ชีวิตติดเกาะ at Naganoi Beach Camp

” บีบหลังมือ แนบกระซิบเบาเบา
ไม่ได้นอนจนเช้าฉันคิดว่าเธอควรผ่อนคลาย
หยุดฟังก่อน อาจจะเดาไม่ได้ มันเป็นเซอไพรซ์ที่ฉันตั้งใจให้เธอ

อยากจะชวนเดินทางใต้ท้องทะเลไกล อยู่ใกล้ใกล้เกาะ นั้นไง
ปะการัง สีสัน สดใส จนลืม เรื่องราวต่างต่าง และทำให้

( เพื่ออรรถรสของรีวิวกรุณาฮัมเพลงนักประดาน้ำไปพร้อมกัน )

” ไปลองใช้ชีวิตติดเกาะด้วยกันมั้ยคะ “

1

การเดินทางครั้งนี้เราเลยเลือกที่จะหนีเที่ยวทะเล เพราะเราอยากไปพักผ่อน พักสมอง และพักความคิด ที่เหนื่อยล้าจากชีวิตประจำ

เราอยากพาตัวเองมาสูดอากาศจากลมทะเล เอาเท้าเดินย่ำทราย นอนฟังเสียงคลื่น มันคงสุขใจน่าดู 

17.jpg

หากมีใครถามเราว่า เราชอบทะเลที่ไหนที่สุดในประเทศไทย เราคงตอบว่า ภูเก็ต

เราเคยไปภูเก็ตหลายครั้งจนไม่สามารถนับครั้งได้แล้ว และครั้งนี้เราก็ยังคงเลือกมาภูเก็ตอีกเหมือนเคย

แต่ครั้งนี้เราเลือกที่จะพาตัวเองไปติดเกาะเพื่อจะได้อยู่ใกล้ทะเลให้มากที่สุด

เกาะในภูเก็ตที่มีโรงแรมใหญ่ๆดีๆ มีอยู่เยอะมากมาย แต่ครั้งนี้เราจะไม่ไปนอนโรงแรม 4 ดาว 5 ดาว หรอกค่ะ เพราะในเมื่อเลือกที่จะติดเกาะแล้ว เราก็อยากจะใช้ชีวิตใกล้ชิดทะเลและธรรมชาติจริงๆทริปนี้เราเลยนอนเต็นท์ ค่ะ 

2.jpgเต็นท์ที่อยู่หน้าหาดมีอยู่ 2 เต็นท์

Naganoi Beach Camp

เราจะใช้ชีวิตติดเกาะที่นี่ค่ะ 

เกาะนาคาน้อย ตั้งอยู่ที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยเกาะแห่งนี้ คือเกาะส่วนตัวของนักแสดงมากฝีมือที่ชื่อว่า “ภูริ หิรัญพฤกษ์”  หากใครติดตามครอบครัวคุณภูริ หรือน้องริชา น่าจะได้เห็นรูปในไอจีที่ น้องริชา มาพักบ้านที่ทะเล ที่นั่นก็คือบนเกาะแห่งนี้ละค่ะ

ส่วนเรารู้จักเกาะแห่งนี้มาประมาณ 3-4 ปีละค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสไปสักที เพราะก่อนหน้านี้ เกาะนาคาน้อย ยังไม่มีที่พักบนเกาะนะคะ มีแค่เรือที่ไปแวะให้แขกเล่นน้ำ หรือ เล่นกิจกรรมทางน้ำ เท่านั้น

แต่ตอนนี้บนเกาะแห่งนี้ มีที่พักให้ใครที่อยากจะใกล้ชิดธรรมชาติได้ไปพักกันแล้วละค่ะ 

เรานัดกับทางที่พักถึงวันเวลาที่เราจะเดินทางไป ซึ่งทางที่พักจะนัดให้เรามาเจอที่ท่าเรืออ่าวปอค่ะ จะมีสตาฟของเกาะมารอรับเราอยู่ที่นั่น ซึ่งช่วงเวลาเราสามารถนัดตามสะดวกได้เลย

เรานัดกับพี่สตาฟที่จะมารับเวลา 13.00 น ส่วนการเดินทางจากสนามบินภูเก็ต มายังทาเรืออ่าวปอนั้น จะมีแท็กซี่ให้บริการนะคะ แต่จะแพงหน่อยประมาณ 4-5 ร้อยบาท ส่วนเรานั้นโชคดีที่มีเพื่อนอยู่ภูเก็ต คุณพ่อของเพื่อนเลยอาสามารับเพื่อไปส่งที่ท่าเรือค่ะ

เมื่อมาถึงก็ให้เรานั่งรถที่ท่าเรือมีบริการค่ะ เป็นรถสองแถวรับส่งจากด้านหน้าของท่าเรือ ไปส่งยังปลายท่าที่เป็นที่จอดของเรือ ค่าบริการคนละ 20 บาทค่ะ

จากท่าเรืออ่าวปอ ไปยังเกาะนาคาน้อย ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที ก็ถึงค่ะ

3.jpg4.jpg

นั่งเรือมาไม่นาน เราก็มาถึงแล้วค่ะ เกาะนาคาน้อย

บนเกาะนาคาน้อยมีที่พักที่ให้บริการเป็นเต็นท์อยู่แค่ 5 หลัง เท่านั้น

เชื่อว่ามีหลายคนแน่ๆ ต้องคิดว่าเหงาแน่เลยถ้าบนเกาะมีกันอยู่เท่านี้ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยค่ะ เพราะเกาะนาคาน้อยจะมีพื้นที่ส่วนนึงของเกาะที่เปิดให้เจ้าของธุรกิจกิจกรรมทางน้ำต่างๆ เช่าพื้นที่ ซึ่งผู้ให้บริการและนักท่องเที่ยวเหล่านั้นจะมายังเกาะแค่ช่วงเวลา 9.00 -16.00 น. เท่านั้นค่ะ โดยในส่วนพื้นที่ที่พักของเกาะก็จะถูกแบ่งอาณาเขตไว้ชัดเจน ดังนั้นใครมาพักที่นี่ ก็จะมีพื้นที่ส่วนตัวแต่ไม่เหงาแน่นอนค่ะ

14.jpg

เมื่อเรามาถึงเกาะ ก็มีพี่สตาฟบนเกาะรอรับเราอยู่แล้ว แล้วพี่สตาฟพามายังเต็นท์ของเรากันค่ะ เราได้เต็นท์หลังที่อยู่ห่างจากหาดมาหน่อย เพราะเต็นท์สองหลังที่อยู่หน้าหาดเลย พี่สตาฟบอกว่าเตรียมไว้ให้ครอบครัวฝรั่งที่จะมาพักในวันนี้ด้วย ครอบครัวนี้มีเด็กเล็กๆมาด้วยถึง 5 คน ดังนั้นเต็นท์หน้าหาดจะสะดวกกับเด็กๆมากกว่า เพราะบันไดเตี้ย เผื่อเด็กๆเล่นกันจะได้ไม่ตกลงมา

และนี่คือที่พักของเราาาาาาาาาา 

5.jpg7.jpg9.jpg

เข้าไปดูในเต็นท์กันค่ะ

10.jpg12

ทางที่พักมีเครื่องไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกให้เราครบความต้องการเลยค่ะ

ไม่ว่าจะเป็น พัดลม โคมไฟ ไฟฉาย และปลั๊กพ่วง ส่วนตู้เย็นไม่มีนะคะ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้าใครติดทานน้ำเย็น เพราะทางที่พักจะมีกระติกใบใหญ่ใส่น้ำแข็งพร้อมแช่น้ำดื่มไว้ให้เราเรียบร้อยแล้วละค่ะ

13.jpg

สบู่และยาสระผม ทางที่พักก็มีไว้ให้นะคะ

15.jpg

ที่พักมี welcome drink เตรียมไว้ให้ด้วยนะคะ หอมหวานมากๆด้วยสิ

16.jpg

ไปดูห้องน้ำรวมของที่พักกันค่ะ

ห้องน้ำเป็นแบบอิงธรรมชาติมากค่ะ กลางคืนอาบน้ำไปด้วย ดูดาวไปด้วย ความสุขเล็กๆที่เราจะเจอได้บนเกาะแห่งนี้ 

192022.jpg2324.jpg

เมื่อมองกลับไปยังเต็นท์ที่พักเราก็จะเห็นวิวนี้ละค่ะ

18.jpg

เต็นท์ที่อยู่โซนหน้าหาด (วันนั้นมีฝรั่ง 1 ครอบครัว สมาชิก 7 คนมาพัก อยู่ 2 เต็นท์หน้าหาดค่ะ)

26.jpg57.jpg25.jpg48.jpg

หลังจากสำรวจที่พักและห้องน้ำแล้ว ก็ได้เวลาไปสำรวจเกาะแห่งนี้กันค่ะ

ตามเรามาเลยค่ะ

รัก ทะเลเวลามีเธอด้วย สวย ซะเกินกว่า บรรยายได้
แล้ว เธอคนดี จะรู้ว่ายังมี สิ่งที่มากกว่าคำว่าต้องการ
(ปั๊บปะดาด๊า ปั๊ปปะปาด๊าด้า)

27.jpg29.jpg32.jpg414045.jpg44

บนเกาะเราสามารถเดินได้ทั่วเกาะเลยนะ ซึ่งฝั่งเต็นท์ที่พักของเรานั้นจะอยู่ติดกับบ้านของคุณภูริ ซึ่งจะเป็นบ้านหลังเดียวบนเกาะ (ไม่นับที่พักของพี่ๆสตาฟนะคะ)

31.jpg

โซนหาดหน้าบ้านใหญ่ ส่วนใหญ่จะเป็นโขดหินและมีหินอยู่หน้าหาดค่อนข้างเยอะเลยค่ะ

3936

บนเกาะนาคาน้อย ทรายจะไม่ขาวมากนะคะ บางโซนจะออกส้มๆด้วย แต่ที่นี่มีหอยและปูที่ยังอุดมสมบูรณ์มากจริงๆ และสิ่งที่เราชอบที่สุดของเกาะนี้คือ สีน้ำทะเลที่นี่จะออกเป็นสีฟ้าพาสเทล นวลๆ

ลาลันลาลันลา ฉันจะพาเธอไป ชูวีดูวีดำดิ่ง ลึกลึกลงไป
ลาลันลาลันลา ฉันจะพาเธอไป ชูวีดูวีดำดิ่ง ลึกลึกลงไป

33.jpg

เราสำรวจเกาะจนทั่ว ตอนนี้แขกของฝั่งที่มาเล่นกิจกรรมทางน้ำยังอยู่เลยคิดว่า จะใช้เวลานี้อยู่ในโซนส่วนตัวของแขกเต็นท์ที่พัก ชิลๆ นั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือ พร้อมฟังเสียงคลื่นไปก่อนละกัน

28.jpg46.jpg58.jpg

หรือจะเดินผ่านหน้าบ้านใหญ่เพื่อไปนั่งชมบรรยายของทะเลที่โขดหิน ก็ชิลอย่างบอกไม่ถูกเลยละค่ะ  และเป็นจุดที่มาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่โรแมนติกมากเลยด้วย

35.jpg3430.jpg3738.jpgฮืออออออออออออ เปียกหมดเลยยยยยยย

ทำกิจกรรมชิลๆกันไปแล้ว ตอนนี้ก็ใกล้จะ 6 โมงแล้ว ตอนนี้เกาะกลับเข้าสู่โหมดเกาะส่วนตัวอย่างแท้จริงละค่ะ เพราะทั้งเกาะเหลือแค่แขกของ Naganoi Beach Camp และสตาฟ

คงจะถึงเวลาที่มนุษย์ติดเกาะแบบเราจะได้ลงน้ำซักที หลังจากไปนั่งให้คลื่นซัดเปียกไปครึ่งตัวแล้ว ก็คิดได้ว่าควรเปียกทั้งตัวไปเลยยยย

นาฬิกาของเธอ รุ่นกันน้ำรึเปล่า
ก่อนจะเก็บกระเป๋าช่วยเขียนอีเมล์บอกเจ้านาย
บอกว่าขอลา แต่จะนานเท่าไร
คงต้องเว้นเอาไว้เพราะทริปนี้ไปยาวนาน

คนอื่นอาจจะกระโดดน้ำว่ายไปกลางทะเล ส่วนมนุษย์ติดเกาะสายขี้เกียจแบบเรา นอนให้คลื่นซัดก็พอ 555

 

47.jpg50.jpg49.jpg51.jpg56.jpg

หรือจะไกวเปล เล่นเป็นลูกลิง แบบที่เราทำก็สนุกดีนะคะ

หากใครบีบีตาม ก็อยากให้ชิวชิวไป
ก็อาจไม่มีอะไรที่สำคัญมาก กว่าปลาดาวตัวนั้น
และมือของฉัน เวลาที่เราชวนกัน แหวกว่าย

545253.jpg

เล่นน้ำจนเหนื่อย จนเริ่มหิว เหมือนพี่สตาฟจะรู้ใจและได้ยินเสียงท้องร้อง เลยเอาเมนูอาหารตามสั่งมาให้เราเลือกสั่งค่ะ อยากทานตอนไหนก็นัดเวลาพี่เขาไปได้เลยค่ะ

55.jpg

เล่นน้ำจนอิ่มแล้ว ก็คงได้เวลาไปล้างตัว มารอดูพระอาทิตย์ตกพร้อมกับรอกินข้าวดีกว่า

ตกเย็นแบบนี้ บนเกาะสงบมากจริงๆค่ะ

59.jpg6061

43

พระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลง ข้าวเย็นเราก็มาพอดี

จริงๆถ้าใครเดินทางมาพักที่ Naganoi Beach Camp วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ จะมีแพ็คเกจที่พักที่รวมกับซีฟู๊ด บาบีคิวด้วยนะคะ  ยังไงใครจะมาพักลองสอบถามแพ็คเกจทางที่พักดูนะ ส่วนเรามาวันธรรมดา เลยอด

ได้นั่งกินข้าวพร้อมกับฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง และแสงสุดท้ายของวันค่อยๆจะลับไป เป็นความสุขใจที่ยากจะบรรยายจริงๆค่ะ

62.jpg636465

กินข้าวเสร็จ พระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าไปพอดี

เรานั่งเล่น เดินเล่นอยู่หน้าหาด เพื่อให้เวลากระเพาะอาหารได้ย่อยก่อนที่จะลาไปนอน

มาพัก Naganoi Beach Camp ไม่ต้องกลัวว่ากลางคืนจะไม่มีไฟฟ้าใช้นะคะ เพราะที่นี่มีไฟฟ้าให้เราใช้ทั้งวันทั้งคืนค่ะ

66.jpg676869

DAY 2

05.50 น. เราสะดุ้งตื่น

ตอนแรกก็ยังไม่อยากลุกหรอกค่ะ แต่ภาพที่เห็นนอกเต็นท์มันทำให้เราเด้งตัวขึ้นเลยทันที ไม่มีงัวเงียอีกแล้ว

เรานอนแบบปิดแค่มุ้งกันยุง แต่ไม่ได้ปิดเต็นท์แบบสนิทนะคะ เราว่ามันสบายดีนะ ได้เห็นทะเลก่อนนอน ตื่นมาก็ได้เห็นทะเลเป็นภาพแรก มีความสุขจับใจจริงๆค่ะ

รัก ทะเลเวลามีเธอด้วย สวย ซะเกินกว่า บรรยายได้
แล้ว เธอคนดี จะรู้ว่ายังมี สิ่งที่มากกว่าคำว่าต้องการ
(ปั๊บปะดาด๊า ปั๊ปปะปาด๊าด้า)

70.jpg7172

การตื่นเช้ามาแล้วได้เห็นแสงแรกของวัน มันสร้างแรงบันดาลใจและเติมไฟฝันให้ชีวิตได้ดีจริงๆนะ

73.jpg7477.jpg818384

เราใช้เวลาช่วงเช้าตรู่ของเช้าวันแรกบนเกาะไปกับการซึมซับบรรยากาศแสงแรกของวันกับความสงบบนเกาะตัวส่วนแห่งนี้  มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่เรียบง่าย ที่อยากให้คนเมืองและมนุษย์ทำงานได้มาสัมผัสความรู้สึกแบบนี้จริงๆ 

แบบนี้ละมั้งค่ะ ที่ใครมักพูดกันว่า แค่ได้มานั่งโง่ริมทะเลก็สุขใจ

80

เรากับเพื่อนเป็นคนแรกๆที่ตื่นเช้าของเกาะวันนี้ เมื่อเวลาล่วงไปเกือบ 7 โมง แขกอีกหนึ่งครอบครัวก็ทยอยตื่น เรานั่งมองทะเลอยู่สักพัก พี่สตาฟก็เอาอาหารเช้าแบบง่ายๆ มาให้ค่ะ

เรากับเพื่อนรีบจัดการอาหารเช้าของตัวเอง เพราะเช้านี้เราจะไปพายคายัคกัน

85868788

Naganoi Beach Camp มีเรือคายัคให้เราสามารถพายเล่นได้ค่ะ พี่สตาฟ พี่ชัย คนที่ไปรับเราจากฝั่งเมื่อวานแนะนำว่า ให้เราพายคายัคไปยังเนินทรายกลางทะเล ถ้ามองด้วยตาเปล่าเหมือนว่าจะอยู่ไกลพอสมควร

แต่เมื่อพายคายัคออกมาแล้วจริงๆ ไม่น่าจะเกิน 10 นาทีก็ถึงค่ะ ใครมาเกาะนาคาน้อย แล้วพายคายัคมาเนินทรายกลางทะเลแห่งนี้แล้ว เราแนะนำให้ติดหน้ากากดำน้ำมาด้วยนะคะ เพราะตรงนี้มีปะการังสมอค่อนข้างเยอะค่ะ (แต่เรานั้นมารู้วันกลับละค่ะ เห้ออออออออออออออออออออ)

89.jpg909192เมื่อมองกลับไปจะเห็นเกาะนาคาน้อย

เราเล่นน้ำกลางทะเลกันจนอิ่มแล้ว เลยพายคายัคกลับฝั่ง เพราะตั้งใจจะไปเดินสำรวจอีกฝั่งของเกาะว่ามีกิจกรรมอะไรให้เราทำบ้าง  แต่พี่สตาฟแนะนำเรามาว่าให้ไปลอง Try Dive คือการทดลองดำน้ำลึก โดยมีครูดูแลเราใกล้ชิดค่ะ

บนเกาะนาคาน้อย มีกิจกรรมทางน้ำให้เราทำเยอะเลยค่ะ ตั้งแต่ บานาน่าโบ๊ท เจ็ทสกี พาราเซลลิ่ง รวมไปถึงการทดลองดำน้ำลึก แต่กิจกรรมทั้งหมด เราต้องจ่ายเงินเพิ่มเองนะคะ  ซึ่งใครต้องการทำกิจกรรมทางน้ำที่มีอยู่บนเกาะ ให้แจ้งว่าเป็นแขกที่มาพักที่เต็นท์จะได้ราคาพิเศษค่ะ

จริงๆเราตั้งใจจะเดินไปดูจุดน้ำลึกซึ่งอยู่ท้ายเกาะ แต่เมื่อเดินไปถึงแค่กลางเกาะก็เจอกับทีมที่บริการเจ็ทสกี เมื่อเราบอกเป็นแขกของเต็นท์ พี่ๆก็ใจดีทีเดียวค่ะ บอกงั้นเดี๋ยวพาไปขี่เจ็ทสกีฟรี !! เย้

เราคิดว่าพี่ๆจะพาไปวนๆแล้วกลับ แต่ป่าวเลยค่ะ พี่เขาพาเราไปเกาะกลางทะเลอีกเกาะเลยค่ะ นานๆจะมีคนไทยมาเกาะแห่งนี้ ใจดีสุดดดดดดดดดดดดดดดดดด

และขออภัยในความมัวของรูป ไม่ได้เช็ดกล้องงงง มัวววววววเชียวววววว

93159.jpg9495

กลับจากขี่เจ็ทสกี เราก็เดินไปยังจุดดำน้ำต่อค่ะ เราสังเกตการจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ดำลงไปก่อน ทางทีมดำน้ำ จะมีกล้องโกโปรพร้อมถ่ายรูปและวิดีโอใต้น้ำให้ด้วยค่ะ

บอกตรงๆเราไม่มั่นใจกับจุดดำน้ำบนเกาะแห่งนี้ เลยแอบมาขอดูรูปใต้น้ำจากทีมดำน้ำ ดูรูปแล้วก็สวย น่าลงไปดีเหมือนกัน แค่ครั้งนี้เราไม่ได้คาดหวังกับธรรมชาติน้ำทะเลหรอก เราคาดหวังกับตัวเองมากกว่า ที่จะได้ทดลองดำน้ำลึก ถึงแม้ว่าเราแทบจะไม่ได้ว่ายน้ำเองด้วยซ้ำ เพราะมีครูลากเราลงไป แต่เราต้องหัดใช้อุปกรณ์ในการหายใจทางปาก

ส่วนตัวเราเคยดำน้ำตื้นมาหลายที่ แต่ก็ยังไม่เคยดำน้ำลึก เพราะมันต้องมีใบอนุญาต และก่อนจะได้ใบอนุญาตมามันต้องเรียนก่อน ซึ่งยังไม่ได้เรียน ก็เลยยังไม่มี เอ๊ะ งง มั้ย พูดวกไปวนมา ทำไม !!!

ต่อลองราคากับทีมดำน้ำจนได้ราคาที่น่าพอใจ ก็ตกลงที่จะลงดำน้ำกันค่ะ ก่อนที่เราจะลงดำครูจะสอนวิธีการใช้อุปกรณ์และสัญญาณมือใต้น้ำก่อน รวมไปถึงการเคลียร์จมูก และเคลียร์หูด้วย

96.jpg

ครูใช้เวลาอธิบายเราประมาณ 10-15 นาที  แล้วก็ให้เราเปลี่ยนชุดเป็นชุดดำน้ำ และไปใส่อุปกรณ์อื่นๆในทะเล พร้อมกับสอนวิธีการใช้อุปกรณ์ก่อนที่เราจะดำน้ำจริง

97.jpgครูที่พาเราลงไปดำน้ำลึก

98.jpg

วิธีการของการทดลองดำน้ำลึกแบบนี้คือ ครูจะให้เราเกาะแขนครูค่ะ แล้วจะพาเราดำน้ำลงไปสู่จุดดำน้ำแรกลึกประมาณ 3 เมตร ใต้น้ำจะมีจุดดำน้ำประมาณ 3-7 จุด แล้วแต่สภาพอากาศแต่ละวัน  ซึ่งวันที่เราไป น้ำไม่ค่อยใสค่ะ ถ่ายรูปออกมาจะมัวๆขุ่นๆหน่อย

ลาลันลาลันลา ฉันจะพาเธอไป ชูวีดูวีดำดิ่ง ลึกลึกลงไป
ลาลันลาลันลา ฉันจะพาเธอไป ชูวีดูวีดำดิ่ง ลึกลึกลงไป

99.jpg

จุดแรกที่เราได้เจอคือ ปลานีโม่ !! น่ารักมากกกกกกกกกกกกก ไม่กลัวคนเลยค่ะ

เราใช้เวลาในการดำน้ำลึกทั้งหมดประมาณ 30 นาที ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมณ 30-45 นาที แล้วแต่สภาพความใสของน้ำในแต่ละวัน

100.jpg101.jpg102103.jpg104105106107.jpg108110109.jpg

การทดลองดำน้ำลึกแบบนี้ เราว่ามันคือการที่เราทดสอบตัวเอง ว่าเราจะก้าวผ่านความกลัวได้มั้ย เพราะเราต้องใช้อุปกรณ์และดำน้ำลงไปที่ความลึกตั้งแต่ 3 – 10 เมตร ซึ่งมันอาจจะทำให้บางคนเจ็บหู เพราะเกิดจากความดันอากาศที่เปลี่ยนไป  ครูบอกเล่าว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ มันอยู่ที่แต่ละคนสามารถผ่านความกลัวตัวเองได้มั้ย

เมื่อกลับขึ้นมาจากใต้ทะเล ความรู้สึกเดียวที่เรามีคือ คุ้มมมมมมมมมม

มันคุ้มมากกกกกกกกกกกก กับการได้ทดสอบใจตัวเอง เพราะเราห่างหายจากทะเลไปเกือบ 3 ปี แถมเรามีปัญหาเรื่องหูและข้อเข่าที่เมื่อเจอน้ำเย็น จะทำให้เราตะคริวจับ

ใครที่อยากลองทดสอบใจตัวเอง เราแนะนำให้คุณมาลอง Try Dive

111.jpgครูชวนเซลฟี่ใต้น้ำอีกกกกกกกก

เราขึ้นจากมาจากน้ำ ก็มานั่งคุยกับครูและทีมสตาฟต่ออีกหน่อย แล้วก็ขอตัวไปอาบน้ำและกินข้าวววว

ตอนนี้หิวข้าวแล้ววววว เพราะมันเกือบจะบ่าย 2 แล้วละค่ะ

กลับมาถึงเต็นท์เรารีบสั่งข้าวมื้อเที่ยง แล้วไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดดีกว่า เพราะบ่ายนี้เราจะชิลลลลลลลลลลล

112.jpg114113

กินข้าวเสร็จ ก็ใช้เวลาบนเกาะส่วนตัวในการซึมซับบรรยากาศแสนสงบสุข และน่าเสียดายที่เราไม่ได้เอาโน้ตบุ๊คมาด้วย ถ้าเราเอามาเราคงสามารถเขียนงานได้อีกหลายหน้าเลยละค่ะ

แต่ถ้าเอามาบางที เราก็อาจจะไม่สุขใจขนาดนี้เนอะ

119.jpg116118.jpg

เวลาความสุขช่างผ่านไปเร็วเสมอ 

120.jpg122123.jpg124

และค่ำคืนนี้เรากับเพื่อนเป็นแค่แขก 2 คนของเกาะ ครอบครัวฝรั่งที่มาพักพร้อมกันเมื่อวานกลับไปแล้ว คราวนี้ละค่ะเข้าสู่โหมดเกาะส่วนตัวอย่างแท้จริง และคืนนี้พี่ชัย พี่สตาฟของเกาะมาบอกว่า คืนนี้จะพาไปเดินดูปูลมและปูเสฉวน

แต่ตอนนี้มื้อค่ำอีกแล้วค้าาาาาาาาาาาาาา

125.jpg126ข้าวตามสั่งง่ายๆแต่กินในบรรยากาศโรแมนติกขนาดนี้ มันอร่อยเพิ่มขึ้นหลายเท่าเลยจริงๆ

เรากินข้าวเสร็จก็ค่ำพอดี พี่ชัยก็มาตามนัดค่ะ คืนนี้เราจะไปเดินดูขบวนปูลมและปูเสฉวนกัน

บนเกาะนาคาน้อย ธรรมชาติยังสมบรูณ์อยู่มาก เราจะได้เห็นปูลมตัวใหญ่ๆ ซึ่งตอนแรกเราเข้าใจว่าคือปูชนิดอื่นเพราะมันตัวใหญ่เกินกว่าจะเป็นปูลม ส่วนปูเสฉวนนั้น ปกติเราจะเห็นแค่ปูที่อยู่ในเปลือกหอยธรรมดาๆ แต่บนเกาะแห่งนี้คุณจะได้เห็นปูเสฉวนที่มีบ้านเป็นเปลือกหอยหลากหลายชนิด และเจ้าปูสองชนิดนี้ขนกันมาเป็นร้อยๆตัว

เราถ่ายรูปปูมาฝากไม่เยอะ เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับธรรมชาติบนเกาะแห่งนี้

128.jpg129130131132133134

เราเดินดูปูมาจนสุดเกาะ ก็ได้เวลาเดินกลับ แต่ระหว่างเดินกลับไปนั้น พี่ชัยเห็นฝูงปลากระบอก ก็เลยขอตัวลงไปจับฝูงปลากระบอกหน่อยค่ะ พี่ชัยบอกได้เกือบทุกวัน มากน้อยแล้วแต่วัน จับไปแค่พอกิน ไม่ได้ขาย อยู่เล ก็ต้องหาของเลกิน

พี่ชัยอธิบายเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับเกาะแห่งนี้ด้วยตาเป็นประกายของความสุข

135.jpg139.jpg136138137.jpg

วันนี้เป็นวันที่เราทำกิจกรรมแน่นมาก ทั้งความตื่นเต้น ทดสอบใจตัวเอง และยังได้ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศของทะเลอีกด้วย มันทำให้ตอนนี้เราหลงรักเกาะนาคาน้อยและความสุขอันเรียบง่ายบนเกาะแห่งนี้เข้าเต็มๆ

127.jpg

DAY 3

6.00 น เราตื่นสายกว่าเมื่อวาน เพราะวันนี้ดูท่าพระอาทิตย์จะขี้อาย หลบหลังเมฆแน่ๆ

131.jpg143.jpg

เหมือนเกาะแห่งนี้จะรู้ว่าวันนี้เราต้องกลับแล้ว เกาะเลยทำให้เราเจอภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่โรแมนติกมากๆ จนเรายังไม่อยากกลับ ยังอยากอยู่บนเกาะต่อ

เราเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นฝั่งโขดหินติดบ้านใหญ่อีกฝั่งของเกาะ

140.jpg141142146.jpg

ดูซิปลาดาวทะเล ปูแมงมุมเกาะที่กัลปังหา
หมึกกระดองลอยมา เจ้า Manta Ray ก็ลอยไปลอยไป
OH เจ้าปลาโลมา เกี้ยวพาราสี ดำผุดและดำว่าย
เช้า สาย หรือบ่าย ก็สวยงามเสมอ ที่นี่

“ไม่น่าเชื่อว่าการยืนมองพระอาทิตย์ขึ้นริมทะเลมันจะมีความสุขขนาดนี้”

145.jpg144.jpg147148.jpg

เช้านี้เราจะอยู่บนเกาะถึงแค่เที่ยง จริงๆทางที่พักไม่ได้กำหนดนะคะ ว่าเราต้องเช็คเอ้าท์กี่โมง แล้วแต่เวลาที่เราสะดวกเลย

เมื่อเราจะอยู่แค่เที่ยง เวลาที่เหลือเราจะใช้ให้คุ้มค่าที่สุด เล่นน้ำกันให้ตัวเปื่อยไปเลยยยยยย

150.jpg149.jpg

ใครอยากเล่นน้ำ อยากกระโดดน้ำแบบสะใจ เราแนะนำให้ไปเล่นน้ำโซนพื้นที่ให้เช่านะคะ เพราะโซนนั้นจะไม่มีโขดหิน กระโดดได้สบาย

151.jpg152.jpg165.jpg164.jpg

เช้านี้ทะเลนิ่งมากกกกกกกกกก

156.jpg153154155

เราเล่นน้ำยกแรกเสร็จ พี่สตาฟก็เอาข้าวเช้ามาให้ค่ะ มื้อนี้เราได้กินข้าวต้ม กับปลากระบอกทอด เจ้าปลาที่เห็นเมื่อคืน เช้านี้มันจะไปอยู่ในท้องเราละค่ะ

อยู่เล กินของเล อย่างแท้จริง

157.jpg158.jpg

เราใช้เวลาตลอดครึ่งวันเช้าหมดไปกับการเล่นน้ำ ซึมซับธรรมชาติ ความสดชื่น ของเกาะนาคาน้อย

ลาลันลาลันลา ฉันจะพาเธอไป ชูวีดูวีดำดิ่ง ลึกลึกลงไป
ลาลันลาลันลา ฉันจะพาเธอไป ชูดูดูวีดำดิ่ง ลึกลึกลงไป

160162.jpg163.jpg

หมดเวลาสนุกละสิ หมดเวลาสนุกละสิ !!

นาฬิกาบอกเวลาที่เราจะต้องบอกลาเกาะส่วนตัวแห่งนี้แล้ว

ตลอดเวลาที่เราใช้ชีวิตติดเกาะที่นาคาน้อย บีช แคมป์ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ กับการมานอนแคมป์ที่ไม่ได้หรูหราแต่ใกล้ชิดธรรมชาติและทะเลมากขนาดนี้ ได้ตื่นเช้ามาเราเห็นทะเล ก่อนนอนก็ยังคงเห็นทะเล ตัวเราเองก็ไม่แน่ใจว่านานแค่ไหนแล้วที่เราใกล้ชิดทะเลขนาดนี้ นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้ตื่นขึ้นมาเห็นแสงแรกของวัน การได้ตื่นมาพร้อมหูที่ได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ตาได้เห็นแสงนวลๆของพระอาทิตย์ที่ปลุกให้เราตื่น ได้เอาเท้าเปลือยเปล่าไปจุ่มน้ำทะเล พร้อมกับย่ำผืนทราย มันเป็นความรู้สึกดีที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้หมดจริงๆ รู้แค่ว่าอยากให้ทุกคนได้ลองมาพักที่นี่ อยากให้คุณได้มาใกล้ชิดทะเลแบบที่เราได้สัมผัส แล้วคุณจะหลงรักทะเลและเกาะแห่งนี้

ลองพาตัวเองมาให้ธรรมชาติช่วยบำบัดและเยียวยา

แล้วคุณจะเข้าใจว่าบนโลกใบนี้ยังมีอะไรอีกมากมาย 

168.jpg


Naganoi Beach Camp 

สามารถสอบถามรายละเอียดหรือจองที่พัก หรือจะเข้าไปดูโปรโมชั่นอื่นๆได้ที่ช่องทางตามนี้เลยค่ะ

Facebook : https://www.facebook.com/naganoibeachcamp/

Instagram : https://www.instagram.com/naganoibeachcamp/

Line ID : @naganoi  หรือโทร 081-445-5244

ปล. ราคาอาหารตามสั่งบนเกาะ ราคา 110 บาท กับข้าวราคา 200 บาท แต่ปริมาณต้องกิน 3-4 คน ถึงจะหมด  และราคาขนมหรือน้ำปั่นในร้านบนเกาะ ต้องบอกว่าเป็นแขกของเต็นท์แล้วจะได้ราคาคนไทย


ติตตามบันทึกนักหนีเที่ยวได้ที่ 

Facebook : https://www.facebook.com/neetiewdiary/

Instagram : neetiewdiary

web : www.neetiewdiary.com