Koh Waii Paradise | หนีไปใช้ชีวิตติดเกาะ จ.ตราด

ลองไปใช้ชีวิตแบบติดเกาะกันมั้ย แต่งหน้าน้อยๆ ใส่ชุดสบายๆ แล้วก็นั่งสบตากับทะเลทั้งวัน

ทริปนี้ถือเป็นอีกหนึ่งทริปใจง่ายของเราในปีนี้ เพราะเราตกลงโอนเงินเพื่อจองที่พักเพราะเคยเซฟรูปเอาไว้ มันเป็นรูปของทะเลตะวันออกที่เรารู้สึกว่ามันสวยมากกก พอจะสู้อันดามันได้เลยล่ะ

ทริปนี้เรามีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ เกาะหวาย จ.ตราด เป็นเกาะที่มีไฟฟ้าใช้แค่การปั่นไฟ มีบ้านพักแบบไม่มีอะไรเลย แต่มีวิวที่โคตรสวยรอเราอยู่ ถึงแม้ไม่หรูหรา ลำบากบ้างก็ไปค่ะ เพื่อวิวสวยเราสู้ตาย

ก่อนอื่นจะไปใช้ชีวิตติดเกาะ ที่เกาะหวายได้เราต้องจองที่พักก่อน บนเกาะหวายมีที่พักเพียงไม่กี่แห่ง แต่เราเลือกที่จะไปพักกับ เกาะหวายพาราไดซ์ ถ้าถามว่าทำไม บอกตรงๆว่าไม่รู้จักที่อื่น 5555 และอีกอย่างคือรูปที่เราโคตรชอบเลยเขาพักที่นี่ เราเลยตัดสินใจจองที่นี่ (( นี่คือเหตุผลของคนใจง่าย ))

วิธีการจองที่พัก : เกาะหวายพาราไดซ์

1.ให้เรา inbox ไปที่เพจของเกาะหวายพาราไดซ์ https://www.facebook.com/KohWaiiParadise

2. แจ้งวันที่จะเข้าพัก จำนวนผู้เข้าพัก และอยากจะบอกว่า ถ้าจะพักที่นี่ เราต้องพักอย่างน้อย 2 คืนถึงจะสามารถจองที่พักได้ เพราะว่าถ้าพักคืนเดียว จะไม่ได้ดื่มด่ำกับชีวิตบนเกาะเลย

ค่าที่พัก คืนละ 800 บาท สำหรับบ้านหลัง 2 คน

3.จากนั้นก็รอทางที่พักตอบ คอนเฟิร์มการจอง และโอนเงิน

ทำทุกขั้นตอนตามนี้ครบก็เก็บกระเป่าไปติดเกาะกันเลยจ้าาา

วิธีเดินทางไปเกาะหวาย

เมื่อเราจองที่พักที่เกาะหวายพาราไดซ์ ทางที่พักจะทำการจองเรือให้เราพร้อมกันด้วยเลย แต่เราจะต้องไปยืนยันก่อนจะเดินทางกับทางเรือเอง (ซึ่งทางที่พักจะอธิบายไว้อย่างละเอียด)

  • ค่าเรือไปกลับ เกาะหวาย คนละ 900 บาท
  • ปัจจุบันเรือที่จะไปเกาะหวาย จะมีแค่วันละ 1 รอบเท่านั้น โดยจะเป็นเรือเดียวกับไปเกาะหมาก (เพราะอยู่ใกล้กัน)
  • เราจะต้องเดินทางมาที่ท่าเรือแหลมงอบ จ.ตราด การเดินทางไม่ยากขับรถตาม GPS ได้เลย เราใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงจากกรุงทพ – ท่าเรือแหลมงอบ
  • มีที่ฝากรถค้างคืน มีหลังคา คืนละ 50 บาท

สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อคิดจะติดเกาะ

เนื่องจากบนเกาะหวาย ไม่ได้มีความสะดวกสบายรอเราอยู่ บนเกาะใช้ไฟฟ้าแบบปั่นไฟ จะมีไฟให้ใช้แค่เวลา 17.00 – 22.00 น. เท่านั้น แต่ห้องน้ำมีไฟตลอดทั้งคืนนะ ส่วนในบานพักไม่มีอะไรเลย มีแค่เตียงนอน หมอน มุ้ง ผ้าห่มบางๆ ดังนั้นทำให้สิ่งที่เราต้องเตรียมมีค่อนข้างเยอะเลยค่ะ

  • ไฟฉาย แบบใส่ถ่าน เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องชาร์จแบต
  • พาวเวอร์แบงค์ หลายก้อนยิ่งดี
  • พัดลมขนาดเล็กที่ใส่ถ่านได้ หรือ มีแบต
  • ผ้าขนหนู // ของใช้ส่วนตัว
  • ปลั้กพ่วง เพราะในบ้านมีปลั้กแค่จุดเดียวเท่านั้น
  • แก้วเยติ เอาไว้สำหรับซื้อน้ำแข็งใส่ จะได้มีน้ำเย็นกินตลอดทั้งวัน
  • ยากันยุง ยากันแมลง
  • ไม้แขวนเสื้อ (อันนี้แล้วแต่คนนะ)

ก่อนเดินทาง 2 วัน

เราไม่ได้จัดกระเป๋า Backpack นานมากก จนรู้สึกว่า เอ้ย ทำไมของเยอะจังวะ

ต้องสารภาพตามตรงว่าตอนที่เราจองที่พักล่วงหน้าไปประมาณ 3 เดือนนั้น เราจองเพราะความใจง่ายล้วนๆ เราแทบไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับที่พักมากมายนัก รู้แค่ว่ามันไม่ได้สะดวกสบาย แต่วิวมันโคตรสวยเลย แค่นั้นจริงๆ

เมื่อถึงเวลาใกล้เดินทาง ถึงจะมาอ่านข้อมูลแบบละเอียดว่า เกาะที่เราจะไปนี่เขาอยู่กันยังไงนะ เที่ยวอะไรกัน ต้องเอาอะไรไปบ้างงง บอกเลยว่าเหงื่อไหลเลยจ้าาา ถ้ารู้ว่าต้องแบกขนาดนี้จะไม่ใจง่ายจองเร็วขนาดนั้น

ยินดีที่ได้รู้จักเกาะหวาย

การเดินทางจากกรุงเทพ มายังท่าเรือแหลมงอบ จ.ตราด ของเราทุกอย่างราบรื่นดี ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะเรามาถึงก่อนเวลาที่จะลงเรือตั้ง 2 ชม เนื่องจากคิดว่าจะใช้เวลาในการขับรถประมาณ 6 ชั่วโมงกว่าๆแน่ๆ แต่สุดทายเราใช้เวลาแค่ 5 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

เราใช้เวลาในการเดินทางด้วยเรือมาถึงเกาะหวาย ประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ เรือก็พาเรามาถึงเกาะหวาย ภาพแรกที่เห็นคือน้ำทะเลสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เป็นสถานที่ที่ใช้คำว่าสวยได้โคตรเปลืองเลย

อยากจะบอกว่าที่เกาะหวาย พาราไดซ์ แห่งนี้จะมีห้องที่ป๊อบปูล่ามากกกก คือห้อง P1 เพราะเป็นห้องที่วิวดีที่สุดบนเกาะเลย 5 ก้าวถึงทะเลเลย แต่มันเป็นห้องที่จองยากมากกกก เต็มตลอด ไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่ได้ห้องนั้นต้องจองนานแค่ไหน (เพราะเราม่ายด้ายยยยย)

แน่นอนค่ะ เราคือทีมที่ไม่ได้ห้อง P1 แต่ก็ยืนยันที่จะจองที่พักบนเกาะนี้เหมือนเดิม แต่เมื่อไม่มีห้องที่อยากได้ เราเลยคิดไปว่างั้นห้องไหนก็เหมือนกันแหละ ค่อยไปแอบถ่ายห้อง P1 เอาละกัน แต่เมื่อวันที่เราเดินทางไปเกาะ พร้อมรับกุญแจห้องมา ห้องที่เราได้คือ 23

(จริงๆเรารู้ห้องตั้งแต่ตอนที่จองแล้วนะคะ แต่บอกแล้วว่าตอนนั้นไม่ได้ P1 คือไม่สนใจแล้วห้องไหนก็ได้)

เราเดินตามพี่สตาฟที่ช่วยเข็นกระเป๋าเราไปส่งที่ห้อง (บนเกาะมีรถเข็นกระเป๋าช่วยเรานะ ใครสัมภาระเยอะ ห้องอยู่ไกล สบายใจได้) แล้วก็เดินมายังห้อง 23 กรี๊ดดดดดดด ห้องที่เราได้คือสวยมากก วิวหน้าห้องคือดีมากกกก (เราพึ่งมารู้ตอนหลังว่าห้องนี้คือห้องที่สวยรองจาก P1 และเป็นอีกห้องที่หลายคนแย่งชิงกัน)

ในห้องมีแค่เตียง หมอน และผ้าห่มบางๆ เพราะไม่มีพัดลม ดังนั้นไม่หนาวแน่นอน แต่ถ้าใครอยากจะเอามาเองก็คือเอามาเลยจ้า

วิวหน้าห้องเรา คือสวยมากกกก นั่งสบตากับทะเลได้ทั้งวันจริงๆ

สำหรับใครพักที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นห้องไหน วิวสวยแค่ไหน เราทุกคนก็จะได้ใช้ห้องน้ำรวม โดยห้องน้ำจะแบ่งโซนตามที่เราอยู่ ไม่ไกลจากบ้านพักแต่ละหลัง ส่วนห้องน้ำคือน้ำไหลทั้งวัน น้ำเย็นสะใจมาก และก็สะอาดดีทีเดียวค่ะ

วิวหน้าห้องน้ำ บ้าจริงงงงงงงงงงงงงงง

DAY 1

วันนี้เรากับเพื่อนตั้งใจที่จะไม่ทำอะไรเลย ไม่ทำกิจกรรมอะไรทั้งนั้น เพราะวันนี้เราอยากนั่งมองทะเล ชิลๆ เพราะนั่งมองนานแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเบื่อ พร้อมกับปากที่พร่ำค่ำว่า “สวย” ออกมาไม่หยุดหย่อน

โปรดรู้ไว้ว่า ราคาที่พักของเกาะหวายพาราไดซ์ไม่รวมอาหารมื้อใดๆทั้งสิ้น หากหิวให้มากินที่ร้านอาหาร ซึ่งเมนูมีเยอะมากกก ไม่เหมือนติดเกาะ และโปรดจำไว้ว่า ใครที่สั่งกับข้าว ปริมาณที่ได้คือ สำหรับกิน 2-3 คนอิ่ม รสชาติอร่อยมากกก และแน่นอนมันคือราคาบนเกาะ

วันแรกหลังจากเรานั่งพักกันจนหายเหนื่อยแล้ว เลยมาสั่งอะไรทานเล่น รอกินมื้อเย็นหน่อย เราสั่งยำวุ้นเส้น และ มันฝรั่งทอด ไม่ได้มีความเข้ากันแต่มันอยากกินอ่ะ

“ทะเลหน้าหนาวมันสวยแบบนี้แหละ”

ระหว่างที่เรานั่งเหม่อมองทะเลอยู่นั้น อยู่ๆประโยคที่ว่าก็ลอยมา เป็นประโยคบอกเล่าจากลุงเจ้าของที่พักเองค่ะ ซึ่งเอาจริงเราก็พึ่งรู้ว่า ทะเลหน้าหนาว มันนิ่งสงบ แล้วเป็นสีครามสวยขนาดนี้เลยหรอ

เย็นวันนี้เราห้ามใจตัวเองไม่ไหวที่จะไม่ลงน้ำ น้ำนิ่งขนาดนี้ มันสวยขนาดนี้ ใครมันจะอดใจไหวนะ และฝั่งหาดที่เราอยู่ไม่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตก ดังนั้นเย็นนี้เล่นน้ำไปเลย ไม่ต้องรอถ่ายรูปพระอาทิตย์แล้ว

วันนี้เป็นคืนแรกที่เราจะติดเกาะกัน ไฟฟ้ามาตอน 17.00 น. ใครอยากจะชาร์ตอะไรก็รีบเลยค่ะ มื้อค่ำวันนี้เราสั่ง ข้าวผัด และต้มยำทะเลน้ำข้น

คืนแรกอากาศช่วงแรกค่อนข้างร้อน เพราะแทบจะไม่มีลมพัดเลย แต่ดึกๆเริ่มมีลม และใกล้รุ่งสางคือหนาวเลยล่ะค่ะ คืนแรกเราถือว่าผ่านไปด้วยด้วยดี

DAY2

วันที่สองเราตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 6 โมงเช้า เพราะอยากเห็นพระอาทิตย์ขึ้น แต่แล้วก็พึ่งรู้ว่าหน้าบ้านเราไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นชัดนัก และเช้าวันนี้ก็มีเมฆมาบดบังพระอาทิตย์

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นชัดๆ แต่เช้านี้เราก็ได้ตื่นเช้า มาเจอทะเลที่สดชื่น ได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ถือว่าเป็นการหนีเที่ยวที่คุ้มค่ามากสำหรับเรา

วันนี้เป็นวันแห่งกิจกรรมของเรา เพราะเราตั้งใจจะทำทุกอย่างที่อยากทำบนเกาะในวันนี้ ทั้งพายคายัค ดำน้ำ ดูพระอาทิตย์ตก เล่นน้ำ ให้มันครบทุกอย่างในวันนี้ไปเลย ส่วนเช้านี้เรากับเพื่อนต่างแยกกันไปออกกำลังกาย อยู่บนเกาะมันก็จะชิลมากประมาณนี้ล่ะ

อย่างที่บอกไปที่นี่ไม่ได้มีอาหารเช้าอยู่ในแพ็คเกจใดๆ ใครหิวตอนไหน กินตอนนั้น ใครอยากกินอะไรก็สั่งได้ตามใจ เช้านี้เรากับเพื่อนสั่ง แซนวิชไข่ และ แพนเค้ก น้ำผึ้ง พร้อมกับอเมริกาโน่คนละแก้ว เป็นอันว่าอาหารเราสมบูรณ์แบบแล้ว

เราชอบชีวิตบนเกาะแห่งนี้ ทุกคนที่มามีกิจกรรมที่ตัวเองชอบ เวลาที่เราใช้บนเกาะเลยหมดไปกับสิ่งที่ชอบ ไม่มีใครมานั่งสนใจใครกัน ต่างคนอย่างอยู่กับตัวเอง และสายชิลแบบเรา สายหน่อย ก็มานั่งรับแดด รับลม สบายยยยย

ช่วงเช้าจะเป็นช่วงที่น้ำขึ้น และ คลื่นแรง

สายหน่อยก็จะแดดแรงๆ แต่น้ำทะเลก็จะสวยมากขึ้นไปอีก

เนื่องจากเมื่อเช้าเรามาทานมื้อเช้าสายสุด ประมาณ 10 โมงกว่า วันนี้เราเลยข้ามมื้อเที่ยงไปเลยเพราะมันไม่หิวอ่ะ บ่ายนี้เราจะไปพายคายัคกันค่ะ ถึงแม้แดดจะร้อนมากกก แต่มันเป็นช่วงที่น้ำทะเลนิ่งไม่เหนื่อยมากนักกับการพาย

ค่าเช่าเรือคายัค 1 ชม. 150 บาท | เช่าทั้งวัน 500 บาท

และต่อด้วยการดำน้ำตื้น แต่ต้องบอกว่าเราไม่มีรูปใต้น้ำมาฝากทุกคน เพราะ Gopro ของเราพังตอนที่ลงน้ำเลยยย ร้องห้ายยยย มันปกติดีตอนที่เราพายคายัคนะ แต่เมื่อเราเอามันลงน้ำเท่านั้นละ เปิดไม่ติดอีกเลยยยย และใครรักการดำน้ำตื้น แนะนำว่าที่นี่สวยมากไม่ผิดหวังเลย ใครมีอุปกรณ์ดำน้ำ พวกหน้ากาก เอามาเองได้เลย จะได้ไม่ต้องเช่า

ราคาค่าเช่าหน้ากากดำน้ำตื้น และ ชูชีพ (มาเป็นชุด) ค่าเช่า 150 /คน/วัน

เย็นวันนี้เรากับเพื่อนนัดกันว่าเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกกันค่ะ โดยจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดบนเกาะแห่งนี้ เราจะต้อเงดินป่าระยะสั้นๆ เดินไม่ยากค่ะ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที แนะนำว่าใครไปดูพระอาทิตย์ตกแบบชอบโอ้เอ้แบบเรา ให้เอาไฟฉายไปด้วย เพราะเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้วในป่าจะมืดเร็วมาก

วิวพระอาทิตย์ตกที่เราจะได้เจอเมื่อมาเกาะหวาย

วันที่สองของการอยู่บนเกาะ และเป็นวันแรกที่เราได้ใช้เวลาเต็มวันที่นี่ เป็นวันที่สนุกมาก ได้ทำอะไรหลายอย่าง ได้ใช้เวลากับตัวเอง ได้ออกกำลังกาย ได้ให้รางวัลกับตัวเองที่เรารู้สึกดีมากๆ เข้าใจแล้วว่าทำไมลุงเจ้าของที่พักถึงมีเงื่อนไขการเข้าพักที่นี่ อย่างน้อยต้องพัก 2 คืน เพราะมันทำให้เราได้สัมผัสบางอย่างในการใช้ชีวิตบนเกาะ

คืนนี้เป็นคืนที่เราเลี้ยงฉลองชีวิตบนเกาะ เลยสั่งอาหารเยอะหน่อยรวมถึง ดริ๊ง ด้วย เราไม่ได้ประหยัดจนเครียดเวลามาเที่ยว จ่ายแบบพอเหมาะพอดี น่าจะโอเคกว่าในความคิดเรา

DAY3

เมื่อวานที่เราได้ขึ้นไปยังหน้าผาที่มองเห็นวิวพระอาทิตย์ตก เรารู้สึกชอบวิวฝั่งนี้มาก มันดูสงบและแปลกตาดี ทำให้รู้สึกชอบเกาะหวายมากขึ้นไปอีก เช้านี้เราและเพื่อนเลยใจตรงกันว่าตื่นเช้าแล้วเรามาที่หน้าผานี้กันเถอะ อยากเห็นวิวตอนเช้าว่ามันสวยมากแค่ไหน

บางมุมมีความแอบคล้ายที่ภูเก็ตเหมือนกันนะ เราใช้เวลาในการนั่งนิ่งๆอยู่ตรงนี้นานมาก ชอบอ่ะ วิวสวย และ สงบมากกก

หลังกลับลงมาจากหน้าผา เราใช้เวลากับการนั่งเล่นที่หน้าบ้านนานมากกก และเริ่มทยอยเก็บของไปเรื่อยๆ เพราะวันนี้เราจะเดินทางกลับแล้ว

บ้านหลังที่ 23 วิวหน้าบ้านสวยมากกก

เราเก็บกระเป๋าเสร็จเลยเดินมาสั่งอาหารเช้ากินกันพร้อมกับเคลียร์บิลค่าอาหารทั้งหมดตลอดที่อยู่บนเกาะ และวันนี้เรือจะมารับเราออกจากเกาะประมาณ 11 โมง ใกล้ถึงเวลาบอกลาชีวิตติดเกาะกันแล้ว

ทริปนี้เป็นทริปที่เราสนุกมากกก เป็นทริปติดเกาะแบบไม่ได้สะดวกสบาย ไม่หรูหรา แต่เป็นทริปที่สบายใจ ใส่ชุดว่ายน้ำ ไม่ต้องแต่งหน้า นอนเล่น อ่านหนังสือ นั่งมองทะเล อยู่กับตัวเอง และทะเลที่โคตรสวยที่เกาะหวาย สำหรับใครที่รับความไม่สะดวกสบายเหล่านี้ที่เราเล่ามาได้ และรักทะเล เราอยากจะบอกว่าทริปนี้คุ้มมากก มันคือความสวยงามที่เราได้เห็นกับตาตัวเอง ได้สัมผัส มันคุ้มค่ามากกับความรู้สึก อยากแนะนำให้มาสักครั้งแล้วคุณจะติดใจไม่ต่างกับเราแน่นอน

ค่าใช้จ่ายในทริปนี้

  • ค่าที่พัก คืนละ 800 บาท x 2 คืน = 1600 บาท หาร 2 คน = 800 บาท
  • ค่าเรือคนละ 900 บาท
  • ค่าฝากรถ 50 บาท/คืน x 2 คืน = 100 บาท
  • ค่าน้ำมัน 1500 บาท
  • ค่ากินบนเกาะ ตลอดทริป 2820 บาท /2 คน
  • ค่าเช่าเรือคายัค 150 บาท/ชั่วโมง
  • ค่าเช่าชูชีพและหน้ากากดำน้ำ 150 บาท/คน

หารแล้วตกคนละ 4135 บาท

(เราแนบราคาทุกอย่างที่เราสั่งบนเกาะมาให้ด้วย เผื่อว่าจะช่วยให้สามารถวางแผนการไปเที่ยวได้ง่ายขึ้นน้า)


 KOH WAII PARADISE

ตำบล เกาะช้างใต้ อำเภอ เกาะช้าง ตราด 23170

Tel :  061 424 1556

FB :https://www.facebook.com/KohWaiiParadise/