Domohorn Wrinkle ผู้เชี่ยวชาญด้านริ้วรอยและจุดด่างดำจากญี่ปุ่น

รู้สึกเหมือนกันมั้ยคะ

ว่าเมื่ออายุเราเริ่มขึ้น ร่างกายเราก็เริ่มไม่เหมือนเดิม

เรารับรู้ได้ว่าตอนนี้ร่างกายเราไม่เหมือนตอนอายุ 20

ลิเดียอายุ 26 เองค่ะ แต่เมื่อชีวิตตอนนี้เข้าสู่วัยทำงานจริงจัง

การเผาผลาญที่เคยดี หนังหน้าที่เคยไม่มีริ้วรอยใดๆ ก็เริ่มมีร่องรอยต่างๆมาปรากฏบนใบหน้า

เห้ออออออ

จนมาช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาลิเดียได้รู้จักกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์หนึ่งด้วยความบังเอิญ

นั้นก็คือ Domohorn Wrinkle (โดโมฮอร์น ริงเคิล) ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลจุดด่างดำและริ้วรอยจากประเทศญี่ปุ่น

Domohorn Wrinkle คือใคร แล้วทำไมลิเดียต้องมารีวิว ?????

Domohorn Wrinkle คือ ผลิตภัณฑ์ที่เชียวชาญในการดูแลริ้วรอยและจุดด่างดำ

Domohorn Wrinkle คือ แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น ที่มีความเป็นญี่ปุ่นสูงมากกกกกกกกกกกกกกกกก (เดี๋ยวจะเล่าต่อนะว่ามีความเป็นญี่ปุ่นสูงยังไง)

และเหตุผลที่ลิเดียมารีวิว หรือ มาเล่า เกี่ยวกับแบรนด์นี้ก็คือ ลิเดียชอบในแนวคิด กระบวนการต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้มากๆ เลยอยากจะเอามาเล่าสู่กันฟัง

คือลิเดียชอบแนวคิดของทางแบรนด์ ที่เชื่อว่าคนเราทุกคนมีพลังอยู่ในตัวเอง แต่เมื่ออายุเราเริ่มมากขึ้น พลังเหล่านั้นก็จะเสื่อมลงไป เราจึงจำเป็นที่จะต้องมีตัวช่วยที่จะมาฟื้นฟูพลังเหล่านั้นให้มันกลับคืนมา

ลิเดียเป็นคนหนึ่งที่เชื่อในพลังของตัวเองและร่างกาย ว่าคนเรามีพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง เราต้องหามันให้เจอ ทำให้มันแสดงศักยภาพออกมาให้ได้ แล้วเราจะได้รู้ว่าสิ่งมหัศจรรย์นั้นมีอยู่จริง

เมื่อเดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ลิเดียงานยุ่งมากกก ร่างพัง หน้าก็เกือบพัง เพราะไม่มีเวลาดูแลตัวเองเลย แล้วยังจะต้องไปทำทริปที่สิงคโปร์อีก คือตอนนั้นกำลังคิดว่าหมองๆแบบนี้ แล้วจะเอาตัวเองเป็นแบบเวลาถ่ายรูปไปสู้กับคนอื่นยังไงละเนี่ยยยยย 

เป็นความโชคดีมากๆๆ ที่ได้รู้จัก Domohorn Wrinkle ก่อนไปทริปก็เลยสั่งชุดทดลองที่สามารถใช้ได้ 3 วัน เอาไปทดลองใช้ก่อน และได้ถือโอกาสใช้เป็นทราเวลเซ็ตไปในตัว

ต่อไปนี้เป็นการรีวิว ผลิตภัณฑ์แบบคนที่ไม่ได้มีความรู้ด้านความงามอะไรมากมาย

เอาเป็นว่าลิเดียจะเล่าแบบฉบับบันทึกนักหนีเที่ยวแล้วกันเนอะ

คือออออออออ Domohorn Wrinkle มีแค่ One Line ซึ่งจะประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ 8 ตัว

ต้องมีคนคิ้วขมวดแน่ๆ ว่า เอ้ะ อะไรนะ 8 ตัว อะไรมันจะเยอะขนาดนั้นนนนนนน

คือ 8 ตัวที่ว่าเนี่ยยย มันครอบคลุมทุกขั้นตอนเลยนะ ตั้งแต่ การทำความสะอาดหน้าจากเครื่องสำอาง ไปจนถึงครีมกันแดด

แต่ถ้าแยกให้เข้าใจง่ายๆ ของลิเดียคือ 8 ผลิตภัณฑ์ประกอบไปด้วย 3 + 4 + 1

3 แรก คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำความสะอาดหน้า >> Refining 3  มันคือขั้นตอนการเตรียมผิวเพื่อให้พร้อมต่อการบำรุง

  • Oil-in-Gel Remover : เจลทำความสะอาดเครื่องสำอาง ที่สามารถล้างตาและปากได้ด้วย
  • Silky Cream Foam : โฟมล้างหน้าที่ให้ความสะอาดและสดชื่นภายในผิวแบบที่น่าทึ่งมาก
  • Softenning Foam Mark : โฟมมาร์กที่ช่วยดูแลผิวที่ถูกทำร้ายมาตลอดทั้งวัน

4 ต่อมา คือ Essential 4 เป็นการมอบคุณค่าบำรุง เพิ่มพลังฟื้นฟูผิว

  • Intense Hydrator : น้ำตบที่มอบความชุ่มชื่นได้อย่างล้ำลึกแก่ผิว
  • Vital White Essence : กระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเพื่อผิวสว่าง กระจ่างใส
  • Cream 20 : ถือว่าเป็นนางเอกของแบรนด์เลย ตัวนี้จะเป็นครีมที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน เพื่อให้ผิวยืดหยุ่น เปล่งปลั่งจากภายใน
  • Milky Veil Lotion : โลชั่นที่ช่วยเพิ่มเกราะป้องกันไม่ให้ผิวโดนทำร้าย

1 ตัวสุดท้ายก็คือครีมกันแดด

UV Dress Cream : กันแดดที่จะช่วยปกป้องเราจากแสงแดดและแสงสีฟ้าจากหน้าจอ

บ้าจริงงงง ดูเหมือนบิวตี้บล็อกเกอร์มั้ยฮะ 5555555

รู้จัก 8 ตัวใน One Line ของ Domohorn Wrinkle แล้ว

มารู้จักความเป็นญี่ปุ๊นนนน ญี่ปุ่นนนน ที่แบรนด์นี้มีจนทำให้ลิเดียหลงรัก จนอยากมาบอกต่อ !!

คือออออออออ Domohorn Wrinkle อ่ะ เป็นแบรนด์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์สูงมากกกก ตั้งแต่ตัวผลิตภัณฑ์ การขาย วิธีการสต็อกสินค้า ทั้งหมดล้วนเป็นวิธีการขายที่คนไทยแบบเรายังไม่คุ้นชิน

เพราะความเป็นญี่ปุ่นแรกที่เราอยากจะให้ทุกคนได้รู้จัก คือ วิธีการที่เราจะดูแลผิวด้วยเจ้าตัวผลิตภัณฑ์ Domohorn Wrinkle เนี่ยเขามีชื่อเรียกว่า “การทำโอเทะอาเทะ”

“โอเทะอาเทะ” คืออะไร?

 “โอเทะอาเทะ”  คือ “การดูแลบำรุงผิวด้วยมือ”

เพราะมือเป็นอวัยวะที่มีผิวเหมือนกับผิวหน้า

สัมผัสจากมืออันอ่อนโยน จะช่วยส่งผ่านสารบำรุงสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และในแต่ละขั้นตอนในการใช้ผลิตภัณฑ์นั้น มันมีวิธีการที่ใส่ใจรายละเอียดมากกกกกกกกกกกกกกกก

ซึ่งวิธีการเหล่านี้แหละทำให้ลิเดียรู้สึกได้ว่า นี่ไม่ใช่แค่การทาครีม แต่มันคือการปรนนิบัติผิว มันคือวิธีการที่เรากำลังช่วยให้ทั้งผิวหน้าและตัวเราได้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน

โดยวิธีการที่ลิเดียเล่าว่ามันคือ “โอเทะอาเทะ” เลยจะขอเล่าแต่ละขั้นตอนโดยสังเขปเอาไว้นะ เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเล่าถูกต้องแค่นั้น แต่จะพยายามอธิบาย ว่าทำไมขั้นตอนนี้ต้องทำแบบนี้เพราะอะไรแล้วกันเนอะ

  1. Oil – in Gel Remover : เจลทำความสะอาดน้ำมันบนผิวหนังหรือเครื่องสำอาง และยังสามารถใช้ทำความสะอาดรอบดวงตาและปากได้ด้วย

ลิเดียใช้แล้วเป็นไง >>> ตัวนี้เป็นตัวที่ชอบเลยนะ เพราะมันคือเจลที่เปลี่ยนเป็นออยล์ที่เอาสิ่งที่เกาะหน้าเราออก ไม่ว่าจะเครื่องสำอางค์หรือฝุ่น เหงื่อ คือรู้สึกได้ถึงความสะอาดอ่ะ

2. Silky Cream Foam : โฟมล้างหน้าที่ให้ความสะอาดและสดชื่นภายในผิวแบบที่น่าทึ่งมาก

ลิเดียใช้แล้วเป็นไง >>>  ตัวนี้เป็นตัวที่ชอบมากกกกกกกกกกกที่สุด คือมันสัมผัสถึงความสะอาดของผิวจริงๆ

3. Softening Foam Mask : โฟมมาร์กที่ช่วยดูแลผิวที่ถูกทำร้ายมาตลอดทั้งวัน

ลิเดียใช้แล้วเป็นไง >>>  เห่ยยยย ชอบบบโฟมมาร์ก มันคือตัวที่จะคืนความสดชื่นให้ผิวที่เหนื่อยล้า โดนมลภาวะมาตลอดทั้งวัน มาร์กเสร็จจะรู้สึกเย็นๆๆผิว สบายๆ

4. Intense Hydrator : น้ำตบที่มอบความชุ่มชื่นได้อย่างล้ำลึกแก่ผิว

ลิเดียใช้แล้วเป็นไง >>>  เจ้าตัวนี้จะมีกลิ่นหอมๆๆของดอกชิรานุยคิคุด้วยนะ คือมันเป็นกลิ่นที่เราเคยใช้ผลิตภัณฑ์อะไรสักอย่างในโรงแรมที่ญี่ปุ่น

ผลลัพธ์ของตัวนี้คือการทำให้ผิวเราอิ่มน้ำ ซึ่งตัวนี้ใช้ประมาณ 3 วัน เรารับรู้ได้ว่าผิวเราดูฟูๆอิ่มๆขึ้นนะ คือไม่ดูแห้งๆแบบผิวขาดน้ำอ่ะ

5. Vital White Essence : กระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเพื่อผิวสว่าง กระจ่างใส

ลิเดียใช้แล้วเป็นไง >>> เมื่อเราใช้เจ้าตัวนี้ด้วยวิธีการทำโอเทะอาเทะ จะให้อารมณ์เหมือนเราได้ปรนนิบัติผิว คือนอกจากผิวจะสว่างกระจ่างใสแล้ว ยังให้อารมณ์เหมือนตัวเองกำลังทำสปาหน้าเลยนะ ชอบบบบบ

6. Cream 20 : ถือว่าเป็นนางเอกของแบรนด์เลย แล้วยังเป็นครีมบำรุงผิวยอดขายอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นด้วยนะ ซึ่งเจ้า Cream 20 เป็นครีมที่จะช่วยให้ผิวยืดหยุ่น เปล่งปลั่งจากภายใน

ลิเดียใช้แล้วเป็นไง >>>  คือเล่าก่อนว่า ครีมตัวนี้ คือนางเอกของ Domohorn Wrinkle เลยนะ เพราะเป็นครีมตัวแรกที่ผลิตออกมา แต่ปัจจุบันก็มีการพัฒนาสูตรทุกๆ 3 ปี นะ แล้วเจ้าครีมตัวนี้อ่ะมีส่วนผสมของโสมขาว ซึ่งถือว่าเป็นราชาของสมุนไพรเลยนะ ดังนั้นครีมตัวนี้มีคุณสมบัติที่จะมาช่วยดึงพลังของคอลลาเจนที่มีอยู่ในผิวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ตัวนี้ใช้แล้ว ลิเดียรับรู้ได้ถึงความเปล่งปลั่งของผิวนะ แต่ด้วยอายุเรา การทำงานของผิวอาจจะยังแข็งแรง มันเลยไม่ได้ชัดมาก หากใครที่อายุ 30 ขึ้นเริ่มมีริ้วรอยของวัย ลิเดียว่าผลลัพธ์ตัวนี้ชัดเจนขึ้นแน่นอนเลย

7. Milky Veil Lotion : โลชั่นที่ช่วยเพิ่มเกราะป้องกันไม่ให้ผิวโดนทำร้าย

ลิเดียใช้แล้วเป็นไง >>>  โลชั่นตัวนี้เป็นอีกตัวที่ให้อารมณ์เหมือนเราได้สปาหน้าที่บ้าน แล้วเมื่อใช้แล้วเราจะรู้สึกได้ว่าหน้าเราในวันนั้นจะถูกทำร้ายน้อยกว่าวันอื่นๆที่ไม่ได้ใช้ Milky Veil Lotion

8. UV Dress Cream : กันแดดที่จะช่วยปกป้องเราจากแสงแดดและแสงสีฟ้าจากหน้าจอ

ลิเดียใช้แล้วเป็นไง >>>  เอาจริงกันแดดตัวนี้อ่ะดีมากกก ตั้งแต่ใช้เซ็ตทดลองตอนไปสิงคโปร์ จากนั้นลิเดียก็ใช้มาทุกวัน  เพราะนอกจากมันจะกันแดดแล้ว มันยังป้องกันเราจากแสงสีฟ้า ก็คือแสงจากหน้าจออ่ะแหละ ยิ่งทำงานกับจอแบบนี้มันโค-ตะ-ระ สำคัญเลย ยังค่ะ ยังไม่จบ เพราะเจ้าครีมตัวนี้มันเหมือนเป็นคุชชั่นไปในตัวด้วยนะ สำหรับคนที่ไม่ชอบแต่งหน้า ทากันแดดตัวนี้ ทาแป้งก็ออกจากบ้านได้เลยนะ ชอบบบบบบบบ

( สำหรับคนที่ใช้ครั้งแรก ขอบอกว่าให้ใช้ปริมาณน้อยๆก่อนนะคะ เพราะว่าถ้าเราเกลี่ยไม่ดี มันก็มีสิทธิ์ที่วันนั้นจะหน้าเทา และลิเดียก็เป็นมาแล้วด้วยยยย ไม่ได้เกลี่ยให้ดีไง รีบบบบบ )

ต่อมาคือวิธีการขายและการสต็อกสินค้าที่คนไทยแบบเราไม่ค่อยคุ้นชิน

วิธีการขายของ Domohorn Wrinkle จะไม่มีการสต็อกสินค้าเอาไว้ที่ Store  และไม่ได้ขายผ่านตัวแทน แต่ถ้าเราสนใจจะซื้อสินค้าเราสามารถซื้อได้ 2 วิธีคือ 1.โทรไปที่ 02-260-2222  วิธีที่ 2 คือ  https://bit.ly/2SXZ1l8

แต่ๆๆๆถ้าหลายคนยังไม่มั่นใจว่าจะซื้อดีมั้ย อยากรู้จักสินค้าก่อนที่จะซื้ออ่ะ ทำไงดี ???  

หายห่วงค่ะ ทาง Domohorn Wrinkle เข้าใจความต้องการของเรา  ทางแบรนด์เลยจัดสถานที่ๆจะให้เราได้เข้าไปทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น ซึ่งสถานที่นั้นก็คือ Domohorn Wrinkle Experience Space

นี่ลิเดียก็ไม่ได้เล่าเปล่านะ เพราะไปมาแล้วด้วยจ้า ไปหาข้อมูลมาให้ก่อนที่จะมาเราสู่กันฟัง

Domohorn Wrinkle Experience Space คืออะไร มาแล้วได้อะไร ??

Domohorn Wrinkle Experience Space เนี่ยคือสถานที่ๆให้เราได้รู้จัก Domohorn Wrinkle มากขึ้น เราจะ workshop เล็กๆในห้องที่จัดไว้ส่วนตัว คือมีแค่เราและพนักงานที่จะมาช่วยสอนวิธีการ “การทำโอเทะอาเทะ”  ปริมาณหรือวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อให้เราใช้ผลิตภัณฑ์ Domohorn Wrinkle ได้ผลที่สุด

แถมจะมีพนักงานช่วยบอกเล่าเกี่ยวกับความสงสัยต่างๆที่เรามี และไม่ต้องกลัวนะคะว่า เขาจะขายของ ขายคอร์ส สมัครสมาชิกอะไรก็ตาม เพราะไม่มีเลยจ้า แบรนด์ไม่ได้สต็อกสินค้าเอาไว้ (เดี๋ยวจะเล่าว่าทำไม) ดังนั้นถ้าเราจะซื้อต้องโทรสั่ง หรือ กดสั่งทางหน้าเว็บเท่านั้น

ลิเดียไปมาแล้วรู้สึกยังไง ??

จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ไปมา อยากจะบอกว่าใครที่อยู่ กทม แล้วอยากรู้จัก Domohorn Wrinkle แนะนำว่าควรไป เพราะเราจะได้รู้จักผลิตภัณฑ์มากขึ้น แล้วจะได้สัมผัสถึงความเป็นญี่ปุ๊นนนนน ญี่ปุ่นที่แบรนด์มี

สรุปสั้นๆๆ ว่าดีมากกกกกกกกกกกก ควรไปปปปปปปปปปปปป

อยากไปสัมผัสประสบการณ์แบบนี้บ้าง ต้องทำไง ??

แค่โทรไปนัดเวลาที่เบอร์ 02-258-5306 ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆๆนะคะ

แล้วเมื่อถึงวันนัดก็พุ่งตัวไปที่ Domohorn Wrinkle Experience Space 

ตั้งอยู่ที่ 93/333 Emporio Place 2F, สุขุมวิท 24

เวลาให้บริการ :  11.00-19.00 น. วันอังคาร – วันอาทิตย์  (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

สำคัญคือต้องโทรจองก่อนนะคะ เพราะว่าเราจะได้ใช้ห้องส่วนตัว ที่มีเราคนเดียว ดังนั้นถ้าไม่จอง ห้องอาจจะไม่ว่างนะคะ

“Pleaser” (พรีเซอร์)

ความสำคัญของ Pleaser คือ เขาจะช่วยตอบคำถามทุกข้อสงสัยที่เรามีเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ทั้งก่อนใช้ หลังใช้ สงสัยยังไงถามได้เลย

ต้องมีหลายๆคนสงสัยแน่ๆว่า Pleaser คือใคร

Pleaser จะเป็นคนไทยที่จะรับสายเรา แต่เหล่า Pleaser ของ Domohorn Wrinkle ไม่ได้นั่งรับสายชิลๆอยู่ที่กรุงเทพ หรือจ้างเอเจนซี่มารับสายนะจ้ะ เพราะความใส่ใจของ Domohorn Wrinkle พา Pleaser ไปสแตนบายที่ออฟฟิศใหญ่ที่ญี่ปุ่นเลยนะ 

โดยทางแบรนด์อธิบายเราว่า เหตุที่จะต้องให้ Pleaser ประจำอยู่ที่ญี่ปุ่น ทั้งที่รับสายคนไทยก็เพราะ Pleaser ไม่ได้ตอบคำถามตามสคริปนะคะ Pleaser จะไขทุกข้อสงสัยแบบกระจ่างแจ้งเลย ดังนั้นแบรนด์จึงต้องจำเป็นให้ Pleaser อยู่ที่ออฟฟิศที่ญี่ปุ่น เพราะหากมีคำถามที่สงสัยแล้วตัว Pleaser เองไม่มีความรู้พอที่จะตอบได้ จะไปถามผู้เชี่ยวชาญแผนกอื่นๆให้ได้ทันที

และนี่แหละคือความหมายของคำว่า Pleaser คือ “ผู้ช่วยทำให้คนอื่นพึงพอใจและมีความสุข”

ใครมีอะไรสงสัย อยากคุยเรื่องผิว อยากรู้ว่าผิวแบบเราควรใช้แบบไหน โทรไปที่ 02-260-2222 เลยจ้า

ส่วนสุดท้ายคือวิธีการไม่สต็อกสินค้าไว้ที่ Store  เพื่อให้ได้สินค้าที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ความไม่คุ้นชินของคนไทยกับการสต็อกสินค้าของ Domohorn Wrinkle นั่นเพราะ Domohorn Wrinkle จะไม่มีการสต็อกสินค้าไว้ ถ้าลูกค้าสั่งทางแบรนด์ก็จัดส่งตรงมาจากโรงงานที่คุมะโมโตะ ซึ่งวิธีนี้แบรนด์เล่าให้เราฟังว่า มันเป็นการที่ทางแบรนด์แน่ใจที่สุดว่าสินค้าทุกชิ้นที่ส่งออกมาจะมีประสิทธิภาพสูงสุด แล้วยังช่วยให้ทางแบรนด์ประหยัดต้นทุน ซึ่งทางแบรนด์เอาต้นทุนส่วนนั้นไปใช้ในการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้าแทน ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเป็นผู้รับภาระ เมื่อแบรนด์ต้องวิจัย แล้วพัฒนาสูตรใหม่ ลูกค้าก็ยังสามารถซื้อสินค้าในราคาเดิม ซึ่งหากเราจะสั่งสินค้า สามารถสั่งได้ 2 วิธี คือ โทรไปที่  02-260-2222 หรือ เว็บไซต์ของแบรนด์

อ้ะ ๆๆ ถึงตอนนี้เชื่อว่ามีหลายคนอยากลองใช้ Domohorn Wrinkle แล้ว แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าเชื่อถือได้แน่มั้ยนะ

คือเอาจริงตอนแรกลิเดียก็มีความรู้สึกเดียวกัน เพราะเราไม่คุ้นชินกับผลิตภัณฑ์แบบนี้ วิธีการขายแบบนี้สักเท่าไหร่ ก็เลยไปหาข้อมูลมาให้เพิ่ม

Domohorn Wrinkle เข้ามาในประเทศไทยครบ 1 ปีเมื่อไม่นานมานี่เอง แต่เป็นแบรนด์ในญี่ปุ่นมายาวนานถึง 40 กว่าปี เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ผลิตโดยบริษัทผลิตยาชื่อ Saishunkan Pharmaceutical ซึ่งเป็นบริษัทที่เกิดขึ้นจากแนวคิดว่า “อยากช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดจากการที่เรามีอายุเพิ่มมากขึ้น”  

แถมตอนนี้ที่ญี่ปุ่นเค้าจึงไม่ได้มีแค่สกินแคร์อย่างเดียว ทางแบรนด์เริ่มจากยาชงแก้ปวดตามไขข้อ ยาที่ช่วยให้มีกำลัง วิตามินที่ช่วยในการนอนหลับต่างๆ ด้วยนะ  

คือเราว่าโดยรวมถือเป็นบริษัทที่ดูมีความน่าเชื่อถือสูงมากทีเดียว

ยังค่ะ แค่นั้นลิเดียรู้ว่าหลายคนยังไม่แน่ใจ  เลยไปหาข้อมูลมาให้เพิ่ม

ปัจจุบัน Domohorn Wrinkle ประเทศไทย มี Brand Endorser คือคุณจ๋า ยศสินี ณ นคร ผู้ผลิตละครและรายกายทีวี

ซึ่งตัวลิเดียเองอ่ะ ชื่นชมคุณจ๋าอยู่แล้ว ชื่นชมในการทำงาน การใช้ชีวิต การเอาพลังในร่างกายออกมาแบบไม่มีขีดจำกัดสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง และส่วนตัวลิเดียก็ติดตามไอจีคุณจ๋าอยู่แล้ว ทำให้ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า หากแบรนด์ Domohorn Wrinkle ไม่ดีจริง คุณจ๋าคงไม่มาร่วมงานด้วยหรอก

ตอนนี้แน่ใจแล้วเนอะว่าลิเดียไม่ได้มาหลอกขายของ หรือมาชวนไปสมัครสมาชิกแต่อย่างใด

ดังนั้นใครที่อยากลองใช้ Domohorn Wrinkle อยากรู้ว่ามันจะเป็นแบบที่ลิเดียบอกไว้มั้ยนะ สามารถสั่งเซ็ตทดลองแบบที่ลิเดียสั่งตอนแรกได้ที่ลิงค์นี้นะคะ  https://bit.ly/2K8Qnxk หรือโทรไปได้ที่ : 02-260-2222  

เซ็ตทดลองทางแบรนด์ให้เราลองฟรีนะคะ แต่มีค่านำเข้าสินค้า 200 บาท

 แต่ๆๆๆ ใครอยู่กรุงเทพ อยากไปสัมผัส Domohorn Wrinkle ที่หน้าร้านก็สามารถโทรไปจองคิวได้ที่ 02-258-5306

#domohornwrinkleth #oteate