INE | AMANOHASHIDATE | KYOTO

ครั้งนี้เราออกเดินทางไปญี่ปุ่นอีกครั้ง และจุดหมายปลายทางสำคัญที่สุดของทริปนี้อยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงที่ระยะทางห่างจาก KYOTO ประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร

อิเนะ (INE)และเมือง อามาโน๊ะฮาชิเตะ (AMANOHASHIDATE) ไม่ได้อยู่ในแพลนเราเลย แต่ก่อนที่เราจะเดินทางแค่หนึ่งวัน เราดันไปอ่านบทความเกี่ยวกับหมู่บ้านชาวประมงที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ที่นั่นมีชื่อว่า อิเนะ

เราไม่แน่ใจว่าเราควรจะไปมั้ย เพราะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง แถมต้องต่อรถอีก 3-4 ต่อ อีกด้วย เห่ยยยยยย ทำไงดี อยากไปมากกกกกกกกกกก แต่เวลาที่มีก็น้อยนิด แถมเส้นทางที่จะไปเราไม่ได้ซื้อพาสที่ครอบคลุมอีกด้วย

เอาไงดี โอ้ยยยยยยยยยยยยย อยากไปปปปปปปปปป

เรานอนคิดอยู่ทั้งคืนว่าเอาไงดี จะไปมั้ย เพราะมันทั้งเสียเวลา และเสียเงินเพิ่มอีกพอควรเลยนะ

แต่ในที่สุดเสียงเล็กๆในใจเราก็บอกว่า “ลิเดีย เธอรู้ว่าเมืองนี้คือเมืองที่อยากไปมากกกก เสียเงิน เสียเวลา มันไม่ใช่ประเด็น เพราะถ้าเธอได้เห็น ได้สัมผัสเมืองที่เธออยากไป นั่นมันคือคุ้มค่าที่สุดแล้ว “

ใช่ค่ะ เราตัดสินใจเดินทางไปอิเนะ ขอไปเห็นและสัมผัสหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยตาตัวเอง ถึงเวลาที่สัมผัสมันจะไม่เยอะก็ตาม


ทำความรู้จัก

อิเนะ ( INE )

คือหมู่บ้านชาวประมงที่ใครๆก็บอกว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น และสวยติดหนึ่งในสามของหมู่บ้านในญี่ปุ่นด้วยนะ

หมู่บ้านอิเนะ อยู่ในเมือง อามาโน๊ะฮาชิเตะ ซึ่งห่างจากเกียวโตประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร

อามาโน๊ะฮาชิเตะ (AMANOHASHIDATE)

คือเมืองติดชายทะเลที่เราสามารถเดินทางมาได้จากเกียวโต โดยจุดเด่นของเมืองนี้คือมีวิวทะเลที่สวยงาม และมีสันทรายกลางทะเลที่ได้รับสมญานามว่าเป็นสะพานที่ทอดสู่สรวงสวรรค์

มาเที่ยวอามาโน๊ะฮาชิเตะ ก็ควรแวะเที่ยวอิเนะด้วย


การเดินทางมายังหมู่บ้านชาวประมง

ทำยังไงก็ได้ให้พาตัวเองมาถึงสถานีรถไฟ JR
AMANOHASHIDATE

หากใครเคยมาญี่ปุ่นแล้วจะเข้าใจว่าสามารถค้นหาวิธีเดินทางได้จากที่ไหน และจะรู้วิธีการพาตัวเองมาให้ถึงสถานีที่เราบอกไปข้างต้น

แต่หากใครพึ่งจะเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรก เราจะขอละเอียดรายละเอียดวิธีการเดินทางไว้ดังนี้

ต้นทาง : OSAKA – ปลายทาง : AMANOHASHIDATE

  • ต่อรถครั้งที่ 1 : เราขอเริ่มสถานีต้นทางที่ Shin – Osaka ปลายทางสถานี Kyoto

วิธีการคือให้เราใช้เว็บ http://www.hyperdia.com/ เพื่อค้นหาการเดินทาง จากนั้นกรอกต้นทางและปลายทางตามที่เราบอกไป

ควรออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะต้องใช้เวลาเดินทางนาน

ค่าเดินทาง : 560 เยน สามารถใช้ JR Kansai Wide Pass ได้

  • ต่อรถครั้งที่สอง : เมื่อมาถึง Kyoto แล้วให้เรานั่งรถไฟต่อไปที่ FUKUCHIYAMA 

ค่าเดินทาง : 2460 เยน สามารถใช้ JR Kansai Wide Pass ได้

  • ต่อรถครั้งที่ 3 : เริ่มต้นทางที่ FUKUCHIYAMA ปลายที่ AMANOHASHIDATE

ซึ่งการเดินทางต่อที่ 3 ตามต้นทางและปลายทางที่เราบอก เราสามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR ได้ 3 วิธี

แต่วิธีที่เราแนะนำมากที่สุดคือ วิธีที่ 1 เพราะจะได้รถไฟสาย Tango เป็นรถไฟสายพิเศษ ตัวขบวนสวยมาก

วิธีที่ 1 : นั่งรถไฟสาย Tango

ค่าเดินทาง : 770 เยน สามารถใช้ JR Kansai Wide Pass ได้


ข้อดี : จะได้นั่งรถไฟสายพิเศษ

ข้อเสีย : ใช้เวลา 65 นาที (ค่อนข้างนานเลย)

วิธีที่ 2 : นั่งรถไฟ JR สองต่อ

ค่าเดินทาง : 770 เยน สามารถใช้ JR Kansai Wide Pass ได้

ข้อดี : สามารถเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางได้เร็วขึ้น

ข้อเสีย : ใช้เวลา 62 นาที ซึ่งระยะเวลาพอๆกับรถไฟสาย Tango

วิธีที่ 3 : นั่งรถไฟ JR สาย Limited Exp

ค่าเดินทาง : 1420 เยน สามารถใช้ JR Kansai Wide Pass ได้

ข้อดี : ใช้เวลาในการเดินทางน้อย

ข้อเสีย : ต้องรอรถนานหน่อย


วิธีเดินทางกลับ

หลายคนคงคิดในใจว่าถ้าไปถูกแล้วก็ต้องกลับถูกสิ !

ใช้ค่ะตอนกลับนั้นง่ายกว่าตอนมาด้วยซ้ำ แต่ที่เราต้องการเขียนหัวข้อนี้ เพราะว่าต้องการจะให้ทุกคนวางแผนเรื่องเวลาให้ดี เพราะรถไฟที่จะออกจาก AMANOHASHIDATE รถจะหมดประมาณ 2 ทุ่ม

และการเดินทางภายใน AMANOHASHIDATE อาศัยรถเมล์ท้องถิ่นเป็นหลัก (แวะทุกป้าย ใช้เวลานานมาก) นั่นหมายความว่าเราจะต้องคำนวนเวลาเที่ยวและเวลากลับให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้ตกรถไฟได้

ตารางรถไฟรอบสุดท้ายที่จะออกจาก AMANOHASHIDATE ไปยัง OSAKA และ KYOTO ขบวนเดียวกัน เวลา 19.17 น.

AMANOHASHIDATE – SHIN OSAKA

ราคา 4760 เยน สามารถใช้ JR Kansai Wide Pass ได้

AMANOHASHIDATE – KYOTO

ราคา 3880 เยน สามารถใช้ JR Kansai Wide Pass ได้


สถานีรถไฟ AMANOHASHIDATE

เป็นสถานที่ๆจะช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับข้อมูลการเที่ยวภายในเมืองอิเนะและอามาโน๊ะฮาชิเตะ ได้ดีที่สุด

ถึงแม้ว่าเราจะซื้อ pass หรือไม่ ก็แนะนำให้ไปขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่นะคะ เจ้าหน้าที่จะให้ตารางบัสมาด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรมีมากๆสำหรับการเดินทางในทริปนี้

Pass

การเดินทางในญี่ปุ่นใครๆก็รู้กันอยู่มันแพงงงง ดังนั้นการใช้ Pass จึงเป็นสิ่งที่เราค่อนข้างคุ้ม

เมื่อมาถึงสถานีรถไฟ AMANOHASHIDATE แล้ว ก่อนจะออกไปด้านนอกให้เลี้ยวไปทางขวา ก็จะถึงเคาเตอร์สำหรับซื้อ Pass

Pass นี้จะสามารถใช้ได้ครอบคลุมในเมือง AMANOHASHIDATE

  • รถเมล์ท้องถิ่น AMANOHASHIDATE 150 – 200 เยน/เที่ยว
  • เรือนำเที่ยวหมู่บ้านอิเนะ ( Ine Bay Boat Tour ) ราคา 800 เยน
  • Cable Car ชมวิว AMANOHASHIDATE ไป-กลับ ราคา 660 เยน
  • เรือข้ามฟาก Amanohashidate Sightseeing Boat เที่ยวเดียว ราคา 600 เยน // ไป-กลับ ราคา 1000 เยน
  • เช่ารถจักรยาน 2 ชั่วโมง 400 เยน

โดย Pass จะมี 2 ชนิด คือ

  • 1 Day แต่เลือกได้แค่ที่ระหว่าง อิเนะ หรือ อามาโน๊ะฮาชิเตะ
  • 2 Day เราสามารถใช้ได้ครอบคลุมทั้ง 2 แห่ง

ราคา Pass 2 Day ผู้ใหญ่ : 2200 เยน // เด็ก : 1100 เยน

จากการทดลองใช้ Pass เแล้ว ต้องใช้บริการอย่างน้อย 4 อย่างถึงจะคุ้ม Pass นะ ซึ่ง 4 อย่างที่ว่าก็มีดังนี้ นั่งรถเมล์ในเกาะประมาณ 3-4 เที่ยว + เช่ารถจักรยาน 2 ชั่วโมง เฉพาะเที่ยวในอิเนะ + นั่งเรือชมวิวอ่าวอิเนะ + นั่ง Cable Car ไปกลับ

ถ้าเราจะจ่ายแยกจะต้องจ่ายทั้ง 2360 เยน ซื้อ Pass ราคา 2200 เยน

แต่หากใครที่ไม่อยากนั่งเรือชมวิวอ่าวอิเนะ หรือไม่ใช้บริการอย่างน้อย 4 อย่าง แนะนำว่าให้จ่ายเป็นครั้งๆจะคุ้มกว่านะ


การเดินทางภายในเมือง

การท่องเที่ยวในเมืองอิเนะและอามาโน๊ะฮาชิเตะ สามารถทำได้ 3 วิธี คือ Busท้องถิ่น , จักรยาน , เดิน

Bus

ไม่ว่าเราจะเริ่มเที่ยวจากเมือง อิเนะ หรือ อามาโน๊ะฮาชิเตะ ซึ่งแรกที่เราต้องทำคือการนั่งBus ไปยังเมืองที่เราจะเริ่มเที่ยว โดย Bus Stop จะอยู่หน้าสถานี AMANOHASHIDATE

ค่าโดยสาร : หากใครซื้อ Pass เอาไว้ก็แค่โชว์ให้คนขับรถดู ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม // แต่หากใครที่ไม่ได้ซื้อพาสก็แค่จ่ายเป็นเที่ยว วิธีการคือ เมื่อ Bus จอดรับเรา เราจะต้องขึ้นทางประตูหลัง ใกล้ๆกับประตูจะมีตู้ที่มีปุ่มกดสีแดง ให้เรากดแล้วรับสลิปอันนั้นมา ในกระดาษจะมีหมายเลขของเราอยู่ ซึ่งเราจะสามารถเช็คค่าโดยสารของเราได้ที่บอร์ดดิจิตอลใกล้คนขับ ซึ่งจะบอกราคาตามระยะทาง ประมาณ 150 – 200 เยน/เที่ยว

ตารางเวลา : เราสามารถขอได้จากสถานี AMANOHASHIDATE หรือดาวน์โหลดได้ที่ :
http://www.amanohashidate.jp/lang/en/wp-content/uploads/2019/03/20190321183311_00001-e1553160883393.jpg

Bus Stop ที่ควรรู้:

  • AMANOHASHIDATE EKIMAE คือ สถานีรถไฟ
    อามาโน๊ะฮาชิเตะ (Amanohashidate)
  • AMANOHASHIDATE CABLE – SITA คือสถานีเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปยังจุดชมวิว AMANOHASHIDATE VIEW LAND
  • INEWANMEGURI/HIDE ท่าเรือสำหรับล่องเรือชมอ่าวอิเนะ
  • INE จุดเริ่มต้นของหมู่บ้านอิเนะ

Bicycle Rental

การเดินทางด้วยจักรยานในหมู่บ้านอิเนะและเมืองอามาโน๊ะฮาชิเตะ เป็นอะไรที่สนุกและช่วยลดความเหนื่อยในการเดินได้มากเลยทีเดียว

ค่าเช่า : 2 ชั่วโมง 400 เยน // เหมาทั้งวัน 1000 เยน ส่วนใครที่ซื้อ Pass ไว้ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเพราะมันรวมเอาไว้แล้ว

เดิน

วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีมากเลยสำหรับคนที่มีเวลาและอยากซึบซับบรรยากาศไปเรื่อยๆ แต่มันเหนื่อยมากเช่นกัน


INE

หลังจากที่เราเห็นรูปบ้านไม้ที่อยู่ริมทะเลที่มีน้ำทะเลสีเขียว และรู้ว่าการเดินทางไปญี่ปุ่นของตัวเองในครั้งนี้ เราสามารถไปยังหมู่บ้านแห่งนี้ได้ เราก็นอนแทบไม่หลับเพราะใจเรามันอยากไปเห็นหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยตาของตัวเองใจจะะขาด

เราปรับแพลนการเดินทางไปญี่ปุ่นในครั้งนี้ก่อนที่จะออกเดินทางแค่หนึ่งวัน ยกเลิกแพลนที่น่าไป เปลี่ยนเป็นแพลนที่ต้องไปแทน

เรามอบเวลาหนึ่งวันให้กับอิเนะไปแล้วตั้งแต่อยู่เมืองไทย

ในที่สุดเราก็พาตัวเองมาถึงสถานีรถไฟ AMANOHASHIDATE

จากการสังเกตด้วยสายตาและหูที่เงี่ยฟังภาษาที่คนรอบข้างคุยได้ ทำให้รู้ว่าวันนี้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอิเนะ ได้แก่ เกาหลี จีน ญี่ปุ่น และคนไทยแค่ 2 กลุ่ม ทั้งหมด 6 คนรวมเราแล้วนะ

หลังจากที่เราจัดการซื้อ Pass สำหรับเที่ยวอิเนะและอามาโน๊ะฮาชิเตะ ก็มารอขึ้นรถหน้าสถานีรถไฟได้เลย

รูปใบนี้จากกล้องฟิล์ม

จากสถานีรถไฟ AMANOHASHIDATE Bus Stop ใช้เวลาประมาณ 65 นาทีมาถึง INE ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นท่องเที่ยวหมู่บ้านชาวประมงที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

เราใช้วิธีเดินทางภายในอิเนะด้วยการปั่นจักรยานค่ะ เพราะเรามีเวลาไม่มากถ้าเดินคงใช้เวลามากเกินไป

จาก Ine Bus Stop เราปั่นจักรมานิดเดียวก็จะเจอกับลานจอดรถ ซึ่งบริเวณนั้นเป็นจุดที่ถือว่าเป็นจุดแรกที่เราจะได้เห็นหมู่บ้านอิเนะได้เต็มๆตา

รูปใบนี้จากกล้องฟิล์ม
รูปใบนี้จากกล้องฟิล์ม

เราปั่นจักรยานขึ้นเนินต่อมาอีกนิดก็จะเจอกับต้นซากุระที่ออกดอกสะพรั่ง

ซากุระสีชมพูที่มีฉากหลังเป็นบ้านไม้สีน้ำตาลและน้ำทะเลสีเขียว มันสวยเกินกว่าที่จะหาคำใดมาบรรยาย

แค่สองจุดที่ผ่านมาก็ทำเอาเราใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เราปั่นจักรยานต่อมาเรื่อยๆ ก็จะเริ่มเข้าสู่หมู่บ้านชาวประมงอิเนะแล้ว

หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านยังอาศัยอยู่จริงๆ แต่ก็มีบ้านบางหลังที่เปิดเป็นคาเฟ่บ้าง ร้านอาหารบ้าง หรือที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

ถึงแม้ว่าที่นี่จะสวยติดอันดับ แต่ที่นี่กลับมีนักท่องเที่ยวบางตา ชาวบ้านยังก็ดำเนินชีวิตตามวิถีไปตามปกติของชีวิตชาวประมง

แต่ก่อนจะไปต่อสายตาเราก็ไปเห็นป้ายที่บอกว่าบ้านไม้ด้านหน้าคือคาเฟ่ ไม่ต้องคิดอะไรต่อค่ะ รีบจอดรถแล้วเข้าไปด้านในคาเฟ่ดีกว่า

INE CAFE

เมื่อเข้ามาภายในคาเฟ่แล้ว สิ่งแรกที่ทำให้เรารับรู้ได้ว่า

“คาเฟ่แห่งนี้เป็นคาเฟ่ที่วิวสวยมากกกก การได้นั่งจิบกาแฟคู่กับเค้กอร่อยๆสักชิ้น สายตามองไปยังพื้นน้ำที่มีบ้านไม้อยู่คู่กัน มันเป็นวิวที่สวยมากกกกก”

มันทำให้เรารู้สึกได้ว่ามันคุ้มค่าที่เดินทางมา

ในหมู่บ้านอิเนะมีร้านอาหารอยู่ไม่เยอะ และแต่ละร้านก็ดูไม่ออกว่าเป็นร้านอาหารคิดว่าเป็นบ้านธรรมดา

หมู่บ้านอิเนะ

หมู่บ้านอิเนะ คือหมู่บ้านที่เงียบมากกกกกกกกกก

ตลอดที่เราเที่ยวเล่นเราเห็นผู้คนน้อยมาก แทบจะนับคนได้ มันให้ความรู้สึกที่สงบและแปลกดีเหมือนกันนะ

แต่บรรยากาศที่นี่ก็ทำให้เรารู้สึกดีอย่างประหลาดเช่นกัน เพราะมันทั้งสวย และสงบ เป็นการเดินทางที่ทำรู้สึกว่าตัวเองคุ้มค่ามากจริงๆ

ข้อดีของการได้เดินเที่ยว หรือปั่นจักรยานเที่ยว คือเจอวิวสวยตรงไหนก็แวะมันตรงนั้นได้เลย

และภายในหมู่บ้านอิเนะก็มักจะมีวิวที่มองออกไปยังทะเลสวยๆหลบซ่อนอยู่เป็นระยะๆ

เส้นทางถนนในหมู่บ้านอิเนะระยะทางไม่ยาวเท่าไหร่นัก หากว่านับการปั่นหยุด ปั่นหยุดแบบเรา เอ่อระเหยไปเรื่อยๆ ใช้เวลายังไม่น่าจะถึง 1 ชั่วโมงก็หมดเขตถนนที่เราจะสามารถปั่นไปได้แล้วล่ะ

นอกจากบ้านไม้ที่ด้านล่างของบ้านเป็นโรงเก็บเรือ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ตามวิถีชาวประมงของอิเนะ ภาพทะเลที่มีน้ำสีเขียวมรกต แล้วยังมีภูเขาลูกใหญ่เป็นแบล็คกราวน์ ทำให้เรายิ่งหลงรักหมู่บ้านแห่งนี้เข้าไปอีก

เมื่อมาจนสุดทางแล้ว เราก็ปั่นกลับไปทางเดิม

เราปั่นจัรกยานต่อไปยังท่าเรือที่เป็นจุด Bus Stop อีกจุด นั่นก็คือ INEWANMEGURI/HIDE หรือท่าเทียบเรือสำหรับล่องเรือชมอ่าวอิเนะ

ใจจริงเราก็อยากล่องเรือนะ อยากรู้เหมือนกันว่าบรรยากาศจะเป็นยังไง แต่วันนี้ที่อ่าวอิเนะมีทัวร์เยอะเกินไป จนทำให้เราไม่สามารถหาความสงบจากการล่องเรือได้แน่นอน เลยยกธงขาวยอมแพ้ไป

เรามาถึง Bus Stop ก่อนเวลา เราเลยปั่นจักรยานเล่นไปเรื่อย จนมาถึงบ้านแห่งหนึ่งที่อ่านจากป้ายหน้าบ้านแล้ว คิดว่าที่นี่น่าจะเปิดเป็นร้านอาหาร

เราส่งเสียงทักทายไป แต่กลับเงียบ ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา เลยถือวิสาสะ เดินขึ้นไปยังชั้น 2

แล้วก็ได้เข้าใจว่าที่เห็นว่าหมู่บ้านอิเนะเงียบๆนั้น เพราะชั้นหนึ่งถ้าไม่ใช่โรงเก็บเรือหรือรถ ก็จะเป็นแค่โรงเก็บของ ชีวิตของผู้คนในอิเนะจะใช้ชีวิตอยู่ที่ชั้น 2 ของบ้าน

ภายในบ้านแห่งนี้มีคุณตา คุณยายชาวญี่ปุ่นเป็นเจ้าของ รวมถึงเป็นเจ้าของร้านอาหารด้วย คุณตา คุณยายพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่เราก็สื่อสารกันเข้าใจมากพอที่เราจะสามารถสั่งอาหารได้

มื้อนี้น่าจะเป็นมื้อแรกที่เราได้ทานข้าวฝีมือคนญี่ปุ่น ในบ้านแบบญี่ปุ่น มันเป็นข้าวง่ายๆ ที่อร่อยมากกกก เรารับรู้ถึงความตั้งใจทำของคุณตาและคุณยายคู่นี้

วิวระเบียงบ้านของคุณตาและคุณยาย ทำให้เราต้องตะลึง เพราะมันคือหมู่บ้านอิเนะที่มีจำนวนหลังเยอะมากกกกก คือก็ไม่คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้

คือเมื่อกี้เราปั่นจักรยานเพลินๆๆก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นเส้นทางยาวขนาดนี้

ตอนนี้หนังท้องเริ่มตึง แต่ก่อนที่หนังตาจะเริ่มหย่อน ก็ใกล้ถึงเวลาที่เราจะต้องบอกลาอิเนะแล้วล่ะ

เราปั่นจักรยานกลับมา INE Bus Stop เพื่อจะได้ส่งคืนจักรยาน ก่อนกลับขอไปมองหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้ให้เต็มๆตาอีกครั้งเถอะนะ

ตอนนี้แสงแดดแรงขึ้นกว่าเก่า มันยิ่งทำให้น้ำทะเลภายในอ่าวอิเนะเป็นสีเขียวมรกต บ้านไม้ที่ด้านล่างคือโรงเก็บเรือ ด้านบนคือที่อยู่อาศัยจริงๆ มันยิ่งตอกย้ำเสน่ห์ของหมู่บ้านแห่งนี้

เราได้ยืนมอง ใช้ตาตัวเองบันทึกบรรยากาศ ความสวยงามของวิถีชีวิตมนุษย์และธรรมชาติที่ปั้นแต่งออกมาได้ลงตัวและสวยงามขนาดนี้

มันคุ้มค่ามากที่เราเดินทางมา มันคุ้มค่าเกินกว่าจะเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้คนเดียว


AMANOHASHIDATE

ขอสารภาพความจริง

จริงๆเราไม่ได้สนใจหรืออยากที่จะมาเที่ยวอามาโน๊ะฮาชิเตะเลยสักนิด ขนาดว่าตอนที่หาข้อมูลเกี่ยวกับอิเนะ ก็จะได้เจอข้อมูลของเมืองนี้ด้วยก็ตาม เพราะเราเข้าใจว่า อิเนะ กับ อามาโน๊ะฮาชิเตะ เป็นแค่เมืองที่อยู่ใกล้กัน แต่มารู้ความจริงก็เอาวันที่ออกเดินทาง ว่ามันอยู่ในเมืองเดียว

ทำให้เราตัดสินใจเที่ยว อามาโน๊ะฮาชิเตะ ด้วยไปเลยแล้วกัน เพราะก่อนมากลัวไม่คุ้มกับการต้องเดินทางนานๆ ไหนๆก็มาแล้ว งั้นก็เที่ยวมันด้วยซะเลย

คิดแค่นั้นจริงๆ

แต่เอาเข้าจริงนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้จัก อามาโน๊ะฮาชิเตะ มากกว่าอิเนะ ซะอีก

มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับอามาโน๊ะฮาชิเตะ

“เนิ่นนานมาแล้วมีเทพเจ้าบนสรวงสรรค์องศ์หนึ่ง ตกหลุ่มรักเทพธิดาที่อยู่บนโลกมนุษย์ เลยสร้างสะพานทอดยาวลงมายังโลกมนุษย์เพื่อพบกัน แต่แล้ววันหนึ่งสะพานแห่งนั้นกลับพังลง กลับกลายเป็นหาดทรายขาวพาดผ่านทะเลที่เรียกว่า อามาโนะฮาชิดาเตะ นั่นคือสถานที่แห่งนี้”

และการที่เราจะสามารถไปชมวิวที่เป็นเหมือนสะพานที่ทอดสู่สรวงสวรรค์ได้นั้น เราต้องขึ้นไปยังจุดชมวิวและเราจะขึ้นไปด้วย Cable Car

เรานั่ง Bus มาลงที่ AMANOHASHIDATE CABLE – SITA ซึ่งจะต้องฟังประกาศเมื่อรถใกล้ถึงจุดหมายให้ดีค่ะ ถ้าฟังไม่ออกให้กะระยะจากเวลาในใบตารางเวลานะ

ประมาณ 30 นาทีจากอิเนะ เราก็มาถึงทางขึ้นไปยังสถานีเคเบิ้ลคาร์

จาก Bus Stop ให้เราเดินข้ามถนนมาค่ะ จะเจอกับป้ายของเคเบิ้ลคาร์เป็นระยะๆ เราจะต้องเดินผ่านวัดเข้าไปนะ แต่ภายในวัดห้ามถ่ายรูปนะคะ

Cable Car

cable car มีทั้งหมด 2 ประเภทคือ Cable Car และ Chair lift ราคาไป-กลับอยู่ที่ 660 เยน หากใครต้องการที่จะนั่งทั้งสองอย่างควรมาถึงก่อน 4 โมงเย็น เพราะ Chair lift จะปิด 16.00 น.

Amanohashidate View Land

สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ไม่สามารถบอกอย่างอื่นได้เลยนอกจากโคตรสวยเลยยย

ถ้าเราสนใจแต่อิเนะ ๗ฯไม่มีที่ว่างของใจให้อามาโน๊ะฮาชิเตะ เราคงต้องเสียใจมากแน่ๆ ถ้าผ่านอามาโน๊ะฮาชิเตะ ไปเฉยๆ

ซึ่งไฮไลท์ด้านบนของจุดชมวิวนั้นมีอยู่ว่า ณ จุดชมวิวอามาโนะฮาชิดาเตะ วิวแลนด์ ให้เราก้มลงมองลอดใต้หว่างขาจากจุดชมวิวฝั่งนี้เราจะเห็นสันทรายในมุมมองที่ต่างออกไป เป็นรูปมังกรตัวใหญ่กำลังเหาะขึ้นท้องฟ้า

ซึ่งบอกตามตรงนะคะ เรามองไม่ออกกกกกกก หรือเทพเจ้าเค้าไม่ยอมให้เราเห็นก็ไม่รู้

และถึงแม้จะไม่เห็นมังกรที่กำลังเหาะขึ้นฟ้า แต่เราบอกได้คำเดียวว่าด้านบนนี้ สวยยยยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

สวยขนาดที่ว่าเราให้คะแนนสูสีกับอิเนะเลยนะ โอ้ยยยยย ชอบบ

เราอ้อยอิ่งอยู่จนถึงเคเบิ้ลคาร์รอบสุดท้าย เพราะยังไงวันนี้เราก็ต้องนั่งรถไฟออกจากเมืองนี้รอบ 19.17 น. อยู่แล้ว รีบไปก็เท่านั้น ใช้เวลาเก็บความทรงจำตรงนี้ให้คุ้มค่าเอาไว้ดีกว่า

และวิว ณ สถานีเคเบิ้ลคาร์ด้านบน มองลงไปด้านล่างคือ สวยมากกกก มันดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เมื่อลงมาถึงสถานีเคเบิ้ลคาร์ด้านล่างแล้ว คราวนี้เราเดินตรงไปออกถนนใหญ่ได้เลยนะคะ ไม่ต้องเดินผ่านวัดแล้ว

เมื่อออกมาถึงถนนใหญ่ก็ให้เรากลับไปรอรถเมล์ ที่ Bus Stop นะคะ แต่หากใครหิว บริเวณนั้นมีซุปเปอร์มาเก็ตใหญ่มากกกก เข้าไปหาอะไรรองท้องได้นะ ตอนเย็นของกินราคาลด 20% ด้วยนะ

หาของกินมากินแก้หิวและก็ยืนรอรถเมล์ไปเรื่อยๆ วิวตรงถนนนี่สวยเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ

และในที่สุดก็ถึงเวลาที่เราจะต้องบอกลา อามาโน๊ะฮาชิเตะ และ อิเนะ จริงๆแล้วล่ะ

สำหรับเราอิเนะ คงเป็นผู้ชายสูงหน้าตาดีที่แอบซ่อนเสน่ห์และความน่ารักเอาไว้ รอให้ใครสักคนได้เดินทางมาทำความรู้จัก และหลงรักแบบเดียวกับเรา

ส่วนอามาโน๊ะฮาชิเตะ ก็คงเป็นหญิงสาวผู้มีหน้าตางดงาม ที่ใครเห็นแค่เสี้ยววินาทีก็คงต้องตกหลุมรักเธอ และเมื่อได้ทำความรู้จักเธอมายิ่งขึ้น คงไม่มีใครที่จะถอนหัวใจไปจากเธอได้ง่ายแน่ๆ

ข้อความถึงอิเนะ (INE)

“ตอนนี้เรากำลังนั่งมองวิวที่ INE วิวตรงหน้านี่เองที่ไม่กี่วันก่อน เราเห็นมันผ่าน Internet วิวที่ทำให้เราปั่นป่วนถึงขั้นนอนไม่หลับ เพราะไม่แน่ใจว่าควรมาที่นี่หรือไม่ แต่สุดท้ายหัวใจบอกเราว่า ถ้ามันคือภาพที่ติดอยู่ในหัว เราก็ควรเดินทางเพื่อมาเห็นมันซะ และตอนนี้เรากำลังนั่งมองวิวพร้อมกับมีขนมอร่อยๆอยู่ในคาเฟ่ในเมืองอิเนะ “

“ภาพตรงหน้ามันทำให้ตาเราเป็นประกาย เราไม่รู้หรอกว่าการเดินทางท่องเที่ยวของคนอื่นคือแบบไหน แต่สำหรับเราแล้ว มันคือการได้พาตัวเอง ออกมาเห็นสิ่งที่อยากเห็น เห็นในสิ่งที่ชีวิตปกติประจำวันไม่ได้เห็น และสิ่งนี้เองที่เราเรียกมันว่าการเดินทาง เดินทางออกไปเพื่อไปเห็น เพื่อทำให้โลกใบเดิมของเรานั้นกว้างขึ้นอีกนิด”

INE 12.04.2019

Lidear