ดอยผาฮี้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย | หนาวแล้วหนีเที่ยวไปกอดเขากันเถอะ

เมื่อลมหนาวมาเยือนอีกครั้ง

เราแค่กระชับเสื้อตัวเองให้แน่นกว่าเก่า

แล้วออกไปให้ภูเขาได้กอดเรากัน

ทริปนี้เราออกเดินทางไปเชียงรายกันค่ะ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ดอยผาฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

เอาจริงเราก็ไม่ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับดอยผาฮี้มากนัก แต่เราแค่อยากไปนอนในหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ในหุบเขา และด้วยเรามีเวลาไม่เยอะมาก ดอยผาฮี้เลยเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนเวลาน้อยแบบเรา เพราะใช้เวลาขับรถจากเมืองเชียงรายแค่ประมาณ 1 ชม. เท่านั้นเองนะ

ทริปนี้เราเช่ารถจากในเมืองขับกันมาเองสองคนพี่น้อง (ลืมบอกว่าทริปนี้เราลากพี่สาวให้หนีเที่ยวมาด้วยกัน)

ดอยผาฮี้ ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ใช้เวลาเดินทางด้วยการขับรถยนต์ประมาณ 1 ชม. ถึงแม้ดูจะไม่ได้ยากอะไร แต่บอกเลยว่าทางที่จะไปดอยผาฮี้นั้นโหดใช่เล่นเลยค่ะ ทางแคบมากกก โค้งโคตรจะหักศอก และโค้งเยอะมากกกกกกกกกกกกก

มันยากขนาดที่เราไม่สามารถถ่ายรูปมากฝากได้ และพี่สาวเรานั้นก็ดูจะพะอืดพะอมกับทางโค้งพอสมควร เลยไม่ได้ถ่ายรูปทางมาฝากนะ

การเดินทางมายังดอยผาฮี้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

การเดินทางเราสามารถใช้ Google Maps นำทางได้เลยไม่หลง โดยเส้นทางจะแบ่งเป็นทางที่สามารถไปได้หลักๆมีการเดินทางได้ 2 ทาง โดยจะแบ่งเป็น ไปทางเดียวกับดอยผาหมี โดยทางนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จากตัวเมืองเชียงราย ถนนเล็กมากกก หักศอกมากกกก โค้งถี่มากกกกก ใครที่เคยขับรถขึ้นดอยมาแล้ว ขับได้สบายมาก ไม่ต้องกังวล

ส่วนอีกเส้นทาง จะเป็นทางที่ไปดอยตุง โดยทางนี้จะอ้อมกว่า ช่วงแรกถนนจะดีกว่ามาก แต่เมื่อใกล้ถึงดอยผาฮี้ทางจะชันมากหน่อย

ส่วนเราใช้วิธีขึ้นทางแรกทางไปดอยผาหมี ลงทางดอยตุงเพราะจะได้ไปไหว้พระก่อนกลับด้วย

ดอยผาฮี้ มีอะไรทำไมเราต้องไป

จริงๆทริปนี้เราอยากเดินทางไปนอน ไปเที่ยว ไปถ่ายรูป ที่ไหนก็ได้ที่เป็นหมู่บ้านเล็กๆในหุบเขา ซึ่งดอยผาฮี้ ก็ดูจะมีคุณสมบัติตามที่ว่าครบถ้วน

แต่ถ้าเอาแบบมีสาระหน่อย ก็ต้องบอกว่า ดอยผาฮี้ เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า แล้วยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ขึ้นชื่อของเชียงราย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเรามาที่นี่แล้วต้องสั่งกาแฟดริปมาแกล้มวิวภูเขาที่อยู่ตรงหน้า เพราะอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะดอยผาฮี้เป็นหมู่บ้านที่อยู่บนดอยสูง มีเขาโอบล้อมเอาไว้ ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ควรมาเยือนมากๆๆๆเลยนะ

ที่พักบนดอยผาฮี้

ที่พักบนดอยผาฮี้จะมาในรูปแบบของกึ่งโฮมสเตย์ที่มีความสะดวกและสบายอยู่พอสมควร และที่สำคัญมีให้เราเลือกเยอะมากกกกกกกกกกก และถึงแม้ว่าจะเยอะแล้ว แต่หากใครไปในช่วงศุกร์-เสาร์ หรือวันหยุดยาว แนะนำว่าให้จองตั้งแต่เนิ่นๆๆเลย เพราะโอกาสสูงมากที่ที่พักจะถูกจับจองกันไปหมดแล้ว

ส่วนที่พักที่เราพักชื่อว่า Coffee Hill Phahee : https://www.facebook.com/Coffee-Hill-Phahee-369714980272752/?ref=page_internal

เป็นที่พักที่อยู่ด้านในสุดของหมู่บ้านก็ว่าได้ อยู่ใกล้กับสะพานไม้ไผ่ดอยผาฮี้เลยล่ะ โดยค่าที่พักคิดราคาคนละ 800 บาท โดยราคานี้จะรวมค่าอาหารเย็นและเช้าเรียบร้อยแล้ว

เราพึ่งรู้ว่าตัวเองต้องไปเชียงรายก็ใกล้วันเดินทางมากละ ไม่มีเวลาเตรียมตัวมากนัก และยังไปในวันหยุดอีก แน่นอนค่ะ เรามีตัวเลือกเรื่องที่พักไม่มากนัก โดยห้องที่เราพักคือ 2 ห้องสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่บนดอยผาฮี้ก็ว่าได้ ดังนั้นห้องเราเลยไม่มีวิวอลังการมากมาย เป็นห้องอยู่ชั้นล่างของร้านกาแฟ แต่ภายในห้องมีห้องน้ำในตัว มีน้ำอุ่นโดยแก๊สหุงต้มด้วยนะ รวมๆถือว่าโอเคเลยนะ

ถึงเวลาที่เราจะได้หนีเที่ยวแล้ววว

เราเล่ารายละเอียดทุกอย่างสำหรับสิ่งที่ควรรู้เมื่อต้องมาดอยผาฮี้จนครบแล้ว หลังจากนี้เก็บกระเป๋าแล้วหนีเที่ยวไปพร้อมกันกับเราดีกว่านะ

เราขับรถออกจากตัวเมืองเชียงรายก็บ่าย 3 แล้ว มุ่งหน้าสู่ดอยผาฮี้ ถนนมีความชันมากก เราขับด้วยความระมัดระวังใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เราก็มาถึงบ้านผาฮี้ โดยที่พักของเรานั้นอยู่ด้านในสุด แต่ด้วยถนนภายในหมู่บ้านนั้นชันมากกกกกกกกกกก โดยที่เราจะได้เจอที่จอดรถรวมก่อนแต่เพื่อความชัวร์แนะนำให้โทรถามโฮมสเตย์ที่เราพักว่าสามารถนำรถไปจอดใกล้ๆๆได้มั้ย เพราะบางที่พักกับที่จอดรถมันไกลกันมากกกกกกกกกกกกกก

เราโทรถามแล้วได้ความว่าเราสามารถขับรถเข้าไปจอดใกล้ๆที่พักได้ เพราะหากจะจอดด้านบนนี้มันไกลมากกกกกกกก

ที่พักของเราอยู่ด้านในสุดของหมู่บ้านผาฮี้ ซึ่งจะอยู่ใกล้กับสะพานไม้ไผ่ ที่พักแบ่งออกเป็นสองแบบ คือเป็นกระท่อมเป็นหลังๆ ซึ่งเราจองไม่ทัน และอีกแบบคือห้องที่เราพักคือห้องที่อยู่ชั้นล่างของตัวร้านกาแฟและเป็นอาคารที่เราจะทานข้าว

สำหรับใครที่พักที่เดียวกับเรา แนะนำว่าให้ซื้อขนมนมเนยมาให้พร้อม เพราะจากที่พักจะออกไปตรงหมู่บ้านที่มีร้านค้ามันจะไกลกันหน่อย และบางครั้งก็ไม่มีรถให้เราติดไปด้วยได้

ส่วนเรามาถึงแล้วก็อยากไปสำรวจหมู่บ้านสักหน่อย เราใช้วิธียืมมอไซค์ที่พัก ซึ่งทางที่ขรุขระทำให้ขับยากมากกก มีความเสี่ยงที่จะได้ลงไปนอนกองกับถนนมากที่สุด

หมู่บ้านผาฮี้ เป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าอาข่า เราได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน ถึงแม้ปัจจุบันความเจริญจะเข้ามาใกล้มาแล้วก็เถอะ

เราสองคนพี่น้องขอแวะถ่ายรูปเล่นกันสักหน่อย ไหนๆๆก็อุตส่าห์ขับมอไซค์มาแล้ว

ตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า เราขับรถกลับมายังที่พัก จริงๆวิวด้านบนห้องที่เราพักสวยมากเลยนะ ทิวเขาสลับซับซ้อน เป็นโลเคชั่นที่ดีมากๆๆเลยล่ะ

เย็นแล้วพี่เจ้าของเรียกเรามากินข้าว ประหนึ่งเราเป็นญาติก็ว่าได้ มื้อเย็นจะรวมอยู่ในค่าที่พักแล้วนะคะ มื้อเย็นแบบง่ายๆในวิวที่โคตรเป็นมิตรต่อหัวใจ แค่นี้มันดีมากแล้วววววววว

ช่วงเวลากลางคืนที่นี่ลมหนาวมากกก ใครมาแนะนำเอาเสื้อหนาๆติดมาด้วยสักตัวจะดีมาก เราสองคนพี่น้องใช้เวลาไปกับลมหนาวยามค่ำคืน ที่นี่ไม่มีแสงสี ไม่มีความบันเทิงอะไรมากนัก นอกจากเสียง กีต้าร์จากนักท่องเที่ยวเฉกเช่นเรา

เราตื่นเช้าเพราะได้ยินเสียงใครบางคนพูดคุยกัน เรารีบลุกขึ้นแล้วออกมาสูดอากาศยามเช้าให้เต็มปอด

ภาพหมอกขาวที่อยู่ตรงหน้ามันสะกดให้เราอยู่กับที่ เรานั่งมองภาพธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้าของเราอยู่เนิ่นนาน พร้อมกับสั่งให้สมองจดจำมันให้มากที่สุดเผื่อวันนึงที่เราเจอความวุ่นวายในสังคมเมือง ภาพความทรงจำนี้อาจจะช่วยเยียวยาเราได้บ้าง

แค่นี้มันคุ้มค่ากับการที่เราเลือกที่จะหนีเที่ยวพาตัวเองออกมาเจอธรรมชาติและสีเขียวแล้วล่ะ

มื้อเช้าของเราคือโจ๊กใส่ไข่แบบง่ายๆ แต่วิวที่อยู่ตรงหน้าทำให้โจ๊กชามนี้อร่อยมากกกกกกก

หลังมื้อเช้าเราขอเดินขึ้นไปชมวิวที่สะพานไม้ไผ่ซะหน่อย ไหนๆก็อยู่ใกล้ๆๆละ

สะพานไม้ไผ่บ้านผาฮี้เก็บค่าบำรุงนะคะ คนละ 60 บาท แต่ใครที่พัก Coffee Hill Phahee จ่ายเพียงแค่ 20 บาท วิวที่ได้กับเงินที่จ่ายไปถือว่าคุ้มค่าาา

ตั้งแต่มาถึงดอยผาฮี้ เรายังไม่ได้ลองกาแฟของที่นี่เลย เราสองพี่น้องเลยเก็บกระเป๋าเช็คเอ้าท์จากที่พัก แล้วไปเที่ยวเล่นในตัวหมู่บ้านกันต่อ นอกจากจะตามหากาแฟดริปแล้ว เราก็ตามหาโลเคชั่นหลังคาที่สลับซับซ้อนในอ้อมกอดของภูเขา

เมื่อวานเราแวะถามอ้ายร้านขายของชำได้ความว่าวิวนี้ต้องไปที่ “ร้านกาแฟผาฮี้ ” ร้านอยู่ด้านบนสุดจะสามารถมองเห็นวิวหลังคาของบ้านต่างๆในหมู่บ้านได้สวยสุด

วิวตรงหน้าเราทำไมมันสวยขนาดนี้ เราเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่หลงรักวิวแบบนี้เข้าแล้วละค่ะ

หลังจากเจอวิวที่ตามหาแล้ว เราเดินเล่นต่อในหมู่บ้าน โดยเรามาแวะที่  “ผาฮี้ วัลเลย์” ที่เป็นทั้งที่พัก ร้านอาหาร และคาเฟ่ ที่มีวิวสวยมากกก

เราสั่งสเต็กมานั่งกินแกล้มวิว อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก

ก่อนกลับเราตามหากาแฟดริปกับวิวสวยๆๆ โดยคาเฟ่ที่เราหมายมั่นปั้นมือว่าต้องไปให้ได้ก็คือ “หมื่อแล ” ร้านกาแฟสีขาวสะดุดตาที่มีวิวสวยไม่แพ้ร้านไหนเลย

เราสั่งกาแฟดริป มานั่งดริปเองพร้อมมองวิวภูเขาที่อยู่เบื้องหน้า

วิวมุมสูงจากดาดฟ้า “หมื่อแล ” สวยมากกก เห็นวิวด้านหลังที่สวยมากเช่นกัน

ในที่สุดเราก็ทำภารกิจตามหาสิ่งที่ตัวเองอยากเจอจนครบ ตั้งแต่การพาตัวเองมานอนในหมู่บ้านเล็กๆกลางหุบเขา ได้เห็นหมอกขาวในตอนเช้า ได้เห็นวิวทะเลหลังคา ได้ดริปกาแฟกับวิวสวยๆ แค่นี้ทริปหนีเที่ยวของเราก็สมบูรณ์แบบแล้วล่ะ

หากใครที่กำลังจะเดินทางไปเชียงราย มีเวลาไม่เยอะนักแต่อยากนอนในหมู่บ้านที่มีเสน่ห์แบบนี้ เราแนะนำว่า “ดอยผาฮี้” เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่คุณต้องมาให้ได้

หวังว่าคุณจะได้ความประทับใจและหลงรักหมู่บ้านแห่งนี้แบบเดียวกับเรานะ