เพราะศรัทธา… ฉันจึงมาถึงคำชะโนด

คำชะโนด … คุณเคยได้ยินชื่อนี้ครั้งแรกเมื่อไหร่

สำหรับเราชื่อสถานที่แห่งนี้ เราเคยได้ยินมาเมื่อประมาณเกือบ 10 ปี ที่แล้วจากภาพยนต์ เรื่อง ผีจ้างหนัง หนังเรื่องนี้มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง ตอนนั้นเราจำได้แค่ว่า เราอยากไปคำชะโนด แล้วเวลาก็ผ่านมาเนินนาน จนถึงปีนี้ ปี 2017 ละครเรื่อง นาคี จากช่อง 3 โด่งดัง ต้องบอกตามตรงค่ะ ว่าเราก็เป็นแฟนละครของนาคี  แล้วเราก็เป็น Follower ของแต้ว ณฐพร ทำให้เรามาสะดุดกับคำว่า คำชะโนดอีกครั้ง เมื่อตอนที่แต้วไปรำบวงสรวงที่คำชะโนด ตอนนั้นละค่ะ ที่ทำให้เรามาหาข้อมูลเกี่ยวกับคำชะโนดเพิ่ม สำหรับความเชื่อเรื่องพญานาค ส่วนตัวเราค่อนข้างเชื่อเรื่องนี้นะคะ เพราะเรามักจะได้เห็นรูปปั้นพญานาคตามวัด หรือ สถานที่ต่างๆ เราว่าสมัยโบราณย้อนไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน เรื่องเหล่านี้อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ ไม่อย่างนั้นตำนานต่างๆจะเล่าขานกันมาได้อย่างไร และอีก 1 อย่างเกี่ยวกับพญานาคที่เราอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองอีกอย่างคือ ปรากฏการณ์ 15 ค่ำ เดือน 11 บั้งไฟพญานาค

2

การเดินทางครั้งนี้เนื่องคุณแม่และพี่สาวของเรา ต้องเดินทางมาธุระอุดรฯ เราเลยขอตามมาด้วย ซึ่งถือโอกาสเดินทางไปคำชะโนด เพราะอยากไปที่นั้นสักครั้ง พร้อมกับจะได้เก็บข้อมูลมาฝากนักหนีเที่ยวทั้งหลายด้วย

เราเลือกบินจากกรุงเทพ สนามบินดอนเมือง ระยะเวลาจากกรุงเทพถึงอุดรฯ ใช้เวลาในการเดินทาง 50 นาที แนะนำว่าใครที่มีเวลาไม่เยอะ สามารถเดินทางแบบ 2 วัน 1 คืน เพื่อมาคำชะโนดได้ค่ะ ครั้งนี้เราเลือกไฟล์ทบินรอบ 9.35 น ถึงอุดรฯ ประมาณ 10.40 น เพราะเราจะเดินทางไปคำชะโนดในวันนี้เลย  การเดินทางต่อไปยังคำชะโนดสามารถเดินทางได้หลายทาง แต่ครั้งนี้เราเลือกที่จะเช่ารถที่สนามบินแล้วขับรถไปเอง 

3

นั่งเครื่องมาไม่นานก็มาถึงสนามบินนานาชาติอุดรธานี ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเราที่มาเยือนอุดรฯ สนามบินกว้างใหญ่ มีร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร้านของฝากเยอะแยะเลยค่ะ ใครมานั่งรอที่สนามบินนี้ไม่มีเบื่อแน่นอน  หลังจากเรามาถึงและรอรับกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ก็ออกมามองหาเค้าเตอร์รถเช่าที่เราได้เช่าเอาไว้ ครั้งนี้เราเลือกเปรียบเทียบราคารถเช่า รุ่น และเงินมัดจำ ผ่านทาง Sky Scanner แนะนำว่าโหลด App ของ Sky Scanner เอาไว้ เช็คราคาตั๋วเครื่องบิน รถเช่า หรือ โรงแรมง่ายมากๆ

ครั้งนี้เราเลือกจองรถกับ Thai Rent A Car เลือกเป็นรุ่น Yaris หรือเทียบเท่า เราเลือกค่ายเช้ารถจากค่ามัดจำเป็นหลัก เพราะค่าเช่ารถต่อวันของแต่ละเจ้าพอๆกัน แต่ค่ามัดจำของเจ้านี้คือ 5000 บาท ผ่านบัตรเครดิต  เมื่อมาถึงบูทของ Thai Rent A Car ก็แจ้งชื่อที่ได้ทำการจองมา พนักงานก็จะจัดการเครื่องค่าใช้จ่ายต่างๆประมาณ 10 นาที รถก็มารอเราอยู่ ครั้งนี้เราได้รถ  Nissan Almera สีขาว เป็นรุ่นประหยัดน้ำมัน

4

จากสนามบินอุดรฯถึงคำชะโนดระยะทางประมาณ 100 กม เมื่อรับรถเรียบร้อย เราก็เริ่มออกเดินทางกันเลยค่ะ  การเดินทางครั้งนี้เราพึ่ง Google map ล้วนๆเลยค่ะ ตั้งจุดหมายปลายทางที่คำชะโนด และครั้งนี้อยากจะบอกว่า Google map ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆค่ะ เพราะบอกทางได้ไม่มีหลงซึ่งจริงๆแล้วตลอดระยะทางไปถึงคำชะโนดจะมีป้ายบอกทางไป คำชะโนด เป็นระยะๆ  เราขับออกมาจากสนามบินได้ประมาณเกือบ 20 นาที สมาชิกในทริปก็เริ่มบ่นหิวๆกันแล้ว ซึงระหว่างทางเราก็มาเจอกับตลาด ก็เลยแวะของลงไปสำรวจขนมในตลาดกันหน่อย

5678

มื้อเที่ยงเราซื้อขนมมาทานกันบนรถ เนื่องจากเราต้องการที่จะทำเวลาให้ไปถึงคำชะโนดก่อนที่ฝนจะตก การเดินทางครั้งนี้ เราใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชม รวม ที่แวะตลาด-ปั้มแล้วด้วย  ช่วงที่เราไปเราตรงกับวันธรรมดา ทำใช้บนถนนไม่ค่อยมีรถ ขับสบายๆมากค่ะ ซึ่งถ้าใครมาคำชะโนดจะสังเกตได้ว่า 30 กม ก่อนถึงคำชะโนด จะเริ่มมีร้านค้าข้างทาง เริ่มขายบายศรีพญานาคกันเป็นระยะแล้วค่ะ

9

เราขับมาเรื่อยๆก็เจอป้ายข้างถนน พร้อมกับ Google map บอกทางลัดไปคำชะโนด ถ้าใครมาทางนี้แบบเราก็จะผ่านหมู่บ้านเข้ามา เจอป้ายที่บอกทางไปคำชะโนดเป็นระยะๆค่ะ มาเองครั้งแรกแบบเรายังไม่มีหลงเลยค่ะ หลังจากเจอซุ้มนี้ขับมาเรื่อยๆอีกประมาณ 15 นาที ก็จะเจอทางเข้าวัดคำชะโนด

คำแนะนำ

ให้ขับเข้าไปจอดในวัดเท่านั้นนะคะ ไม่ต้องแวะเข้าไปจอดบริเวณหน้าวัดที่มีคนคอยโบกให้ เหมือนเป็นที่รับฝากรถ  เพราะถ้าเราจอดบริเวณเหมือนที่รับฝากรถ คือเขาไม่ได้เก็บเงินค่าจอดนะคะ แต่จะมีคนพาเราไปซื้อของบูชาหรือบายศรีพญานาค ซึ่งในความเป็นจริงคือไม่จำเป็นค่ะ 

แต่เรากว่าจะรู้จนสามารถมาแนะนำกันแบบนี้ได้ เราก็พลาดมาเหมือนกันค่ะ เพราะคิดว่าในวัดรถจะเต็มเลยเลี้ยวเข้าไปจอดที่มีคนคอยมาโบกรถให้ เพราะตอนแรกเข้าใจว่าจะต้องจ่ายค่าฝากรถ แต่ที่ไหนได้ ดันพาเราไปซื้อพานบายศรีซะงั้น   ซึ่งถ้าถามว่าจำเป็นต้องซื้อพานบายศรีมั้ย ตอบเลยว่า ไม่จำเป็นค่ะ เพราะพานบายศรีต่างๆ คือสำหรับคนที่บนมาว่าจะนำพานบายศรีมาไหว้แก้บน แต่สำหรับคนที่มาครั้งแรกแบบเราไม่ต้องนะคะ อันนี้เป็นคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ในคำชะโนดบอกมาค่ะ  แต่ถ้าอยากซื้อของมาไหว้ สามารถมาซื้อได้ทางเข้าเกาะคำชะโนดค่ะ มีขาย

19กว่าจะมาเล่าได้ก็พลาดมาเหมือนกันค่ะ

ขั้นตอนของการมากราบพ่อปู่ศรีสุทโธ-แม่ย่าศรีปทุมมาที่คำชะโนด

1.ให้ขับรถเข้ามาจอดในวัดได้เลย จะมีเจ้าหน้าที่จัดการเรื่องที่จอดรถ

2.เดินเข้ามาจนถึงหน้าทางเข้าเกาะคำชะโนด มีโซนให้ถอดรองเท้าเอาไว้บริการ ซึ่งบริเวณนี้หากใครอาจจะซื้อบายศรี หรือ หมาก-พลู เข้าไปกราบพ่อปู่และแม่ย่านั้น สามารถซื้อได้จากนั้นตรงนี้เลยค่ะ 

1011

3. จากนั้นเดินเข้าเกาะคำชะโนด ก็เดินไปเรื่อยๆจนถึง ศาลาทำพิธีที่มีรูปปั้นของพ่อปู่ศรีสุทโธ และแม่ย่าศรีปทุมมา ตรงนี้จะมีพ่อพราหมณ์ค่อยนำเราทำพิธีเป็นรอบๆ อยู่ตลอดค่ะ

1213.jpg

 4. สำหรับคนที่ต้องการบนหรือขอให้พ่อปูและแม่ย่าช่วยในเรื่องต่างๆ ให้เดินมาด้านขวาของศาลาทำพิธี จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำเราอยู่ค่ะ สำหรับคนที่ต้องการบน-ขอพร ก็ให้มารับชุดบน แล้วก็ทำบุญตามกำลังทรัพย์ของเราได้เลยค่ะ ในชุดบนนี้จะมี จานใส่ดอกดาวเรือง เทียน ใบเขียนคำบน ที่เอาไว้เขียนคำอธิฐานของเราลงไปค่ะ  แล้วจากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้กระดาษอีกหนึ่งใบให้เราเก็บไว้ค่ะ ในนั้นจะบอกว่าหากคำอธิฐานของเราเป็นจริง เรากลับมากราบพ่อปู่และแม่ย่านั้นต้องเตรียมอะไรมาให้ท่านบ้าง

1416

5.หลังจากเขียนคำอธิฐานเรียบร้อยแล้ว ให้เรามานั่งตรงหน้าพ่อปู่-แม่ย่า กล่าวคำบูชาตามพ่อพราหมณ์ ในตอนนี้สำหรับคนเอาบายศรีพญานาคมาถวายตอนอธิฐาน เมื่อถึงตอนกล่าวคำบูชา ให้เราหันหน้าของบายศรีพญานาคมาหาตัวเราเพื่อความเป็นศิริมงคล 

172018

6.เมื่อจบคำบูชา พ่อพราหมณ์ก็จะให้เรานำบายศรี หรือ สิ่งของที่เตรียมมา เอาไปวางไว้ที่หน้าของพ่อปู่-แม่ย่า แต่สำหรับคนที่จะเอากลับบ้านก็ไม่ต้องนำมาวาง สามารถนำออกไปได้เลยค่ะ ส่วนใครที่เขียนใบคำอธิฐานแบบเรา ก็ให้นำใบอธิฐานไปไว้ใกล้ๆกับพ่อปู่ศรีสุทโธ เพื่อที่ท่านจะได้เห็นคำอธิฐานของเราชัดๆ  เท่านี้ก็ถือว่าเสร็จสิ้นพิธีการการขอพรพ่อปู่ศรีสุทโธ-แม่ย่าศรีปทุมมา

2122

หลังจากเราขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากตรงศาลาของพ่อปู่และแม่ย่า เดินไปทางขวาจะเป็นต้นไทรใหญ่ เราก็เดินไปกราบพ่อปู่ แม่ย่าอีกครั้งที่ต้นไทรใหญ่กันค่ะ  ภายในเกาะคำชะโนดเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ร่วมรื่นมากๆค่ะ 

2324252627

หลังกราบต้นไทรใหญ่เรียบร้อยแล้ว ก็เดินไปทางฝั่งซ้ายสุดของคำชะโนดเป็นบ่อน้ำศักสิทธิ์ที่มีน้ำผุดขึ้นมาจากใต้ดินตลอดเวลา ทางเจ้าหน้าที่ของเกาะคำชะโนดได้มีการเตรียมขวดน้ำเอาไว้ให้เราตักน้ำในบ่อน้ำที่ผ่านการกรอกเรียบร้อยแล้ว กลับบ้านได้ค่ะ หรือจะเอามาล้างหน้า แต่ห้ามเอาน้ำนั้นมาล้างเท้าเด็ดขาดค่ะ เพราะถือเป็นการลบลู่ท่านค่ะ 

282930313233343536jpg

หลังจากนั้นเราก็เดินออกมาจากเกาะคำชะโนดกลับมายังจุดที่เราได้ถอดรองเท้าเอาไว้ แล้วก็กลับมาเอารถที่จอดไว้ด้านหน้าวัด คืนนี้เราจองที่พักไว้ในเมืองอุดรฯ ซึ่งตอนนี้สมาชิกเริ่มหิวและเหนื่อยๆกันแล้วด้วย ก็เลยมุ่งหน้าไปโรงแรมเพื่อ check – in เก็บของแลวจะได้ออกมาสำรวจเมืองอุดรฯยามราตรีกันค่ะ

363738

ขากลับเราใช้เวลา 1 ชม 30 นาที จาก คำชะโนดกลับเข้ามาในเมืองอุดรฯ เราจองโรงแรมชื่อ บราวน์เฮ้าส์ เอาไว้ เหตุผลแรกที่เลือกจองโรงแรมนี้เลยคือ มีห้องพักสำหรับ 3 คน โดยที่เราไม่ต้องขอเตียงเสริม เราจองผ่าน Agoda ในราคาคืนละ 1300บาท  สำหรับ 3 คน ซึ่งถือว่าคุ้มมากค่ะ

โรงแรมบราวน์เฮ้าส์อยู่ใกล้กับ UD ทาวน์มากค่ะ ขับตามป้ายมาเรื่อยๆก็จะถึงค่ะ โรงแรมค่อนข้างใหม่ ถามพนักงานได้ความว่าเปิดมาได้ 1 ปีครึ่งเองค่ะ โรงแรมนี้มีอีกหนึ่งจุดขายก็คือวิวสระน้ำที่ทอดยาวออกไปเป็นมุมสายตาต่อกับบึ่ง ใครได้มาอยู่ตรงนี้ต้องพูดคำว่า สวยมาากกกกกกกกก แบบเดียวกันทุกคน

66513940เสียดายทริปนี้ไม่ได้หยิบเลนส์วายมาค่ะ อดได้ภาพมุมกว้างมาฝากทุกคน

Check – in แล้วก็เอากระเป๋าไปเก็บในห้องกันค่ะ เราได้ห้อง 102 อยู่ชั้นล่างเป็นห้องแบบ 3 เตียง 

คำชะโนด_๑๗๑๑๐๓_00634142434445464847รูปตัวเองรูปเดียวของทริปนี้ค่ะ

หลังจากเข้าเก็บของกันที่ห้องแล้ว เราสามคนแม่ลูกเลยชวนกันออกมาเดินสำรวจโรงแรมก่อนจะออกไปสำรวจตลาดตอนเย็นในเมืองอุดรฯ กันต่อ 

53495052555865565759.jpg6061626463

หลังจากเดินชมความสวยงามของโรงแรมจนพอใจละ ท้องก็เริ่มประท้วง เพราะเรายังไม่ได้ทานมื้อเที่ยงกันจริงจังเลยค่ะ เลยขอให้ทางโรงแรมไปส่งเราตรงตลาดใกล้ๆกับสถานีรถไฟ เพราะตอนขับรถหาโรงแรมเห็นว่าแถวนั้นมีตลาด โรงแรมคิดค่ารถไปส่ง 50 บาทค่ะ แลกกับไม่ต้องไปหาที่จอดรถ แต่จริงๆทางโรงแรมมีเวลาที่ไปส่งฟรีนะคะ แต่เราลืมไปแล้วว่าช่วงไหนบ้าง ยังไงลองถามโรงแรมอีกทีก็ได้ค่ะ

เราให้โรงแรมมาส่งแถวตลาด UD ทาวน์ สำหรับคนมาอุดรฯครั้งแรกแบบเรา ค่ำๆแบบนี้แนะนำให้มาเดินเล่นแถวนี้ค่ะ มีอะไรให้เดินเล่น ช้อปปิ้ง และเลือกทานเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ส่วนราคาอาหารที่อุดรฯ เราว่าไม่แพงนะคะ แม่ค้าพ่อค้าที่นี่น่ารัก เดินเล่นสนุกมากกกกกกกกกกกก

71.jpg676970.jpg72.jpg6873.jpg74.jpg76.jpg75.jpg

หลังจากที่ทั้งเดิน ทั้งกิน จนอิ่มท้อง อิ่มตา เราสามคนแม่ลูกคิดว่าควรจะกลับกันได้ละ เพราะเริ่มเมื้อยขา เลยหารถสกายแลปกลับโรงแรมกันค่ะ  จาก UD ทาวน์ มาโรงแรมประมาณ5-10นาทีค่ะ

กลับมาแล้วจะเข้าห้องพักไปนอนเลย ก็เสียดายบรรยากาศริมสระยามค่ำคืนของโรงแรมบราวน์ เฮ้าส์ เราสองคนพี่น้อง (คุณแม่ขอตัวไปนอนก่อนละ) ขอมานั่งเล่น นอนเล่น แถมเล่นน้ำในสระซะหน่อย  สระที่นี่ปิดดึกประมาณ 4 ทุ่มค่ะ ซึ่งถือว่าดีมากกกก สำหรับคนชอบเล่นน้ำดึกๆแบบเรา และข้อดีของสระที่นี่อีกอย่างคือ ไม่ใช่แค่สระโชว์ เพราะมันเหมาะแก่การว่ายจริง กว้างกำลังดี (ลึก1.4เมตร) สำหรับคนชอบว่ายน้ำต้องชอบแน่ๆค่ะ  ใครมาโรงแรมนี้อย่าลืมติดชุดว่ายน้ำมาด้วยนะคะ ได้ว่ายน้ำก่อนนอน รับรองคืนนี้หลับฝันดีแน่นอนค่ะ

โรงแรมบราวน์ เฮ้าส์ มีห้อง Poolside ด้วยนะคะ ทั้งหมด 4 ห้อง ราคาคืนละ 1700 บาท ถ้าต้องการจองห้องพักแนะนนำว่าให้ลองติดต่อ https://www.brownhousehotel.com  รับรองบรรยากาศว่าน่าพักมากๆๆค่ะ 

777879

เตียงนอนที่นี่เป็นเตียงดูดวิญาณอีกที่เลยคะ เพราะกว่าเราจะตื่นก็อดเห็นแสงแรกของเมืองอุดรฯ ซะแล้ว สรุปเช้าวันใหม่ในอุดรฯเราก็ตื่นสายไปตามระเบียบ เลยรีบลุกไปกินมื้อเช้าแบบไม่สายดีกว่า

อาหารเช้าที่นี่เป็นแบบบุฟเฟ่ต์ค่ะ จะมีแค่เมนูไข่เท่านั้นที่สามารถสั่งได้คนละ 1 อย่าง ส่วนเรื่องไลน์อาหารมีให้เลือกทานเยอะเลยค่ะ

80819284828391.jpg888785868990

ทานมื้อเช้าเสร็จแล้วก็ขอถ่ายรูปบรรยากาศริมสระตอนเช้าเล่นหน่อยค่ะ

939594969798

เราถ่ายรูปเล่นจนจะเที่ยงก็ถึงเวลาที่จะต้องเก็บของแล้วบอกลาโรงแรมสุดชิวแห่งนี้ สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป เราว่า โรงแรมบราวน์ เฮ้าส์ เป็นทางเลือกต้นๆสำหรับคนที่จะมาอุดรฯเลยค่ะ ที่นี่พนักงานน่ารัก โรงแรมดี บรรยากาศชิว แนะนำมากๆๆเลยค่ะ  (โฆษณาขนาดนี้ไม่ได้ค่าจ่ายนะคะ จ่ายเองเต็มๆ แต่มันดีเลยบอกต่อ)

ก่อนจะออกจากโรงแรมบราวน์ เฮ้าส์ เราถามพนักงานว่ามีร้านอาหารแนะนำที่ชาวอุดรฯทานกันที่ไหน พนักงานโรงแรมแนะนำ “ร้านเจ้ไก่” เป็นร้านส้มตำชื่อดังของอุดรฯค่ะ แต่พนักงานคนที่แนะนำเราก็บอกทางไปไม่ถูก เราก็เลยคิดว่างั้นไม่เป็นไร ค่อยไปหาเอาข้างหน้า เพราะเรารอขึ้นเครื่องกลับหาดใหญ่ตอนเย็นๆเลยค่ะ

ออกจากโรงแรมเราก็ขับรถไปทางเซนทรัลอุดรฯ เผื่อจะเจอร้านอะไรให้ทานข้าวเที่ยง ขับไปเรื่อยๆก็ยังไม่เจอร้านที่ถูกใจ เลยตัดใจตรงสนามบินดีกว่า แต่แล้วระหว่างทางเราก็ได้เจอ “ร้านเจ้ไก่” !! ฟ้าเป็นใจให้เราได้ทานของอร่อยละ เราเลี้ยวเข้าร้านแบบไม่ต้องคิดเลยค่ะ  ในร้านคนเยอะมาก ที่จอดรถๆก็เยอะมากเช่นกัน  เข้ามาในร้านถึงแม้ว่าคนจะเยอะ แต่บริการเร็วมากค่ะ แถมอาหารอร่อยสมคำล่ำลือด้วย  เมื่อเรียกคิดเงินก็ราคาไม่แพงเลยค่ะ แนะนำมากๆค่ะ ใครมาอุดรฯ ต้องแวะร้านเจ้ไก่ให้ได้นะคะ 

99100101102103104

ทานมื้อเที่ยงเสร็จเราก็ขับรถตรงไปสนามบินเลยค่ะ ก่อนกลับเข้าสนามบินอย่าลืมแวะเติมน้ำมันกันนะคะ เพราะกฎของการเช่ารถคือ เรารับรถมาน้ำมันเต็มถัง เราต้องเติมกลับให้เต็มถังนะคะ  หลังจากเราทำการคืนรถเงินที่เรามัดจำผ่านบัตรเครดิตจะคืนกลับมาเป็นวงเงินในบัตรเครดิตประมาณ 14 วัน หลังจากคืนรถค่ะ  คืนรถเรียบร้อยแล้วเราก็เข้ามานั่งเล่นในสนามบินค่ะ รอเวลาเดินทางกลับบ้านกัน 


อุดรฯครั้งแรก 

           การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางมาอุดรฯครั้งแรกของเรา เรามาด้วยความไม่คาดหวังว่าจะได้รีวิวที่ดีที่สุดกลับไป เพราะจุดประสงค์หลักของการเดินทางเพียงเพราะมาธุระ แต่เมื่อมาถึงจึงได้รู้ว่า อุดรฯ มีอะไรมากกว่าที่คิด เป็นการได้มาเยือนครั้งแรกที่สนุกมาก ได้เจออะไรมากกว่าที่คิด และยังไงเราก็กลับมาจังหวัดนี้อีกครั้ง 

105

ติตตามบันทึกนักหนีเที่ยวได้ที่ 

Facebook : https://www.facebook.com/neetiewdiary/

Instagram : neetiewdiary

web : www.neetiewdiary.com