U Jomtien Pattaya | ความสุขที่เราเลือกเอง

เก็บกระเป๋าไปนอนพัทยากันดีกว่าาาาาา

หลายคนที่ติดตามบันทึกนักหนีเที่ยวมาตลอด น่าจะขมวดคิ้ว แล้วสงสัยว่าลิเดียอารมณ์ไหนถึงชวนไปเที่ยวพัทยา เพราะจริงๆลิเดียเป็นมนุษย์ที่ไม่ค่อยชอบแสงสี ชอบความสงบ

ทริปนี้เราจะชวนทุกคนหนีไปนอนพัทยาส่วนที่สงบกัน เพราะเรามีจุดหมายปลายทางอยู่ที่โรงแรม U Jomtien Pattaya ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหาดจอมเทียนอันแสนสงบ

U Jomtien Pattaya

โรงแรม ยู จอมเทียน พัทยา โรงแรมหรู 4 ดาว ในเครือ U Hotel & Resort ที่ถือเป็นโรงแรมน้องใหม่ เพราะพึ่งฉลองครบรอบ 1 ปีไปเมื่อไม่นานมานี่เอง โรงแรม ยู จอมเทียน พัทยา ภายในโรงแรมและห้องพักได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างสวยงาม ทันสมัย ในแบบคอนเทมโพรารีอาร์ต ให้อารมณ์น้อยแต่มาก เรียบแต่หรูตามแบบฉบับโรงแรมเครือยู ที่สำคัญราคาห้องพักของ ยู จอมเทียน พัทยา ถือว่าเป็นราคากำลังน่ารัก ประมาณ 2000 +- (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เราจะเข้าพักด้วยนะคะ)

Location

โรงแรมยู จอมเทียน พัทยา ตั้งอยู่บนถนนจอมเทียนสายหนึ่ง ซึ่งติดหาดจอมเทียนเลยย แค่มีถนนมากั้นกลาง ซึ่งรอบๆโรงแรมก็เต็มไปด้วยร้านอาหารอร่อย มีร้านสะดวกซื้ออยู่ไม่ไกล สามารถเดินไปได้ หรือจะปั่นจักรยานของโรงแรมไปก็ได้นะคะ

Lobby

มาถึงเราก็มาเช็คอินกันที่ล็อบบี้ก่อนเลย ตัวล็อบบี้ตกแต่งแบบสบายๆ และในบริเวณเดียวกันนั้นล็อบบี้ก็เป็น The Library ห้องสมุดสำหรับพักผ่อน มีหนังสือที่ให้บริการยืมอ่านฟรีด้วยนะ

บริการอันเป็นเอกลักษณ์ของ U Hotels & Resorts บริการที่ยืนยันว่าความสุขนั้นเราเป็นคนเลือกเอง

โรงแรมในเครือยูทั้งหมดจะมีบริการที่ผู้เข้าพักแบบเราสามารถเลือกทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง กำหนดความสุขของเราเองได้เมื่อเข้าพักที่นี่

  • 24 Hour Use of Room ให้เราได้ใช้ห้องได้อย่างคุ้มค่า เช็คอินเวลาใด ก็สามารถเช็คเอาท์ก็ได้ ณ เวลาเดียวกันในวันเช็คเอาท์

บริการนี้เราชอบมากกกกก คือโดยปกติแล้วนั้น เวลาที่เราเข้าพักที่โรงแรมเราแทบจะไม่ได้ใช้ห้องครบ 24 ชม. หรอกค่ะ แต่ที่นี่ให้เราสามารถใช้ห้องพักได้ 24 ชม. หมายความว่าหากเราเช็คอินตอนบ่าย 3 เราก็สามารถเช็คเอ้าท์ได้ตอนบ่าย 3 เช่นกัน

  • U Choose Programme เราสามารถเลือกกลิ่นสบู่ที่เราชอบเองได้

เมื่อเราเช็คอินพนักงานจะให้เราเลือกกลิ่นสบู่ที่ชอบ จะมีกลิ่น Lemongrass / Bamboo / Wild Orchid /Jasmine ส่วนเรานั้นเลือก Jasmine ถึงแม้ว่าบริการนี้จะเป็นอะไรที่เล็กน้อย แต่สำหรับเราๆมองว่านี่คือความใส่ใจที่โรงแรมมอบให้เรา

  • Welcome drink from minibar ที่ยูจะไม่เสิร์ฟเครื่องดื่มต้อนรับ เพราะยูจะให้เราเป็นคนเลือกเครื่องดื่มที่ชื่นชอบได้ด้วยตนเองจากมินิบาร์ในห้องพัก (1 อย่าง ต่อท่าน ต่อการเข้าพัก)

อันนี้เรามองว่าบริการที่น่ารักมาก ที่ให้ลูกค้าได้เลือก welcome drink ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเราสามารถเลือกได้ทุกอย่างในมินิบาร์รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ เชื่อว่าบริการนี้ถูกใจใครหลายคนแน่นอน


ห้องพัก U Jomtien Pattaya

โรงแรม ยู จอมเทียน พัทยา ให้บริการห้องพักและห้องสวีท 64 ห้อง โดยแบ่งเป็น ห้องซูพีเรียซีวิว, ห้องดีลักซ์ ,ห้องดีลักซ์ ซีวิว ,ห้องดีลักซ์ พาโนรามิค ซีวิว, ห้องสูท ซีวิว, ห้องแฟมิลี่

คือมีครบทุกความต้องการเลยล่ะ แต่ทริปนี้ลิเดียไปเก็บภาพมาให้ดูทั้งหมด 4 ห้อง คือ ซูพีเรีย, ดีลักซ์, ดีลักษ์ซีวิว, ห้องสูท ซีวิว

Superior Seaview Room

ห้องซูพีเรีย ทุกห้องเป็นเตียงคู่ มีระเบียงสำหรับชมวิว ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เครื่องปรับอากาศ ห้องน้ำขนาดใหญ่ เรนชาวเวอร์ เสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าใส่เดินภายในห้องพัก โทรทัศน์ ช่องสัญญาณดาวเทียม โทรศัพท์ภายในห้องพัก มินิบาร์ ตู้เซฟภายในห้องพัก ไดร์เป่าผม โต๊ะทำงาน สัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สาย และเครื่องทำชากาแฟภายในห้องพัก

ห้องซูพีเรีย เป็นห้องขนาดเริ่มต้นของ ยู จอมเทียน พัทยา ห้องขนาด 27 ตร.ม. ซึ่งเราว่าห้องนี้เหมาะกับใครที่มาคนเดียวหรือสองคนแบบที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ในห้องมาก เราว่าแค่ซูพีเรียก็โอเคนะ อีกอย่างห้องซูพีเรียเนี่ยวิวสวยมากเลยทีเดียวนะคะ ต้องขออภัยเราถ่ายรูปมาไม่สวยเท่าที่ควร แค่ขอยืนยันว่าวิวดีงามมมม

เรทราคาห้องอยู่ที่ 1861 บาท / คืน (ราคามีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับช่วงที่จะเข้าพัก)

Deluxe Room

ห้องดีลักซ์ ห้องพักขนาดใหญ่ มีทั้งแบบเตียงคู่และเตียงใหญ่ให้เลือก ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เครื่องปรับอากาศ ห้องน้ำขนาดใหญ่ เรนชาวเวอร์ เสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าใส่เดินภายในห้องพัก โทรทัศน์ ช่องสัญญาณดาวเทียม โทรศัพท์ภายในห้องพัก มินิบาร์ ตู้เซฟภายในห้องพัก ไดร์เป่าผม โต๊ะทำงาน สัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สาย และเครื่องทำชากาแฟภายในห้องพัก

ห้องดีลักซ์ ห้องขนาด 35 – 38 ตร.ม. เป็นห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะเลยทีเดียวค่ะ เหมาะกับแขกทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่รัก หรือ คนเดียว ซึ่งด้านในห้องจะมีการแยกส่วนต่างๆออกเป็นสัดส่วน ถือว่าเป็นห้องที่คุ้มค่ากับราคาเลยทีเดียว

เรทราคาห้องอยู่ที่ 2061 บาท / คืน (ราคามีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับช่วงที่จะเข้าพัก)

Suite Seaview

ห้องสูท ห้องพักขนาดใหญ่ ห้องนอนทุกห้องเป็นเตียงใหญ่ขนาดคิงไซส์ นอกจากห้องนอน ภายในห้องสวีทมีพื้นที่นั่งเล่น ครัวขนาดเล็กแยกเเป็นสัดส่วน และระเบียงขนาดใหญ่พร้อมชุดโซฟาชมวิว ภายในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เครื่องปรับอากาศ ห้องน้ำขนาดใหญ่ เรนชาวเวอร์ เสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าใส่เดินภายในห้องพัก โทรทัศน์ ช่องสัญญาณดาวเทียม โทรศัพท์ภายในห้องพัก มินิบาร์ ตู้เซฟภายในห้องพัก ไดร์เป่าผม โต๊ะทำงาน สัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สาย และเครื่องทำชากาแฟภายในห้องพัก

ห้องสูท ห้องขนาด 54 ตร.ม. เราว่าห้องนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีลูกตัวน้อยมาด้วย เพราะพื้นที่เยอะพอสมควรเลยค่ะ หรือใครที่ชอบห้องใหญ่ๆๆ แยกสัดส่วนชัดเจน เราแนะนำเลยค่ะ

เรทราคาห้องอยู่ที่ 3258 บาท / คืน (ราคามีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับช่วงที่จะเข้าพัก)

Deluxe Seaview 

ดีลักซ์ ซีวิว คือห้องที่เราพักในทริปนี้ค่ะ เราได้ห้อง 510 เป็นห้องที่อยู่ชั้น 5 ริมสุดเลย ซึ่งห้องนี้จะแตกต่างจากห้องดีลักซ์ธรรมดานิดนึง เพราะเตียงจะเน้นหันออกไปยังทะเล จะได้เห็นวิวทะเลสมกับชื่อของห้อง

ตอนที่ไปพักเราไม่ได้ถ่ายรูปวิวทะเลจากห้องตอนกลางวันมาเลย เพราะแดดแรงมาก แต่วิวตอนเช้าจากห้องคือสวยมากกกกกกก

ตัวห้องของดีลักซ์ ซีวิว คือเข้ามาแล้วเราจะเจอกับอ่างล่างหน้า และห้องน้ำ ส่วนตัวลิเดียชอบอ่างล่างหน้าที่นี่ กระจกบานใหญ่เต็มตาดี ส่วนชักโครกคือสามารถนั่งปลดทุกข์ไปดูวิวทะเลไปด้วยได้นะเออ

ส่วนอุปกรณ์หน้ากระจกก็มีให้ครบตามมาตรฐานโรงแรม แต่หากใครต้องการแปรงสีฟัน หวี หรืออะไรที่ห้ากระจกไม่ได้มีตั้งไว้ ก็สามารถของจาก Reception ได้เลยค่ะ และที่สำคัญคือมีไดร์เป่าผมด้วยนะคะ

อีกอย่างที่เราชอบคือเสื้อคลุมอาบน้ำ ซึ่งใช้สบาย สีสวย จัดว่าดีงาม

ถัดมาจะเป็นห้องอาบน้ำ ซึ่งห้องของเราทางโรงแรมแจ้งว่าเนื่องจากเป็นคู่รักมาพัก เลยเลือกห้องดีลักซ์ ซีวิว ที่มีห้องอาบน้ำ sexy bathroom ถ้าใครไม่โอเคกับห้องน้ำวาบหวิวก็สามารถแจ้งทางโรงแรมได้นะคะ เพราะทางโรงแรมมีห้องที่มีฉากกั้นด้วยค่ะ

ซึ่งถัดจากห้องอาบน้ำก็จะเป็นเตียงนอนที่หันออกทะเล

เมื่อเจอเตียงนอนแล้ว ด้านข้างจะมีโต๊ะทำงาน ตู้เย็น และทีวีอยู่ทางด้านขวา

มาดูส่วนของมินิบาร์ ที่เราสามารถใช้สิทธิ์ welcome drink เลือกเครื่องดื่มได้คนละ 1 อย่างฟรี ส่วนกาแฟและชาที่จัดไว้สำหรับใครที่อยากทานกาแฟแบบพรีเมี่ยม เขาก็มีเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลไว้ให้ด้วยนะคะ ตามมาด้วยชา Dilmah เอาเป็นว่าสามารถเพิ่มความสุนทรีให้กับผู้เข้าพักแบบเราได้มากทีเดียว

ตอนเย็น Turndown ก็จะมีน้ำผลไม้มาให้ในตู้เย็นให้เราได้ทานก่อนนอนกันอีกด้วยนะ น่ารักกกก ใส่ใจกันสุดๆๆ

เราชอบที่นี่นะนอนสบาย วิวสวย ทุกอย่างคือดีย์ งามมมม


ฟิตเนสเซ็นเตอร์

ห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์ทันสมัย ตั้งบนชั้นดาดฟ้า ใกล้กับสระว่ายน้ำ เปิด 24 ชม. ใครเป็นสายออกกำลังลิเดียว่าชอบแน่นอนค่ะ แม้อุปกรณ์ไม่ได้เยอะมาก แต่ก็ถือว่าเพียงพอเลยนะ

Rooftop infinity pool

สระว่ายน้ำในแบบ Infinity pool  เลียบขนานกับขอบฟ้า เหนือวิวหาดจอมเทียน บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ให้ความรู้สึกเหมือนแหวกว่ายอยู่เหนือท้องทะเล ให้ความรู้สึกอิสระและผ่อนคลาย สระว่ายน้ำคือพระเอกของยู จอมเทียน พัทยาก็ว่าได้ แม้ขนาดจะไม่ได้ใหญ่มาก วิวนี่ชนะเลิศมาก และยังมีบ่อจากุชชี่ให้เราได้แช่อีกด้วย แถมยังมีบาร์ให้เราได้สั่งเครื่องดื่มมาจิบเคล้าวิวอีกด้วยนะ ดีย์มากกกกกกกกกกกกกก

ซึ่ง Rooftop infinity pool เนี่ยยยย สวยทุกที่ทุกเวลาเลยนะ ไม่ว่าจะเช้า สาย บาย เย็น ลิเดียลองมาแล้วทุกเวลายืนยันว่าดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกก

ช่วงเช้า : สระว่ายน้ำช่วงเช้าเป็นช่วงที่ลิเดียชอบที่สุด เพราะบรรยากาศสงบ เงียบ (เพราะแทบจะไม่มีคนเลย) เป็นช่วงที่สีน้ำทะเลกำลังสีฟ้า เป็นวิวที่สวยไม่แพ้ทะเลที่ไหนเลยจริงๆ

ช่วงบ่าย : เอาจริงเป็นช่วงที่ร้อนมากกก แต่มันให้อารมณ์สงบแบบไม่มีคนเช่นกันนะ ยังค่ะ ยังไม่พอ เพราะทางบาร์มีเมนูพิเศษ 1 แถม 1 อีกด้วย ใครไปเป็นคู่คุ้มเลยนะ โดยจัดเป็น 2 ช่วงเวลานะคะ เริ่มตั้งแต่ 11.00 -16.00 น. แล้วอีกช่วงคือ 20.00 – 23.00 น.

ช่วงเย็น : ถือว่าเป็นช่วง Popular เลย เพราะบน Rooftop infinity pool เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยมากกกกกกกกกกกก ให้ความโรแมนติกที่สุด แนะนำว่ามาพักที่ยู จอมเทียน พัทยา แล้วต้องไม่พลาดที่จะขึ้นมาดูพระอาทิตย์ตกลงทะเลที่นี่นะคะ

เราสั่งมอกซ์เทลมาจิบพร้อมดูวิวไปด้วยยยยย อิอิ


ห้องอาหาร SALT

ลิ้มรสอาหารทะเลสดจากท้องทะเล อาหารไทยรสเด็ด และอาหารนานาชาติ หลากหลายเมนูปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพ นำเสนอในรูปแบบทันสมัย พร้อมเสิร์ฟตลอดวัน ตั้งแต่มื้อเช้าจนถึงมื้อค่ำ ในบรรยากาศสุดโรแมนติก ริมชายทะเล

ห้องอาหารแห่งนี้ออกแบบมาให้อารมณ์เหมือนเรือนกระจก ด้วยการตกแต่งเน้นใช้โทนสีฟ้า ทำให้ดูสบายตา จุดรวมสายตาอยู่ที่วิวทะเล ที่เราจะสามารถนั่งมองทะเลได้ทั้งวัน

ก่อนจะพาไปชิมอาหาร จากจะบอกว่าห้องอาหาร Salt เป็นสถานที่ๆถ่ายรูปสวยมากกกกกก สวยทุกเวลา !!! ใครมาพักที่นี่อยากจะบอกว่า ถ้าไม่ไปไหนแบบเรา ใช้ชีวิตในโรงแรมก็ฝากท้องไว้ที่นี่ได้ทุกมื้อเลยนะ บรรยากาศดี อาหารอร่อย !

บรรยากาศตอนกลางวัน : ห้องอาหาร SALT เป็นห้องอาหารที่สวยทุกเวลาจริงๆ เรากล้ายืนยัน เพราะไม่ว่าจะมาเวลาไหนก็สวย บรรยากาศตอนกลางวันก็ให้อารมณ์ชิลๆ สบายๆ เราชอบนะ

บรรยากาศตอนเย็น : ช่วงเย็นเป็นช่วงที่ถ่ายรูปออกมาสวยมาก ยิ่งใครมาหลังพระอาทิตย์ตกไม่นาน จะได้อารมณ์ของแสงทไวไลซ์ ดียยยยย์ แนะนำว่าให้จองโต้ะริมกระจกเอาไว้เลย ทานข้าวท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ โรแมนติกสุดๆๆ

SALT แปลว่า เกลือ ซึ่งหมายถึงการที่เลือกใช้เกลือ 5 ชนิดชื่อดัง มาทำเป็น Signature Dish ของที่นี่ ซึ่งเมื่อเราสั่งอาหารมาทานพนักงานก็จะนำเกลือมาเสิร์ฟให้ด้วย โดยเกลือแต่ละชนิดจะต่างที่มา ความเค็มและรสชาติก็ต่างกัน แนะนำว่าให้ลงเอาไปโรยบนเมนูต่างๆดูมันทำให้เราได้รสชาติที่อร่อยไม่ซ้ำกันเลยนะ

เกลือทั้งหมดได้แก่

  • Homemade Jalapeno-Lime Tequi la Salt
  • Homemade Spicy Chilli Salt
  • Himalayan Salt
  • Hawaiian Salt
  • เกลืออีกหนึ่งชนิดคือ เกลือศรีราชาที่อยู่ในเมนูของเราแล้ว

มาดูเมนูอาหารที่เราได้ลิ้มลองในมื้อค่ำกันดีกว่าค่ะ

  • ปลากระพงเผา (แบบทั้งตัว) เมนูนี้คือ Signature Dish เมนูนี้มาพร้อมกับผักนึ่ง และ เฟรนฟรายด์ คือ เมนูนี้ดีงามมากเลยนะ เนื้อปลาหวาน โรยเกลือนิดๆ แล้วจิ้ม น้ำจิ้มซีฟู้ด สุดๆๆไปเลยจ้าาา
  • ข้าวอบสับปะรดศรีราชา เสิร์ฟพร้อมกุนเชียงหมู หมูหยอง ผงกระหรี่ และสะเต๊ะไก่ คือ อยากจะบอกว่าเมนูนี้ดีงามมมม อร่อยยยย ทุกอย่างลงตัว
  • ทาร์ตฟล็องเบ เบคอนหัวหอม และบรีชีสสไตล์ฝรั่งเศส ส่วนเมนูนี้ก็อร่อยมากเช่นกันนน อยากจะกินให้หมดถาด แต่กลัวชุดที่ใส่อยู่จะปริ !
  • ยำวุ้นเส้นทะเล เมนูนี้แซ่บบบบ อร่อยยย ทะเลมาแบบแน่นๆจาน

ยังค่ะ ยังไม่หมด เพราะยังมีเมนู Fruit Berry และ อีกเมนูที่เป็นแอปเปิ้ล แต่เราจำชื่อไม่ได้ ซึ่งคือม็อกเทลที่เป็น Signature ของที่นี่ อร่อยยยย เปรี้ยวว ซ่าาา ชอบบบบบ

และขอสรุปเลยว่า Dinner ที่ห้องอาหาร SALT เป็นอะไรที่ดีงามมากกก อาหารอร่อย บรรยากาศโรแมนติก ทุกอย่างคือลงตัววว


Breakfast whenever wherever

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของโรงแรมยู นั้นก็คือการให้บริการอาหารเช้าที่ลูกค้าสามารถเลือกที่จะรับประทานได้ทุกเวลา ตั้งแต่ 6.30 – 22:00 น. ทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น ที่ห้องพัก ริมสระว่ายน้ำ หรือห้องอาหาร ( 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ นะจ้ะ)

ขอออกตัวเลยว่า เราชอบบริการนี้มากกกกกกกกกกกกกกกก เพราะหลายๆครั้งเราต้องรีบตื่นเพื่อมาทานอาหารเช้าให้ทัน แต่ที่ ยู จอมเทียน พัทยา ไม่จำเป็นค่ะ เพราะถ้าไม่ตื่นมาทานที่ห้องอาหาร ก็สามารถจะสั่งไปทานที่ห้อง หรือ จะสั่งไปทานที่ Rooftop infinity pool ก็ได้ ตามใจเราได้เลย

อาหารเช้าที่ห้องอาหาร SALT

ห้องอาหาร SALT คือเป็นสถานที่ๆเราจะฝากท้องไว้ได้ทุกมื้อจริงๆ โดยอาหารเช้าจะเริ่มตั้งแต่ 6.30 -11.00 น. และที่สำคัญบรรยากาศตอนเช้าสวยอีกแล้ววว

ลิเดียพุ่งตัวไปจองโต้ะ ริมหน้าต่างเลยค่า

ใครที่เป็นสายตื่นเช้าอยู่แล้ว แนะนำว่าลงมาทานอาหารที่ห้องอาหารเลยก็ได้ เพราะมีไลน์อาหารให้เราเลือกเยอะมากกกกกกกกกกก มีครบ ตั้งแต่ไข่ต่างๆ ไส้กรอก เบคอน ข้าวต้มกุ๊ย ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง สลัด เครื่องดื่ม คือครบบบบบบบบบ (ลิเดียถ่ายไลน์อาหารมาไม่ครบนะคะ เพราะเกรงใจแขกที่ตักอาหารอยู่จ้า)

หนึ่งเมนูที่อยากแนะนำ ก็คือเครื่องดื่ม Vitamin Booster เป็นเครื่องดื่ม Detox สายสุขภาพต้องชอบบ อร่อยยย ดีต่อร่างกายด้วย

อาหารเช้าที่ยู จอมเทียน เยอะมากก อร่อยด้วย ที่สำคัญวิวห้องอาหารดีต่อใจสุดๆๆเลย

อาหารเช้าที่ Rooftop infinity pool

บริการ Breakfast whenever wherever ยังให้เราได้สั่งอาหารมาทานริมสระว่ายน้ำอีกด้วยนะคะ โดยจะมีเมนูให้เราเลือกทั้งหมด 3 เมนู (เมนูอยู่ในห้องนอนนะคะ) แล้วก็โทรสั่งได้เลย ว่าอยากได้เมนูไหน ทานที่ไหน รอไม่นานก็จะมีพนักงานเอามื้อเช้ามาเสิร์ฟให้เราค่ะ

ใครที่กลัวว่าสั่งอาหารเช้าแบบนี้มา จะได้น้อยแบบกระจุ๋มกระจิ๋ม บอกเลยว่าไม่จ้าาา ที่ยู ให้มาแบบจัดเต็มมากกกก คือใครกินหมดที่เขาจัดมาลิเดียว่าอิ่มยันเย็นแน่นอน

อาหารเช้าบนเตียงนอน

จริงๆๆเนี่ยย บริการ Breakfast whenever wherever เราว่าเหมาะสุดเลยกับสายไม่อยากตื่น ไม่อยากออกจากห้อง อยากแช่ตัวเองอยู่บนเตียง แต่มันหิวววว ใครเป็นสายนี้สั่งมาเลยค่ะ สั่งมาทานที่ห้องเวลาไหนก็ได้ จะสั่งมาทานก่อนจะเช็คเอ้าท์ก็ได้นะ อิ่มๆก่อนจะกลับ

อ่อแล้วก็ไม่จำเป็นนะคะ ว่าเข้าพัก 2 คนจะต้องสั่งอาหารเช้า 2 ชุดพร้อมกันเลย ใครหิวตอนไหนก็สั่งก่อนได้เลย ส่วนอีกคนค่อยสั่งก็ได้ค่ะ เพราะลิเดียก็ทำ เราหิวแต่แฟนจะอาบน้ำ เราก็สั่งมากินสวยๆของเราไปค่ะ อิอิ


Cafe Bar

ก่อนที่จะไปพักที่ ยู จอมเทียน พัทยา ลิเดียเข้าไปส่องไอจีทางโรมแรมมา เลยได้รู้ว่าตอนนี้ทางโรงแรมเปิดคาเฟ่ด้วยยย สายคาเฟ่แบบเราคือ กรีดร้องงงงงงงงง ตื่นเต้นมาากกก

cafe bar อยู่ในห้องอาหาร SALT ซึ่งในช่วงเช้าที่นี่ก็คือโซนที่เรามาทานอาหารเช้า แต่ช่วงบ่ายที่นี่ปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นบาร์แสนชิล ที่ให้เราได้จิบกาแฟดีๆ พร้อมมองวิวทะเล เหมาะกับการเอางานมาทำด้วยนะ

แม้ว่า Cafe Bar จะมีเมนูไม่ได้เยอะ แต่สำหรับคอกาแฟ ที่นี่กาแฟดีงามเลยนะคะ มีเมล็ดกาแฟให้เราเลือกถึง 2 สัญชาติ นั่นก็คือ เมล็ดกาแฟจากเคนย่า และ เมล็ดกาแฟจากอินโดนีเซีย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่จริงจังกับกาแฟ

ส่วนเรานั้นลองเมนูกาแฟจากอินโดนีเซียที่สกัดเย็น แล้วตัวน้ำแข็งทำมาจากน้ำมะพร้าว รสชาติอร่อยยยยย มากกกกกกกกกกกกก คือถ้าพูดกันตรงๆต้องบอกว่าเป็นกาแฟมะพร้าวอร่อยสุดเท่าที่เราเคยลองมาเลยนะ

ส่วนใครไม่ทานกาแฟ เราแนะนำโกโก้มีวิปครีมและมาชเมลโล่เป็นท็อปปิ้ง อร่อยมากกกก


U Jomtien Pattaya สำหรับลิเดียนั้นคือ ประทับใจมากกกกกกกกก เป็นโรงแรมที่เราสามารถเลือกทุกความสุขได้ด้วยตัวเราอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเช็คอิน – เช็คเอ้าท์ อาหารเช้า หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆอย่างกลิ่นสบู่

เราว่าใครที่มองหาจุดหมายปลายทางที่อยากพักผ่อน พักเหนื่อย ราคาไม่แพง แถมไม่ไกลจากกรุงเทพ เราว่า U Jomtien Pattaya เป็นอีกตัวเลือกที่ดีมากทีเดียวค่ะ เราแน่ใจว่าถ้าคุณมาพักที่นี่ คุณจะรู้ว่าความสุขที่เราเป็นคนเลือกนั้นดียังไง

U Jomtien Pattaya

สถานที่ตั้ง : ถนนจอมเทียน ซอย 1

ที่อยู่โรงแรม : 101 หมู่ 1 นาจอมเทียน สัตหีบ ชลบุรี 20250

โทร : 033 128 028

Facebook : https://www.facebook.com/UJomtienPattaya/

Web : https://www.uhotelsresorts.com/ujomtien/

IG : @ujomtien