ามกลางทุ่งหญ้าป่าเขา และทำให้เราได้นั่งรับอากาศดีๆของเขาใหญ่ได้เต็มปอด

ที่นี่เป็นการจับมือระหว่าง White Plate และ Dean & Deluca แน่นอนว่าต้องมีอาหารอร่อยๆ และเครื่องดื่มดีๆ

เราสั่งอาหารก่อนเลยค่ะ จัดทุกอย่างที่เป็น Signature ของ White Plate

  • Truffle French Fries : เฟรนฟรายที่มาพร้อมกับ Truffle เพิ่มความพรีเมี่ยมให้เฟรนฟราย และที่สำคัญอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกก ใครไปแนะนำ
  • Burger Bun (ฺBeef) : เบอร์เกอร์ที่เนื้อโคตรอร่อยเลยยยยย ใครชอบเบอร์เกอร์ต้องไม่พลาดเลยนะ
  • Spaghetti Beef Bolognese, parmesan : สปาเก็ตตี้อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกก
  • Pressed Panini Grilled Spinach & Cheese : เมนูนี้เราชอบมากกกกกกกกก อร่อย ผักโขมกับชีส เข้ากันดีงามมากกกกกกกกก

ส่วนเครื่องดื่มนั้นเราขอสั่งเป็นแบบสดชื่นๆแล้วกัน (เพราะเราไปตอนเย็นแล้ว กาแฟไม่ไหวแล้ว กลัวไม่ได้นอน 5555 )

  • New York Lemon soda : รสชาติเปรี้ยวๆ สดชื่น ดีงามมมมม
  • New York Strawberry soda : รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ เราชอบบบมากกก
  • Ice Kuromitsu Jelly Milk Tea : ชานมหอมๆที่มาพร้อมบุกอร่อยๆๆ

กินอิ่มแล้ว ก็ใช้เวลาเกลือกกลิ้ง ถ่ายรูปเล่นกันดีกว่าาาาา

บรรยากาศในร้านดีมากกก เราไปช่วงเย็นวันอาทิตย์คนไม่เยอะมาก บรรยากาศเย็นๆ ที่มีแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าจากหลังภูเขา

โรแมนติกกกกกกกกกกกกกกกก

จริงๆที่โครงการอากาศ วิลล่า เขาใหญ่ คือไม่ได้เป็นแค่ที่ตั้งของร้านอาหารอร่อยอย่าง White Plate หรือ คาเฟ่ดีๆอย่าง Dean & Deluca เท่านั้นนะคะ

โครงการอากาศ วิลล่า เขาใหญ่ เป็นคอนโดมิเนียม 2 ชั้น สไตล์วิลล่าส่วนตัว สุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียง23 ยูนิต พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โอบล้อมด้วยธรรมชาติกับวิวพาโนรามาทุกยูนิต เต็มตากับเนินเขาสลับซับซ้อน ในป่าผืนใหญ่ที่มอบอภิสิทธิ์แห่งอากาศบริสุทธิ์ให้ได้สูดหายใจเต็มปอด

คือออออ ลิเดียขอยืนยันและนอนยันเรื่องบรรยากาศที่ดีงาม บรรยากาศดีมากกก มีทุ่งหญ้า ป่าเขา วิวแบบคุณค่าที่เราคู่ควรแต่การพักผ่อนที่สุดเลยยยย

เสียดายเรามัวแต่ตื่นเต้นกับวิวและอาหารอยู่เลยลืมไปถ่ายรูปห้องตัวอย่างมาฝากเลย (เห็นแก่กินมากแม่ !!)

ส่วนใครสนใจสามารถติดต่อได้ที่ 0917423636

Facebook : https://www.facebook.com/AkasVillaKhaoyai/

Web : www.akaskhaoyai.com

ส่วนใครที่อยากจะมาทานอาหารอร่อย ในบรรยากาศชิวๆแบบ White Plate และ Dean & Deluca ร้านเปิด ศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่ 9.00 – 18.00 น. ส่วนเส้นทางแนะนำว่า Google Map เลยจ้า หาไม่ยากค่ะ

ใครไปเขาใหญ่ลิเดียแนะนำว่าควรไปมากกกกกกกกกก

SAGANO ROMANTIC TRAIN | รถไฟสายโรแมนติกที่เกียวโต

ปลายปีแล้วลมหนาวกำลังมา คิดว่าใครหลายคนเตรียมเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปญี่ปุ่นกันแล้ว

เพราะหากให้ถามว่าประเทศไหนเหมาะที่ไปดูใบไม้เปลี่ยนสีมากสุด หนึ่งในคำตอบคงไม่พ้น “ญี่ปุ่น” แน่นอน ทริปนี้เราเลยจะมาบอกเล่าวิธีการจองตั๋วรถไฟสายโรแมนติกมาฝาก สำหรับคนที่กำลังวางแผนจะไปที่เกียวโต ประเทศญี่ปุ่นกัน

เกียวโตเป็นหนึ่งในเมืองยอดฮิตที่เหมาะมากแก่การไปดูใบไม้เปลี่ยนสี และจะดูใบไม้เปลี่ยนสีให้ดีก็ควรได้ดูผ่านเส้นทางโรแมนติกด้วย

หากจะไปเกียวโตเพื่อจะไปดูใบไม้เปลี่ยนสี เราแนะนำว่าควรไปดูผ่านเส้นทาง “รถไฟสายโรแมนติก” หรือ Sagano Romantic Train

ก่อนจะออกเดินทางเรามาทำความรู้จักกับรถไฟ Sagano Romantic Train กันก่อนค่ะ

  •  Sagano Romantic Train คือ รถไฟท่องเที่ยวสายพิเศษซึ่งมีเส้นทางแยกออกจากสายรถไฟปกติ
  • มีทั้งหมด 4 สถานี ได้แก่  Saga torokko station / Arashiyama torokko station / Hozukyo torokko station / Kameoka Torokko Station
  •  ราคา ผู้ใหญ่ 630 เยน เด็ก 320 เยน
  • ความพิเศษคือรถไฟขบวนนี้มีแค่ 5 ตู้ ซึ่งจะมีตู้นั่งปกติ 4 ตู้ และตู้พิเศษที่จะเปิดโล่ง หลังคาก็เป็นกระจกใสๆ อีก 1 ตู้
  • ตู้ธรรมดา เราสามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้จากเคาน์เตอร์จองตั๋วของ JR West
  • ตู้พิเศษ เราต้องไปฝ่าฟันต่อคิวเอาในวันที่จะเดินทางเองนะจ้ะ
  • แนะนำว่าควรจองล่วงหน้า เพราะจะได้ที่นั่งริมหน้าต่าง ส่วนเราไม่ทันได้ที่นั่งริมทางเดินแทน
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sagano-kanko.co.jp/en/index.php

เส้นทาง Sagano Romantic Train

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Sagano Romantic Train มี 4 สถานี ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะผ่านป่าที่มีวิวสวยงามอยู่ในเขตอาราชิยามะ (โซนป่าไผ่ชื่อดังของเกียวโต) ดังนั้นเส้นทางนี้จะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางรถไฟขบวนพิเศษที่มีชื่อเสียงมากของญี่ปุ่น

โดยปกติเส้นทางนี้จะเริ่มที่สถานี Saga torokko station แล้วจบลงที่ Kameoka Torokko Station โดยเราจะเดินทางจากสถานีไหนก็ได้ (แต่คนส่วนใหญ่จะเริ่มและจบแบบที่เราบอกไป) ซึ่งจะเดินทางแบบไป-กลับ ได้เช่นกัน

วิธีการจองตั๋วผ่าน JR West

  • แนะนำว่าวันแรกของทริปให้ไปจองตั๋วที่สำนักงานสำรองที่นั่งของ JR West ซึ่งตัวเราไปจองที่สถานี Shin Osaka
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเราจะซื้อตั๋ว Sagano Romantic Train วันที่เท่าไร ขึ้นที่สถานีไหน ซึ่งก็มี 2 ทางเลือกให้ว่าจะขึ้น Saga torokko station หรือ Kameoka Torokko Station ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเช็คตั๋วให้ค่ะ ว่าวันนั้นยังมีตั๋วมั้ย เป็นตั๋วริมหน้าต่าง หรือริมทางเดิน หรือแม้กระทั่งตั๋วยืน (ถ้ามีทางเลือกอย่าเอาเลยยยยย)
  • จากนั้นก็จ่ายเงินและรอรับตั๋วได้เลยค่ะ

ส่วนใครที่จะมาจองตั๋วที่สถานี Saga torokko station หรือ Kameoka Torokko Station แนะนำว่าให้มาแต่เช้าเลยนะคะ เพราะว่าถ้าในฤดูกาลท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะเยอะมากจริงๆ

วิธีการเดินทาง

เราจะแบ่งวิธีการเดินทางเป็น 2 Step

Step 1 : จากโอซาก้ามายังสถานีต้นทาง JR SAGAARASHIYAMA (Saga torokko station )

  • เราสามารถเช็คเที่ยวรถไฟเดินทางได้จาก http://www.hyperdia.com/ โดยครั้งนี้เราเริ่มเดินทางจากสถานี JR Shin – Osaka ปลายทางที่สถานี JR SAGAARASHIYAMA

เราจะต้องเริ่มเดินทางจาก Shin – Osaka มายัง Kyoto แล้วต่อมายัง SAGAARASHIYAMA ซึ่งเส้นทางนี้เดินทางด้วยรถไฟ JR west

ซึ่งครั้งนี้เรามี KANSAI WIDE AREA PASS ก็จะเดินทางได้โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม (อ่านรีวิวเกี่ยวกับ Pass ได้ที่ https://neetiewdiary.com/2019/07/12/osaka-pass-พาสไหนอะไรดี/

Step 2 : เริ่มขบวนรถไฟสายโรแมนติก Sagano Romantic Train

จากที่เล่าไปว่ารถไฟสายโรแมนติก หรือ Sagano Romantic Train เป็นรถไฟสายพิเศษ ซึ่งจะมีเส้นทางแยกออกมาจากรถไฟสายปกติ ดังนั้นสถานีก็จะแยกออกมาจาก JR ปกติ

  • เมื่อมาถึงสถานี JR SAGAARASHIYAMA ให้เราเดินออกมาด้านหน้าสถานีแล้วมองไปฝั่งขวามือ เราจะได้เจอกับสถานี Saga torokko station ซึ่งก็คือจุดเริ่มต้นของรถไฟสายโรแมนติก
  • จากนั้นรอเวลาเรียกเลยค่ะ แล้วก็เหมือนรถไฟอื่นๆเลยค่ะ หาที่นั่งตามหมายเลขในตั๋วของเราได้เลย

Saga torokko station

ความจริงแล้วนอกจากใครจะมานั่งรถไฟสายโรแมนติกแล้ว จากสถานี Saga torokko station ก็สามารถนับเป็นต้นทางที่จะสามารถเดินไปเที่ยวชม “ป่าไผ่ซากาโนะ” ได้ด้วยนะ

และบริเวณสถานีก็บรรยากาศน่ารักนะคะ เหมาะแก่การมาเดินถ่ายรูปเล่น

Kameoka Torokko Station

หากใครเริ่มต้นเดินทางจาก Saga Torokko Station นั่นคือปลายทางจะอยู่ที่สถานี Kameoka Torokko Station ซึ่งถ้าใครชอบความบ้านญี่ปุ่นแบบเรา จะต้องรักสถานีนี้แน่ๆ เพราะสถานีนี้มีวิวหมู่บ้านของคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่จริงๆ

ซึ่งจากสถานีนี้เราสามารถเดินไปยังสถานี JR UMAHORI ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็นสถานีของรถไฟ JR แบบปกติที่เราจะสามารถเดินทางไปยังเกียวโตและโอซาก้าได้

Sagano Romantic Train

เราไปครั้งนี้ไม่ได้ไปตอนใบไม้เปลี่ยนสี แต่ไปช่วงซากุระของญี่ปุ่น ซึ่งก็เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะมากกกก เราซื้อตั๋วก่อนจะเดินทางประมาณ 2 วัน แต่ตั๋วติดหน้าต่างหมดแล้วเลยได้ริมทางเดินมาแทน แต่ก็ถือว่ายังดีกว่าตั๋วยืนนะคะ

ภายในรถไฟขบวนนี้จะแตกต่างจากขบวนทั่วไป เพราะภายในจะเป็นเก้าอี้ไม้ ภายในตกแต่งแบบโบราณ ให้บรรยากาศคลาสสิค

รถไฟจะใช้เวลาเที่ยวละประมาณ 25 นาที โดยรถไฟจะวิ่งเลียบแม่น้ำโฮสุ ซึ่งเราก็จะได้เห็นวิวแม่น้ำและใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆไปตลอดเส้นทางรถไฟขบวนนี้เลยนะ

ถ้าถามว่าสวยมั้ย เราว่าให้ภาพเป็นตัวช่วยตอบคำถามแล้วกันเนอะ

ระหว่างทาง (เราจำไม่ได้ว่าสถานีไหน) บริเวณสถานีจะมีรูปปั้นเหล่าทานูกิ มารอให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปด้วยนะ

ส่วนถ้าถามความเห็นส่วนตัวจากเรา เราว่าสวยนะคะ แต่ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เยอะและเราไม่ได้นั่งติดหน้าต่างความชิลมันอาจจะหายไปบ้าง เพราะต้องลุกขึ้นยืนเพื่อนดูวิว ถึงจะได้เห็นวิวและบรรยากาศแบบชัดๆ

ซึ่งถ้าใครแพลนว่าจะต้องไปให้ได้ เราแนะนำว่าให้รีบไปจองตั๋วไปก่อนเลย จะได้นั่งริมหน้าต่างชมบรรยากาศ ธรรมชาติสวยๆ รับรองฟินแน่นอน

ปัตตานี | เสน่ห์ชายแดนใต้

ปัตตานีของคุณคือแบบไหน

ปัตตานีของเราคือหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ชวนให้เราออกเดินทาง

เราเชื่อว่าคนไทยทั่วประเทศมักจะได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับปัตตานีอยู่บ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่ที่เรามักจะได้ยินหรือได้รับรู้เกี่ยวกับปัตตานีว่าที่นี่คือพื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่อันตราย พื้นที่ของความไม่สงบ จนทำให้หลายคนไม่กล้าแม้จะคิดเดินทางมายังสามจังหวัดชายแแดนภาตใต้

ส่วนตัวเราแม้จะเป็นคนใต้ แต่ก็ใช่ว่าจะได้มีโอกาสได้เดินทางไปชายแดนใต้บ่อยๆ แต่เมื่อวันหนึ่งในต้นปีที่ผ่านมาอยู่ๆเราก็รู้สึกว่าอยากขับรถไปตามหาคาเฟ่ปัตตานี อยากไปสัมผัสพื้นที่ๆใครๆก็บอกว่ามันอันตราย แท้จริงแล้วพื้นที่เหล่านั้นเป็นอย่างไร

การเดินทางเพื่อตระเวนหาคาเฟ่ในปัตตานีของเราในทริปนั้น ทำให้เราบอกตัวเองว่าเราจะกลับมาที่นี่อีก เราอยากทำความรู้จักปัตตานีให้มากกว่านี้

การเดินทางครั้งนี้เรากลับมาปัตตานีอีกครั้ง แม้ระยะเวลาไม่ได้มากกว่าครั้งแรกเลย แต่มันคือการที่เราจะตั้งใจเที่ยว ตั้งใจหาของอร่อยปัตตานี ตั้งใจมองปัตตานีในสายตานักท่องเที่ยวคนหนึ่ง

ก่อนเดินทางด้วยเรามีเวลาจำกัดแค่ 1 วัน ทำให้เราหาข้อมูลที่เที่ยว ที่กินในปัตตานีมากพอสมควร เลยทำให้รู้ว่าจังหวัดนี้เต็มไปด้วยที่เที่ยวและของกินอร่อยเยอะมากเลย

จากหาดใหญ่ขับรถประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก็มาถึงอำเภอเมืองปัตตานี เราเริ่มทริปด้วยข้าวมันไก่โกจิว

ข้าวมันไก่โกจิว

ร้านข้าวมันไก่เจ้าดังของเมืองปัตตานี เขาบอกว่ามาปัตตานีแล้วต้องแวะมากินให้ได้เลยนะ มีหรอค่ะ ที่เราจะพลาด

เราสั่งข้าวมันไก่ 2 จาน ในร้านมีลูกค้าที่สำรวจจากสายตาแล้วคือคนในพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งร้านไหนก็ตามที่มีคนในพื้นที่เยอะ ร้านนั้นอร่อยแน่

ข้าวมันไก่หน้าตาน่ากินมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ขนาดจานกำลังดี แล้วรสชาติคืออร่อย ทุกอย่างกลมกล่อมกำลังดี ใครไปปัตตานีแล้วชอบข้าวมันไก่ เราแนะนำ !!

ตัวร้านอยู่ในเมืองเลยค่ะ อยู่ติดกับ All Good Coffee & Bakery (อ่านรีวิว 5cafe น่าเช็คอิน ปัตตานี ได้ที่ : https://neetiewdiary.com/2019/02/11/5-cafe-น่าเช็คอิน-ปัตตานี/ )

พิกัด : 140 ถนนปัตตานีภิรมย์ ตำบล อาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

เปิด : 9.00-15.00 น.

โทร : 073 323 161

ชุมชนเก่าปัตตานี

อิ่มแล้ว เราจอดรถไว้หน้าข้าวมันไก่โกจิวเหมือนเดิมค่ะ เพราะเราจะใช้วิธีเดินเท้าเพื่อจะไปถ่ายรูปบริเวณเมืองเก่าปัตตานีกันค่ะ

ระหว่างทางถึงแม้บริเวณนี้ยังมีบ้านเรือนหลายหลังที่มีการปรับเปลี่ยนไปเป็นสมัยใหม่กันบ้างแล้ว แต่อีกหลายๆหลังก็ยังคงความเก่าเอาไว้ให้คนรุ่นเราได้มาเห็นกับตาตัวเอง

เราชอบนะ เหมือนได้เห็นภาพในอดีตและปัจจุบันทับกันอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน

เราเดินมาเรื่อยๆก็มีอะไรให้เราได้ถ่ายรูปตลอดเส้นทางเลยค่ะ อีกอย่างคือคนปัตตานีน่ารักค่ะ เราเดินผ่านก็ส่งยิ้มมาให้กันตลอด ใครว่าพื้นที่นี้ อันตรายเราอยากแนะนำมาลองทำความรู้จักดูนะ

ระหว่างทางก็จะมีศิลปะสตรีทอาร์ตจากคนปัตตานีรุ่นใหม่ ที่อยากจะนำเสนอปัตตานีบ้านเกิดตัวเอง ให้คนข้างนอกได้รู้จัก

สนุกดีนะคะ เดินไปหารูปศิลปะบนผนังไป

เมืองเก่าปัตตานี ตั้งอยู่บนถนนอาเนาะรู ปัตตานีภิรมย์ ฤาดี และเชื่อมโยงกับถนนนาเกลือ เรายังคงเดินมาเรื่อยๆ จนใกล้จะถึงแยกถนนอาเนาะรู

ปัตตานีก็เป็นเมืองฮิปเตอร์นะจะบอกกกก

ตรงแยกถนนอาเนาะรู จะมีบ้านขุนพิทักษ์รายา ซึ่งได้บรูณะใหม่ทำให้ผนังด้านข้างของบ้านเหมาะแก่การให้ชาวเราได้ถ่ายรูปมากกกก

ถนนอาเนาะรู เราเดินต่อมายังถนนอาเนาะรู เพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว แต่ก่อนที่เราจะไปถึงศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวตลอดทางบนถนนเส้นนี้จะมีป้ายบอกเกี่ยวกับบ้านแต่ละหลังว่าในอดีตที่นี่คือเป็นอะไร เริ่มจากบ้านเลขที่ 1 ยาวไปตลอดเส้น

พิกัดเมืองเก่าปัตตานี : ถนนอาเนาะรู ปัตตานีภิรมย์ ฤาดี และเชื่อมโยงกับถนนนาเกลือ 

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

“ศาลเจ้าเล่งจูเกียงหรือชื่อที่ชาวบ้านเรียก “ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” 

เราได้ยินตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวมานาน แต่พึ่งมารู้ว่าแท้จริงแล้วท่านอยู่ที่จังหวัดปัตตานี วันนี้ไหนๆก็มาแล้วต้องแวะมาขอพรเผื่อจะได้เฮงๆกับคนอื่นเขาบ้าง

ตำนานเล่าว่าลิ้มกอเหนี่ยวเป็นสาวชาวจีน ซึ่งเกิดในช่วงสี่ถึงห้าร้อยปีมาแล้ว นางเดินทางมายังเมืองปัตตานี เพื่อตามพี่ชายชื่อลิ้มโต๊ะเคี่ยม เพื่อขอให้กลับไปหามารดาที่ชราภาพ แต่ได้พบว่า พี่ชายของตนได้แต่งงานกับธิดาพระยาตานี และได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม จึงไม่สามารถกลับไปยังเมืองจีนพร้อมนางได้ ลิ้มกอเหนี่ยวจึงได้ผูกคอตายที่ต้นมะม่วงหิมพานต์ ดังสัจวาจาที่กล่าวไว้กับมารดาว่า “หากตามพี่ชายกลับไปหามารดาไม่ได้ จะไม่ขอมีชีวิตอยู่ต่อไป” ต่อมาดวงวิญญาณของนางได้แสดงอิทธิฤทธิ์เป็นที่เลื่องลือในหมู่ชาวบ้านทั่วไป พอมีผู้มาขอพรให้โชคลาภก็ได้ผล หรือแม้แต่การค้าขายที่ซบเซาหรือขาดทุนก็กลับรุ่งเรืองขึ้นจนทำให้เกิดความนับถือศรัทธาอย่างมาก ชาวปัตตานีจึงได้นำต้นไม้ที่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตายมาแกะสลักเป็นรูปบูชาและสร้างศาลเจ้าขึ้น สำหรับองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตาโชคลาภ ค้าขาย ซึ่งเป็นที่นิยมมากราบไหว้ขอพรเพื่อเป็นศิริมงคลกับชีวิต

วันที่เราไปคือคนเยอะมากกกกก เลยไม่ได้ถ่ายภายในมานะคะ ส่วนใครมาแล้วกลัวจะไหว้ไม่เป็น ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะจะมีคุณลุง คุณป้า คอยแนะนำเราทุกขั้นตอนเลยค่ะ โดยราคารูปเทียนชุดเล็กจะเริ่มที่ 50 บาท ก่อนกลับก็อย่าลืมยืมเงินขวัญถุงมาเพื่อความเป็นศิริมงคลด้วยนะคะ จะมีตั้งแต่ 20 บาท 50 บาท 100 บาท โดยที่เราจะยืมเท่าไร เราจะต้องจ่ายคืนไป 1 เท่า

พิกัด : ศาลเจ้าเล่งจูเกียง 33 ถนนอาเนาะรู ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

ราดหน้า นำรส

เวลาที่เราบอกใครว่าจะไปปัตตานี ทุกคนมักจะตอบกลับมาว่า ต้องไปกินราดหน้า ร้านนำรสด้วยนะ ไม่งั้นไม่ถึงปัตตานี !

เวลาที่ใครบอกว่าต้องไปที่ไหน เพราะจะไม่ถึงสถานที่นั้น เรามักจะตามไปทุกครั้ง แต่ไม่ใช่กลัวไม่ถึงสถานที่ๆว่าหรอกนะคะ แต่เพราะเราอยากรู้ว่าร้านเหล่านั้นมีดีอะไร ขนาดไหน ผู้คนถึงขนานนามให้ขนาดนั้น

เรามาถึงที่หน้านำรส ในร้านก็เต็มไปด้วยลูกค้า และ 90% คนในพื้นที่ นั่นบ่งบอกว่าอร่อยแน่ๆ เราเข้าไปตั้งใจจะสั่งราดหน้าทะเล แต่พนักงานบอกว่า ให้สั่งรวมมิตรเพราะจะเร็วกว่า

โอเค รวมมิตร ก็รวมมิตรค่ะ

ใช้เวลารอประมาณ 30 นาที ราดหน้าชามยักษ์ก็มาเสริฟ ใครสั่งรวมมิตรก็จะได้ทะเล + ไก่ +กระเพาะปลา ส่วนรสชาตินั้นไม่ต้องพูดถึง อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก สมคำล่ำลือ รู้แล้วว่าทำไมคนเยอะ ว่าทำไมใครๆบอกว่าต้องมากิน มันดีมากกกกกก (ขออภัยที่รูปถ่ายไม่ชัด มันหิวววว)

พิกัด : 7 ถนนพิพิธ ตำบล อาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

เปิด : 9.00 – 17.00 น.

โทร : 073 348 103

มัสยิดกลางปัตตานี

หากจะเปรียบที่นี่คืออะไร ก็คงไม่พ้นกับการที่จะเป็นทัชมาฮาลชายแดนใต้

เพราะมัสยิดกลางปัตตานีแห่งนี้คือมัสยิดที่สวยที่สุดในประเทศไทย ตัวสถาปัตยกรรมมีต้นแบบมาจากทัชมาฮาล ด้านหน้ามีสระน้ำสีเขียวมรกตส่องสะท้อนแสงเงาทำให้มัสยิดสวยงามมาก เราไม่ได้แวะเข้าไปเพราะเวลาที่เรามาตรงกับเวลาที่มุสลิมละหมาดพอดี

และอยากจะบอกว่าใครมาปัตตานีแล้วต้องแวะมาถ่ายรูปให้ได้นะคะ เพราะที่นี่คืออีกหนึ่งแลนมาร์คของปัตตานีที่ห้ามพลาดเลยค่ะ (ถึงไม่ใช่มุสลิมก็เข้ามาได้นะคะ)

พิกัด : 249 ตำบล อาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

ซุปเนื้อ เจ๊ะเย๊า

มาปัตตานีถิ่นมุสลิมแล้ว เราอยากกินซุปเนื้อออออออ

เพราะซุปเนื้ออร่อยๆ ต้นตำหรับต้องซุปของมุสลิม

ในที่สุดเราก็ตามหาร้านซุปที่คนปัตตานีอร่อยจนเจอ เราขับรถมาตามหมุดใน google map ในที่สุดก็เจอ “ร้านซุปเนื้อเจ๊ะเย๊าะ” เข้ามาในร้านปุ้บ คนเยอะมากกกกก และ 100% คือคนในพื้นที่ เชื่อสิมันต้องอร่อยแน่ๆ

นั่งรอที่โต๊ะก็จะมีก๊ะเข้ามารับออเดอร์เราสั่งซุปเนื้อล้วน ซุปเนื้อ-เครื่องใน ก๊ะบอกต่อว่าซุปที่นี่ต้องทานคู่กับไข่เจียว และเมื่อสั่งเสร็จ พนักงานก็เอาทุกอย่างมาเสริฟพร้อมกับข้าวเปล่าอีกคนละ 1 จาน

ซุปของร้านเจ๊ะเย๊าะจะถูกปรุงมาเรียบร้อยแล้ว รสชาติแซ่บมากกก ไม่ต้องเติมอะไรเลย ตักเข้าปากคำแรก โอ้ยยยย นี่แหละรสชาติที่ตามหา ซุปเนื้ออร่อยต้องแบบเน้ !!!

พูดขนาดนี้แล้วไปเถอะไปหาเจ๊ะเย๊าะกัน

พิกัด : ร้านอยู่ติดกับด่านตรวจ ถนนยะรัง ตำบล จะบังติกอ อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

โทร : 081-6792189

FB : https://www.facebook.com/Souppattani/

สุเหร่าตะลุโบะ

สุเหร่า มีความหมายเดียวกับ มัสยิด นั่นก็คือ สถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม

ที่นี่น่าจะครั้งแรกของเราที่ได้เห็นสุเหร่าที่มีรูปร่างหน้าตาไม่ใช่แบบฉบับของอิสลามที่มักเห็นได้ทั่วไป สุเหร่าตะลุโบะ เป็นสุเหร่าขนาดเล็กแต่มีความแปลกตา เราบังเอิญได้เจอก็เพราะว่ามาหาร้านเนื้อเจ๊ะเย๊าะนั่นล่ะคะ

พิกัด : 167 ถนนยะรัง ตำบล จะบังติกอ อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

โรตีบังหนูด

ปัตตานีเป็นเมืองที่โรตีและชาเย็นอร่อยหลายคนบอกเราอย่างนั้น

โรตีบังหนูดอยู่ตรงวงเวียน มอ. มาถึงแล้วไม่รอช้า เราสั่งเมนูที่จัดว่าเด็ดมาเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นข้าวต้มปลาอินทรีทอด โรตีใส่ไข่ โรตีกล้วย โรตีน้ำแกง

เริ่มจากรสชาติของข้าวต้มปลาอินทรีทอด คือออ เมนูนี้เหมาะมากกับการกินตอนเช้าาา มันอร่อยย ดีงาม ชามใหญ่โต ส่วนรสชาติของโรตี แป้งดี น้ำมันร้อน อร่อยทุกอย่างงงงง

พิกัด : ตำบล รูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

เปิด : 6.00-20.00 น.

โทร : 085 895 8540

FB : https://www.facebook.com/Roti.bangnood

สเต๊ะศรีเมืองเจ้าเก่า

ร้านสเต๊ะที่ผู้คนไม่ได้แน่นร้าน แต่ออเดอร์กลับบ้านนั้นเพียบบบบบ

เราสั่งสเต๊ะเนื้อและสเต๊ะไก่ไปอย่างละ 1 จาน รอไม่นานค่ะ สเต๊ะของเราก็มาเสริฟ จัดมาในจานๆละ 5 ไม้ แต่มีบางอย่างมาในจานด้วย สิ่งนั้นเรียกว่าข้าวอัด คือข้าวที่หุงแล้วนำมาอัดให้แน่น จากนั้นก็ตัดเป็นชิ้นๆ ทานคู่กับสเต๊ะ

รสชาติอร่อยยย เข้มข้นมากกก ทานคู่กับข้าวอัดคืออิ่มกำลังดี

แนะนำ !!!

พิกัด : ถนนกะลาพอ ตำบล อาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

เปิด : 9.00 -17.00 น.

โทร : 087 277 0182

Pattani Skywalk

กินลมชมวิวปัตตานีแบบ 360 องศา บนความสูงเทียบเท่าตึก 4 ชั้น

ปัตตานี สกายวอร์ค เป็นสถานที่ๆใครมาปัตตานีต้องมาเช็คอินเลยนะ มุมถ่ายรูปคือสวยมากก วิวดีมากกกก ให้เราได้เห็นมุมมองปัตตานีที่แปลกตามากขึ้น ทำให้ได้เห็นว่าเมืองนี้สวยแค่ไหน

วิวดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มองไปทางทิศตะวันตก เราจะเห็นทะเลอ่าวไทย มองลงไปด้านล่างจะเห็นป่าชายเลน ที่นี่อากาศดีมากกกก

ที่นี่ทำให้เรายิ่งหลงรักปัตตานีเข้าไปอีกกก

พิกัด: ปน.5053 ตำบล รูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี ปัตตานี

มัสยิดกรือเซะ

มัสยิดโบราณที่เป็นอีกหนึ่งตำนานของปัตตานี

มัสยิดกรือเซะเป็นมัสยิดที่มีอายุกว่า 200 ปี เราได้ยินตำนานของที่นี่มามาก แต่หนึ่งตำนานที่ทำให้เราจดจำมัสยิดกรือเซะมาตั้งแต่เด็กๆก็หรือ มัสยิดที่ไม่มีวันสร้างได้สำเร็จ จนทำให้กลายเป็นมัสยิดกรือเซะแบบที่เราได้เห็นอยู่ในทุกวันนี้

สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 22 ร่วมสมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มัสยิดปิตูกรือบัน ชื่อนี้เรียกตามรูปทรงของประตูมัสยิด  ซึ่งมีลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบโกธิคของชาวยุโรป และแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง

ใครมาปัตตานีแล้วเราแนะนำว่าควรมาเยี่ยมชมมัสยิดแห่งนี้ให้ได้

ความในใจ

ถึงแม้เวลาแค่ 1 วันจะทำให้เรารู้จักปัตตานีแค่เพียงผิวเผิน แต่ในสายตาของนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง ปัตตานีคืออีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่อยากให้ทุกคนได้เปิดใจ แล้วออกเดินทางมาสัมผัสปัตตานี ที่นี่มีรอยยิ้ม ที่นี่มีอาหารอร่อย ที่นี่มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่แพ้จังหวัดใดเลย

อย่าให้ปัตตานีที่คุณรู้จักเป็นเพียงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ลองมาทำให้ความรู้จักและเปลี่ยนปัตตานีที่คุณรู้ ให้กลายเป็นแบบเดียวกับเรา

แล้วคุณจะหลงรักปัตตานีแบบเรา

5 Cafe น่าเช็คอิน ชลบุรี

ทริปนี้เราเดินทางไปชลบุรี แต่ไม่ใช่เพราะว่าจะไปทะเล หรือไปเล่นสวนน้ำ

เราจะไปชลบุรีเพราะเราอยากกินกาแฟและเสพคาเฟ่เก๋ๆ

Love Your Tree

เรามักหลงรักคาเฟ่ที่อบอุ่น

เรามักหลงรักคาเฟ่ที่เหมือนอยู่ในนิทาน

คาเฟ่แห่งนี้อยู่ริมถนนสายหลักจากพัทยามุ่งหน้าไปสัตหีบ คาเฟ่แห่งนี้หากสำรวจด้วยตาเปล่าจากภายนอก ดูจะไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป แต่เมื่อเข้ามาด้านในแล้วกลับให้ความรู้สึกว่าภายในนั้นกว้างกว่าที่คิด และทำให้อารมณ์เหมือนพาเราทะลุมายังอีกโลกหนึ่งด้วยนะ ภายในคาเฟ่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายๆ ด้วยการตกแต่งที่ใช้โทนสีขาวและน้ำตาลเป็นหลัก มันยิ่งทำให้เรารู้สึกชอบที่นี่มากขึ้นไปอีก ภายในร้านจะมีทั้งโซน indoor และ Outdoor ไม่ว่ามุมไหนก็น่านั่ง

เราชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบคาเฟ่แห่งนี้มากกกกกกกก คือมากกกกเลยนะ ยิ่งนั่งนานยิ่งชอบ ที่นี่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง บรรยากาศตอนเย็นที่ใกล้จะค่ำก็ให้บรรยากาศที่โรแมนติก ยิ่งการตกแต่งภายใน เรายิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองได้หลุดเข้าไปร้านขนมปังในนิทานของตะวันตก มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ส่วนรสชาติเครื่องดื่ม อาหาร ขนม คือทุกอย่างดีมากกก อยากให้มากชิม ใครผ่านมาพัทยา หรือจะไปสัตหีบควรค่าแก่การเช็คอินมากๆๆ

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม กาแฟ อาหาร เบเกอรี่

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • Peach Rose Lemon Tea : ชาพีชกุหลาบ กลิ่นหอมอ่อนๆรสชาติเปรี้ยวของเลม่อนหน่อยๆ ใครอยากชอบอะไรเย็นๆหอมๆ แนะนำมากกกกก
  • Rose Latte : ลาเต้กุหลาบ ลาเต้ร้อนหอมกลิ่นกุหลาบ ให้อารมณ์การทานกาแฟที่ผ่อนคลาย
  • สปาเก็ตตี้ครีมซอสแซลมอน : ใครชอบสปาเก็ตตี้และแซลมอนราดด้วยครีม อร่อยมากจ้า
  • ข้าวน้ำพริกปลาทู : ข้าวน้ำพริกปลาทูที่จานใหญ่ ผักแน่น อร่อยมากกกก
  • Apple Crumble : คือออออไม่ต้องบรรยาย อร่อยมากกกกก ดีมากกกก อยากสั่งกลับบ้านสัก3ชุด

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกาแฟ // สายเครื่องดื่ม // สายคาเฟ่ // สายถ่ายรูป // สายชิล // สายบ้านและสวน // สายน่ารัก // สายโรแมนติก

คะแนน : 10/10

Address : ตำบล นาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ ชลบุรี 20250

Tel :   081 991 9743

Time :   09:30 – 21:00 น.

Facebook :   https://www.facebook.com/loveyourtrees/


To Die For Coffee

อย่าพึ่งตายถ้ายังไม่ได้กินกาแฟจากคาเฟ่แห่งนี้

แต่กินกาแฟที่นี่แล้วก็ยังไม่ควรตายเพราะเดี๋ยวจะพลาดกินเค้ก

คาเฟ่เท่ๆสำหรับชาวสองล้อในบางแสน คาเฟ่แห่งนี้เป็นคาเฟ่ขนาดกลางภายในถูกตกแต่งให้บรรยากาศที่ออกแนวเคร่งขรึม มีความเท่อยู่ทุกตารางนิ้ว สมกับชื่อร้าน To Die For Coffee แปลเป็นไทยว่า อย่าพึ่งตายถ้ายังไม่ได้กินกาแฟที่นี่ ภายในร้านจะมีทั้งโซน indoor และ Outdoor

ตอนแรกที่ได้ยินแค่ชื่อร้าน To Die For Coffee เราก็รู้สึกได้ว่า เราอยากมาที่นี่ เราอยากรู้ว่าทางร้านมั่นใจขนาดนั้นเลยหรอ ที่ตั้งชื่อแบบนี้ เราอยากรู้ว่ากาแฟอร่อยขนาดนั้นเลยหรอ แต่เมื่อเข้ามาภายในตัวคาเฟ่ เราว่าจริงนะ และไม่ใช่แค่กาแฟหรอก แต่เรายังไม่ควรตายถ้ายังไม่ได้มาคาเฟ่แห่งนี้ คาเฟ่ที่เต็มไปด้วยความเท่ บรรยากาศภายในร้านนั่งสบายๆ เมื่อได้ลองกาแฟรู้สึกว่า ชอบนะ กาแฟหอม รสชาติอร่อย ขนมในร้านก็มีเยอะ และอร่อยมากด้วย

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม กาแฟ เบเกอรี่

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • Hot Latte : กาแฟหอมๆ รสชาติเข้ม ดีมากกก
  • Black Citrus : เป็นกาแฟ cold brew ผสม ลิ้นจี่และเลมอน รสชาติเข้ากันมากกก อร่อยย
  • น้ำเสาวรส : สดชื่นนนนนนนน
  • ชีสเค้ก (จำชื่อไม่ได้): รสชาติไม่หวานมาก ทานเพลิน
  • ขนม Signature (จำชื่อไม่ได้) : อร่อยยยยยยย

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกาแฟ // สายเครื่องดื่ม // สายเบเกอรี่ // สายถ่ายรูป // สายชิล // สายเท่ // สายขรึม // สายบ้านและสวน

คะแนน : 10/10

Address : 32/8 ถนนบางแสน-อ่างศิลา ตำบลแสนสุข อ.เมืองชลบุรี 20130

Tel :   095 164 9571

Time :   08:00 – 19:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/ToDieForCoffee/


PakPao PlayGround

คาเฟ่และร้านอาหารริมทะเลบางแสน

เป็นคาเฟ่ที่อาหารอร่อยมากกกกกกกกกก

คาเฟ่และร้านอาหารริมทะเลบางแสน คาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่ ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ภายในตกแต่งให้บรรยากาศกลิ่นอายของชายหาด มีสัญลักษณ์ของร้านคือปลาปักเป้าตกแต่งอยู่ทั่วร้าน บรรยากาศภายในร้านนั่งสบาย ภายในร้านจะมีทั้งโซน indoor และ Outdoor แต่จะเน้นเป็น indoor มากกว่า จะเป็นการมาทานข้าวกับครอบครัว มากินกาแฟ กินขนม เม้ามอยกับเพื่อนสาวก็ได้นะ

บรรยากาศภายในร้านถึงแม้จะดูเรียบๆแต่เราชอบความโปร่งสบาย ทำให้เราสามารถนั่งเล่นได้ทั้งวัน ไม่พอเพราะที่นี่นอกจากจะเป็นคาเฟ่แล้ว ยังเป็นร้านอาหารอีกด้วย มีเมนูอาหารมากถึง 45 เมนู โดยแต่ละเมนูพี่เจ้าของร้านบอกเราว่า ได้นำของดีของดังของชลบุรีมาใส่ไว้ทุกเมนู ส่วนรสชาติกาแฟคือดีมากกกก อาหารก็อร่อยมาก เสียดายวันที่เราไปลูกค้าที่ร้านค่อนข้างเยอะ เลยทำให้เราถ่ายรูปบรรยากาศภายในร้านมาได้น้อย แต่นั้นแสดงให้เห็นว่าร้านนี้อร่อยจริงนะ

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม กาแฟ อาหาร เบเกอรี่

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • Red Berry Honey Coffee : กาแฟผสมเบอรี่สีแดง คือดีงามมมม ทำให้กาแฟขมๆเป็นแก้วที่สดชื่น
  • Coconut Viola :อัญชัน + มะพร้าว มันคือน้ำมะพร้าวที่สีสวย ดีงาม
  • พิซซ่าไก่เหลือง : พิซซ่าที่เป็นแป้งเดียวกับแป้งโรตี มีหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของบางแสนก็คือ ไก่เหลือง รสชาติอร่อยมากกกกกก แป้งกรอบบบ
  • เมี่ยงก๋วยเตี๋ยวคลุก : มันคือก๋วยเตี๋ยวหลอดที่ไม่ได้มาเป็นหลอด แต่จะแยกทุกอย่างมาให้ เราสามารถเลือกกินได้เองว่า อยากจะใส่อะไรบ้างในคำโปรดของเรา
  • ข้าวผัดปลาหมึกลงเรือ : หอมปลาหมึกแห้งมากกกก อร่อย รสชาติเข้มข้น อร่อยสุดดด
  • ซี่โครงหมูฟลูมูน : ซี่โครงหมูย่างราดซอส BBQ กินคู่กับมันบด

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกาแฟ // สายอาหาร // สายเบเกอรี่ // สายถ่ายรูป // สายชิล

คะแนน : 9/10

Address : ถนน เลียบหาดวอน ซอย บางแสนล่าง 8 บางแสน, ชลบุรี 20130

Tel :   086 603 5555

Time :   11:00 – 22:00 น.

Facebook :   https://www.facebook.com/pakpaoplayground/


3 of h

คาเฟ่เล็กๆที่มีเสน่ห์

คาเฟ่ขนาดเล็กที่เหมาะให้เราไปจิบกาแฟในวันเบาๆ

คาเฟ่ขนาดเล็กที่แอบซ่อนอยู่ในอำเภอศรีราชา ภายในคาเฟ่ตกแต่แนวฮิปเตอร์+อินดี้ มีความเท่และมีความเป็นตัวเองสูงมาก บรรยากาศภายในคาเฟ่สบายๆ น่านั่ง เหมาะในวันที่เราอยากจิบกาแฟชิลๆ หรืออยากนั่งทำงานสงบๆ ภายในร้านจะมีแค่โซน indoor

เราชอบคาเฟ่แห่งนี้เพราะเป็นคาเฟ่ที่ดูมีอะไรในความเป็นคาเฟ่ขนาดเล็ก แต่ขนาดของคาเฟ่ไม่ได้เป็นตัววัดคุณภาพเลย กาแฟที่นี่อร่อยมาก ขนมก็มีให้เราได้ทานเล่น เหมาะกับวันนี้อยากคิดงาน ชิลๆ

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม กาแฟ ขนม (อาหารจะมีเฉพาะเสาร์อาทิตย์)

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • Hot Latte : เจ้มจ้นของกาแฟ อร่อยดีงามมม
  • กาแฟส้ม : กาแฟเข้มๆ+ส้มหวานซ่อนเปรี้ยว ดีงามมม
  • ครัวซอง : ครัวซองหอมๆ อร่อยยย

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกาแฟ // สายมินิมอล // สายเครื่องดื่ม // สายชิล // สายถ่ายรูป

คะแนน : 9/10

Address : ศรีราชา อำเภอศรีราชา 20110

Tel :   094 007 7914

Time :   07:30 – 18:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/3-of-H-2263884257166762/


Tea Factory

คาเฟ่ชาที่บรรยากาศหรูหรา

ทานชาที่นี่คงให้ความรู้สึกน้ำชายามบายที่ลอนดอน

คาเฟ่ขนาดใหญ่ที่เน้นชามากกว่ากาแฟ คาเฟ่แห่งนี้อยู่ริมถนนหลักจากพัทยามุ่งหน้าสู่สัตหีบ ภายในร้านตกแต่งแบบกึ่งหรูหรา กึ่งวินเทจ ให้บรรยากาศแบบผู้ดีลอนดอนแต่แฝงความเท่เอาไว้ ภายในร้านจะมีเฉพาะโซน indoor

คาเฟ่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ชาและเบเกอรี่ แต่คาเฟ่แห่งนี้ยังเป็นร้านอาหาร บรรยากาศชวนให้เราชวนคนรักมาเดทในบรรยากาศโรแมนติก ปกติเราไม่ใช่คนที่ชอบทานชา แต่ชาที่นี่อร่อยนะ มีเมนูหลากหลายชวนให้คนที่ไม่ค่อยจะทานชาแบบเราให้อยากลอง (เสียดายเราไปค่ำ ถ่ายรูปออกมาไม่ค่อยชัด) ส่วนเบเกอรี่ก็อร่อยมากทีเดียวค่ะ ใครอยากหาคาเฟ่ที่เหมาะสำหรับนั่งคุยกับเพื่อนสาว หรือชวนคนรักมาเดท เราแนะนำที่นี่

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมี ชา เครื่องดื่ม กาแฟ อาหาร และเบเกอรี่

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • Green Tea Spearmint Mojito : ชาเขียวเย็นที่ให้รสชาติเย็นๆหอมๆ อร่อย
  • Earl Gery Yuzu : ชาส้มหอมอ่อนๆ รสชาติสดชื่น
  • Red Bean Green Tea : ใครชอบถั่วแดงและชาเขียว ตัวนี้แนะนำ
  • Brownie : บราวนี่รสชาติเข้ม เนื้อหนึบ อร่อยยยย

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายชา // สายเบเกอรี่ // สายโรแมนติก // สายถ่ายรูป // สายชิล // สายอาหาร

คะแนน : 9/10

Address : ภายในโครงการ A La Campagne , บ้านห้วยใหญ่ ,พัทยา ชลบุรี 20250

Tel :   061 441 5181

Time :   10:00 – 22:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/alacampagnepattaya/


TenTen Shabu | ชาบู 4 สี หมีออนเซน

ใครสายชาบูยกมืออออออออออออออ

ใครสายเนื้อยกมือออออออออออออออ

ใครสายซูซิยกมือออออออออออออออ

ใครเหมามันทุกสาย ก็ยกมือออออออออออออ

ถ้าถามว่าที่ว่ามาเราคือสายไหน ตอบแบบเขิลๆ ว่าสายที่ 4 เลยจ้าาา เหมาทุกอย่างงงงงง 555555

ครั้งนี้เราเลยอยากพาทุกคนที่ชอบชาบู ชอบเนื้อ ชอบซูซิ ไปรู้จักกับชาบูที่มีทุกอย่างที่เราว่ามา

เจ้าแรก เจ้าเดียวของเมืองไทย ที่เอาใจคอชาบู มีน้ำซุปมากถึง 4 สี ยังๆไม่พอ เพราะว่าเขามีทั้ง Premium Shabu & Sushi Buffet เลยจ้าาาา

พุ่งตัวไป TenTen Shabu พร้อมกับบันทึกนักหนีเที่ยวเลยแม่

TenTen Shabu ชาบูที่มีน้ำซุป 4 หม้อ 4 สี ให้เราสามารถเลือกได้เอง และมีไฮไลท์คือเจ้านุ้งหมีที่จะมาแช่ออนเซนอยู่ในน้ำซุปหม่าล่า ความเด็ดยังไม่หมด เพราะเขาบอกว่า มีน้ำจิ้มให้เลือกมากถึง 8 รสชาติ !! แล้วยังมีเนื้อแบบพรีเมี่ยม และซูซิบุฟเฟ่ต์อีกด้วยยยย

ฟังแค่นี้ก็น้ำลายไหลแล้วแม่ !

TenTen Shabu ตั้งอยู่ที่ ชั้น 5 สยามสแคว์วัน

วิธีเดินทางก็ง่ายๆ นั่ง BTS ลงสถานีสยาม ข้ามมาฝั่งสยามแคว์วัน ขึ้นลิฟท์แก้วฝั่งBTS ไปชั้น 5 ร้านอยู่หน้าลิฟท์เลยจ้าา

ราคาเริ่มตั้งแต่ 499 ทานได้ 100 นาที

  • Premium Buffet 499 บาท
  • Beyond Buffet 599 บาท
  • Ultimate Buffet 799 บาท

ส่วนเรานั้นเลือกแบบ 799 จะประกอบไปด้วย

  • เนื้อวากิว
  • หมูคุโรบุตะ
  • ไก่
  • ซีฟู้ด
  • ซูชิระดับพรีเมี่ยม (โรลเนื้อวากิวภูเขาไฟ ซูชิวากิว ยำเนื้อวากิว ปลาไหล)
  • ไข่ดองญี่ปุ่น
  • ไอศกรีม Haagen-dazs

เรามาถึงก็สั่งแบบจัดเต็มมาเลยจ้าาาา เริ่มจากน้ำซุปก่อนเลย เราบอกพี่พนักงานว่า จัดมา 4 สีตามรูปหน้าปกเลยจ้าาาา

จริงๆเขามีน้ำซุปให้เราเลือกทั้งหมด 6 อย่าง

  • ซุปหม่าล่า (มีนุ้งหมีแช่อยู่ด้วย)
  • ซุปสุกี้ยากี้
  • ซุปทงคัตซึ
  • ซุปต้มยำ
  • ซุปมิโซะนมฮอกไกโด
  • ซุปใสปลาแห้ง

ซึ่งถ้าใครสั่งตามปกแบบเราก็จะประกอบไปด้วย ซุปหม่าล่า ซุปสุกี้ยากี้ ซุปทงคัตซึ ซุปต้มยำ

ใครมา TenTen Shabu แล้วบอกเลยว่าน้ำซุปที่ควรสั่งคือ ซุปหม่าล่า เพราะนอกจากรสชาติจะเผ็ดชาตามแบบฉบับหม่าล่าแล้ว ความพิเศษคือจะมี นุ้งหมีแช่อยู่ในน้ำซุปด้วยยยยยย (นุ้งหมีมีจำนวนจำกัดต่อวันนะคะ)

ส่วนตัวเรานะ เราว่าน้ำซุปคือดีงามหมดเลยนะ แต่ถ้าให้เลือก เราชอบน้ำซุปหม่าล่า คืออออ เผ็ดร้อน กำลังดี และที่ดีงามมมที่หนึ่งในดวงใจ คือน้ำซุปทงคัตซึ ดีมากกกก เข้ากับทุกเนื้ออออ

เอาเป็นว่าไม่รู้จะพิมพ์ยังไงให้อธิบายรสที่ลิ้นได้สัมผัส

ง่ายๆ ไปลองงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

ก่อนอาหารที่เราสั่งไปจะมาขอพุ่งตัวไปตักน้ำจิ้มเลย

น้ำจิ้มมีทั้งหมด 8 + 1 แบบเลยยยยยย

  • น้ำจิ้มแจ่ว
  • น้ำจิ้มสุกี้
  • น้ำจิ้มซีฟู้ด
  • น้ำจิ้มหมาล่า
  • น้ำจิ้มงา
  • น้ำจิ้มสไปซี่
  • น้ำจิ้ม Volcana BBQ
  • น้ำจิ้มพอนซึ
  • น้ำจิ้มพิเศษไข่ดองญี่ปุ่น

คือบอกตรงๆนะคะ เราชอบบบบบบ TenTen Shabu ก็เพราะน้ำจิ้มนี่แหละ เข้าใจคนไทยโดยแท้จริง คือนอกจากจะมีให้เลือกเยอะแล้ว ยังมีน้ำจิ้มซีฟู้ด และน้ำจิ้มแจ่ว อีกกกกก

มันทำให้การกินชาบูของเราอร่อยสิบเต็มสิบไปเลยจ้าาแม่

ไข่ดองญี่ปุ่น รสชาติเค็มๆ จิ้มกับเนื้อคือดีงามมมมม

ตักน้ำจิ้มแล้ว ขอแวะไปดูโซนผักต่อเลย

ผักก็จัดมาเยอะเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นผักกาดขาว ผักบุ้ง บรรดาเห็ดต่างๆ ลูกชิ้น ไข่ไก่ วุ้นเส้น เส้นบุก และที่เราชอบสุดคือมีเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยจ้าาาาาาา

ส่วนตัวโซนนี้ของ TenTen Shabu ทำให้เราสายต้องการเครื่องเคียงในชาบู ปลื้มปริ่ม เพราะว่าคือมีให้เลือกเยอะ ไม่น่าเบื่อ ดีงามมม

ใครชอบอะไรตักได้ไม่อั้นเลยนะ

กลับมาที่โต๊ะขบวนเนื้อนานาชนิดก็มาแล้วววววว บอกเลยสายเนื้อและสายหมูมีมือสั่นนนนน

  • เนื้อวากิว
  • เนื้อ US
  • เนื้อออสเตรเลีย
  • สันคอ
  • หมูดำ 3 ชั้น
  • หมูดำ

เนื้อดีงามมากแม่ !! แบบดีงามมมมม ดีงามมมมมมม เราเลือกชุด 799 เพราะว่าแค่กินเนื้อก็คุ้มแล้ววว แล้วเนื้อคือคุณภาพดี นุ่มมมมม เข้ากับน้ำซุป สุดยอดดดดดด

เนื้อวากิว
เนื้อ US
เนื้อออสเตรเลีย
สันคอ
หมูดำ 3 ชั้น
หมูดำ

ความอลังการต่อมาคืออ ซูซิแบบพรีเมี่ยม ซาซิมิ ที่สดแบบดีงามมมมมมมมมมม ใครสั่งแบบ 799 คือเตรียมใจ เตรียมลิ้น เตรียมพุงไว้เลยยยยย

  • ยำแซลมอน
  • แซลมอลแซ่บวาซาบิ
  • ลาบแซลมอน
  • แซลมอนโรลภูเขาไฟ
  • วากิวโรล
  • ปลาไหลโรล
  • แซลมอนซาซิมิ
  • กุ้งเทมปุระ
  • ไก่ทอด TENTEN

อ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาา ไม่รู้คำบรรยาย อยากให้มานั่งอยู่ด้วยกันนนนน เพราะมันฟินมากกกก คนรักแซลมอนนนน คนรักซูซิ ควรมาาาาาาาาาา

ส่วนตัวเราเป็นคนชอบซูซิ และซูซิที่นี่คืออร่อยมากกกก ดีงามมมม ส่วนของเนื้อแซลมอน คือสด หวานนนน แล้วก็มีเมนูที่นำมาทำให้เข้ากับคนไทย อร่อยยยยยยยย

สรุปปปปปปสายซูซิก็ต้องชอบบบบบบบ

ยำแซลมอน รสชาติแซ่บบบบบบ
แซลมอนแซ่บวาซาบิ ใครชอบวาซาบิต้องจัดดด
ลาบแซลมอน
แซนมอลโรลภูเขาไฟ คือออ อร่อยมากกกกกก ชอบบบบบบ
วากิวโรล สายเนื้อต้องจัดนะ นุ่มม ฟินนนนน
ปลาไหลโรล ปลาไหลคุณภาพ รสชาติไม่ต้องพูดถึง
แซลมอน ซาซิมิ แซลมอนสดดดด เนื้อหวานนนน + มีไข่หวานมาด้วยนะ
กุ้งเทมปุระ เนื้อกุ้งหวานนนน อร่อยยยย
ไก่ทอด TENTEN ไก่กับซอสเข้ากันได้ดีมากกก

เมื่อทุกอย่างบนโต้ะมาพร้อมมมมมมม

ทุกคนจับตะเกียบบบบบบบบ

ลุยเลยจ้าาาาาาาา

นุ้งหมีที่แช่อยู่ในหม้อ ทำมาจากน้ำซุปหม่าล่าแช่แข็งนะคะ ใครอยากได้นุ้งหมีแช่ออนเซนอยู่ในหม้อ แนะนำให้รีบมานะคะ เพราะนุ้งหมีมีจำนวนจำกัดในแต่ละวันน้า

TenTen Shabu ราคาแต่ละชุด นอกจากจะรวมน้ำดื่มจำพวกน้ำอัดลม และชาต่างๆแล้ว ความพิเศษยังมีชาไข่มุกอีกด้วยยยยย

มีคนเคยบอกว่ากระเพาะอาหารส่วนของคาวและของหวานนั้นแยกกัน ดูเหมือนว่าจะจริง เพราะตอนนี้ฝั่งกระเพาะของคาวนั้นเต็มไปด้วย เนื้อ เนื้อ เนื้อ ซูซิ ซูซิ และแซลมอน กระเพาะฝั่งของหวานก็สั่งให้สมองเรานั้น สั่งของหวานมารอแล้วจ้าาาา

  • Häagen-Dazs : สั่งได้ไม่อั้นนนนน
  • วาฟเฟิลบัวลอย : แนะนำว่าต้องลองงงง อร่อยย
  • ten ten tower : รสชาติหวานกรอบ กินเพลินนนน
  • พุดดิ้งไข่มุก : พุดดิ้งเนื้อแน่นๆ

โดยรวมสำหรับเราราคา 799 คือคุ้มค่าาาา น้ำซุปมีให้เลือกเยอะ แล้วเรายังเลือกได้มากถึง 4 ซุปในการทานครั้งเดียว เนื้อก็จัดมาเต็ม คุณภาพดีมากกก ซูซิแบบพรีเมี่ยมคือชอบบบ แซลมอน สด อร่อย น้ำจิ้มนี่เด็ดมีให้เลือกเยอะสุด ส่วนเครื่องเคียงอื่นๆก็ถือว่ามาครบ ของหวานมีให้เยอะ

TenTen Shabu ดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ประทับใจ

พิกัด : TENTEN ชาบู 4 สี หมีออนเซน ชั้น 5 อาคารสยามสแควร์ วัน (หน้าลิฟท์แก้ว ฝั่ง BTS) สำรองที่นั่ง โทร. 062-479-1623

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

FB : TENTENSHABUSUSHI

IG : TENTENSHABUSUSHI

Line : @tentenshabusushi

แอดเลย : http://nav.cx/eYgODgC

ขอขอบคุณ TenTen Shabu ที่ชวนบันทึกนักหนีเที่ยวไปทานชาบูอร่อยยยยๆค่า

5 Cafe น่าเช็คอิน หัวหิน

หิวหินไม่ได้มีแค่หอย

เพราะหัวหินมีคาเฟ่ดีๆเยอะมากกกกกกกกกกกก

ทริปนี้บันทึกนักหนีเที่ยวจะชวนทุกคนไปเช็คอิน 5 Cafe ที่เลือกมาว่าอยากแนะนำให้ไปเมื่อคุณไปหัวหิน

1 D + Day Artist 

คาเฟ่ที่มีวิวสวยที่สุดดดดดด

คาเฟ่ติดทะเลสุดชิลลลลลล

คาเฟ่ริมหาดที่ให้บรรยากาศสุดชิลลลล ตัวคาเฟ่ตั้งอยู่ริมหาดส่วนตัวบริเวณหาดทรายเขาเต่า ตัวร้านเป็นคาเฟ่ที่อยู่บนหาด เบื้องหน้าคือทะเล ที่ไม่มีวิวของสิ่งก่อสร้างใดมาบดบังเลย ให้บรรยากาศที่ชิวมากกก ภายในร้านเน้นเป็นโซน Outdoor แต่กำลังที่ไปช่วงเที่ยงแล้วอยากหลบร้อน ทางร้านก็มีส่วนที่เป็น Indoor อยู่ด้วยเช่นกันนะคะ

ส่วนตัวเราชอบที่นี่มากกกก เพราะเป็นคาเฟ่ที่ได้มองเห็นทะเลแบบเต็มๆ หาดทรายแม้จะไม่ได้เป็นสีขาว แต่ก็สวยไม่แพงที่ไหนเลยนะ ใครมาแนะนำให้มาเย็นๆจะได้อากาศชิวๆ จิบเครื่องดื่มไป มองทะเลไป คือดีมากกกกก

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม อาหาร และไอศกรีม

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • ขาวดำปั่น : มันคือน้ำเฉาก๊วยผสมกับลำไย อย่อยมากกกก แนะนำให้ลอง
  • แกงเป็ดเห็ดย่าง : ใครชอบกินเป็ดและชอบเห็ด ควรจัด
  • ข้าวผัดพริกแกงกุ้ง (จำชื่อจริงๆไม่ได้) : อันนี้ก็อร่อยมากเช่นกัน
  • ไอศกรีมมังคุด : หวาน สดชื่นมากกก

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายเครื่องดื่มสดชื่น // สายอาหาร // สายไอศกรีม // สายถ่ายรูป // สายชิล // สายทะเล

คะแนน : 9/10

Address : หัวหิน 105 (จุดสังเกตุจะมี Family Mart)
ข้ามทางรถไฟ เจอสามแยกให้เลี้ยวซ้าย ตรงตามทาง 2 กม. (ตามป้ายร้านสีดำ) ลงเนินเขาจะเจอซอย “เขารอดซอย 1-วนอุทยานปราณบุรี ตรงเข้าซอย วันดี อยู่สุดทางริมทะเลเลยค่ะ)

Tel :  087 656 9995

Time :  10:00 – 22:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/1dDayArtist/

Website : www.100000d.com/1d+


Kocchira HuaHin

คาเฟ่สีฟ้าตัดสีน้ำตาล

คาเฟ่ที่มี Co-Working Space และมี Work-Shop เบเกอรี่

คาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในโรงแรม Kocchira HuaHin การตกแต่งใช้สีฟ้าตัดกับสีน้ำตาลเป็นหลัก ด้านในเป็นคาเฟ่ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่มีพื้นที่สำหรับให้เราใช้เป็น co-working เจ้าของร้านบอกว่าจะนั่งนานแค่ไหน ไม่ว่ากัน ให้พื้นที่นี้เป็นเหมือนบ้านของทุกคนได้เลย ไม่หมดแค่นั้นเพราะคาเฟ่แห่งนี้ยังมีความเก๋ที่ว่ามีพื้นที่ให้เราสามารถเรียน work-shop ทำเบเกอรี่ได้ด้วยนะ ส่วนราคาคอร์สก็เริ่มที่ 400-720 บาท

เราชอบที่นี่ตั้งแต่สีฟ้า แล้วยังชอบที่มีพื้นที่สำหรับคนที่ชอบเอาโน้ตบุ้ค เอางานไปนั่งทำนอกบ้านแบบเรา ยังค่ะ ยังไม่พอเพราะว่าที่นี่มีพื้นที่สำหรับคนที่ชอบทำขนมแต่ไม่มีความรู้อะไรมาก หรืออยากลองทำขนมดูสักครั้ง ที่นี่ก็มีคอร์สราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าเราด้วยนะ เอาเป็นว่าชอบมากกกกก

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีครบ มาร้านเดียวครบทุกอย่าง แถมมีคอร์สให้เรียนทำขนม

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • คาราเมลมัคคิอาโต้ :หอมคาราเมล มากกก ทางร้านบอกว่าคาราเมลทำเองนะ ใครชอบกาแฟนมแนะนำ
  • น้ำสด + เหล้า : อันนี้จำชื่อเมนูจริงๆไม่ได้ แต่มันคือนมสดและเหล้าที่ปั่นรวมกัน รสชาติแปลกๆหน่อย แต่อร่อยดีนะ
  • สตอเบอรี่สมูทตี้ : (ชื่อเมนูจริงๆจำไม่ได้อีกเช่นกัน) แต่ใครชอบรสชาติเปรี้ยวๆ ต้องชอบแน่ๆ
  • American Breakfast : คือจานใหญ่มากกกกกกกกกกก อิ่มมากกกก วัตถุดิบทุกอย่างดีงาม อร่อยมาก
  • แพนเค้ก : ที่ร้านบอกเราว่า แพนเค้กของที่นี่เป็นสูตรแบบฝรั่งคือ ในตัวแป้งของแพนเค้กจะผสมโยเกิร์ตด้วย ให้เนื้อสัมผัสที่หนาและนุ่มกว่าปกติมาก รสชาติดีงามมากจ้าาา
  • Honey mixed nuts french toast : ใครชอบโทส เมนูนี้คือดีงามมมมมมมม ยอมมมม
  • บราวนี่ : อร่อยมากกก ใครชอบบราวนี่แนะนำ
  • ทริปเปิ้ลมูสเค้ก : อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก ดีงามมมม

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายขนม // สายทำขนม // สายกาแฟ // สายอาหาร // สายถ่ายรูป // สายมินิมอล

คะแนน : 9/10

Address : 123/45 ซอยหมู่บ้านตะเกียบ ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110

Tel :   032 646 779

Time :   08:00 – 22:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/Kocchira/

Website : www.kocchirahuahin.com


Tree House Cafe

คาเฟ่ที่เป็นบ้าน

คาเฟ่ขนาดเล็กแต่ร่มรื่นมากกกก

คาเฟ่แห่งนี้ส่วนตัวอยู่ในซอยหัวหิน 29 และก็ซ่อนตัวอีกทีอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยความร่มรื่นจากต้นไม้มากมาย ภายในบ้านหรือคาเฟ่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียว สมกับชื่อร้าน tree house ภายในร้านจะมีทั้งโซน indoor และ Outdoor สามารถเลือกได้ตามใจชอบเลยนะ

ส่วนตัวเราชอบร้านนี้มากกก เพราะเราชอบบ้านที่มีต้นไม้เยอะๆแบบนี้ มันทำให้การนั่งจิบกาแฟไม่ว่าเวลาไหนก็เย็นสบาย ส่วนเมนูของที่ร้านก็จะมีเครื่องดื่มประเภทกาแฟและเบียร์คราฟ ส่วนอาหารก็จะมีอาหารตะวันตกหลายอย่างให้เราเลือกทาน ส่วนตัวเรานั้นได้ลองเฉพาะกาแฟ รสชาติดีงาม รวมกับบรรยายสีเขียวๆแบบนี้ ได้ลองเอาโน้ตบุ้คมาคิดงานที่นี่ มันคือสวรรค์ของเราเลยยย

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม กาแฟ อาหาร และเบียร์คราฟ

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • คาปูชิโน่ : กาแฟรสชาติดีงาม ที่สำคัญใครชอบฟองเยอะๆต้องรักที่นี่

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกาแฟ // สายเบียร์คราฟ // สายสปาเก็ตตี้ // สายถ่ายรูป // สายชิล // สายบ้านและสวน

คะแนน : 9/10

Address : 15/117 ซ.หัวหิน29 อ.หัวหิน อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 7110

Tel :   081 937 0070

Time :   09:00 – 18:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/treehousecafehuahin/


Memory House Cafe

นี่คาเฟ่ในหัวหินหรือฉากในนิทาน

ใครชอบถ่ายรูปต้องรักคาเฟ่แห่งนี้

คาเฟ่สีขาวที่อยู่กลางทุ่ง ให้บรรยากาศที่น่ารักมากกก memory house cafe อยู่ในซอยหัวหิน 101 ติดอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ภายในร้านตกแต่งบรรยากาศน่ารัก ใช้สีขาวเป็นหลักให้อารมณ์เหมือนโรงนาที่อยู่ในไร่ แถมบรรยากาศภายนอกของร้านยังมีทุ่งหญ้าสวยๆ ที่อยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำให้ความรู้สึกเหมือนเราไม่ได้อยู่ในหัวหินเลย น่ารักมากกกก

คาเฟ่แห่งนี้น่ารักมากกกก โดยเฉพาะสายถ่ายรูปน่ารักกุ๊กกิ๊ก คือดีงามมม ใครจะมาแนะนำว่าควรแต่งตัวน่ารักๆมาถ่ายรูปสวยๆกันนะจ้ะ

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม + ขนม

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • ชานมไข่มุกพ่นไฟ : รสชาติอร่อยเลยทีเดียวค่ะ

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกุ๊กกิ๊ก // สายน่ารัก // สายถ่ายรูป // สายชิล

คะแนน : 9/10

Address : 43/56 ซ.หมู่บ้านเขาเต่า ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77110

Tel :  095 663 2901

Time :   10:00 – 19:00 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/memoryhouse2019/


Air Space Hua Hin 

คาเฟ่สุดเท่ของหัวหิน

สายกาแฟควรมาเช็คอิน

Air Space ตกแต่งตัวอาคารนี้ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโรงเก็บเครื่องบิน ตกแต่งด้วยกระจกใส ทำให้โปร่ง สบาย ด้านในมีเฉพาะโซน Indoor เท่านั้น เมนูเครื่องดื่มก็มีให้เลือกเยอะมากก ตั้งแต่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค๊อกเทล กาแฟ ส่วนขนมก็ยังมีให้เราเลือกทานได้อีกเพียบบบบ

ส่วนตัวเราชอบการตกแต่งของร้านนะ ยิ่งใครแต่งตัวสวยๆมาถ่ายรูปชิคๆ คือดีงามมม ใครมาหัวหินแล้วควรแวะมานะ รับรองได้รูปสวยๆกลับไปแน่นอน

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีเครื่องดื่ม + ขนม +อาหาร

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • Deconstructed Latte : ใครคือสายกาแฟ เราอยากจะบอกว่าควรลองงง มันมีอะไร มันคือการผสมกันของรสชาติในลิ้นนนน
  • Hot Plate Brownies : อันนี้อร่อยมากกกก ดีงามมมม แนะนำว่าต้องลอง

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายกาแฟ // สายอาหาร // สายขนม // สายถ่ายรูป // สายเท่ // สายเก๋ // สายรักความสงบ

คะแนน : 9/10

Address : 12/399 หัวดอน, หนองแก, อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 7110

Tel :   063 916 0999

Time :  09:00 – 22:30 น.

Facebook :  https://www.facebook.com/airspaceth/