How to…Visa India (ฉบับ E- Tourist Visa)

อินเดียจ๋าาาาาาา ข้ามาแล้ววววว …

การเดินทางไปประเทศอินเดีย คนไทยอย่างเราจำเป็นต้องมีวีซ่าค่ะ  

ซึ่งวีซ่าอินเดียที่ง่ายและสะดวกที่สุด คือการทำ E- Tourist Visa India เพราะว่าเราสามารถขอผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ค่ะ ไม่ยุ่งยาก ไม่วุ่นวาย ประหยัด และรวดเร็วมากด้วยค่ะ 

นอนกรอกอยู่ที่บ้าน ก็ได้วีซ่ามาง่ายๆ เอาเซ่ !!

ข้อควรรู้ และต้องเตรียมเอกสาร – ข้อมูล ก่อนทำ E- Tourist Visa

  • ยื่นขอวีซ่าผ่านทางเว็บไซต์ https://indianvisaonline.gov.in/evisa/tvoa.html  โปรดระวังเว็บปลอมด้วยนะ เพราะเว็บถูกต้องนั้นต้องลงท้ายด้วย .gov.in ไม่ใช่ .org  
  • passport ต้องมีอายุเหลือ > 6 เดือน
  • สแกนไฟล์หน้าแรกของ Passport เป็นไฟล์ PFD
  • เตรียมไฟล์รูปถ่ายสีที่หน้าตรงไม่เกิน 3 เดือน ด้านหลังพื้นขาวเท่านั้น ขนาด 2 นิ้ว x 2 นิ้ว เป็นไฟล์ jpg
  • บัตรเครดิต  visa / master card ใครไม่มี สามารถใช้บัตรคนอื่นได้นะคะ
  • ขอได้ช้าสุด 4 วันก่อนเดินทาง และเร็วที่สุด 120 วันก่อนเดินทาง
  • ใช้เวลาดำเนินการในการอนุมัติวีซ่า 72 ชม.
  • วีซ่ามีอายุ 90 วันนับจากวันที่เดินทางถึง และไม่สามารถขยายต่อได้  สามารถเข้าออกอินเดียได้ 2 ครั้ง
  • ใน 1 ปีปฏิทิน (มกราคมถึงธันวาคม) เราสามารถขอ E-VISA ได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ใครมีแผนไปอินเดีย ทิ้งระยะเกิน 90 วัน แนะนำให้ไปทำวีซ่าที่สถานทูต เพราะอันนั้นจะเข้าออกได้ 2 ครั้ง ในระยะเวลา 6 เดือน จะคุ้มกว่าค่ะ (ลองคำนวนเวลาตัวเองดีๆนะ)

 

ขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์มขอยื่น E- Tourist Visa India 

1 :  เข้าไปที่เว็บไซต์ https://indianvisaonline.gov.in/evisa/tvoa.html  ระวังเว็บปลอมด้วยนะ เพราะเว็บถูกต้องนั้นต้องลงท้ายด้วย .gov.in ไม่ใช่ .org  เด้ออออออออออ

เมื่อเปิดเข้ามาหน้าแรกแล้วให้เลื่อนลงมาจนสุดหน้า แล้วคลิก e-Visa Application

5245

 2 . คลิกเข้ามาที่ E-Visa Application  – กรอกข้อมูลเบื้องต้น

3.jpg

3.  กรอกข้อมูลส่วนตัว – ข้อมูล passport

จดเลข application id ไว้ด้วยนะ จะได้เอากลับมาใช้ตอน log in แก้ไขข้อมูลภายหลังได้

6.jpg7.jpg

4 : ข้อมูลที่อยู่อาศัย ครอบครัว ( พ่อ – แม่ ) และอาชีพ

8.jpg9.jpg10.jpg

5 : รายละเอียดการเดินทางและบุคคลอ้างอิง

*SAARC ประกอบด้วยประเทศ : บังกลาเทศ ภูฏาณ อินเดีย มัลดีฟ เนปาล ปากีสถาน ศรีลังกา อัฟกานิสถาณ

11.jpg12.jpg

 6 : upload ภาพ
      ภาพถ่าย พื้นหลังสีขาว ขนาด 1″ x 1″  ไฟล์.jpg

13.jpg14.jpg

7 : Upload passport
     สแกนพาสปอร์ตแบบไฟล์ PDF ขนาดไม่ต่ำกว่า 10 KB และไม่เกิน 300 KB   ไฟล์จะต้องเห็นรายละเอียดชัดเจนนะคะ

15.jpg

8.ตรวจสอบข้อมูล
   ข้อมูลสำคัญ: ชื่อ นามสกุล หมายเลข  วันเดือนปีเกิด หมายเลขพาสปอร์ต ห้ามผิด

21.jpgอินเดีย_๑๘๐๘๑๘_0117.jpg

9 : การชำระเงิน
การจ่ายเงินจะเป็นการชำระผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น โดยขั้นตอนให้เราเลือก Pay Now จะมีระบบธนาคารให้เราเลือก 2ธนาคาร  ส่วนเราเลือก axis bank เพราะขั้นตอนการจ่ายเงินง่ายกว่า

ยอดชำระอยู่ที่ 80 USD / คน 

19.jpg18

หลังจากนั้นก็รอเมลมายืนยันสเตตัสค่ะ

กรณีของใครข้อมูลไม่ครบ หลักฐานไม่ชัด จะมีเมลมาแจ้งให้อัพโหลดเอกสารใหม่ ของเราไม่ถึง 24ชั่วโมง ก็ได้เมลว่าวีซ่าผ่านแล้ว

ถ้าอีเมลแจ้งกลับมา Application Status  เป็น Granted ก็เท่ากับว่าวีซ่าเราผ่านละค่ะ หรือจะเข้าไปเช็คที่เว็บไซค์ https://indianvisaonline.gov.in/evisa/StatusEnquiry

_๑๘๐๘๑๘_0118

 สุดท้ายอย่าลืมปริ้นหน้า Visa ไปด้วยนะคะ สำคัญมากค่ะ 

22.jpg

E – Visa กับการเข้าอินเดีย 2 รอบ 

จากประสบการณ์ตรงของเราเกี่ยวกับการขอ E – Visa และการเข้าอินเดีย 2 รอบ

รอบแรกเราเดินทางเข้าอินเดียทางสนามบินเดลี ทริปนั้นเราไปเลห์ ลาดักค่ะ แล้วเมื่อเราขอวีซ่าแบบ E – Visa มานั้น ตม. ของอินเดียจะปั้มเกี่ยวกับวีซ่าและการเข้าเมืองของเรา ซึ่งในตราปั้มนั้นจะมีการเขียนเลขวันหมดอายุของวีซ่านั้นไว้ด้วยค่ะ ซึ่งการเข้าครั้งที่สองถ้าเราเดินทางเข้าอินเดียอีกครั้งแล้วยังอยู่ในช่วงเวลาที่ ตม. อินเดียเขียนไว้ให้ใน Passport ก็ถือว่าโอเค เข้าได้

(ครั้งแรกที่เราเข้าอินเดีย คือวันที่ 16 เมษายน 2018 วันหมดอายุคือ 14 มิถุนายน 2018)

แต่ก่อนเราจะเดินทางไปก็ไม่รู้ว่าตัวเองไปหาข้อมูลมาจากไหนว่า E – Visa ที่เราจะเดินทางเข้าอินเดียนั้น ถ้าจะเข้าอินเดียรอบสองต้องเข้าสนามบินเดิมเหมือนครั้งแรกเท่านั้น เพราะตอนที่เรากรอกวีซ่านั้น เขาจะมีให้ระบุสนามบิน เข้า – ออก ด้วย

ซึ่งตัวเราจะเดินทางเข้าครั้งที่สองวันที่ 1 มิถุนายน 2018 ซึ่งมันก็อยู่ในวันที่ๆทาง ตม. เขียนเอาไว้ แต่ๆๆๆๆ เราจะไม่ได้เข้าสนามบินเดลีในครั้งที่สอง เราจะเข้าทางสนามบินจัยปูร์

เราก็เลยโทรไปถามสถานทูตอินเดียประจำประเทศไทย มีเจ้าหน้าที่คนไทยรับสายแล้วก็ให้ข้อมูลเราว่า

” E – Visa กรอกสนามบินไหน ต้องเข้าออกสนามบินนั้น ถ้าเปลี่ยนสนามบินต้องทำใหม่ ”

โอเค ทำใหม่ก็ทำใหม่ค่ะ แต่เมื่อเราเดินทางเข้าอินเดียครั้งที่สองที่สนามบินจัยปูร์ ตม. อินเดียกลับพูดกับเราว่า ทำใหม่ทำไม อันเก่ายังไม่หมดอายุเลย เราเลยบอกว่าถามเจ้าหน้าที่ๆประเทศไทยมา เขาบอกใช้ไม่ได้ ตม. อินเดียบอกว่า ใช้ได้ ดูตามวันที่เลย ถ้ายังอยู่ในวันที่ ก็เข้าได้หมด สนามบินไหนก็ได้ ไม่ต้องเสียเงินมา 2 รอบ !!!

สรุป คืออออออออออออ ใครจะเข้าอินเดียรอบ 2 ให้ดูวันที่หมดอายุที่ ตม. เขียนไว้ให้ตอนเข้าครั้งแรก ถ้ายังอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ก็เข้าได้เลย สนามบินไหนก็ได้ในอินเดีย 

อินเดีย_๑๘๐๘๑๘_0115.jpg

ติตตามบันทึกนักหนีเที่ยวได้ที่ 

Facebook : https://www.facebook.com/neetiewdiary/

Instagram : neetiewdiary

web : www.neetiewdiary.com

How to … Visa จีน (ฉบับวีซ่าท่องเที่ยว)

0

เมื่อคนกลัวจีน ต้องไปจีน …

ใช่ค่ะ !! เราเป็นโรคกลัวจีน โรคที่ไม่แน่ใจว่ามียารักษารึป่าว หรือว่าควรไปเจอกับตัวแล้วถึงจะหาย ก็ไม่แน่ใจ   

แต่ในเมื่อสุดท้ายเราต้องไปจีน สิ่งแรกที่จะทำให้เราผ่านเข้าไปในประเทศจีนได้ ก็คงหนีไม่พ้นวีซ่า

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าคนไทยเราต้องขอวีซ่าไปจีนนะคะ แต่ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่า วีซ่า มันก็ไม่น่ากลัวและยุ่งยากเท่า วีซ่าอเมริกา หรือ ยุโรป แต่อย่างใด เพราะวีซ่าจีนนั้น ไม่ต้องใช้ใบลางาน ไม่ต้องแสดง statement ซึ่งอันนี้ถือว่าง่ายไปเยอะเลยค่ะ 

ขั้นตอนการเตรียมข้อมูลและเอกสารเราเองก่อนจะไปยื่นขอวีซ่าจีน 

มีดังนี้

  1. Passport มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน และต้องมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า
  2. สำเนาหน้าแรกของ Passport 1 ใบ
  3. ใบจองตั๋วเครื่องบิน (ไป-กลับ)  * ข้อนี้เข้าใจว่าบางท่านอาจจะยังไม่อยากจองตั๋วเครื่องบินจนกว่าจะได้วีซ่ามาครอง หรือ อาจจะเดินทางด้วยรถไปทางภาคเหนือของไทย แต่มันก็ยุ่งยากถ้าจะส่งเอกสารเรื่องรถ เพราะหลายต่อ  ดังนั้นเอกสารในส่วนนี้ให้เราไปจองตั๋วไป-กลับของการบินไทย ผ่านทางออนไลน์ แต่ให้เลือกชำระเงินแบบไปจ่ายที่เคาเตอร์ภายใน 48 ชม แล้วทางการบินไทยก็จะส่งเมลล์ booking มาให้เราค่ะ ก็ให้เราปริ้นใบนั้นออกมาเพื่อนำไปยื่นขอวีซ่าค่ะ 
  4. ใบจองโรงแรม (ทุกคืน) แบบมีชื่อของผู้เข้าพักทุกคน  **สำหรับคนที่มีแพลนจะต้องจองรถไฟนอนในจีนแบบเรา ก็จะมีหนึ่งคืนที่เราไม่ต้องพักโรงแรม แต่เวลาไปยื่นวีซ่า ก็ให้จองแบบยกเลิกได้ผ่านทาง www.booking.com 
  5. รูปถ่ายสี พื้นหลังสีขาว ไม่มีขอบ และถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ขนาด 48 x 33มม กว้างส่วนศีรษะ:15มม. ถึง 22มม., ความสูงส่วนศีรษะ: 28มม. ถึง 33มม. หน้าตรง เปิดหู ไม่หลับตา จำนวน 2 ใบ  *** 1 รูป ติดลงไปในแบบฟอร์มขอวีซ่า อีก 1 ใบ ยื่นให้เจ้าหน้าที่วันที่ไปยื่นขอวีซ่า 
  6. เเบบฟอร์มการขอยื่นวีซ่าจีน ****สามารถดาวน์โหลดได้ที่  https://www.visaforchina.org/BKK_TH/generalinformation/downloads/278317.shtml

ขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์มขอยื่นวีซ่าจีน 

ให้เรากรอกให้ครบทุกช่อง ถ้าช่องไหนไม่ไม่มี ไม่ให้เว้นว่าง ให้กรอก N/A 

แบบฟอร์มมีทั้งหมด 4 หน้า

หน้าที่ 1 : ข้อมูลส่วนตัว

วีซ่าจีน1วีซ่าจีน2

หน้าที่ 2

วีซ่าจีน3วีซ่าจีน4

หน้าที่ 3 วีซ่าจีน5วีซ่าจีน6

หน้าที่ 4 วีซ่าจีน7วีซ่าจีน8


เมื่อกรอกแบบฟอร์มครบแล้ว มีเอกสารสำหรับใช้ในการขอวีซ่าครบแล้ว ก็ไปขอวีซ่ากันค่ะ

สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในประเทศไทยมีทั้งหมด 3 แห่ง 

  1. อยู่ในกรุงเทพ

ที่อยู่      1550 อาคารธนภูมิ ชั้น 5 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400  แฟกซ์ 02-207-5988,022075933 Call Center 02-207-5888

ค่าใช้จ่ายสำหรับการขอวีซ่าจีน (วีซ่าท่องเที่ยว) 1500 บาท / คน

2. อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่

สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่

ที่อยู่        111 ถ.ช่างหล่อ ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50100 

โทรศัพท์    +66-5328-0380; +66-5327-6457; +66-5327-6125  แฟ๊กซ์        +66-5327-4614

ค่าใช้จ่ายสำหรับการขอวีซ่าจีน (วีซ่าท่องเที่ยว) 1000 บาท / คน  (ไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านศูนย์ยื่นขอวีซ่า)

3. อยู่ที่จังหวัดสงขลา

สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา

ที่อยู่         เลขที่ 9 .สะเดา สงขลา 90110 

โทรศัพท์  (074) 322034, 325045     แฟ๊กซ์       (074) 323772

ค่าใช้จ่ายสำหรับการขอวีซ่าจีน (วีซ่าท่องเที่ยว) 1000 บาท / คน  (ไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านศูนย์ยื่นขอวีซ่า)


สำหรับชาวหาดใหญ่แบบเราไปขอวีซ่าได้ง่ายๆที่ สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา ไปง่ายๆ สถานกงสุล อยู่ไม่ไกลจากศูนย์ราชการค่ะ  และเพื่อความรวดเร็วให้เตรียมเอกสารไปให้พร้อม  สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา ลักษณะคล้ายๆกับบ้านคนทั่วไป แต่จะมีธงชาติจีนประดับอยู่ค่ะ เมื่อไปถึงแจ้งพี่ยามว่ามาขอวีซ่า พี่ยามก็ให้แลกบัตรเอาไว้ให้ค่ะ แล้วให้เราเดินเข้าไปในตัวอาคาร จะมีลุงเจ้าหน้าที่หน้าด้าน ให้เราผ่านเครื่องสแกนเข้าไปแล้ว เอาของฝากไว้ในล็อกเกอร์ เอาเข้าไปได้แค่ เอกสาร ปากกา แค่นั้นค่ะ  เมื่อเข้ามาด้านในแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่คนไทยสองคน ช่วยในการตรวจเอกสารของเราค่ะ ถ้าเอกสารเรียบร้อยแล้วไม่เกิน 15 นาที ก็เสร็จค่ะ แล้วเจ้าหน้าที่จะออกบัตรให้เรา ซึ่งถ้าใครไม่ว่างมารับวันที่เจ้าหน้าที่แจ้งสามารถมารับหลังจากนั้นได้ค่ะ ( เราก็ไม่ว่าง กว่าจะได้ไปเอาวีซ่าก็เลทมาเกือบ 2 สัปดาห์เลยค่ะ) และเงินค่าวีซ่าให้จ่ายวันมารับวีซ่านะคะ   ช่วงเวลาในการไปขอวีซ่า คือช่วงเช้า 9.00-12.00 น  ช่วงบ่าย 14.30-16.00 น ส่วนเวลาที่จะมารับวีซ่าได้นั้นคือ 14.30-16.00 น เท่านั้นนะคะ 

วีซ่าจีนไม่ยากเลยค่ะ แค่เราเตรียมเอกสารไปให้พร้อม ไม่เกิน 15 นาที ก็เรียบร้อย รอ4วันก็ได้วีซ่าจีนมาครอง


ติตตามบันทึกนักหนีเที่ยวได้ที่ 

Facebook : https://www.facebook.com/neetiewdiary/

Instagram : neetiewdiary

web : www.neetiewdiary.com