Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin

2019 กำลังจะผ่านไป

2020 กำลังจะเข้ามา

ปีนี้เป็นปีที่เราใช้ทั้งร่างกาย สมอง และ ความฝัน จนใช้คำว่า “หมดแรง” ได้เลยนะ ทริปนี้เราเลยมองหาสถานที่ที่จะสามารถเยียวยาเราได้ ช่วยให้เราได้พักร่าง เติมแรงฝันขึ้นมาให้เต็มใจอีกครั้ง

การเดินทางครั้งนี้บันทึกนักหนีเที่ยว ก็ยังเป็นมนุษย์เวลาน้อยเช่นเดิม สถานที่ที่เราเลือกก็คือ “หัวหิน” ปลายทางที่เราขับรถจากกรุงเทพ แค่ประมาณ 2-3 ชม. ก็ถึงแล้ว และโรงแรมที่เป็นจุดหมายในการไปฟื้นร่างของเราคือ “Movenpick Asara Resort & Spa Hua Hin”

Movenpick Asara Resort & Spa Hua Hin

โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน โรงแรมระดับ 5 ดาว บนพื้นที่กว่า 22 ไร่ โดยห้องพักของโรงแรมแห่งนี้ประกอบด้วยห้องพักแบบสวีทและวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ที่สำคัญเราว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรม 5 ดาวที่มีความหรูหรา เป็นปลายทางที่ให้เราได้ผ่อนคลาย โดยที่เราสามารถเข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาของห้องพักเริ่มต้น 6000 + – (ราคาขึ้นอยู่กับช่วงที่เราเข้าพัก)

Location

โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน ตั้งอยู่หัวหิน ซอย 5 ซึ่งตัวโรงแรมตั้งอยู่ริมทะเลอันสงบเงียบ เมื่อเข้ามาภายในโรงแรมแล้วเหมือนเราเข้าสู่อาณาจักรแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

Lobby

เมื่อเข้ามาภายในโรงแรมแล้ว สิ่งแรกที่เราจะได้เจอก็คืออาคารล็อบบี้ ที่ออกแบบมาให้มีความสูงโปร่ง รับลมจากธรรมชาติ อาคารออกแบบนำเสนอความเป็นไทยร่วมสมัยอันเรียบหรู

ส่วนการเช็คอินนั้นใช้เวลาไม่นานค่ะ ระหว่างรอก็จะมี Welcome Sorbet อร่อยๆ มาให้เราได้ทานด้วยนะ

ตัวอาคาร Lobby ไม่ได้มีแค่ส่วนที่เราใช้เช็คอิน-เช็คเอาท์เท่านั้นนะ เพราะเดินทางมาด้านล่างในตัวอาคารเดียวกัน ก็จะมีพื้นที่ให้เราได้พักผ่อน ผ่อนคลายกับแมกไม้ที่ลายล้อมอยู่รอบโรงแรม ตั้งแต่ยังไม่ถึงห้องพักเลยค่ะ

บริเวณภายในโรงแรม

ภายในโรงแรมรายล้อมไปด้วยสวนเขียวชอุ่มของแมกไม้เมืองร้อน ด้วยเอกลักษณ์ของตัวอาคารที่ทอดยาวไปสู่ผืนทะเลอ่าวไทย ทำให้เราสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสายลม และสีเขียวจากธรรมชาติ

Private Pool Villa

โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน มีห้องพักทั้งหมดจะแบ่งออกได้ 2 ปรเภทใหญ่ๆคือ Suites และ Villa สามารถดูรายละเอียดห้องเพิ่มได้ที่ : www.movenpick.com/hua-hin

โดยทริปนี้เราเข้าพักห้องแบบ Private Pool Villa นะคะ โดยห้องที่เราพักคือห้อง 121 โดยวิลล่าแต่ละหลังได้รับการออกแบบมาให้มีความเป็นส่วนตัวสูง เหมือนเราพักในบ้านตากอากาศมากกว่าโรงแรม

ห้องที่เราพักเป็นพลูวิลล่าที่มีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 150 ตร.ม. เลยนะ โดยภายในห้องจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ ก็คือตัวอาคารของวิลล่า และสวนของวิลล่าที่มีสระว่ายน้ำขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไป แต่ถือว่าใหญ่มากพอให้เราได้ใช้เวลาทั้งวันไปในห้องพักแสนจะสงบและสวยงามแบบนี้

มาดูส่วนของในตัววิลล่ากันค่ะ

เข้ามาแล้วเราจะได้เจอกับห้องรับแขกขนาดกว้างขว้าง ภายในมี TV และ มินิบาร์ที่มีเครื่องดื่มให้บริการอยู่ (เครื่องดื่มบางส่วนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะคะ) ส่วนการตกแต่งภายในห้องนั้นใช้กระจกรอบด้านให้ความรู้สึกโปร่งสบาย เมื่อเราเปิดม่านออกไปชมบรรยากาศภายในวิลล่า

ส่วนของห้องนอน จะมีเตียงขนาด 6 ฟุตอยู่กลางห้อง ด้านขวาของเตียงคือโต๊ะเครื่องแป้ง ส่วนด้านซ้ายคือ เก้าอี้โซฟาให้เราได้พักมองวิวจากสระส่วนตัวอีกด้วยนะคะ ปลายเตียงจะมาพร้อม TV อีกเครื่อง ส่วนการตกแต่งออกแบบก็ยังคงใช้กระจกรอบด้าน เพื่อให้เราได้ผ่อนคลายกับวิวภายในวิลล่า

มาดูส่วนของห้องน้ำกันค่ะ ห้องน้ำกว้างมากกกก กว้างขนาดเล่นตระกร้อได้เลยละมั้ง

โซนห้องน้ำจะเป็นโซนย่อยๆแยกเป็นสัดส่วนอย่างจัดเจน โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณตู้เสื้อผ้า ช่องเก็บสัมภาระของเรา และสิ่งที่เราชอบมากอีกอย่างคือมีเตารีดและที่รองรีดไว้ให้ด้วย ส่วนต่อมาฝั่งตรงข้ามคืออ่างล้างหน้าที่มีกระจกบานใหญ่มากกกก

และจุดโฟกัสสายตาก็คืออ่างอาบน้ำ ด้านข้างคือห้องส้วมและห้องอาบน้ำแบบอินดอร์

ยังไม่พอนะคะ เพราะว่าภายในห้องแบบพูล วิลล่าที่เราพักนั้น ยังมีส่วนอาบน้ำแบบเอาท์ดอร์ด้วยนะคะ ให้เราได้อาบน้ำไป รับอากาศสดชื่นด้านนอกไป

ความสุขแบบส่วนตัว

Private Pool Villa ห้องพักที่มีความเป็นส่วนตัวสูงมาก จะเรียกว่าห้องพักก็ดูไม่เหมาะเท่าไหร่ ขอเรียกว่ามันคือวิลล่าที่เปรียบเสมือนบ้านตากอากาศ ให้เราได้ผ่อนคลาย พักผ่อน หย่อนใจในพื้นที่ส่วนตัวที่แสนจะชิลลลลล

การเลือกห้องพักแบบพูลวิลล่า สำหรับเรามันคือการเลือกความสุขให้ตัวเอง เพราะเราจะว่ายน้ำตอนไหนก็ได้ หรืออีกคนจะนอนเล่น อีกคนจะว่ายน้ำก็ได้ เราสามารถใช้เวลาพักผ่อนของเราได้คุ้มค่าที่สุด มันคือความสุขง่ายๆที่เราสามารถให้ตัวเราเองได้ในพื้นที่แห่งนี้

ส่วนใครเลือกพักห้องแบบพูลวิลล่าแบบเรา แนะนำว่าให้เอาสบู่สำหรับตีฟองมาด้วยนะ รับรองว่าจะทำให้ช่วงเวลาแห่งความสุขของเรายืดยาวขึ้นอีกเยอะเชียว หรือเราจะแช่น้ำไป คุณผู้ชายจะอาบน้ำด้านนอกไปก็ได้น้าาาาา

ส่วนก่อนนอนทางที่พักจะมาจัดเตียงให้อีกครั้ง พร้อมกับวางช็อกโกแลตเล็กๆจากเมอวินพิก ไว้ให้ช่วยให้เราหลับฝันดี

นี่แหละเนอะที่เราบอกว่ามันคือความสุขแบบส่วนตัวที่เมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน

Chocolates Hours 

เมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน แห่งนี้จะมีชั่วโมงช็อกโกแลตทุกวัน เวลา 15.00 – 16.00 น. เป็นชั่วโมงแห่งความสุขสำหรับคนรักช็อกโกแลตแบบเราเลยนะ

เมนูช็อกโกแลตในแต่ละวันจะไม่เหมือนกันและที่สำคัญบริการนี้เป็นบริการที่ทางโรงแรมจัดให้แขกที่เข้าพักฟรีทุกวัน !!!

Ocean Bar

ช่วงเย็นๆ เราแนะนำว่าให้มานั่งกินลมชมวิวที่ Ocean Bar บาร์ริมทะเลที่หลังพระอาทิตย์ตกดินแล้ว จะเป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกที่สุดเลย ตรงนี้ถือเป็นมุม Signature ของ เมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน เลยก็ว่าได้นะคะ เพราะมีเจ้าเก้าอี้กลม ขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ริมทะเล ให้เราได้นั่งเล่น จิบคอทเทลดีๆ ฟินที่สุดดดดดดดดดดด

แถมยังมีดนตรีสดทุกวัน พฤหัส-อาทิตย์ และที่สำคัญยังมีเมนู Happy Hours 1 แถม 1 ด้วยนะ

ห้องอาหารภายในโรงแรม

ภายในโรงแรมแห่งนี้ มีห้องอาหาร 2 ห้องให้เราได้เลือกไปทานอาหารอร่อยได้แบบ 2 บรรยากาศ

BAANDAM (บ้านดำ)

ร้านอาหารที่บริการอาหารไทยและซีฟู๊ด ตัวบริเวณห้องอาหารอยู่ริมทะเลภายในบริเวณของโรงแรม โดยตัวอาคารหลักจะเป็นเรือนไทยหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้กับบริเวณสนามหญ้าริมทะเล

บ้านดำถือเป็นห้องอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่อยากทานอาหารอร่อย ริมทะเล รับอากาศบริสุทธ์จากบริเวณริมทะเล ให้ลมได้ปะทะหน้าชิลๆในเวลาช่วงเย็นของวัน

แต่เราไปทานอาหารที่บ้านดำในช่วงมื้อค่ำของวัน เลยอดถ่ายรูปตอนทานอาหารชิลๆริมทะเลมาฝากเลย แต่อยากจะบอกว่าใครที่มาเลือกทานอาหารตั้งแต่ตอนเย็นแบบเรา นอกจากเราจะได้อาหารอร่อยแล้ว เรายังจะได้ฟังเพลงเพราะๆที่ร้องสดอีกด้วยนะ (จะไม่มีดนตรีสดในวันจันทร์นะคะ)

อยากจะบอกว่ามาทานตอนค่ำแบบเราก็ได้บรรยากาศโรแมนติกไปอีกแบบนะคะ

เมนูที่เราทานเป็นอาหารไทยและซีฟู๊ด

  • หอยนางรมทรงเครื่อง : ใครชอบหอยนางรมแบบเรา แนะนำว่าต้องสั่ง !! เด็ดดด สด ดีงามมม
  • แกงปูใบชะพลู : อีกหนึ่งเมนูโปรดของเรา เนื้อปูสดๆ กับแกงรสชาติเข้มข้น อร่อย
  • กุ้งผัดพริกเกลือ : กุ้งตัวใหญ่ๆ เนื้อแน่นๆๆ อร่อยมากกก
  • ลาบปลากะพงทอด : คือออ อร่อยมากกกก ลาบมาพร้อมกับข้าวเหนียว จานนี้เราทานคนเดียวหมดด
  • ต้มยำปลาน้ำข้น : ต้มยำรสแซ่บบบบ เนื้อปลาสดๆๆ ดีงามมม
  • น้ำพริกไข่ปู : เมนูน้ำพริกแซ่บๆ ที่มาพร้อมกับผักสดแบบจัดเต็ม
  • กล้วยทอดไอศกรีม : เมนูของหวานที่อร่อยสุดดด ต้องสั่งเลยนะ แนะนำ

ทุกอย่างคือสด อร่อยมากกกกกกกกก ควรค่าแก่การมาลิ้มลองมากเลยนะคะ และต้องขออภัยหากรูปอาหารจะมีความเบลอ เพราะทางเราหิวมากกกกกก 555555

ห้องอาหาร ก้ามปู (Kampu)

ส่วนห้องอาหารอีกหนึ่งห้องคือห้องอาหารก้ามปู ห้องอาหารที่ตั้งชื่อตามต้นก้ามปูใหญ่ ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้องอาหาร ห้องอาหารก้ามปูคือว่าเป็นห้องอาหารหลักของโรงแรม เพราะบริการแบบ All Day Dinning มีอาหารฝรั่งเศส และอาหารไทยดั้งเดิมให้เราได้เลือกทาน

ห้องอาหารก้ามปู มีอาคารหลักอยู่บริเวณใกล้กับสระน้ำส่วนกลาง ทำให้วิวที่เราจะได้เห็นเมื่อนั่งทานอาหารที่นี่นั้น คือภาพสีฟ้าจากสระว่ายน้ำส่วนกลางขนาดใหญ่ และวิวหาดส่วนตัวของโรงแรม

ส่วนเรานั้นขอลองทานอาหารฝรั่งเศสแล้วกันเนอะ เพราะมีแต่คนบอกว่าอาหารฝรั่งเศสที่นี่เด็ด มาแล้วต้องลองง จัดไปเลยจ้าาาา

  • ขนมปังเป็น Appetizer
  • Homemade Angel Hair Pasta with Chill-garlic crab : เป็นเมนูที่เราชอบมากก เนื้อปูแน่นๆ กับเส้นพาสต้า คือดีงามมม
  • Hua Hin Seabass Fillet : เมนูสำหรับคนชอบปลา อร่อยเลยค่ะ
  • Beef Tartare : เมนูนี้ถือเป็น Singnature Dish เลยนะ ใครชอบเนื้อต้องลองนะ เด็ด!
  • Prawn Gazpacho : ซุปซอสมะเขือเทศกุ้ง ดีงามมม

เมนูของหวาน

  • Avocado & Lemon Cheese Cake : เมนูของหวานที่ครบรส นอกจากอร่อยแล้ว ยังถ่ายรูปสวยด้วยนะ
  • Movenpick Ice-Cream : แนะนำว่าต้องกินนนนนนน อร่อยมากกกก ดีงามสุด

Breakfast

อาหารเช้าเป็นช่วงเวลาที่เราตั้งตารอเมื่อเข้าพักโรงแรมเลยค่ะ เพราะว่าเราชอบการที่ได้เลือกอาหารเช้าที่จัดอยู่ตระการตา มันคือความสนุกของการพักเลยนะ

อาหารเช้าเรามาทานกันที่ห้องอาหารก้ามปูเหมือนเดิมนะคะ ส่วนไลน์อาหารเช้าของทางโรงแรมมีเยอะมากกกกกก ตั้งแต่อาหารตะวันตก อาหารไทย อย่างโจ้ก และ ก๋วยเตี๋ยวก็มีให้บริการด้วยนะ คือเอาเป็นว่าครบมากกกก จัดเต็มสุดเลยค่ะ

ส่วนมาทานอาหารเช้า เราแนะนำโต๊ะริมสระส่วนกลางเลยค่ะ บรรยากาศดีมากตอนเช้า ได้มองวิวสวยๆ ทานอาหารอร่อย มันคือการเริ่มต้นวันที่ดีในการพักผ่อนของเราเลยนะ

Asara Spa

อัสสรา สปา ณ โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน เป็นสปาที่มีเอกลักษณ์การตกแต่งในสไตล์ทรอปปิคอล ภายใต้คอนเซปต์ “Stay and Recharge”อัสสรา สปาสร้างสรรค์ประสบการณ์แห่งการผ่อนคลาย

สำหรับใครที่มาพักผ่อนที่โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน ถ้าคุณคิดว่าทริปนี้ คือทริปที่พักผ่อนและมอบของขวัญอย่างแท้จริงให้กับร่างกาย เราแนะนำว่าควรที่จะทำสปาที่นี่ด้วย เพราะมันคือการผ่อนคลายที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้ตัวเองเลยนะ

เมื่อเราเลือกที่จะทำสปา เราก็จะกลายเป็นแขกคนสำคัญของอัสสรา สปา เราจะได้รับการดูแลอย่างดีตามแบบฉบับการต้อนรับของวัฒนธรรมไทยควบคู่ไปกับมาตรฐานสปาสากล

ทริปนี้เราเลือกทรีทเมนท์ยอดนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ของอัสสรา สปา อย่าง “Himalayan Salt Thermal Therapy”

“Himalayan Salt Thermal Therapy” เป็นการผสมผสานของเทคนิคการนวดด้วยเกลือหิมาลายันร้อน และเย็น และปลอบประโลมด้วยน้ำมันออร์กานิคแท้จากธรรมชาติ ใช้เวลาประมาณ 90 นาที เป็นการนวดทั้งตัวที่ให้ความผ่อนคลายร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง

Fitness center

หากใครอยากออกกำลังกายที่นี่ก็มีฟิตเน็ตบริการด้วยนะคะ

Sunrise & Infinity pool

หากถามเราว่าช่วงเวลาไหนที่ดีที่สุดในการเข้าพัก โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน เราก็ตอบว่าทุกช่วงเวลามันคือช่วงเวลาที่สุขในการพักผ่อน

แต่ถ้าหากถามเราว่าเราชอบช่วงเวลาไหนที่สุด ก็คงต้องตอบว่า “ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น” โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน เป็นทำเลที่เราสามารถดูพระอาทิตย์ขึ้นจากน้ำได้ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งในหัวหิน

เวลาที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นจากมุมเก้าอี้ริมทะเลที่ถือว่ามุมนี้คือ Singnature ของโรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน หากเราได้ใช้ช่วงเวลานี้ไปกับคนที่เรารัก มันคือเวลาที่โรแมนติกมากช่วงหนึ่งในชีวิตเลยนะคะ

โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหินมีสระว่ายน้ำส่วนกลางขนาดใหญ่ เป็นสระน้ำเกลือในรูปแบบอินฟินิตี้ ให้คุณได้ทอดสายตาพักผ่อนไปกับวิวทะเลอันกว้างไกล ใครตื่นเช้ามาแนะนำว่าต้องมาถ่ายรูปสวยๆคู่กับสระแห่งนี้ให้ได้เลยนะคะ

ช่วงเวลาตอนเช้าหากเราได้ตื่นมาเจอกับภาพสวยๆๆ อากาศดีๆ มันคือพลังชีวิตที่ดีที่สุดของชีวิตเราในวันนั้นเลยนะคะ โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มอบช่วงเวลานั้นให้เราได้

Beach

ทางที่พักมีหาดส่วนตัวที่ให้เราได้ผ่อนคลายริมทะเล ทำให้เราสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสายลม

การเดินทางมาพักผ่อนมาพร้อมกับคนรู้ใจ เราว่ามันคือช่วงเวลาที่ดีมากๆที่จะเติมเต็มความเข้าใจของสองคนได้ดีมากทีนะคะ


โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน สำหรับลิเดียนั้นคือ ประทับใจมากกกกกกกกก ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทำให้เราสามารถหนีความวุ่นวาย ความเหนื่อยล้า มาพักผ่อน ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นโรงแรมที่เราสามารถเข้าไปแล้วมีทุกอย่างที่ต้องการเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวิลล่าที่มีความส่วนตัวสูง สระว่ายน้ำส่วนในวิลล่า ร้านอาหารที่บริการอาหารอร่อย วิวที่มองออกไปสู่ทะเล ความผ่อนคลายที่เราสามารถมอบให้ร่างกายด้วยการทำสปา

และสิ่งที่ลิเดียสัมผัสได้คือพี่ๆน้องๆในโรงแรมทุกคน น่ารักมากกก ช่วยเหลือเราดีมาก ทุกคนพร้อมที่จะบริการ ทำให้เราผู้เป็นแขกที่มาใช้บริการได้รับความอิ่มใจนั้นมาเต็มๆเลยล่ะ

เราว่าที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งสำหรับใครสักคนที่อยากจะหาที่พักที่ถือว่าเป็นการมอบความสุขให้ตัวเราเองและคนที่เรารัก ดังนั้น โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน เป็นอีกตัวเลือกที่ดีมากทีเดียวค่ะ เราแน่ใจว่าถ้าคุณมาพักที่นี่คุณจะรู้ว่าความสุขที่สามารถมอบให้ตัวเองได้เป็นเช่นไร

สุดท้ายลิเดียขอขอบคุณพี่ๆ น้องๆ จากโรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน ที่ต้อนรับและดูแลบันทึกนักหนีเที่ยวอย่างดีมากๆๆ

โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน

ที่อยู่

53 หัวหิน ซอย 5 ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77110

โทร. 032 520 777 | แฟกซ์ 032 547 762

เว็บไซต์: www.movenpick.com/hua-hin

อีเมล์: resort.huahin@movenpick.com

Sripakpra Andacura Boutique Resort ผ่อนคลาย | unseen | พัทลุง

บางครั้งการเดินทางอาจจะไม่ใช่เรื่องราวที่ตื่นเต้นและลุ้นระทึกตลอดเวลา

บางครั้งการเดินทางมันก็คือการพักผ่อน

บางครั้งการเดินทางก็เป็นเพียงแค่การเสาะแสวงหาสถานที่ ที่เราสามารถผ่อนคลาย ปล่อยใจ และเสพความสุขไปกับมัน

ทริปนี้เราจะพาทุกคนไปพักผ่อนและผ่อนคลายกันที่พัทลุงอีกครั้งงงงงงง

คราวนี้ขอเอาใจนักท่องเที่ยวที่รักความสบาย ชอบความหรูและชิลลลลลลล

ทริปนี้เราจะพาทุกคนไปพักกันที่ ศรีปากประ อันดาคูรา บูตีค รีสอร์ท ที่พักหรูระดับ 5 ดาว ที่มีวิวที่สวยไม่แพ้ตัวโรงแรมเลย ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

ทริปนี้เราเลือกมาพักในช่วงวันธรรมดา เพราะแขกไม่เยอะและมีห้องว่าง ทำให้โรงแรมที่สบายอยู่แล้ว ยิ่งสงบและชิลไปอีกกกกกกกก

เราขับรถมาถึงที่พักตอนประมาณบ่ายสาม ก็ได้เข้าเช็คอินเลย (ก็มันถึงเวลาละแกรรร)

รอเช็คอินไม่นาน เราก็ได้กุญแจห้องพักของเราคืนนี้มาาาาาา

คือแค่ล็อบบี้ก็ชิลแล้วแกรรรร มานอนเล่นได้นะ สบายมากกกก

เราได้ห้องพักหมายเลข 9 ซึ่งเป็นห้องที่อยู่โซนกลางๆ

และสิ่งที่เราชอบมากกับการได้ห้องโซนกลางๆ เพราะที่พักมีจักรยานให้เราปั่นเล่นด้วย ก็จะได้ถือโอกาสปั่นจักรยานจากหน้าห้องตัวเองไปส่วนกลางบ้างงงง

ชิลลลลลลลลล

เข้าไปสำรวจห้องกันดีกว่าค่ะ

ภายในห้องเป็นไปตามมาตรฐานของโรงแรม 5 ดาว

และที่สำคัญคือห้องกว้างและเตียงนิ่มดูดวิญญาณมากกกกกกก

แต่มีจุดเด่นอยู่ตรงระเบียงของห้อง ที่มีเปลให้เรานั่งไกวเล่นๆ ชิลๆ โดยเฉพาะตอนเช้า ถือว่าชิลมากกกกกกกกก นั่งดูนกที่บินมาเกาะ นั่งดูธรรมชาติไปเรื่อยๆ

อีกจุดเด่นในห้องพักที่เราชอบและถือว่าทางที่พักทำได้ดีมากทีเดียวก็คือห้องน้ำ

ห้องน้ำกว้างมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

แยกส่วนแห้งและเปียกชัดเจน

โดยสิ่งแรกที่เราชอบก็คือเคาเตอร์อ่างล้างหน้าที่ทำออกมากว้างมากกก ทำมันให้มนุษย์ที่เดินทางกับเพื่อนแบบเรา สามารถวางเครื่องสำอางค์แบบกระจายกันได้คนละฝั่งแบบเต็มๆไม่ต้องเบียดกัน อันนี้ถือว่าดีมากกกกก

จุดเด่น จุดที่สองของห้องน้ำก็คือโซน Shower ที่มีทั้ง Indoor และ Outdoor ให้เราได้เลือกบรรยากาศกันตามใจชอบไปเลยยยยย

หลังจากสำรวจห้องกันไปแล้ว เราจะพาทุกคนไปสำรวจอีกโซนที่ถือว่าเป็นโซนที่ชิล สวย น่าพักผ่อนมากกกกกกกก นั่นก็คือ สระว่ายน้ำส่วนกลาง

ตัวสระว่ายน้ำตั้งอยู่ใกล้กับทะเลที่มีวิวยอ และวิถีชีวิตของผู้คนในบริเวณนั้นจริงๆ มันทำให้เรารู้สึกว่าจะนั่งเล่นริมสระ หรือ กระโดดลงน้ำ มันเป็นสิ่งที่เลือกยากมากกกกก

และแน่นอนค่ะ เราทำมันทั้งสองอย่างไปเล้ยยยยยยย

ได้เล่นน้ำในสระน้ำเกลือ ในวันอากาศร้อนแบนี้ มันสดชื่นมากกกกกก

เวลาตลอดทั้งบ่ายยยยย ของเราหมดไปกับการเล่นน้ำ

เพราะวันนี้แขกของที่พักน้อย เราเลยได้ครองสระอันแสนสวยคนเดียวววว

ชิลมากกกกกแกรรรรร

เราเล่นน้ำ (อย่าเรียกว่าว่ายน้ำเลยนะ มันยังห่างไกล) อยู่นานนนนนนนนน

รู้ตัวอีกทีคือกำลังจะ 6 โมงเย็น ต้องรีบขึ้นจากสระ กลับห้องมาอาบน้ำ และโทรถามทางรีเสปชั่นว่า มีวิวพระอาทิตย์ตกที่ไหนสวยแนะนำบ้าง

และได้ความมาว่าวิวพระอาทิตย์ตกให้เราไปดูที่สะพานเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักประมาณ 3-5 กิโลเมตร นี่เองงงง

แต่กว่าเราจะอาบน้ำเสร็จ อาทิตย์ก็เหมือนจะลาไปทำหน้าที่อีกซีกโลกหนึ่งแล้ว แต่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเล่นน้ำ ทำให้เราเผลอหลับไปปปปปปปปปปปปปปปปป

นั้นไงงงงงงงงงงงงงงงง

พระอาทิตย์ตกก็ไม่ได้ดู ข้าวก็ไม่ได้กิน ดันมาหลับซะงั้นนนนนน

รูปจากกล้องฟิล์ม

เช้าวันที่สองงงงงงง

เราจะไม่ให้ความสบายของเตียงมาขัดการเที่ยวของเราอีกแล้วววว

เช้านี้เราจะพาทุกคนไปดูพระอาทิตย์ขึ้นและชมวิวธรรมชาติที่ใครๆที่เคยมาก็ล่ำลือว่า มันสวยมากกกกก ควรค่าแก่การมาให้ได้สักครั้ง

เช้าวันนี้เราให้ทางที่พักจัดการจองเรือที่จะพาเราไปชมวิวตอนเช้าให้ ซึ่งเรือ 1 ลำ สามารถนั่งได้ 8 คน ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ราคา 1200 บาท

โดยการชมวิวนี้จะเริ่มตอน 6 โมงเช้าาาาาาา

และเราก็ตื่นนนนนนนนนนนนน จัดการอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ไปตามที่ได้นัดแนะกับทางโรงแรมเอาไว้

เวลาประมาณ 6 โมง 15 นาที ทัวร์ของเราก็เริ่มขึ้นนนนน

โดยจุดแรกที่เราจะได้สัมผัสธรรมชาติ นั่นก็คือ การชมพระอาทิตย์ขึ้นจากน้ำพร้อมกับมีฉากประกอบจากยอของชาวบ้านที่คลองปากประ ติดกับโรงแรมนั่นเอง

ขออธิบายเพิ่มเรื่อง “ยอ” คืออุปกรณ์ที่ชาวบ้านในพัทลุงใช้ในการดักจับปลาชนิดเล็กๆ ซึ่งวิธีการก็คือการหย่อนตาข่ายนั้นลงไปในน้ำ แล้วจะดึงขึ้นมาในเวลาเช้าและเย็นของในแต่ละวันนั่นเอง

คุณพี่คนขับเรือ จอดเรือนิ่งๆให้เราได้เฝ้ารอพระอาทิตย์ที่กำลังจะโผล่ขึ้นมาจากน้ำ

มันเป็นภาพที่สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เป็นภาพที่เราไม่คิดว่าจะได้เห็นจากจังหวัดพัทลุง

มันสวยมากกกกกกก สวยจนเราไม่รู้จะพิมบรรยากาศยังไงให้ทุกคนเข้าใจความรู้สึกและภาพที่ดวงตาเราได้รับรู้ ณ เวลานั้น

ไม่ไกลจากวิวยอ เราเริ่มได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเล (ชาวประมง) ที่ออกมาทำมาหากินด้วยการหาปลาในตอนเช้าของแต่ละวัน

ภาพที่เห็น บรรยากาศที่เราได้รู้สึก เราค่อยๆจดจำมันผ่านเลนส์กล้องและดวงตาของตัวเอง ว่าพัทลุงนั้นมีความงดงามมากเพียงใด

จุดที่สอง คุณพี่คนขับเรือพาเราไปดูนก ซึ่งความผิดพลาดมันเกิดจากเราลืมเลนส์ซูมมมม ทำให้ได้แต่เก็บบรรยากาศกว้างๆมาฝากทุกคนแทนนะ

แต่อยากจะบอกว่าสิ่งที่ตาเราเห็นมันสวยมากกกกกกก และถึงมีเลนส์ซูมเราก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะสวยได้เท่าที่ตาเราเห็นรึป่าว

ฝูงนกนานาชนิดนับร้อยๆตัว กำลังออกหากินในรุ่งอรุณของวัน เป็นภาพที่ทำให้เราทึ่งไปชั่วขณะ เพื่อนที่มาด้วยของเราในสถานะเด็กทรัพยากรธรรมชาติ (มอ.) บอกว่า แสดงว่าพัทลุงยังคงสมบรูณ์อยู่มาก นกเลยเยอะขนาดนี้

และมันสวยมากกกกกกกกกกกกก

จุดที่สาม พี่คนขับเรือพาเข้าลอดใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติไปดูควายน้ำ

ไอเรื่องของควายน้ำ เราเองเคยเห็นผ่านตามาก็หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมายนัก

แต่เมื่อเรือค่อยๆแล่นพาเราไปจอดดูควายที่กำลังแช่น้ำ บางตัวกำลังดำผุดดำว่าย แต่ทุกตัวกำลังสำราญกับการกินจอกแหน โดยไม่สนใจว่าเราจะถ่ายรูป หรือนั่งจ้องนานขนาดไหน

เราไม่อยากจะเชื่อ ว่าภาพบรรยากาศของควายน้ำที่เราเห็น จะทำให้เราที่เดินทางมาก็มากมายแล้วทึ่งกับบรรยากาศที่เห็น

มันสวยมากกกกกกกกกก มันคือ Unseen Thailand ที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัส

จุดที่สี่ พี่คนขับเรือพาเราไปชมทุ่งสาหร่ายข้าวเหนียว ซึ่งบอกตามตรงว่าพึ่งเคยได้ยินชื่อครั้งแรก ซึ่งเจ้าสาหร่ายข้าวเหนียวเนี่ยยย จะออกดอกบานสะพรั่งช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ส่วนเราไปมีนาคม ก็จะมีความล่อยหล่อไปพอสมควร

แต่ยังไงก็ยังสวยมากกกกกกกกก

และสุดท้ายจุดที่ห้า จุดนี้ถือเป็นไฮไลท์ของจังหวัดพัทลุงเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะมันคือดอกบัวแดงทะเลน้อย ซึ่งเจ้าดอกบัวแดงจะบานสะพรั่งสวยงามจริงๆจะอยู่ช่วงเดือนเมษายน

คือตรงจุดนี้ก่อนมาเราไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่ (อีกละ) ก็มันเคยเห็นตั้งแต่เด็กๆ แต่ครั้งนี้จะเป็นการเข้าไปใกล้ หรือการนั่งเรือเข้าไปอยู่ท่ามกลางดอกบัวเหล่านี้

มันสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มองไปสุดลูกหูลูกตา เราก็จะเห็นสีชมพูเต็มไปหมด

โอ้ยยยยยยแบบนี้จะไม่ให้หลงรักพัทลุงได้ไง

เราใช้เวลา 2 ชั่วโมงเต็มในการชมวิวธรรมชาติ Unseen พัทลุง

พี่คนขับเรือพาเรากลับมาโรงแรมตอนเวลาเกือบ 9 โมง ต้องขอบคุณพี่คนขับเรือมากๆที่พาเราไปเที่ยว และปล่อยให้เราถ่ายรูปได้นานเท่าไรก็ได้ตามใจเลย

กลับมาถึงโรงแรมก็หิวพอดี

ไปตะลุยอาหารเช้าของที่พักกันค่ะ

ไลน์อาหารเช้ามีไม่มาก แต่มีครบ และจุดเด่นที่เราชอบและชื่นชมโรงแรมแห่งนี้มาก ก็เพราะทางโรงแรมเอาอาหารพื้นบ้านมาให้เราทดลองทานตั้งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ข้าวยำ ข้าวต้ม ขนมจีน และอีกมากมายยยยยย คือดีมากกกก

และอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อิ่มมากกกกกกกกกกกกกกก

โอ้ยยยยย ทำไมต้องทำของอร่อยเยอะแยะขนาดนี้นะ

กินอิ่มแล้วจะไปนอนเลยก็น่าจะไม่ใช่สิ่งที่ดี งั้นไปใช้แรงกันดีกว่าาาาาาา

ที่โรงแรมมีเรือคายัคให้เราได้พายเล่นด้วยนะคะ ถ้าอากาศดีๆพายเพลินเลยล่ะ

ทริปนี้เป็นทริปที่เราอิ่มมาากกกกก

อิ่มกับการพักผ่อนให้โรงแรมสวยๆ

อิ่มกับการได้เล่นน้ำไปดูวิวอันสวยงามของคลองปากประไป

อิ่มกับการได้ตื่นขึ้นมาดูวิว Unseen Thailand ในตอนเช้า

มันเป็นความอิ่มที่มีความสุขมากในการเดินทาง

สุขที่ให้ผ่อนคลายได้รับรู้ว่าบ้านเรานั้นสวยขนาดนี้

ทริปนี้ต้องขอขอบคุณโรงแรม ศรีปากประ อันดาคูรา บูตีค รีสอร์ท ที่ได้มอบประสบการณ์สุดประทับใจให้บันทึกนักหนีเที่ยว

ใครสนใจอยากไปพักสามารถติดต่อได้ที่

ศรีปากประ อันดาคูรา บูตีค รีสอร์ท 222 ม.4 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 93150

Facebook : https://www.facebook.com/Sripakpra/

หรือโทรจองที่ได้ที่ : 091-8255294 หรือ 061-1499494

ที่นี่ พัทลุง “ควนนกเต้น”

บ่อยครั้งที่คนเรามักคิดว่าบ้านเราเองไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลย

บ่อยครั้งที่คนเรามักมองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวและหันไปใขว่คว้าสิ่งไกลตัว

พัทลุง มีหมอก !! ??

เมื่อประมาณช่วงปลายปีที่แล้วเราได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดพัทลุง สถานที่นั้นสร้างความประหลาดใจให้เรามากพอตัว เพราะมันคือจุดชมวิวที่จะทำให้เห็นหมอกขาวๆคลอเคลียเขาในตอนเช้าๆ ในจังหวัดพัทลุง !!!

ตอนนั้นบอกตามตรงว่า เราก็ถามตัวเองเช่นกัน ว่ามีสถานที่แบบนั้นอยู่ในพัทลุง จังหวัดบ้านเกิดของเรามีแบบนั้นด้วยหรอ ??

จุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้อยู่ที่ ควนนกเต้น อ.กงหรา จ.พัทลุง

เราขับรถตามทางหลวงหมายเลข 4122 มาเรื่อยๆ ถึงแม้เราจะเป็นคนจังหวัดพัทลุง แต่ก็ใช่ว่าจะรู้จักไปทุกหนทุกแห่ง ยังไงเราก็ยังต้องพึ่ง Google Map ที่รู้ทางดีกว่าคนเกิดจังหวัดนี้แบบเรา

เราเลี้ยวรถเข้าซอยเล็กๆที่มีป้ายชี้บอกทางว่า “ควนนกเต้น”

ระหว่างทางเป็นทุ่งนาและสวนยางพาราของชาวบ้าน

เราเจอธารน้ำ น่าจะเป็นน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกไหนสักแห่งหนึ่ง เพราะนอกจากป้ายที่ชี้บอกทางไปควนนกเต้นแล้ว ก็ยังมีป้ายบอกน้ำตกต่างๆเช่นเดียวกัน

จีพีเอสนำทางบอกให้เราขับรถต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่อยู่ด้านหน้า

แต่เราขอจอดรถตรงข้างทางแล้วลงไปทักทายกับธรรมชาติก่อนถึงจุดหมายปลายทาง

ขับรถต่อมาอีกหน่อยก็จะถึงจุดจอดรถควนนกเต้น

ซึ่งตรงนี้เราจะต้องจ่ายค่าฝากรถคันละ 50 บาท และซื้อคูปองสำหรับรถบริการที่จะพาเราขึ้น-ลง ควนนกเต้น ไปกลับคนละ 60 บาท

ควนนกเต้นแห่งนี้ พึ่งเปิดเมื่อเมษายน 2561 ซึ่ง ณ วันนี้ วันที่เราเดินทางไปเยือน คือวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 ดังนั้นบอกว่า ที่นี่เปิดมาระยะเวลายังไม่ถึง 1 ปีเลย

จากเดิมที่นี่ไม่ใช่จุดชมวิวใดๆ แต่เกิดจากเจ้าของพื้นที่โค่นต้นยางพารา ทำให้พื้นที่ตรงนี้เกิดว่าง และเป็นเหตุให้พบเจอสถานที่ๆสามารถมองเห็นวิวและทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุงก็ว่าได้

แรกเริ่มที่นี่ก็ยังไม่มีที่พักหรอก

มีแค่ร้านกาแฟร้านเล็กๆ กับลานที่เป็นจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวได้มาชมวิวสวยๆของ อ.กงหรา จ.พัทลุง

ปัจจุบันควนนกเต้นมีห้องพักรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืนทั้งหมด 3 ประเภท

ประเภทแรก คือห้องแบบโดม ซึ่งห้องประเภทนี้จะเป็นห้องที่วิวดีที่สุด มีอยู่จำนวน 2 ห้อง แต่หากใครอยากได้วิวที่สวยงาม มันต้องแลกกับความไม่สะดวกสบายเล็กน้อย เพราะห้องพักประเภทนี้ไม่มีห้องน้ำในตัว

นั่นหมายความว่าเราจะต้องใช้ต้องร่วมกับแขกที่พักห้องแบบเดียวกับเรา

ราคาห้องคืนละ 800 บาท (ราคาถูกที่สุดของห้องพักทุกประเภท)

“ขอห้องพักที่วิวดีที่สุดนะคะ”

คำขอจากปากของเราที่ส่งสารต่อไปยังพี่เจ้าของที่พักควนนกเต้น

และแน่นอนค่ะห้องพักที่เราเลือกคือ ห้องโดม เราอยากได้ห้องที่วิวสวย แม้จะไม่สะดวกสบายที่สุดก็เถอะ

ภายในห้องพักมีอุปกรณ์พื้นฐานที่เราจำเป็นต้องมี ไม่ว่าจะเป็น พัดลม กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า ไฟฉายแบบตั้งโต๊ะ มุ้ง ยากันยุงแบบไฟฟ้า ผ้าเช็ดตัว หมอน ผ้าห่ม พร้อมสบู่ และน้ำดื่มอีก 2 ขวด

ห้องประเภทที่สอง คือห้องพักที่หันหน้าไปยังน้ำตก ห้องพักประเภทนี้มีห้องน้ำในตัว มีอยู่จำนวน 2 ห้อง ราคาห้องพักคืนละ 1200 บาท

ห้องพักประเภทที่สาม คือห้องแบบ Family สามารถเข้าพักได้ 4 – 6 ห้องมีจำนวน 2 ห้อง

และห้องทั้งสองประเภทนี้ วันที่เราเข้าพักก็มีแขกเข้าพัก เลยอดถ่ายรูปมากฝาก

ก่อนจะเดินทางมาที่นี่ เรามีความรู้เกี่ยวกับที่พักเพียงแค่ว่า

ที่พักแห่งนี้จะทำให้เราเห็นหมอกได้ แม้เราจะอยู่ในจังหวัดพัทลุง

ในที่สุดเราสามารถเคลียร์วันที่ยุ่งเหยิงของตัวเอง และชวนเพื่อนมาเปลี่ยนที่นอน

เราไม่ได้คาดหวังว่าที่นี่จะต้องสวยเทียบเท่าจังหวัดในภาคเหนือ

เราแค่อยากมาพักผ่อน และอยากมาทำความรู้จักที่เที่ยวแห่งใหม่ของพัทลุง และมาเพื่อพิสูจน์ให้รู้ว่าพัทลุงก็มีดีไม่แพ้จังหวัดใด

ใครจะมาพักที่นี่สามารถพาอาหารมื้อค่ำมาเองได้

แต่ถ้าใครไม่ได้เตรียมมาแบบเรา ที่นี่ก็มีแม่ครัวที่พร้อมจะทำอาหารให้เรา ขอแค่เราบอกว่าต้องการอะไร

เย็นวันนี้เรากับเพื่อนสั่งอาหารเบสิคที่สุด เมนูสิ้นคิดที่สุด นั้นคือ กระเพราไก่ไข่ดาว เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเราอยากกินอะไร หรือควรกินอะไร

แต่วันนี้ข้าวกระเพราไก่ไข่ดาวที่กินคู่กับวิวสวยๆมันอร่อยกว่าที่มันเคยเป็น

คืนนี้เราชวนเพื่อนออกมานั่งดูดาวที่ลานสำหรับดูหมอกในตอนเช้า

ความมืดและความเงียบทำให้เราได้เข้าใจคำว่า ธรรมชาติ และ ความสุข

เพราะบางครั้งในค่ำคืนที่ไม่มีแสงและสีจากความเจริญที่มีมากมาย มีเพียงแสงจากดาวดวงเล็กๆที่อยู่บนหัวเรา มันก็มีความสุขดีนะ ที่เราได้พาตัวเองมาอยู่กับธรรมชาติบ้าง ถึงแม้มันจะไม่ใช่ธรรมชาติแบบดิบๆ 100% ก็เถอะ


5.30 น.

เราสะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์

เราบอกเพื่อนว่าขอนอนต่ออีกหน่อย เพราะยังง่วงอยู่เลย อีกอย่างอีกตั้ง 1 ชั่วโมงกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น

5.40 น.

แต่ในที่สุดเราก็ไม่ได้นอนต่อแบบที่ตัวเองอยากจะทำ เพราะด้านนอกเริ่มมีเสียงดังของคน ที่ฟังแล้วน่าจะมีจำนวนมากกว่า 5 คน

ใช่ค่ะ !

ตอนนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นมาดูทะเลหมอกที่ควนนกเต้นทยอยมากันแล้ว

สุดท้ายเราก็เลยต้องยอมลุกขึ้นจากเตียงเปิดประตูโดมที่พักทักทายวิวยามเช้า

นี่มันที่พักหลักร้อย แต่วิวหลักล้านชัดๆๆ

เช้านี้เราบอกเพื่อนว่า คงมีหมอกไม่มากหรอก เพราะตอนนี้เวลา 6 โมงเช้า ยังมีแค่หมอกขาวบางๆอยู่ไกลๆ

6.20 น.

ณ ลานดูหมอกควนนกเต้น เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่มองจากสายตาไม่ต่ำกว่า 30 คน

จากแพลนที่คิดว่าจะขึ้นไปลานดูหมอก เราเปลี่ยนความคิด ขอปักหลักอยู่หน้าโดมที่พักตัวเองละกัน

6.40 น.

หมอกขาวชวนหลงไหลจนทำให้เราลืมสนใจความสวยของพระอาทิตย์ขึ้น

ตอนนี้วิวตรงหน้าเรา มันสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกก สวยเกินกว่าที่จะเชื่อว่าจังหวัดพัทลุง เพราะวิวนี้มันน่าจะอยู่ภาคเหนือต่างหาก

7.20 น.

ยิ่งเช้า ยิ่งสว่าง หมอกยิ่งหนา

ใครจะคิดว่าพัทลุงจะมีหมอกขาวววววววว หมอกหนาาาาาา และสวยขนาดนี้ !!!

7.40 น.

นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกลับกันแล้ว เราเลยได้เวลาเคลื่อนตัวเองมาจุดชมวิวของควนนกเต้นแทน

ตอนนี้นักท่องเที่ยวกลุ่มสุดท้ายเหลืออยู่ที่ลานดูหมอก เราเลยขอถือวิสาสะถ่ายรูปให้

8.00 น.

แดดมาแล้ว แต่หมอกยังไม่ยอมจากไปไหน

ใครจะคิดว่าหมอกตอน 8 โมง ที่พัทลุงจะสวยขนาดนี้

8.30 น.

แดดมาแล้ว แต่เราก็ยังไม่อยากหลบไปไหน

ขอใช้เวลาที่ควนนกเต้นให้คุ้มค่า

การเดินทางครั้งนี้ทำให้เราได้รู้ “ควนนกเต้น” ไม่ได้สวยแค่ตอนเช้า

เพราะมันสวยทุกเวลา

และที่สำคัญพัทลุงก็สวยไม่แพ้จังหวัดไหนเลย


สรุปค่าใช้จ่าย

  • ค่าที่พักแบบโดม คืนละ 800 บาท (พักได้ 2 คน)
  • ค่ารับฝากรถ คันละ 50 บาท
  • ค่ารถบริการ ขึ้น-ลง ควนนกเต้น ไป-กลับ คนละ 60 บาท
  • โอวันตินเย็น แก้วละ 40 บาท
  • ผัดกระเพราไก่ไข่ดาว จานละ 60 บาท
  • โจ๊กตอนเช้า ฟรี

รวมค่าใช้จ่ายคนละ 585 บาท

สนใจที่พักควนนกเต้น สามารถติดต่อได้ที่

Facebook : www.facebook.com/nongpatthalung

เว็บไซต์ : www.kuannokten.com

line id : kuannokten
Tel 0661369990

ที่ตั้ง : หมู่ที่ 4 ตำบลคลองทรายขาว อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง

Tuke China Hotel (Shanghai) | โรงแรมสุดคุ้มค่าในเซี่ยงไฮ้

เซี่ยงไฮ้เป็นมหานครที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก

ก็ไม่แปลกถ้าราคาที่พักในเมืองแห่งนี้จะสูงลิ่ว

ทริปนี้เราจองโรงแรมผ่าน www.trip.comเพราะมีโรงแรมในจีนให้เลือกเยอะมากกกก แถมราคาถูกกว่าผ่านช่องทางอื่นๆอีกด้วยนะ

ทริปนี้เราพักที่โรงแรม Tuke China Hotel  โรงแรมเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า

เราพักทั้งหมด 5 วัน 4 คืน ราคารวมแล้ว 5722 บาท ตกแค่คืนละ 1430 บาท/2คน

สำหรับเราถือว่าคุ้มค่ามากกกกกกกกกกกกกก

ทำเล

  • โรงแรมอยู่ติด Family Mart หิวตอนไหนก็ไม่อดตายแน่นอน
  • โรงแรมอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ Jiashan Road ( Line 12 และ Line 9 ) ทางออก5 แค่ 350 เมตร
  • หน้าโรงแรมเป็นจุดจอดรับ-ส่งของแท็กซี่

Lobby

ในส่วนของล็อบบี้ของโรงแรมมีส่วนของพักผ่อนค่อนข้างกว้างพอควร ถือว่าโรงแรมนี้ทำออกมาน่ารักดีค่ะ

Check in & Check Out 

โรงแรมนี้อนุญาติให้เราเช็คอินตั้งแต่ 12.00 น. (เที่ยง) ไปจนถึง 6.00 น. (6โมงเช้าวันถัดไป) ซึ่งถือว่าดีมากกก กับคนที่เดินทางไฟลท์ดึกแบบเรา เพราะมีเจ้าหน้าที่อยู่ตลอด 24 ชม.

ส่วนเมื่อเราเช็คเอ้าท์แล้วก็สามารถฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมได้ค่ะ

Room

เราจองห้องขนาด 2 คน แต่เป็น Double Bed ขนาดเตียงไม่เล็ก ไม่ใหญ่ เอาเป็นว่านอน 2 คน ไม่อึดอัด

ขนาดใหญ่นั้นกว้างพอสำหรับ 2 คน และกระเป๋าใบใหญ่ 2 ใบ

สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆภายในห้องพัก

  • ทีวี
  • กระติกน้ำร้อน (โรงแรมในจีนมีเกือบทุกโรงแรม)
  • น้ำ 2 ขวด ซึ่งจะมีพนักงานเอาน้ำมาให้ทุกวัน
  • ไดร์เป่าผม
  • ไม้แขวนเสื้อ
  • ผ้าขนหนู (แม่บ้านจะมาเปลี่ยนให้ทุกวัน)
  • อุปกรณ์สำหรับอาบน้ำที่โรงแรมควรมี
  • รองเท้า slipper

เอาเป็นว่าของใช้จำเป็นทุกอย่างมีให้ครบ

ส่วนของห้องน้ำจะแยกออกเป็นส่วนเปียกและแห้ง

ใครจะอาบน้ำจะทำธุระก็ไม่ต้องรอกัน (แต่เราดันลืมถ่ายรูปห้องน้ำมา)

โดยสรุป

สำหรับใครที่มองหาโรงแรมที่ราคาคุ้มค่า ทำเลออกห่างมาจากเมืองหน่อย แต่อยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า แถมถนนหน้าโรงแรมสวยด้วยนะ เราแนะนำ Tuke China Hotel คุ้มค่า คุ้มราคาแน่นอน

คำแนะนำ : ใครที่จองห้องมีหน้าต่างแนะนำว่าให้ของห้องชั้นบนๆ เพราะห้องมีหน้าต่างจะอยู่ฝั่งเดียวกับถนน ทำให้มีเสียงรบกวนจากถนนได้

Tuke China Hotel (Shanghai Xujiahui Xiangyang South Road)

Villa B, 558 South Xiangyang Road (Xiangyang Nan Lu) (พื้นที่ตาปูเคียว), เซี่ยงไฮ้, สาธารณรัฐประชาชนจีน, 310000

4 โรงแรม น่าพัก ชวนคนรักไปเช็คอิน เวียดนามกลาง

ดานัง และ เว้ เมืองท่าและเมืองประวัติศาสตร์สำคัญของเวียดนามกลาง

ดานังเป็นเมืองที่อยู่ริมชายฝั่งทะเลจีนใต้ เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นทะเล หรือ ภูเขา ที่นี่ตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากพักผ่อนริมทะเล อยากไปสัมผัสอากาศเย็นๆบนเขา อยากนอนโรงแรมสวยๆ บรรยากาศดีๆ แต่ไม่ต้องการจ่ายแพง 

เว้ เดิมเป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศเวียดนาม ซึ่งอยู่ในความปกครองของขุนนางเหวียนฮวาง (Nguyen Hoang) ในแผ่นดินของราชวงศ์เล ทำให้ในปัจจุบัน เว้ เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวชอบประวัติศาสตร์แบบเราไม่ควรพลาด 

เวียดนามกลาง เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้ามเมื่อต้องการพักผ่อน

การเดินทางจากไทย 

เราสามารถเดินทางไปดานังได้ โดยการบินจากกรุงเทพ ตรงไปยังดานัง ประเทศเวียดนามได้เลย ซึ่งราคาของตั๋วเครื่องบินราคาไป-กลับเริ่มต้นแค่ประมาณ 3000 บาทเอง 

ดูราคาตั๋วเครื่องบินเพิ่มเติมได้ที่ https://www.skyscanner.co.th/transport/flights/bkkt/dad/190122/190125/?adults=1&children=0&adultsv2=1&childrenv2=&infants=0&cabinclass=economy&rtn=1&preferdirects=false&outboundaltsenabled=false&inboundaltsenabled=false&ref=home#results

4 โรงแรม น่าพัก ชวนคนรักไปเช็คอิน เวียดนามกลาง

MELIA Danang, Vietnam

มีเลีย ดานัง ตั้งอยู่ในฮัว ไฮ เป็นโรงแรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนใกล้ชิดทะเลสวยๆของดานัง และที่พัก 4.5 ดาวแห่งนี้ เราสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองได้ง่าย เนื่องจากที่พักตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก 

Melia Danang ระยะห่างกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ 

  • 10 km จากตัวเมืองดานัง
  • 17 km จากฮอยอัน 
  • 22 km จากสนามบินดานัง
  • 32 km จากบานาฮิลล์ 

มีเลีย ดานัง มีสิ่งอำนวยสะดวกมากมายที่จะทำให้การไปพักผ่อนในดานังของเรานั้นคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำส่วนกลางขนาดใหญ่ สระน้ำริมทะเลที่ให้วิวพาโนราม่า ให้เราได้เป็นหนึ่งเดียวกับทะเล หรือจะเลือกที่นั่งพักผ่อนริมทะเล ชิวริมหาดส่วนตัว

ไม่หมดแค่นั้นเพราะเรายังจะได้นั่งทานอาหารพร้อมมองทะเล ที่ห้องอาหารบรรยากาศสุดแสนจะชิววว ริมทะเลอีกด้วยนะ 

มีห้องฟิตเนส สำหรับคนที่รักสุขภาพ สปาสำหรับคนที่รักการนวดอโรม่าด้วยนะ 

ที่นี่ยังมีอาหารเช้าแบบครบทุกไลน์อาหาร รวมถึงอาหารของชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม และอเมริกัน เรียกว่าครบสูตรสวรรค์อาหารเช้าเลยทีเดียว 

การออกแบบห้องพักทุกห้องสะท้อนเอกลักษณ์ของมีเลีย ดานัง 

The LEVEL Villa ห้องพักสุดพิเศษที่ตอบสนองผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนแบบส่วนตัว เพราะ The LEVEL Villa มีเลาน์ส่วนตัว สระว่ายน้ำส่วนตัวที่สงวนเอาไว้ให้ลูกค้าที่พักห้องประเภทนี้เท่านั้น บอกเลยว่าพิเศษและคุ้มค่ามากกกกกกกกกกกก 

หรือใครที่อยากประหยัดงบลงมาหน่อยมีเลีย ดานัง ก็มีห้องพักที่ยังคงความสบายในการพักผ่อนเอาไว้ และตัวอาคารยังออกแบบมาได้สวยมากอีกด้วยนะ บอกเลยว่ามันดีมากกกก (เพราะเราก็พักห้องนี้) 

ใครชอบโรงแรมที่มีหาดส่วนตัว สระว่ายน้ำพาโนราม่าวิวทะเล เราแนะนำว่าที่นี่ควรค่าแก่การเช็คอินมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก 

Meliá Danang

Address : 19 Trường Sa, Hoà Hải, Ngũ Hành Sơn, Đà Nẵng 550000, Vietnam

Tel : +84 236 3929 888

ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 3500 บาท/คืน (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เดินทางและโปรโมชั่น) 

ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.melia.com/en/hotels/vietnam/danang/home.htm


Grandvrio Ocean Resort Danang

กรันดิริโอ โอเชียน รีสอร์ต ดานัง โรงแรมที่มีความเป็นญี่ปุ่นสูง และเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนริมทะเลพร้อมหาดส่วนตัว ที่พัก 5 ดาว ตั้งอยู่อย่างเหมาะเจาะในฮัว ไฮ ซึ่งเป็นย่านที่ได้รับความนิยมที่สุดย่านหนึ่งของเมือง  ด้วยโลเคชั่นที่ยอดเยี่ยม ผู้เข้าพักจะเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ของเมืองได้อย่างสะดวกง่ายดาย และได้รับการออกแบบเพื่อให้เราได้พักผ่อนหลีกหนีจากความวุ่นวาย

Grandvrio Ocean Resort Danang  ระยะห่างกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

  • 10 km จากใจกลางเมืองดานัง
  • 18 km จากสนามบินดานัง
  • 12 km จากออยอัน 
  • 36 km จากบานาฮิลล์ 

กรันดิริโอ โอเชียน รีสอร์ท ดานัง มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่จะทำให้การไปพักผ่อนในดานังของเรานั้นคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำส่วนกลางหลายแห่งที่ให้เราได้เพลิดเพลิน 


ด้วยโรงแรมแห่งนี้มีความเป็นญี่ปุ่นสูงมาก ตั้งแต่การบริการไปจนถึงอาหาร ยังไม่พอเพราะที่นี่ยังมีออนเซ็นแบบเฉพาะของญี่ปุ่นให้บริการ(ฟรี)อีกด้วย

สำหรับคนไทยที่ไม่ชินกับวัฒนธรรมการแช่ออนเซ็นอย่างแท้จริงแบบญี่ปุ่น แนะนำให้มาใช้บริการช่วงกลางดึกหรือเช้าตรู่ (แบบเรา) 

ในบริเวณเดียวกัน ยังมีบริการของสปาสำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลายด้วยการนวด ซึ่งมีทั้งสปาในร่มและกลางแจ้งให้เราได้เลือกตามรสนิยมของผู้ใช้บริการ 

ยังมีห้องฟิตเนสของผู้ที่รักการออกกำลังกาย และ Kids Club สำหรับผู้ที่มีลูกน้อยมาพักผ่อน 

Souvenir Shop ไว้สำหรับสาวๆหรือแขกที่มาเข้าพักที่อยากช็อปปิ้งด้วยนะ 

ความพิเศษที่โรงแรมแห่งนี้ยังไม่หมด เพราะกรันดิริโอ โอเชียน รีสอร์ท ดานัง มีห้องอาหารเช้าให้เราเลือกทานถึง 3 แบบ (หรือจะทานทั้งหมดก็ได้) ตั้งแต่ Asian Dining, Coconut Beach และ Bikura 

ส่วนเราเลือกทานที่ Coconut Beach ทานอาหารเช้าริมทะเลสุดชิว 

กรันดิริโอ โอเชียน รีสอร์ต ดานัง ยังเอาใจสาวๆที่มาพักด้วยบริการให้ทดลองชุดประจำชาติเวียดนามได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นานถึง 24 ชม. จะใส่ถ่ายรูปแค่ในโรงแรมหรืออยากใส่ไปด้านนอกก็ไม่มีปัญหา 

กรันดิริโอ โอเชียน รีสอร์ต ดานัง ยังมีกิจกรรมทางน้ำหลากหลายให้เราได้ใช้บริการ 

ในส่วนของห้องพัก กรันดิริโอ โอเชียน รีสอร์ต ดานัง มีหลากหลายประเภทให้เราได้เลือก และที่สำหรับทุกห้องพักมีชักโครกแบบญี่ปุ่น 

1 Bedroom Villa with Pool วิลล่าหนึ่งห้องนอนที่มีสระส่วนตัวอยู่ภายในห้อง สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการพักผ่อน 

2 Bedroom Villa with Pool วิลล่าสองห้องนอนที่มีสระส่วนตัวอยู่ภายในห้อง สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบครอบครัว

Deluxe Room ห้องพักที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายอยู่ใกล้สระว่ายน้ำขนาดกลาง ใครที่อยากประหยัดงบลงมาหน่อย แต่ยังคงไว้ซึ่งการพักผ่อนแบบหลีกหนีความวุ่นวาย

ใครชอบโรงแรมที่มีความเป็นญี่ปุ่นเหมือนได้ไปญี่ปุ่น ชอบการแช่ออนเซ็น และได้ลองใส่ชุดประจำชาติเวียดนาม เราแนะนำว่าควรมาเช็คอินที่โรงแรมแห่งนี้ให้ได้

Grandvrio Ocean Resort Danang

Address : Lạc Long Quân, Điện Ngọc, Điện Bàn, Quảng Nam, Vietnam

Tel : +84 235 3788 994

ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 4000 บาท/คืน (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เดินทางและโปรโมชั่น) 

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ : https://www.grandvriooceanresortcitydanang.com/en/

————————————————————

Pilgrimage Village boutique resort & spa

พิลกริมเมจ วิลเลจ บูติก รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่พัก 5 ดาวแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองเว้ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความผ่อนคลายและแต่ไม่อยากอยู่ไกลเมืองจนเกินไป

Pilgrimage Village boutique resort & spa ระยะห่างกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ 

  • 4 km จากตัวเมืองเว้
  • 3.6 km จาก Tomb Of Dong Khanh
  • 5.6 km จากพระราชวังเมืองเว้ 

พิลกริมเมจ วิลเลจ บูติก รีสอร์ท แอนด์ สปา มีสิ่งอำนวยสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 2 สระ ให้เราได้ใช้เวลากับวันหยุดพักผ่อนได้เต็มที่