Singapore 2 Day 1 Night ไม่มีวันลา ก็เที่ยวได้

Singapore ประเทศเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากไทย

Singapore ประเทศมหัศจรรย์ที่รวบทุกความต้องการของนักท่องเที่ยวเอาไว้

ดังนั้น “ทุกความชอบที่ใช่ เป็นจริงได้ที่สิงคโปร์” ไม่ใช่คำโฆษณาเกินจริง

ทริปนี้เราเอาใจคนไม่มีวันลา แต่อยากเดินทางไปต่างประเทศ

สิงคโปร์เลยเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะ 2 วัน 1 คืน ในสิงคโปร์มีกิจกรรมให้เราได้ทำเยอะมาก เดินทางง่ายด้วยนะ

ตั๋วเครื่องบิน

โดยปกติเวลาที่เราจะเดินทางไปต่างประเทศ เราจะใช้ https://www.skyscanner.co.th/ ในการค้นหาตั๋วเครื่องบิน และถ้าเส้นทางนั้นเป็นเส้นทางสั้นๆที่ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 – 4 ชม.

เกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกตั๋วเครื่องบินของเราอยู่ที่

  1. ราคา
  2. เวลาในการเดินทาง
  3. ความคุ้มค่า

โดยเราจะเลือกทั้ง 3 อย่างนี้ให้เหมาะสมกับเงินในกระเป๋า เวลาที่เรามี แค่นั้นถือว่าคุ้มค่าละคะ

Visa

คนไทยสามารถเดินทางไปสิงคโปร์โดยที่เราไม่ต้องขอวีซ่า เพราะสิงคโปร์อนุญาตให้คนไทยสามารถอยู่ในประเทศได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน โดยที่เราไม่ต้องยื่นเรื่องขอวีซ่า

Hotel

เราเดินทางไปสิงคโปร์มาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็จะเลือกไปพักที่เดิม เพราะขี้เกียจหาที่พักใหม่ 5555 มันคุ้นเคยกับโลเคชั่นแถวนั้นแล้ว เดินทางง่าย มีของกิน เหตุผลเราคือเท่านี้เอง

เราพักที่ V Hotel Lavender ราคาคืนละ 2500 บาท เราจองผ่าน https://th.trip.com/hotels/

ห้องขนาดไม่ใหญ่ตามสไตล์เมืองที่ค่าครองชีพสูง แต่รวมๆถือว่าโอเคมากสำหรับเรา

เหตุผลสำคัญที่เรายังคงพักที่ V Hotel Lavender ซ้ำๆๆก็เพราะทำเล

ใกล้ๆที่พักมีศูนย์อาหาร มีแมคโดนัล มีร้าน Toast Box ที่ขายอาหารเช้าแบบสิงคโปร์ด้วยนะ แต่ไม่มีร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชม. และความเดินทางง่ายดายลงสถานีรถไฟฟ้า Lavender ออกมาจากสถานีจะมีป้ายโรงแรม ไม่หลงแน่นอนจ้า


Internet & Pocket WiFi

จริงๆมีซิมหลายเครือข่ายให้เราเลือกซื้อไปจากไทย หรือจะไปซื้อที่สิงคโปร์ก็ได้

แต่ส่วนตัวเราเป็นคนไม่ชอบถอดซิมโทรศัพท์ เลยหา Pocket Wifi ไปจากไทยเลย ทริปนี้เราใช้ Smile WiFi หนีเที่ยวกับเราตอนไปอินเดียมาแล้ว

ทริปนี้ Smile WiFi ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะเน็ตแรงดีมาก แถมแบตก็อึดถึกทน ยังๆไม่พอ เพราะว่าเขามีพาวเวอร์แบงค์เล็กๆมาให้เราได้ใช้ด้วยนะ

สรุปรวมๆคือดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

และเราจอง Pocket Wifi ผ่าน https://www.traveloka.com/th-th/activities/singapore/product/singapore-pocket-wi-fi-rental-thailand-pick-up-by-smile-wi-fi-2002100184932?source=5

วันละ 180 บาท รับและส่งคืนได้ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง


การเดินทางจากสนามบินและภายในประเทศสิงคโปร์

ปกติเวลาที่เราเดินทางไปสิงคโปร์เรามักจะใช้บริการขนส่งมวลชนอยู่ 2 อย่างคือ Taxi และ MRT

ซึ่งเราชอบ MRT ของสิงคโปร์นะ เพราะราคาค่าโดยสารเข้าออกสนามบินไม่แพง ไม่เหมือนหลายๆประเทศที่ค่าเข้าออกสนามบินจะแพงหน่อย แต่ที่สิงคโปร์ถ้าจำไม่ผิด เที่ยวละไม่เกิน 3 ดอล (ประมาณ 75 บาท)

วิธีการเดินทางก็เหมือนกับรถไฟฟ้าทั่วๆไปค่ะ (แต่รอบนี้เราไม่ได้ถ่ายรูปวิธีการซื้อตั๋วและการใช้แบบละเอียดมานะ )

และเพื่อความสะดวกเราแนะนำว่าควรซื้อบัตร EZ Link จากนั้นก็เติมเงินเข้าไป จะได้ไม่ต้องซื้อตั๋วทุกครั้งที่เดินทาง จะไปไหนก็แตะๆๆบัตรเอาค่ะ ง่ายดี (รอบหน้าจะมาเขียนรีวิวแบบละเอียดให้นะ)

เวลา 2 วัน 1 คืน ทำอะไรดี ??

Day 1

1. Singapore Cable Car Skypass นั่งกระเช้าไปเกาะเซนโตซ่า

การนั่งกระเช้าลอยฟ้า เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเดินทางไปยังเกาะเซนโตซ่า อันนี้ใครมาครั้งแรกแนะนำว่าควรมาลองเลยค่ะ

แนะนำว่าให้ซื้อบัตรผ่านไปล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องต่อแถวซื้อให้เสียเวลา ส่วนเราซื้อบัตรผ่าน https://www.klook.com/th/activity/130-faber-peak-cable-car-singapore/?krt=s30&krid=4b0f7e8d-8646-417e-623f-0c286c315a7a

ราคา (เที่ยวละ) 551 บาท

นั่งชมวิวชิลๆๆ ไม่นานก็ถึงเกาะเซนโตซ่า

ส่วนใครมาสิงคโปร์และเกาะเซนโตซ่าหลายครั้งแล้ว ไม่อยากนั่งกระเช้าแล้วก็ใช้วิธีเดินทางด้วย Sentosa Express Monorail

ค่าเดินทางไป-กลับ : 4 ดอล (ประมาณ 100 บาท)  จ่ายครั้งเดียวจากสถานี Sentosa จะไปลงที่สถานีไหนก็ได้ ใครมีบัตร EZ-Link แล้ว สามารถใช้บัตรนี้ในการขึ้นรถไฟได้เลย


2.ยกทั้งวันให้เกาะเซนโตซ่า

ศูนย์รวมความบันเทิงกว่าครึ่งอยู่บนเกาะเซนโตซ่า ดังนั้นถึงจะมีเวลาน้อย เราว่าก็สามารถยกเวลาที่มี 1 วันให้เกาะเซนโตซ่าได้แบบไม่เสียดายเลย

  • Universal Studio Singapore

ใครที่ชอบสวนสนุกควรจัดมากๆๆ แต่ถ้าจัด Universal แล้วก็ควรยกเวลาให้ไปเลยทั้งวัน (แต่รอบนี้เราไม่ได้ไป เอาเป็นรอบหน้าจะเอารีวิวฉบับเต็มมาฝากนะคะ)

ค่าใช้จ่าย : (ประมาณ) 1600 บาท สามารถจองผ่าน klook https://www.klook.com/th/activity/117-universal-studios-singapore/?krt=r20&krid=1eb420fb-c5dd-4df3-7ec1-ea5aded7e43b

วิธีการเดินทาง : นั่ง Sentosa Express Monorail มาลงที่สถานี Waterfront

  •  S.E.A. Aquarium

S.E.A. Aquarium หนึ่งในอควาเรี่ยมที่ควรค่าแก่การไปเยือน ภายในมีโซนต่างๆเยอะมาก มีปลาแปลกๆเยอะมากเช่นกัน ใครมีลูกน้อย เราแนะนำว่าควรพาน้องๆไปเพราะเราขนาดโตแล้ว ยังตื่นเต้นเลย ดังนั้นเด็กๆต้องชอบมากแน่ๆ

ถ้าใครเที่ยวแบบซึมซับไปเรื่อยๆต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 – 3 ชม. เลยนะ แต่ฟินและคุ้มค่าแน่นอน

ค่าใช้จ่าย : (ประมาณ) 750 บาท เราจองผ่าน klook https://www.klook.com/th/activity/119-sea-aquarium-singapore/?krt=s30&krid=2add4ba6-6b49-4f96-723f-eb586feff6ce

วิธีการเดินทาง : นั่ง Sentosa Express Monorail มาลงที่สถานี Waterfront

  • Skyline Luge

Luge (ลูจ) เป็นเครื่องเล่นที่มีต้นกำเนิดมาจากนิวซีแลนด์ และสิงคโปร์ก็เป็นที่เดียวในเอเชีย ที่นำลูจมาให้ขับบนเส้นทางที่ยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร ความพิเศษของที่นี่คือการเอา สกายไลน์และ ลูจ มารวมกัน วิธีการเล่นไม่ยากค่ะ เพราะจะมีเจ้าหน้าที่สอนก่อนที่เราจะเล่นจริง และความพิเศษคือเราสามารถนั่งกระเช้าเพื่อขึ้นไปยังจุดปล่อยตัวด้านบนของเส้นทางลูจ ซึ่งเราจะได้ชมความสวยงามของ เกาะเซ็นโตซ่า และ ทะเลจีนใต้ เอาจริงวิวสวยมากกกกกกกกกกกก

เราถ่ายรูปมาน้อย แต่เอาไว้จะเอาวิดีโอมาแปะไว้ให้นะคะ

แต่แนะนำมากกกกกกกกกกกก ว่าควรมาเล่นให้ได้ มันสนุกกกกกกกกกกกกกก

ค่าใช้จ่าย : (ประมาณ) 350 บาท/ 2 รอบ สามารถจองผ่าน klook https://www.klook.com/th/activity/132-skyline-luge-singapore/?krt=s30&krid=2add4ba6-6b49-4f96-723f-eb586feff6ce

วิธีการเดินทาง : นั่ง Sentosa Express Monorail มาลงที่สถานี Beach (ทางเข้าจะอยู่ใกล้ๆๆกับ Wings of Time)

  • Sentosa Merlion

ไหนๆก็มาเกาะเซ็นโตซ่าแล้ว ก็แวะมาถ่ายรูปกับ Merlion ตัวใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์สักหน่อย จะได้เก็บแต้มว่ามาถึงแล้ว

วิธีการเดินทาง : นั่ง Sentosa Express Monorail มาลงที่สถานี Imbiah 

จริงๆแล้วเกาะเซ็นโตซ่ามีกิจกรรมอีกเยอะมาาาาากกก ให้เราได้ใช้เวลาบนเกาะแห่งนี้ แต่รีวิวนี้เราขอยกตัวอย่างแค่ 1 วัน บนเกาะแล้วกันเนอะ เอาไว้รอบหน้าจะพาไปเที่ยวเกาะเซ็นโตซ่าแบบละเอียดกว่านี้นะคะ


3. Wonder Full-Light & Water at Marina Bay Sands

ถ้าจะจบโปรแกรมเที่ยววันแรกในสิงคโปร์ให้สวยงาม ก็ต้องมาดูโชว์แสง สี เสียง ที่มารีน่าเบย์แซน ถึงจะบอกว่าวันนี้หมดไปกับเที่ยวสิงคโปร์แบบคุ้มค่าที่สุด

เวลาในการแสดง Wonder Full – Light & Water Spectacular

  • วันอาทิตย์ – พฤหัสบดี : 20:00 น., 21:30 น.
  • วันศุกร์, เสาร์ : 20:00 น., 21:30 น., 23:00 น.

ใช้เวลาการแสดง 15 นาที ชมได้ฟรี ทั้งสองการแสดงมีขึ้นในเวลาเดียวกัน ในแต่ละรอบ แต่การชมแต่ละการแสดงจะอยู่คนละตำแหน่งกัน ต้องเลือกดูอย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนเราชอบโชว์น้ำพุมากกว่า

วิธีการเดินทาง :

  • ชมการแสดงไฟจากตึก Marina Bay Sands

ดูจากฝั่ง Merlion : นั่ง MRT ลงที่สถานี City Hall จากนั้นให้เดินผ่านทางเดินใต้ดิน CityLink Mall จะเจอโรงละคร Esplanade แล้วให้เดินข้ามสะพานมายังฝั่ง Merlion

  • ชมการแสดงน้ำพุ ที่ตึก Marina Bay Sands

นั่ง MRT ไปลงที่สถานี Bayfront ทางออกมายังตึก Marina Bay Sands จากนั้นหาทางออกมายังร้าน Louis Vuitton ริมแม่น้ำ


Day 2

4. ทานอาหารเช้าแบบสิงคโปร์ Kaya Toast

Kaya Toast (กายาโทสต์) เป็นอาหารประเภทขนม ที่แพร่หลายในมาเลเซียและสิงคโปร์ มันคือขนมปังปิ้งทาสังขยาที่ทำจากใบเตย เป็นที่นิยมของชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า พร้อมกับไข่ไก่ที่ต้มกึ่งสุกกึ่งดิบและเหยาะด้วยซีอิ๊วขาวเล็กน้อย ทานพร้อมกับ ชา นม หรือกาแฟ

ซึ่งจริงๆร้าน Toast แบบนี้ก็มีอยู่ทั่วเกาะสิงคโปร์ ส่วนเรานั้นเพื่อความสะดวก ก็ขอจัดร้าน Box Toast ที่มีสาขาหน้าโรงแรมแล้วกัน (สาขานี้คนเยอะตลอดเวลาเลยนะ)

อร่อยนะชอบบบ ไปทุกครั้งก็ต้องกินมันทุกครั้ง


5. Arab Street

ย่านอาหรับสตรีทเป็นอีกหนึ่งย่านของสิงคโปร์ที่ถ่ายรูปสนุกมาก เป็นย่านที่มีสีสันไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน

ย่านอาหรับสตรีทมีสินค้าจำพวกเสื้อผ้าและพรมจากเปอร์เซีย คือให้อารมณ์เหมือนอยู่อาหรับมากกว่าสิงคโปร์อีกกก

และย่านนี้เคยเป็นดินแดนที่มอบให้กับ Sultan เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของชาวมุสลิมทำให้ย่านนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นมาจนเป็นย่านการค้าสำคัญ

วิธีการเดินทาง : Arab Stree จะอยู่ใกล้ๆกับ Haji Lane โดยให้นั่ง MRT มาลงที่สถานี Bugis ทางออก B

% Arabica Coffee

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เรามาเดินเล่นย่านอาหรับสตรีทก็เพราะ เมื่อไม่นานมานี้เองมีแบรนด์กาแฟสัญชาติญี่ปุ่นที่กำลังโด่งดังและขยายสาขาไปหลายๆประเทศในตอนนี้ พึ่งจะมาเปิดสาขาแรกของสิงคโปร์อยู่ในย่านอาหรับสตรีทนี่แหละ

คือเราเคยไปลองกินกาแฟของ Arabica Coffee สาขาที่เซี่ยงไฮ้มาแล้ว รสชาติถือว่าดีมากทีเดียว ตอนเซี่ยงไฮ้ คนเยอะมาก ใช้รอกาแฟรวมๆเกือบ 3 ชั่วโมง คราวนี้มาสิงคโปร์ทั้งทีก็เลยตามมาจัด

Arabica Coffee สิงคโปร์ใช้เวลารอไม่นาน รวมๆน่าจะประมาณ 30 นาที เพราะคนน้อยกว่าสาขาในประเทศจีน ส่วนราคานั้นขึ้นอยู่กับค่าครองชีพในประเทศนั้น และรสชาติยังคงอร่อยเหมือนเดิม ใครชอบคาเฟ่และกาแฟแบบเราแนะนำว่าไม่ควรพลาด

เปิด-ปิด : 8.00-20.00 น.

วิธีการเดินทาง : Arab Stree จะอยู่ใกล้ๆกับ Haji Lane โดยให้นั่ง MRT มาลงที่สถานี Bugis ทางออก B ปักหมุดที่ 56 Arab St. หรือพิมพ์ว่า Arabica Coffee เดินมาเรื่อยๆเลยจ้า


6. Garden by The Bay

สวนสาธารณะขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศสิงคโปร์ คือที่บอกว่ามันเป็นสวนสาธารณะเพราะมีทั้งส่วนที่เปิดให้เข้าฟรี และต้องจ่ายตังค์เพื่อเข้าชม

ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวต้องห้ามพลาดของสิงคโปร์เลยนะ และสวนแห่งนี้เราถือว่าเป็นสวนที่บ่งบอกความเป็นสิงคโปร์ได้ดีมากกก เพราะที่นี่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีต่างๆของสิงคโปร์ได้ดีมากกกกก

สวนแห่งนี้มีพื้นที่ซึ่งเกิดจากการถมทะเล โดยพื้นที่ทั้งหมดรวมแล้วอยู่ที่ประมาณ 600 กว่าไร่ แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 โซน คือ Bay Center Garden, Bay East Garden และ Bay South Garden ซึ่งโซนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักจะรวมกันอยู่ที่ฝั่ง South Garden โดยภายในสวนจะฟรีเกือบหมด ยกเว้น Super Tree และ Dome เรือนกระจก 2 แห่งที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

จริงๆตอนกลางคืนวิวที่สวนจะสวยมากกก แต่ในเมื่อมีเวลาน้อย กลางวันก็สวยเช่นกันนะคะ

ค่าใช้จ่าย :

ส่วนของการเข้าชม Flower dome  & Cloud Forest  ราคา 512 บาท สามารถซื้อได้ที่ : https://www.klook.com/th/activity/127-gardens-by-the-bay-singapore/?krt=r20&krid=ef685543-cb56-47dd-61e0-f9c51aef0af9

ส่วนราคาของ OCBC Skyway (ทางเดินลอยฟ้าระหว่าง Supertree Grove ) 125 บาท (ประมาณ) สามารถซื้อได้ที่ก่อนทางขึ้นเลยค่ะ

วิธีการเดินทาง : ให้นั่ง MRT มาลงที่สถานี Bayfront ทางออก B จะมีป้ายเขียนว่า Gardens by the Bay เดินตามมาได้เลยจ้า


7.Shopping

สิงคโปร์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่รวมเอาแบรนด์แฟชั่นระดับโลกเอาไว้เยอะมากกกก แต่ราคานั้นอาจจะสูงตามค่าครองชีพของในประเทศ แต่ถ้าใครที่ไม่ได้สนเรื่องราคา อยากได้ลอคเลคชั่นใหม่ๆ เราว่าควรค่าแก่การช้อปปิ้งมากกก

แต่หากให้แนะนำแบรนด์แฟชั่นที่ราคาถูกกว่าไทย คงหนีไม่พ้นแบรนด์ Charle & Keith แบรนด์กระเป๋า เครื่องประดับสัญชาติสิงคโปร์ที่ราคาจับต้องได้ ดีไซน์สวยงาม และภายในประเทศสิงคโปร์ คอลเลคชั่นในแต่ละสาขาก็ไม่เหมือนกันด้วยนะคะ ใครชอบแบรนด์นี้อยู่แล้วต้องจัด

ส่วนแหล่งช้อปปิ้งแนะนำ ก็คือย่าน Orchard Rd. ถนนที่รวมห้างสรรพสินค้าแบรนด์หรูจากทั่วโลก ถ้ามีเวลาเดินทั้งวันก็คงไม่หมดแน่นอนค่ะย่านนี้ แต่ถ้าใครเวลาน้อย เราแนะนำว่าไปช้อปปิ้งที่ห้าง The Shoppes at Marina Bay Sands ที่นี่ได้รับขนานนามว่า  “The Largest Luxury Shopping Mall” ดังนั้นที่นี่จึงเหมาะมากสำหรับคนที่มีเวลาน้อยแต่อยากช้อปปิ้ง

วิธีการเดินทาง :

Orchard : นั่ง MRT มาลงที่สถานี Orchard

The Shoppes at Marina Bay Sands : นั่งรถไฟ MRT ไปลงที่สถานี Bayfront


8. Marina Bay

อ่าวมาริน่า เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่สำคัญของสิงคโปร์ เป็นแหล่งรวมสถาปัตยกรรมที่บ่งบอกความเป็นสิงคโปค์ได้ดีมากกกกกกกก

และวิวตอนเย็นก่อนค่ำคือสวยมากกกกกกกกกกก เป็นสถานที่ที่ปิดทริปสิงคโปร์ได้ดีมากก

ส่วนเราชอบมุมจากสะพานจูบิลลี่ Jubilee Bridge เป็นจุดที่ถ่ายรูปสวยมากกก

วิธีการเดินทาง : นั่งรถ MRT มาลงที่สถานี Clark Quay  แล้วเดินเรียบแม่น้ำสิงคโปร์มาตามถนน Boat Quay ย่านนี้จะถ่ายรูปออกมาสวยเลยทีเดียวค่ะ จากนั้นให้เดินมาเรื่อยๆ จะมาถึงโรงแรม Fullerton แล้วข้ามฝั่งไปยัง Merlion Park