19ข้อควรรู้ก่อนไป Leh Ladakh

Leh Ladakh เป็นจุดหมายปลายทางในฝันยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทย แต่ก็มีอีกหลายคนที่รู้แค่ชื่อว่ามันคือ Leh Ladakh แต่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันอยู่ที่ไหน จะเดินทางต้องทำยังไง

วันนี้บันทึกนักหนีเที่ยวขอสรุปข้อควรรู้ก่อนเดินทางไป Leh Ladakh ไว้ทั้งหมด 19ข้อ จะได้ช่วยให้คนที่อยากไป Leh Ladakh เห็นภาพชัดขึ้น

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๓_0240

1.ที่ตั้งของ Leh Ladakh 

Leh Ladakh เป็นเมืองทางเหนือของประเทศอินเดีย มีพื้นที่ติดกับประเทศจีนและประเทศปากีสถาน โดยภูมิประเทศจะล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูง มีธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ พร้อมกับวัฒนธรรมของชาวลาดักห์ และพื้นที่มากกว่า 50% เป็นพื้นที่ของทหาร

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๓_0237.jpgLeh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๓_0238

2.การเดินทางไป Leh Ladakh

ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบิน บินตรงจากไทยไปยัง Leh Ladakh ดังนั้นคนไทยที่ต้องการจะเดินทางไปยัง Leh Ladakh จะต้องต่อเครื่องจากนิวเดลี ประเทศอินเดีย ไปยังเมืองเลห์ โดยปัจจุบันมีหลายสายการบินที่ให้บริการ สามารถเช็คราคาตั๋วเครื่องบินได้ที่ https://www.skyscanner.co.th/ 

กรุงเทพ (BKK)  > นิวเดลี (DEL) ราคาไปกลับประมาณ 7,000-15,000

นิวเดลี (DEL) > เลห์ (IXL) ราคาไปกลับประมาณ 3,000-10,000

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๑๘_0111

การเดินทางมายังอินเดียเราต้องกรอกใบ ตม. ขาเข้าด้วยนะ

ข้อมูลที่ต้องกรอกในใบขาเข้าประเทศอินเดีย 

  1. ชื่อ-นามสกุล 
  2. วัน-เดือน-ปีเกิด
  3. เลขพาสปอร์ต
  4. เลขเที่ยวบินที่เดินทางมา
  5. วันที่เดินทางมาถึงประเทศอินเดีย
  6. ประเทศที่อยู่หกวันก่อนจะมาอินเดีย : กรอกประเทศไทยนะคะ สำหรับคนที่ไม่ได้ไปไหนมาก่อนหน้านี้
  7. ที่อยู่ในประเทศอินเดีย : กรอกชื่อที่อยู่ของโรงแรมที่พักในคืนแรก 
  8. เบอร์โทร : กรอกเบอร์โทรของโรงแรมที่จะพักในคืนแรก
  9. เซ็นชื่อ(ให้เหมือนกันที่เซ็นในพาสปอร์ต)

และเมื่อเดินทางมายัง Leh Ladakh ก็ต้องกรอกใบขาเข้าเช่นกัน

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๑๘_0116

ข้อควรจำ : ขาไปเลห์ให้นั่งฝั่งซ้าย // ขากลับให้นั่งฝั่งขวา เพราะจะได้เห็นเทือกเขาสุดอลังการ 

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๑๘_0075Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๑๘_0114

3.Visa & Permit 

คนไทยที่ถือพาสปอร์ตไทย เมื่อจะเดินทางไปยังเลห์หรือประเทศอินเดียต้องขอวีซ่า โดยอินเดียมีการอำนวยความสะดวกก็คือ เราสามารถขอวีซ่าผ่านทางออนไลน์ได้ ราคาค่าวีซ่าอยู่ที่ 80 US และเมื่อเราเดินทางมาเที่ยว Leh Ladakh โปรแกรมทัวร์จะต้องเดินทางไปยังหมู่บ้าน Nubra หรือทะเลสาบ Pangong (พื้นที่ชายแดน) เราจำเป็นต้อง Permit เพื่อผ่านทาง โดยอันนี้คนขับรถ(ที่เราเหมา)สามารถทำให้เราได้ ราคาอยู่ที่ 600-800 รูปี ส่วนใหญ่ราคาจะเหมาอยู่กับค่าทัวร์แล้ว

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๕๑๕_0070.jpg

4.การเดินทางภายในทริป Leh Ladakh 

Leh Ladakh ไม่มีรถประจำทาง ดังนั้นเมื่อไปเที่ยวเราจะสามารถเดินทางได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ

  1. เช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับเที่ยวเอง : อันนี้จะมีบางเส้นทางที่ไม่ยากจนเกินไป โดยเราสามารถเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับเที่ยวเองได้ แต่ต้องมีใบขับขี่สากลนะ
  2. ใช้ Taxi ทั่วไปในเส้นทางใกล้ๆ และซื้อทัวร์ออกไปเที่ยวนอกเมือง : อันนี้สำหรับคนที่เดินทางแค่ 1-2 คน ไม่อยากเหมา Taxi ตลอดทริป เพราะราคาอาจจะสูง สามารถทำได้คือการจอยทัวร์ ซึ่งติดต่อได้ที่เอเจนซี่ทัวร์ในตลาดเลห์
  3. เหมา Taxi ตลอดทริป : อันนี้เป็นทางเลือกที่นักท่องเที่ยวนิยมที่สุด เพราะมันสะดวกรถจะมารับเราจากสนามบิน พาเราเที่ยว และเมื่อจบทริปก็พาเรามาส่งที่สนามบิน วิธีนี้เราสามารถไปยังสถานที่ๆอยากไปได้ครบและเป็นส่วนตัวมากที่สุด ยิ่งใครมีเพื่อนร่วมทริปเยอะราคาเมื่อหารกันแล้วก็จะถูกลง

ส่วนวิธีที่เราใช้ก็คือการเหมา Taxi ตลอดทริป ซึ่งเราติดต่อไว้ตั้งแต่อยู่ไทย โดยเราได้เขียนรีวิวแยกไว้แล้ว สามารถกดลิงค์เข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้เลย https://wp.me/p8RAsl-XE

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๔๒๙_0010.jpg

5.ที่พักในทริป Leh Ladakh

ทริปเลห์ ลาดัก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางครั้งแรก จะเดินทางไปพักสองเมืองคือ เลห์ และ นูบร้า โดยที่พักในเลห์มีตั้งแต่โฮสเทลไปจนถึงโรงแรมหรู ซึ่งราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยบาทไปจนถึงหมื่นบาทต่อคืน สามารถเลือกตามรสนิยมของแต่ละคนได้เลย แต่อย่าคิดว่าโรงแรมราคาหลักร้อยบาทจะไม่ดี เพราะโรงแรมที่เราไปพักราคาอยู่ที่ 700บาท/คืน มีทุกอย่างครบสะดวกสบายเช่นกัน ส่วนนูบร้านั้นหากเราอยากพักที่พักราคาไม่แพงก็จะเป็นประมาณโฮมสเตย์ หรือใครอยากพักสบายขึ้นส่วนตัวขึ้น ราคาก็จะแพงมาหน่อย และส่วนใหญ่ที่พักเหล่านั้นก็อยู่ห่างจากชุมชน

โดยเรารีวิวโรงแรมที่เคยไปพักแยกไว้ที่ https://wp.me/p8RAsl-YQ

(แต่ในช่วงฤดูหนาวโรงแรมราคาหลักร้อยมักจะไม่มีฮีตเตอร์ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะผ้าห่มอุ่นไม่ทำให้หนาวตายแน่นอน)

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๔๓๐_0019Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๕๐๑_0022

6.ฤดูท่องเที่ยวของ Leh Ladakh 

ฤดูหนาว ช่วงเดือน พ.ย – มี.ค : เป็นช่วงที่อากาศหนาวมาก (คนพื้นที่ยังบอกว่าโคตรหนาว) เป็นฤดูที่เมืองทั้งเมืองเกือบจะกลายเป็นเมืองร้าง โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหารส่วนใหญ่จะปิด คนขับแท็กซี่บอกว่าช่วงที่แทบไม่มีนักท่องเที่ยวเลย แต่หากใครอยากจะไปก็สามารถทำได้นะ

ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงปลายเดือน เม.ย – พ.ค : เป็นเดือนที่ยังคงมีหิมะอยู่ แต่อากาศไม่หนาวมาก ร้านค้า โรงแรมเริ่มเปิดมากขึ้น ในพื้นของเลห์และเมืองรอบๆ ต้นไม้เริ่มผลิใบเขียว จะเห็นแอปริคอท แอปเปิ้ล เริ่มออกดอก ฤดูนี้นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะมาก ความสงบของเมืองเลห์ยังมีอยู่ และเป็นเดือนที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมไปเที่ยวกัน

ฤดูร้อน ช่วงเดือน มิ.ย – ส.ค : ช่วงนี้เป็นไฮซีซั่นของเลห์ ด้วยอากาศที่ค่อยๆอุ่นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวมีเยอะที่สุด ร้านค้า โรงแรมต่างๆจะเปิดกันเต็มที่ เราจะได้เห็นเลห์แบบสีเขียวๆ ซึ่งคนพื้นที่บอกว่า มันเป็นช่วงที่เลห์สวยมาก  ทุกอย่างดูสดชื่น อุดมสมบูรณ์ มีชีวิตชีวา

ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือน ต.ค – พ.ย. : เดือนกันยายนเริ่มเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูฝนเริ่มตก อากาศแปรปรวน แต่ก็เป็นช่วงสั้นๆเท่านั้น ช่วงนี้เป็นฤดูที่ใบไม้เปลี่ยนสี อากาศค่อยๆเย็นขึ้นเรื่อยๆ ร้านค้า และโรงแรมจะเริ่มปิดกันบ้างแล้ว

ส่วนเราไปเดือนเมษายน เป็นเดือนที่หนาวไม่มากจนเกินไป แต่ยังได้เจอหิมะ เป็นเดือนที่คนไทยชอบ  
Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๓_0242.jpgLeh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๓_0228

7.อินเทอร์เน็ต

ไม่มีซิมหรือ pocket wifi ที่เอาไปจากไหนค่ายไหนใช้ได้ในเลห์ ในพื้นที่ของเลห์สัญญาณอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่หายาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย เพราะว่าโรงแรมทุกที่มี wifi แค่บางวันอาจจะเล่นไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ส่วนใหญ่ร้านอาหาร หรือร้านกาแฟจะใช้ได้ตลอด และหากจำเป็นต้องใช้จริงๆ แนะนำให้ขอคนในพื้นที่ปล่อย hotspot ให้เรา

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๓_0244

8.ตลาด Leh คือแหล่งรวมทุกสิ่งที่ต้องการ

ตลาดเลห์นอกจากจะเป็นสถานที่ๆเราสามารถถ่ายรูปวิถีชีวิตของคนเลห์ได้สนุกแล้ว ตลาดเลห์ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารอร่อยๆ ร้านค้า ทั้งของใช้จำเป็นตั้งแต่ของกินไปจนถึงของใช้ ร้านของฝากต่างๆ ร้านขายธงมนต์(ราคาถูกกว่าที่อื่น) ดังนั้นใครอยากได้อะไรให้ไปที่ตลาดเลห์มีครบทุกสิ่งรวมถึงร้านกาแฟดีๆด้วยนะ

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๒_0186Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๓_0248.jpgLeh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๓_0247Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๒_0185

9.Leh ก็มีคาเฟ่นะ 

เลห์ไม่ใช่เมืองที่ห่างไกลความเจริญจนไม่มีอะไรเลย เลห์ก็มีคาเฟ่และกาแฟดีๆนะ จากที่เราสังเกตในระแวกตลาดเลห์มีร้านกาแฟอยู่ประมาณ 2-3 ร้าน ซึ่งร้านที่เราจะแนะนำชื่อว่า BARISTA ร้านอยู่หน้าตลาดเลห์ ในร้านนอกจากกาแฟจะดีแล้ว ที่นี่ wifi ยังลื่นไหลมากด้วย แนะนำมากกกกกกก

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๓_0249.jpgLeh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๓_0251.jpg

10.อาหารในทริป Leh Ladakh

ก่อนไปเลห์เราหาข้อมูลมาพอสมควร และทุกรีวิวบอกว่าอาหารกินไม่ค่อยได้เลย ให้เอาน้ำปลา มาม่า น้ำพริก ขนมอะไรก็แล้วแต่ให้มากเท่าที่อยากกิน ซึ่งเราก็ทำตามค่ะ แต่เมื่อเดินทางไปจริงๆ กลายเป็นว่าของแห้งและขนมที่เอาไปจากไทย เหลือมากกว่าครึ่ง เพราะอาหารในเลห์โดยเฉพาะในร้านอาหารมีเมนูอาหารจีนที่ใกล้เคียงอาหารไทยมาก รสชาติออกมาก็ใกล้ไทยมากอีกด้วยแค่มันไม่ได้แซ่บเท่านั้นเอง แถมราคาไม่แพงด้วยนะ

แต่หากจะให้แนะนำเอาอะไรมา เราแนะนำจำพวกแยม นมข้นหวาน หรือ นูเทล่า จะช่วยให้การกินอาหารเช้ารื่นรมย์มากขึ้น แล้วก็จำพวกเครื่องปรุงต่างๆ น้ำปลา แต่ซอสมะเขือเทศที่นี่มีทุกร้าน ส่วนเราคิดว่าที่ไม่ต้องเอามาก็ได้คือ พวกปลากระป๋อง อาหารแห้งต่างๆ ไม่จำเป็นนะ

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๒_0199Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๓_0252.jpg

11. งบประมาณในการเที่ยว Leh Ladakh 

การไปเที่ยวเลห์ถ้าไปหลายคนงบที่จะต้องใช้ก็จะน้อยลง เพราะค่าใช้จ่ายที่แพงที่สุดคือเหมาแท็กซี่พาเที่ยวตลอดทริป  ดังนั้นเมื่อสมาชิกในทริปเยอะ ตัวหารก็จะเยอะ ค่าใช้จ่ายต่อคนก็จะน้อยลง

ส่วนของเรานั้นเราไปกันแค่ 2 คน ทำให้เมื่อหารต่อคนแล้วยังสูงอยู่

7.jpg

12. ทิปคนอินเดียเท่าไรดี ???

ตอนเราไปเที่ยวเลห์ ตลอดทริปเราเจอคนอินเดียที่บริการดีทั้งนั้น ซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องหวังทิปอยู่แล้ว เพราะว่าค่าครองชีพและรายรับของเขานั้นค่อนข้างต่ำ หากได้ทิปจากนักท่องเที่ยวมันก็เป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับเขา ซึ่งเราถามคนพื้นที่เองเลยว่าควรจะทิปเท่าไร ได้คำตอบมาว่า เท่าไรก็ได้แล้วแต่เราอยากให้ ไม่ว่าจะ 10รูปี หรือ 100รูปี มันก็ไม่น่าเกลียด เพราะอินเดียไม่มีขั้นต่ำว่าควรทิปเท่าไร ดังนั้นคือแล้วแต่เราพอใจจะให้เขาได้เลย

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๔_0254.jpg

13.ที่เที่ยวในทริป Leh Ladakh 

การเดินทางมาเที่ยวเลห์นั้น นักท่องเที่ยว99.99% คงไม่อยู่แค่ในเมืองเลห์ ซึ่งหลายคนยังไม่เข้าใจว่าแล้วต้องไปที่ไหน มีที่ไหนอีกหรอ คือจริงๆการเที่ยวเลห์เราแค่ใช้เลห์เป็นเมืองเริ่มต้นและสิ้นสุด เพราะเราจะออกไปเที่ยวหมู่บ้านรอบๆเลห์ หรือหมู่บ้านที่ห่างไกลออกไป โดยการที่เราจะเที่ยวได้มากหรือน้อยนั้นมันขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่เรามี เพราะในแต่ละพื้นที่ค่อนข้างไกลกันออกไป ใช้เวลาเดินทางนาน

เราขอเอาตัวอย่างสถานที่ๆใครไปเลห์มักนึกถึงที่นี่ (โดยเฉพาะคนที่มีเวลาไม่เยอะและเดินทางมาเลห์ครั้งแรก)

1.Nubra Valley หมู่บ้านที่ออกมาจากเลห์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชม. บอกแค่ชื่อหลายคนอาจจะนึกไม่ออก แต่ถ้าหากบอกว่ามันคือรูปภาพทะเลทรายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปขี่อูฐ ทุกคนต้องร้องอ๋อแน่นอน Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๔_0255.jpg

2. Pangong Lake ทะเลสาบปันกอง ทะเลสาบยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวเลห์ โดยพื้นที่อยู่ติดกับประเทศจีน Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๕๑๙_0081.jpg

14.ถนนที่สูงที่สุดในโลก

Khardung La Pass ถนนที่สูงสุดในโลก ใครมาเที่ยวเลห์เชื่อว่าทุกคนจะได้ผ่านถนนที่สูงที่สุดในโลก เราจะผ่านถนนเส้นนี้เมื่อจะเดินทางไปยัง Nubra Valley  โดยถนนเส้นนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 5514 เมตร โดยถนนเส้นนี้มนุษย์พื้นราบแบบเราไม่ควรอยู่นานเกิน 30 นาที เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ความสูงได้ง่ายมาก

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๓_0227.jpgLeh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๔_0256.jpg

15.อาการแพ้ความสูง

AMS (Acute Mountain sickness) เป็นอาการที่พบได้เมื่อเราไปอยู่ในพื้นที่ๆสูงกว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่2000กว่าเมตร โดยจะมีอาการ อาการแรกสุด คืออาการปวดศีรษะ แต่ปวดไม่มาก เหนื่อยง่าย หายใจไม่ทั่วท้อง และนอนไม่หลับ  อาการแพ้ความสูงสามารถเกิดได้กับทุกเพศ ทุกวัย

โดยเลห์ ลาดัก อยู่ในพื้นที่ๆสูงกว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 3000กว่าเมตร ทำให้มนุษย์พื้นราบแบบเรา เจออาการแพ้ความสูงได้ง่ายมาก ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวเลห์ต้องกินยาป้องกันอาการแพ้ความสูง (Diamox) เพื่อลดอาการที่จะเกิดขึ้นให้น้อยลง หากใครที่เกิดอาการแพ้ความสูงรุนแรงสามารถไปโรงพยาบาลเพื่อฉีดยาให้อาการดีขึ้นได้ค่ะ และสำคัญที่สุดวันแรกที่เรามาถึงเลห์ เราจำเป็นต้องนอนอย่างน้อย5-6 ชม. เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพให้ชินกับความสูง

ยา Diamox เป็นยาที่ป้องกันอาการแพ้ความสูง โดยเราควรกินก่อนจะเดินทางประมาณ 1-2 วัน ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัว เรากินแบบเช้า 1 เม็ด เย็น 1เม็ด ทำให้อาการที่เกิดขึ้นน้อยมาก แต่เจ้ายาตัวนี้มีผลข้างเคียงคือทำให้มือชา แต่ไม่มากนะ

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๔_0257.jpg

16.ไม่ควรเดินทางคนเดียว

ด้วยเพราะเลห์เป็นพื้นที่ๆอยู่ในที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเยอะ ดังนั้นทุกคนที่เดินทางไปเที่ยวเลห์มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้ความสูงได้ทุกคน หากเราเดินทางคนเดียวนั้น ออกจะอันตรายเกินไป เพราะหากเราเกิดอาการแพ้ความสูงในระดับที่เยอะมาก มันอันตรายเกินไป อย่างน้อยควรเดินทาง 2 คนขึ้นไป เพราะหากใครมีอาการแพ้ความสูงจะได้ขอความช่วยเหลือได้ทัน

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๕๑๙_0085.jpg

17.ผู้คนใน Leh Ladakh

ก่อนมามีแต่คนบอกเราว่า คนเลห์นั้นไม่เหมือนอินเดียทั่วไป ไม่ขี้โกง ไม่เข้ามาตื้อขอเงินหรือขายของ ซึ่งเมื่อเราเดินทางไปมาได้รับรู้ว่าคนในเลห์คือคนอินเดียที่มีอารยธรรม ไม่เข้ามาตื้อเพื่อขายของ ไม่มีใครเดินมาเพื่อขอเงินนักท่องเที่ยว โดยผู้คนในเลห์ส่วนใหญ่นั้นจะยิ้มแย้ม อัธยาศัยดี เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว ดังนั้นเมื่อเราไปเที่ยวเลห์มั่นใจได้ว่าเราจะไม่โดนอินเดียหลอกแน่นอน

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๔_0258.jpg

18.การขอถ่ายรูปคนใน Leh 

เราเป็นคนชอบถ่ายรูปผู้คนมากค่ะ และการเดินทางมายังเลห์หรืออินเดีย นอกจากอยากมาเห็นธรรมชาติที่สวยงาม อีกอย่างก็คืออยากมาถ่ายรูปผู้คน โดยคนอินเดียเกือบทุกคนยินดีให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปได้ บางคนอาจจะไม่ต้องการอะไรแลกเปลี่ยนแค่เราขอบคุณแล้วยิ้มให้ เขาก็ดีใจแล้ว แต่สำหรับเด็กๆเราอาจจะต้องมีของมาล่อใจ เพื่อให้เด็กเหล่านั้นยอมยิ้มให้กล้องแบบสวยๆ  โดยเราจะเอาลูกอม หรือไม่ก็ช็อกโกแลตไปแลกกับรอยยิ้มเหล่านั้นค่ะ

Leh - แต่งแล้ว_๑๘๐๖๒๔_0262.jpg

19.ห้องน้ำในทริป Leh Ladakh 

จริงๆว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ แต่มีหลายคนกังวลว่าห้องน้ำละ มันจะน่ากลัวแบบจีนมั้ย สำหรับเราทริปนี้ห้องน้ำสบายๆมากค่ะ ยิ่งห้องน้ำที่อยู่ในโรงแรมหรือร้านอาหารถือว่าดีมากทีเดียว ส่วนห้องน้ำระหว่างทางก็มีบ้างที่มันไม่โอเค แต่ก็ไม่ได้แย่ถึงขีดสุด

จากประสบการณ์ส่วนตัวคนขับรถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกรอกห้องน้ำให้เรา และเมื่อวันไหนที่ต้องนั่งรถนาน บางครั้งมันหาห้องน้ำยาก เราแนะนำว่าข้างทางดีที่สุดค่ะ ให้คนขะบรถหาจุดเหมาะๆให้ ซึ่งในภูมิประเทศแบบนี้หาง่ายจะมีเห็นก้อนใหญ่ๆเยอะ ก็เข้ามันข้างทางนี้ละคะ อย่าลืมทิชชู่เปียก เท่านั้นก็สามารถทำธุระไปชมวิวไปพร้อมกันได้แล้ววววว

OLYMPUS DIGITAL CAMERAOLYMPUS DIGITAL CAMERA


ติตตามบันทึกนักหนีเที่ยวได้ที่ 

Facebook : https://www.facebook.com/neetiewdiary/

Instagram : neetiewdiary

web : www.neetiewdiary.com

หนึ่งความเห็นบน “19ข้อควรรู้ก่อนไป Leh Ladakh”