ไม่ต้องไปถึงวังเวียง แค่สระบุรีก็เพียงพอ

ช่วงวันหยุดวันแม่ 12 สิงหาคม 2560 เรามีช่วงว่างนิดหน่อยจากงาน(ที่รัดตัวมากๆ) ก่อนหนีเที่ยวก็ต้องทำหน้าที่ลูกที่ดี กราบคุณแม่ล่วงหน้าเทสกาลวันแม่ แล้วหนีไปชิลที่สระบุรี 5555 เนื่องจากคุณแม่ไม่ว่างช่วงเทศกาลวันแม่ บ้านเราเลยถือวันสะดวกเป็นหลัก เพราะยังไงเราก็รักแม่ทุกวันอยู่แล้วเนอะๆ

ทริปนี้สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเราค่อนข้างเครียดกับงานมากๆ รู้สึกว่าร่างกายตัวเองต้องการพักผ่อน อยากหนีไปนอนฟังเสียงน้ำไหล หรือ เสียงคลื่นน้ำทะเล เมื่อร่างกายและหัวใจต้องการพักผ่อนจนสั่งให้สมองและมือก็เริ่มต้นค้นหาว่า มีโรงแรมที่พักที่ไหนบ้างในประเทศไทย ที่เราจะสามารถพาร่างกายไปพักผ่อนฟังเสียงน้ำไหล หรือ ฟังเลยคลื่นแบบ  2 วัน 1 คืนได้บ้าง ค้นหาไปเรื่อยๆสุดท้ายก็ไปเจอกับโรงแรมหนึ่งที่อยู่ในอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ที่มีธารน้ำตกไหลผ่านโรงแรม และเรามีคนรู้จักเคยไปพักที่นี่มาแล้ว ก็นั่งยัน นอนยัน ว่าที่นี่สบายมากๆ ได้พักผ่อนฟังเพลงน้ำไหลแบบที่ต้องการแน่นอน ทริปนี้เราเลยตัดสินใจเดินทางไปพักผ่อนที่โรงแรม ณดล สตรีมไซด์ ไทย วิลล่า แบบไม่ลังเล 

0090

การเดินทางครั้งนี้เราตัดสินใจว่าจะไม่ขับรถไป เนื่องจากอยากนั่งรถไฟ อยากทำอะไรที่ไม่ง่ายไม่สะดวกบ้าง ถึงแม้จะอยากพักผ่อน แต่ก็ยังอยากผจญภัยอยู่ การเดินทางครั้งนี้เราเลยเดินทางด้วยรถไฟไทย ขบวน 135 ที่มีต้นทางสถานีกรุงเทพ – ปลายทางสถานีอุบลราชธานี แต่เราจะเดินลงที่สถานีมวกเหล็ก เพราะใกล้กับโรงแรมที่จะไปพักมากที่สุด  โดยค่ารถไฟไปกลับคนละ 202 บาท และครั้งนี้เราเลือกจองตั๋วรถไฟไทยแบบผ่านระบบออนไลน์ เพราะเมื่อเข้าไปลองศึกษาการจองในระบบออนไลน์แล้วนั้น ได้ทราบว่าเราจะสามารถระบุบเลขที่นั่งได้ด้วย ซึ่งมันค่อนข้างดีมากๆสำหรับคนที่เลือกจะเดินทางในช่วงเทศกาลวันหยุดแบบเรา เพราะหากไม่ได้จองระบุบที่นั่งไปเจอคนเยอะๆ อาจจะต้องยืนตลอดก็เป็นได้ (เราเคยยืนจากสถานีอยุธยา – สถานีกรุงเทพ มาแล้ว เลยตัดสินใจว่ารอบนี้จะจองแบบระบุบที่นั่ง ) สำหรับเราๆชอบระบบจองไปแบบนี้มากๆ ไม่ต้องไปจองคิวซื้อตั๋วที่สถานีมาถึงให้ทันเวลาแล้วก็เดินไปหาที่นั่งของเราได้เลย 

0106

รถไฟที่จะผ่านสถานีมวกเหล็กมีด้วยกัน 3 ขบวน 3 เวลาที่แตกต่างกัน การเดินทางครั้งนี้เราเลยเลือกขบวน 135 ประเภทรถเร็วที่จะออกจากสถานีกรุงเทพ เวลา 6.40 น ถึงปลายทางสถานีมวกเหล็ก 10.13 น แต่ด้วยคอนโดเราไม่ได้อยู่ไกลสถานีรถไฟกรุงเทพหรือสถานีหัวลำโพงเลย แต่ใกล้สถานีรังสิตมากกว่าเราเลยตัดสินใจว่าจะขึ้นที่สถานีรถไฟรังสิตดีกว่า แต่ตั๋วเราจองแบบออนไลน์เราเลือกจองต้นทางกรุงเทพ เหมือนเดิม เพราะอย่างที่บอกแต่ต้นว่าเรากลัวคนเยอะไม่มีที่นั่ง เราเลยต้องยอมจ่ายแพงกว่าแต่มีที่นั่งแน่นอน (การจองตั๋วผ่านระบบออนไลน์ มีข้อแม้ว่าเราต้องจองจากต้นทางหรือสุดที่ปลายทางเท่านั้นจึงจะสามารถจองบนระบบออนไลน์ได้) 

ภาพหน้าจอ 2017-08-16 21

เราเดินทางเช้าวันที่ 12 สิงหาคม 2560 เช้าของวันเริ่มต้นเทศกาลวันหยุดยาว และไม่ผิดจากการคาดเดาของเราจริงๆ วันนี้บนรถไฟคนเยอะมาก เยอะจนเจ้าหน้าที่มาบอกเราว่านี่ขนาดเพิ่มมา 3 ตู้ละนะ ยังไม่พอ และการที่เราบอกว่าเราจะขึ้นรถไฟที่สถานีรังสิต ก็แสดงว่าที่นั่งของเราอาจจะมีคนนั่งมาจากสถานีต้นทางกรุงเทพก่อน เมื่อเราขึ้นมาบนรถก็พบว่าโบกี้ที่เราจะนั่งคนแน่นมากกกก แบบมากกกกกกกกกกกกกกก ก็เลยทำได้แค่ยืนตรงหน้าบริเวณห้องน้ำ เพราะไม่สามารถเบียดผู้คนเข้าไปหาที่นังของตัวเองได้ จนเจ้าหน้าที่มาขอตรวจตั๋วหลังจากเลยสถานีเชียงรากมาแล้ว พร้อมบอกให้เราไปนั่งที่นั่งที่จองมาเพราะเป็นสิทธิ์เราเอง เราเลยบอกคุณเจ้าหน้าที่ว่า เรารอให้ถึงสถานีอยุธยาก่อนดีกว่าคนจะลงเยอะแล้วค่อยเดินไปหาที่นั่ง

0089

เมื่อมาถึงสถานีอยุธยาก็ตามคาด เพราะมีคนลงที่สถานีนี้ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ทำให้รถไฟโล่งไปเยอะ แต่ยังไงที่นั่งก็ยังเต็มอยู่นะคะ แต่ตรงโถงทางเดินว่างละ เรากับแฟนเลยเดินไปหาที่นั่งค่ะ  เมื่อมาถึงที่นั่งของเราก็พบว่ามีคนอื่นนั่งอยู่ก่อนแล้ว โดยสองคนที่นั่งอยู่นั้นคนที่นั่งติดหน้าต่างคือ เด็กหนุ่มอายุประมาณ 17-18 ปี กับคุณลุงที่อายุประมาณ 65 น่าจะได้ แฟนเราเลยบอกเราว่าให้เราไปนั่ง แต่ที่ของเขาๆจะสละให้ลุงนั่งต่อเอง ไม่เป็นไร

0088

เราเลยบอกน้องผู้ชายคนนั้นว่า เราขอที่นั่งนะ เพราะเราจองที่นั่งมาพร้อมยื่นตั๋วให้น้องเขาดู และบอกว่าอีกที่ไม่เป็นไรแฟนพี่เขาให้ลุงนั่งต่อ แต่สิ่งที่เราได้รับกลับมาคือสายตาไม่พอใจของน้องผู้ชายคนนั้น และไม่มีคำขอบคุณอะไรกลับมาเลยที่แฟนเรายอมยืนไปจนถึงมวกเหล็ก เพื่อยกที่นั่งให้ลุง แต่อย่างไรก็ตามเราสองคนก็มองว่าไม่เป็นไร เพราะถ้าลุงคนนั้นคือญาติของเราๆก็หวังว่า จะมีใครที่มีน้ำใจแบบที่เรากำลังทำให้แก่ญาติของเรา

0085

อีกเหตุผลที่เราเปลี่ยนจากการขับรถมามวกเหล็กแล้วมานั่งรถไฟแทน ก็เพราะอยากนั่งมองวิถีชีวิตของคนที่ใช้รถไฟไทย คนที่กำลังเดินทางกลับบ้านไปหาครอบครัว คนที่กำลังดำรงชีพจากอาชีพที่เกี่ยวข้องกับรถไฟ 

0106_1

เรานั่งชมบรรยากาศสองข้างมาเรื่อยๆ ก็มาถึงสถานีมวกเหล็ก สถานีที่เป็นจุดหมายของเรา รถไฟมาถึงช้ากว่าเวลาที่กำหนดไป 5 นาที ซึ่งเราก็ยังถือว่าแบบนี้คือยังตรงเวลาอยู่ (เราเคยเจอที่ต้องรอรถสวนนานมากก)  เมื่อมาถึงสถานีแล้วเรากับแฟนลงมาฝั่งที่ตรงข้ามสถานี เพราะประตูอีกฝั่งมีคนนั่งอยู่ เมื่อลงมาแล้วเรามองลงไปด้านล่างฝั่งตรงข้ามกับสถานีมีร้านอาหารและร้านขายชาอยู่ เราเลยคิดว่าจะลงไปซื้อชาเย็นและถามทางไปสักหน่อย

0103_051322883

ฝั่งตรงข้ามกับสถานีรถไฟเดินลงบันไดมาจะเจอร้านอาหารและร้านชา

ตอนนี้เรามีข้อมูลแค่ว่าโรงแรมอยู่ทางไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อยและต้องนั่งรถสองแถวไปแล้วให้ลงปากซอยเดินเข้าไปด้านในโรงแรมต่ออีกประมาณ 500 เมตร เราเลยไปถามพี่คนที่ขายชาว่าเราจะไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อยต้องไปยังไงค่ะ พี่เขาบอกว่าให้รอรถสองแถวสีส้มต้นทางจาก บขส. สุดท้ายที่น้ำตกเจ็ดสาวน้อย แต่ต้องทำใจหน่อยนะ รถมันมี 1 ชม ต่อ 1 คัน รอนานหน่อย เราก็นั่งรอที่ร้านพี่เขาค่ะ ก็คิดว่าไม่เป็นไรตอนนี้มัน10โมงกว่าๆไปตอนนี้ก็ยังเช็คอินไม่ได้อยู่ดี ช้าเราก็รอได้ ผ่านไปเกือบ 20 นาที รถก็ยังไม่มาสักที จนพี่เขาบอกว่ามันมีรถเหมาด้วยนะน้อง ให้ลองขึ้นไปดูที่สถานีปกติเขาอยู่ที่สถานีนะ เราก็โอเคงั้นขึ้นไปสถานีดูเผื่อว่ามีรถเช่าก็ดีเหมือนกัน พรุ่งนี้ตอนกลับเขาจะได้เข้าไปรับเราที่โรงแรม

51322887

เราขึ้นมาบนสถานีรถไฟหันซ้ายหันขวาก็เจอคุณป้าคนหนึ่งเราจำได้ว่าป้าคือคุณที่ขายของบนรถไฟ

เลยถามป้าว่า “หนูจะไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อยมีรถเหมาบ้างมั้ยค่ะ”

ป้าเลยบอกว่า “มีๆลูก มีรถเหมาคนขับรถชื่ออาร์ต คนนี้คิดราคาไม่แพงคนละ 200 บาท รอรับกลับมาส่งสถานีด้วยแล้วก่อนไปน้ำเจ็ดสาวน้อยพี่อาร์ตคนนี้จะพาไปเที่ยวจุดอื่นๆด้วย”

ซึ่งก่อนหน้าที่เราจะมามวกเหล็ก เราก็พอจะหาข้อมูลใน Pantip มาบ้างเจอกระทู้หนึ่ง (ต้องขอโทษด้วยค่ะ เราจพำไม่ได้ว่ากระทู้นั้นเป็นของใคร) บอกว่ามีรถเหมาไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อยแต่ไม่มีข้อมูลใดๆ เพราะพี่คนนี้ไม่ใช้โทรศัพท์

เราเลยถามป้าว่า “แล้วหนูจะติดต่อพี่อาร์ตได้ยังไง”

ป้าบอก “ติดต่อไม่ได้ลูก เขาไม่ใช้โทรศัพท์”

“ทำไมพี่เขาถึงไม่ใช้โทรศัพท์ละคะป้า”

“เขาเคยทำงานในกรุงเทพมาก่อน ทำงานดีด้วยแต่อกหักเลยกลับบ้านมาดูแลพ่อและตัดขาดจากโทรศัพท์และทุกอย่างไปเลย”

เราถามป้าว่าแล้วพี่อาร์ตจะมาตอนไหน ป้าบอกว่าตอนนี้พี่แกไปส่งคนเด่วคงมาให้นั่งรอที่สถานีก่อน

51322888

เราคุยกับป้าอยู่นานจนรู้ว่า ป้าชื่อป้าไข่ บ้านป้าอยู่ใกล้สถานีแก่งคอย ป้าขายลูกอมบ้าง เม็ดบัวบ้าง ทำอาชีพนี้มานานแล้ว เพราะสามีป้าทำงานการรถไฟ แต่สามีเสียไปนานแล้ว ป้าไข่เป็นคนน่ารักมาก มองโลกในแง่ดี ใจดี ก่อนป้าจะขึ้นรถไฟขบวนที่จะมาเราเลยขอถ่ายรูปป้าไว้หน่อย และบอกป้าว่าเผื่อคราวหน้ามีคนจะมาเที่ยวแบบหนูจะได้ถามหาป้าไข่ เพราะป้าไข่มีข้อมูลทุกอย่างเพียบ ก่อนป้าจะขึ้นรถไฟไปขายของต่อ ป้ายังหันไปพูดกับเจ้าหน้าาที่สถานีรถไฟมวกเหล็กว่า “เด็กเขาจะไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อย รอเจ้าอาร์ต ฝากเด็กเขาด้วยนะ ถ้ามีรถอื่นก็บอกเด็กมันนะ” เราได้ยินป้าพูดกับเจ้าหน้าที่รถไฟเราซึ้งในน้ำใจป้าอย่างบอกไม่ถูกจริงๆค่ะ ถ้าใครเดินทางด้วยรถไฟผ่านสถานีแก่งคอยอย่าลืมอุดหนุนลูกอมป้าไข่นะคะ

01110110

หลังจากนั้นเราก็นั่งเล่น เดินเล่นที่สถานีรถไฟมวกเหล็กเพื่อรอพี่อาร์ต เพราะคิดว่าถ้าได้รถเหมา พรุ่งนี้หลังเช็คเอ้าท์เสร็จจะได้ให้พี่เขามารับ เพราะตอนนี้เราไม่แน่ใจว่าหน้ารอโรงแรมกับถนนใหญ่มันไกลมากรึป่าวและแถวนั้นจะหารถสองแถวได้ยากแค่ไหน  รอแล้ววว รอเล่าาา ก็ไม่มีวี่แววของพี่อาร์ตเลย จนเราเริ่มจะถอดใจจะกลับลงไปรอรถสองแถวที่เดิม ก็พอดีกับลุงเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟออกมาถามว่า เราจะไปไหน เราเลยบอกว่า เรารอพี่อาร์ตรถเหมาที่ป้าไข่บอกเอาไว้ ลุงเจ้าหน้าที่บอกกับเราว่า พี่อาร์ตจะไม่เข้ามาสถานีระหว่างวัน จะกลับเข้ามาอีกทีบ่าย2เลย เพราะมาส่งคนที่กลับกรุงเทพ ลุงเลยบอกว่า ไปเดี๋ยวลงจะพาไปรอรถสองแถว  เราก็โอเคคะ ตามลุงไป ซึ่งมันก็คือที่เดิมตอนแรกที่เราลงไปซื้อชาเย็นแล้วนั่งรอตรงนั้น แต่คราวนี้โชคดี ระหว่างที่เรากำลังเดินลงไป รถสองแถวสีส้มที่เราจะโดยสารก็มาพอดี เรารีบไหว้ขอบคุณลุงมากๆ เพราะตอนรถกำลังจะมา ลุงรีบวิ่งไปบอกให้รถรอเราก่อน (คนสระบุรีใจดีจริงๆ) 

01890112

ก่อนขึ้นรถเราบอกพี่คนขับว่าจะไปโรงแรม ณดล ที่อยู่ทางไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ไม่ต้องอธิบายมากเพราะพี่คนขับรู้จักโรงแรมนี้ พี่คนขับถามว่าจะให้เข้าไปส่งด้านในมั้ย เราถามว่าพี่คิดราคาเท่าไหร่ พี่คนขับบอกคนละ 20 บาท เรารีบตอบตกลงเลยค่ะ นั่งรถสองแถวมาจากสถานีรถไฟมวกเหล็กไม่ถึง 10 นาที รถสองแถวก็มาส่งเราที่โรงแรม ณดล สตรีมไซค์ ไทย วิลล่า เรามาถึงโรงแรมตอน 12.30 น ซึ่งยังไม่สามารถ Check – in ได้ และด้วยเราไปในวันหยุดยาว แขกที่มาพักในโรงแรมก็เยอะเป็นปกติ เราก็เลยใช้เวลาระหว่างรอเลยถ่ายรูปเล่นรอบๆ Lobby ไปก่อน

0113_0.jpg011401150116012001170122

ถ่ายรูปเล่นอยู่สักพักพนักงานก็มาทำการ check – in ให้ แต่พนักงานแจ้งว่าตอนนี้ยังทำห้องไม่เสร็จรบกวนให้รอก่อน รอห้องไม่ใช่ปัญหาเราอยู่ละ เพราะโรงแรมที่ร่มรื่นมีเสียงน้ำไหลตลอดเวลาแบบนี้รอนานหน่อยก็ไหวค่ะ แต่เมื่อมองนาฬิกาที่บอกเวลาว่าเลยเที่ยงมาสักพักแล้ว บวกกับท้องที่เริ่มส่งเสียเราก็เลยตัดสินใจทานมื้อเที่ยงรอห้องเลยละกัน

0118011901210143

โรงแรมนี้มีห้องอาหารแบบ indoor และ outdoor สำหรับรอไม่กลัวเพราะอยากฟังเสียงน้ำไหลมากกว่า ห้องอาหารส่วนนี้จะใช้สำหรับทานอาหารเช้าด้วยนะคะ โต้ะมีเยอะ เลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ ส่วนเราเลือก outdoor ค่ะ อยากฟังเสียงน้ำไหลมันผ่อนคลายดีค่ะ

014401450146014701480150

ระหว่างรออาหารเราก็ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยๆ ตัวโรงแรมจะมีธารน้ำไหลผ่านสอบถามพนักงานได้ความรู้มาว่า ต้นน้ำของลำธารสายนี้มาจากเขาใหญ่จะไหลลงไปสู่น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ซึ่งถ้าใครมาหน้าฝนแบบนี้ก็จะเจอน้ำเต็มแบบนี้ละค่ะ สำหรับหน้าหนาวน้ำจะน้อยกว่านี้และน้ำจะนิ่งค่ะ เราว่าก็น่าจะสวยไปอีกแบบค่ะ

015301510152

ถ่ายรูปเล่นสักพักอาหารก็มาค่ะ มื้อนี้เราสั่งไป 3 อย่างเป็นเมนูแนะนำทั้งหมด แต่ส่วนตัวเราว่ารสชาตยังเฉยๆ ไม่ได้เด่นมาก มื้อนี้ราคาทั้งหมด 860 บาท รวมน้ำและข้าวเปล่าอีก 1 จาน สำหรับคนที่อยากประหยัดเราแนะนำมื้อเที่ยงให้ทานที่ร้านอาหารที่อยู่ตรงที่รอรถสองแถวที่สถานีรถไฟมวกเหล็กค่ะ ร้านนั้นอร่อยและไม่แพงเลยค่ะ แนะนำมากๆๆ  ส่วนมื้อเย็นก็ทานในโรงแรมเพราะว่าสะดวกค่ะไม่ต้องออกไปข้างนอก

0109

ทานข้าวเสร็จเราก็วิ่งลงไปเอาเท้าจุ่มน้ำสักนิดนึง ก็น้ำมันเย็นน่าลงไปเล่นขนาดนี้ใครจะอดใจไหวเนอะ ^^ เรานั่งเล่นอยู่สักพักพนักงานก็มาตามว่าห้องเสร็จเรียบร้อยค่ะ

0157

ตามพี่พนักงานไปที่ห้องกันค่ะ เราจองห้องผ่านทาง Expedia เพราะเรามีคะแนนสะสมอยู่สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ 1200 บาท ก่อนจะจองเราโทรมาสอบถามทางโรงแรมค่ะ ว่าควรพักแบบห้องแบบไหนดี เพราะโรงแรมมีห้องเยอะเลยคะ  โดยทางโรงแรมแนะนำเราว่าพักเป็นห้อง Creek Deluxe 1 Bedroom ก็ได้ค่ะอยู่ชั้น 1 ของตึกระเบียงจะมองเห็นธารน้ำและได้ยินเสียงน้้ำไหลชัดเจนแบบที่เราต้องการ แต่ตอนแรกเราก็ลังเลว่าพักห้องที่มีพื้นที่ลำธารส่วนตัวดีมั้ยคือห้อง The Villa 1 Bedroom แต่ราคาห้องนี้จะแพงกว่ามากค่ะ พนักงานเลยบอกว่าไม่จำเป็นเลยค่ะ เพราะว่าโรงแรมมีส่วนกลางให้พักผ่อนอยู่มาก  ในที่สุดเราเลยเลือกห้อง Creek Deluxe 1 Bedroom 

523961465239614501775239614401760179

       ในส่วนของมินิบาร์และน้ำในตู้เย็นสามารถทานได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มค่ะ

017801810182018052396142

ในส่วนของระเบียงเราสามารถออกไปนั่งเล่นอ่านหนังสือพร้อมฟังเสียงน้ำไหลชิวๆได้เลย

ห้อง Creek Deluxe 1 Bedroom โอเคเลยค่ะ เราว่าไม่มากไปและไม่น้อยไป เราไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินมากก็สามารถพักผ่อนชิวๆในโรงแรมนี้ได้ค่ะ สั่งจากทดลองนอนบนเตียงอันนุ่มๆแล้ว ก็ได้เวลาออกไปสำรวจพื้นที่พักผ่อนส่วนอื่นๆของโรงแรมกันค่ะ

01840186018501870188189โรงแรมนี้มีสระว่ายน้ำสองสระ สระแรกอยู่ที่ล็อบบี้ความลึก 100 ม. และสระในรูปลึก 150 ม.0190019101940192_0019301960195019802070199

เราเดินสำรวจพื้นที่พักผ่อนส่วนกลางจนทั่ว ขอยืนยันอีกครั้งว่าพักโรงแรมนี้ไม่ต้องพักห้องที่มีพื้นที่ส่วนตัวก็ได้ค่ะ แค่เพิ่งที่ส่วนกลางมาแค่คืนเดียวใช้ไม่ทั่วเลยค่ะ  เมื่อหนำใจกับการสำรวจพื้นที่ส่วนกลางเรียบร้อยแล้วนั้น ก็คงถึงเวลาที่รอคอยกับการลงไปแช่น้ำให้ชุ่มฉ่ำสักที อิอิ

02010202020012081940212

ใครต้องการพาร่างกายมาพักผ่อน ให้ธรรมชาติบำบัด ชอบความสงบแบบนี้ เราแนะนำที่นี่มากค่ะ และในวันที่พักไปพักขนาดว่าเป็นช่วงเทศกาล แต่คนที่เล่นน้ำวันนั้นมีแค่ เรา ฝรั่ง 1 คน ครอบครัวพ่อแม่ลูก แค่นั้นเองค่ะ และถ้าใครมาช่วงหน้าฝนแบบนี้ น้ำจะเยอะ เล่นสนุกเลยค่ะ แต่สำหรับเราแค่ได้นั่งแช่นอนแช่แค่นั้นก็สุขใจ

0205ถ้าเธอทุกข์ใจ ให้ลองเอาเท้าจุ่มน้ำ

หลังจากที่เรานั่งเล่นน้ำคนเดียวจนตัวเปื่อยแล้วนั้น ท้องก็เริ่มส่งเสียงแล้วค่ะ จนต้องยอมลุกจากน้ำไปเปลี่ยนชุดแล้วไปทานมื้อค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรมกัน ซึ่งเราได้จองโต้ะและสั่งอาหารไว้ตั้งแต่บ่าย (เรื่องกิน !! จำเป็นต้องวางแผนขนาดนั้นนนน ? )  ในส่วนของห้องอาหารมื้อค่ำก็คือที่เดิมกับเมื่อเช้า เราก็เลือกจองโต้ะตัวเดิมไว้ค่ะ เพราะเป็นมุมที่ชอบสุดแล้ว ข้อเสียหนึ่งอย่างของโรงแรมที่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนี้ ตกกลางคืนเมื่อไหร่ยุงมันจะมาเหมือนเราเป็นแหล่งอาหารอันโอชะของมัน

02140213021502160217

ก่อนจะเดินไปทานมื้อค่ำก็แวะเก็บบรรยากาศสระตอนค่ำหน่อย ใครจะลงมาว่ายน้ำก็ได้นะ สระปิด 2 ทุ่ม

021802190220

มาถึงโต้ะรอไม่นานอาหารก็มาถึงค่ะ ใครมาทานอาหารที่นี่เราแนะนำเมนู โรตีกับแกงมัสมั่นเนื้อ อร่อยมากกกกกกก เรากินไปชมวิวไปฟังเสียงน้ำไหลไป ช่วยในการเจริญอาหารได้ดีมากจริงๆค่ะ ส่วนมื้อค่ำแบบนี้ใครนั่งทานอาหารด้านนอก โรงแรมจะเอายากันยุงมาตั้งให้แต่ละโต้ะ แล้วพัดลมส่วนตัวให้ด้วยค่ะ ตกลงว่าคืนนั้นนั่งทานอาหารแบบไม่มียุงกวนใจ

เช้าวันที่สอง

เราเป็นคนนึงที่ถ้าไปเที่ยวเมื่อไหร่จะตื่นเช้ามากกกกกกกกกกก และวันนี้ก็เหมือนกันค่ะเราตื่นตั้งแต่ 6 โมงกว่า ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วออกมาซึมซับบรรยากาศตอนเช้าๆแบบนี้ อากาศดีมากค่ะ

0223

นั่งซึมซับบรรยกาศได้สักพักใหญ่ๆ ก็ถึงเลาอาหารเช้าแล้วค่ะ ก็เลยต้องลุกจากภวังค์ของตัวเองไปปลุกคนที่ยังหลับอยู่ให้ออกไปกินอาหารเช้ากัน

02250226022802290227

ในส่วนของไลน์อาหารเช้าของโรงแรมถือว่าเยอะและครอบคลุมเลยคะ แต่เรามาทานตอนคนเยอะ เลยถ่ายรูปมาได้คราวๆนะคะ แต่ยืนยันได้เลยว่ามีทั้งอาหารเช้าแบบไทย อเมริกา ขนม กาแฟ ผลไม้ ครบค่ะ ซึ่งในส่วนของอาหารเช้าเริ่มตั้งแต่ 7.00-10.00 น และส่วนห้องอาหารของคือที่เดิมและเราก็นั่งทานโต้ะเดิมค่ะ  พักโรงแรมนี้รับรองว่าเจริญอาหารแน่นอนค่ะ บรรยากาศมันทำให้เรากินได้เรื่อยๆไม่ต้องรีบร้อน

0221

หลังทานมื้อเช้าจนอิ่มมากแล้ว ก็กลับมาห้องขอมานั่งชิวๆที่ระเบียงอีกหน่อยให้หายอิ่ม แล้วจะได้เก็บกระเป๋า Check – out กลับเมืองกรุงกัน  สำหรับใครที่มาพัก 1 คืนแบบเราก็ต้องวนๆซึมซับบรรยากาศแต่ละโซนแบบนี้ไปเนอะ เวลาน้อยเราก็ต้องสุขกันแบบน้อยๆหน่อย

เรา Check – out ออกจากโรงแรมตอนเที่ยงตรง แล้วก็นั่งหลบร้อนต่ออยู่ในโรงแรมอีกเกือบครึ่ง ชม ก็เดินออกมารอรถสองแถวที่ถนนใหญ่ทางเข้าโรงแรม จากตัวโรงแรมเดินมาถนนใหญ่ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาทีค่ะ รอสักอยู่ประมาณ 10 นาที รถสองแถวก็มาก็บอกพี่คนขับมาว่าลงสถานีรถไฟ ค่าโดยสารขากลับคนละ 15 บาท และเราตกลงกันว่ามื้อเที่ยงเราจะไปลองทานร้านที่อยู่ตรงข้างทั้งไปสถานีรถไฟกัน เพราะเราเห็นคนท้องถื่นมาทานร้านนี้เยอะเลยค่ะ 

0232

มื้อนี้เราจ่ายค่าเสียหายไป 160 บาท สำหรับ 2 คน 3 อย่าง ซึ่งขอบอกว่าคุ้มมาก เพราะรสชาติร้านนี้อร่อยว่าที่โรงแรมอีกค่ะ ใครมามวกเหล็กโดยรถไฟ เราแนะนำให้มาทานที่นี่ค่ะ

หลังทานมื้อเที่ยงเสร็จเราก็ไปรอรถไฟกลับเมืองกรุงกันค่ะ สำหรับรถกลับเข้ากรุงเทพรอบนี้จะมาเวลา 14.48 น สำหรับรถไฟรอบนี้เวลาจริงมาเร็วกว่ากำหนดเวลาประมาณ 20 นาทีเลยคะ แต่ก็จอดอยู่เพื่อรอรถสวนทาง  สำหรับขากลับเราสามารถมานั่งตามที่นั่งที่จองไว้ได้เลยคะ เพราะรอบวันนี้คนไม่แน่นไม่เหมือนรอบที่มา นั่งกินลมชมวิวไปเรื่อยๆเวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิดไม่นานก็ถึงสถานีรังสิต

0231

สำหรับทริปนี้เป็นทริปที่เราอยากแนะนำสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อน แต่มีเวลาไม่มากแบบเรา มวกเหล็กเป็นคำตอบที่ดีอีกที่หนึ่งเลยคะ ดินแดนแห่งความชุ่มฉ่ำของน้ำตก ไว้มีโอกาสเราจะกลับมาพักผ่อนอีกแน่นอน และการได้เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งรถไฟได้มองวิถีชีวิตของผู้คน เราว่ามันทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง พร้อมกับได้พาตัวเองมาเรียนรู้การเดินทางแบบที่เราไม่คุ้นชินบ้าง มันก็สนุกไปอีกแบบนะคะ 

สรุปค่าใช้จ่าย

สไลด์1

จากราคานี้สามารถประหยัดตรงมื้ออาหารในโรงแรมให้เหลือเพียง 1 มื้อ แล้วมื้อเที่ยงในวันแรกตอนไปถึงมวกเหล็กให้ทานร้านที่สถานีรถไฟค่ะ จะลดค่าใช้จ่ายได้มาก แค่นี้ก็สามารถไปพักผ่อนแบบเบาๆ ในเวลาสั้นไม่ต้องไปถึงวังเวียงแค่สระบุรีก็พอเพียงค่ะ 


วิธีจองตั๋วรถไฟไทยแบบออนไลน์   http://wp.me/p8RAsl-8C

เว็บไซค์ของโรงแรม  http://www.ndolvillas.com/

หรือจองผ่าน Agoda ได้เลยค้า