แหลมกระทิง จ.ภูเก็ต| จุดชมวิวที่ต้องใช้ความพยายามเพื่อไปให้ถึง

เราชอบภูเขาพอๆกับชอบทะเล

ทริปนี้เราขอพาคนที่ชอบภูเขาและชอบทะเล ไปชมวิวที่จุดชมวิวแห่งใหม่ของภูเก็ตกันสักหน่อย

แหลมกระทิง เป็นหนึ่งในจุดชมวิวของภูเก็ตที่เราจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินสวยๆ แต่จุดชมวิวแห่งนี้ไม่ได้ง่ายแค่การขับรถไปให้ถึงแล้วลงไปถ่ายรูป ที่นี่มันต้องใช้ความพยายามของใจและกำลังขาเพื่อพาตัวเองไปให้ถึง

แหลมกระทิง 

วิธีการเดินทาง : ให้เราใช้ google maps “บ้านกระทิงรีสอร์ท” เมื่อมาถึงจะเจอกับป้อมยาม บอกคุณลุงยามว่าไปแหลมกระทิง โดยคุณลุงยามจะบอกเงื่อนไขในการเข้าไปแล้วจะได้จอดรถฟรี นั่นก็คือ ทางบ้านกระทิงรีสอร์ทมีไอศกรีมขายถ้วยละ 50 บาท ถ้าซื้อ 2 ถ้วยจะได้จอดรถฟรี

ความเห็นส่วนตัว : อันนี้เราถือว่าเป็นนโยบายที่ดีของทางรีสอร์ท เพราะการที่เราจะเข้าไปยังจุดชมวิวได้นั้น เราต้องผ่านตัวรีสอร์ท ที่จอดรถไม่มีถ้าไม่จอดในรีสอร์ท งั้นเราก็แค่ซื้อไอศกรีม ได้กินไอศกรีม พร้อมยังมีที่จอดรถ ไปเที่ยวได้อย่างสบายใจ

เราหาข้อมูลเกี่ยวกับจุดชมวิวแหลมกระทิงมานิดหน่อย รู้แค่ว่าเดินไม่ง่าย แต่เดินได้ และเราจะใช้เวลาเดินขาไปประมาณ 20-40 นาที แล้วแต่กำลังขาและความหยุดถ่ายรูปของแต่ละคน

เราเริ่มเดินกันที่บ้านกระทิง รีสอร์ท หลังจอดรถเรียบร้อยแล้ว พี่ๆสตาฟของรีสอร์ทอธิบายทางในการเดินให้เข้าใจพอสังเขป พร้อมกับกำชับเราว่า “ให้เดินไปตามหัวใจ” เราพยักหน้ารับทราบถึงแม้ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ก็เถอะ

เริ่มต้นด้วยทางที่เป็นโขดหิน เราว่าระยะนี้เป็นการเดินทางไม่ง่ายเลย เพราะโขดหินบางส่วนจะมีตะใคร่ปกคลุมอยู่อาจจะทำให้ลื่นได้ ควรเดินช้าๆ ไม่ต้องรีบ เหยียบหินให้มั่น แล้วเดินไปตามทางกันเลย

ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงนะคะ เพราะระหว่างทางเรามีเพื่อนร่วมทางเพียบบบบ

เมื่อผ่านโขดหินลื่นๆในช่วงแรกมาแล้ว เราจะเข้าสู่เส้นทางจริงของการเดินไปยังจุดชมวิวแหลมกระทิง ทางช่วงนี้เราถือว่ายากที่สุดเพราะเป็นช่วงที่เราจะต้องเดินลัดเลาะ ไต่ไปตามผาหิน

เคล็ดลับที่เราเรียนรู้มาคือ การจะเดินให้ง่าย อย่าพยายามที่จะไต่ระดับขึ้นไปด้านบน ให้เดินลัดเลาะไปเส้นทางล่าง ยิ่งไม่ได้ปีนมากเท่าไหร่ ทางที่เดินยิ่งเดินง่ายมากขึ้นเท่านั้น

ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่มีภูมิทัศน์ที่แปลกตา เพราะมีหญ้าสีเขียวลักษณะเป็นพุ่มกลมๆปกคลุมไปทั่ว เป็นภาพที่แปลกตาแต่สวยมากทีเดียวค่ะ

แม้ว่าจุดชมวิวแหลมกระทิงจะเหมาะแก่การชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน แต่ก็ไม่ควรที่จะมาเริ่มช้ากว่า 5 โมงเย็น เพราะกว่าเราจะเดินไปถึง กว่าเราจะเดินกลับมา หากพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เรายังไม่ได้เริ่มเดินกลับ ด้วยทางเดินที่เดินไม่ง่าย อาจจะเดินตกเขาเป็นอันตรายได้นะคะ

ในที่สุดเราก็ถึงปลายแหลมของแหลมกระทิงสักที เราใช้เวลาเดินรวมถึงการแวะถ่ายรูปไปเรื่อย รวมทั้งสิ้น 40 นาที

วันที่เราไปเป็นวันที่ต้องลุ้นกันตลอดทางว่าฝนจะตกมั้ย ถ้าฝนตกเราจะทำยังไง แล้วเราก็ไปถึงที่จุดปลายแหลมตอนเวลา 6 โมงเย็น บวกกับวันนั้นเป็นวันที่คนเยอะมาก ทำให้เราได้แค่ถ่ายรูปรอบๆมาฝากแทนนะ ไม่สามารถขึ้นไปบนผาสูงได้

ใครอยากจะเก็บมุมต่างๆให้ทั่ว เราแนะนำว่าให้เริ่มเดินเร็วหน่อยจะได้มีเวลาอยู่นานขึ้น

หลายคนอาจจะสงสัย ว่าไหนบอกว่าเส้นทางนี้เดินไม่ง่ายไง ทำไมเราถึงใส่เดรสที่สั้นแค่เขา แล้วยังไปเดินได้เลย

จริงๆแล้วเส้นทางนี้เราสามารถครีเอทการแต่งตัวได้เต็มที่เลยค่ะ แต่อย่างเดียวที่ต้องคำนึงคือร้องเท้า เราว่าควรเป็นรองเท้าผ้าใบ หรือ รองเท้าที่ปิดนิ้วเทา เพราะหลายๆช่วงทางเดินจะมีหิน ทางชัน อาจจะได้รับอันตรายได้ถ้ารองเท้าเราไม่พร้อม

สุดท้ายใครที่ไปเที่ยวภูเก็ต อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศในการชมวิว อยากจะเปิดประสบการณ์เส้นทางชมวิวริมหน้าผา เราแนะนำว่าต้องไป “แหลมกระทิง” ให้ได้ เพราะความพยายามที่เราจะเดินไปให้ถึง มันทำให้เส้นทางนี้สวยมากขึ้นกว่าเดิมมากเลยล่ะ

ใครจะไปเดินเส้นนี้อย่าลืมพกน้ำดื่มกันไปด้วยนะ สำคัญมากกกก และวันไหนที่ฝนตกจะเดินไม่ได้นะคะ อันตรายเกินไป

แหลมกระทิง จ.ภูเก็ต

google maps : บ้านกระทิง รีสอร์ท