MTR Hong Kong & Check In Town พร้อมบอกที่ฝากกระเป๋า

Hong Kong ประเทศที่คนไทยอย่างเราสามารถเดินทางไปเที่ยวได้ง่าย เพราะ ไม่ต้องขอวีซ่า และใช้เวลาในการเดินทางด้วยเครื่องบินแค่ 2 ชม. จากกรุงเทพ

จากที่เราเคยรีวิวเกี่ยวกับเที่ยวบิน กรุงเทพ – ฮ่องกง – กรุงเทพ ของสายการบิน Hong Kong Airline เอาไว้ : https://wp.me/p8RAsl-2sj

รอบนี้เลยจะมารีวิวพร้อมกับอธิบายการเดินทางในประเทศฮ่องกง เผื่อว่าใครจองตั๋วแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจวิธีการเดินทาง จะได้เรียนรู้ไว้ ไปแล้วจะได้ไม่ งง เนอะ

HongKong_๑๘๑๒๐๓_0053.jpg

Hong Kong ก็เหมือนประเทศที่เจริญแล้วอื่นๆ ที่มีการเดินทางในประเทศที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แท็กซี่ รถเมล์ รถไฟฟ้า แถมยังมีรถรางอีกด้วยนะ

แต่รีวิวนี้เราขอพูดถึงแค่เฉพาะรถไฟฟ้า หรือที่ฮ่องกงเรียกว่า Metro HongKong Subway  เรียกสั้นๆว่า MTR นะ เป็นการเดินทางที่ค่อนข้างครอบคลุมทั่วประเทศเลยทีเดียว

การเดินทางก็เหมือนกับรถไฟฟ้าบ้านเรา หรือ ประเทศอื่นๆนั้นแหละ คือเราจะต้องซื้อตั๋วตามอัตราค่าบริการที่เราจะเดินทางไปยังสถานีปลายทาง แต่นักท่องเที่ยวแบบเรา ไปเที่ยวครั้งนึง เราเดินทางไปหลายสถานที่ หลายสถานีแน่นอน

ดังนั้นรีวิวนี้เราจะมาพูดถึงบัตรที่ช่วยให้การเดินทางด้วย MTR ง่ายขึ้นแล้วกันเนอะ 

HongKong_๑๘๑๒๐๓_0052

Tourist Day Pass 

บัตร MTR สำหรับนักท่องเที่ยว ใช้เดินทางได้เฉพาะ MTR ภายใน 24 ชม. คือออออออออ จะเดินทางกี่เที่ยว กี่รอบ กี่สถานีก็ได้ แต่ต้องเดินทางภายใน 24 ชม.

เรามองว่าบัตรใบนี้จะคุ้มมากกก กับนักท่องเที่ยวที่มีวันน้อยในการเที่ยวฮ่องกง แต่อยากไปหลายๆสถานีในวันเดียว ใช้บัตรแบบ Day Pass คุ้มมากกกกกกกกกกกกกกก

เจ้าบัตรใบนี้สามารถซื้อได้ที่เคาเตอร์ MRT ทั่วฮ่องกง หรือที่ เคาเตอร์ Airport Express ในสนามบิน แต่ใครอยากซื้อไปจากไทยก็ได้นะ  เราซื้อจาก https://www.klook.com/th

Tourist Day Pass ราคา 65 HKD หรือประมาณ 300 บาท/ใบ 

HongKong_๑๘๑๒๐๓_0051.jpg

Octopus Card 

บัตร Octopus หรือ บัตรปลาหมึก ที่คนไทยเรานิยมเรียกบัตรสารพัดประโยชน์ของฮ่องกง

เป็นบัตรที่เราควรจะมีไว้เมื่อเดินทางไปฮ่องกง เพราะเจ้าบัตรปลาหมึกนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายในประเทศฮ่องกงได้มากกกกกกกกกกกกก อธิบายง่ายๆว่ามันเหมือนบัตร Rabbit บ้านเรานั้นแหละ

บัตร Octopus จริงๆจะซื้อ หรือ ไม่ซื้อ ก็ได้ แค่ถ้าใครอยากจะสะดวก ไม่ต้องรอเงินทอน หรือ รอซื้อตั๋ว MTR เป็นเที่ยว ก็แนะนำว่าให้ซื้อเอาไว้ แต่ถ้าเรามีเจ้าบัตรใบนี้เราก็สามารถจ่ายสิ่งต่างๆได้ง่ายดายมากกกกกก  แล้วเจ้าบัตรใบนี้สามารถใช้ได้ครอบคลุมทั้งเกาะฮ่องกง ไม่ว่าจะเป็น MTR รถเมล์ รถราง สตาบัค หรือ เซเว่น

สามารถซื้อบัตร Octopus ได้ที่เคาเตอร์ Airport Express ในสนามบิน, เคาเตอร์ MTR ตามสถานีต่างๆ ตู้ซื้อตั๋วรถไฟอัตโนมัติ หรือ ที่เซเว่น ก็มีนะ

Octopus Card ราคาใบละ 150 HKD แต่เราสามารถใช้เงินในบัตรแค่ 100 HKD อีก 50 HKD เป็นค่ามัดจำบัตร จะได้คืนเมื่อเราเอาบัตรไปคืนที่เคาเตอร์ MTR หรือ Airport Express แต่ใครที่ต้องการใช้จ่ายมากกว่า 100 HKD ก็สามารถเติมเงินเข้าบัตรได้ ตามตู้เติมอัตโนมัติ หรือ เคาเตอร์  MTR

HongKong_๑๘๑๒๐๓_0054.jpg

วิธีเดินทางด้วย MTR 

หลังจากรู้แล้วว่าทริปเราเหมาะกับการใช้บัตรไหน เราเลยจะขออธิบายคราวๆ เกี่ยวกับวิธีใช้รถไฟฟ้า MTR ในส่วนของการขึ้น-ลง นั้นเหมือนทุกอย่างกับรถไฟฟ้าทุกประเทศ

แต่วิธีการเช็คสถานีของ MTR นั้นเราสามารถทำได้ง่ายๆ คือ

  1. เราแค่ไปโหลด Application ชื่อว่า Hong Kong Metro 

 

HongKong_๑๘๑๒๐๓_0060.jpg

     

   2.เมื่อโหลด App มาแล้ว เปิดขึ้นมาหน้าตา App จะเป็นแบบนี้ 

 

HongKong_๑๘๑๒๐๓_0059.jpg

   

 3. กรอกสถานีต้นทาง และ ปลายทาง ที่เราต้องการจะเดินทาง แล้วกด Search

Ex.     From  >> Causeway Bay 

           To      >>  Tsim Sha Tsui 

 

HongKong_๑๘๑๒๐๓_0058.jpg

     

4. หลังจาก Search แล้ว App จะค้นหาเส้นทางที่เราต้องการเดินทาง จากนั้นให้เรากดเลือกตารางเวลาอันแรก 

 

HongKong_๑๘๑๒๐๓_0057.jpg

 

5. สุดท้าย App จะบอกเกี่ยวกับเส้นทาง MTR สายต่างๆที่เราจะต้องเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่เรากรอก พร้อมกับบอกราคาค่าโดยสารในรอบนั้นมาด้วย 

 

HongKong_๑๘๑๒๐๓_0056.jpg

Airport Express & Check In Town

Hong Kong มีบริการที่อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวแบบเราค่อนข้างเยอะ หนึ่งในบริการนั้นก็คือการ Check In Town ที่เราสามารถเช็คอินสายการบิน พร้อมโหลดกระเป๋าแบบเดียวกับที่เราทำที่สนามบินทุกอย่าง แค่เราสามารถจัดการสิ่งเหล่าได้ตั้งแต่ยังอยู่ในเมือง

บริการ Check In Town นั้น เป็นบริการที่ Airport Express อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า หรือ ผู้โดยสารของ AE (ชื่อย่อนะ) ดังนั้นใครที่จะใช้บริการ Check In Town ได้ จะต้องมีบัตรโดยสารของ  Airport Express นะคะ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถใช้บริการนี้ได้ค่ะ

* จริงๆบัตร Octopus สามารถแตะจ่ายได้นะ แต่ค่าบริการจะคิดตั้งแต่ตอนที่เราแตะบัตรเข้าไปยังบริเวณเคาเตอร์ Check In Town แล้ว นั้นหมายความว่า เราจ่ายเงินค่า AE ไปแล้ว แม้เราจะแค่เข้าไปโหลดกระเป๋าเท่านั้น แล้วตอนที่จะไปสนามบินจริงๆจะต้องจ่ายเงินอีกครั้ง สรุปคือถ้าใช้ Octopus จ่าย เราจะต้องจ่ายเงิน 2 รอบ 

HongKong_๑๘๑๒๐๓_0050.jpg

บริการ Check In Town ไม่ได้ใช้ได้กับทุกสายการบินนะคะ ใครเดินทางด้วยแอร์ เอเชีย ไม่สามารถใช้บริการได้นะคะ แต่หากใครใช้ การบินไทย, Hong Kong Airline, Emirate หรือ Cathay Pacific สามารถใช้ได้เลยนะ 

วิธีการใช้บริการ Check In Town 

จุดเช็คอินทาวน์ อยู่ที่สถานี Hong Kong หรือ สถานี Central (สองสถานีนี้สามารถเดินต่อกันได้) 

  1. นั่ง MTR มาที่สถานี Hong Kong หรือ สถานี Central ก็ได้ จากนั้นให้เดินตามป้าย Airport Express ต่อมาเรื่อยๆ จนเจอลิฟต์ที่จะขึ้นไปยังสถานี Airport Express

PB250713.jpgPB250715.jpg

2.ขึ้นลิฟต์มาแล้ว เราจะเจอกับเคาเตอร์ของ Airport Express และด้านหลังคือสถานีรถไฟ Airport Express ซึ่งตอนนี้เราอยู่ชั้น L2  ใครยังไม่มีบัตร AE สามารถซื้อได้ที่บริเวณนี้ หรือจะขึ้นไปซื้อบริเวณที่ทำ Check In Town ก็ได้นะ

ส่วนตัวเราซื้อบัตร AE แบบขาเดียวสำหรับกลับเข้าสนามบิน ซื้อบัตรแบบกลุ่ม 3 คน ราคารวม 230 HKD เฉลี่ยคนละ 330 บาท

HongKong_๑๘๑๒๐๓_0062.jpg

3. ใครที่ไม่เดินทางไปสนามบิน แต่ต้องการ Check In Town แบบเรา ก็แค่ขึ้นต่อไปยังชั้น G

IMG_3062.jpgOLYMPUS DIGITAL CAMERA

4. ออกมาจากลิฟต์ปุ้บบบ เราก็จะกับเคาเตอร์เช็คอินของแต่ละสายการบิน ขั้นตอนเช็คอินก็เหมือนกับที่เราทำที่สนามบินทุกอย่าง

เท่านี้เราก็จะได้ Boarding Pass และไปเที่ยวต่อได้แบบสบายใจ ถึงเวลาก็ไปสนามบินแล้วเดินตรงเข้าไปยัง ตม. ได้เลยจ้าาาาาาาาาา

* ซึ่งตรงนี้เราจะต้องใช้บัตร AE แตะ เพื่อเข้าไปยังบริเวณเช็คอินนะคะ *

HongKong_๑๘๑๒๐๓_0061

Left Baggage 

สำหรับคนที่บินด้วยสายการบินที่ไม่สามารถเช็คอินทาวน์ได้ หรือ ไม่สะดวกที่จะโหลดกระเป๋า หรือ ยังไม่ถึงเวลาที่จะเช็คอินโรงแรม และยังไม่อยากเอากระเป๋าติดตัวไปตลอดเวลาาาา

จริงๆในฮ่องกงก็พอจะมีจุดฝากกระเป๋าอยู่หลายที่ แต่ก็ไม่เยอะเท่ากับประเทศญี่ปุ่นแน่นอน คราวนี้บันทึกนักหนีเที่ยวเลยจะเอาประสบการณ์ตัวเองที่เอากระเป๋าไปฝากมารีวิว

จุดฝากกระเป๋านี้อยู่ใกล้กับบริเวณ Check In Town

ให้เราสังเกตป้ายบอกทางที่เขียนว่า Left Baggage ซึ่งอยู่ฝั่งขวาของบริเวณเช็คอินทาวน์นะ (ให้มองหาร้าน GOD) ให้เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ 

ค่าบริการ : ภายใน 3 ชม. ราคา 57 HKD/ 1 ใบ,  3 ชม. – 24 ชม. ราคา 79 HKD / 1 ใบ 

IMG_3065.jpgIMG_3067IMG_3068.jpgIMG_3070IMG_3072.jpgIMG_3074.jpg