Eastin Thana City Golf Resort Bangkok | โรงแรมใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ

เดือนนี้เรากับเแก๊งเพื่อนสาวมีนัดกัน แต่สถานที่ปลายทางที่เรานัดกันไม่ใช่คาเฟ่แบบเคย เพราะการไม่ได้เจอกันหลายเดือน ทำให้ความคิดถึงมากกว่าเก่า เราจึงมองหาปลายทางที่อยู่ในกรุงเทพ เดินทางสะดวก อาหารอร่อย มีกิจกรรมให้เราทำ และห้องนอนต้องสบาย

ทริปนี้เราเลยมีปลายทางอยู่ที่ Eastin Thana City Golf Resort Bangkok

Eastin Thana City Golf Resort Bangkok

อีสติน ธนาซิตี้ กอล์ฟ รีสอร์ท กรุงเทพ ที่พักใกล้สนามสุวรรณภูมิเพียง 4.8 กม มีรถรับส่งสนามบินให้ฟรีทุกชั่วโมงตั้งแต่ 7 โมงครึ่งตอนเช้าถึง 4 ทุ่ม ตัวโรงแรมเป็นโรงแรมแนวสปอร์ตคลับ เหมาะสำหรับคนที่อยากออกกำลังกาย เน้นเดินทางสะดวก

หลายคนน่าจะหรี่ตามองลิเดียแน่ๆ อวบอ้วนแบบเธอเนี่ยนะ จะมาโรงแรมที่เน้นสปอร์ตคลับ แหม๋ๆๆทุกคนขา ก่อนจะอวบอ้วนเท่าตอนนี้ เมื่อก่อนลิเดียก็สายออกกำลังกายเหมือนกันนะ แค่ช่วงหลังอาหารมันอร่อยกว่าเดิมเท่านั้นเอง 555555

Location

อีสติน ธนาซิตี้ กอล์ฟ รีสอร์ท กรุงเทพ ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกมากๆ เพราะอยู่ห่างจากใจกลางกรุงเทพแค่ 25 นาที ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียงแค่ 10 นาที ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่เดินทางสะดวกมากๆ

ภายในโรงแรม

ภายในโรงแรมถูกออกแบบมาให้บรรยากาศภายในคล้ายรีสอร์ท สำหรับให้เราได้พักผ่อนได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นตัวสนามกอล์ฟที่สวยมากๆ บริเวณภายในโซนโรงแรมที่มาในบรรยากาศสบายๆ

Thana City Country Club

ธนาซิตี้ คันทรี คลับ บริการสปอร์ตคลับครบวงจร รวมถึงสนามกอล์ฟชื่อดังมาตราฐานสากล 18 หลุม แห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการออกแบบโดยนักกอล์ฟชื่อดังระดับโลก เกรก นอร์แมน เจ้าของ
ฉายา “เจ้าฉลามขาว”

สตาฟเล่าให้เราฟังว่าสนามกอล์ฟแห่งนี้ยังเป็นสนามที่ท้าทายนักกอล์ฟมากทีเดียว เพราะมีหลุมที่ต้องตีข้ามน้ำ มีลมจากสนามบิน ใครเป็นสายออกกำลังกายโดยเฉพาะกอล์ฟ ต้องไม่ควรพลาดเลยค่ะ

ส่วนใครที่อยากเริ่มต้นเล่นกอล์ฟบ้าง ที่นี่ก็มีสนามไดร์ฟกอล์ฟ ให้เราได้มาลองฝึกกันด้วยนะคะ และที่นี่ยังมีโปรกอล์ฟที่คอยให้คำแนะนำเราประจำอยู่ด้วย หรือใครที่อยากมีโปรส่วนตัวสอน ก็สามารถติดต่อที่นี่ได้นะคะ

SPORTS CENTRE

ที่นี่ไม่ได้มีแค่สนามกอล์ฟเท่านั้นนะคะ เพราะที่นี่ยังให้เราสนุกกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายด้านกีฬาที่ ธนาซิตี้ คันทรี คลับ

  • แบดมินตัน
  • เทนนิส
  • เทนนิส (เทนนิสสนามดินเทียม)
  • ฟุตซอล
  • สควอช

ดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่www.thanacitycountryclub.com

แบดมินตัน

กีฬาที่แก๊งเราถนัดที่สุดก็คงเป็นแบดมินตัน ใครมากับเพื่อนแบบเราสามารถมาใช้เวลาว่าง หรือจะเป็นเวลาแห่งการพักผ่อน เป็นห้วงเวลาแห่งความสนุกและสุขภาพไปพร้อมๆกันก็ได้นะคะ

  • เทนนิส
  • เทนนิส (เทนนิสสนามดินเทียม)

ใครที่ชอบเล่นเทนนิสก็ต้องไม่พลาดเลยนะคะ ที่นี่มีสนามดินเทียมด้วย พี่สตาฟบอกเราว่าคุณภราดร ศรีชาพันธุ์ ก็มาเล่นที่นี่บ่อยๆด้วยนะ

FITNESS CENTRE

ฟิตเนสที่ความดีงามเทียบเท่ากับฟิตเนสขนาดใหญ่ อุปกรณ์มีครบและทันสมัยมากเลยค่ะ ไม่พอยังมีเทนเนอร์สอนให้เราฟรีด้วยนะ โดยฟิตเนสจะเปิดตั้งแต่ 6.00-22.00 น แขกโรงแรมใช้บริการฟรี

ใครเป็นสายฟิตเนสอยากเปลี่ยนบรรยากาศ มานอนเล่น และเล่นฟิตเนสที่นี่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงามในวันหยุดของเราเลยนะ

Swimming Pools

สายออกกำลังกาย (น้อย) แบบเรา สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดก็น่าจะเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสระน้ำเกลือที่รองรับการซ้อมกีฬา และ การเล่นน้ำสไตล์รีสอร์ท

สระเปิดตั้งแต่ 6.00-22.00 น. ช่วงของโควิดสระจะปิดทุกหนึ่งชั่วโมงเพื่อทำความสะอาดนะคะ

ใครที่เป็นสายตื่นเช้าแบบเรา เราแนะนำให้มาเล่นน้ำตอนเช้าๆค่ะ อากาศดีมาก คนน้อย ใครมากับแก๊งเพื่อนสาวแบบเรารับรองได้เล่นน้ำสนุกมากเลยละค่ะ

Hotel

มาดูโซนห้องพักกันบ้างค่ะ ภายในโรงแรมจะประกอบไปด้วยห้องพักจำนวน 194 ห้อง แบ่งเป็น 7 room type

  • ห้องซูพีเรีย
  • ห้องซูพีเรีย พรีเมี่ยม
  • ห้องซูพีเรีย วิวสนามกอลฟ
  • ห้องเทอร์เรซ วิวสนามกอลฟ์
  • ห้องสวีท 1 ห้องนอน
  • ห้องสวีท 1 ห้องนอน วิวสนามกอลฟ
  • ห้องสวีท 2 ห้องนอน

ห้องซูพีเรียวิวสนามกอล์ฟ

ห้องพักขนาด 32 ตร.ม. ภายในห้องได้รับการออกแบบอย่างดี ทันสมัย สะดวกสบาย ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องนี้เหมาะกับใครที่มาพักแบบ 2 คน มีวิวสนามกอล์ฟให้เราได้มองเพลินๆด้วยนะ

ห้องสวีท 1 ห้องนอน วิวสนามกอล์ฟ

ห้องสวีทขนาด 64 ตร.ม. ภายในห้องได้รับการออกแบบอย่างหรูหราเพื่อความสะดวกสบายเป็นสำคัญ เน้นพื้นที่พักผ่อนกว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ระเบียงส่วนตัวชมสวน พื้นที่รับประทานอาหาร พร้อมครัวขนาดเล็ก

ใครชอบห้องที่มีพืนที่กว้าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ต้องหลงรักห้องนี้มากๆเลยค่ะ

ห้องสวีท 2 ห้องนอน

ห้องสวีท 2 ห้องนอน ขนาด 96 ตร.ม. ได้รับการออกแบบอย่างหรูหราเพื่อความสะดวกสบายของครอบครัวเป็นสำคัญ เน้นพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ระเบียงส่วนตัวชมสวน พื้นที่รับประทานอาหาร พร้อมครัวขนาดเล็ก

ห้องนี้คือห้องที่เราพักในทริปนี้ เป็นห้องสวีทแบบ 2 ห้อง มีห้องน้ำ 2 ห้อง มีครัวเล็กๆ และห้องนั่งเล่น ใครมาเป็นครอบครัว หรือเป็นแก๊งเพื่อนแบบเรา ต้องห้องนี้เลยค่ะเหมาะสุด

มาดูห้องนอนใหญ่กันก่อนค่ะ

เตียงนุ่มๆขนาดใหญ่ พื้นที่ภายในห้องกว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกครอบครัน

มีห้องน้ำภายในห้อง แถมยังมี bathtub ให้เราได้แช่น้ำเพลินๆด้วยนะคะ

มาดูห้องนอนเล็กที่ไม่ได้เล็กไปกว่ากันเลยค่ะ

ห้องนี้ใครมาเป็นครอบครัวก็คงเหมาะกับลูกๆ ภายในมีสิ่งอำนวยครบครัน และมีห้องน้ำในตัวเหมือนเดิม

มาดูส่วนของห้องนั่งเล่น และห้องครัวเล็กๆกันค่ะ

เราชอบสเปรซส่วนนี้มากที่สุด เพราะทำให้ห้องพักเป็นมากกว่าห้องพัก เป็นห้องที่สมาชิกทุกคนสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ พื้นที่กว้างขวางเหมาะมากกับเดอะแก๊ง หรือ ครอบครัว

DINING 

Shark Bite Restaurant

ชาร์กไบร์ท ตั้งอยู่ในคลับเฮ้าส์ของธนาซิตี้ คันทรีคลับ ห้องอาหารสุดโปรดของนักกอล์ฟ เสิร์ฟอาหารนานาชาติและเครื่องดื่มตลอดวัน

เราฝากท้องไว้ที่ห้องอาหารชาร์กไบร์ทถึง 2 มื้อเลยค่ะ

ความพิเศษของที่นี่คือพิซซ่าเตาถ่าน ไม่รอช้าค่ะเราสั่ง 2 ถาดเลย ใครอยากมาดูตอนที่เชฟเอาเข้าเตาถ่านก็ได้นะคะ เพราะเขาทำอยู่ด้านหน้าห้องอาหารเลย

มาดูอาหารมื้อค่ำของเรากัน

ใครๆก็บอกว่ามาทานอาหารที่ห้องอาหารชาร์กไบร์ทต้องจัดชาบู เพราะชาบูที่นี่คือที่สุด เนื้อเป็นเนื้อ น้ำซุปอร่อยย

ส่วนพิซซ่าก็อร่อยมาก แป้งบางกรอบ หอมการอบแบบเตาถ่าน โอ้ยดีงามมมมมมม

เป็นมื้อค่ำที่ดีมากกกก ใครที่มาพักที่นี่ ไม่ต้องออกไปหาอะไรทานด้านนอกเลยค่ะ มาที่ห้องอาหารชาร์กไบร์ท รับรองไม่มีผิดหวัง

ส่วนมื้อเที่ยงก่อนเช็คอินเราก็มาฝากท้องไว้ที่ห้องอาหารชาร์ก ไบร์ท อีกครั้ง

มื้อนี้เราสั่งเป็นอาหารไทย – จีน เริ่มที่ข้าวซอยไก่ อร่อยมากกกกกกกกกกกกก ตามมาด้วยแกงเขียวหวานไก่ อร่อยชาติเข้มข้นกำลังดี , เป็ดย่าง – หมูกรอบ อันนี้เด็ดมากกกก , ยำคอหมูย่าง แซ่บมากกกก

รสชาติอาหารที่ห้องอาหารชาร์กไบร์ทคืออร่อยมากกกก อร่อยประดับภัตตาคารหรูเลยละค่ะ ใครที่พักที่นี่เราแนะนำว่าต้องมาลองให้ได้

Breakfast 

SPLASH

ห้องอาหารสแปลช ออกแบบตกแต่งทันสมัย เน้นพื้นที่แบบเปิดโล่ง ให้เราได้สามารถนั่งทานอาหารในบรรยากาศสบายๆ ที่เราจะได้ผ่อนคลายจากวิวสระว่ายน้ำและสีเขียวจากสนามกอล์ฟ

ที่นี่เปิดให้บริการมื้อเช้า มื้อเที่ยง และมื้อเย็น

และสำหรับที่ลงมาทานอาหารเช้า ก็จะได้ทานกันที่ห้องอาหารสแปลชนี่ละค่ะ

ช่วงที่เราไปพัก อาหารเช้าจะเป็นแบบ  A la carte  เนื่องจากแขกส่วนใหญ่จะสั่งอาหารขึ้นไปทานบนห้อง แต่  A la carte  ของที่นี่คือสั่งได้ไม่อั้นนะคะ

เรามากันสามคนสั่งอาหารเช้ามาเต็มโต๊ะอลังการมาเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้าสไตล์ตะวันตก ข้าวต้ม โจ๊ก เบเกอรี่ สลัด และ ผลไม้ จัดเต็มที่สุด

ส่วนรสชาติก็ไม่ต้องบรรยากาศให้เยอะ เพราะอร่อยมากกกก วัตถุดิบสด เน้นคุณภาพเป็นหลัก ใครมาพักที่นี่ ตื่นมาเล่นน้ำในสระว่ายยน้ำแล้ว สายๆเริ่มหิวก็แนะนำว่าลงมาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารสแปลช คือการเริ่มวันใหม่ที่ดีมากๆเลยละค่ะ

ทสรุป

อีสติน ธนาซิตี้ กอล์ฟ รีสอร์ท กรุงเทพ โรงแรมที่เหมาะกับการออกกำลัง เล่นกีฬา และ พักผ่อน โดยเฉพาะนักกอล์ฟ หรือ บุคคลที่หลงรักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ ที่นี่ยังเป็นโรงแรมที่อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกไม่ว่าจะมาจากใจกลางกรุงเทพ หรือจะเดินทางต่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่พอแค่นั้นเพราะห้องอาหารของที่นี่อาหารอร่อยมากก

ส่วนตัวเราชอบ อีสติน ธนาซิตี้ กอล์ฟ รีสอร์ท กรุงเทพ เนื่องจากที่นี่เป็นโรงแรมที่ทำเลดีมาก เดินทางสะดวก ทั้งยังเป็นโรงแรมที่มีกิจกรรมให้เราได้ทำเยอะมาก ไม่ว่าจะมากับแก๊งเพื่อน คู่รัก หรือครอบครัว สำหรับคุณจะมีกจกรรมที่ทำให้ทั้งวันไม่มีเบื่อแน่นอน อีกทั้งเป็นโรงแรมที่เราไม่จำเป็นต้องออกไปไนเลย เพราะภายในโรงแรมยังมีห้องอาหารอร่อย ใครมาเป็นแก๊งแบบเราต้องจัดชาบู อร่อยมากกก ใครชอบพิซซ่าก็ต้องไม่พลาด เพราะพิซซ่าเตาถ่านคือดีงามสุด  

ใครกำลังมองโรงแรมที่อยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางไม่ไกลจากใจกลางกรุงเทพ และมีกิจกรรมให้เราได้เลือกทำได้ทั้งวัน ที่สำคัญอาหารอร่อย เราว่า อีสติน ธนาซิตี้ กอล์ฟ รีสอร์ท กรุงเทพ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยละค่ะ

Eastin Thana City Golf Resort Bangkok

Address : 104 หมู่ 4 บางนา-ตราด กม.14 ต.บางโฉลง
อ.บางพลี สมุทรปราการ 10540

Tel :02 172 2333

Facebook: https://www.facebook.com/EastinThanacity/

Web : https://www.eastinhotelsresidences.com/th/eastinthanacitygolfbangkok/

MeStyle Museum Hotel | BKK – ห้วยขวาง

การเลือกพักโรงแรมในแต่ละครั้งลิเดียไม่ได้เลือกแค่ความคุ้มค่าหรือแค่นอนสบาย

แต่ลิเดียเลือกจากความเป็นตัวตนของโรงแรมและบุคคลที่ไปกับเราเข้ากันหรือไม่

การเดินทางครั้งนี้ ลิเดียไม่ได้เก็บกระเป๋าไปไหนไกล เพราะลิเดียแค่อยากเปลี่ยนที่นอน แต่ทริปนี้พิเศษตรงที่ว่า ลิเดียนัดกับเพื่อนสมัยมัธยมปลายเอาไว้ เป็นทริปที่จะได้รียูเนี่ยนพร้อมทั้งได้เปลี่ยนที่นอนไปในตัวด้วย

เราหาโรงแรมกันอยู่นาน เพราะลิเดียกับเพื่อนคนนี้ เราทั้งคู่ทำงานเกี่ยวกับครีเอทีฟกันทั้งคู่ เราเลยมองหาที่พัก ที่จะสามารถเพิ่มแรงบันดาลใจในการทำงานของเราไปด้วย

สุดท้ายเราเจอโรงแรมที่เราตามหานั่นก็คือ Me Style Museum Hotel

Me Style Museum Hotel

โรงแรมมีสไตล์ มิวเซียม โฮเทล โรงแรมใหม่ล่าสุดที่ยังไม่ได้ Grand Opening (จะเปิดอย่างเป็นทางการช่วงเดือนมีนาคม 2020) ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติกับบันทึกนักหนีเที่ยวมากที่จะได้มาเจิมโรงแรม และเอารีวิวมาฝากทุกคน

the collector’s hotel โรงแรมของนักสะสม นักสะสมคนนี้นั้น ได้สะสมสิ่งของมากมายจากการเดินทางตลอดชีวิต สะสมเพื่อน สะสม ประสบการณ์ดีๆ และนำมารวบรวมไว้ทั้งหมดที่โรงแรมแห่งนี้ ในทุกๆมุม ของโรงแรมล้วนมีเรื่องราว

Location

โรงแรมมีสไตล์ มิวเซียม โฮเทล อยู่ในทำเลที่ดีมากก เพราะอยู่ในย่านห้วยขวาง – รัชดา ซึ่งทำเลตรงนี้ถือว่าดีมากก เพราะเราสามารถเดินทางด้วย MRT มาลงที่สถานีห้วยขวาง ทางออก 1 จากนั้นต่อวินมอไซค์ 20 บาท ก็สามารถเดินทางมาถึงโรงแรมได้แล้ว และที่สำคัญที่สุดย่านนี้ถือว่าเป็นย่านที่มีแต่ของกินอร่อยยยยยย

Lobby

โรงแรมมีสไตล์ มิวเซียม โฮเทล นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกของโรงแรมจะมีสไตล์สมชื่อ เข้ามาภายในก็ไม่แพ้กัน เพราะเมื่อเราเข้ามาแล้วเราจะได้เจอกับส่วนที่เป็นล็อบบี้ที่มีโซฟาหลากสี และการตกแต่งแบบมีสไตล์ ชวนให้น่าหลงไหลกันตั้งแต่ล็อบบี้เลยทีเดียว

บริเวณภายในโรงแรม

บริเวณชั้น 2 ของโรงแรม ถือว่าเป็นส่วนสำหรับให้แขกของโรงแรมได้พักผ่อนก็ว่าได้ เพราะบริเวณนี้มีมุมให้เราได้นั่งเล่น หรือเสพงานศิลปะที่เป็นของสะสมต่างๆได้อีกด้วย

ยังไม่พอนะคะ เพราะชั้น 2 ยังประกอบไปด้วย 2 ห้องสำคัญ

  • Museum hall โรงแรมมีห้อง function ด้วยกัน 3 ห้อง ได้แก่ Museum I,II,III ซึ่งเรียกทั้งหมดว่า Museum hall ซึ่งสามารถรับงานสัมมนา งานจัดเลี้ยง งานประชุม workshop ต่างๆ การเปิดตัวสินค้า รวมไปจนถึงงานแต่งงาน โดยสามารถรับแขกได้ 50-300ท่าน
  • The map restaurant ร้านอาหารของโรงแรม จัดแสดงศิลปะและแนวคิดผ่านอาหาร ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นมาจาก แรงบันดาลใจจากการเดินทางโดยเชฟเนตรอำไพ สาระโกเศศ (commentator จากรายการอาหารชื่อดัง) เปิดให้บริการตั้งแต่ 11.00 -24.00 น.

ห้องอาหารแห่งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งห้องอาหารที่สวยมากอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะมีดีไซน์สวยๆแล้ว ยังเป็นแหล่งรวบรวมของสะสมอีกด้วย ถือว่าเราจะได้ทานอาหารอร่อยๆ พร้อมได้ชมของสวยๆไปด้วย คุ้มค่ามาก และห้องอาหารแห่งนี้ยังเป็นห้องอาหารที่เราจะทานอาหารเช้ากันอีกด้วยนะ

ชั้น 3 ระเบียงสุดเก๋ที่รวบรวมมุมถ่ายรูปไว้เยอะมาก

ชั้น 3 ของโรงแรมถือว่าเป็นโซนที่เราชอบมาก เพราะบริเวณนี้จะมีพื้นที่ส่วนกลางที่ลักษณะคล้ายกับระเบียงที่ขนาดใหญ่พอให้เรียกว่าลานได้เลย บริเวณนี้เราสามารถออกไปถ่ายรูปได้อีกด้วยนะคะ และเป็นมุมที่เราถือว่าถ่ายรูปสวยมากเลยนะ

Rooftop

โรงแรมแห่งนี้ถือว่าเป็นโรงแรมในเมืองที่มีบริเวณที่เป็นส่วนกลางเยอะมากทีเดียวค่ะ เพราะนอกจากชั้นต่างๆที่เราได้เล่าไปแล้วนั้น ยังมีส่วนของ rooftop อีกด้วยนะ ชั้นนี้ประกอบไปด้วย

  • Pool : น่าเสียดายที่ตอนเราไปสระว่ายน้ำของโรงแรมยังไม่เสร็จเรียบร้อย ส่วนตัวเราก็อยากจะชมความสวยงามของสระแห่งนี้เหมือนกัน เพราะที่นี่ออกแบบให้สระว่ายน้ำมีสีแดง มองเห็นวิวเมือง 360องศา ซึ่งเปิดให้บริการในช่วงเดือนมีนาคม 2020
  • MeStyle Bar :เตรียมพบกับ Bar ที่อยู่ในรถบ้านคันใหญ่ ตั้งอยู่บนชั้น rooftop ของโรงแรม พร้อมเมนูอาหารและ เครื่องดื่ม ซึ่งจะเปิดให้บริการในช่วงเดือนมีนาคม 2020
  • Fitness : ฟิตเนสแหงนี้เป็นฟิตเนสที่มีอุปกรณ์สำหรับออกกำลังเยอะมากทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับฟิตในโรงแรมแห่งอื่นๆ ใครเป็นสายออกกำลังกาย จะมาพักที่โรงแรมมีสไตล์ มิวเซียม โฮเทล รับรองว่าต้องรักที่นี่แน่นอน

Room

โรงแรม มีสไตล์ มิวเซียม โฮเทล ให้บริการห้องพักทั้งหมด 98 ห้อง โดยแบ่งเป็น 6 room type ได้แก่ Superior, Superior Plus, Family, Deluxe, Deluxe Plus, and Executive Suite มีให้เลือกหลากหลายสำหรับทุกคน

ภายในห้องพักเลือกใช้วัสดุคุณภาพดี เตียงนอนและหมอนระดับ 5ดาว แล้ว amenity ภายในโรงแรม partner กับยี่ห้อ gla skincare

Superior

ห้องแบบ superior จะเป็นห้องเริ่มต้นสำหรับโรงแรม มีสไตล์ มิวเซียม โฮเทล ซึ่งจะมีแบบเตียงแฝดเท่านั้น แต่ถ้าใครอยากให้ทางโรงแรมชิดเตียงให้ก็สามารถบอกได้นะคะ

Family

ห้องพักสำหรับคนที่มาแบบครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน 3 คน เราจะได้พักห้องเดียวกัน ส่วนขนาดห้องก็ใหญ่มากพอให้เราไม่อึดอัด

Deluxe

ห้องดีลักซ์ ห้องขนาดกำลังดีสำหรับพัก 2 คน ซึ่งแต่ละห้องก็จะจัดมุมไว้สำหรับถ่ายรูปได้ดีมากทีเดียวค่ะ

Executive Suite

ห้องพักขนาดใหญ่แบ่งออกได้เป็น 3 โซน คือห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องน้ำที่มีพื้นที่กว้างมาก และที่สำคัญมี bathtub อีกด้วยนะ ใครชอบห้องที่มีพื้นที่เยอะๆ แนะนำมากก

Deluxe Plus

ห้องดีลักซ์ พลัส คือห้องที่เราพักขนาดกำลังดี ไม่ใหญ่จนเกินไป มีห้องอย่างให้ห้องแบบครบครัน และที่สำคัญห้องน้ำกว้างมากกกและมี bathtub ด้วยยยยย

ซึ่งแต่ละห้องถึงแม้จะเป็นห้องประเภทเดียวกันการตกแต่งด้านในก็ไม่ได้เหมือนกันทุกห้อง เพราะการตกแต่งจะขึ้นอยู่กับคอนเซ็ปของแต่ละชั้นที่เราจะได้พัก อย่างเช่นชั้น 3 คอนเซ็ปคือ Fashion การตกแต่งก็จะเป็นแนวแฟชั่นต่างๆ

ส่วนห้องที่เราพักคือห้องดีลักซ์ พลัส ที่อยู่บนชั้น 5 ซึ่งคอนเซ็ปของชั้น 5 นั้นคือ Movie ห้องที่เราพักจะมีโปสเตอร์หนังและการ์ตูนจากเรื่อง Elmo ด้วยนะ

ทริปนี้เราไปพักกับเพื่อน 2 คน ห้องกว้างมาก มุมถ่ายรูปเยอะมากกก ไม่ว่าจะนั่งเล่น นั่งทำงาน หรือแม้แต่นอนคุยกันบนเตียง ดีงามที่สุด

และอย่างที่เราบอกไปว่าห้องแบบดีลักซ์ พลัส จะมี bathtub ด้วยนะ หากใครจะพักกับคนรักแนะนำว่าเอาสบู่ที่สามารถตีฟองมาด้วยรับรองฟินนนน

ส่วนเรานั้นมากับเพื่อนสาวสองคนถ้าจะให้ตีฟองแช่อ่างก็ดูจะน่าขนสุดไปนิด แต่ในเมื่อในห้องเรามี bathtub แล้ว เราจึงเปลี่ยนให้เป็นฉากถ่ายรูปสุดเก๋แทนนน

สมบัติบาร์

สมบัติบาร์ เป็น thai cocktail bar โดยทางโรงแรมได้คุณบอส นพบุรีบาร์ จากเชียงใหม่มา สร้างสรรค์เมนูให้ ใน concept ค้นหาสมบัติ ที่นี่จึงเป็นอีกจุดที่เราตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านแก้วเครื่องดื่ม มีทั้ง coffee signature เช่น apple americano, pandan latte มีความเป็นไทยที่นำมาเล่าใหม่ และที่พลาดไม่ได้ เลยคือเครื่องดื่ม signature cocktail รวมทั้งอีก 5 signature menu จากร้านนพบุรีบาร์ที่เชียงใหม่ ใครเป็นแฟนนพบุรีไม่ต้องไปไกล ขับรถมาสมบัติบาร์ได้เลย ในร้านที่บรรยากาศเหมือนนั่งอยู่ใน penthouse บ้านเพื่อน ใครสนใจต้องมาลอง

หลายๆคนมักจะคิดว่าเวลาที่เราพักโรงแรมในเมืองนั้น เราจะเอาแค่ไว้นอนแล้วออกไปเที่ยวข้างนอก จะบอกว่าใครมาพักที่โรงแรม มีสไตล์ มิวเซียม โฮเทล ต้องเผื่อเวลาไว้เลยค่า เพราะโรงแรมนี้เราสามารถใช้เวลาได้ทั้งวัน และค่ำของวันนั้นเราเลยพาตัวเองมาที่บาร์สุดเก๋ของโรงแรมที่ชื่อว่าสมบัติบาร์

Breakfast 

มีสไตล์ มิวเซียม โฮเทล เข้าใจดีว่าแต่ละท่านตื่นนอนคนละเวลา และทานอาหารเช้าคนละแบบ ทางโรงแรมเลยมี option สำหรับอาหารเช้า โดยเราสามารถรับประทานอาหาร buffet line ที่ร้านอาหาร the map ชั้น2 ของโรงแรมตั้งแต่ 6.00-10.00 น. หรือ เราสามารถเลือกรับชุดกาแฟจากร้าน eureka nitro coffee ร้านกาแฟชื่อดังซึ่งตั้งอยู่ชั้น 1 ของโรงแรมก็ได้เช่นกัน

สำหรับเรานั้น เราเลือกเป็นทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ของโรงแรม แล้วค่อยไปสั่งกาแฟจากคาเฟ่แทน

อาหารเช้าของมีสไตล์ มิวเซียม โฮเทล ถือว่ามีครบมากตั้งแต่ อาหารแบบตะวันตก ไทย จีน และซุปมิโซะแบบญี่ปุ่น ถือว่าตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีมากๆๆ ที่สำคัญอร่อยมากทีเดียว

(เราไม่ได้ถ่ายรูปไลน์อาหารมานะคะ เพราะลูกค้าของโรงแรมเยอะเกรงใจ)

ใครต้องการออเดอร์ไข่ต่างๆ ก็สามารถสั่งกับพนักงานได้เลยนะคะ แถมเอามาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะด้วย น่ารักมากๆๆเลย

Eureka Nitro Coffee

การมาพักที่มีสไตล์ มิวเซียม โฮเทล ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่มีทุกอย่างครบจบภายในโรงแรมเลย เพราะนอกจากห้องพักที่นอนสบาย มุมถ่ายรูปสวยๆ อาหารอร่อยๆ บาร์ที่แสนดีงามแล้ว สายคาเฟ่แบบเราก็ยังมีคาเฟ่สวยๆให้นั่งเล่น มีกาแฟอร่อยๆให้เราได้ลอง

ที่สุดของความดีงามเลยจริงๆ

Museum

MeStyle Museum Hotel จากชื่อโรงแรมก็บอกไว้แล้วว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นมิวเซียมด้วย เพราะว่าเจ้าของโรงแรมนั้นมีของสะสมน่าทึ่งมากมายที่สะสมเอาไว้ เมื่อสร้างโรงแรมแห่งนี้จึงรวบรวมทุกอย่างไว้ที่นี่

รับรองว่าใครมาพักที่นี่คุณจะได้เจอของโบราณหลายสิ่งที่น่าทึ่งและหาชมที่ไหนได้ยากมากๆ

บทสรุป

มีสไตล์ มิวเซียม โฮเทล สำหรับลิเดียนั้นคือ ประทับใจมากกกกกกกกก โรงแรมสวยมากกก ไม่ว่ามุมไหนก็เต็มไปด้วยมุมที่ควรค่าให้เราถ่ายรูป ตั้งแต่ล็อบบี้ ส่วนกลาง ร้านอาหาร บาร์ จนไปถึงห้องพัก ทุกอย่างถูกออกแบบไว้อย่างลงตัว

หากใครสักคนที่มองหาโรงแรมในกรุงเทพที่อยู่ในทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง ต้องการโรงแรมที่สวยไม่เหมือนใคร สามารถใช้เวลาได้วันอยู่ในโรงแรมแบบไม่น่าเบื่อ เราว่า มีสไตล์ มิวเซียม โฮเทล เป็นอีกตัวเลือกที่ดีมากค่ะ

ใครจะมาพักที่นี่แนะนำว่าควรเตรียมเม็มโมรี่กล้องถ่ายรูปมาเยอะๆเลย เพราะคุณจะได้รูปไว้อัพโปรไฟล์อวดเพื่อนอีกเพียบบบบ

MeStyle Museum Hotel

Contact :

Call 02-690-8899

Website http://www.mestylemuseum.com

IG @mestylemuseum

Fb : https://www.facebook.com/MeStyle-Museum-Hotel-2795320480539753/

Location : https://goo.gl/maps/9vVwTCKcdmXth77c

Mövenpick Asara Resort & Spa Hua Hin

2019 กำลังจะผ่านไป

2020 กำลังจะเข้ามา

ปีนี้เป็นปีที่เราใช้ทั้งร่างกาย สมอง และ ความฝัน จนใช้คำว่า “หมดแรง” ได้เลยนะ ทริปนี้เราเลยมองหาสถานที่ที่จะสามารถเยียวยาเราได้ ช่วยให้เราได้พักร่าง เติมแรงฝันขึ้นมาให้เต็มใจอีกครั้ง

การเดินทางครั้งนี้บันทึกนักหนีเที่ยว ก็ยังเป็นมนุษย์เวลาน้อยเช่นเดิม สถานที่ที่เราเลือกก็คือ “หัวหิน” ปลายทางที่เราขับรถจากกรุงเทพ แค่ประมาณ 2-3 ชม. ก็ถึงแล้ว และโรงแรมที่เป็นจุดหมายในการไปฟื้นร่างของเราคือ “Movenpick Asara Resort & Spa Hua Hin”

Movenpick Asara Resort & Spa Hua Hin

โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน โรงแรมระดับ 5 ดาว บนพื้นที่กว่า 22 ไร่ โดยห้องพักของโรงแรมแห่งนี้ประกอบด้วยห้องพักแบบสวีทและวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ที่สำคัญเราว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรม 5 ดาวที่มีความหรูหรา เป็นปลายทางที่ให้เราได้ผ่อนคลาย โดยที่เราสามารถเข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาของห้องพักเริ่มต้น 6000 + – (ราคาขึ้นอยู่กับช่วงที่เราเข้าพัก)

Location

โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน ตั้งอยู่หัวหิน ซอย 5 ซึ่งตัวโรงแรมตั้งอยู่ริมทะเลอันสงบเงียบ เมื่อเข้ามาภายในโรงแรมแล้วเหมือนเราเข้าสู่อาณาจักรแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

Lobby

เมื่อเข้ามาภายในโรงแรมแล้ว สิ่งแรกที่เราจะได้เจอก็คืออาคารล็อบบี้ ที่ออกแบบมาให้มีความสูงโปร่ง รับลมจากธรรมชาติ อาคารออกแบบนำเสนอความเป็นไทยร่วมสมัยอันเรียบหรู

ส่วนการเช็คอินนั้นใช้เวลาไม่นานค่ะ ระหว่างรอก็จะมี Welcome Sorbet อร่อยๆ มาให้เราได้ทานด้วยนะ

ตัวอาคาร Lobby ไม่ได้มีแค่ส่วนที่เราใช้เช็คอิน-เช็คเอาท์เท่านั้นนะ เพราะเดินทางมาด้านล่างในตัวอาคารเดียวกัน ก็จะมีพื้นที่ให้เราได้พักผ่อน ผ่อนคลายกับแมกไม้ที่ลายล้อมอยู่รอบโรงแรม ตั้งแต่ยังไม่ถึงห้องพักเลยค่ะ

บริเวณภายในโรงแรม

ภายในโรงแรมรายล้อมไปด้วยสวนเขียวชอุ่มของแมกไม้เมืองร้อน ด้วยเอกลักษณ์ของตัวอาคารที่ทอดยาวไปสู่ผืนทะเลอ่าวไทย ทำให้เราสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสายลม และสีเขียวจากธรรมชาติ

Private Pool Villa

โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน มีห้องพักทั้งหมดจะแบ่งออกได้ 2 ปรเภทใหญ่ๆคือ Suites และ Villa สามารถดูรายละเอียดห้องเพิ่มได้ที่ : www.movenpick.com/hua-hin

โดยทริปนี้เราเข้าพักห้องแบบ Private Pool Villa นะคะ โดยห้องที่เราพักคือห้อง 121 โดยวิลล่าแต่ละหลังได้รับการออกแบบมาให้มีความเป็นส่วนตัวสูง เหมือนเราพักในบ้านตากอากาศมากกว่าโรงแรม

ห้องที่เราพักเป็นพลูวิลล่าที่มีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 150 ตร.ม. เลยนะ โดยภายในห้องจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ ก็คือตัวอาคารของวิลล่า และสวนของวิลล่าที่มีสระว่ายน้ำขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไป แต่ถือว่าใหญ่มากพอให้เราได้ใช้เวลาทั้งวันไปในห้องพักแสนจะสงบและสวยงามแบบนี้

มาดูส่วนของในตัววิลล่ากันค่ะ

เข้ามาแล้วเราจะได้เจอกับห้องรับแขกขนาดกว้างขว้าง ภายในมี TV และ มินิบาร์ที่มีเครื่องดื่มให้บริการอยู่ (เครื่องดื่มบางส่วนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะคะ) ส่วนการตกแต่งภายในห้องนั้นใช้กระจกรอบด้านให้ความรู้สึกโปร่งสบาย เมื่อเราเปิดม่านออกไปชมบรรยากาศภายในวิลล่า

ส่วนของห้องนอน จะมีเตียงขนาด 6 ฟุตอยู่กลางห้อง ด้านขวาของเตียงคือโต๊ะเครื่องแป้ง ส่วนด้านซ้ายคือ เก้าอี้โซฟาให้เราได้พักมองวิวจากสระส่วนตัวอีกด้วยนะคะ ปลายเตียงจะมาพร้อม TV อีกเครื่อง ส่วนการตกแต่งออกแบบก็ยังคงใช้กระจกรอบด้าน เพื่อให้เราได้ผ่อนคลายกับวิวภายในวิลล่า

มาดูส่วนของห้องน้ำกันค่ะ ห้องน้ำกว้างมากกกก กว้างขนาดเล่นตระกร้อได้เลยละมั้ง

โซนห้องน้ำจะเป็นโซนย่อยๆแยกเป็นสัดส่วนอย่างจัดเจน โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณตู้เสื้อผ้า ช่องเก็บสัมภาระของเรา และสิ่งที่เราชอบมากอีกอย่างคือมีเตารีดและที่รองรีดไว้ให้ด้วย ส่วนต่อมาฝั่งตรงข้ามคืออ่างล้างหน้าที่มีกระจกบานใหญ่มากกกก

และจุดโฟกัสสายตาก็คืออ่างอาบน้ำ ด้านข้างคือห้องส้วมและห้องอาบน้ำแบบอินดอร์

ยังไม่พอนะคะ เพราะว่าภายในห้องแบบพูล วิลล่าที่เราพักนั้น ยังมีส่วนอาบน้ำแบบเอาท์ดอร์ด้วยนะคะ ให้เราได้อาบน้ำไป รับอากาศสดชื่นด้านนอกไป

ความสุขแบบส่วนตัว

Private Pool Villa ห้องพักที่มีความเป็นส่วนตัวสูงมาก จะเรียกว่าห้องพักก็ดูไม่เหมาะเท่าไหร่ ขอเรียกว่ามันคือวิลล่าที่เปรียบเสมือนบ้านตากอากาศ ให้เราได้ผ่อนคลาย พักผ่อน หย่อนใจในพื้นที่ส่วนตัวที่แสนจะชิลลลลล

การเลือกห้องพักแบบพูลวิลล่า สำหรับเรามันคือการเลือกความสุขให้ตัวเอง เพราะเราจะว่ายน้ำตอนไหนก็ได้ หรืออีกคนจะนอนเล่น อีกคนจะว่ายน้ำก็ได้ เราสามารถใช้เวลาพักผ่อนของเราได้คุ้มค่าที่สุด มันคือความสุขง่ายๆที่เราสามารถให้ตัวเราเองได้ในพื้นที่แห่งนี้

ส่วนใครเลือกพักห้องแบบพูลวิลล่าแบบเรา แนะนำว่าให้เอาสบู่สำหรับตีฟองมาด้วยนะ รับรองว่าจะทำให้ช่วงเวลาแห่งความสุขของเรายืดยาวขึ้นอีกเยอะเชียว หรือเราจะแช่น้ำไป คุณผู้ชายจะอาบน้ำด้านนอกไปก็ได้น้าาาาา

ส่วนก่อนนอนทางที่พักจะมาจัดเตียงให้อีกครั้ง พร้อมกับวางช็อกโกแลตเล็กๆจากเมอวินพิก ไว้ให้ช่วยให้เราหลับฝันดี

นี่แหละเนอะที่เราบอกว่ามันคือความสุขแบบส่วนตัวที่เมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน

Chocolates Hours 

เมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน แห่งนี้จะมีชั่วโมงช็อกโกแลตทุกวัน เวลา 15.00 – 16.00 น. เป็นชั่วโมงแห่งความสุขสำหรับคนรักช็อกโกแลตแบบเราเลยนะ

เมนูช็อกโกแลตในแต่ละวันจะไม่เหมือนกันและที่สำคัญบริการนี้เป็นบริการที่ทางโรงแรมจัดให้แขกที่เข้าพักฟรีทุกวัน !!!

Ocean Bar

ช่วงเย็นๆ เราแนะนำว่าให้มานั่งกินลมชมวิวที่ Ocean Bar บาร์ริมทะเลที่หลังพระอาทิตย์ตกดินแล้ว จะเป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกที่สุดเลย ตรงนี้ถือเป็นมุม Signature ของ เมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน เลยก็ว่าได้นะคะ เพราะมีเจ้าเก้าอี้กลม ขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ริมทะเล ให้เราได้นั่งเล่น จิบคอทเทลดีๆ ฟินที่สุดดดดดดดดดดด

แถมยังมีดนตรีสดทุกวัน พฤหัส-อาทิตย์ และที่สำคัญยังมีเมนู Happy Hours 1 แถม 1 ด้วยนะ

ห้องอาหารภายในโรงแรม

ภายในโรงแรมแห่งนี้ มีห้องอาหาร 2 ห้องให้เราได้เลือกไปทานอาหารอร่อยได้แบบ 2 บรรยากาศ

BAANDAM (บ้านดำ)

ร้านอาหารที่บริการอาหารไทยและซีฟู๊ด ตัวบริเวณห้องอาหารอยู่ริมทะเลภายในบริเวณของโรงแรม โดยตัวอาคารหลักจะเป็นเรือนไทยหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้กับบริเวณสนามหญ้าริมทะเล

บ้านดำถือเป็นห้องอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่อยากทานอาหารอร่อย ริมทะเล รับอากาศบริสุทธ์จากบริเวณริมทะเล ให้ลมได้ปะทะหน้าชิลๆในเวลาช่วงเย็นของวัน

แต่เราไปทานอาหารที่บ้านดำในช่วงมื้อค่ำของวัน เลยอดถ่ายรูปตอนทานอาหารชิลๆริมทะเลมาฝากเลย แต่อยากจะบอกว่าใครที่มาเลือกทานอาหารตั้งแต่ตอนเย็นแบบเรา นอกจากเราจะได้อาหารอร่อยแล้ว เรายังจะได้ฟังเพลงเพราะๆที่ร้องสดอีกด้วยนะ (จะไม่มีดนตรีสดในวันจันทร์นะคะ)

อยากจะบอกว่ามาทานตอนค่ำแบบเราก็ได้บรรยากาศโรแมนติกไปอีกแบบนะคะ

เมนูที่เราทานเป็นอาหารไทยและซีฟู๊ด

  • หอยนางรมทรงเครื่อง : ใครชอบหอยนางรมแบบเรา แนะนำว่าต้องสั่ง !! เด็ดดด สด ดีงามมม
  • แกงปูใบชะพลู : อีกหนึ่งเมนูโปรดของเรา เนื้อปูสดๆ กับแกงรสชาติเข้มข้น อร่อย
  • กุ้งผัดพริกเกลือ : กุ้งตัวใหญ่ๆ เนื้อแน่นๆๆ อร่อยมากกก
  • ลาบปลากะพงทอด : คือออ อร่อยมากกกก ลาบมาพร้อมกับข้าวเหนียว จานนี้เราทานคนเดียวหมดด
  • ต้มยำปลาน้ำข้น : ต้มยำรสแซ่บบบบ เนื้อปลาสดๆๆ ดีงามมม
  • น้ำพริกไข่ปู : เมนูน้ำพริกแซ่บๆ ที่มาพร้อมกับผักสดแบบจัดเต็ม
  • กล้วยทอดไอศกรีม : เมนูของหวานที่อร่อยสุดดด ต้องสั่งเลยนะ แนะนำ

ทุกอย่างคือสด อร่อยมากกกกกกกกก ควรค่าแก่การมาลิ้มลองมากเลยนะคะ และต้องขออภัยหากรูปอาหารจะมีความเบลอ เพราะทางเราหิวมากกกกกก 555555

ห้องอาหาร ก้ามปู (Kampu)

ส่วนห้องอาหารอีกหนึ่งห้องคือห้องอาหารก้ามปู ห้องอาหารที่ตั้งชื่อตามต้นก้ามปูใหญ่ ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้องอาหาร ห้องอาหารก้ามปูคือว่าเป็นห้องอาหารหลักของโรงแรม เพราะบริการแบบ All Day Dinning มีอาหารฝรั่งเศส และอาหารไทยดั้งเดิมให้เราได้เลือกทาน

ห้องอาหารก้ามปู มีอาคารหลักอยู่บริเวณใกล้กับสระน้ำส่วนกลาง ทำให้วิวที่เราจะได้เห็นเมื่อนั่งทานอาหารที่นี่นั้น คือภาพสีฟ้าจากสระว่ายน้ำส่วนกลางขนาดใหญ่ และวิวหาดส่วนตัวของโรงแรม

ส่วนเรานั้นขอลองทานอาหารฝรั่งเศสแล้วกันเนอะ เพราะมีแต่คนบอกว่าอาหารฝรั่งเศสที่นี่เด็ด มาแล้วต้องลองง จัดไปเลยจ้าาาา

  • ขนมปังเป็น Appetizer
  • Homemade Angel Hair Pasta with Chill-garlic crab : เป็นเมนูที่เราชอบมากก เนื้อปูแน่นๆ กับเส้นพาสต้า คือดีงามมม
  • Hua Hin Seabass Fillet : เมนูสำหรับคนชอบปลา อร่อยเลยค่ะ
  • Beef Tartare : เมนูนี้ถือเป็น Singnature Dish เลยนะ ใครชอบเนื้อต้องลองนะ เด็ด!
  • Prawn Gazpacho : ซุปซอสมะเขือเทศกุ้ง ดีงามมม

เมนูของหวาน

  • Avocado & Lemon Cheese Cake : เมนูของหวานที่ครบรส นอกจากอร่อยแล้ว ยังถ่ายรูปสวยด้วยนะ
  • Movenpick Ice-Cream : แนะนำว่าต้องกินนนนนนน อร่อยมากกกก ดีงามสุด

Breakfast

อาหารเช้าเป็นช่วงเวลาที่เราตั้งตารอเมื่อเข้าพักโรงแรมเลยค่ะ เพราะว่าเราชอบการที่ได้เลือกอาหารเช้าที่จัดอยู่ตระการตา มันคือความสนุกของการพักเลยนะ

อาหารเช้าเรามาทานกันที่ห้องอาหารก้ามปูเหมือนเดิมนะคะ ส่วนไลน์อาหารเช้าของทางโรงแรมมีเยอะมากกกกกก ตั้งแต่อาหารตะวันตก อาหารไทย อย่างโจ้ก และ ก๋วยเตี๋ยวก็มีให้บริการด้วยนะ คือเอาเป็นว่าครบมากกกก จัดเต็มสุดเลยค่ะ

ส่วนมาทานอาหารเช้า เราแนะนำโต๊ะริมสระส่วนกลางเลยค่ะ บรรยากาศดีมากตอนเช้า ได้มองวิวสวยๆ ทานอาหารอร่อย มันคือการเริ่มต้นวันที่ดีในการพักผ่อนของเราเลยนะ

Asara Spa

อัสสรา สปา ณ โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน เป็นสปาที่มีเอกลักษณ์การตกแต่งในสไตล์ทรอปปิคอล ภายใต้คอนเซปต์ “Stay and Recharge”อัสสรา สปาสร้างสรรค์ประสบการณ์แห่งการผ่อนคลาย

สำหรับใครที่มาพักผ่อนที่โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน ถ้าคุณคิดว่าทริปนี้ คือทริปที่พักผ่อนและมอบของขวัญอย่างแท้จริงให้กับร่างกาย เราแนะนำว่าควรที่จะทำสปาที่นี่ด้วย เพราะมันคือการผ่อนคลายที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้ตัวเองเลยนะ

เมื่อเราเลือกที่จะทำสปา เราก็จะกลายเป็นแขกคนสำคัญของอัสสรา สปา เราจะได้รับการดูแลอย่างดีตามแบบฉบับการต้อนรับของวัฒนธรรมไทยควบคู่ไปกับมาตรฐานสปาสากล

ทริปนี้เราเลือกทรีทเมนท์ยอดนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ของอัสสรา สปา อย่าง “Himalayan Salt Thermal Therapy”

“Himalayan Salt Thermal Therapy” เป็นการผสมผสานของเทคนิคการนวดด้วยเกลือหิมาลายันร้อน และเย็น และปลอบประโลมด้วยน้ำมันออร์กานิคแท้จากธรรมชาติ ใช้เวลาประมาณ 90 นาที เป็นการนวดทั้งตัวที่ให้ความผ่อนคลายร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง

Fitness center

หากใครอยากออกกำลังกายที่นี่ก็มีฟิตเน็ตบริการด้วยนะคะ

Sunrise & Infinity pool

หากถามเราว่าช่วงเวลาไหนที่ดีที่สุดในการเข้าพัก โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน เราก็ตอบว่าทุกช่วงเวลามันคือช่วงเวลาที่สุขในการพักผ่อน

แต่ถ้าหากถามเราว่าเราชอบช่วงเวลาไหนที่สุด ก็คงต้องตอบว่า “ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น” โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน เป็นทำเลที่เราสามารถดูพระอาทิตย์ขึ้นจากน้ำได้ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งในหัวหิน

เวลาที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นจากมุมเก้าอี้ริมทะเลที่ถือว่ามุมนี้คือ Singnature ของโรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน หากเราได้ใช้ช่วงเวลานี้ไปกับคนที่เรารัก มันคือเวลาที่โรแมนติกมากช่วงหนึ่งในชีวิตเลยนะคะ

โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหินมีสระว่ายน้ำส่วนกลางขนาดใหญ่ เป็นสระน้ำเกลือในรูปแบบอินฟินิตี้ ให้คุณได้ทอดสายตาพักผ่อนไปกับวิวทะเลอันกว้างไกล ใครตื่นเช้ามาแนะนำว่าต้องมาถ่ายรูปสวยๆคู่กับสระแห่งนี้ให้ได้เลยนะคะ

ช่วงเวลาตอนเช้าหากเราได้ตื่นมาเจอกับภาพสวยๆๆ อากาศดีๆ มันคือพลังชีวิตที่ดีที่สุดของชีวิตเราในวันนั้นเลยนะคะ โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มอบช่วงเวลานั้นให้เราได้

Beach

ทางที่พักมีหาดส่วนตัวที่ให้เราได้ผ่อนคลายริมทะเล ทำให้เราสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสายลม

การเดินทางมาพักผ่อนมาพร้อมกับคนรู้ใจ เราว่ามันคือช่วงเวลาที่ดีมากๆที่จะเติมเต็มความเข้าใจของสองคนได้ดีมากทีนะคะ


โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน สำหรับลิเดียนั้นคือ ประทับใจมากกกกกกกกก ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทำให้เราสามารถหนีความวุ่นวาย ความเหนื่อยล้า มาพักผ่อน ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นโรงแรมที่เราสามารถเข้าไปแล้วมีทุกอย่างที่ต้องการเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวิลล่าที่มีความส่วนตัวสูง สระว่ายน้ำส่วนในวิลล่า ร้านอาหารที่บริการอาหารอร่อย วิวที่มองออกไปสู่ทะเล ความผ่อนคลายที่เราสามารถมอบให้ร่างกายด้วยการทำสปา

และสิ่งที่ลิเดียสัมผัสได้คือพี่ๆน้องๆในโรงแรมทุกคน น่ารักมากกก ช่วยเหลือเราดีมาก ทุกคนพร้อมที่จะบริการ ทำให้เราผู้เป็นแขกที่มาใช้บริการได้รับความอิ่มใจนั้นมาเต็มๆเลยล่ะ

เราว่าที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งสำหรับใครสักคนที่อยากจะหาที่พักที่ถือว่าเป็นการมอบความสุขให้ตัวเราเองและคนที่เรารัก ดังนั้น โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน เป็นอีกตัวเลือกที่ดีมากทีเดียวค่ะ เราแน่ใจว่าถ้าคุณมาพักที่นี่คุณจะรู้ว่าความสุขที่สามารถมอบให้ตัวเองได้เป็นเช่นไร

สุดท้ายลิเดียขอขอบคุณพี่ๆ น้องๆ จากโรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน ที่ต้อนรับและดูแลบันทึกนักหนีเที่ยวอย่างดีมากๆๆ

โรงแรมเมอวินพิค อัสสรา รีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน

ที่อยู่

53 หัวหิน ซอย 5 ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77110

โทร. 032 520 777 | แฟกซ์ 032 547 762

เว็บไซต์: www.movenpick.com/hua-hin

อีเมล์: resort.huahin@movenpick.com

Sripakpra Andacura Boutique Resort ผ่อนคลาย | unseen | พัทลุง

บางครั้งการเดินทางอาจจะไม่ใช่เรื่องราวที่ตื่นเต้นและลุ้นระทึกตลอดเวลา

บางครั้งการเดินทางมันก็คือการพักผ่อน

บางครั้งการเดินทางก็เป็นเพียงแค่การเสาะแสวงหาสถานที่ ที่เราสามารถผ่อนคลาย ปล่อยใจ และเสพความสุขไปกับมัน

ทริปนี้เราจะพาทุกคนไปพักผ่อนและผ่อนคลายกันที่พัทลุงอีกครั้งงงงงงง

คราวนี้ขอเอาใจนักท่องเที่ยวที่รักความสบาย ชอบความหรูและชิลลลลลลล

ทริปนี้เราจะพาทุกคนไปพักกันที่ ศรีปากประ อันดาคูรา บูตีค รีสอร์ท ที่พักหรูระดับ 5 ดาว ที่มีวิวที่สวยไม่แพ้ตัวโรงแรมเลย ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

ทริปนี้เราเลือกมาพักในช่วงวันธรรมดา เพราะแขกไม่เยอะและมีห้องว่าง ทำให้โรงแรมที่สบายอยู่แล้ว ยิ่งสงบและชิลไปอีกกกกกกกก

เราขับรถมาถึงที่พักตอนประมาณบ่ายสาม ก็ได้เข้าเช็คอินเลย (ก็มันถึงเวลาละแกรรร)

รอเช็คอินไม่นาน เราก็ได้กุญแจห้องพักของเราคืนนี้มาาาาาา

คือแค่ล็อบบี้ก็ชิลแล้วแกรรรร มานอนเล่นได้นะ สบายมากกกก

เราได้ห้องพักหมายเลข 9 ซึ่งเป็นห้องที่อยู่โซนกลางๆ

และสิ่งที่เราชอบมากกับการได้ห้องโซนกลางๆ เพราะที่พักมีจักรยานให้เราปั่นเล่นด้วย ก็จะได้ถือโอกาสปั่นจักรยานจากหน้าห้องตัวเองไปส่วนกลางบ้างงงง

ชิลลลลลลลลล

เข้าไปสำรวจห้องกันดีกว่าค่ะ

ภายในห้องเป็นไปตามมาตรฐานของโรงแรม 5 ดาว

และที่สำคัญคือห้องกว้างและเตียงนิ่มดูดวิญญาณมากกกกกกก

แต่มีจุดเด่นอยู่ตรงระเบียงของห้อง ที่มีเปลให้เรานั่งไกวเล่นๆ ชิลๆ โดยเฉพาะตอนเช้า ถือว่าชิลมากกกกกกกกก นั่งดูนกที่บินมาเกาะ นั่งดูธรรมชาติไปเรื่อยๆ

อีกจุดเด่นในห้องพักที่เราชอบและถือว่าทางที่พักทำได้ดีมากทีเดียวก็คือห้องน้ำ

ห้องน้ำกว้างมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

แยกส่วนแห้งและเปียกชัดเจน

โดยสิ่งแรกที่เราชอบก็คือเคาเตอร์อ่างล้างหน้าที่ทำออกมากว้างมากกก ทำมันให้มนุษย์ที่เดินทางกับเพื่อนแบบเรา สามารถวางเครื่องสำอางค์แบบกระจายกันได้คนละฝั่งแบบเต็มๆไม่ต้องเบียดกัน อันนี้ถือว่าดีมากกกกก

จุดเด่น จุดที่สองของห้องน้ำก็คือโซน Shower ที่มีทั้ง Indoor และ Outdoor ให้เราได้เลือกบรรยากาศกันตามใจชอบไปเลยยยยย

หลังจากสำรวจห้องกันไปแล้ว เราจะพาทุกคนไปสำรวจอีกโซนที่ถือว่าเป็นโซนที่ชิล สวย น่าพักผ่อนมากกกกกกกก นั่นก็คือ สระว่ายน้ำส่วนกลาง

ตัวสระว่ายน้ำตั้งอยู่ใกล้กับทะเลที่มีวิวยอ และวิถีชีวิตของผู้คนในบริเวณนั้นจริงๆ มันทำให้เรารู้สึกว่าจะนั่งเล่นริมสระ หรือ กระโดดลงน้ำ มันเป็นสิ่งที่เลือกยากมากกกกก

และแน่นอนค่ะ เราทำมันทั้งสองอย่างไปเล้ยยยยยยย

ได้เล่นน้ำในสระน้ำเกลือ ในวันอากาศร้อนแบนี้ มันสดชื่นมากกกกกก

เวลาตลอดทั้งบ่ายยยยย ของเราหมดไปกับการเล่นน้ำ

เพราะวันนี้แขกของที่พักน้อย เราเลยได้ครองสระอันแสนสวยคนเดียวววว

ชิลมากกกกกแกรรรรร

เราเล่นน้ำ (อย่าเรียกว่าว่ายน้ำเลยนะ มันยังห่างไกล) อยู่นานนนนนนนนน

รู้ตัวอีกทีคือกำลังจะ 6 โมงเย็น ต้องรีบขึ้นจากสระ กลับห้องมาอาบน้ำ และโทรถามทางรีเสปชั่นว่า มีวิวพระอาทิตย์ตกที่ไหนสวยแนะนำบ้าง

และได้ความมาว่าวิวพระอาทิตย์ตกให้เราไปดูที่สะพานเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักประมาณ 3-5 กิโลเมตร นี่เองงงง

แต่กว่าเราจะอาบน้ำเสร็จ อาทิตย์ก็เหมือนจะลาไปทำหน้าที่อีกซีกโลกหนึ่งแล้ว แต่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเล่นน้ำ ทำให้เราเผลอหลับไปปปปปปปปปปปปปปปปป

นั้นไงงงงงงงงงงงงงงงง

พระอาทิตย์ตกก็ไม่ได้ดู ข้าวก็ไม่ได้กิน ดันมาหลับซะงั้นนนนนน

รูปจากกล้องฟิล์ม

เช้าวันที่สองงงงงงง

เราจะไม่ให้ความสบายของเตียงมาขัดการเที่ยวของเราอีกแล้วววว

เช้านี้เราจะพาทุกคนไปดูพระอาทิตย์ขึ้นและชมวิวธรรมชาติที่ใครๆที่เคยมาก็ล่ำลือว่า มันสวยมากกกกก ควรค่าแก่การมาให้ได้สักครั้ง

เช้าวันนี้เราให้ทางที่พักจัดการจองเรือที่จะพาเราไปชมวิวตอนเช้าให้ ซึ่งเรือ 1 ลำ สามารถนั่งได้ 8 คน ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ราคา 1200 บาท

โดยการชมวิวนี้จะเริ่มตอน 6 โมงเช้าาาาาาา

และเราก็ตื่นนนนนนนนนนนนน จัดการอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ไปตามที่ได้นัดแนะกับทางโรงแรมเอาไว้

เวลาประมาณ 6 โมง 15 นาที ทัวร์ของเราก็เริ่มขึ้นนนนน

โดยจุดแรกที่เราจะได้สัมผัสธรรมชาติ นั่นก็คือ การชมพระอาทิตย์ขึ้นจากน้ำพร้อมกับมีฉากประกอบจากยอของชาวบ้านที่คลองปากประ ติดกับโรงแรมนั่นเอง

ขออธิบายเพิ่มเรื่อง “ยอ” คืออุปกรณ์ที่ชาวบ้านในพัทลุงใช้ในการดักจับปลาชนิดเล็กๆ ซึ่งวิธีการก็คือการหย่อนตาข่ายนั้นลงไปในน้ำ แล้วจะดึงขึ้นมาในเวลาเช้าและเย็นของในแต่ละวันนั่นเอง

คุณพี่คนขับเรือ จอดเรือนิ่งๆให้เราได้เฝ้ารอพระอาทิตย์ที่กำลังจะโผล่ขึ้นมาจากน้ำ

มันเป็นภาพที่สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เป็นภาพที่เราไม่คิดว่าจะได้เห็นจากจังหวัดพัทลุง

มันสวยมากกกกกกก สวยจนเราไม่รู้จะพิมบรรยากาศยังไงให้ทุกคนเข้าใจความรู้สึกและภาพที่ดวงตาเราได้รับรู้ ณ เวลานั้น

ไม่ไกลจากวิวยอ เราเริ่มได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเล (ชาวประมง) ที่ออกมาทำมาหากินด้วยการหาปลาในตอนเช้าของแต่ละวัน

ภาพที่เห็น บรรยากาศที่เราได้รู้สึก เราค่อยๆจดจำมันผ่านเลนส์กล้องและดวงตาของตัวเอง ว่าพัทลุงนั้นมีความงดงามมากเพียงใด

จุดที่สอง คุณพี่คนขับเรือพาเราไปดูนก ซึ่งความผิดพลาดมันเกิดจากเราลืมเลนส์ซูมมมม ทำให้ได้แต่เก็บบรรยากาศกว้างๆมาฝากทุกคนแทนนะ

แต่อยากจะบอกว่าสิ่งที่ตาเราเห็นมันสวยมากกกกกกก และถึงมีเลนส์ซูมเราก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะสวยได้เท่าที่ตาเราเห็นรึป่าว

ฝูงนกนานาชนิดนับร้อยๆตัว กำลังออกหากินในรุ่งอรุณของวัน เป็นภาพที่ทำให้เราทึ่งไปชั่วขณะ เพื่อนที่มาด้วยของเราในสถานะเด็กทรัพยากรธรรมชาติ (มอ.) บอกว่า แสดงว่าพัทลุงยังคงสมบรูณ์อยู่มาก นกเลยเยอะขนาดนี้

และมันสวยมากกกกกกกกกกกกก

จุดที่สาม พี่คนขับเรือพาเข้าลอดใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติไปดูควายน้ำ

ไอเรื่องของควายน้ำ เราเองเคยเห็นผ่านตามาก็หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมายนัก

แต่เมื่อเรือค่อยๆแล่นพาเราไปจอดดูควายที่กำลังแช่น้ำ บางตัวกำลังดำผุดดำว่าย แต่ทุกตัวกำลังสำราญกับการกินจอกแหน โดยไม่สนใจว่าเราจะถ่ายรูป หรือนั่งจ้องนานขนาดไหน

เราไม่อยากจะเชื่อ ว่าภาพบรรยากาศของควายน้ำที่เราเห็น จะทำให้เราที่เดินทางมาก็มากมายแล้วทึ่งกับบรรยากาศที่เห็น

มันสวยมากกกกกกกกกก มันคือ Unseen Thailand ที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัส

จุดที่สี่ พี่คนขับเรือพาเราไปชมทุ่งสาหร่ายข้าวเหนียว ซึ่งบอกตามตรงว่าพึ่งเคยได้ยินชื่อครั้งแรก ซึ่งเจ้าสาหร่ายข้าวเหนียวเนี่ยยย จะออกดอกบานสะพรั่งช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ส่วนเราไปมีนาคม ก็จะมีความล่อยหล่อไปพอสมควร

แต่ยังไงก็ยังสวยมากกกกกกกกก

และสุดท้ายจุดที่ห้า จุดนี้ถือเป็นไฮไลท์ของจังหวัดพัทลุงเลยก็ว่าได้นะคะ เพราะมันคือดอกบัวแดงทะเลน้อย ซึ่งเจ้าดอกบัวแดงจะบานสะพรั่งสวยงามจริงๆจะอยู่ช่วงเดือนเมษายน

คือตรงจุดนี้ก่อนมาเราไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่ (อีกละ) ก็มันเคยเห็นตั้งแต่เด็กๆ แต่ครั้งนี้จะเป็นการเข้าไปใกล้ หรือการนั่งเรือเข้าไปอยู่ท่ามกลางดอกบัวเหล่านี้

มันสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มองไปสุดลูกหูลูกตา เราก็จะเห็นสีชมพูเต็มไปหมด

โอ้ยยยยยยแบบนี้จะไม่ให้หลงรักพัทลุงได้ไง

เราใช้เวลา 2 ชั่วโมงเต็มในการชมวิวธรรมชาติ Unseen พัทลุง

พี่คนขับเรือพาเรากลับมาโรงแรมตอนเวลาเกือบ 9 โมง ต้องขอบคุณพี่คนขับเรือมากๆที่พาเราไปเที่ยว และปล่อยให้เราถ่ายรูปได้นานเท่าไรก็ได้ตามใจเลย

กลับมาถึงโรงแรมก็หิวพอดี

ไปตะลุยอาหารเช้าของที่พักกันค่ะ

ไลน์อาหารเช้ามีไม่มาก แต่มีครบ และจุดเด่นที่เราชอบและชื่นชมโรงแรมแห่งนี้มาก ก็เพราะทางโรงแรมเอาอาหารพื้นบ้านมาให้เราทดลองทานตั้งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ข้าวยำ ข้าวต้ม ขนมจีน และอีกมากมายยยยยย คือดีมากกกก

และอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อิ่มมากกกกกกกกกกกกกกก

โอ้ยยยยย ทำไมต้องทำของอร่อยเยอะแยะขนาดนี้นะ

กินอิ่มแล้วจะไปนอนเลยก็น่าจะไม่ใช่สิ่งที่ดี งั้นไปใช้แรงกันดีกว่าาาาาาา

ที่โรงแรมมีเรือคายัคให้เราได้พายเล่นด้วยนะคะ ถ้าอากาศดีๆพายเพลินเลยล่ะ

ทริปนี้เป็นทริปที่เราอิ่มมาากกกกก

อิ่มกับการพักผ่อนให้โรงแรมสวยๆ

อิ่มกับการได้เล่นน้ำไปดูวิวอันสวยงามของคลองปากประไป

อิ่มกับการได้ตื่นขึ้นมาดูวิว Unseen Thailand ในตอนเช้า

มันเป็นความอิ่มที่มีความสุขมากในการเดินทาง

สุขที่ให้ผ่อนคลายได้รับรู้ว่าบ้านเรานั้นสวยขนาดนี้

ทริปนี้ต้องขอขอบคุณโรงแรม ศรีปากประ อันดาคูรา บูตีค รีสอร์ท ที่ได้มอบประสบการณ์สุดประทับใจให้บันทึกนักหนีเที่ยว

ใครสนใจอยากไปพักสามารถติดต่อได้ที่

ศรีปากประ อันดาคูรา บูตีค รีสอร์ท 222 ม.4 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 93150

Facebook : https://www.facebook.com/Sripakpra/

หรือโทรจองที่ได้ที่ : 091-8255294 หรือ 061-1499494

ที่นี่ พัทลุง “ควนนกเต้น”

บ่อยครั้งที่คนเรามักคิดว่าบ้านเราเองไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลย

บ่อยครั้งที่คนเรามักมองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวและหันไปใขว่คว้าสิ่งไกลตัว

พัทลุง มีหมอก !! ??

เมื่อประมาณช่วงปลายปีที่แล้วเราได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดพัทลุง สถานที่นั้นสร้างความประหลาดใจให้เรามากพอตัว เพราะมันคือจุดชมวิวที่จะทำให้เห็นหมอกขาวๆคลอเคลียเขาในตอนเช้าๆ ในจังหวัดพัทลุง !!!

ตอนนั้นบอกตามตรงว่า เราก็ถามตัวเองเช่นกัน ว่ามีสถานที่แบบนั้นอยู่ในพัทลุง จังหวัดบ้านเกิดของเรามีแบบนั้นด้วยหรอ ??

จุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้อยู่ที่ ควนนกเต้น อ.กงหรา จ.พัทลุง

เราขับรถตามทางหลวงหมายเลข 4122 มาเรื่อยๆ ถึงแม้เราจะเป็นคนจังหวัดพัทลุง แต่ก็ใช่ว่าจะรู้จักไปทุกหนทุกแห่ง ยังไงเราก็ยังต้องพึ่ง Google Map ที่รู้ทางดีกว่าคนเกิดจังหวัดนี้แบบเรา

เราเลี้ยวรถเข้าซอยเล็กๆที่มีป้ายชี้บอกทางว่า “ควนนกเต้น”

ระหว่างทางเป็นทุ่งนาและสวนยางพาราของชาวบ้าน

เราเจอธารน้ำ น่าจะเป็นน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกไหนสักแห่งหนึ่ง เพราะนอกจากป้ายที่ชี้บอกทางไปควนนกเต้นแล้ว ก็ยังมีป้ายบอกน้ำตกต่างๆเช่นเดียวกัน

จีพีเอสนำทางบอกให้เราขับรถต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่อยู่ด้านหน้า

แต่เราขอจอดรถตรงข้างทางแล้วลงไปทักทายกับธรรมชาติก่อนถึงจุดหมายปลายทาง

ขับรถต่อมาอีกหน่อยก็จะถึงจุดจอดรถควนนกเต้น

ซึ่งตรงนี้เราจะต้องจ่ายค่าฝากรถคันละ 50 บาท และซื้อคูปองสำหรับรถบริการที่จะพาเราขึ้น-ลง ควนนกเต้น ไปกลับคนละ 60 บาท

ควนนกเต้นแห่งนี้ พึ่งเปิดเมื่อเมษายน 2561 ซึ่ง ณ วันนี้ วันที่เราเดินทางไปเยือน คือวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 ดังนั้นบอกว่า ที่นี่เปิดมาระยะเวลายังไม่ถึง 1 ปีเลย

จากเดิมที่นี่ไม่ใช่จุดชมวิวใดๆ แต่เกิดจากเจ้าของพื้นที่โค่นต้นยางพารา ทำให้พื้นที่ตรงนี้เกิดว่าง และเป็นเหตุให้พบเจอสถานที่ๆสามารถมองเห็นวิวและทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุงก็ว่าได้

แรกเริ่มที่นี่ก็ยังไม่มีที่พักหรอก

มีแค่ร้านกาแฟร้านเล็กๆ กับลานที่เป็นจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวได้มาชมวิวสวยๆของ อ.กงหรา จ.พัทลุง

ปัจจุบันควนนกเต้นมีห้องพักรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืนทั้งหมด 3 ประเภท

ประเภทแรก คือห้องแบบโดม ซึ่งห้องประเภทนี้จะเป็นห้องที่วิวดีที่สุด มีอยู่จำนวน 2 ห้อง แต่หากใครอยากได้วิวที่สวยงาม มันต้องแลกกับความไม่สะดวกสบายเล็กน้อย เพราะห้องพักประเภทนี้ไม่มีห้องน้ำในตัว

นั่นหมายความว่าเราจะต้องใช้ต้องร่วมกับแขกที่พักห้องแบบเดียวกับเรา

ราคาห้องคืนละ 800 บาท (ราคาถูกที่สุดของห้องพักทุกประเภท)

“ขอห้องพักที่วิวดีที่สุดนะคะ”

คำขอจากปากของเราที่ส่งสารต่อไปยังพี่เจ้าของที่พักควนนกเต้น

และแน่นอนค่ะห้องพักที่เราเลือกคือ ห้องโดม เราอยากได้ห้องที่วิวสวย แม้จะไม่สะดวกสบายที่สุดก็เถอะ

ภายในห้องพักมีอุปกรณ์พื้นฐานที่เราจำเป็นต้องมี ไม่ว่าจะเป็น พัดลม กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า ไฟฉายแบบตั้งโต๊ะ มุ้ง ยากันยุงแบบไฟฟ้า ผ้าเช็ดตัว หมอน ผ้าห่ม พร้อมสบู่ และน้ำดื่มอีก 2 ขวด

ห้องประเภทที่สอง คือห้องพักที่หันหน้าไปยังน้ำตก ห้องพักประเภทนี้มีห้องน้ำในตัว มีอยู่จำนวน 2 ห้อง ราคาห้องพักคืนละ 1200 บาท

ห้องพักประเภทที่สาม คือห้องแบบ Family สามารถเข้าพักได้ 4 – 6 ห้องมีจำนวน 2 ห้อง

และห้องทั้งสองประเภทนี้ วันที่เราเข้าพักก็มีแขกเข้าพัก เลยอดถ่ายรูปมากฝาก

ก่อนจะเดินทางมาที่นี่ เรามีความรู้เกี่ยวกับที่พักเพียงแค่ว่า

ที่พักแห่งนี้จะทำให้เราเห็นหมอกได้ แม้เราจะอยู่ในจังหวัดพัทลุง

ในที่สุดเราสามารถเคลียร์วันที่ยุ่งเหยิงของตัวเอง และชวนเพื่อนมาเปลี่ยนที่นอน

เราไม่ได้คาดหวังว่าที่นี่จะต้องสวยเทียบเท่าจังหวัดในภาคเหนือ

เราแค่อยากมาพักผ่อน และอยากมาทำความรู้จักที่เที่ยวแห่งใหม่ของพัทลุง และมาเพื่อพิสูจน์ให้รู้ว่าพัทลุงก็มีดีไม่แพ้จังหวัดใด

ใครจะมาพักที่นี่สามารถพาอาหารมื้อค่ำมาเองได้

แต่ถ้าใครไม่ได้เตรียมมาแบบเรา ที่นี่ก็มีแม่ครัวที่พร้อมจะทำอาหารให้เรา ขอแค่เราบอกว่าต้องการอะไร

เย็นวันนี้เรากับเพื่อนสั่งอาหาร