HADARA กระเป๋าสุขภาพเพื่อผู้หญิงแบบเรา

การเดินทางหากเรามีใครสักคน ออกเดินทางไปด้วยมันก็ช่วยให้อุ่นใจ

การเดินทาง หากเรามีกระเป๋าดีๆสักใบไปด้วยมันก็ช่วยให้ร่างกายเราสบายขึ้น

หากอยากจะเดินทางเยอะๆ เดินทางไกลๆ สิ่งแรกๆที่เราควรทำก็คือการมองหากระเป๋าดีๆสักใบเอาไว้คู่กายเรา

หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับกระเป๋าสุขภาพที่ชื่อว่า HADARA ในทริปไป trekking ที่จีน ก็ทำให้เราติดใจมองหากระเป๋าสุขภาพทุกครั้งที่เดินทาง
https://neetiewdiary.com/2018/10/27/hadara-

ครั้งที่สองเราได้ลองเอากระเป๋าสุขภาพ HADARA ไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ยิ่งทำให้เรารับรู้ถึงคุณภาพและศัยกภาพที่กระเป๋าสุขภาพมีให้กับเรา
https://neetiewdiary.com/2019/01/07/hadara-

ทริปนี้เราออกเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เป็นช่วงซากุระกำลังบานสะพรั่ง ก็ขอหากระเป๋าใบใหม่ไปถ่ายกับซากุระสวยๆหน่อยละกัน และแน่นอนว่า กระเป๋าที่เราเลือกก็ต้องเป็นกระเป๋าสุขภาพจากแบรนด์ HADARA

ไปญี่ปุ่นคราวนี้เราเลือกเดินทางไปยัง Osaka และ Kyoto เมืองที่เราไม่คุ้นชินสักเท่าไหร่นัก และทริปนี้เราก็มีเวลาไม่มาก มันเลยทำให้แพลนการเดินทางของเรานั้นอัดแน่นอย่างกับปลากระป๋อง และเมื่อแพลนแน่น นั่นหมายความว่าเราจะออกจากห้องแต่เช้าตรู่ แล้วก็กลับดึกมากกกกก ทำให้เราจะต้องแบกทุกอย่างที่อยากเอาไปด้วยไปตลอดทั้งวัน

คราวนี้เข้าใจแล้วใช่มั้ยคะ ว่าทำไมเราบอกว่าใครอยากจะเริ่มเดินทาง ถึงต้องเริ่มหากระเป๋าดีๆสักใบเช่นกัน

ทริปนี้เลยเป็นอีกทริปที่เราได้มีโอกาสพากระเป๋า HADARA
Chapter 57 มาทดลองใช้ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของกระเป๋าที่เคลมว่าตัวเองคือกระเป๋าสุขภาพ

กระเป๋า HADARA รุ่น Chapter 57 ผลิตจากผ้า Hadara Signature Nylon ผ้าเอกลักษณ์ของฮาดารา เกรดดีที่สุดในตลาด เจ้าแรกของประเทศ มีน้ำหนักเบามาก กันน้ำได้ 80% ทนทาน สัมผัสมันเงา สวยหรู ดูดี

ซึ่งทริปนี้เราได้ทดลองคุณสมบัติตามนี้มาแล้วววว ฝนตกที่โอซาก้าตัวเราเปียกไปหมด แต่ของในกระเป๋า กล้องต่างๆรอดดดด นั่นแสดงว่าข้อนี้ HADARA รุ่น Chapter 57สอบผ่านนนน

กระเป๋า HADARA รุ่น Chapter 57 ตัวช่องใหญ่สุดมีผ้าซับในที่แห้งเร็วเหมือนกันนะ แล้วตัวช่องใหญ่สุดนะคะ จะแบ่งออกมาเป็น 3 ฟังชั่น

  1. ช่องสำหรับใส่ไอแพด หรืออุปกรณ์ที่ต้องการกันกระแทกส่วนช่องนี้สำหรับเราๆใช้สำหรับใส่เลนส์กล้องและกล้องตัวอื่นๆ ซึ่งช่วยให้เราสบายใจหายห่วงไม่ต้องกลัวของแสนรักกระแทก

2. ช่องซิปด้านใน เหมาะสำหรับไว้ใส่ของมีค่า ใครจะเอาไว้ใส่พาสปอร์ตแบบเราก็ได้

3. ช่องที่ซอยออกมาเป็น 3 ช่อง อันนี้คือเราว่าทางแบรนด์ HADARA ใส่ใจกับผู้ใช้งานมากกกกกก เหมาะสำหรับไว้ใส่ของที่หยิบเข้า-ออกจากช่องบ่อย ซึ่งถือว่าทางแบรนด์ทำออกมาได้ดีมากก

ต่อมาเป็นส่วนของด้านหน้ากระเป๋าที่เป็นช่องซิปลำดับที่สอง(จากช่องหลัก) ช่องนี้หากมองผ่านๆมันก็ดูเป็นช่องเสริมที่ไม่น่าจะจุอะไรได้มาก แต่เจ้าช่องนี้แหละเราใส่กระเป๋าตังค์ ตั๋วรถไฟต่างๆ

คือสรุปง่ายๆว่าช่องนี้เอาไว้สำหรับใส่ของที่ต้องหยิบใช้อยู่บ่อยๆ เพราะทางแบรนด์ออกแบบมาได้ลึกมากกกก เก็บของมีค่าแต่ต้องใช้บ่อยๆได้ดีทีเดียว

ช่องซิปลำดับที่ 3 (นับจากช่องหลัก) ช่องนี้เป็นซิปสั้นแต่ภายในกระเป๋าค่อนข้างลึกพอสมควร ซึ่งช่องนี้เราใช้สำหรับใส่ Pocket WiFi ไม่ต้องหยิบขึ้นมาบ่อย แต่หาได้ไม่ยาก

ช่องลำดับที่ 4 (นับจากช่องหลัก) ช่องนี้ไม่ใช่ซิปแต่ทางแบรนด์ออกแบบให้เป็นตัวดูด ซึ่งเราว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว เพราะจะได้เอาไว้ใส่ของที่เราจะหยิบออกมาใช้บ่อยๆ

เราใช้สำหรับใส่ยาต่างๆ มันเป็นช่องที่เหมาะกับการใส่ของไม่เยอะ แต่สะดวกต่อการใช้งาน

ช่องซิปด้านหลัง เราชอบแบรนด์ HADARA ที่ออกแบบกระเป๋ามา คือคิดแล้วว่าลูกค้าต้องใช้งานฟังชั่นไหนยังไงบ้าง และช่องนี้ก็เช่นกัน มันเป็นช่องที่เหมาะที่จะเก็บของที่มีค่า คือมันจะอยู่ติดกับหลังเราเลย คือถ้ามันหาย เราต้องรับรู้ได้

ช่องด้านข้างของกระเป๋า 2 ช่องที่สำหรับใส่ขวดน้ำ คือเราชอบมากกกกกกกกกกก ถ้าใครเคยอ่านรีวิวที่เรารีวิวแบรนด์ HADARA มาก่อน เราจะรู้ว่าเราชอบช่องนี้มากกกก เพราะทางแบรนด์ทำออกมาดีมากกกกกก มันยืดได้ ถ้าเราใส่ของลงไป หากขนาดมันใหญ่หน่อยมันก็จะรัดได้พอดี

ทริปนี้เราใช้สองช่องในการเก็บขวดน้ำบ้าง มือถือบ้าง กล้องฟิล์มบ้าง คือใส่ของทุกอย่างที่จะหยิบเข้า-ออก บ่อย เพราะมันสะดวก

มาถึงส่วนสุดท้ายของกระเป๋าที่ทำให้เรารักกระเป๋า HADARA ก็เพราะเจ้าสายสะพายของกระเป๋านี่แหละ สายกระเป๋าบุไว้อย่างดี นุ่มไหล ไม่กดทับบริเวณบ่า สะพายนานแค่ไหนก็ไม่เมื่อย

เรานี่เป็นมนุษย์สัมภาระเยอะ กล้องประมาณ 4 ตัว เลนส์อีก 3 ตัว ของตามประสาผู้หญิงอีกมากมายยยยยย

เห่ยยยยยยยยย รอดดดดด ไม่เมื่อยยยย

อีกอย่างคือกระเป๋า HADARA รุ่น Chapter 57 สายกระเป๋าเราสามารถถอดออกมาได้สะดวก แล้วใช้เป็นกระเป๋าถือก็ได้นะ

หูหิ้วกระเป๋า คือนอกจากกระเป๋าใบนี้จะเป็นใบที่เหมาะกับการให้เราแบกไปทุกที่สำหรับผู้หญิงเท่ห์ๆ ลุยๆแล้ว เจ้ากระเป๋าใบนี้ยังเหมาะกับการควง(ถือ)ไปทั่วทุกที่แบบผู้หญิงหวานๆได้เช่นกัน

เพราะทางแบรนด์ทำหูหิ้วกระเป๋าออกมาได้แข็งแรงมากกกกกกกกก เราใส่ของหนักๆๆยังไหวเลย สบายยยยย

กระเป๋า HADARA รุ่น Chapter 57 – เป้สไตล์โมเดิร์น

ขนาด : กว้าง 30.5 x สูง 28 x ลึก 10 ซม น้ำหนัก 503 กรัม

รุ่นนี้มี 4 สี ได้แก่ กรม ดำ เขียว และ บรอนซ์ แบบที่เราใช้

ราคา : 2660 บาทรวมส่ง EMS

ตอนนี้สำหรับเรากระเป๋า HADARA รุ่น Chapter 57 ได้กลาย เป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมจะออกเดินทางไปด้วยกัน ไม่ว่าสัมภาระเราจะเยอะขนาดไหน ต้องเดินไกลมากขนาดไหน เราก็รู้ว่าเพื่อนเราใบนี้จะเป็นทั้งเพื่อนเดินทางและกระเป๋าที่ดีสำหรับผู้หญิงแบบเราแน่นอน

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงแนวไหน เที่ยวแบบไหน

กระเป๋า HADARA ก็สามารถออกเดินทางไปพร้อมกับผู้หญิงทุกคน

สนใจกระเป๋า HADARA สามารถเข้าไปดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hadarahako.com/หรือ  https://www.facebook.com/HadaraHako/

Line id : @hadarahako

Tel : 02-816-8856

หรืออยากไปดูสินค้าด้วยตัวเองสามารถไปได้ที่

สาขาที่ 1 : หน้าร้าน Hadara Shop ศูนย์การค้าสยาม สแควร์วัน ชั้น 2 (BTS สยาม ทางออก 4)

สาขาที่ 2 : หน้าร้าน Hadara Kiosk ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า บางนา ชั้น 2 (ตรงข้าม H&M เยื้องๆกับ Starbucks)

สาขาที่ 3: หน้าร้าน Hadara Outlet ศูนย์การค้า The Up พระราม 3 ชั้น 2 (ติดร้าน Sushi Hiro)

สาขาที่ 4: หน้าร้าน Hadara Kiosk ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 2 ชั้น 3 (ตรงข้าม Starbucks ติดบันไดเลื่อนลงจาก โรงหนัง Major)

“พัทลุง” เมืองรอง | บ้านเรา | มองมุมใหม่ with GoPro HERO7 Black

พัทลุง จังหวัดบ้านเกิดของตัวเราเอง

พัทลุง เป็นจังหวัดเงียบๆจังหวัดหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ใช้เพื่อเป็นทางผ่าน

พัทลุง คือจังหวัดที่ใครหลายๆคนมองว่าเป็นจังหวัดที่ไม่มีอะไร

แต่ตอนนี้ ททท (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) จัดให้พัทลุงเป็นหนึ่งในเมืองรอง ต้องห้ามพลาด

ทริปนี้บันทึกนักหนีเที่ยว เลยอยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จักพัทลุงกันอีกสักครั้ง

แต่การจะเที่ยวบ้านเกิดตัวเอง ที่เป็นเมืองรองให้สนุกนั้นมันต้องมีอุปกรณ์ที่เป็นตัวช่วยกันหน่อย

ทริปนี้บันทึกนักหนีเที่ยวมีผู้ใหญ่ใจดีอย่าง GoPro ที่มอบอุปกรณ์สนุกๆอย่าง GoPro HERO7 Black ให้เราได้เที่ยวเมืองรองได้มุมมองใหม่

อย่ารอช้า ไปเที่ยวพัทลุงกันเลยค้าาาาาา

แต่ก่อนจะไปเที่ยวเมืองรองอย่างพัทลุง เราขอพามาทำความรู้จัก GoPro HERO7 Black ตัวช่วยที่จะทำให้เราเที่ยวสนุกยิ่งขึ้น

คุณสมบัติ Gopro HERO7 Black (แบบเข้าใจง่ายฉบับบันทึกนักหนีเที่ยว)

  • GoPro HERO7 Black เป็น Action Camera ที่เจ๋งที่สุดเท่าที่มีในตอนนี้
  • กล้องรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60FPS เอาเป็นว่าคมชัดสุดดดดดด
  • ตัวกล้องสามารถลงน้ำได้ลึกสุด 10 เมตร โดยที่ไม่ใส่ต้องเคสป้องกันใดๆ (แต่ถ้าลงมากกว่า 10 เมตรจะต้องใส่เคสนะคะ) ยังไม่พอยังทนต่อการตกและฝุ่นดีด้วยนะ
  • Hyper Smooth เป็นที่สุดของกันสั่นของ Gopro เอาเป็นว่าเราทดลองด้วยการไปกระโดดน้ำมา vdo ยัง Smooth ถือว่าดีมากกกกก
  • ตัวกล้องมีปุ่มสั่งถ่ายภาพ และเมื่อกล้องปิด กดแล้วจะเปิดถ่ายภาพอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกอย่างมาก คืออออ มันเร็วต่อความต้องการของเราาาา
  • TimeWarp Video คือมันยกระดับจาก Time Lapse ขึ้นไปอีก ทำให้เราสามารถถ่าย vdo สนุกขึ้นมากกกกกกก
  • สามารถใช้งาน Live ได้ทันทีไม่ต้องเชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่น ขอเพียงมีอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
  • และอีกอย่างคือ ยังถ่ายรูปและ vdo ได้แม้ในที่แสงน้อย

รู้จักตัวช่วยที่จะทำให้การเที่ยวเมืองรองของเราสนุกขึ้นแล้ว

แล้วก็ได้เวลาออกเดินทางไปกับบันทึกนักหนีเที่ยวแล้วววว

ทริปนี้เรามีปลายทางหลักอยู่ที่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของพัทลุง ที่มีชื่อว่า “ทะเลน้อย” หากใครนึกไม่ออกว่ามันคือที่ไหน ลองคิดภาพตาม ว่าคุณเคยได้เห็นภาพทะเลที่มีดอกบัวสีชมพูบานเต็มไปหมดของพัทลุงมั้ยยยย ถ้าคุณเคยเห็น นั่นแหละมันคือ “ทะเลน้อย”

แต่บันทึกนักหนีเที่ยวซะอย่าง ถึงจะพามาเที่ยวเมืองรอง เราก็จะไม่ยอมไปที่แมสแน่นอน มันต้อง unseen ให้สมกับคอนเซ็ป “เที่ยวเมืองรอง มองมุมใหม่” ของเราซะหน่อยยย

ทริปนี้เราพักที่โรงแรม ศรีปากประ อันดาคูรา บูตีค รีสอร์ท ซึ่งเป็นโรงแรมที่สวย มีสระว่ายน้ำให้เราได้เล่นน้ำไปดูวิวยอไป โอ้ยยย สบายจายยยยย

เราทำรีวิวโรงแรมแยกเอาไว้สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ : https://neetiewdiary.com/2019/03/16/sripakpra-andacura-boutique-resort-

เราเช็คอินเข้าห้องเก็บของแล้วรีบเปลี่ยนชุดว่ายน้ำมาเล่นน้ำกันทันที คราวนี้แหละมี GoPro HERO7 Black แล้ววว มันจะทำให้การเล่นน้ำ (ห่างไกลกับคำว่าว่ายน้ำมากนะ) สนุกมากขึ้นนน

กระโดดลงน้ำพร้อมกล้องกันน้ำได้ไม่มีหวั่นนนน

การมีกล้องที่กันน้ำได้มันสนุกอย่างนี้นี่เองงงงงง

กิจกรรมในโรงแรมของเราไม่มีอะไรนอกจาก เล่นน้ำ กิน แล้วก็นอน ฮ่าาาาาา

แต่ความตื่นเต้นมันอยู่วันพรุ่งนี้ที่เราจะพาตัวเองและทุกคนไปเจอ Unseen พัทลุง ว่ามันสวยแค่ไหนต่างหากกกกกกก

อย่ารีรอรีบนอนเหอะ พรุ่งนี้ทัวร์นั่งเรือชมวิวของเราเริ่ม 6 โมงเช้า


นั่งเรือชมวิว Unseen พัทลุง

เช้าวันที่สองโปรแกรมเที่ยวเราเริ่มต้นตั้งแต่ 6 โมงเช้า

โดยเรือจะมารอเราที่ท่าน้ำของทางที่พัก ค่าบริการราคา 1200 บาท ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง สามารถจองกับทางโรงแรมได้เลย ใครไม่ได้เป็นแขกที่มาพักของโรงแรมก็สามารถใช้บริการนี้ได้นะ ขอแค่ต้องแจ้งล่วงหน้านิดนึงจ้า

โดยจุดแรกที่เรือจะพาไปเรานั่นก็คือ การชมพระอาทิตย์ขึ้นจากน้ำพร้อมกับมีฉากประกอบจากยอของชาวบ้านที่คลองปากประ ติดกับโรงแรมนั่นเอง

ขออธิบายเพิ่มเรื่อง “ยอ” คืออุปกรณ์ที่ชาวบ้านในพัทลุงใช้ในการดักจับปลาชนิดที่มีขนาดเล็กๆ ซึ่งวิธีการก็คือการหย่อนตาข่ายนั้นลงไปในน้ำ แล้วจะดึงขึ้นมาในเวลาเช้าและเย็นของในแต่ละวันนั่นเอง

ตอนนี้ภาพตรงหน้าที่เราเห็นมันเป็นภาพที่สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เป็นภาพที่เราไม่คิดว่าจะได้เห็นจากจังหวัดพัทลุง มันสวยมากกกกกกก สวยจนเราไม่รู้จะพิมพ์บรรยากาศยังไงให้ทุกคนเข้าใจความรู้สึกและภาพที่ดวงตาเราได้รับรู้ ณ เวลานั้น

จุดที่สองเป็นจุดดูนก อยากจะบอกว่านกเยอะมากกกกก เยอะจนเราทึ่ง จนไม่รู้ว่าควรจะถ่ายรูปหรือนั่งนิ่งเพื่อซึมซับความรู้สึกภาพที่อยู่ตรงหน้าแทน

ฝูงนกนานาชนิดนับร้อยๆตัว กำลังออกหากินในรุ่งอรุณของวัน เป็นภาพที่ทำให้เราทึ่งไปชั่วขณะ เพื่อนที่มาด้วยของเราในสถานะเด็กทรัพยากรธรรมชาติ (ม.อ.) บอกว่า แสดงว่าพัทลุงยังคงสมบูรณ์อยู่มาก นกเลยเยอะขนาดนี้

จุดที่สามเรือพาเราลอดใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติไปดูวิถีชีวิตควายน้ำ

แต่ก่อนที่จะไปดูควายน้ำ วันนี้ดันมีควายบนบกด้วย (จริงๆมันก็ชนิดเดียวกัน แต่น้องควายขอกินหญ้าบนเกาะดีกว่า

ก่อนที่จะไปดูควายน้ำ เราขอแวะเกาะเล็กๆที่อยู่กลางน้ำ ซึ่งเราสามารถขึ้นไปได้ด้วย

ขึ้นไปบนเกาะแห่งนี้แล้วใช้ Gopro Hero 7 Black ถ่ายออกมาสวยมากกกกก

เรือค่อยๆแล่นพาเราไปจอดดูควายที่กำลังแช่น้ำ บางตัวกำลังดำผุดดำว่าย แต่ทุกตัวกำลังสำราญกับการกินจอกแหน โดยไม่สนใจว่าเราจะถ่ายรูป หรือนั่งจ้องนานขนาดไหน

เราไม่อยากจะเชื่อ ว่าภาพบรรยากาศของควายน้ำที่เราเห็น จะทำให้เราที่เดินทางมาก็มากมายแล้วทึ่งกับบรรยากาศที่เห็น

มันสวยมากกกกกกกกกก มันคือ Unseen Thailand ที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัส เมืองรองอย่างพัทลุงยังทำให้คนพัทลุงอย่างเราทึ่งและเข้าใจคำว่า Unseen Thailand อย่างแท้จริงก็วันนี้

จุดที่สี่เรือพาเราไปชมทุ่งสาหร่ายข้าวเหนียว ซึ่งบอกตามตรงว่าพึ่งเคยได้ยินชื่อครั้งแรก ซึ่งเจ้าสาหร่ายข้าวเหนียวเนี่ยยย จะออกดอกบานสะพรั่งช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ส่วนเราไปมีนาคม ก็จะมีความร่อยหรอไปพอสมควร

แต่ยังไงก็ยังสวยมากกกกกกกกก

สุดท้ายจุดที่ห้า จุดนี้ถือเป็นไฮไลท์ของจังหวัดพัทลุงเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะมันคือดอกบัวแดงทะเลน้อย ซึ่งเจ้าดอกบัวแดงจะบานสะพรั่งสวยงามจริงๆจะอยู่ช่วงเดือนเมษายน

คือตรงจุดนี้ก่อนมาเราไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่ (อีกละ) ก็มันเคยเห็นตั้งแต่เด็กๆ แต่ครั้งนี้จะเป็นการเข้าไปใกล้ หรือการนั่งเรือเข้าไปอยู่ท่ามกลางดอกบัวเหล่านี้

บรรยากาศที่เราเห็นทำให้เรารับรู้ถึงความสวยงามของธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ของพัทลุง

มันสวยมากกกกกกกกกกกกกกกก มองไปสุดลูกหูลูกตา เราก็จะเห็นสีชมพูเต็มไปหมด

เราใช้เวลา 2 ชั่วโมงเศษในการเที่ยวชมธรรมชาติสุดแสนจะ Unseen พัทลุง ที่สวยมากๆ สวยขนาดที่ว่าอยากให้ทุกคนมาลองสัมผัสและมาเห็นความสวยของพัทลุงด้วยตาตัวเองสักครั้งหนึ่ง


สวนพฤกษศาสตร์

บันทึกนักหนีเที่ยวมาเที่ยวกับ GoPro HERO7 Black ทั้งที จะพาไปเที่ยวแค่ชมวิวบนเรือก็ดูจะไม่สมฐานะเท่าไหร่

เราเลยขอพาทุกคนมาเที่ยวกันต่อที่สวนพฤกษศาสตร์พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ซึ่งภายในสวนแห่งนี้ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวหรือพักผ่อนหย่อนใจได้ทุกวัน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ภายในนอกจากจะมีวิวที่สวยแล้ว ยังมีนกนานาชนิดที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ใครชอบนกควรไปมากกกก หรือจะแค่ไปนั่งดูวิวทะเล ปล่อยใจไปกับสายน้ำก็ดีนะ


สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.พัทลุง

สะพานเฉลิมพระเกียรติ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า สะพานเอกชัย เป็นสะพานยาวที่เชื่อมจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลาเข้าด้วยกัน

จุดเด่นของสะพานแห่งนี้ คือความยาวที่ยาวเกือบ 6 กิโลเมตร และวิวที่สวยงาม แถมบางวันยังได้เห็นวิถีชีวิตของควายที่มากินหญ้าแถวนั้นอีกด้วยนะ


พระอาทิตย์ตกน้ำที่ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง

ก่อนที่จะหมดวันเราขอพาทุกคนไปชมวิวพระอาทิตย์ตกน้ำกันที่ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ซึ่งรับรองว่าจุดนี้น้อยคนนักที่จะรู้จัก แต่ธรรมชาติที่เห็นนั้นคุ้มค่าแน่นอน

เมื่อมาถึงอ.ปากพะยูนแล้ว เรากระโดดขึ้นรถพ่วงข้าง รถที่ชาวบ้านใช้ในการสัญจรเพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกตามการใช้งาน นั่งรถมาประมาณ 5 นาที ก็มาถึงจุดชมพระอาทิตย์ตกน้ำ ใกล้กับที่ทำการเทศบาลอ่าวพะยูน

บอกเลยว่าสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกก

การได้นั่งมองพระอาทิตย์ค่อยๆตกลงไปในน้ำ มันทำให้เรามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก แต่สิ่งที่เราสามารถรับรู้ได้นั้นก็คือ ธรรมชาติช่างยิ่งใหญ่นัก และการได้เข้ามาทำความรู้จักกับวิถีชาวบ้าน ทำให้เราเข้าใจความสุขที่เรียบง่ายได้มากขึ้น

บางครั้งเราก็ไม่ควรมองข้ามบางอย่างไป เพราะมันอาจจะทำให้เราพลาดสิ่งดีๆก็เป็นได้ เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวเมืองรอง ใครว่าจังหวัดเงียบๆเหล่านั้นไม่มีอะไร ลองเข้าไปทำความรู้จักมันก่อนดีมั้ยแล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง

ทริปนี้เราหวังว่าเราจะสามารถทำให้ใครสักคนอยากจะมาทำความรู้จักเมืองรองอย่างพัทลุง แล้วอย่าลืมหยิบ GoPro HERO7 Black มาสร้างมุมมองที่แตกต่างของเราเองนะ

Review : Tooktrip Exclusive 20″

ปีนี้เป็นปีที่เราเดินทางเยอะมากกกกกกกกก และทริปส่วนใหญ่ก็ไปไม่นาน 3-5 วัน เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ต้องมองหากระเป๋าเดินทางขนาดที่ไม่เล็กแต่ไม่ใหญ่ น้ำหนักเบา แข็งแรง และที่สำคัญต้องสวยด้วย

จากทริปล่าสุดที่เราเดินทางไปฮ่องกง 2 วัน 1 คืน เลยได้โอกาสเอากระเป๋าเดินทางใบใหม่จากแบรนด์ TOOKTRIP ขนาด 20″ ไปทดลองใช้

 ทริปนี้เราเดินทางด้วยสายการบินที่สามารถโหลดกระเป๋าได้ฟรี เลยได้โอกาสส่งกระเป๋า Tooktrip Exclusive 20″ ไปทดสอบความทนทานซะหน่อย 

ด้วยเจ้ากระเป๋า Tooktrip Exclusive 20″  ทำจากวัสดุเกรด Premium PC 100% มีความแข็งแรง ยืดหยุ่นสูง ทนแรงกระแทก ทนต่อความร้อน ทนความเย็น ไม่กรอบและแตกง่าย ทำให้กระเป๋าใบนี้สอบผ่านมาถึงปลายทางฮ่องกงอย่างปลอดภัย 

Tooktrip Exclusive 20″ ยังมีผิวกระเป๋าที่ป้องกันรอยขีดข่วน ลดรอยได้ถึง 50% (Anti Scratch) ซึ่งนั้นแปลว่าเจ้ากระเป๋าใบนี้เหมาะกับนักเดินทางที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อยสักเท่าไหร่แบบเรา 

Tooktrip Exclusive 20″ ทำล้อออกมาได้ดีมากกก ล้อทั้ง 4 ล้อนั้น ลื่นลากสะดวกมากๆๆ เพราะทริปนี้เราต้องลากเจ้ากระเป๋าเดินทางใบนี้ไปยัง Hong Kong Disneyland ด้วยล้อที่ดีทำให้กระเป่าใบนี้เป็นสัมภาระ ที่ไม่เปลี่ยนไปเป็น “ภาระ” ของเรา

และแน่นอนเจ้ากระเป๋าใบนี้มาพร้อมกับระบบตัวล็อก TSA LOCK มาตรฐานอเมริกา ผ่านได้ทุกสนามบินแน่นอน 

และคุณสมบัติที่ทำให้เรารักกระเป๋าใบนี้ เพราะกระเป๋า Tooktrip Exclusive 20″ มีโครงอลูมิเนียมรอบตัวกระเป๋า ช่วยป้องกันเวลาที่เรานั่ง มันจะไม่แตกกกกกกกกก 

เรารักกระเป๋าใบนี้ เพราะมันนั่งด้ายยยยยยยยยยยยยยยยยย 

ส่วนภายในกระเป๋า Tooktrip Exclusive 20″ ทำทั้งสองฝั่งเก็บของออกมาได้ดี ความลึกแบบที่เราสามารถเก็บรองเท้าปีนเขาได้เลย  ยังมีส่วนของช่องเก็บของ ช่องเล็กๆออกมาค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว โดยทำเป็นแผงจัดระเบียบที่เราสามารถแกะออกได้ ถ้าจะใช้ก็เกี่ยวกับตะขอกลับเข้าไป แบบเดียวกันทั้ง 2 ฝั่ง 

และทริปนี้เราเลยได้เอา Family Traveller Set ไปใช้ด้วยนะ เราขอเรียกมันว่า “เซตกระเป๋าระเบียบ” เพราะกระเป๋าพวกนี้ช่วยให้จัดการให้ของเราอยู่อย่างมีระเรียบ 

ด้วย Family Traveller Set ประกอบด้วยกระเป๋าน้อย-ใหญ่ ถึง 8 ใบ ครอบคลุมทุกการใช้งาน ตั้งแต่เสื้อผ้า ชุดชั้นใน เครื่องสำอางค์ อุปกรณ์ทำผม สายชาตแบตกล้องต่างๆ รวมไปถึงรองเท้าอีกด้วย 

มีเจ้าเซตนี้ชีวิตการเดินทางง่ายขึ้นเยอะ เพราะมันช่วยให้เราเก็บกระเป๋าได้ง่ายมาก ไม่เสียเวลาในการยัดสิ่งต่างๆเข้าไปในกระเป๋าเดินทาง 

ซึ่งเราว่าใครกำลังมองหากระเป๋าเดินทางดีๆสักใบ เจ้ากระเป๋า Tooktrip Exclusive 20″ เป็นตัวเลือกที่ดีมากทีเดียวเลยค่ะ เพราะด้วยคุณสมบัติทุกอย่างที่เราบอกไป ตอนนี้กระเป๋าใบนี้กลายเป็นกระเป๋าคู่ใจของเราไปแล้ว 

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระเป๋า Tooktrip 

Facebook : https://www.facebook.com/tooktripstore/

Instagram : tooktrip.store

Line id : @Tooktrip.store 

ขอขอบคุณ Tooktrip Store ที่ร่วมหนีเที่ยวไปพร้อมกัน 

HADARA กระเป๋าสุขภาพเพื่อนักเดินทาง

“จะเลือกกระเป๋าสักใบ ควรเลือกที่ช่วยเซฟร่างกายเราด้วย”

_๑๘๑๐๒๘_0239

ทริปล่าสุดเราเดินทางไป Trekking ที่ประเทศจีนมาค่ะ ทริปนี้เราจะไปเทรคที่โตรกเสือกระโจน  Tiger Leaping Gorge เป็นการ Trekking ครั้งแรกของปีนี้ด้วยนะ

ทริปนี้เป็นการเทรคที่เราต้องข้ามเขาสูงประมาณ 3 ลูก เส้นทางยาวประมาณ 24 กิโลเมตร ความพิเศษของเส้นทางนี้คือตลอดระยะเวลาที่เราเดินเทรคจะมีภูเขาหิมะอยู่เป็นเพื่อนเราไปตลอดทาง

งานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0220 (2).jpg

เส้นทาง Tiger Leaping Gorge เป็นเส้นทางที่ไม่มีไกด์ ไม่มีลูกหาบ เราต้องเดินเอง แบกของเองทุกอย่าง ดังนั้นทริปนี้เราจึงมองหากระเป๋าที่จุของได้พอดี ไม่เล็กและไม่ใหญ่เกิน เพราะหากเราเอากระเป๋าใบใหญ่เกินไป เราก็จะเอาของไปเยอะเกินจำเป็น และที่สำคัญที่สุดคืออออออออออออ ต้องช่วยให้เราไม่ปวดหลัง ปวดบ่า

งานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0207.jpg

เราเลยได้รู้จักกับกระเป๋าแบรนด์ HADARA แบรนด์กระเป๋าที่เติบโตมาจากอุปกรณ์จัดเก็บสไตล์ญี่ปุ่น HAKO บริษัทฮาโกะ สโตร์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งทาง HADARA ได้เป็นพาร์ทเนอร์กับโรงงานผู้ผลิต ทำให้เรามั่นใจเรื่องมาตรฐานและคุณภาพได้แน่นอนค่ะ

HADARA Healthy Bag เป็นกระเป๋าที่ออกแบบมาถนอมสุขภาพของเราและบ่าของเรา ตัวกระเป๋าออกแบบมาให้ตัวกระเป๋ามีน้ำหนักเบาาาาา จุได้เยอะ มีช่องเยอะ เหมาะกับการใช้งานจริง

งานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0240.jpg

ทริปนี้เราเลยได้มีโอกาสเอากระเป๋า HADARA รุ่น Chapter 49 ไปทดลองใช้ที่ประเทศจีนในทริปนี้กัน

ทริปนี้เราเดินทางไปจีนทั้งหมด 4 วัน แต่จะไปเดินเทรคบนเขาใช้เวลา 3 วัน 2 คืน ทำให้ทริปนี้เราจะต้องพึ่ง เจ้ากระเป๋า HADARA ใบนี้เป็นหลัก

_๑๘๑๐๒๘_0206

กระเป๋า HADARA รุ่น Chapter 49 ตัวกระเป๋าผลิตจากผ้า YL เป็นไนล่อนผสมโพลีเอสเตอร์ ทำให้เนื้อสัมผัสของกระเป๋านิ่ม เงา สวย ทนทาน และน้ำหนักเบา !  ซึ่งในส่วนของตัวเนื้อผ้า YL จะกันน้ำได้ประมาณ 80% คืออออออ ถ้าเป็นหยดน้ำส่วนมากก็จะไหลออก แต่ถ้ามีน้ำเกาะก็จะแห่งเร็ว

เราชอบคุณสมบัติข้อนี้ของกระเป๋านะ เพราะกระเป๋าน้ำหนักเบาเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ แล้วถ้ากระเป๋าใบนั้นสามารถดูแลตัวมันเองได้ เราก็จะหายห่วงไปเยอะค่ะ หลายๆครั้งเรามักจะใส่เอกสารสำคัญเอาไว้หรือเป็นเลนส์กล้อง หากตัวกระเป๋ากันน้ำได้มันก็ช่วยให้เราสบายใจทุกครั้งที่ใช้งาน

งานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0241.jpg

ภายในของกระเป๋า HADARA รุ่น Chapter 49 ตัวช่องใหญ่สุดมีผ้าซับในที่แห้งเร็วเหมือนกันนะ แล้วตัวช่องใหญ่สุดนะคะ จะแบ่งออกมาเป็น 3 ฟังชั่น

  1. ช่องสำหรับใส่โน้ตบุ๊ค แต่ด้วยตัวกระเป๋าที่ขนาดไม่ใหญ่มากเราว่า ช่องนี้เหมาะกับการใส่โน้ตบุ๊คพกพาอันเล็กๆ หรือ ไอแพด มากกว่า แต่ช่องนี้สำหรับเราๆใช้สำหรับใส่เลนส์กล้องและกล้องตัวอื่นๆที่ไม่ได้ใช้ เพราะด้วยการออกแบบมาให้เราใส่โน้ตบุ๊ค ทางแบรนด์จึงทำมาให้ช่วยเรื่องกันกระแทก ซึ่งทำออกมาได้ดีเลยค่ะ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0223.jpg

2. ช่องซิปด้านใน ช่องนี้ทางแบรนด์ทำออกมากว้างพอสมควรเลยค่ะ ช่องนี้เราเอาไว้ใส่กระเป๋าตังค์ หรือทรัพย์สินที่สำคัญหน่อยค่ะ

3. ช่องที่ซอยออกมาเป็น 3 ช่อง อันนี้คือเราว่าทางแบรนด์ HADARA ใส่ใจกับคนใช้งานแบบเรามากเลยนะ ออกแบบมาได้ละเอียดมากกกกกกกกกกกกกกกก ช่องนี้เราเอาไว้ใส่แป้งพัฟค่ะ เพราะมันหยิบใช้สอยง่าย

งานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0224.jpg

ต่อมาเป็นส่วนของด้านหน้ากระเป๋าที่เป็นช่องซิปยาวทางแบรนด์ออกแบบมาเป็น 2 ช่อง 2 ฟังชั่นในการใช้งาน

  1. ช่องแรกเป็นช่องเล็ก ช่องนี้เราเอาไว้ใส่พวกยาดม คือเป็นจำพวกยาเราใส่ไว้ช่องนี้ทั้งหมดเลยค่ะ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0228.jpg

2. ช่องถัดขึ้นมาเป็นช่องที่ใหญ่ขึ้น เป็นช่องที่เราชอบมากกกกกกกกกก ช่องนี้ทางแบรนด์ทำออกมาค่อนข้างกว้างดีเลยค่ะ เราใช้ใส่ทั้งเอกสารที่พับเอาไว้ ใส่ซองของใช้ต่างๆ และที่สำคัญเรามักจะใส่พาสปอร์ตเวลาที่จะหยิบใช้มันสะดวกมากค่ะ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0227.jpgงานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0213.jpg

มาถึงช่องซิป 2 ช่องขนาดเล็ก และอีก 2ช่องขนาดเล็กที่อยู่ด้านหน้า ส่วนนี้แบรนด์ทำออกมาได้ละเอียดมากกกกกก

1.ตัวซิปที่อยู่ด้านข้าง ช่องนี้กว้างพอสมควรเลยค่ะ ช่องนี้สำหรับเราคือเอาไว้ใส่พาวเวอร์แบงค์นะ มันหาง่ายเวลาที่เราต้องการจะใช้งาน

2. ตัวซิปที่อยู่ด้านหน้า แต่ช่องนี้ทางแบรนด์ทำขนาดมาค่อยข้างสั้น ซึ่งเราได้สอบถามไปยังแบรนด์ว่าทำไม ส่วนของช่องนี้มันสั้นจัง ทางแบรนด์ให้คำตอบว่าช่องนี้เอาไว้สำหรับยาต่างๆ และเหตุที่ทำออกมาสั้นเพราะว่า จะได้ล้วงมือเข้า-ออกง่าย หากทำให้ลึกเกินไปอาจจะทำให้มือติดได้

เห่ยยยยยยยยยยยย ใส่ใจกันขนาดนี้เลย !!

3. ช่องหน้าที่ไม่มีซิป คือ เราเอาไว้ใส่เสื้อกันฝนช่องละ 2 ตัวคือ จุมากกกกกกกกกกกก

_๑๘๑๐๒๘_0243งานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0215.jpg

ส่วนของช่องที่สำหรับใส่ขวดน้ำ คือเราชอบมากกกกกกกกกกกเลยช่องนี้อ่ะ คือทางแบรนด์ทำออกมาได้ดีเลยค่ะ เพราะทางแบรนด์ทำให้ช่องนี้มันยืดได้ นั่นแสดงว่าเราจะใส่ขวดขนาดใหญ่และขนาดเล็กมันก็จะรัดได้พอดี

งานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0226.jpgงานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0242.jpg

และช่องสุดท้ายคือช่องซิปด้านหลัง ช่องนี้บางครั้งเราจะเอาไว้ใส่พาสปอร์ตหรือเอกสารสำคัญค่ะ

_๑๘๑๐๒๘_0212

และสิ่งสำคัญที่สุดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ที่ทำให้เราชอบกระเป๋าจาก HADARA คือสายสะพายของกระเป๋า เป็นสายที่บุไว้อย่างดีมาก นุ่มไหล ไม่กดทับบริเวณบ่า สะพายนานแค่ไหนก็ไม่เมื่อย

คืออออออออออ เราขอคอนเฟิร์มข้อนี้เลยค่ะ ว่าใส่ของเต็มกระเป๋าแบบเรา สะพายตลอด 3 วันก็ไม่เมื่อยหรือปวดบ่าและหลังเลยนะ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0210.jpgงานรีวิวสินค้า_๑๘๑๐๒๘_0238.jpg

กระเป๋า HADARA รุ่น Chapter 49 ขนาด กว้าง 26 cm สูง 38 cm ลึก 10 cm ส่วนตัวเราว่าเป็นขนาดที่กำลังดี ไม่ใหญ่และเล็กเกินไป ที่สำคัญมันจุของได้เยอะเกินตัวเลยนะ

รุ่นนี้มีทั้ง 4 สี ได้แก่ น้ำตาล เทาอ่อน บรอนซ์ และสีแดงแบบที่เราใช้

_๑๘๑๐๒๘_0211

ส่วนตัวเราชอบเจ้ากระเป๋า HADARA รุ่น Chapter 49 เพราะว่าใบนี้มันไม่ได้เป็นแค่กระเป๋าสัมภาระ แต่มันคือเพื่อนร่วมทางที่ดีมากๆๆของเราเลยค่ะ ใช้เป็นพร็อบถ่ายรูปก็ดูเก๋ ใส่ของก็ได้เยอะ และช่วยถนอมสุขภาพบ่าด้วย

PA212839 (1).jpg

ใครกำลังมองหากระเป๋าเป้ใบใหม่ ที่รูปลักษณ์ภายนอกสวยงาม สีสันสดใส จุของได้เยอะ และที่สำคัญช่วยถนอมสุขภาพของตัวเราด้วย ไม่เมื่อยบ่า ไม่ปวดหลังแน่นอน เราแนะนำกระเป๋า HADARA รุ่น Chapter 49 กระเป๋าที่รู้ใจนักเดินทางแบบเรา

_๑๘๑๐๒๘_0214

หากต้องการสั่งซื้อกระเป๋า HADARA รุ่น Chapter 49

สามารถคลิ้กได้ที่ https://www.hadarahako.com/category/7695/chapter-49

_๑๘๑๐๒๘_0218

สนใจกระเป๋า HADARA สามารถเข้าไปดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hadarahako.com/หรือ  https://www.facebook.com/HadaraHako/

Line id : @hadarahako

Tel : 02-816-8856

หรืออยากไปดูสินค้าด้วยตัวเองสามารถไปได้ที่

สาขาที่ 1 : หน้าร้าน Hadara Shop ศูนย์การค้าสยาม สแควร์วัน ชั้น 2 (BTS สยาม ทางออก 4)
สาขาที่ 2 : หน้าร้าน Hadara Kiosk ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า บางนา ชั้น 2 (ตรงข้าม H&M เยื้องๆกับ Starbucks)
สาขาที่ 3: หน้าร้าน Hadara Outlet ศูนย์การค้า The Up พระราม 3 ชั้น 2 (ติดร้าน Sushi Hiro)

_๑๘๑๐๒๘_0229

” สุดท้ายขอขอบคุณกระเป๋า HADARA ที่ร่วมหนีเที่ยวไปพร้อมกับบันทึกนักหนีเที่ยว “

_๑๘๑๐๒๘_0209

Review : (คลิป) พา NAKIE หนีเที่ยวอินเดีย

ทริปอินเดียที่ผ่านมาเราเอา NAKIE หนีเที่ยวด้วยกันมาอีกแล้วค่ะ

ซึ่งตอนไปเลห์ ลาดัก เราเคยรีวิว NAKIE ฉบับเขียนไว้อย่างละเอียดแล้ว สามารถกดลิงค์เข้าไปอ่านได้เลย https://wp.me/p8RAsl-WX

คราวนี้เอาใจคนขี้เกียจอ่าน เลยขอทำคลิปมาฝาก และคลิปนี้เราให้เพื่อนคนที่ไม่เคยใช้กางเกงในใส่แล้วทิ้งมาก่อน ได้ทดลองใส่ อยากรู้เป็นไง ต้องดูจ้าาาาาาาาาาา

คนสะโพกใหญ่ แต่อยากใส่ NAKIE แนะนำต้องดู !!! 

ช่องทางการสั่งซื้อกางเกงใน NAKIE ได้ที่ 

1.สั่งซื้อออนไลน์ผ่านเว็บไซด์ของเรา คลิกที่นี่ค่ะ (จ่ายด้วยบัตรเครดิต หรือ Paypal ได้ค่ะ)  

2. สั่งซื้อผ่าน LINE หรือ FB inbox แล้วโอนเงิน แอดเราได้ที่@nakiethai

3. ซื้อผ่านร้านบู๊ทส์ (Boots) บริเวณชั้นวางสินค้าเดินทาง หาสาขาใกล้บ้านได้ที่นี่

สุดท้ายนี้ก็ต้องขอบคุณทาง NAKIE ที่ร่วมออกเดินทางไปกับบันทึกนักหนีเที่ยว

Review : Road Trip With Haup Car

“จะเดินทางให้สนุก มันอยู่ที่ระหว่างทางและยานพาหนะ”

_๑๘๐๙๒๑_0002

 

การเดินทางทริปล่าสุดเราได้มีโอกาสขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด เป็นการกลับมาขับรถเที่ยวด้วยตัวเองครั้งแรกตั้งแต่เริ่มทำเพจบันทึกนักหนีเที่ยวมา แต่สมัยตอนที่เรียนเราเป็นคนชอบขับรถออกไปต่างจังหวัดมากๆเลยนะ

ทริปนี้เรามีโอกาสได้ทดลองใช้รถจาก Haup Car ขับไปเที่ยวสุโขทัยกันค่ะ เลยอยากเอาประสบการณ์ที่ได้ทดลองใช้รถ Haup มารีวิวเกี่ยวกับการเช่ารถเที่ยวที่ง่ายและสะดวกสบายมากๆ

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๑_0003.jpg

ขอเราเล่าประสบการณ์การใช้ Haup Car แบบบันทึกนักหนีเที่ยวนะ

Haup Car คืออะไร ???

Haup Car คือ Car Sharing เจ้าแรกของเมืองไทย เป็นการอำนวยความสะดวกให้เราสามารถเช่ารถได้ตั้งแต่ 30 นาที ไปจนถึง 7 วันเลยนะ

Haup Car คือบริษัทเช่ารถที่เราสามารถทำทุกอย่างบน Application ได้เลย เราไม่ได้เจอพนักงาน ไม่ต้องรอถ่ายสำเนาใบขับขี่ ไม่ต้องรอล็อควงเงินประกันจากบัตรเครดิต ไม่ต้องตรวจรอยรอบคัน และที่ว้าวมากกก คือไม่ต้องเติมน้ำมันคืนนนนน ชอบตรงนี้มากกกกกกกกกกก

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๑_0004.jpg

วิธีการจองรถ

1.เราต้องไปโหลด App : Haup Car >> http://bit.ly/JustHaupFB 

2.ทำการลงทะเบียน ด้วยการกรอก ชื่อ -นามสกุล / เมล / ถ่ายรูปหน้า-หลังบัตรประชาชนและใบขับขี่ด้วยนะ

3.จากนั้นก็รอให้ทางทีมงาน Haup Car อนุมัติบัญชีผู้ใช้ของเราค่ะ

4.จากนั้นก็ถึงเวลาที่เราจะค้นหาจุดจอดรถของ Haup Car โดยเราสามารถพิมพ์ Location ที่เราอยู่เพื่อเช็คจุดจอดรถของ Haup Car ได้เลยค่ะ

Haup Car มีจุดจอดรถเยอะมากกกกกกกกกกกกกกก มากถึง100 กว่าจุดใน กทม แถมมีที่เชียงใหม่ และภูเก็ตด้วยนะ และขอบอกว่า Haup Car เอาใจคนเมืองและนักศึกษามากๆๆนะ เพราะจุดจอดรถส่วนใหญ่คืออยู่ในเมืองเลย ตามคอนโด หรือ ใกล้มหาลัยเลยนะ ดีอ่ะ ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๑_0005.jpg_๑๘๐๙๒๑_0006

6.หลังจากที่เลือกจุดจอดรถได้แล้ว ก็ให้เราคลิ๊กที่จุด Location ที่เราสะดวกจะไปรับรถ

ส่วนตัวเราเลือกไปรับรถที่ BU-Greenish คือจุดจอดรถที่อยู่ในซอยรังสิตภิรมย์ใกล้ ม.กรุงเทพ สาขารังสิต

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๑_0008.jpg_๑๘๐๙๒๑_0007

7.แล้วก็ทำการกรอก วัน-เวลา สำหรับรับรถและคืนรถลงไปค่ะ app จะคำนวณค่าใช้จ่ายในการเช่ารถให้เรา โดยเราสามารถเลือกรับ – คืน รถเวลาไหนก็ได้ตลอด 24 ชม. ค่ะ

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๑_0009.jpg

8.เลือกรถที่เราจะทำการจอง โดยการที่เราจะดูว่ารถว่างหรือไม่ ให้สังเกตคำว่า Reserve สีฟ้าๆนะคะ จากนั้นก็ให้กดจอง ระบบจะคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เราค่ะ

โดยเรทราคาการเช่ารถของ Haup Car จะอยู่ที่ 1109 บาท/วัน หรือ139 บาท/ชั่วโมง + 5.9 ต่อกิโลเมตร ซึ่ง app จะคำนวณราคาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั้งหมดให้เราค่ะ

ราคาที่เราจ่ายไปนี้จะรวมค่าน้ำมันที่เราใช้ไปด้วย รวมค่าประกันต่างๆเกี่ยวกับการใช้รถด้วยนะ

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๑_0010.jpgสุโขทัย_๑๘๐๙๒๑_0012.jpg

9. จากนั้นให้เรากรอกข้อมูลบัตรเครดิต หรือ เดบิท ก็ได้นะ app จะหักเงินสำหรับค่าเช่ารถไปก่อน แต่ยังไม่หักเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายกิโลเมตรที่ใช้ไปนะ

Haup Car จะไม่ล็อควงเงินสำหรับการมัดจำด้วยนะคะ ดีอ่ะ เนอะ

เท่านี้การจองรถกับ Haup Car ก็เรียบร้อยแล้วค้าาาาาา

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๑_0014.jpg

รับรถ Haup Car 

เราลงเวลาสำหรับรับรถไว้ตอน 6.30 เช้าที่จุดจอดรถ BU-Greenish

P9152269.jpg

โดยเราสามารถรับรถ ได้ก่อนเวลาที่เรากรอกเอาไว้ประมาณ 30 นาทีค่ะ โดยการรับรถก็ง่ายๆค่ะ ทำทุกอย่างผ่าน app ได้เลยนะ

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๑_0013.jpg

วิธีคือ ให้เราเข้าไปที่ App : Haup Car แล้วระบบจะแจ้งเตือนเกี่ยวกับระยะเวลาที่เราจะรับรถได้ เมื่อถึงเวลาตามที่ระบบแจ้งแล้ว เราสามารถกด Check -in จาก app ได้เลยค่ะ จากนั้นเราจะสามารถกด Unlock จาก app เหมือนเดิม เท่านี้เราก็จะสามารถเปิดรถได้แล้วนะ

ง่ายมากกกกกกเว่ออออออออออออออออออออ

เท่านี้ก็เริ่มทริปกันได้แล้ววววววววววววววววว

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๑_0016.jpg

 

สภาพรถ

เชื่อว่าหลายคนต้องสงสัยว่า เอ๊ะ การที่ไม่มีพนังงานรับ-คืนรถ สภาพรถจะโอเคแค่ไหน เราได้สอบถามไปยัง Haup Car ถึงข้อสงสัยนี้เหมือนกันค่ะ ได้ข้อมูลมาว่า ถึงแม้เราจะไม่ได้เจอพนังงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคนรถดูแล เพราะก่อนที่จะถึงเวลาที่เราจองรถไว้ จะมีพนักงานของ Haup Car มาทำการตรวจเช็ครถให้เราก่อนค่ะ เมื่อถึงเวลาที่จองก็สามารถรับรถออกไปขับได้เลย

โดยจากประสบการณ์ที่เราได้ทดลองใช้มาแล้ว ขอบอกว่าสภาพรถค่อนข้างเรียบร้อยเลยค่ะ ไม่ถึงกับสภาพกริ๊บ แต่โดยรวมถือว่าดีมากกกกกกกก

P9152282.jpgOLYMPUS DIGITAL CAMERAOLYMPUS DIGITAL CAMERA

การเติมน้ำมัน 

ด้วยจุดเด่นของ Haup Car คือราคาค่าบริการรวมค่าน้ำมันอยู่แล้ว และเมื่อเราเอารถไปคืนเราก็ไม่ต้องเติมเต็มถังแบบการเช่ารถทั่วไป

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๑_0017.jpg

จากประสบการณ์ส่วนตัว อันนี้เรามองว่าเป็นข้อดีนะ คือเราเคยเช่ารถมาหลายจังหวัดแล้ว และก็หลายครั้งที่เราลืมเติมน้ำมันคืน แล้วเมื่อเราเอารถมาคืนทางผู้เช่าคิดราคาค่าน้ำมันต่อลิตรแพงมากกกกกกกกกก คือแพงงงง แบบรู้สึกแย่ไปเลยอ่ะ

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๑_0018.jpg

วิธีการเติมน้ำมันของ Haup Car คือทาง Haup Car จะมีบัตรสำหรับเติมน้ำมันที่ ปตท. ใส่ไว้ให้ในรถ แล้วบัตรจะบอกว่าใช้เติมน้ำมันรถเลขทะเบียนไหน (เท่านั้น) เมื่อถึงปั้มเราก็แค่ยื่นบัตรนี้ให้พนักงานปั้ม แล้วก็เซ็นชื่อเหมือนเราใช้บัตรเครดิต หรือ เดบิท ปกติเลย เท่านี้ก็มีน้ำมันใช้ตลอดการเดินทางแล้ว 

IMG_0858.jpgIMG_0852.jpg

ความจุของรถและการใช้งาน

การเดินทางครั้งนี้เราเลือกเป็นรถนิสสัน จู๊ค (ปกติไม่ค่อยเจอบริษัทรถเช่าเอารถรุ่นนี้มาใช้สักเท่าไหร่นะ) เพราะเราจะขับรถไปต่างจังหวัดขึ้นเขาลงห้วยด้วยนะ แล้วรถของ Haup ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเลยค่ะ นิสสัน จู๊ค ลุย เท่ห์ แถมจุสัมภาระของเราได้ดีมากเลยนะ และสำคัญสุดคือ ประหยัดน้ำมันด้วยนะ

ใครจะออกต่างจังหวัดแนะนำรถรุ่นนี้เลยค่ะ

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๒_0021.jpgสุโขทัย_๑๘๐๙๒๒_0022.jpg

ส่วนการใช้รถกับทาง Haup Car นั้นเราไม่จำเป็นต้องมีกุญแจรถเลยค่ะ แค่ใช้ App : Haup Car ในการ Lock – Unlock รถ สะดวกสบายมากกกกกกกกกกกก อันนี้ส่วนตัวเราชอบนะมันง่ายดี

และใน app เดียวกันก็สามารถเช็คเวลาที่เหลือจนกว่าจะคืนรถได้ค่ะ โดยให้สังเกตที่แท็ปสีฟ้า Reservation Ends In (เวลา) คือ app เดียวทำได้ทุกอย่างเลย

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๒_0023.jpg

Road Trip With Haup Car

การเดินทางทริปสุโขทัย เป็นทริปที่ไม่มีอะไรเป็นไปตามแพลนที่วางไว้เลย เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแพลน เปลี่ยนจุดหมาย เปลี่ยนที่นอน แต่ยังโชคดีที่เราเลือกขับรถไปเองค่ะ มันเลยสะดวกเมื่อมีอะไรที่เราไม่คาดคิดเกิดขึ้น เราอยากจะหยุดที่ไหนก็ได้ อยากจะนอนแวะที่ไหนนานๆก็ไม่มีปัญหา มันคือข้อดีของการขับรถออกไปเที่ยวเองนะ

_๑๘๐๙๒๒_0027

จากความผิดหวังที่เกิดขึ้น เราเลยใช้เวลาขับรถเล่นไปเรื่อยๆ และมันทำให้เราได้เจอวิวที่สวยมากๆ เป็นวิวที่สวยมากกกกก เป็นความสวยที่ธรรมดาแต่ทำให้เราหลงรักการเดินทางมากขึ้นไปอีกหลายเท่า วิวที่เราไปเจอไม่ใช่เส้นทางหลักของนักท่องเที่ยว โชคดีที่เราเลือกขับรถไปเอง เราจึงได้เจอความสวยงามที่แอบอยู่ในชนบทของสุโขทัย

_๑๘๐๙๒๒_0024

ทริปนี้เราใช้รถของ Haup Car เป็นทุกอย่างให้เราจริงๆ ไม่ว่าเป็นยานพาหนะคู่ใจในการเดินทาง เป็นสถานที่นั่งปิกนิกนั่งกินขนมพร้อมชมวิวทุ่งนาสวยๆ หรือจะจอดถ่ายรูปเล่นข้างทาง เราก็สามารถทำทุกอย่างได้อย่างที่ใจอยากทำ

สุโขทัย_๑๘๐๙๒๒_0026.jpgสุโขทัย_๑๘๐๙๒๒_0029.jpg

การเดินทางที่ขับรถไปเองมันก็สนุกประมาณนี้

 

หากใครอยากขับรถเที่ยวด้วยตัวเองดูสักครั้ง แต่ไม่มีรถของตัวเอง Haup Car เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆๆ ให้นักหนีเที่ยวแบบเราได้ออกเดินทาง

_๑๘๐๙๒๒_0020


ขอบคุณ Haup Car ที่ร่วมออกเดินทางไปกับบันทึกนักหนีเที่ยว 

_๑๘๐๙๒๒_0028

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

Tel : 02-107-3795

Line id : @haup 

Instagram : haupcar

Mali :   info@haupcar.com

Web : https://www.haupcar.com/

 

 

Review : anello “Repellency Mouthpiece Backpack”

ถึงแม้จะเป็นคนลุยๆ ชอบเดินทาง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ชอบของสวยงามนะ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๑๕_0184.jpg

ทริปล่าสุดเราหนีเที่ยวย่างกุ้ง ประเทศพม่า มาค่ะ ด้วยเราเดินทางช่วงสิงหาคม ซึ่งตรงกับช่วงหน้าฝนของพม่าพอดีก่อนไปเราเลยมองหากระเป๋าที่มีคุณสมบัติกันน้ำได้ เพื่อช่วยให้ของสำคัญๆของเราปลอดภัยเมื่อฝนเทลงมา

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๑๕_0185.jpg

การเดินทางคราวนี้เราก็เลยมีโอกาสเอากระเป๋า anello รุ่น “Repellency Mouthpiece Backpack” ไปทดลองใช้ที่ย่างกุ้ง ประเทศพม่ากันค่ะ อยากรู้เหมือนกันว่า anello จะทำกระเป๋ารุ่นใหม่ออกมาได้ดีขนาดไหน

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๑๖_0186.jpg

หากใครติดตามบันทึกนักหนีเที่ยวมาก่อน จะรู้ว่าเราเคยรีวิวกระเป๋า anello ไว้แล้วก็คือรุ่น water resistant หรือตามไปอ่านรีวิวได้ที่ https://wp.me/p8RAsl-15x

ส่วนทริปนี้เราขอเอากระเป๋า anello รุ่น Repellency Mouthpiece  Backpackไปทดลองใช้ที่ย่างกุ้งกันค่ะ รุ่นนี้ตัวกระเป๋าผลิตจากผ้าไนล่อนที่มีการทอแบบ Twill ทำให้กระเป๋ามีความโดดเด่นมีความเงางามค่ะ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๑๖_0191.jpg

ความพิเศษยังไม่จบ เพราะใบที่เราเอาไปหนีเที่ยวด้วยเป็นกระเป๋าสี Lavender ซึ่งมันมีขายเฉพาะ anello ประเทศไทยเท่านั้น  แล้วคือสีมันน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกก คือมันมไม่หวานแหว่วมากเกินไป แต่เป็นความหวานแบบเก๋ๆ คือดีมากกกกกกกอ่ะ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๑๖_0189.jpg

การที่เราเคยใช้กระเป๋า anello มาแล้วหลายรุ่น จะบอกว่ารุ่นนี้เซอร์ไพร์มากกกก เพราะทาง anello ดีไซน์ช่องด้านหน้าของกระเป๋าให้กว้าง(สูง)ขึ้น คือมันดีมากกกกกกกกกกกก เพราะเราสามารถใส่ของได้เยอะมากค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าถ้าใส่อะไรเยอะๆแล้วรีบหยิบของออกมา จะทำให้ของอื่นในช่องเดียวกันหล่น

คือเราชอบช่องหน้าของกระเป๋ารุ่นนี้มากค่ะ รู้เลยว่า anello ทำมาเอาใจคนเดินทางมากขึ้นนะ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๑๖_0193.jpg_๑๘๐๘๑๖_0194งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๑๖_0192.jpg

อย่างที่สองคือส่วนของซิป เป็นแบบซ่อนซิปไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะซึมผ่าน ของในกระเป๋าปลอดภัยแน่นอนค่ะ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๑๖_0195.jpg_๑๘๐๘๑๖_0196

ส่วนช่องข้างของกระเป๋า เราชอบดีไซน์ของ anello ที่ออกแบบส่วนนี้มาดีมาก ค่อนข้างลึก ช่องนี้คือสำคัญมากสำหรับนักเดินทางแบบเรา เพราะมันเอาไว้ใส่ขวดน้ำ เวลาเราสะพายหลัง แล้วหยิบขวดน้ำออกมาหรือใส่กลับไปก็สามารถทำได้เลย ไม่ต้องปลดกระเป๋าออกจากหลัง

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๑๖_0197.jpg

อีกส่วนที่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ anello ใส่ลงไปในรุ่น “Repellency Mouthpiece Rucksack” ก็คือตัวกระดุมรัดสายด้านบน รุ่นนี้ทำออกมาเป็นหนังสังเคราะห์ เก๋มากค่ะ ชอบ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๑๗_0199.jpg

อีกส่วนที่เรายัง งงๆ ตั้งแต่รุ่นที่แล้วคือ ตัวกระเป๋าหน้าจะมีช่องที่มีกาวตีนตุ๊กแกติดอยู่ด้วย ส่วนนี้เราว่าเหมาะสำหรับไว้แอบเอกสารสำคัญหรือแอบตังค์ได้นะ เผื่อใครที่ไปยังพื้นที่เสี่ยงๆก็น่าจะช่วยให้ปลอดภัยอีกระดับนึงได้

_๑๘๐๘๑๖_0190งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๑๗_0198.jpg

ส่วนภายในของรุ่นนี้ทำออกมาเหมือนกับรุ่นที่เราเคยรีวิวไป มีช่องสำหรับเก็บ laptop ไม่ต้องกลัวกระแทก และสายกระเป๋า ที่ทำเหมือนกับที่เราเคยรีวิวไปเหมือนกันค่ะ รุ่นนี้ใส่ฟองน้ำเพื่อให้มันนุ่มขึ้นค่ะ และมีสายสำหรับไว้ช่วยพยุงน้ำหนักเมื่อเราแบกสัมภาระหนักๆด้วยค่ะ

anello คิดเผื่อคนเดินทางแบบเราจริงๆ 

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๒๖_0201.jpg_๑๘๐๘๒๖_0202งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๒๖_0203.jpg

และส่วนที่สำคัญที่สุดของกระเป๋ารุ่น “Repellency Mouthpiece Backpack” คือออออออออออออ มันกันน้ำได้นะ ส่วนตัวเราชอบกระเป๋าที่สวยพร้อมมากับความถึกและทน เพราะว่าเราจะเอาไปใช้งานแบบไหนก็ไหว  และรุ่นนี้คือตัวผ้าไนล่อนด้านนอกจะเปียกน้ำนะคะ แต่น้ำจะไม่ซึมเข้าด้านใน อันนี้เราพิสูจน์มาแล้ว

ทริปย่างกุ้งของเรา ทริปนี้คือเจอฝนทุกวันนนนน หนัก เบา สลับกันไป แต่วันสุดท้ายเราเจอฝนตกหนักเลยค่ะ โชคดีที่เราใช้กระเป๋า anello รุ่น “Repellency Mouthpiece Backpack” เลนส์ที่อยู่ในกระเป๋า 3 ตัวพร้อมกล้องอีก 2 ตัว ปลอดภัยหายห่วงค่ะ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๑๗_0200.jpg

กระเป๋ารุ่นที่เราใช้เป็นขนาด Regula : 17x27x40cm น้ำหนักกระเป๋าเบาและทนต่อการใช้งาน ใบใหญ่ใส่ได้เยอะมาก แล้วอยากจะบอกว่าาาาาาา มันใส่ขาตั้งกล้องแบบพับได้ 4 พับได้ด้วยนะ สุดยอดดดดดดดดด

ส่วนราคานั้นขนาด Regular ราคา 3,490 บาท คุ้มมากกกกกกกกกกกกกกกับการใช้งาน

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๘๑๖_0188.jpg

ใครกำลังมองหากระเป๋าเป้ใบใหม่ ที่รูปลักษณ์ภายนอกสวยงาม สีสันสดใส แถมมาพร้อมกับความถึกและทน กันน้ำได้  สะพายแล้วไม่เมื่อยบ่า จุของได้เยอะมากกกกก เราแนะนำกระเป๋า anello “Repellency Mouthpiece Backpack”

ร่วมสัมผัสประสบการณ์พิเศษ กับ anello water resistant ไอเท็มที่ทุกคนห้ามพลาด ได้แล้ววันนี้ที่ anello official stores ทุกสาขา หรือ คลิ้กลิงค์ anello

สุดท้ายขอขอบคุณ anello ที่ร่วมออกเดินทางไปพร้อมกับบันทึกนักหนีเที่ยว

_๑๘๐๘๑๖_0187

 

Review : พารองเท้า Toms หนีเที่ยวอินเดีย

ถึงแม้บุคลิกเราจะเป็นผู้หญิงลุยๆเวลาเดินทาง แต่อยากจะสารภาพว่าเวลาที่จะต้องจัดกระเป๋าเดินทางแล้วของสิ่งหนึ่งที่เรามักเลือกหยิบไปมากกว่าหนึ่งชิ้นคือ รองเท้า !!!

เราเป็นผู้หญิงที่ลุยๆ แต่ไม่ใช่ว่าไม่ชอบแฟชั่น เราก็เหมือนผู้หญิงทั่วไป ชอบช้อปปิ้ง และอีกสิ่งที่ชอบมากก็คือรองเท้าค่ะ

และทริปอินเดียที่เราเดินทางเมื่อเดือนมิถุนายนนั้น เป็นเดือนที่ร้อนมากกกกกกกกกกกกก มากกกกกกกกกกก และมากกกกกกกกกกกกกก ของอินเดีย อุณหภูมิสูงถึง 45 องศา เมืองไทยบ้านเราเย็นสบายไปเลยค่ะ

ดังนั้นทริปนี้ทำให้เราต้องมองหารองเท้าที่ใส่สบาย ไม่ทะมัดทะแมงแบบรองเท้าผ้าใบจนเกินไป เพราะมันจะร้อน แต่ไม่ไหวที่จะใส่รองเท้าที่เปิดเท้ามากเช่นกัน เพราะมันน่าจะแสบผิวน่าดู ทริปนี้เราเลือกที่จะพารองเท้า Toms ไปตะลุยอินเดียพร้อมกับบันทึกนักหนีเที่ยวค่ะ

_๑๘๐๘๐๓_0165

ทริปนี้เรามีโอกาสได้พารองเท้า Toms รุ่น The Venice Collection ไปทดลองใช้ที่อินเดียมาค่ะ เราเลือกมาสองคู่ คือสี Cherry และ สี Blue เราชอบสีของคอลเลคชั่นนี้มากค่ะ สีพื้นใส่กับเสื้อผ้าได้หลากหลาย

_๑๘๐๘๐๓_0170

ทำไมถึงเลือกพารองเท้า Toms หนีเที่ยวอินเดียด้วย

แต่ละทริปที่เราจะออกเดินทาง รองเท้าเป็นสิ่งสำคัญมากที่เราจะเลือกให้เหมาะกับแต่ละทริป และทริปอินเดียครั้งนี้เราเลือกไปตรงกับช่วงที่เป็นหน้าร้อนของอินเดีย ซึ่งเราไม่อยากใส่รองเท้าผ้าใบ เพราะมันแน่นเกินไป เวลาร้อนมันก็จะอับ เราเลือกที่จะมองหารองเท้าสไตล์ Espadrilles

อย่างที่สองคือการเดินทางครั้งนี้เราเดินทาง 5 วัน 3 เมือง และการเดินทางของเราทั้งหมดไม่มีการซื้อทัวร์จากบริษัทท่องเที่ยวใดๆ ทุกวันต้องลุยเอง แม้แต่การเดินทางข้ามเมือง เราเลือกใช้รถไฟอินเดียแบบคนท้องถิ่น แล้วรองเท้า Toms ช่วยเราได้เยอะมาก เพราะทริปนี้เราใช้กระเป๋า Backpack  เราสามารถยัดๆรองเท้า Toms ลงไปในกระเป๋าแบบไม่ต้องกลัวว่าทรงรองเท้าจะพัง

อีกอย่างเราชอบรองเท้าที่มีความเรียบแต่คลู ดังนั้นรองเท้า Toms จึงเหมาะที่สุดกับการเดินทางครั้งนี้

_๑๘๐๘๐๓_0012

รองเท้า Toms ใส่กับเสื้อผ้าสไตล์ไหนดี ? 

เชื่อว่าหากพูดถึงรองเท้า สไตล์ Espadrilles แบบรองเท้า Toms ต้องมีหลายคนขมวดคิ้วแน่นอนว่า ใส่รองเท้าแบบนี้ต้องแต่งตัวแบบไหนถึงจะเข้ากัน

จริงๆเราว่ารองเท้าสไตล์ Espadrilles ใส่ได้กับเสื้อผ้าทุกแบบทุกแนวนะ ทริปนี้เราเลยขอพิสูจน์ด้วยการเอารองเท้า Toms ไปใส่คู่กับเดรสหลายๆสี และมันก็ออกมาดีกว่าที่คิดไว้ด้วยค่ะ ถึงแม้เราจะใส่เดรสแต่ก็ยังไม่ทิ้งลายความเป็นผู้หญิงแมนๆเอาไว้

Toms ตอบโจทย์ผู้หญิงแบบเรามากกกกกกกกกกกกก

_๑๘๐๘๐๓_0180_0

รองเท้า Toms เหมาะกับการเอาไปเดินเยอะๆจริงหรอ ???

คืออยากจะบอกว่าตลอดทั้งทริปอินเดีย เราเดินเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกก ตั้งแต่วันแรกที่เราจะเดินเที่ยวใน Jodhpur แล้วก็ไปเดินต่อในเมือง Agra แล้วกลับมายังเมือง Jaipur ตลอดทริปเราใช้แค่รองเท้า Toms สองคู่ที่พาไป เดินได้ไม่เมื่อยหรือเจ็บเท้าเพราะรองเท้าเลย คือมันดีมากก ดีจนเราไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะดีขนาดนี้ และที่สำคัญมันถอดง่ายใส่ง่าย อินเดียหลายๆที่เราไปต้องถอดรองเท้าตลอดเลย ทริปนี้รองเท้า Toms ช่วยให้เราสะดวกขึ้นมาก

_๑๘๐๘๐๓_0166India by Fon_๑๘๐๘๐๔_0923 (1).jpg

ความทนทานของรองเท้า Toms 

รองเท้า Toms ทำมาจากผ้าแคนวาส ซึ่งเป็นผ้าที่มีความแข็งแรง ไม่พังง่ายๆ ดังนั้นการที่เราเอามาทริปแมนๆ ลุยๆ มันจึงยิ่งสามารถทดสอบความสามารถของรองเท้าเข้าไปอีก ว่ารองเท้า Toms ทนจริงๆๆนะ

_๑๘๐๘๐๓_0171

รองเท้า Toms ดูแลยากมั้ย

โดยปกติเวลาเราเดินทางไปยังประเทศที่ต้องลุยๆหน่อย เรามักพารองเท้าที่เลอะยากเป็นหลัก เพราะกลับมาจากทริปจะได้ไม่ต้องมาปวดหัวเรื่องการซักรองเท้าอีก แต่ทริปนี้เราสารภาพตามตรงว่าเราไม่ได้คิดถึงข้อนี้ของรองเท้า Toms เลย  และหากใครเคยมาอินเดียตอนหน้าร้อนแบบนี้จะเข้าใจว่าประเทศอินเดียไม่ว่าเมืองไหนก็จะคลุ้งไปด้วยฝุ่นแดงๆ แล้วมันก็ปลิวว่อนอยู่ในอากาศพร้อมที่จะมาเกาะเนื้อตัวเราและเครื่องแต่งกายเราแน่นอนค่ะ

และรองเท้า Toms ของเราที่เอามาทั้งสองคู่ก็โดนฝุ่นจับไปทั่วรองเท้าเลยค่ะ แต่จะให้ซักรองเท้าระหว่างทริปก็ดูเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เราเลยเอากระดาษทิชชู่เปียกที่เอามาจากเมืองไทย เช็ดเจ้ารองเท้า Toms แล้วตั้งทิ้งไว้เลยค่ะ พร้อมกับภาวนาว่าให้รองเท้าสะอาดขึ้นด้วยเถอะนะ เพราะไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันจะสะอาดมั้ย

และะะะะะะะะ รองเท้าของเราก็กลับมาสะอาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เห่ยยยยยยยยยยยยยยยย มันดีอ่ะ มันดูแลง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะเลย ชอบตรงนี้

รูปนี้คือวันที่สองที่เราพารองเท้าไปให้ฝุ่นจับจากสีเชอร์รี่กลายเป็นสีส้มวินเทจซะงั้น_๑๘๐๘๐๓_0168

 ส่วนรูปนี้คือวันที่สามหลังจากที่เราได้เอาทิชชู่เปียกเช็ดรองเท้ามาแล้ว_๑๘๐๘๐๓_0173

รองเท้า Toms รุ่น The Venice Collection มีสีอะไรบ้าง 

รองเท้ารุ่นนี้ Toms ทำสีออกมาเยอะมากก มีทั้งหมด 14 สี เรียกว่าครอบคลุมทุกความชอบของแต่ละคนเลย แถมรุ่นนี้ก็มีไซต์สำหรับผู้ชายด้วยนะคะ

ใครชอบสีอะไร ตรงไปช็อป Toms ไปลองสีที่ใช่สำหรับตัวเองเล้ยยย

_๑๘๐๘๐๒_0164_๑๘๐๘๐๓_0169_๑๘๐๘๐๓_0176_๑๘๐๘๐๓_0179_๑๘๐๘๐๓_0178

สรุปมาสิรองเท้า Toms  ดียังไง 

อย่างที่เราจะได้อธิบายแต่ละหัวข้อไปแล้ว เราเลยจะขอสรุปข้อดีของรองเท้า Toms ออกมาเป็นข้อๆให้ทุกคนได้เข้าใจง่ายๆอีกครั้งนะ

  1. ใครไม่ชอบรองเท้าผ้าใบที่ต้องผูกเชือก ขอแนะนำรองเท้าสไตล์ Espadrilles แบบ Toms สวมเข้า-ถอดออกง่าย
  2. ใครจะเดินทางไปเที่ยวไกลๆลุยๆ แต่ไม่อยากใส่รองเท้าผ้าใบด้วยเหตุผลใดก็ตาม แนะนำ Toms ใส่เดินเยอะยังสบาย ไม่กินพื้นที่กระเป๋าเดินทาง
  3. รองเท้า Toms ให้ลุคที่ดูไม่เป็นผู้หญิงจ๋าจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้แมนเกินร้อย ใครชอบแบบเท่ๆแอบเก๋ๆคือเหมาะมาก
  4. ดูแลง่ายมากกกกกกกกก แค่เอากระดาษทิชชู่เปียกมาลูบ ฝุ่นที่เกาะรองเท้าก็หลุดออกได้ง่ายมาก
  5. มีสีให้เลือกเยอะมากก ใครจะซื้อใส่เป็นคู่กับแฟนก็เหมาะนะ

_๑๘๐๘๐๓_0181


ต้องขอขอบคุณรองเท้า Toms ที่ร่วมออกเดินทางไปพร้อมกับบันทึกนักหนีเที่ยว

สำหรับใครต้องการไปดูสินค้าเพิ่มเติมของรองเท้า Toms สามารถเข้าไปที่ช็อปสาขาต่างๆที่ใกล้บ้านคุณ หรือจะเข้าไปสอบถามโปรโมชั่นพิเศษๆได้ที่ 

https://www.facebook.com/TOMSThailand/

IG : @toms

_๑๘๐๘๐๓_0177

Review : Snow Cover

ทริป Leh Ladakh ที่ผ่านมา เราเลือกเดินทางไป Leh ในช่วงสงกรานต์ ซึ่งตรงกับช่วงปลายฤดูหนาวของ Leh หากเราถามคนท้องถิ่นว่าเดือนเมษายนอากาศหนาวแค่ไหน คนท้องถิ่นคงตอบคุณว่า มันแค่เย็นๆ แต่สำหรับมนุษย์เมืองร้อนแบบเรา มันก็ยังหนาวววววววววววววววว

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๗๑๖_0148.jpg

Leh Ladakh ในช่วงเดือนเมษายน อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ -5 ถึง 5 องศา และด้วย Leh อยู่ในพื้นที่สูงกว่าน้ำทะเลค่อนข้างมาก ทำให้อากาศจะค่อนข้างเย็นกว่าปกติ

ดังนั้นการที่เราจะต้องเดินทางไปยังพื้นที่ๆมีอากาศหนาว เสื้อผ้าที่สามารถป้องกันความหนาวได้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเราเอาเสื้อผ้าที่ไม่สามารถป้องกันความหนาวได้ ทริปที่ควรจะสนุก จะกลายเป็นทริปแสนทรมานแน่นอน

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๗๑๖_0152.jpg

การที่เราจะต้องเดินทางไปยังพื้นที่หนาวๆที่มีอากาศติดลบ เสื้อผ้าที่สำคัญๆมาสองอย่างคือ เสื้อ Down และกางเกงที่จะช่วยให้อบอุ่น

ทริปนี้เราเลยได้มีโอกาสเอา Down Coat และ Skinny Premium Wool ไปท้าลมหนาวถึง Leh Ladakh 

 

Snowcover Premium Down Coat

เสื้อตัวนี้มีคุณสมบัติในการช่วยกันลมและเพิ่มความอบอุ่นให้เราค่ะ และทางแบรนด์บอกว่าใช้ขนเป็ดแท้ 100% ไม่ผสมใยสังเคราะห์

สิ่งที่แบรนด์เคลม VS สิ่งที่บันทึกนักหนีเที่ยวพิสูจน์มา 

  1. ว่าด้วยเรื่องของขนเป็ดและความอุ่น

แบรนด์เคลม : ขนเป็ดคุณภาพ Down90% Feather10% และปริมาณขนเป็ด 150 กรัม ขนเป็ดแน่นอุ่นสุดๆ ใส่อุ่นสบาย ได้ถึง -15 องศา ผ้ามีคุณสมบัติ กันน้ำ กันลม กันหิมะ

_๑๘๐๗๑๖_0159

บันทึกนักหนีเที่ยวพิสูจน์มา : เราใส่เสื้อ Premium Down Coat ในวันที่ต้องขึ้นไปยังถนนที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งอุณภูมิประมาณ -5องศา และมีลมแรง คือเราไม่รู้สึกหนาวเลยยยยยยยยย เสื้อช่วยกันลมได้ดีมากค่ะ แถมยังอุ่นมากด้วย

_๑๘๐๗๑๖_0151_๑๘๐๗๑๖_0143

2. ว่าด้วยเรื่องของขนเฟอร์

แบรนด์เคลม : ขนเฟอร์ฟูอลัง ถอดขนเฟอร์ออกได้

บันทึกนักหนีเที่ยวพิสูจน์มา : ขนเฟอร์แน่นมากกกกกกกกค่ะ เราใช้บังลมได้ดีมากค่ะ

_๑๘๐๗๑๖_0161

3. ว่าด้วยเรื่องทรงของเสื้อและน้ำหนัก

แบรนด์เคลม : ทรงพอดีสะโพก ใส่แล้วสวยกำลังดี น้ำหนักเบา และคล่องตัว

บันทึกนักหนีเที่ยวพิสูจน์มา : ตัวเสื้อขนาดพอดีสะโพกจริงๆค่ะ ไม่เกะกะสำหรับคนที่ชอบไปทริปลุยๆแบบเราหน่อย และที่สำคัญน้ำหนักเสื้อไม่หนักเลยค่ะ เอาแพ็คใส่กระเป๋ามาได้สบายๆ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๗๑๖_0142.jpg

4. ว่าด้วยเรื่องของปลายแขน / คอเสื้อ / ซิปเสื้อ

แบรนด์เคลม : ปลายแขนมีจัมพ์ด้านในกันลม / มีขอบจัมพ์ที่คอเสื้อด้านในช่วยกันลมได้ดี / ซิปรูดได้สูงปิดถึงคอกันลม และเพิ่มความอบอุ่น

บันทึกนักหนีเที่ยวพิสูจน์มา :  ตัวปลายแขนคือจัมพ์ด้านในกันลมได้จริงๆค่ะ ส่วนของขอบจัมพ์คอเราไม่ได้สังเกต แต่ที่แน่ๆไม่มีลมรอดเข้าไปได้เลย และส่วนที่เราชอบในความใส่ใจของแบรนด์คือส่วนของซิปที่ทำแบบกันน้ำด้วยค่ะ ซึ่งตัวนี้เราว่าใครไปลุยๆในพื้นที่ๆเสี่ยงว่าจะเจอฝน เอาเจ้า Down Coat ตัวนี้สบายหายห่วง

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๗๑๖_0158.jpg_๑๘๐๗๑๖_0157

4. ว่าด้วยเรื่องของกระเป๋าเสื้อ

แบรนด์เคลม : กระเป๋าเสื้อ ด้านในบุผ้าฟลีซล้วงมืออุ่นสบาย

บันทึกนักหนีเที่ยวพิสูจน์มา : กระเป๋าเสื้อ ด้านในบุผ้าฟลีซล้วงมืออุ่นสบาย เราแทบจะไม่ค่อยใส่ถุงมือเลยค่ะ เพราะเวลาหนาวก็เอามือซุกกระเป๋าเสื้อก็อุ่นแล้ว

_๑๘๐๗๑๖_0162_๑๘๐๗๑๖_0146

สรุป

เป็น Down Coat ที่เหมาะแก่การเอาไปในที่หนาวๆลุยๆ เพราะว่าน้ำหนักเบา ทรงพอดี ทะมัดทะแมงพอสมควร และกันลม กันฝน กันหิมะได้ดีมากกกกกกกกกกกกกกกกก

_๑๘๐๗๑๖_0155

ส่วนราคาตัวนี้อยู่ที่ 2990 บาท มีสองสี คือ สีเขียว(แบบของเรา) และสีน้ำเงิน(กรม) Size : S – XL

26239478_1701531129910042_7745295890534218215_n

Skinny Premium Wool

กางเกงสกินนี่ที่บุขนหนา โดยทางแบรนด์เคลมไว้ว่า ทนอากาศหนาวได้ถึง – 10 องศา

สิ่งที่แบรนด์เคลม VS สิ่งที่บันทึกนักหนีเที่ยวพิสูจน์มา 

1. ว่าด้วยเรื่องความอุ่น

แบรนด์เคลม : กางเกงสกินนี่บุขนหนานุ่ม ทนอากาศหนาวได้ถึง -10 องศา

บันทึกนักหนีเที่ยวพิสูจน์มา : กางเกงตัวนี้นุ่มมากกกกกกกกกกจริงๆค่ะ ถ้าไปในพื้นที่ๆไม่หนาวถึงติดลบเราว่าแค่เจ้าสกินนี่ตัวนี้ตัวเดียวไหว แต่หากไปที่อุณหภูมิติดลบ แนะนำใส่ฮีทเทคบางๆแล้วก็ใส่เจ้ากางเกงสกินนี่วูลตัวนี้คือจบเลยค่ะ ไหว ไม่หนาวสบายมาก

_๑๘๐๗๑๖_0153_๑๘๐๗๑๖_0154_๑๘๐๗๑๖_0163

2. ว่าด้วยเรื่องความยืดดดด

แบรนด์เคลม : กางเกงสกินนี่ตัวนี้ยืดได้เยอะมากกกกกกกกก ใส่สบายยแน่นอน

บันทึกนักหนีเที่ยวพิสูจน์มาส่วนเรื่องยืดเยอะ ยกให้เขาเลยค่ะ เพราะยืดได้เยอะจริง ใครเป็นสาวอวบ หรือสะโพนใหญ่แบบเรา ถ้าจะใส่หลายชั้นก็ไม่อึดอัดค่ะ คอนเฟิร์มมมมม 

_๑๘๐๗๑๖_0145

สรุป 

กางเกงสกินนี่วูลตัวนี้คือดีมากกกกกกกกกกกกในส่วนของความอุ่นที่บุขนเอาไว้ ยืดได้ดีมากกกแบบที่เคลมไว้จริงๆ คอนเฟิร์มมมมมม

P4186362.jpg

ส่วนราคาตัวนี้อยู่ที่ ราคา 890 บาท มีสองสี คือ สีดำ(แบบของเรา) และสีขาว Size : S – XXL

26805007_1704717959591359_7118132959353432178_n.jpg


ต้องขอขอบคุณแบรนด์ Snow Cover ที่ร่วมออกเดินทางไปพร้อมกับบันทึกนักหนีเที่ยว

สำหรับใครต้องการไปดูสินค้าเพิ่มเติมของแบรนด์ Snow Cover สามารถเข้าไปได้ที่ 

https://www.facebook.com/snowcover.coat/

IG : @snowccver.coat

Line : @snowcover

 

 

 

Review : Smile WIFI หนีเที่ยวอินเดีย

อินเดีย ไม่ใช่ประเทศที่เดินทางยากอย่างที่คิด ไม่ใช่ประเทศน่ากลัวอย่างที่ใครเล่า

ทริปหนีเที่ยวที่ผ่านมาของเรา เราเลือกที่จะไปอินเดียค่ะ แต่ด้วยการไปเที่ยวแบบผู้หญิงสามคน ที่จะต้องนั่งรถไฟในประเทศอินเดียเพื่อข้ามเมือง หรือการต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆแบบไม่ได้มีไกด์ไปจากไทย

ทำให้เราต้องมองหาเครื่องมือที่จะทำให้ทริปหนีเที่ยวของเราไม่เป็นเรื่องยากแม้จะอยู่ในประเทศอินเดีย

เพราะทริปนี้เรามี “Smile WiFi” ร่วมหนีเที่ยวอินเดียไปพร้อมกับเรา

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๖๐๘_0123.jpg

ปกติเวลาที่เราหนีเที่ยว เราจะชอบเปิดโรมมิ่งสัญญาณโทรศัพท์ และใช้ Pocket wifi เกือบทุกทริป และทริปอินเดียที่ผ่านมาเราก็เลือกที่จะใช้บริการ Pocket wifi จาก Smile WiFi เพื่อให้การเดินทางในประเทศอินเดียของเราสะดวกสบายมากขึ้น

Smile Wifi  “ทุกการสื่อสาร ทั่วโลก ทุกเวลา”

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๖๐๘_0126.jpg

ขั้นตอนการเช่า Pocket wifi จาก Smile WiFi 

  1. สั่งซื้อบริการผ่านเว็บ https://www.smilewifi.com/ จากนั้นให้คลิ้กที่ “สมัครใช้บริการ” สำหรับการสมัครใช้บริการครั้งแรก เราจะต้องเลือกประเทศที่ต้องการใช้งานและกรอกข้อมูลจำเป็นในการสมัครใช้งานครั้งแรก  หรือหากใครกรอกข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้วก็ให้คลิ้ก “เข้าสู่ระบบ” ได้เลย

2. กรณีที่เราไม่สามารถสมัครใช้บริการผ่านทางหน้าเว็บได้ สามารถติดต่อได้อีก2ช่องทางคือ E-mail : info@smilewifi.com และ Line:smile-wifi

โดยให้เราแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้

2.1) ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน ของผู้ขอใช้บริการ

2.2) ที่อยู่ปัจจุบัน

2.3) เบอร์โทรศัพท์มือถือ

2.4) อีเมล

2.5) ระบุประเทศที่ต้องการใช้ Pocket Wifi

2.6) วันที่/เดือน/ปี เวลาและรหัสไฟลท์ ของการเดินทางทั้งขาไปและขากลับ

2.7) ระบุ วิธีการชำระค่าบริการ ราคาปกติคือการชำระค่าบริการด้วยเงินสดหรือชำระด้วยบัตรเครดิตที่เคาเตอร์บริการ SmileWifi สนามบินสุวรรณภูมิ ราคาหน้าเว็บคือการชำระค่าบริการ”ล่วงหน้า”โดยวิธีการโอนผ่านบัญชีธนาคารหรือชำระด้วยบัตรเครดิต

2.8) ระบุสถานที่ส่งสินค้า เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง หรืออื่นๆ

_๑๘๐๖๐๘_0133

รับ Pocket Wifi

เราสามารถเลือกรับได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น จะรับที่เคาเตอร์สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น B เปิด 24 ชม. , เคาเตอร์สนามบินดอนเมือง อาคาร2ชั้น G เปิด 24ชม หรือ ไปรษณีย์ EMS ทั่วประเทศ และท่านสามารถมารับ Pocket Wifi ด้วยตัวท่านเองที่บริษัทของ Smile WiFi

ส่วนเรานั้นเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เลยใช้บริการรับที่เคาเตอร์ Smile WiFi ที่สนามบินดอนเมืองค่ะ และสะดวกมากเพราะเคาเตอร์เปิดตลอด 24 ชม.

เหมาะกับเรามาก เพราะขากลับจากอินเดียเราจะมาถึงไทยประมาณตี 5 ตอนเช้า เราก็สามารถมาคืน WiFi ได้เลย

เคาเตอร์ของ Smile WiFi ตั้งอยู่ที่ชัั้น 1 อาคาร 2 (ภายในประเทศ) ใกล้กับประตู 12 สังเกตเคาเตอร์สีส้ม หาไม่ยากค่ะ เมื่อมาถึงก็แจ้งหมายเลขการสั่งจองแล้วเราก็จะได้ Pocket WiFi เอาไปใช้งานในต่างประเทศแล้วละค่ะ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๖๐๘_0131.jpg

ในกระเป๋าจะบรรจุไปด้วย 1. Pocket WiFi 2.แผ่นป้ายอธิบายการใช้งาน 3.พาวเวอร์แบงค์สำหรับไว้ชาตแบต Pocket WiFi 3.สายชาตแบตและปลั้ก 

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๖๐๘_0129.jpg_๑๘๐๖๐๘_0128

การเดินทางในอินเดียตลอดทริปของเรา อินเทอร์เน็ตเป็นจริงจำเป็นมากๆ เพราะเราต้องใช้ในการเรียก Uber เปิด Map จาก google อัพรูป คุยไลน์ เช็คอีเมล

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๖๐๘_0125.jpg

และการเดินทางมาอินเดียครั้งนี้ของเราก็ไม่ได้สะดวกสบาย เพราะเราไม่ได้ซื้อทัวร์ในประเทศเอาไว้ เราเดินทางไปทุกเมืองด้วยตัวเอง และยังใช้รถไฟในประเทศสำหรับการข้ามเมืองในทริปนี้อีกด้วย และ Smile WiFi ก็ช่วยเราได้เยอะมากจริงๆค่ะ เพราะแม้แต่บนรถไฟก็มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้เราใช้งานได้

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๖๐๘_0134.jpg

ทริปนี้เราต้องนั่งรถเพื่อข้ามเมืองอีกด้วย ซึ่งระหว่างทางก็จะเป็นชนบทของอินเดีย แต่เราไม่เหงาค่ะ เพราะเรายังมี อินเทอร์เน็ตใช้ตลอดการเดินทาง แถมยังเปิด Map โพสรูป เช็คไอจี ทำหลายอย่างพร้อมกันก็ไม่สะดุดด้วยนะ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๖๐๘_0137.jpg

จากที่เราได้ทดลองใช้มา เราว่าความเร็วพอๆกับอินเทอร์เน็ต 4G ที่ไทยเลยค่ะ ซึ่งทริปนี้เราแชร์ WiFi กันสามเครื่องก็ไม่มีปัญหาสะดุดแต่อย่างใด

_๑๘๐๖๐๘_0136

และสิ่งที่เราชอบมากที่สุดของ Smile WiFi คือแบตอึดมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ทนมากกกกกกกกกก ใช้ได้ถึง 2 วัน โดยที่ไม่ปิดเครื่องเลย สุดยอด Pocket WiFi เลยละค่ะ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๖๐๘_0138.jpg

สำหรับใครที่กำลังจะเดินทางไปอินเดีย หรือกำลังคิดว่าจะตามรอยบันทึกนักหนีเที่ยวไปทริปอินเดีย เราแนะนำเช่า Pocket wifi ไปค่ะ สะดวกดี มีเน็ตใช้ตั้งแต่ลงจากเครื่องเลย  หรือใครจะเดินทางไปประเทศอื่นๆก็สามารถเช่า Smile WiFi ไปได้นะคะ เพราะมีบริการให้เช่า Pocket WiFi ถึง 120 ประเทศ ครอบคลุมทุกความต้องการในการสื่อสารมากๆ

งานรีวิวสินค้า_๑๘๐๖๐๘_0135.jpg

สอบถามรายละเอียดหรือโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ 

Smile Wifi  “ทุกการสื่อสาร ทั่วโลก ทุกเวลา”

https://www.smilewifi.com/

E-mail : info@smilewifi.com

หรือ Line:smile-wifi