บ้านซุกกิ๊กโฮมสเตย์ | ห้วยกุ๊บกั๊บ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

เคยมีอาการคิดถึงเขาจนทนไม่ไหวมั้ยคะ

ถ้าไม่เคย มาค่ะ เราจะเล่าให้ฟัง เพราะเรากำลังมีอาการนั้น !!

ห้วยกุ๊บกั๊บ เรารู้จักที่นี่ครั้งแรกผ่านไอจีของใครสักคนที่เราติดตาม จากนั้นเข้าอากู๋ มาค้นหาต่อว่ามันคือที่ไหนกันแน่ แล้วที่นี่มีอะไร

ห้วยกุ๊บกั๊บ อยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 1 ชั่วโมง หมู่บ้านแห่งนี้เปิดเป็นที่พักแบบโฮมสเตย์มานานแล้ว แต่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก แต่ฝรั่งรู้จัก !! เพราะว่าอยู่ใกล้กับปางช้าง และสถานที่ทำกิจกรรม Adventure

ปัจจุบันเริ่มมีนักท่องเที่ยวรู้จักและเข้าไปพักกันพอสมควรแล้ว ที่นี่มีโฮมสเตย์เปิดให้พักเยอะเลยล่ะ เราหาอยู่นานพอสมควรว่าจะไปพักที่ไหนดี สุดท้ายเลยตกลงปลงใจที่ “บ้านซุกกิ๊ก ห้วยกุ๊บกั๊บ”

บ้านซุกกิ๊ก ห้วยกุ๊บกั๊บ

โฮมสเตย์บ้านซุกกิ๊ก ราคาคนละ 650 บาทรวมอาหาร 2 มื้อ ราคานี้สำหรับคนที่มารถส่วนตัว เพราะหากใครที่มารถสาธารณะจะต้องเพิ่มอีก 100 บาท คาดว่าที่พักจะต้องไปรับไกลกว่านะ

ที่นี่ไม่มีไฟฟ้านะคะ ใครมาให้เอาพาวเวอร์แบงค์ และไฟฉาย มาด้วย ส่วนสัญญาณอินเตอร์เน็ตจะมีเป็นมุมๆ

ภายในบ้านซุกกิ๊กจะมีทั้งหมด 4 ห้อง ลานด้านหน้าสามารถกางเต็นท์ได้ และที่พักจะมีเต็นท์กางอยู่แล้วหนึ่งหลัง ภายในบ้านรับนักท่องเที่ยวได้ทั้งหมดในคราวเดียวประมาณ 25-30 คน เยอะมากกก

หลังจากที่เราจองที่พักเรียบร้อยแล้ว ถึงวันเดินทาง น้องเอเชีย แอดมินของเพจบ้านซุกกิ๊กโฮมสเตย์ ห้วยกุ๊บกั๊บ ก็ทักมานัดเวลากับเรา เพราะว่าเราจะต้องขับรถไปจอดฝากไว้ที่ ลานจอดรถร้านช้างยิ้ม ห้วยแก่งกึ้ด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ค่าฝากรถ 60 บาท

โดยที่พักจะเอารถมารับเราเป็นกระบะ เพราะเส้นทางที่จะขึ้นไปยังห้วยกุ๊บกั๊บไม่ง่ายเลย ต้องอาศัยคนชำนาญทาง ทั้งชัน และแคบ สุดๆไปเลยจ้า

รอไม่นานน้องเอเชียก็มารับตามเวลาที่เราได้นัดกันเอาไว้ รอบนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 3 กรุ๊ป 5 คน รวมเราด้วยนะ

ระยะทางประมาณ 15-20 นาที เราก็มาถึงบ้านซุกกิ๊ก ห้วยกุ๊บกั๊บ แล้ววว เย้ !! ระหว่างทางเราทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมทางอีก 2 คน ได้ความว่าน้องนายและเพื่อนสนิท เคยมาที่นี่แล้ว เพราะว่าน้องเอเชีย นั่นแหละ พวกเขาคือเพื่อนกัน !!

กรี๊ดดดดดดดดดดดด วิวหน้าบ้านสวยมากกกก ภูเขาลูกใหญ่อยู่แค่ตรงหน้าเรานี่เอง โอ้ยยยยน้ำตาไหล คนคลั่งเขาแบบเรารู้สึกถึงความสุขที่กำลังเอ่อล้นอยู่ในใจทันที

เมื่อมาถึงน้องเอเชีย อธิบายสิ่งต่างๆภายในบ้าน และบอกว่าใครพักห้องไหน ซึ่งเรากับแฟน 2 คน ได้ห้องใหญ่ คือมันใหญ่ขนาดนอนได้ 6 คนสบายๆ จนต้องถามน้องเอเชียว่า ให้พี่นอนห้องนี้แน่นะ ห้องใหญ่มากกกก น้องเอเชียบอกว่า เพราะว่าวันนี้มีห้องหมด 4 กรุ๊ป กระจายกันไป 4 ห้อง เราเลยได้ห้องใหญ่ จะนอนกลิ้งไปกลิ้งมายังไงก็ได้ เพราะมากันแค่ 2 คนเท่านั้นเอง

พาไปดูห้องน้ำกันหน่อย เมื่อที่นี่เป็นโฮมสเตย์แบบบ้านๆ แน่นอนว่าในห้องเราจะไม่มีห้องน้ำแบบส่วนตัว และไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นอีกด้วย

ห้องน้ำของบ้านซุกกิ๊ก จะแยกออกมาจากตัวบ้าน ห่างกันแค่เพียง 10 ก้าวเดิน โดยจะแบ่งเป็นห้องอาบน้ำ 2 และห้องส้วม 2 มีชักโครกนะ และน้ำเย็นแบบสะใจมากกกกก อ้อที่สำคัญสะอาดเลยค่ะ

กิจกรรมที่ห้วยกุ๊บกั๊บ มีอะไรให้เราทำหลายอย่างเลยนะ แต่ตัวเรานั้นเลือก นั่งๆ นอนๆ มองเขาไปเรื่อยๆ 55555 เอ้าาา ก็เรามาเพื่อมาหาเขาไงงงงง เราเลยอยากมองเขานานๆ (ข้ออ้างของคนขี้เกียจอ่ะแหละ)

การมาพักแบบโฮมสเตย์ มันไม่ใช่ความสะดวกสบาย แต่เสน่ห์ของมันคือการเข้ามาซึมซับในวัฒนธรรมของสถานที่แห่งนั้น เราคงไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งในสถานที่นั้นๆได้ในช่วงเวลาแค่ข้ามคืน แต่เราสามารถมองเห็น และเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจวัฒนธรรมเหล่านั้นได้

อีกอย่างหนึ่งสิ่งที่เราจะได้เจอคือมิตรภาพของการพักแบบโฮมสเตย์ ทั้งจากเจ้าของบ้านและนักเดินทางด้วยกัน ทริปนี้โฮมสเตย์บ้านซุกกิ๊ก เป็นโฮมสเตย์ที่แยกออกมาหนึ่งหลังให้นักท่องเที่ยว นักเดินทางอยู่อาศัยอยู่ร่วมกัน สิ่งที่เราจะได้เจอแน่ๆ คือเพื่อนร่วมบ้าน

เราทำความรู้จักพี่วัน พี่สาวคนสวย ที่เดินทางมาที่นี่คนเดียว เราถามพี่วันว่าทำไมถึงมาคนเดียว พี่วันหันมายิ้มแล้วตอบว่า ในเมื่อเพื่อนไม่ว่างที่จะมาด้วยกัน เราก็ไม่ควรที่จะยกเลิกความฝันของเราเพียงเพื่อไม่มีเพื่อนร่วมทางนี่น่า

น้องนาย และ น้องอีกคนที่สนิทกัน (ลืมถามชื่อน้อง) น้องนายบอกว่า ชอบเที่ยวอยู่แล้ว ปีนี้อยู่ปี 4 แล้ว กำลังฝึกงาน มีเวลาว่างเลยมา อีกอย่าง เพราะน้องเป็นเพื่อนกับน้องเอเชียอยู่แล้ว นอกจากได้มาเที่ยวก็ได้มาหาเพื่อนด้วย

ส่วนเรามนุษย์ที่หลงรักการเดินทางมากๆ และแฟนผู้เป็นมนุษย์เงินเดือน ที่พร้อมจะเดินทางไปด้วยเสมอแม้เจ้านายจะด่าบ้างก็ตาม

ตอนนี้เรา 5 คน แลกเปลี่ยนบทสนทนาซึ่งกันและกันอย่างสนุกสนาน เราสนิทกันอย่างไม่น่าเชื่อว่าพึ่งจะรู้จักกันเมื่อ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมาเท่านั้นเอง

ตกเย็น น้องเอเชียพาเราเดินชมหมู่บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่คือ ชาวเขา ชนเผ่าลาหู่ หรือมูเซอ ภายในหมู่บ้านใช้ไฟฟ้าแบบโซล่าเซล

ที่นี่เป็นหมู่บ้านไม่ใหญ่นัก เราสามารถเดินรอบหมู่บ้านภายในเวลาแค่ 30 นาที ที่นี่มีร้านขายของชำ รับชาร์จแบตโทรศัพท์ด้วยนะ

ใครที่อยากจะมากางเต็นท์ที่นี่ เขาก็มีลานที่ออกแบบมาเพื่อให้ชาวแคมป์โดยเฉพาะนะคะ ส่วนราคาเราก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ ห้องน้ำที่เขาทำไว้คือสวยมากกกกก น้ำในไปดูวิวไปด้วย

ด้านหลังบ้านซุกกิ๊ก จะมีเนินเขาให้เราเดินไปชมวิวได้นะคะ มุมนี้จะมีดอกหญ้า ภูเขา และตะวันที่เริ่มคล้อยต่ำลง

เรากลับมาที่บ้านซุกกิ๊ก เวลาตอนเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับ เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกมากๆๆเลยล่ะ นักท่องเที่ยวทุกคนรวมตัวกันอยู่ที่ลานบ้าน ต่างคนต่างใช้เวลานั่งๆนอนๆ มองวิวพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับลงหลังเขา บรรยากาศที่ฟ้าเป็นสีชมพู ช่างโรแมนติกยิ่งนักนะ

เราชอบสถานที่ที่มองความสงบ มิตรภาพ และวิวภูเขาสวยๆแบบนี้ที่สุด

เมื่อพระอาทิตย์ลับหลังเขา อากาศเย็นลง มื้ออาหารกำลังจะมา ใครที่จะมาพักที่นี่ ราคาที่พักนั้นจะรวมอาหารมื้อค่ำอยู่แล้วนะคะ โดยชุดอาหารจะประกอบด้วย น้ำพริกแบบชาวเขา ไข่เจียว ไก่ต้ม (เหมือนต้มแซ่บ) แต่หากใครอยากจะทำหมูกระทะ ที่นี่เขามีอุปกรณ์ชุดหมูกระทะให้เช่า ชุดละ 150 บาท รวมถ่านด้วย ส่วนของวัตถุดิบ อาหารสดนั้น เราต้องซื้อหามาเองนะ หากขาดเหลืออะไรเล็กๆน้อยๆ สามารถหาซื้อได้จากร้านขายของชำในหมู่บ้าน

ส่วนเรานั้นไหนๆ ก็ดูรูปมาก่อนจะมาแล้วว่าลานบ้านซุกกิ๊กเหมาะสำหรับการกินหมูกระทะมาก เลยแวะซื้อวัตถุดิบมานิดหน่อยจากแม็คโครเชียงใหม่ และเมื่อเราได้เพื่อนจากทริปนี้แล้ว เราทั้ง 5 คน เลยมีการมีทติ้งหมูกระทะกันอย่างเป็นทางการ ทุกคนเอาวัตถุดิบของสดมารวมกัน ช่วยกันก่อเตา ต้มน้ำซุป

แก๊งหมูกระทะของเราก็เลยเกิดขึ้น ความสนุกของการเดินทางมันอยู่ตรงนี้สินะ มิตรภาพที่เราได้พบเจอกันในสถานที่ที่เราต่างกันต่างมาเพื่อตอบสนองจิตใจของตัวเอง แก๊งหมูกระทะของเราดำเนินกันไปเรื่อยจนดึก

ฟ้าเริ่มมืดสนิท ลมเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ชาวแก๊งหมูกระทะเริ่มแยกย้ายกันไป เราและพี่วัน บุคคลซึ่งอยากจะนอนดูดาว ไปเอาหมอนและผ้าห่มออกมานอนที่ลานนั้นแหละ

เราและพี่วัน บุคคลที่อายุห่างกันเป็นสิบปี เราพึ่งรู้จักกันเมื่อเย็นของวันนี้เอง แต่ที่น่าแปลกใจ เรารู้สึกเหมือนพี่วันเป็นเพื่อนรุ่นพี่อีกคนที่สนิท เราชื่นชมพี่วันที่ออกเดินทางคนเดียว ไม่ทิ้งความฝันของตัวเองเพียงเพราะไม่มีใครมาด้วย

ถ้าพี่อ่านมาเจอตรงนี้ ไว้คราวหน้าเราเจอกันอีกนะคะ

เช้านี้เรารู้สึกตัวตื่น ตั้งแต่ประมาณตี 4 เพราะเสียงฝน ทำให้แพลนที่คิดว่าจะตื่นมาดูพระอาทิตย์ตอนเช้าต้องพับไป นอนกลิ้งไปกลิ้งมาจนเกือบจะหกโมงกว่าๆ เลยลุกขึ้นมานั่งเล่นที่ลานบ้าน

บรรยากาศตอนเช้าดีมากๆๆเลยล่ะ

ใครที่อยากตักบาตรที่นี่ตอนเช้าๆจะมีพระมานะคะ แต่อาจจะไม่ทุกวันนะ อันนี้ต้องถามน้องเอเชียเอง วันที่เราพักตอนเช้ามีพระมาบิณฑบาต เราเลยได้ทำบุญตอนเช้า

ภูเขาที่อยู่ตรงหน้ากับบรรยากาศตอนเช้า สายกาแฟแบบเราต้องเอาอุปกรณ์มาดริปกาแฟกันหน่อย แต่ใครไม่ได้เอาอุปกรณ์ดริปมาก็ไม่ต้องห่วงค่ะ ที่บ้านซุกกิ๊กมีทั้งกาแฟ และกาแฟสดจากหม้อต้มด้วยนะ

มันคือเช้าที่ดีมากกกกอีกเช้าหนึ่ง

บรรยากาศตอนเช้าในวันที่อากาศเย็นๆ มีสายลมเอื่อยๆมาปะทะตัวเรา ข้างๆที่มีใครสักคนที่พร้อมจะไปกับเราเสมอไม่ว่าเราจะตัดสินใจไปซ้ายหรือขวาในชีวิต เท่านี้มันคือความสุขที่สุดของเราในช่วงเวลาหนึ่งแล้วค่ะ

อาหารเช้าของที่พักนอกจากกาแฟสดแบบหม้อต้ม ขนมปังปิ้ง ก็ยังมีข้าวต้มหอมๆ รสชาติอร่อยแบบไม่ต้องมีอะไรมาก แค่นี้เราว่าโฮมสเตย์แห่งนี้ก็กินใจคนพักแบบเราไปหมดหัวใจแล้ว

เราใช้เวลาเอื่อยๆเหมือนสายลมที่กำลังพัดผ่าน วันนี้เราจะกลับลงข้างล่างในช่วงสาย เราเลยขอใช้เวลาแบบช้าๆ ซึมซับบรรยากาศแบบสบายๆ

ก่อนกลับเราทั้งหมดขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไว้หน่อยที่ครั้งหนึ่งเราทั้งหมดได้มารู้จักกัน ในโฮมสเตย์วิวสวยๆแบบนี้

ส่วนใครกำลังอยากพาตัวเองมาเจอเขา อยากลองนอนโฮมสเตย์ หรือ อยากได้มิตรภาพดีๆแบบที่เราได้กลับมา เราแนะนำเลยค่ะ บ้านซุกกิ๊กที่ห้วยกุ๊บกั๊บ อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่อยากให้ทุกคนได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง

บ้านซุกกิ๊กโฮมสเตย์ ห้วยกุ๊บกั๊บ

ต.แก่งกื้ด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

Tel : 083 503 9842

FB : https://www.facebook.com/Baansukkikhomestay/

IG : https://www.instagram.com/baansukkikhomestay_huaykubkab/