Driver in Leh Ladakh (Lucky)

การเดินทางไป Leh Ladakh ไม่ได้ยากแบบที่หลายๆคนเข้าใจ เพราะการเดินทางไป Leh Ladakh เราแทบจะไม่ต้องใช้พลังงานตัวเองในการเดินเท้ามากมายนัก แต่เราต้องใช้พลังงานของเงินที่อยู่ในกระเป๋าเรานี่ละค่ะ เป็นเครื่องต่อรอง เพื่ออำนวยความสะดวกในการทางเดินทางตลอดทริป Leh Ladakh 

เพราะการเดินทางใน Leh Ladakh เราจำเป็นต้องเหมารถ(แท็กซี่) พร้อมคนขับ ที่จะพาเราเดินทางไปยังที่ต่างๆใน Leh อาจจะด้วยเส้นทางที่ไม่ได้ดีนักของถนนใน Leh หรือ เพราะสถานที่แต่ละแห่งอยู่ค่อนข้างไกล ดังนั้นเราจำเป็นต้องใช้คนขับรถพร้อมรถที่พาเราเดินทางไปยังสถานที่เหล่านั้น

1.jpg

แต่การที่เราต้องเดินทางกับใครสักคนที่จะต้องเป็นคนขับรถให้เรา บางครั้งก็ต้องเป็นไกด์ให้เรา มันค่อนข้างจะต้องใช้แต้มบุญอยู่เหมือนกันค่ะ เพราะถ้าเราได้คนขับรถที่นิสัยเข้ากับเราได้ มันก็เหมือนได้เพื่อนชาวท้องถิ่นขับรถพาเราเที่ยว แต่หากนิสัยเราไม่ค่อยเข้ากันมันก็คงต้องมีอึดอัดบ้างแน่นอน

แต่เราโชคดี น่าจะเพราะแต้มบุญยังเยอะอยู่ 5555 

เพราะคนขับที่เราเลือกที่จะเหมารถ ดันคุยกันถูกคอ คราวนี้เหมือนได้เพื่อนมานำเที่ยวเลยจริงๆค่ะ 

2.jpg

ความเดิม…

ก่อนหน้าที่เราจะเจอคนขับรถที่เราใช้บริการในทริปนี้ เราเคยติดต่อคนอื่นไปก่อนค่ะ แต่เมื่อพูดคุยตกลงราคากันแล้ว เขาขอให้เราโอนมัดจำ และพยายามที่จะขายโรงแรมญาติที่อยู่ใน Nubra ให้เราตลอดเวลา เราเลยรู้สึกว่าเขาดูยัดเยียดจนเกินไป  แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรนะคะ โดยเราตกลงที่จะไปพักโรงแรมที่เขานำเสนอมา แต่บอกเขาว่าเราจะโดนมัดจำเดือนหน้านะ ( เราติดต่อไปเดือนธันวาคม 2560 แล้วขอโอนมัดจำ มกราคม 2561 ) เขาก็บอกว่าได้ แต่เหมือนไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เราก็ยังไม่ติดใจอะไรต่อนะ แต่ตอนปีใหม่ เราส่งข้อความ Happy New Year ทาง What app ซึ่งเขาไม่ตอบเรามานะคะ แต่มันขึ้นว่าอ่านแล้ว

จุดนั้นเราเลยคิดว่าเราต้องหาคนขับรถใหม่แล้ว กับคนที่ติดต่อไปเราไม่โอเคแล้วแบบนี้ แล้วเราก็หาข้อมูลไปเรื่อยๆ จนในที่สุด เราเจอ contact ของคนขับรถคนใหม่ชื่อว่า Lucky (ลัคกี้) เราก็ทักไปคุยค่ะ ได้ความว่าลัคกี้สามารถตอบไทยได้นิดหน่อย ชอบเมืองไทย คนไทยมาก และโชคดีของเราที่ลัคกี้ว่างช่วงเวลาที่เราจะไปพอดี เราก็เลยตกลงดีลกับลัคกี้ทันที เราถามว่าเราต้องโอนมัดจำมั้ย ลัคกี้ตอบเราว่าไม่จำเป็น จ่ายตอนมาถึงได้เลย ตัวเขาโอเค  

3.jpg

ซึ่งราคาการเหมารถที่ Leh นั้นไม่ได้เหมาเป็นวันๆนะคะ แต่จะคิดราคาตามเส้นทางที่เราจะไปและประเภทรถที่เราจะใช้ (รถของลัคกี้จะเป็น Toyota Innova นะคะ) ซึ่งจะมีราคากลางอยู่ค่ะ เราสามารถเช็คได้ที่ http://devilonwheels.com/leh-ladakh-taxi-rates-2016-17/ ซึ่งเป็นราคากลางเลยค่ะ เราจะไม่โดนคนขับรถโกงแน่นอน 

ก่อนที่เราจะตกลงดีลกับลัคกี้ เราก็บอกเวลาที่เรามีในทริปกับลัคกี้ แล้วเสนอที่ๆเราอยากจะไป ให้ลัคกี้ช่วยปรับเปลี่ยนกลายเป็นแพลนแล้วตกลงราคากันค่ะ ซึ่งทริปนี้เรามีเวลาน้อยมากกกกกกกกกก เราว่าแทบจะไม่มีใครไป Leh ในเวลาอันน้อยนิดแบบเรา แต่เราก็จะไปค่ะ 5555 (ไว้ไปเล่าทั้งหมดในรีวิว Leh ฉบับเต็มนะคะ)

แล้วลัคกี้ก็ทำแพลนแต่ละวันมาให้เราค่ะ พร้อมบอกทิ้งทายไว้ว่าถ้ามีเวลาเหลืออยากจะไปไหนเพิ่มก็ขอให้บอก

4

ด้วยลัคกี้อายุ 26 ปี ส่วนเรานั้น 25 เลยทำให้เรากับลัคกี้สามารถคุยกันเหมือนเพื่อนได้ ซึ่งเรารู้สึกตั้งแต่คุย what’s app แล้ว เราเลยตกลงกันว่างั้นเราเป็นเพื่อนกันนะ ( อยู่ๆก็มีเพื่อนอยู่ Leh Ladakh ดีไปอีกกก)

ก่อนที่เราจะเดินทางประมาณ หนึ่งสัปดาห์ลัคกี้ก็ทักมาคุยว่าได้วีซ่าเรียบร้อยรึยัง มีปัญหาอะไรมั้ย ต้องการให้ช่วยอะไรมั้ย ซึ่งจุดนี้เรามองว่าเขามีน้ำใจพอสมควรเลยนะ  แล้วเราก็นัดกันให้ลัคกี้มารับเราที่สนามบิน เพื่อจะไปส่งเราที่ที่พักที่ได้จองเอาไว้

ในที่สุดเราก็ได้เจอกับลัคกี้ที่สนามบิน เราถามสารทุกข์สุขดิบกันนิดหน่อย แล้วลัคกี้ก็บอกเราว่าเมื่อไปถึงโรงแรมแล้ว ให้เรานอนพักนะ เพราะร่างกายเราต้องปรับเมื่อมาอยู่ที่สูง เมื่อมาถึงโรงแรมเราถามลัคกี้ว่าให้เราจ่ายเงินให้เลยมั้ย เขาตอบว่าไม่เป็นไร ค่อยให้ก็ได้ (ตอนนั้นเราให้คะแนนบวกให้เขาเพิ่มแล้วละค่ะ)

5.jpg

ความประทับใจ

  • วันแรกเรามีการเข้าใจผิดกันเรื่องเวลาที่จะเริ่มเที่ยว ตัวเราเองมีอาการนอยๆเพราะกลัวว่าทริปที่เรามีเวลาน้อย เราจะเที่ยวไม่หมด (แต่เราไม่ได้โวยวายใส่ลัคกี้นะ)  ลัคกี้เลยเปลี่ยนแพลนพาเราไปยังสถานที่ๆเราอยากไปแทน ซึ่งจริงๆมันไม่อยู่ในแพลนเลย มันเป็นสถานที่ๆคิดว่าจะไปถ้ามีเวลา  มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า เขาน่ารักนะ เขาอยากให้ลูกค้าตัวเองมีความสุขกับการได้เที่ยว Leh

ปล . ทริปนี้เราไปกับแฟนนะคะ เผื่อมีหลายคนจะคิดว่าลัคกี้อาจจะใจดีกับเราเพราะคุยถูกคอกัน

6.jpg

  • ลัคกี้พาเราไป Leh Palace แถมนำเที่ยว คอยอธิบายส่วนต่างๆให้เราฟังด้วย แถมราคาค่าเข้า Leh Palace ลัคกี้ก็เป็นคนจ่ายให้ (ถึงแม้จะ 10 รูปีก็ตามแต่เรามองว่าเขามีน้ำใจ)
  • เย็นวันแรก ลัคกี้พาเราไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านในตลาด เขาถามเรากับแฟนว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ย แฟนเราบอกว่าอยากกินอะไรก็ได้คล้ายๆก๋วยเตี๋ยว ลัคกี้ก็น่ารักนะคะ พยามสั่งมาให้เหมือนที่สุด แถมอร่อยด้วยสิ
  • เย็นวันแรกก่อนที่เราจะกลับโรงแรม เรากับแฟนขอแวะซื้อน้ำเปล่ากลับไปกินที่โรงแรม จริงๆที่โรงแรมมีน้ำเปล่าให้นะคะ แต่เราไม่มีขวดแบ่ง เลยคิดว่าซื้อไปละกัน วันถัดมาลัคกี้ซื้อน้ำเปล่าเป็นลังใส่ไว้หลังรถ แล้วก็บอกพวกเราว่า ไม่ต้องซื้อน้ำละนะ เอาจากหลังรถไปได้เลย แถมตอนเราลงจากรถเพื่อกลับโรงแรมยังให้น้ำเรามาอีกวันละ 2 ขวด 

( จริงๆตอนตกลงราคาเหมารถกัน ลัคกี้บอกเราว่า มีน้ำเปล่าให้วันละ 2 ขวด)

7.jpg

  • ลัคกี้จะสังเกตว่าเราชอบถ่ายรูป ก็มักจะถามเราตลอดว่าจะจอดตรงไหนมั้ย ถ่ายรูปมั้ย คือเราแวะถ่ายรูปกันจนทุกๆวันพวกเรามักเป็นรถคันสุดท้ายที่จะไปถึงทุกที พร้อมทั้งเป็นตากล้องให้พวกเราด้วยค่ะ สรุปว่าทริปนี้เราเอาขาตั้งกล้องมาไม่ได้ใช้เลย เพราะว่ามีคนคอยช่วยถ่ายรูปเราตลอดจริงๆ
  • บางครั้งที่เราอยากแวะซื้อน้ำอัดลม หรือ ดื่มชา ลัคกี้มักเป็นคนขอจ่ายเงินเองด้วยค่ะ ซึ่งตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าจ้างที่ตกลงกันไว้เลยนะ

8.jpg

  • ลัคกี้จะแคร์ลูกค้าตัวเองมากๆค่ะ ไม่อยากให้เรารอนาน คือมีครั้งหนึ่งปั้มน้ำมันทางออกจาก Leh ไม่มีน้ำมัน เขาต้องวกกลับไปในเมือง แต่นั้นจะทำให้ทริปเราเสียเวลา เขาเลยขอให้เราติดรถเพื่อนเข้าไปก่อนประมาณ 15 นาที เพราะเค้าจะขับรถอย่างเร็วมากกกกกกกก ไปเติมน้ำมัน
  • ด้วยแฟนเราเป็นคนชอบดื่มกาแฟมาก แต่ดันไม่ได้เอากาแฟซองของตัวเองมาจากไทย เลยไปหาซื้อในร้านชำ แต่ก็ไม่มีเป็นซอง ก็เลยไม่ได้ซื้อ ลัคกี้เลยเอาของเขาที่อยู่ในรถแบ่งให้ค่ะ แถมวันที่เราต้องเดินทางกันตอนเช้าไปยัง Nubra แฟนเราขอไปแวะร้านกาแฟก่อน เขาก็ยินดีนะคะ บอกว่าเรามีเวลาไม่เป็นไร อยากให้พวกเรามีความสุขกับทริปมากที่สุด

9.jpg

  • เมื่อการเดินทางเข้าสู่วันที่ต้องเดินทางออกไปยัง Nubra ถนนหนทางเริ่มไม่ดีเท่าไร ผู้หญิงแบบเราจะเข้าห้องน้ำแต่ละทีไม่ง่ายเลยค่ะ ซึ่งช่วงแรกๆก็จะมีห้องน้ำให้บริการ และแน่นอนว่ามันสกปก แต่ด้วยความน่ารักของลัคกี้เขาอาสาที่จะไปเช็คแต่ละห้องให้ค่ะ ว่าห้องไหนสะอาดแล้วบอกเราให้เข้าห้องนั้น 

10.jpg

  • ในวันที่เราต้องนอน Nubra ลัคกี้ถามเราว่าพักที่ไหน แล้วเรามีเบอร์ที่พักมั้ย เขาจะได้โทรไปบอกที่พักไว้ก่อนว่า เราอาจจะไปถึงเย็นและจะได้ทำอาหารเย็นรอเราไว้เลย
  • ใครมา Nubra ก็ต้องขี่อูฐ ใช่มั้ยคะ เราก็เป็นหนึ่งในนั้น ลัคกี้บอกเราว่าให้เรากับแฟนขี่อูฐแล้วเขาจะถ่ายรูปให้ ซึ่งเมื่อไปถึงทะเลทราย เราก็เข้าใจว่าลัคกี้จะรอพวกเราแล้วคอยถ่ายรูปให้ตรงที่เราต้องขึ้น-ลงอูฐ แต่ป่าวค่ะ ลัคกี้เดินตามคอยถ่ายรูปให้เรากับแฟนตลอดที่เราขี่อูฐเลยค่ะ  แถมเขาต้องสะพายกระเป๋าเราด้วยนะ นั้นละค่ะ ที่ทำให้เราอยากกลับมาเขียนรีวิวให้คนขับรถคนนี้ 

    11.jpg12.jpg

 

  • คืนที่เราต้องนอนที่ Nubra เราได้จองที่พักตั้งแต่อยู่ไทย และวันนั้นทั้งโรงแรม มีแค่เราเป็นแขกห้องเดียวค่ะ  เมื่อมาถึงโรงแรมพนักงานของโรงแรมทุกคนที่มีออกมาต้อนรับเราหมดเลยค่ะ และเป็นผู้ชายทั้งหมด ลัคกี้เลยเลือกที่จะอยู่เป็นเพื่อนเราจนใกล้ค่ำ
  • ด้วยลัคกี้รู้ว่าแฟนเราชอบกาแฟมากกกกกกกกกกกก เลยอาสาว่าเช้าวันที่เราจะเดินทางไปทะเลสาบ Pangong เขาจะชงกาแฟมาให้พวกเราเอง จะได้แวะดื่มกันระหว่างทาง และไม่ใช่แค่นั้นนะคะ เพราะเขาต้มไข่มาด้วยสิ คือเราเหมือนมีเพื่อนนำเที่ยวจริงๆค่ะ

13.jpg14.jpg

  • ตัวเราเองเป็นคนชอบเรื่องภูมิศาสตร์ สังคม ค่ะ ดังนั้นเราจะมีคำถามมากมายที่จะถาม ซึ่ง ลัคกี้ก็ตอบให้ทั้งหมด ซึ่งเขาเป็นทั้งคนขับรถ ไกด์ และเป็นเพื่อนในเวลาเดียวกันเลยค่ะ
  • แล้วการเดินทางบนรถของลัคกี้ไม่อึดอัดเลยค่ะ เพราะในรถมีแต่เพลงเพราะๆรวมไปถึงเพลงไทยด้วยนะ ลัคกี้เป็นคนสนุกสนาน ดังนั้นเราว่าลูกค้าส่วนใหญ่คงมีความสุขแบบเราแน่ๆ

15.jpg

  • ลัคกี้เป็นคนที่มีน้ำใจมากคนหนึ่งเลยค่ะ เพราะไม่ว่าเราจะขอให้เขาช่วยอะไร เขามักไม่รีรอเลย รวมถึงเราถามเขาว่าเราจะสามารถส่ง Postcard กลับไปไทยได้มั้ย เขาบอกว่าได้แน่นอน คือให้เราไปเขียนพร้อมจ่าหน้าถึงตัวเองให้เรียบร้อย แล้วเขาจะเป็นคนไปส่งให้เราเอง
  • ในวันสุดท้ายที่เราเดินทางกลับมาจากทะเลสาบ Pangong มีสถานที่แห่งหนึ่งที่เราเห็นรูปจาก Pinterest แล้วเราส่งใหลัคกี้ดูเขาบอกว่าจะพาไปถ้าเรามีเวลา และวันนั้นเขาก็ยอมพาเราไปจริงๆค่ะ ทั้งที่เขาก็หิวข้าว และเหนื่อยจากการขับรถมากละ

16.jpg

  • ลัคกี้ขอให้เราจ่ายเงินเขา ในเช้าวันสุดท้ายที่เขาจะต้องไปส่งเราที่สนามบิน แต่เราขอจ่ายคืนสุดท้ายแทน เพราะเรากลัวว่าตอนเช้าจะรีบๆ พร้อมกับคำขอบคุณที่เขาดูแลเรามาตลอดทริป และเราคิดว่าลัคกี้คงดูแลลูกค้าเขาแบบนี้ทุกกรุ๊ปแน่นอน  และที่น่าประทับใจคือ ตอนเช้าที่เขามารับเราเพื่อไปสนามบิน เขามีเสื้อที่เป็นของฝากมาให้เรากับแฟนด้วยค่ะ

17.jpg

ที่เราเขียนมาทั้งหมด มันคือความประทับใจในเพื่อนชาวอินเดียคนนี้ ที่ดูแลเราจากหัวใจเขาจริงๆ เราเลยอยากแนะนำให้คนอื่นๆ ได้เจอกับคนขับรถที่น่ารักแบบที่เราได้เจอ

และการที่เราจะได้คนขับรถที่ต้องเป็นคนที่พาเราเที่ยวตลอดทริป ที่เข้าใจคนไทย แถมพูดภาษาไทยได้นิดหน่อยด้วยสิ มันจะทำให้ทริปของคุณสนุกขึ้นมากกกกกกกกกกก เลยจริงๆค่ะ 

18

หากท่านใดต้องการจะติดต่อลัคกี้สามารถบอกเขาได้นะคะว่า Lidear แนะนำมา เขาจะได้ดูแลเหมือนเพื่อนแบบที่เราได้รับ

ช่องทางการติดต่อ Lucky 

what’s app : +919469451919  (ช่องทางนี้สะดวกสุด ตอบเร็วสุด) 

Line id : luckyladakh 

Facebook : Jigmart Norphel   (ช่องทางนี้ตอบช้าสุด) 

S__86433795

ติตตามบันทึกนักหนีเที่ยวได้ที่ 

Facebook : https://www.facebook.com/neetiewdiary/

Instagram : neetiewdiary

web : www.neetiewdiary.com