“มาเด” ปากพะยูน | MADE’ Cafe & Bistro | in พัทลุง

คำเตือน !!! บทความต่อไปนี้ ไม่ใช่รีวิว

คำเตือน !!! บทความต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่อยากบอกเล่า

คำเตือน !!! เรื่องราวต่อไปนี้อาจจะส่งผลต่อต่อมเช็คอินคาเฟ่ ต่อมกาแฟ และ ต่อมอาหาร ของทุกคน

อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง

คืออำเภอที่เราขนานนามว่าเป็นเมืองลับแล เพราะหากคุณไม่มีเพื่อน ญาติพี่น้อง มันยากมากที่คุณจะรู้จักอำเภอนี้

แต่ในเมื่ออำเภอนี้คือบ้านเกิดของเรา และเราก็รู้สึกได้ว่า บ้านเกิดของเรานั้นมีอะไรมากกว่าการที่จะเป็นเมืองลับแล

วันหนึ่งความฝันและการต้องการพัฒนาบ้านเกิดตัวเองจึงเกิดขึ้น เราตัดสินใจเปิด “คาเฟ่ และ ร้านอาหาร” ในอำเภอลับแลแห่งนี้ เพราะเราอยากขายกาแฟ อยากขายอาหาร และอยากขายบ้านตัวเอง

เหตุที่ต้องบอกว่าบทความฉบับนี้ไม่ใช่รีวิวเหมือนกับบทความรีวิวก่อนๆมา ก็เพราะบทความฉบับนี้จะเล่าถึงร้านกาแฟและร้านอาหารที่ชื่อว่า MADE’ Cafe & Bistro ร้านกาแฟและร้านอาหารใหม่ของจังหวัดพัทลุง

หากร้านนี้เป็นของบุคคลอื่นไกล หรือ ถ้าเราเป็นคนที่จะฉวยโอกาส เราก็จะอวยร้านนี้เต็มที่

แต่เพราะร้านนี้มันคือร้านของเราเอง และเพจบันทึกนักหนีเที่ยว ก็คือเพจของเราเอง ดังนั้นบทความฉบับนี้จึงจะไม่ใช่รีวิว แต่จะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวกว่าจะมาเป็น MADE’ Cafe & Bistro

MADE’ Cafe & Bistro อ่านว่า มา-เด คาเฟ่ แอนท์ บิสโทร

คำว่า MA-DE ไม่ใช่ภาษาฝรั่งเศษ หรือ ภาษาอิตาลี แต่มันคือภาษาใต้

คำว่า “มาเด” ในภาษาใต้ แปลว่า “มานี่ซิ” มันคือการเชิญชวนให้มาหากัน

ความฝัน การเดินทาง และความจริง

หากใครที่ติดตามบันทึกนักหนีเที่ยวมาบ้าง ไม่มากก็น้อย จะรู้ว่า ลิเดีย เป็นคนมีความฝันในการเดินทาง ไปให้ไกลที่สุด เห็นโลกใบนี้ให้กว้างที่สุด

และอีกหนึ่งความฝันและความชอบ นั่นคือ “กาแฟ”

หลายๆทริปในปีนี้ ใช้ “กาแฟ” ในการนำทางของทริป

เราไม่แน่ใจว่าตัวเองหลงรักการลิ้มรสกาแฟไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เรารู้ตัวแค่ว่า คาเฟ่สบายๆ กาแฟดีๆ มันทำให้สมองเราโปร่ง เราทำงานที่ใช้ความคิดและไอเดียได้ง่ายขึ้น หลังจากนั้นหากมีเวลาว่างเราก็เดินทางเพื่อหาสิ่งเหล่านี้เสมอมา

เดินทางวันแล้ววันเล่า

ชิมกาแฟแก้วแล้วแก้วเล่า

จนวันหนึ่งความฝันที่ก็เริ่มก่อตัวและเปล่งเสียงออกมาจากตัวมันเอง

เราโชคดีที่ๆความฝันที่จะมีร้านกาแฟดีๆ มันไม่ใช่ความฝันของเราคนเดียวในครอบครัว แต่มันดันเป็นความฝันของทุกคนในครอบครัว จากฝันเล็กๆจึงก่อรูป ก่อร่างขึ้นมาทีละนิด

เราใช้เวลาประมาณ 2 ปี เปลี่ยนบ้านเก่าและพื้นที่รกร้างที่มี ให้ภาพในความฝันค่อยๆกลายเป็นความจริง

แต่จากความฝันที่ เราอยากมีคาเฟ่นั่งสบายๆ มีกาแฟดีๆให้จิบ เราจำเป็นต้องเข้าใจโลกของความจริงโลกของธุรกิจ

ร้านกาแฟ คาเฟ่ ในพื้นที่ชนบท อย่างอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง มันคงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ธุรกิจในความฝัน จะอยู่รอดในโลกแห่งความจริง

สุดท้ายเมื่อโลกความเป็นจริงเข้ามาเกี่ยวข้อง ความฝันมันต้องมีสิ่งที่เป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ จากแค่ “คาเฟ่” และ “กาแฟ” เราจึงกลับให้ร้านแห่งนี้เป็นคาเฟ่และร้านอาหารในที่เดียวกัน

ชนบท “คาเฟ่” และ “กาแฟ” ไม่สามารถอยู่ด้วยตัวมันเองได้

สุดท้ายมันจึงกลายเป็น “MADE’ Cafe & Bistro”

เราไม่สามารถบอกได้ว่า กาแฟ เราอร่อยมาก

เราไม่สามารถบอกได้ว่า อาหารเรารสชาติดีแค่ไหน

แต่สิ่งที่เราจะบอกได้ คือ ความตั้งใจทุ่มเท ที่จะพยามทำร้านกาแฟ ร้านอาหาร ในอำเภอที่แทบไม่มีคนรู้จักเลยในจังหวัดพัทลุงที่เป็นบ้านเกิด

MADE ที่เราตั้งใจให้อ่านว่า ” มา – เด ”

แต่อีกหนึ่งความหมายที่เราตั้งใจเขียนให้มันมีความหมายตามภาษาอังกฤษว่า “เมด” เพราะทุกอย่างในร้านคือ โฮมเมด เราตั้งใจทำทุกอย่างออกมาด้วยความรู้สึก

“กาแฟ

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

เราเดินทางกินกาแฟมาแม้จะไม่มากเท่าบล็อกเกอร์หลายๆท่าน แต่ก็คงไม่น้อยจนไม่สามารถพูดไม่ได้เลยว่า “หลงรักกาแฟ”

เมื่อในวันที่ MADE’ Cafe ก่อขึ้นมา เราจำเป็นต้องเลือกกาแฟที่เป็นของเรา และมันคือความโชคดีที่เราได้รับการช่วยเหลือเกี่ยวกับความรู้ด้านกาแฟมาจากหลายๆคาเฟ่ที่เราไป

เราได้เลือกโรงคั่วกาแฟคุณภาพดี โรงคั่วที่สามารถคัดสรรคัดกาแฟแบบที่เราต้องการให้ได้

ส่วนตัวเราไม่ชอบกาแฟเปรี้ยว แต่ชอบกาแฟที่มีความเข้มและให้กลิ่นดาร์กช็อกโกแลต

แต่เรายังยืนหยัดที่จะใช้กาแฟไทย เพราะเราเคยฟังเรื่องราวเกี่ยวกับเกษตรกรชาวไทย ที่ปลูกเมล็ดกาแฟ เราอยากให้คาเฟ่อยู่ได้ ชาวไร่ก็อยู่ได้

และในที่สุดเราก็มีโรงคั่วที่ปรับรสชาติเมล็ดกาแฟแบบที่เราต้องการได้

เราจึงได้กาแฟรสชาติที่เป็น “มาเด”

ด้วยประสบการณ์และความชอบลองของตัวเราเอง เลยทำให้ “มาเด” มีเมนูเครื่องดื่มที่เราคิดค้นมันขึ้นมาเองหลายเมนู

MADE’ Signature

  • Espresso Honey Lemon Soda เจ้าตัวนี้เกิดการตัวเราที่อยากกินกาแฟไม่ผสมนม แต่ก็ยังไม่สามารถกินกาแฟขมได้ ดังนั้นเลยเอาเจ้าน้ำผึ้งมะนาว มาเป็นตัวช่วยให้มีความหวานอมเปรี้ยว และเพิ่มโซดา เพื่อเพิ่มความสดชื่นเข้าไปด้วย
  • ชานมมาเด หรือ ชาเย็นมาเด : นอกจากเราจะเป็นบุคคลที่ชอบกินกาแฟแล้ว เรายังเป็นอีกบุคคลที่ติดชาเย็นมากเช่นกัน 55555

ดังนั้นบุคคลที่ติดชานมแบบเรา แน่นอนค่ะเราหาตัวชาที่เป็นสูตรพิเศษของตัวเอง เป็นอีกหนึ่งในเมนูที่ภูมิใจนำเสนออออ

  • ลูกโหนดนมสด (ลูกตาลนมสด) : เมนูนี้เกิดจากความบังเอิญที่มีเพื่อนของคุณพ่อเอาลูกตาลมาให้เป็นจำนวนมากกก ด้วยอารมณ์อยากจจะคิดเมนูแปลกใหม่

ทั้งคิด ทั้งค้น ไปๆๆมาๆๆ ก็ได้อีกหนึ่งเมนูที่เรียกว่าเป็น เมนูของ “มาเด” โดยเฉพาะเลย

  • เมนูเครื่องดื่มตามฤดูกาล ก่อนหน้านี้เรามีเมนูชื่อ “มะม่วงเบามาเดปั่น” เป็นเมนูมะม่วงเบาปั่น โดนมีท็อปปิ้งเป็นน้ำปลาหวานแล้วโรยกุ้งแก้ง

แต่ตอนนี้มะม่วงเบากำลังจะหมดไปตามฤดูกาล เมนูเครื่องดื่มตัวใหม่เลยกำลังจะมาแทนที่

“น้ำกระท้อนมาเด” เมื่อฤดูกาลของมะม่วงเบากำลังจะจากไป ก็ถึงเวลาของกระท้อน ซึ่งภายในร้านเราก็มีอยู่หลายต้นเลยค่ะ เราเลยคิดว่า เราน่าจะเอาลูกกระท้อนมาทำเครื่องดื่ม

สุดท้ายมันเลยออกมาเป็นเมนู “น้ำกระท้อนมาเด” รสชาติเปรี้ยวๆหวานๆ และสีของเจ้าน้ำนี้ก็มีสีอมชมพู น่ารักเชียววว อร่อยมั้ยมาชิมนะ

  • Passion Strawberry Smoothies Ice Cream

เมนูนี้เป็นเมนูสำหรับคนชอบความหวานและไอศกรีมในเวลาเดียวกัน เราเลยจัดเครื่องดื่มกลิ่นหอมๆ มาพร้อมไอศกรีมสตอเบอรี่ด้วยนะ

อร่อยมั้ย ไว้มาลองดูน้าาาาา 5555555

“มาเด” อาจจะไม่ใช่คาเฟ่แบบคาเฟ่ใหญ่ๆที่มีตู้เค้กขนาดใหญ่ แช่เค้กไว้เรียงราย แต่ “มาเด” เป็นแค่ร้านกาแฟที่มีเค้กและขนมไม่กี่อย่างที่ถูกหมุนเวียนกันไป ตามเวลาที่คนทำขนมมี

และบุคคลที่เป็นคนทำขนมในร้าน ก็คือเราเอง เราไม่ใช่คนที่เข้าครัวเก่งนัก เป็นคนที่กินเก่งมากกว่าทำซะอีก แต่ขนมในร้านเราตั้งใจทำทุกอย่าง สุดความสามารถที่ตัวเองมี

ขนมในร้านเลยถูกหมุนเวียนกันมาในแต่ละวัน

ไม่ว่าจะเป็น “บราวนี่คลาสสิคอเมริกัน” บราวนี่สูตรดังเดิม ที่เราเลือกใช้ช็อกโกแลตแท้ ไม่ใช่โกโก้ เพื่อลดต้นทุนของสินค้า เราอยากให้ลูกค้า อร่อยกับขนม มากกว่า ได้กำไรจากขนม

“คุ้กกี้อินทผลัม” คุ้กกี้โฮมเมดที่ชิ้นใหญ่ยักษ์

ขนมชิ้นนี้มันเกิดมาจากการที่เราไม่ชอบกินลูกเกด แต่คุ้กกี้ควรมีผลไม้อบแห้งที่มีรสชาติหวานๆ มาเพิ่มความอร่อยให้ขนม จากการลองผิดลองถูก ทำให้เราหาส่วนผสมที่ลงตัว จนเกิดเป็นคุ้กกี้อินทผลัมแบบที่เห็น

“เค้กกล้วยหอมโฮมเมด”

เค้กกล้วยหอม ขนมเค้กง่ายๆ ที่ปรับสูตรให้เป็นแบบเราเอง ขนมที่อบหอมๆพร้อมทานกับกาแฟ

จะฟินแบบที่โม้มั้ยยย มาลองดูน้าาาาาา

“หม้อแกงมาเด” การเอาขนมไทยๆในท้องถิ่นมาอยู่ในคาเฟ่ มันคือความตั้งใจของเราในการเอาสินค้าท้องถิ่นมาประกาศว่าบ้านเรามีของดีอะไร

เราจึงเอาขนมหม้อแกงแบบทั่วไปมาพัฒนาสูตร เพื่อให้ทานเป็นเค้ก และทานกับไอศกรีมได้ลงตัว ทำให้ “หม้อแกงมาเด” กลายเป็นอีกขนมขึ้นชื่อของที่ร้านไปเลย

อร่อยมั้ย ไว้มาลองนะ (ขายของนิดนึงงงง)

ต่อไปก็คงเป็นเรื่องราวของอาหาร อย่างที่บอกนั่นละค่ะ เราเป็นคนเข้าครัวไม่เก่งเท่ากับกิน ดังนั้นเมื่อเข้าสู่โหมดอาหารก็จะเป็นคุณแม่เราที่เป็นคนดูแล

บ้านเราไม่ใช่มือใหม่สำหรับร้านอาหารหรอกค่ะ เพราะเมื่อ 20 กว่าปีก่อนบ้านเราเคยมีร้านอาหารขนาดใหญ่ประจำอำเภอปากพะยูน หากใครเคยได้ยินชื่ออำเภอปากพะยูน ตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน ก็คงจะได้ยินชื่อร้าน “ไหมไอศกรีม” เช่นกัน

คุณพ่อ คุณแม่ เราให้เหตุผลว่า ร้านกาแฟในชนบทมันอยู่ไม่ได้ง่ายๆหรอก คนในพื้นที่ ไม่มีใครกินกาแฟและขนมในคาเฟ่ทุกวัน เราต้องเอาร้านข้าวมาช่วยเสริมนะ นั่นเป็นสาเหตุให้ คุณแม่ขอเปิดครัวอีกครั้ง

เราไม่สามารถบอกได้ว่าอาหารที่ร้านอร่อยแค่ไหน เราบอกได้แค่ว่าทุกๆเมนูเราใส่ใจในการทำ

และเรามีเมนูเด็ดที่อยากให้ทุกคนได้ลอง

“ไข่ฟ๊กในตำนาน” เหตุที่บอกว่าเป็นไข่ฟ๊กในตำนาน นั้นก็เพราะว่าเมื่อ 30 ปี ก่อนเมนูนี้เคยเป็นเมนูที่ขึ้นชื่อมากของร้านไหมไอศกรีม และบุคคลที่ทำเมนูนี้ได้นั้นมีไม่กี่คนหรอกค่ะ หนึ่งในนั้นคือคุณแม่เราเอง

เราอยากให้ทุกคนได้มาลองว่า “ไข่ฟ๊ก” คืออะไร รสชาติเป็นไงด้วยตัวเอง

“ยำมาเด” เมนูยำพิเศษของเรา ที่ทำมาเป็นทั้งทั้งกินเล่นและเมนูจริงจัง โดยมีน้ำยำสูตรพิเศษของเรา

“ข้าวกุ้งแม่น้ำมาเด” หรือ “กุ้งแม่น้ำเผา”

อำเภอปากพะยูน ที่มีอาหารทะเลที่อุดมสมบรูณ์ เป็นพื้นที่ๆมีอาหารทะเลอร่อยที่สุดในประเทศก็ว่าได้ เพราะที่นี่น้ำทะเลนั่นเป็นน้ำกร่อย คือน้ำจืดจากพัทลุง และน้ำเค็มจากสงขลามาเจอกันที่นี่

ดังนั่นที่นี่จึงขึ้นชื่อว่ามีอาหารทะเลอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกก

เราจึงภูมิใจนำเสนอ กุ้งแม่น้ำ ที่ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู๊ดสูตรของเราเอง

“อกไก่ย่างสลัดแขก”

เมนูนี้เราดัดแปลงมาจากเมนูสลัดที่เป็นเอกลักษณ์ของในชุมชนปากพะยูน ให้กลายเป็นเมนูกึ่งสุขภาพ เพื่อเอาใจคนที่อยากทานผัก แต่อยากลองน้ำสลัดที่แปลกใหม่ไปจากเดิม

เอาจริงๆ ถ้าให้เรานำเสนอเมนูมันคงไม่สามารถเขียนบทความนี้จบได้ง่ายๆ หรอกค่ะ เพราะว่าที่ร้านเรามีเมนูอาหารเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกก จัดเต็มมากกกกกกกกกกกกกกกก ถ้าผ่านมา หรือ จะตั้งใจมาก็แวะมาลองเมนูอาหารเราได้นะคะ อิอิ (ขายของอีกกกกก)

“มาเด” เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ที่อยู่บนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ จากพื้นที่ๆเราเอาไว้สำหรับเก็บของ เราจัดการปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่ร้านอาหารและร้านกาแฟสำหรับทุกวัยในครอบครัว

เริ่มจากตัวอาคารหลัก จากบ้านหลังเดิม เรามีการรีโนเวทใหม่ให้มีกลิ่นอายของคาเฟ่ที่มีสไตล์ที่ผสมผสานแต่คงไว้ซึ่งความอบอุ่น

สำหรับคนที่ชอบการเดินทางแบบเรา อยากจะบอกว่าในร้านเราพลีชีพตัวเองด้วยการเอาหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและประสบการณ์เดินทางทั้งหมดที่ตัวเองสะสมมาตลอดหลายปี เอามาให้ลูกค้าได้อ่านกันแบบเต็มๆไม่มีกั๊ก

และที่สำคัญเรามีมุมให้ถ่ายรูปเพียบบบบบบบบ

บรรยากาศภายนอกของร้าน เรายังจัดบรรยากาศให้มีความร่มรื่น อยากให้ “มาเด” เป็นเหมือนบ้านเล็กในป่าใหญ่ และอยากให้คนที่มาได้มีความสุขกับวันผักผ่อน

ภายในบริเวณร้าน เรายังสร้างสระว่ายน้ำไว้ด้วยนะ แต่ต้องขออนุญาตบอกว่า สระว่ายน้ำอันนี้ เราไม่ได้เปิดให้ลูกค้าใช้บริการเพื่อว่ายน้ำ แต่เราทำเพื่อสร้างแหล่งน้ำเอาไว้ เพราะเราไม่สามารถที่จะควบคุมแหล่งน้ำธรรมชาติได้ และเราก็เชื่อว่าที่ไหนที่มีน้ำที่นั่น มันจะบรรยากาศดี เราเลยอยากสร้างบรรยากาศแสนชิลไว้ให้ลูกค้าที่ “มาเด”

เรายังจะพยามสอดแทรกวัฒนธรรมของปักษ์ใต้ไว้ในร้าน และในอนาคตเราจะพยามเอาสินค้า Otop ของอำเภอปากพะยูนมาขายในร้าน เพื่อเป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยวและช่วยส่งเสริมรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชน

เราอยากให้ ” มาเด ” เป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงที่ทำให้คนรู้จักปากพะยูน

หากใครผ่านมาพัทลุง ลองเปิดใจและเผื่อเวลาแล้วเข้ามาทำความรู้จัก “มาเด” ดูสักครั้ง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมต้อง “มาเด”

ถ้าอยากนั่งคาเฟ่ที่บาริต้าพูดเยอะ (มากกกกกกกกกกกกกกก) แวะมาหาลิเดียได้นะคะ

แล้วเจอกันที่ “มาเด” นะคะ

MADE’ Cafe & Bistro มาเด คาเฟ่ แอนท์ บิสโทร


ตั้งอยู่ : 18/1 ม.3 ต.ปากพะยูน อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง 93120


โทร : 098-8246519 หรือ 086-7896328


Facebook : https://www.facebook.com/madecafeandbistro/


เปิด-ปิด : 10.00 – 21.00 น.

ตลาดโอ๊ะป่อย | สายน้ำ วัฒนธรรม ชีวิต

ตั้งแต่ต้นปี 2562 เป็นปีที่เราตั้งใจว่าจะเที่ยวไทยให้มากขึ้น

ออกเดินทางเพื่อทำความรู้จักประเทศตัวเองให้มากกว่าเดิม

และในช่วงที่เรางานยุ่งมากกกกกกกกกกกกกกก

อยากพักผ่อนแต่เวลาก็ดันมีน้อยกว่าเงินในกระเป๋าที่ว่าน้อยแล้วนะ

เห้อออออออออออออออออออออ

หาข้อมูลไปเรื่อยๆ ในที่สุดเราก็ได้เจอกับ “ตลาดเช้าริมธาร” แห่งใหม่ของจังหวัดราชบุรี

“ตลาดโอ๊ะป่อย” เป็นชื่อภาษากระเหรี่ยง

คำว่า “โอ๊ะป่อย” แปลว่า “พักผ่อน”

ตลาดแห่งนี้เป็นการรวมตัวของชาวบ้านในชุมชน ต้องการที่จะบอกเล่าเรื่องราวของชนเผ่ากระเหรี่ยง ที่ปัจจุบันกำลังจะเลือนหาไป

ความน่าสนใจของ “ตลาดโอ๊ะป่อย” เป็นตลาดเช้าริมลำน้ำแม่น้ำภาชี เป็นสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลจากทิศใต้สู่ทิศเหนือ ธารมีน้ำไหลผ่านตลอดปี โดยบรรยากาศรอบๆปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้สถานที่แห่งนี้ร่มเย็น มันเป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆให้คนเมืองได้ออกมาชาตแบตพร้อมกับการสัมผัสวัฒนธรรมของชุมชนแห่งนี้

ไฮไลท์ของที่นี่ ที่ทำให้เราและชาวคณะยอมตื่นเช้าขับรถออกมาจากกรุงเทพตั้งแต่ตี 5 ก็เพราะที่ตลาดแห่งนี้จะมีพระบิณฑบาตร ความพิเศษและเราถือได้ว่าเป็นอันซีนอีกอย่างเลย นั่นก็เพราะพระท่านจะยืนมาบนแพไม้ไผ่ที่มีผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน ถ่อแพมาตามลำน้ำ

ซึ่งพระถ่อแพมาบิณฑบาตร ไม่ใช่ประเพณีที่พึ่งสร้างขึ้นมา แต่เป็นประเพณีเก่าแก่ของที่นี่ แต่เมื่อถนน หนทางมันสะดวกขึ้นแบบในปัจจุบัน ประเพณีเลยเลือนหายไป

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่สำคัญ คือ ผู้ใหญ่บ้านซึ่งถือเป็นผู้นำชุมชน จะเป่าแตรที่ทำมาจากเขาสัตว์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกชาวบ้านให้รับรู้ ว่ามีพระท่านเดินทางมาบิณฑบาตรแล้วนะ

ประเพณีนี้ไม่ใช่ภาพที่เราจะหาชมได้ง่ายในปัจจุบัน แล้วมีหรอบันทึกนักหนีเที่ยวจะพลาดที่จะมาตักบาตรริมน้ำที่ตลาดโอ๊ะป่อยแห่งนี้

นักท่องเที่ยวแบบเรา ใครจะเอาของมาบิณฑบาตรมาเองตั้งแต่บ้านเลยก็ได้ หากใครไม่ได้เตรียมมาก็สามารถหาซื้อที่ตลาดได้แบบเรา ชุดละ 50 บาท เป็นอาหารแห้งที่มาในชะลอมอันขนาดเหมาะมือ

เมื่อถึงเวลาที่พระท่านเดินทางมาตามลำน้ำ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ประกาศเรียกเราให้ไปเข้าแถว เพื่อจะเข้าแถวตักบาตร

ก่อนจะพาทุกคนไปทัวร์ร้านค้าต่างๆในตลาด เราอยากเอาความน่ารักของตลาดแห่งนี้มานำเสนอก่อน

  • ที่นี่ชาวบ้านจะแต่งชุดแบบกระเหรี่ยง
  • ที่นี่มีชุดกระเหรี่ยงให้เราได้เช่าใส่ถ่ายรูปด้วยนะ
  • ที่นี่มีดนตรีไทยที่บรรเลงสดๆจากน้องๆชาวกระเหรี่ยง

เมื่อที่นี่ คือ ตลาด แน่นอนค่ะ สิ่งที่มี ตั้งแต่อาหารที่เป็นวัฒนธรรม อาหารทั่วไป ให้เราได้เลือกซื้อ เลือกรับประทานกันตามใจชอบเลย

ที่นี่ไม่ได้ขายแค่ของกินนะคะ ยังมีสินค้าฝีมือชาวบ้านให้เราได้เลือกซื้อกลับไปอีกด้วย

ยังมีแม่เฒ่าที่นับถือของหมู่บ้าน มาคอยผูกข้อมือให้กับนักท่องเที่ยวด้วยนะ

เราชื่นชมการบริหารงานของตลาดแห่งนี้ เพราะให้ทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเด็กน้อยที่เป็นมัคคุเทศน์น้อย และคอยบริการช่วยเก็บขยะจากนักท่องเที่ยว ชาวบ้านในชุมชนมาเป็นพ่อค้าแม่ค้า มันเป็นภาพที่น่ารัก และทำให้คนที่ได้มองแบบเราก็สุขใจไปด้วย

กิจกรรมของตลาดโอ๊ะป่อย ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ค่ะ เพราะที่นี่ยังมีบริการที่ให้นักท่องเที่ยวแบบเราได้ชื่นชมธรรมชาติด้วยการล่องแพไม้ไผ่

ค่าบริการเที่ยวละ 200 บาท

บอกเลยว่าคุ้มค่า คุ้มราคามากกกกกกกกกกกกกกกกกก

ได้ล่องแพไปตามลำน้ำที่ไหลเย็น สดชื่นมากกกกกกก แนะนำมาแล้วก็ควรล่องแพด้วย

ใครจะเล่นน้ำก็เตรียมชุดมาเปลี่ยนได้เลยนะ

แต่แนะนำว่าควรเล่นน้ำก่อนเที่ยง เพราะหลังจากนั้นจะมีมวลมหาประชนอีกล้นนนนนนนนน มาเล่นน้ำเต็มลำธารเลยจ้าาาาา

ใครที่รักในธรรมชาติ ชื่นชอบในวัฒนธรรม ประเพณีเก่าแก่ แถมยังเป็นการท่องเที่ยวชุมชน เที่ยวเมืองรองด้วยมุมมองใหม่แบบเราเอง เราแนะนำว่าตลาดโอ๊ะป่อย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆคุณควรไปเยือนให้ได้

ตลาดริมธาร โอ๊ะป่อย เปิดทุกเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.00-14.00

หากใครต้องการไปตักบาตร : แนะนำว่าควรไปให้ถึงก่อน 7.30- 8.00 น.

ที่ตั้ง : ตรงข้ามกับวัดป่าท่ามะขาม อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

สอบถามรายเพิ่มเติมที่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสวนผึ้ง โทร 092-371-7799

นาฬิกาหยุดเดิน ที่ “ปากพนัง”

เมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้มาอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช การเดินทางครั้งนั้น เราเดินทางมายังปากพนัง เพื่อถามหากาแฟอร่อยๆ จากคาเฟ่ดีๆที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองแห่งนี้

แต่การเดินทางครั้งนั้นทำให้เราได้เจอมากกว่ากาแฟอร่อยๆ เราได้รู้ว่าปากพนังยังคงเป็นเมืองเก่าที่ยังคงเสน่ห์เหล่านั้นเอาไว้ แม้ว่ากาลเวลาจะล่วงผ่านมากี่ปีแล้ว

แต่กลายเป็นว่า “ปากพนัง” คือเมืองที่นาฬิกาหยุดเดิน

ทริปนี้เป็นวันเดย์ทริปที่เราจะพาทุกคนหนีเที่ยวปากพนังกัน

เราจะพาไปทั้งเที่ยว ทั้งกิน

เอาให้เม็มกล้องเต็ม หนังท้องตึงกันไปเล้ยยยยยย

วิธีเดินทางมาปาากพนัง

หากใครมีรถส่วนตัวการเดินทางมายังอำเภอปากพนังนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่หากใครที่ไม่มีรถส่วนตัวแต่อยากมาเที่ยวปากพนัง เราแนะนำให้นั่งรถเมล์ นครศรีฯ – ปากพนัง โดยรถจะมาจอดที่ท่าเรือข้ามฟากพอดีคราวนี้เราก็จะสามารถเดินเที่ยวปากพนังต่อได้เลย


เรือข้ามฟาก 1 บาท

เรือข้ามฟาก 1 บาท เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว

ปัจจุบันเรือข้ามฟากปากพนังก็ยัง 1 บาท

เรือข้ามฟากที่ว่าไม่ได้เก็บเอาไว้สำหรับนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด แต่มันคือวิถีชีวิตจริงๆของปากพนังที่ยังคงดำเนินอยู่

หากใครมาปากพนังด้วยรถเมล์ก็ให้นั่งเรือข้ามฝากไปอีกฝั่งแล้วเที่ยวเสร็จก็ค่อยนั่งกลับมา หรือหากใครขับรถส่วนตัว ก็ให้หาที่จอดที่รับฝากที่มีอยู่หลายแห่งทีเดียว แล้วลองนั่งเรือข้ามฟากไปกลับ แค่ 2 บาท แต่บรรยากาศมันเกินราคาที่เราจ่ายไปมากมายนัก


ตลาดร้อยปีปากพนัง ตลาดปลาที่อุดมสมบรูณ์

อยากเห็นวิถีชีวิตของเมืองใด ให้ไปเดินตลาดของเมืองนั้น

จากที่เรานั่งเรือข้ามฟากมาแล้วเราจะได้เจอกับตลาดปลาที่มีพื้นที่ไม่มากนัก แต่อัดแน่นไปด้วยแม่ค้า พ่อค้าที่นำสินค้าโดยเฉพาะอาหารทะเลสดๆ(ที่พึ่งขึ้นจากทะเล)มาขายกัน

คนปากพนังก็จับจ่ายใช้สอยกันอยู่ที่นี่ นักท่องเที่ยวอย่างเรานอกจากจะได้เดินดูความอุดมสมบูรณ์ของปากพนังผ่านสินค้าที่ขายอยู่ในตลาดแล้ว เรายังจะได้เห็นวิถีชีวิตของคนที่นี่จริงๆอีกด้วย

รูปใบนี้จากกล้องฟิล์ม


ใช้เท้าทำความรู้จัก

ถ้าอยากเห็นเมืองไหนเป็นอย่างไร ให้เราลองเดินสำรวจเมืองนั้น

และวันนี้เราก็จะใช้เท้าในการเดินสำรวจเมืองปากพนังกัน มันน่าจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตของคนปากพนังได้มากขึ้น

เราจากตลาดร้อยปีมาเจอกับสี่แยกถนนชายน้ำ ซึ่งตึกเป็นตึกแรกที่สร้างด้วยปูนในปากพนัง และตรงนั้นแต่เดิมเป็นห้างแรกของปากพนังที่มีขายผ้า แต่ต่อมาได้มีนกนางแอ่นคู่หนึ่งมาทำรังภายในห้างแห่งนี้ เจ้าของตึกนี้เลยปิดกิจการแล้วเปลี่ยนให้ตึกแห่งนี้เป็นบ้านของนกนางแอ่นแทน

หากใครกลัวหลง ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะตลอดเส้นทางบนถนน ลุงป้าน้าอาชาวปากพนังน่ารักมาก พร้อมที่จะบอกทางช่วยเดินนักท่องเที่ยวต่างถิ่นแบบเราตลอดเวลา


ข้าวมันไก่ ช่างเฟอร์นิเจอร์

เราเริ่มต้นทริปวันนี้ด้วยข้าวมันไก่ช่างเฟอร์นิเจอร์ เราได้ข้อมูลมาจากเจ้าของพื้นที่ว่า ข้าวมันไก่เจ้านี้เดิมคุณลุงเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ แต่ปรับเปลี่ยนอาชีพมาขายข้าวมันไก่

แต่ที่ว่าเปลี่ยนอาชีพเนี่ยไม่ใช่ว่าคุณลุงพึ่งเปลี่ยนมาขายข้าวมันไก่นะคะ เพราะว่าถ้านับเวลามันถึงตอนนี้ลุงคุณก็ขายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปี

เราเข้ามาในร้านสังเกตจากสายตาแบบเร็วๆก็รับรู้ได้ว่า ร้านนี้เป็นที่นิยมของคนท้องถิ่น นั่นยิ่งยอกย้ำให้รู้ว่ารสชาติต้องไม่ทำธรรมดาแน่ๆ

เราสั่งข้าวมันไก่ธรรมดามาหนึ่งจาน ราคา 40 บาท แต่ปริมาณน่าจะเท่ากับธรรมดา 2 จานที่อื่นเลยทีเดียว แถมไก่ที่โปะมาบนข้าวก็หนาเกือบจะ 3 เท่าของที่อื่นอีกกกกกก

รสชาติไม่ต้องพูดถึงเพราะอร่อยมากกกก ทุกอย่างพอดีเข้ากัน ไม่สงสัยแล้วละว่าทำไมลูกค้าถึงเต็มร้าน

แต่คุณลุงไม่ชอบให้ถ่ายรูปนะคะ เราเลยได้แค่รูปข้าวมันไก่และหน้าตัวเองมาแทน

พิกัดร้าน : ข้าวมันไก่ลุงจรัส อยู่บริเวณตลาดใหม่ ถนนพานิชสัมพันธ์ ตรงข้ามคลินิกแพทย์หญิงชมนาด

เวลาเปิด : 7.30-14.00 น. เปิดทุกวัน


Cafe de Porto

จากรีวิว 5 Cafe น่าเช็คอินนครศรีธรรมราช
https://neetiewdiary.com/2019/02/21/5cafe- ทำให้เราได้เจอร้านกาแฟดีๆ และมิตรภาพที่น่ารักของเฮียเจ้าของร้านแห่งนี้ ทำให้เมื่อเรามาปากพนังเรารู้สึกว่าตัวเองควรแวะมาทักทายเฮียเพ้ง เจ้าของร้าน Cafe de Porto ประหนึ่งญาติผู้ใหญ่ที่เราควรมาทักทาย

เฮียให้ข้อมูลเป็นไกด์ไลน์สำหรับการเที่ยวปากพนังกับเราได้ดีมากก เพราะเฮียคือคนพื้นที่รู้จักร้านอร่อยๆมากมาย

ก่อนจะออกไปสำรวจปากพนังแบบจริงจังเราก็ขอกินกาแฟอร่อยๆของเฮียแกหน่อยและวันนี้เราก็ได้ลองเมนูมะม่วงปั่นน้ำปลาหวาน หือออออออออออออออออ อร่อยมากกกกกกก แนะนำว่าให้มาลอง

พิกัด: 15 ถนนพานิชสัมพันธ์ ปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โทร 081 893 4842

เวลาเปิด: 08:00 – 17:00 น.

รูปใบนี้จากกล้องฟิล์ม

ขนมไทย หน้าไปรษณีย์

เอาจริงๆคือเราไม่ได้ถ่ายรูปชื่อร้านเอาไว้เลยขออนุญาตตั้งชื่อใหม่เลยนะคะ

เราเดินสำรวจเมืองปากพนังไปเรื่อยๆ ก็มาเจอกับร้านขนมที่เป็นขนมไทยพื้นบ้าน แต่สิ่งเราถูกใจที่สุดก็น่าจะเป็นข้าวเหนียวหน้าสังขยาที่ห่อใบตอง ห่อละ 5 บาท

ใครแวะไปปากพนังแวะไปอุดหนุนกันได้นะคะ อร่อยมากด้วย

พิกัด : หน้าไปรษณีย์ปากพนัง

เวลาเปิด : ประมาณเที่ยงไปจนถึงขนมหมด


ร้านขนมหวาน 10 บาท

เราได้รับข้อมูลมาว่าให้มาลองกินขนมหวานอีกเจ้าที่อร่อยไม่แพ้ใคร แต่เจ้านี้ราคา 10 บาท มีขนมให้เลือกเยอะ รสชาติอร่อย

เมื่อได้รับข้อมูลจากเจ้าของพื้นที่มาแบบนี้มีหรอที่เราจะไม่มาลอง แล้วเราก็ไม่ผิดหวังเลยค่ะ ขนมอร่อยมากกกกกกก ขนมถ้วยละ 10 บาทแต่ถ้วยใหญ่มากกกก แถมคุณป้ายังใจดี น่ารักแถมให้เราอีก พร้อมกับพยามหาที่หลบร้อนให้เราได้นั่ง

เราว่านอกจากขนมอร่อย ราคาถูก มันคงไม่สามารถมัดใจลูกค้าไว้ได้ทั้งหมดหรอก ถ้าไม่รวมถึงอัธยาศัยที่ดีของคุณป้าที่มีต่อลูกค้าทุกคน

พิกัด : สี่แยกถนนชายน้ำ (เดินตรงมาจากตลาดร้อยปี)


ขนมหวาน 5 บาท

สิ่งแรกที่ทำให้เราประทับใจปากพนังก็คือร้านขนมหวาน 5 บาทของพ่อค้าที่ชื่อพี่เอ๋ ร้านนี้เป็นร้านรถเข็นที่อยู่เยื้องกับคลินิกหมอชมนาด

ครั้งแรกที่เรามาปากพนัง เราได้เห็นร้านนี้ มุมแบบนี้ เหมือนกับภาพถ่ายรุ่นพ่อแม่ที่เรามีโอกาสแค่ได้มองผ่านกระดาษที่ถูกถ่ายและอัดเอาไว้เหมือนหลายสิบปีก่อน เราไม่คิดว่าเราจะได้เห็นภาพร้านรถเข็น ที่ขายขนมหวานอยู่ริมถนนมีบ้านไม้หลังเก่าๆเป็นฉากหลัง พร้อมกับมีตัวประกอบของลูกค้าที่แวะเวียนกันมากินขนม มันเป็นฉากที่จัดเอาไว้สำหรับถ่ายละครอะไรสักเรื่อง

แต่มันไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จำลองใดๆ มันคือเรื่องจริงในปี 2019 ที่เรายังสามารถเห็นมันด้วยตาเปล่าของตัวเอง มันอยู่ที่ปากพนัง

ร้านนี้ขายขนมหวานวันละประมาณ 4-5 อย่าง ราคาถ้วยละ 5 บาท มันเป็นราคาที่เราไม่คิดว่าจะหาได้ง่ายๆในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ แต่ที่นี่ยังมี ราคาที่เมื่อหลายปีก่อนมันยังคงเป็นราคาเดียวกันกับในวันนี้

และอีกอย่างที่เราประทับใจร้านนี้ไม่ใช่แค่ความถูกหรือรสชาติ แต่คือภาพคนในท้องที่ที่แวะเวียนกันมากินขนมร้านประจำแห่งนี้เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำ

มันเป็นภาพที่น่ารักมาก

ขอบคุณที่ยังมีภาพแบบนี้ให้เราได้เห็น


ร้านโชว์ห่วย

“ในขณะที่โลกเปลี่ยนไปแต่ทำไมร้านนี้ยังอยู่ที่เดิม” นั่นคือคำถามที่เกิดขึ้นในหัวของเรา ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นร้านโชว์ห่วยแห่งนี้

ล่าสุดที่เราเคยเห็นร้านแห่งนี้น่าจะเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้วละมั้ง ร้านโชว์ห่วยที่ขายของจริงๆ ทำมาหากินจริงๆ ที่ไม่ได้จัดเอาไว้ให้ดึงดูดนักท่องเที่ยว

เรากลับมาปากพนังคราวนี้ได้มีโอกาสคุยกับคุณป้าเจ้าของร้าน ถามถึงสาเหตุที่ทำไม คุณป้าถึงไม่ปรับเปลี่ยนมันไปตามสมัย ทำไมคุณป้ายังให้มันเป็นแบบเดิม

คุณป้าเล่าให้เราฟังว่า คุณป้าเป็นสะใภ้ที่แต่งเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ตอนมาร้านนี้มันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ถึงคราวเมื่อคุณป้าและสามีรับช่วงต่อซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว คุณป้าไม่อยากไปปรับไปเปลี่ยน อยากให้สิ่งที่พ่อแม่ทำมามันยังอยู่ “เขาทำมาแบบไหน ก็ให้มันเป็นไปแบบนั้น” คุณป้ายังเล่าต่อว่า “ลูกๆของป้าเรียนจบหมดแล้ว ป้าทำมาหากินไปแบบเรียบง่ายแบบนี้แหละ มันมีความสุขดี” คุณป้าพูดพร้อมกับแววตาที่ภูมิใจเมื่อพูดถึงร้านแห่งนี้

พิกัด : ห่างจากร้านข้าวมันไก่ประมาณ 100 เมตร


หนมลา หอยราก

ออกจากเมืองปากพนังมาหน่อย เราจะสามารถเจอของฝากที่ขายอยู่ริมถนน หนึ่งในของฝากขึ้นชื่อมีหนมลารวมอยู่ด้วย

หนมลาถือเป็นขนมที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวะนครศรีธรรมราชก็ว่าได้ และที่ปากพนังแห่งนี้มีกลุ่มแม่บ้านที่รวมตัวกันทำหนมลา ทั้งแบบเป็นแผ่นใหญ่ๆที่เห็นกันจนชินตา แต่ที่นี่ยังมีหนมลาที่มีการปรับเปลี่ยนรูปร่างให้เข้ากับยุคกับสมัยมากขึ้น เพื่อที่จะได้เอาใจผู้บริโภค

เราสอบถามคุณป้าๆน้าๆที่กำลังทำขนมอยู่ในความว่า ที่นี่ไม่ได้ทำทุกวัน แต่จะทำตามออเดอร์ที่สั่งเข้ามา ทำเสร็จก็จะส่งไปยังที่ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าเหล่านั้นทำไปขายเป็นของฝากต่อไป พูดสรุปง่ายๆว่าที่นี่เป็นโรงงานทำหนมลานั่นแหละ

ส่วนตัวเราเคยเห็นวิธีการทำหนมลามาบ้างแบบผ่านๆ เวลาที่แม่ค้าโชว์ให้นักท่องเที่ยวดู แต่วันนี้เมื่อได้มาถึงแหล่งผลิตจริงๆ ทำให้เราได้รู้ว่า ลาแต่ละแผ่นกว่าจะอร่อย มันมีขั้นตอนเยอะพอสมควร มันทำให้เรารู้สึกว่า ขนมพื้นบ้านเหล่านี้มีที่มาที่ไป มีเรื่องราวอยู่ในนั้นมากกว่าความอร่อยที่เราได้สัมผัสที่ปลายลิ้น

พิกัด : ชุมชนบ้านหอยราก (096-7785455 คุณขวัญ)


ดินแดนฮิปเตอร์

ฮิปเตอร์คำที่บรรยายความเท่ๆเอาไว้

หลายๆเมือง หลายๆที่ พยามที่จะทำให้ตัวเองนั้นเป็นฮิปเตอร์ให้ได้ แต่สำหรับปากพนังเราไม่แน่ใจว่า นั่นคือความพยามที่จะเป็น หรือมันคือตัวตนที่ปากพนังเป็นกันแน่

ตลอดที่เราเดินเที่ยวเล่นในปากพนังเราได้เห็นบ้านเรือนที่ทาสีสวยๆ ชวนให้เราเข้าไปถ่ายรูป แต่เจ้าของบ้านเหล่านั้นเขาก็ทาสีแบบที่เขาชอบ ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะดึงดูดใคร

ระหว่างทางเราเจอร้านตัดผมชายชื่อร้านว่า “มาหล่อที่ปากนัง” ชื่อร้านนี้ทำให้เราอมยิ้มไปทั้งวัน เราไม่แน่ใจว่าเจ้าของร้านคิดชื่อนี้ได้อย่างไร เพราะมันดูไม่เป็นชื่อร้านสักเท่าไหร่ แต่มันบอกได้ว่าเราควรจะเข้าร้านนี้หรือไม่

และหากคุณลองเดินเที่ยวไปทั่วๆปากพนัง คุณจะพบความเป็นฮิปเตอร์ของดินแดนแห่งนี้อีกมากมาย


ก่อนกลับแวะถ่ายรูปกับกังหันยักษ์

ก่อนเดินทางกลับ เราขับรถไปตามกังหันลมที่เห็นมาจากไกลๆ ขับมาเรื่อยๆก็ได้รู้ว่ากังหันที่เราเห็นอยู่นั้น มันใหญ่มากกกก และมีจำนวนเยอะมาก

ที่บริเวณนี้เป็นชายทะเลที่ไม่ได้มีไว้ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเล่น แต่การได้ขับรถดูกังหันไปเรื่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นกิจกรรมที่เพลินดีเหมือนกันนะ

ใครมาปากพนังแล้ว ลองขับรถออกนอกเมืองมาอีกนิด แล้วคุณจะได้เจอกับกังหันใหญ่ยักษ์แบบเรา


ขอบคุณปากพนัง

เราไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัวในปากพนัง

แต่เมื่อเราเดินทางไปปากพนัง มีกล้องถ่ายรูปที่เดินกดชัตเตอร์ไปเรื่อย นั่นก็บอกได้แล้วว่าเราดูไม่กลมกลื่นกับชาวบ้านปกติเอาซะเลย แต่ตลอดทางที่เราเดินเล่น เราได้รับรอยยิ้ม มิตรภาพต่างๆจากคนปากพนังมาตลอดทาง

คนที่นี่อบอุ่น มีมิตรไมตรีที่ดีต่อผู้มาเยือนอย่างเรา มันทำให้เรายิ่งหลงรักปากพนังเข้าไปอีก

และต้องขอบคุณปากพนังที่ทำให้รู้ว่าประเทศไทยของเรายังมีเมืองที่นาฬิกาสามารถหยุดเดินได้ ยังมีเมืองที่ยุคและสมัยทำอะไรไม่ได้อยู่จริง

สุดท้ายต้องขอบคุณเฮียเพ้ง สำหรับข้อมูลและความเอื้ออารีที่มีให้กับบล็อกเกอร์ตัวน้อยๆคนนี้

ขอบคุณนะคะ

5 Cafe น่าเช็คอิน นครปฐม

“ไปคาเฟ่กันมั้ย”

เป็นคำถามที่เรามักจะส่งไลน์ไปถามเพื่อนๆอยู่บ่อยๆ

ทริปนี้ยังเป็นทริปที่เราออกตามหากาแฟดีๆ คาเฟ่สวยๆอีกครั้ง

แต่เราขอเดินทางแบบไม่ไกลจากกรุงเทพแล้วกันเนอะ

ทริปนี้เราเลยขอเดินทางมายัง “นครปฐม”

Little Tree

ชอบที่นี่จัง 

เราไม่แน่ใจว่าใครเข้ามาใน Little Tree ครั้งแรกแล้วรู้สึกยังไง แต่สำหรับเราคือตกหลุมรัก

Little Tree คาเฟ่และร้านอาหารขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ สถานที่ที่จะทำให้มนุษย์คนเมืองได้ผ่อนคลาย เหมือนได้มาเยือนต่างจังหวัดที่สงบและแสนไกลจากเมืองหลวง ภายในร้าน Little Tree จะเน้นเป็นส่วนของ Outdoor ที่ให้อารมณ์เหมือนเราในอยู่ในสวนที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้มากมาย แต่ใครอยากนั่ง Indoor ก็มีนะ ภายใน Indoor แต่ละห้องจะออกแบบมาในรูปแบบของเรือนกระจกที่ตกแต่งไปด้วยศิลปะของการตกแต่งฉบับบ้านและสวย (เอาจริงไม่แน่ใจว่าเขาเรียกว่าสไตล์อะไร) นอกจากนั้นยังมีเรือนกระจกอีก 2-3 หลังที่สำหรับไว้ขายสินค้าที่ระลึก หรือถ้วยชามของสะสม ใครเป็นสายสะสมต้องมีใจสั่นกันบ้างแน่นอน

ตัวร้าน Little Tree ใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกก พื้นที่กว้างมากกกกกก และมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกก สถานที่แห่งนี้ทำให้เราประทับใจตั้งแต่ก้าวเข้ามา ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ที่ให้ความร่นรื่นทางด้านอากาศและอารมณ์ แถมที่นี่ยังแฝงความเป็นตัวตนของเจ้าของร้านไว้ดีมากกก งานศิลปะหรือของสะสมแต่ละชิ้นทำให้เรารับรู้ได้ว่า ร้านนี้น่ารักและมีคนตกหลุมรักบ่อยแค่ไหน และที่สำคัญวัตถุดิบในการทำอาหารหรือเครื่องดื่มและขนมเกือบทั้งหมดมาจากในสวนของที่ร้านเอง

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีครบ มาร้านเดียวครบทุกอย่างและเหมาะกับทุกวัยในครอบครัว

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • ยำหมูย่างดอกไม้ : สายหมูอย่างชอบแน่นอนนนนนนน
  • เมี่ยงดอกไม้ : นอกจากจะหน้าตาสวยแล้ว ยังอร่อยด้วย สายเฮลตี้แนะนำเลยจ้า
  • สลัดผักย่าง : เมนูนี้สำหรับใครที่ชอบผักและเวนิก้า (Vineger) ต้องรักเมนูนี้แน่นอนเพราะมันอร่อยมากกกกกก
  • เขียวหวานซี่โครงหมูกรุบกะลา : คืออออเขียวหวานเข้มข้นแบบไทยมากกกก ซี่โครงหมูนิ่มมากเวอร์ ทุกอย่างคือดีมากกกกกก
  • มัลเบอร์รี่มิ้นต์ : แก้วนี้ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่นดีมากกกก
  • Roselle Soda : หรือกระเจี๊ยบโซดา ช่วยชีวิตเราได้ดีมาก ในวันที่อากาศร้อน เพราะดื่มแล้วสดชื่นเว่อออออ
  • น้ำมะนาวกุหลาบ : รสชาติเปรี้ยวอมหวาน เหมาะกับซัมเมอร์มากกก
  • Scone with Homemade Jam : ซึ่งมีหลายหลากรสชาติให้เราเลือกทาน ยิ่งทานคู่กับแยมที่ทางร้านทำเองอร่อยมากกก
  • Mulberry Cheesecake (เมนูอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล) : เป็นชีสเค้กที่เนื้อนิ่ม อร่อยทุกอย่างเข้ากันดีมากกกก
  • มะปี๊ด Cheesecake : มันคือชีสเค้กที่มีหน้าเป็นซอสส้มจี๊ดเปรี้ยวอมหวาน แนะนำว่าต้องลอง
  • แคปเค้ก ซึ่งวัตถุดิบจะเปลี่ยนตามฤดูกาล และรสชาติอร่อยมากกกกก

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายขนม // สายกาแฟ // สายอาหาร // สายถ่ายรูป // สายครอบครัว // สายกระจุ๊กกระจิ๊ก // สายบ้านและสวน // สายอาร์ต

คะแนน : 10/10

Address : 43 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110

Tel :  081 824 4119

Time :  09:00 – 18:00

Facebook : https://www.facebook.com/littletreegarden/

Instagram :

Website : www.littletreegarden.net

รูปใบนี้จากกล้องฟิล์ม
รูปใบนี้จากกล้องฟิล์ม
รูปใบนี้จากกล้องฟิล์ม
รูปใบนี้จากกล้องฟิล์ม

11 Elephant Dessert Cafe

คาเฟ่สีขาวกลางเมืองนครปฐม

คาเฟ่ที่มีสตอรี่แบบไม่มีสตอรี่ เราชอบความซื่อๆตรงๆของที่นี่จัง

11 Elephant Dessert Cafe คาเฟ่ขนาดหนึ่งคูหาที่อยู่ในกลางเมืองจังหวัดนครปฐม ภายในคาเฟ่ถูกตกแต่งด้วยสีขาวสะอาดตัดกับสีน้ำตาลจากชุดเก้าอี้หวายและแซมด้วยสีเขียวจากต้นไม้ เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่สบายมากจริงๆ ภายในร้านจะเน้นเป็นโซน Indoor นะคะ แต่สำหรับใครที่สูบบุหรี่ทางร้านก็จัดโซน Outdoor ไว้รองรับหน้าร้านเลยจ้า

เราถามพี่เจ้าของร้านว่าทำไมต้อง ช้าง 11 ตัว ในใจตอนถามก็หวังว่าจะได้คำตอบว่าพี่เขาอยู่ชมรมอนุรักษ์ช้างอะไรประมาณนี้ แต่พี่เจ้าของกลับหันมาส่งยิ้มแล้วบอกเราว่า “จริงๆ พี่ตั้งใจจะตั้งชื่อร้านว่า ” 11 – 11 ” คือ ” Eleven Eleven ” แต่ชื่อนี้มีคนใช้ไปแล้ว เลยเพี้ยนไปเป็นชื่อ ” Eleven Elephant ”

ส่วนตัวเราหลงรักคาเฟ่สีขาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งได้มา 11 Elephant Dessert Cafe ยิ่งทำให้เราหลงรักเข้าไปอีก คาเฟ่เล็กๆที่เรียบง่ายแต่แฝงสตอรี่ของร้านที่มาจากความไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นสตอรี่ เราชอบความน่ารัก ซื่อๆ ตรงๆ ที่ต้องการสื่อสารกับลูกค้าของร้านนี้

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + บิงซู : ทางร้านมีเมนูเครื่องดื่มและของหวานครบมากกกก

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • On The Rock : กาแฟที่มีกลิ่นอ่อนๆเหมือนเหล้า แต่กินแล้วไม่เมานะ อร่อยมากด้วย แนะนำ !!!
  • Matcha Latte : ชาเขียวของที่ร้านนำเข้าเองจากญี่ปุ่น คนชอบชาเขียวต้องรักแก้วนี้แน่นอน
  • Bingsu Mixberry : โอ้ยยย เป็นบิงซูที่สวยและอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
  • เครปเย็น : ใครชอบเครปเย็นแบบเรา มาร้านนี้ต้องจัดเลยนะ เพราะเด็ด อร่อย ชอบบ

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายขนม // สายบิงซู // สายกาแฟ // สายถ่ายรูป // มินิมอล

คะแนน : 9/10

Address : 73/3 ถ.ราชดำเนิน ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม 73000

Tel :  086 349 3347

Time :  11:00 – 23:00 น.

Facebook : https://www.facebook.com/11-Elephant-Dessert-Cafe-367191763740668/

Instagram : –

Website :


คา-เป-เดี้ยม

คาเฟ่แห่งนี้ให้อารมณ์เหมือนคาเฟ่เล็กๆตามชนบทของญี่ปุ่น

คาเฟ่แห่งนี้ทำให้เราตกหลุมรักความเรียบง่ายที่แฝงความกระจุ๊กกระจิ๊กเอาไว้

คาเปเดี้ยม คาเฟ่ขนาดกลางที่ให้อารมณ์แบบบ้านชนบทของญี่ปุ่น อยู่ใกล้กับม.ศิลปกร วิทยาเขตนครปฐม คาเฟ่แห่งนี้ตกแต่งสไตล์บ้านชนบทของญี่ปุ่น ในความเรียบง่ายแฝงงานทำมือและศิลปะเอาไว้ มันเป็นความเรียบแต่เก๋ ภายในร้านมีแค่โซน indoor แต่ถึงยังนั้นก็มีเพียงพอต้อนรับลูกค้าได้ตลอดทั้งวัน

เรารู้จักคาเฟ่แห่งนี้ผ่านไอจี แล้วก็รู้สึกว่าอยากมาที่นี่จัง อยากรู้ว่าจะสวยเหมือนรูปที่ได้เห็นรึป่าว แต่เมื่อได้มาแล้ว ได้มาสัมผัส ได้ดื่มกาแฟ ได้ทานขนม ก็รับรู้ได้ว่ามันสวยกว่าในรูปมากกก มันมีเสน่ห์ เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของคาเปเดี้ยม จนเราอยากให้คนที่ชอบคาเฟ่ที่ตกแต่งคล้ายบ้านญี่ปุ่น และอยากสัมผัสว่าเสน่ห์ที่เราพูดถึงคืออะไร แนะนำว่าต้องมาให้ได้

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม : สายกาแฟและขนมต้องหลงรัก

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • กาแฟที่เราสามารถเลือกเมล็ดคัดพิเศษของทางร้านได้เอง : เราเลือกเป็นเมล็ดกาแฟจากเปรู ให้รสชาติที่คล้ายช็อกโกแลต คนไม่ชอบกาแฟเปรี้ยวเราแนะนำแก้วนี้มากกกก
  • ชาพีท : ชาที่มีกลิ่นหอมๆของพีท ช่วยให้วันที่อากาศร้อนๆสดชื่นขึ้นตั้งเยอะ
  • เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม : คือรักกกกกกกกกกกก ช็อกโกแลตแน่นเวอร์ เค้กนิ่มมากกกกก
  • Grape Custard Cake : แนะนำว่าในหนึ่งคำต้องมีเนื้อเค้ก + ครีม + องุ่น เพราะมันอร่อยมากกกก เปรี้ยว หวาน ลงตัว !!!

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายขนม // สายกาแฟ // สายถ่ายรูป // สายเจแปน // สายกระจุ๊กกระจิ๊ก // สายอาร์ต

คะแนน : 9/10

Address : ถนนจันทรคามพิทักษ์ เทศบาลนครนครปฐม 73000

Tel :  083 615 8435

Time :  11.00-21.00 น.

Facebook : https://www.facebook.com/CarpeDiemCafe2013/

Instagram : @carpediemcafe2013

Website : –


Underwood Coffee House

คาเฟ่ใต้ต้นไม้ใหญ่

คาเฟ่ที่อยู่ไม่ไกลจากรุงเทพ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเราเดินทางออกนอกเมืองใหญ่

Underwood Coffee House คาเฟ่ขนาดใหญ่ที่อยู่ริมถนนพุทธมณฑสาย 4 คาเฟ่แห่งนี้มีจุดเด่นตามชื่อ นั่นก็คือเป็นคาเฟ่ที่มีตัวอาคารอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ให้บรรยากาศที่ร่มรื่น ภายในคาเฟ่ยังตกแต่งแบบเรียบง่าย แต่คงความเก๋ไว้ที่สีเขียวที่ผนังด้านในสุดทำให้ภายในอาคารเป็นเนื้อเดียวกับความร่นรื่นของต้นไม้ทั้งภายในและนอกร้าน คาเฟ่แห่งนี้มีทั้งโซน indoor และ Outdoor ซึ่งทั้งสองโซนถ่ายรูปออกมาสวยทั้งคู่ อยู่ที่ความชอบของแต่ละคนแล้วละงานนี้

เราชอบบรรยากาศของคาเฟ่แห่งนี้ ทางร้านจัดต้นไม้ได้ลงตัวมากก ทำให้คนที่ชอบถ่ายรูปแบบเรา หันไปมุมไหนก็สวย ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะอาหาร เค้ก หรือเครื่องดื่ม นอกจากอร่อยแล้ว ยังถ่ายรูปออกมาสวยอีกกกกก ไม่มีอะไรจะครบไปกว่านี้แล้วละ

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม + อาหาร : ทางร้านมีครบ มาร้านเดียวจบ

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • อาราเบียตต้ากุ้ง : ใครชอบสปาเก็ตตี้ กุ้งเน้นๆ แนะนำมากค่ะ รสชาติเข้มข้นนนนน
  • Ma – Peed Presso : มะปี๊ด หรือ ส้มจี๊ด ที่มาพร้อมกับช็อตเอสฌปรสโซ่ ไม่มีการเติมไซรัป เพราะแก้วนี้ให้ความเปรี้ยวอมหวานจากธรรมชาติของผลส้มจี๊ดเป็นตัวจัดการให้ทุกอย่างอร่อยยยยยยย
  • ดาร์ค โกโก้ : ความดาร์คของโกโก้ที่ชัดมากกกก รสสัมผัสของโกโก้ที่เข้มข้น จนทำให้คนรักโกโก้แบบเรา อยากจะสั่งแก้วนี้กลับบ้านอีกโหล
  • Orange Cranberries Cake ( Home Made ) : เค้กส้มที่มีหน้าตาเย้ายวนให้ชวนให้เราสั่ง และเจ้าเค้กชิ้นนี้ก็ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา เพราะมันอร่อยมากด้วยนะ
  • Chocolate Cake ( Home Made ) : โอ้ยยยย ร้านนี้ช็อกโกแลตดีมากกกก ดียันเค้กชิ้นนี้ด้วย ไม่ต้องบอกรสชาติละนะ เอาเป็นว่าไปแล้วสั่งเหอะ !

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายขนม // สายกาแฟ // สายอาหาร // สายถ่ายรูป // สายครอบครัว // สายมินิมอล// สายอาร์ต

คะแนน : 9/10

Address : ถนนพุทธมณฑลสาย4 ตำบลกระทุ่มล้ม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73220

Tel :  089 760 5221

Time :  08:30 – 18:00 น.

Facebook : https://www.facebook.com/underwoodcoffeehouse/

Instagram : @underwoodcoffeehouse

Website :

รูปใบนี้จากกล้องฟิล์ม

พิสมัย นครปฐม

ความคลาสสิคที่ทันสมัยอยู่ในที่เดียวกัน

คาเฟ่ที่มีกลิ่นอายของความเก่าที่ย้อนไปประมาณ 30-40 ปีที่แล้ว แต่กลับมีความสวยทันสมัยอยู่ในที่เดียวกัน

พิสมัย นครปฐม คาเฟ่ที่อยู่ในย่านใจกลางจังหวัดนครปฐม ตัวคาเฟ่เมื่อเรามองจากด้านนอก ที่นี่ให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายเมื่อ 30 – 40 ปีที่แล้ว แต่เมื่อเข้ามาภายในเรากลับได้เจอกับความทันสมัย ที่ลงตัวอยู่ในความคลาสสิคจากภายนอก ภายในคาเฟ่ถูกตกแต่งให้มีกลิ่นอายของความคลาสสิคในยุคก่อน ทำให้บรรยากาศในร้านออกมาสบายๆ เหมาะแก่การนั่งคิดงาน หรืออ่านหนังสือเล่มโปรดมากทีเดียว คาเฟ่แห่งนี้มีทั้งโซน Outdoor และ indoor ให้เราได้เลือกนั่งตามความชอบของแต่ละคนได้เลย

เราสะดุดตากับชื่อคาเฟ่แห่งนี้ เพราะชื่อกับรูปลักษณ์ของร้านนั้นไปด้วยกันได้ดีมาก และสิ่งที่ทำให้เราเดินทางมายังคาเฟ่แห่งนี้ก็เพราะชื่อและรูปหน้าร้านที่เราเห็นผ่านไอจีใครคนหนึ่ง และเมื่อเราได้มาสัมผัส ที่นี่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้มาบ้านญาติผู้ใหญ่ที่ยังคงมีกลิ่นอายของวัยคุณป้าเมื่อตอนสาวๆอยู่ เราชอบที่นี่นะ ชอบแบบไม่มีเหตุผล

เมนูเครื่องดื่ม + ขนม : เมนูเครื่องดื่มที่นี่ครีเอทมากก ขนมก็อร่อยด้วยเช่นกัน

เมนูที่บันทึกนักหนีเที่ยวแนะนำ :

  • โอ-ชา : เมนูที่นำเอาโอเลี้ยง + ชาเย็น มาอยู่ในแก้วเดียวกัน แก้วนี้ใครไม่ทานกาแฟ เราว่าสั่งแก้วนี้มาแทนได้นะ อยู่ยาวเช่นกัน
  • ชาบ๊วย : เหมาะมากในวันที่อากาศร้อนๆแบบนี้ แนะนำ
  • ชาเขียวเย็น : สายชาเขียวต้องหลงรักแก้วนี้ เพราะมันอร่อยยยย ไม่หวานนนนน ดีมากกกก
  • อัญชันมะนาว : ในวันร้อนๆแบบนี้มันช่วยได้เยอะมากกกกก
  • เค้กช็อกโกแลตแดงกับมะม่วงกวน : เค้กหน้าตาน่ารัก และรสชาติแปลกใหม่ แต่อร่อยลงตัวกำลังดี
  • เค้กชาเชียว (จำชื่อจริงๆไม่ได้) : หน้าตาที่สวยให้สั่ง ไม่ได้ทำให้ผิดหวังจากรสชาติ เพราะมันดีมากเช่นกันนนน

ใครเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้ : สายขนม // สายกาแฟ // สายถ่ายรูป // สายอาร์ต

คะแนน : 8.5/10

Address : 319 ถ.ราชดำริห์ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม 73000

Tel :  097 037 3848

Time :  07:00 – 19:00 น.

Facebook :https://www.facebook.com/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%90%E0%B8%A1-501327797037249/

Instagram : –

Website :

Sripakpra Andacura Boutique Resort ผ่อนคลาย | unseen | พัทลุง

บางครั้งการเดินทางอาจจะไม่ใช่เรื่องราวที่ตื่นเต้นและลุ้นระทึกตลอดเวลา

บางครั้งการเดินทางมันก็คือการพักผ่อน

บางครั้งการเดินทางก็เป็นเพียงแค่การเสาะแสวงหาสถานที่ ที่เราสามารถผ่อนคลาย ปล่อยใจ และเสพความสุขไปกับมัน

ทริปนี้เราจะพาทุกคนไปพักผ่อนและผ่อนคลายกันที่พัทลุงอีกครั้งงงงงงง

คราวนี้ขอเอาใจนักท่องเที่ยวที่รักความสบาย ชอบความหรูและชิลลลลลลล

ทริปนี้เราจะพาทุกคนไปพักกันที่ ศรีปากประ อันดาคูรา บูตีค รีสอร์ท ที่พักหรูระดับ 5 ดาว ที่มีวิวที่สวยไม่แพ้ตัวโรงแรมเลย ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

ทริปนี้เราเลือกมาพักในช่วงวันธรรมดา เพราะแขกไม่เยอะและมีห้องว่าง ทำให้โรงแรมที่สบายอยู่แล้ว ยิ่งสงบและชิลไปอีกกกกกกกก

เราขับรถมาถึงที่พักตอนประมาณบ่ายสาม ก็ได้เข้าเช็คอินเลย (ก็มันถึงเวลาละแกรรร)

รอเช็คอินไม่นาน เราก็ได้กุญแจห้องพักของเราคืนนี้มาาาาาา

คือแค่ล็อบบี้ก็ชิลแล้วแกรรรร มานอนเล่นได้นะ สบายมากกกก

เราได้ห้องพักหมายเลข 9 ซึ่งเป็นห้องที่อยู่โซนกลางๆ

และสิ่งที่เราชอบมากกับการได้ห้องโซนกลางๆ เพราะที่พักมีจักรยานให้เราปั่นเล่นด้วย ก็จะได้ถือโอกาสปั่นจักรยานจากหน้าห้องตัวเองไปส่วนกลางบ้างงงง

ชิลลลลลลลลล

เข้าไปสำรวจห้องกันดีกว่าค่ะ

ภายในห้องเป็นไปตามมาตรฐานของโรงแรม 5 ดาว

และที่สำคัญคือห้องกว้างและเตียงนิ่มดูดวิญญาณมากกกกกกก

แต่มีจุดเด่นอยู่ตรงระเบียงของห้อง ที่มีเปลให้เรานั่งไกวเล่นๆ ชิลๆ โดยเฉพาะตอนเช้า ถือว่าชิลมากกกกกกกกก นั่งดูนกที่บินมาเกาะ นั่งดูธรรมชาติไปเรื่อยๆ

อีกจุดเด่นในห้องพักที่เราชอบและถือว่าทางที่พักทำได้ดีมากทีเดียวก็คือห้องน้ำ

ห้องน้ำกว้างมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

แยกส่วนแห้งและเปียกชัดเจน

โดยสิ่งแรกที่เราชอบก็คือเคาเตอร์อ่างล้างหน้าที่ทำออกมากว้างมากกก ทำมันให้มนุษย์ที่เดินทางกับเพื่อนแบบเรา สามารถวางเครื่องสำอางค์แบบกระจายกันได้คนละฝั่งแบบเต็มๆไม่ต้องเบียดกัน อันนี้ถือว่าดีมากกกกก

จุดเด่น จุดที่สองของห้องน้ำก็คือโซน Shower ที่มีทั้ง Indoor และ Outdoor ให้เราได้เลือกบรรยากาศกันตามใจชอบไปเลยยยยย

หลังจากสำรวจห้องกันไปแล้ว เราจะพาทุกคนไปสำรวจอีกโซนที่ถือว่าเป็นโซนที่ชิล สวย น่าพักผ่อนมากกกกกกกก นั่นก็คือ สระว่ายน้ำส่วนกลาง

ตัวสระว่ายน้ำตั้งอยู่ใกล้กับทะเลที่มีวิวยอ และวิถีชีวิตของผู้คนในบริเวณนั้นจริงๆ มันทำให้เรารู้สึกว่าจะนั่งเล่นริมสระ หรือ กระโดดลงน้ำ มันเป็นสิ่งที่เลือกยากมากกกกก

และแน่นอนค่ะ เราทำมันทั้งสองอย่างไปเล้ยยยยยยย

ได้เล่นน้ำในสระน้ำเกลือ ในวันอากาศร้อนแบนี้ มันสดชื่นมากกกกกก

เวลาตลอดทั้งบ่ายยยยย ของเราหมดไปกับการเล่นน้ำ

เพราะวันนี้แขกของที่พักน้อย เราเลยได้ครองสระอันแสนสวยคนเดียวววว

ชิลมากกกกกแกรรรรร

เราเล่นน้ำ (อย่าเรียกว่าว่ายน้ำเลยนะ มันยังห่างไกล) อยู่นานนนนนนนนน

รู้ตัวอีกทีคือกำลังจะ 6 โมงเย็น ต้องรีบขึ้นจากสระ กลับห้องมาอาบน้ำ และโทรถามทางรีเสปชั่นว่า มีวิวพระอาทิตย์ตกที่ไหนสวยแนะนำบ้าง

และได้ความมาว่าวิวพระอาทิตย์ตกให้เราไปดูที่สะพานเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักประมาณ 3-5 กิโลเมตร นี่เองงงง

แต่กว่าเราจะอาบน้ำเสร็จ อาทิตย์ก็เหมือนจะลาไปทำหน้าที่อีกซีกโลกหนึ่งแล้ว แต่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเล่นน้ำ ทำให้เราเผลอหลับไปปปปปปปปปปปปปปปปป

นั้นไงงงงงงงงงงงงงงงง

พระอาทิตย์ตกก็ไม่ได้ดู ข้าวก็ไม่ได้กิน ดันมาหลับซะงั้นนนนนน

รูปจากกล้องฟิล์ม

เช้าวันที่สองงงงงงง

เราจะไม่ให้ความสบายของเตียงมาขัดการเที่ยวของเราอีกแล้วววว

เช้านี้เราจะพาทุกคนไปดูพระอาทิตย์ขึ้นและชมวิวธรรมชาติที่ใครๆที่เคยมาก็ล่ำลือว่า มันสวยมากกกกก ควรค่าแก่การมาให้ได้สักครั้ง

เช้าวันนี้เราให้ทางที่พักจัดการจองเรือที่จะพาเราไปชมวิวตอนเช้าให้ ซึ่งเรือ 1 ลำ สามารถนั่งได้ 8 คน ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ราคา 1200 บาท

โดยการชมวิวนี้จะเริ่มตอน 6 โมงเช้าาาาาาา

และเราก็ตื่นนนนนนนนนนนนน จัดการอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ไปตามที่ได้นัดแนะกับทางโรงแรมเอาไว้

เวลาประมาณ 6 โมง 15 นาที ทัวร์ของเราก็เริ่มขึ้นนนนน

โดยจุดแรกที่เราจะได้สัมผัสธรรมชาติ นั่นก็คือ การชมพระอาทิตย์ขึ้นจากน้ำพร้อมกับมีฉากประกอบจากยอของชาวบ้านที่คลองปากประ ติดกับโรงแรมนั่นเอง

ขออธิบายเพิ่มเรื่อง “ยอ” คืออุปกรณ์ที่ชาวบ้านในพัทลุงใช้ในการดักจับปลาชนิดเล็กๆ ซึ่งวิธีการก็คือการหย่อนตาข่ายนั้นลงไปในน้ำ แล้วจะดึงขึ้นมาในเวลาเช้าและเย็นของในแต่ละวันนั่นเอง

คุณพี่คนขับเรือ จอดเรือนิ่งๆให้เราได้เฝ้ารอพระอาทิตย์ที่กำลังจะโผล่ขึ้นมาจากน้ำ

มันเป็นภาพที่สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เป็นภาพที่เราไม่คิดว่าจะได้เห็นจากจังหวัดพัทลุง

มันสวยมากกกกกกก สวยจนเราไม่รู้จะพิมบรรยากาศยังไงให้ทุกคนเข้าใจความรู้สึกและภาพที่ดวงตาเราได้รับรู้ ณ เวลานั้น

ไม่ไกลจากวิวยอ เราเริ่มได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเล (ชาวประมง) ที่ออกมาทำมาหากินด้วยการหาปลาในตอนเช้าของแต่ละวัน

ภาพที่เห็น บรรยากาศที่เราได้รู้สึก เราค่อยๆจดจำมันผ่านเลนส์กล้องและดวงตาของตัวเอง ว่าพัทลุงนั้นมีความงดงามมากเพียงใด

จุดที่สอง คุณพี่คนขับเรือพาเราไปดูนก ซึ่งความผิดพลาดมันเกิดจากเราลืมเลนส์ซูมมมม ทำให้ได้แต่เก็บบรรยากาศกว้างๆมาฝากทุกคนแทนนะ

แต่อยากจะบอกว่าสิ่งที่ตาเราเห็นมันสวยมากกกกกกก และถึงมีเลนส์ซูมเราก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะสวยได้เท่าที่ตาเราเห็นรึป่าว

ฝูงนกนานาชนิดนับร้อยๆตัว กำลังออกหากินในรุ่งอรุณของวัน เป็นภาพที่ทำให้เราทึ่งไปชั่วขณะ เพื่อนที่มาด้วยของเราในสถานะเด็กทรัพยากรธรรมชาติ (มอ.) บอกว่า แสดงว่าพัทลุงยังคงสมบรูณ์อยู่มาก นกเลยเยอะขนาดนี้

และมันสวยมากกกกกกกกกกกกก

จุดที่สาม พี่คนขับเรือพาเข้าลอดใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติไปดูควายน้ำ

ไอเรื่องของควายน้ำ เราเองเคยเห็นผ่านตามาก็หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมายนัก

แต่เมื่อเรือค่อยๆแล่นพาเราไปจอดดูควายที่กำลังแช่น้ำ บางตัวกำลังดำผุดดำว่าย แต่ทุกตัวกำลังสำราญกับการกินจอกแหน โดยไม่สนใจว่าเราจะถ่ายรูป หรือนั่งจ้องนานขนาดไหน

เราไม่อยากจะเชื่อ ว่าภาพบรรยากาศของควายน้ำที่เราเห็น จะทำให้เราที่เดินทางมาก็มากมายแล้วทึ่งกับบรรยากาศที่เห็น

มันสวยมากกกกกกกกกก มันคือ Unseen Thailand ที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัส

จุดที่สี่ พี่คนขับเรือพาเราไปชมทุ่งสาหร่ายข้าวเหนียว ซึ่งบอกตามตรงว่าพึ่งเคยได้ยินชื่อครั้งแรก ซึ่งเจ้าสาหร่ายข้าวเหนียวเนี่ยยย จะออกดอกบานสะพรั่งช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ส่วนเราไปมีนาคม ก็จะมีความล่อยหล่อไปพอสมควร

แต่ยังไงก็ยังสวยมากกกกกกกกก

และสุดท้ายจุดที่ห้า จุดนี้ถือเป็นไฮไลท์ของจังหวัดพัทลุงเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะมันคือดอกบัวแดงทะเลน้อย ซึ่งเจ้าดอกบัวแดงจะบานสะพรั่งสวยงามจริงๆจะอยู่ช่วงเดือนเมษายน

คือตรงจุดนี้ก่อนมาเราไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่ (อีกละ) ก็มันเคยเห็นตั้งแต่เด็กๆ แต่ครั้งนี้จะเป็นการเข้าไปใกล้ หรือการนั่งเรือเข้าไปอยู่ท่ามกลางดอกบัวเหล่านี้

มันสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มองไปสุดลูกหูลูกตา เราก็จะเห็นสีชมพูเต็มไปหมด

โอ้ยยยยยยแบบนี้จะไม่ให้หลงรักพัทลุงได้ไง

เราใช้เวลา 2 ชั่วโมงเต็มในการชมวิวธรรมชาติ Unseen พัทลุง

พี่คนขับเรือพาเรากลับมาโรงแรมตอนเวลาเกือบ 9 โมง ต้องขอบคุณพี่คนขับเรือมากๆที่พาเราไปเที่ยว และปล่อยให้เราถ่ายรูปได้นานเท่าไรก็ได้ตามใจเลย

กลับมาถึงโรงแรมก็หิวพอดี

ไปตะลุยอาหารเช้าของที่พักกันค่ะ

ไลน์อาหารเช้ามีไม่มาก แต่มีครบ และจุดเด่นที่เราชอบและชื่นชมโรงแรมแห่งนี้มาก ก็เพราะทางโรงแรมเอาอาหารพื้นบ้านมาให้เราทดลองทานตั้งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ข้าวยำ ข้าวต้ม ขนมจีน และอีกมากมายยยยยย คือดีมากกกก

และอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อิ่มมากกกกกกกกกกกกกกก

โอ้ยยยยย ทำไมต้องทำของอร่อยเยอะแยะขนาดนี้นะ

กินอิ่มแล้วจะไปนอนเลยก็น่าจะไม่ใช่สิ่งที่ดี งั้นไปใช้แรงกันดีกว่าาาาาาา

ที่โรงแรมมีเรือคายัคให้เราได้พายเล่นด้วยนะคะ ถ้าอากาศดีๆพายเพลินเลยล่ะ

ทริปนี้เป็นทริปที่เราอิ่มมาากกกกก

อิ่มกับการพักผ่อนให้โรงแรมสวยๆ

อิ่มกับการได้เล่นน้ำไปดูวิวอันสวยงามของคลองปากประไป

อิ่มกับการได้ตื่นขึ้นมาดูวิว Unseen Thailand ในตอนเช้า

มันเป็นความอิ่มที่มีความสุขมากในการเดินทาง

สุขที่ให้ผ่อนคลายได้รับรู้ว่าบ้านเรานั้นสวยขนาดนี้

ทริปนี้ต้องขอขอบคุณโรงแรม ศรีปากประ อันดาคูรา บูตีค รีสอร์ท ที่ได้มอบประสบการณ์สุดประทับใจให้บันทึกนักหนีเที่ยว

ใครสนใจอยากไปพักสามารถติดต่อได้ที่

ศรีปากประ อันดาคูรา บูตีค รีสอร์ท 222 ม.4 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 93150

Facebook : https://www.facebook.com/Sripakpra/

หรือโทรจองที่ได้ที่ : 091-8255294 หรือ 061-1499494

“พัทลุง” เมืองรอง | บ้านเรา | มองมุมใหม่ with GoPro HERO7 Black

พัทลุง จังหวัดบ้านเกิดของตัวเราเอง

พัทลุง เป็นจังหวัดเงียบๆจังหวัดหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ใช้เพื่อเป็นทางผ่าน

พัทลุง คือจังหวัดที่ใครหลายๆคนมองว่าเป็นจังหวัดที่ไม่มีอะไร

แต่ตอนนี้ ททท (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) จัดให้พัทลุงเป็นหนึ่งในเมืองรอง ต้องห้ามพลาด

ทริปนี้บันทึกนักหนีเที่ยว เลยอยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จักพัทลุงกันอีกสักครั้ง

แต่การจะเที่ยวบ้านเกิดตัวเอง ที่เป็นเมืองรองให้สนุกนั้นมันต้องมีอุปกรณ์ที่เป็นตัวช่วยกันหน่อย

ทริปนี้บันทึกนักหนีเที่ยวมีผู้ใหญ่ใจดีอย่าง GoPro ที่มอบอุปกรณ์สนุกๆอย่าง GoPro HERO7 Black ให้เราได้เที่ยวเมืองรองได้มุมมองใหม่

อย่ารอช้า ไปเที่ยวพัทลุงกันเลยค้าาาาาา

แต่ก่อนจะไปเที่ยวเมืองรองอย่างพัทลุง เราขอพามาทำความรู้จัก GoPro HERO7 Black ตัวช่วยที่จะทำให้เราเที่ยวสนุกยิ่งขึ้น

คุณสมบัติ Gopro HERO7 Black (แบบเข้าใจง่ายฉบับบันทึกนักหนีเที่ยว)

  • GoPro HERO7 Black เป็น Action Camera ที่เจ๋งที่สุดเท่าที่มีในตอนนี้
  • กล้องรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60FPS เอาเป็นว่าคมชัดสุดดดดดด
  • ตัวกล้องสามารถลงน้ำได้ลึกสุด 10 เมตร โดยที่ไม่ใส่ต้องเคสป้องกันใดๆ (แต่ถ้าลงมากกว่า 10 เมตรจะต้องใส่เคสนะคะ) ยังไม่พอยังทนต่อการตกและฝุ่นดีด้วยนะ
  • Hyper Smooth เป็นที่สุดของกันสั่นของ Gopro เอาเป็นว่าเราทดลองด้วยการไปกระโดดน้ำมา vdo ยัง Smooth ถือว่าดีมากกกกก
  • ตัวกล้องมีปุ่มสั่งถ่ายภาพ และเมื่อกล้องปิด กดแล้วจะเปิดถ่ายภาพอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกอย่างมาก คืออออ มันเร็วต่อความต้องการของเราาาา
  • TimeWarp Video คือมันยกระดับจาก Time Lapse ขึ้นไปอีก ทำให้เราสามารถถ่าย vdo สนุกขึ้นมากกกกกกก
  • สามารถใช้งาน Live ได้ทันทีไม่ต้องเชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่น ขอเพียงมีอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
  • และอีกอย่างคือ ยังถ่ายรูปและ vdo ได้แม้ในที่แสงน้อย

รู้จักตัวช่วยที่จะทำให้การเที่ยวเมืองรองของเราสนุกขึ้นแล้ว

แล้วก็ได้เวลาออกเดินทางไปกับบันทึกนักหนีเที่ยวแล้วววว

ทริปนี้เรามีปลายทางหลักอยู่ที่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของพัทลุง ที่มีชื่อว่า “ทะเลน้อย” หากใครนึกไม่ออกว่ามันคือที่ไหน ลองคิดภาพตาม ว่าคุณเคยได้เห็นภาพทะเลที่มีดอกบัวสีชมพูบานเต็มไปหมดของพัทลุงมั้ยยยย ถ้าคุณเคยเห็น นั่นแหละมันคือ “ทะเลน้อย”

แต่บันทึกนักหนีเที่ยวซะอย่าง ถึงจะพามาเที่ยวเมืองรอง เราก็จะไม่ยอมไปที่แมสแน่นอน มันต้อง unseen ให้สมกับคอนเซ็ป “เที่ยวเมืองรอง มองมุมใหม่” ของเราซะหน่อยยย