ภูเก็ต 2 วัน 1 คืน | 10 จุดเช็คอินห้ามพลาด

ภูเก็ตจังหวัดที่เราชอบมากกที่สุด แต่มนุษย์หนีเที่ยวแบบเราเวลาน้อย จุดหมายมีเป็นร้อย 55555 บทความนี้เลยขอเอาทริป 2 วัน 1 คืน 10 จุดเช็คอินห้ามพลาดมาฝากกัน เผื่อว่าใครอยากจะตามรอยเราบ้าง

ที่พัก

ทริปนี้เราพักที่ Malisa Villa Suites  โรงแรมที่มาพักซ้ำๆแบบไม่เบื่อ แนะนำสำหรับคนที่อยากพักพูลวิลล่า ที่นี่ห้องสวย บริการดี อยู่โซนหาดกะตะ

สามารถอ่านรีวิวเพิ่มเติม : https://neetiewdiary.com/2020/09/10/malisa-villa-suites-หนีเที่ยวไปนอนพูลวิ/


จุดเช็คอินที่ 1 ตะลุยกินอาหารถิ่นภูเก็ต

ภูเก็ตถือว่าเป็นจังหวัดต้นๆของประเทศไทยที่มีอาหารถิ่นที่อร่อยมากๆๆ ถ้ามาภูเก็ตไม่ได้มากินของอร่อยก็ถือว่ามาไม่ถึงภูเก็ตแน่ๆค่ะ จุดเช็คอินที่ 1 เราเลยขอรวบรวมร้านอร่อยที่อยู่ในโซนเมืองเก่าภูเก็ตเอาไว้ให้ตามรอบกันค่ะ

  • ร้านขนมจีนป้ามัย : ขนมจีนเจ้าเก่า ขนมจีนน้ำยาแบบตักเอง ราคาเบาๆ มีเครื่องเคียงเยอะมากกก ทั้งผักสด ผักดอง ไก่ทอด และห่อหมก แนะนำให้มาเร็วๆ หน่อย ร้านเปิดตั้งแต่เช้าถึงแค่ช่วงเที่ยงเท่านั้น
  • โชคชัยติ่มซำ : ร้านติ่มซำและร้านอาหารเช้าที่เปิดมานานของเมืองภูเก็ต เอกลักษณ์ของร้านคือ ร้านนี้ไม่ได้มีแค่ติ่มซำ แต่ยังมีเมนูอาหารจานเดียว ก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม ขนมจีน ร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 04.00-12.00 น.
  • โรตีแถวน้ำ : ร้านตั้งอยู่ตรงแยกแถวน้ำ (ถนนถลางตัดกับถนนเทพกระษัตรี) ร้านนี้เปิดมากว่า 50 ปีแล้ว ทีเด็ดก็คือโรตีที่มีความหอม กรอบนอกนุ่มใน จะให้เด็ดต้องสั่งน้ำแกงมากินคู่กัน จะมีให้เลือกทั้งแกงเนื้อ แกงไก่ มัสมั่นเนื้อ มัสมั่นไก่ แกงปลา และแกงถั่ว ร้านเปิดทุกวัน เวลา 07.00-12.00 น.
  • โอชารส ลูกชิ้นเนื้อ : โอชารส ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อทำเองบนถนนเยาวราช ภูเก็ต เปิดมานานกว่า 35 ปี ได้รางวัล The Plate จากมิชลินไกด์บุคภูเก็ตปี 2020 ร้านเปิด 7.00-15.30 ทุกวัน
  • โอ๊ะเอ๋วลกเที้ยน : ร้านขายโอ๊ะเอ๋วในศูนย์อาหารลกเที้ยน สี่แยกถนนดีบุก ขายโอ๊ะเอ๋วสไตล์ดั้งเดิม คือเป็นโอ๊ะเอ๋วกับถั่วแดง หรือโอ๊ะเอ๋วกับวุ้นดำ โปะน้ำแข็งใสราดน้ำเชื่อม และน้ำแดง

จุดเช็คอินที่ 2 ร้าน หนัง(สือ) ๒๕๒๑

ร้าน หนัง(สือ) 2521 ร้านกาแฟแนะนำในย่านเมืองเก่าภูเก็ต ที่ทำร้านหนังสือให้กลายเป็นร้านกาแฟสไตล์เท่ๆ พร้อมส่งแรงบันดาลใจให้กับเหล่าหนอนหนังสือทั้งหลาย ภายใต้เสน่ห์ของเมืองเก่าภูเก็ต ใครกำลังมองหาร้านกาแฟเท่ๆ กาแฟดีๆ บรรยากาศความเงียบสงบ และมีหนังสือให้อ่าน เราแนะนำว่าให้หลบมาที่ หนัง(สือ) ๒๕๒๑ แล้วคุณจะหลงรักที่นี่แบบเรา

ร้านเปิด : 9.00-19.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/bookhemian/

จุดเช็คอินที่ 3 Refresh .tropicalcafe

ซัมเมอร์แบบนี้เราพาทุกคนมาเช็คอินกันต่อที่ คาเฟ่บรรยากาศสไตล์บาหลี Refresh.Tropical  ร้าน Smoothie Bowl ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศของธรรมชาติ สร้างความผ่อนคลายให้ผู้มาเยือน ใครที่มาเดินเล่นย่านเมืองเก่า อยากจะหลบแดดมาหาความสดชื่น เราแนะนำว่าต้องมาที่นี่ เพราะที่นี่เป็นเสมือนพื้นที่พักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติใจกลางเมืองภูเก็ต ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Let’s make you fresh!’ หรือการมอบความสดชื่นให้แก่คนที่แวะเวียนเข้ามาภายในร้านนั่นเอง

บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้ผ่อนคลาย ในสไตล์ Tropical หรือป่าเขตร้อน ที่นี่มีมุมไฮไลต์ที่ทางร้านเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนและพร้อมให้ลูกค้าแบบเราได้ผ่อนคลาย สระว่ายน้ำใส ๆ ที่มาช่วยให้เราได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง

ร้านเปิด : 10.30-19.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/refresh.tropicalcafe/

ใกล้ๆกันมีห้างชื่อว่า Limelight Avenue Phuket เราเลยขอแวะไปดูหน่อยว่าที่นี่มีอะไรบ้าง

Limelight Avenue Phuket เป็นห้างที่นี่มีร้านอาหารหลากหลาย มีพื้นที่ขายของต่างๆ เหมาะสำหรับในวันร้อนๆที่ใครมาเดินเล่นแถวเมืองเก่าแล้วร้อนมา แวะมาหลบแดด เดินในแอร์เย็นๆ หรือจะหาขนมกินกันสักหน่อยก็ดีไม่น้อยเลยค่ะ

จุดเช็คอินที่ 4 Blue Elephant

Blue Elephant หลายคนน่าจะไม่คุ้นหูเท่าไหร่นัก เพราะที่นี่ไม่ใช่ร้านในกระแสของนักท่องเที่ยวไทย แต่สืบเนื่องมาจากเราเคยไปทานอาหารที่ Blue Elephant สาขากรุงเทพมาแล้ว ปรากฎว่าอร่อยมากกกกก มาภูเก็ตรอบนี้เราเลยไม่พลาดที่จะมาเช็คอินกันที่ Blue Elephant สาขาภูเก็ต

Blue Elephant ร้านอาหารรสชาติไทยแท้ๆ ที่เปิดมาแล้วกว่า 36 ปี สาขาภูเก็ตตั้งอยู่ที่คฤหาสหลังเก่า อายุกว่า 100 ปี เอกลักษณ์ของที่นี่ไม่ใช่แค่ความเก่าแก่ของตัวอาหาร เพราะเมนูอาหารถูกรังสรรค์ขึ้นโดยเชฟนูรอ ซึ่งบลู เอเลเฟ่นท์ให้บริการอาหารทุกยุคทุกสมัยทั้งอาหารโบราณ และอาหารสมัยนิยม

ที่นี่ยังมีอาหารไทยที่สไตล์เมนู Peranakan (เปอรานากัน) คือกลุ่มลูกครึ่งมลายู-จีนที่มีวัฒนธรรมผสมผสาน และสร้างวัฒนธรรมแบบใหม่ขึ้นมาโดยเป็นการนำเอาส่วนดีระหว่างจีนกับมลายูมารวมกัน โดยชื่อ “เปอรานากัน” มีความหมายว่า “เกิดที่นี่” ซึ่งคือเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของภูเก็ตค่ะ

ร้านเปิด : วันจันทร์-วันอาทิตย์ 09.00 น. – 22:30 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.blueelephant.com/th/

จุดเช็คอินที่ 5 Jiu Bar

“จิ่วบาร์” บาร์เครื่องดื่มคอกเทลที่ตั้งใจออกแบบเมนู โดย เจน แก้วยอด ผู้ที่ได้รับรางวัล Top Bartender Wolrd Class 2018 จาก Diaego ที่นี่ให้ความสำคัญเรื่องวัตถุดิบ ความสะอาด และ Spirit ของแท้ โดยหน้าตาของเครื่องดื่ม และภายในร้านจะออกไปในแนวจีนๆ บรรยากาศภายในร้านเป็นไปแบบสบายๆ ใครที่ไปพักแถวกะตะ เราแนะนำเลยค่ะ

ร้านเปิดเฉพาะ ศุกร์ และ เสาร์ 18.00 – 00.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/jiubarphuket/

จุดเช็คอินที่ 6 โกเบ๊นซ์ ข้าวต้มแห้งภูเก็ต

“โกเบ๊นซ์” ใครไม่มาที่นี่ ก็เหมือนมาไม่ถึงภูเก็ต ร้านข้าวต้มแห้งที่เปิดมานานกว่า 16 ปี เมนูไฮไลต์ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงคือ ข้าวต้มแห้ง เสิร์ฟพร้อมด้วยน้ำซุป แยกให้ซดร้อนๆ กินคล่องคอยิ่งขึ้น ใครมาภูเก็ตแนะนำเลยจ้า

ร้านเปิด : 1 ทุ่มโดยประมาณ ปิดร้าน ตี 2 (หยุดทุกวันพระและบางเทศกาล)

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/GoBenzPhuket

จุดเช็คอินที่ 7 Aram Coffee&Crepes

คาเฟ่สีขาวมินิมอล ที่แอบซ่อนตัวอยู่จากถนนใหญ่ แต่ใกล้หาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต ภายในคาเฟ่ตกแต่งด้วยโทนสีขาว – น้ำตาล ภายในร้านยังมีสวนหินแบบฉบับญี่ปุ่นที่มาพร้อมกระจกบานใหญ่ ซึ่งบรรยากาศโดยรวมจะเน้นความสบายตา และเรียบง่าย

เราชอบสไตล์การตกแต่งและบรรยากาศสบายๆของที่นี่ ใครมองหาคาเฟ่นั่งสบาย ถ่ายรูปสวย กาแฟดี และที่สำคัญมีเครปที่อร่อยมากกกก เราแนะนำเลย

เปิดบริการ : เวลา 8.00-18.30 น. ปิดทุกวันจันทร์

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/aramcoffeeandcrepes

อ่านรีวิวละเอียด : https://neetiewdiary.com/2020/09/04/aram-coffeecrepes-คาเฟ่น่านั่งใกล้หาด/

จุดเช็คอินที่ 8 Hanuman World

เมื่อภูเก็ตไม่ได้มีแค่ทะเล เพราะกิจกรรมสนุกๆๆรอเราอยู่แน่นเลยยยย Hanuman World (หนุมานเวิลด์) เป็นโลกแห่งการผจญภัยแบบไร้ขีดจำกัดกับกิจกรรมแบบแอดเวนเจอร์ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะที่นี่ ระบบ safety ยอดเยี่ยมได้มาตรฐานสากล เราแนะนำ เล่น Zipline โหนสลิงแล้วกรี๊ดให้ลั่นป่ากันที่นี่เขามีแพ็คเก็จให้เราเลือกตามความชอบ หรือจะเลือกแยกเล่นแต่ละอย่างก็ได้นะคะ

ส่วนของเราเป็น World B package ประกอบด้วย Zipline 16 Platforms + Roller +Sky Walk เป็นแพ็คเกจที่กำลังดี ยังไม่อ้วกก 55555 สตาฟที่นี่เขาน่ารักนะคะ มีบริการถ่ายรูปด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/HanumanWorld

จุดเช็คอินที่ 9 หาดในหาน

สำหรับคนที่มีเวลาไม่เยอะ 2 วัน 1 คืน แต่อยากจะไปทะเลสวยๆ จะลงเกาะก็คงไม่ได้เพราะเวลาไม่พอ เราแนะนำ “หาดในหาน”

หาดในหาน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ตในพื้นที่ของราไวย์ห่างจากแหลมพรหมเทพประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นหาดเล็กๆชายหาดยาวเพียง 700 เมตร โดยจุดเด่นของที่นี่ มีเรือยอร์ชจำนวนหลายสิบลำมาจอดลอยลำหลบคลื่นอยู่ ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายน ชายฝั่งของหาดในหานอาจมีคลื่นเล็กน้อยกับน้ำทะเลสีฟ้าครามและลมที่สงบนิ่ง เหมาะสำหรับการว่ายน้ำ ดำน้ำตื้น หรือจะเล่น Paddle board

จุดเช็คอินที่ 10 แหลมกระทิง

แหลมกระทิง เป็นหนึ่งในจุดชมวิวของภูเก็ตที่เราจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินสวยๆ แต่จุดชมวิวแห่งนี้ไม่ได้ง่ายแค่การขับรถไปให้ถึงแล้วลงไปถ่ายรูป ที่นี่มันต้องใช้ความพยายามของใจและกำลังขาเพื่อพาตัวเองไปให้ถึง โดยแหลมกระทิงเป็นเส้นทางที่เดินไม่ง่าย แต่เดินได้ ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 40-60 นาที แล้วแต่กำลังขาและความหยุดถ่ายรูปของแต่ละคน

เคล็ดลับที่เราเรียนรู้มาคือ การจะเดินให้ง่าย อย่าพยายามที่จะไต่ระดับขึ้นไปด้านบน ให้เดินลัดเลาะไปเส้นทางล่าง ยิ่งไม่ได้ปีนมากเท่าไหร่ ทางที่เดินยิ่งเดินง่ายมากขึ้นเท่านั้น

วิธีการเดินทาง : ให้เราใช้ google maps “บ้านกระทิงรีสอร์ท” เมื่อมาถึงจะเจอกับป้อมยาม บอกคุณลุงยามว่าไปแหลมกระทิง โดยคุณลุงยามจะบอกเงื่อนไขในการเข้าไปแล้วจะได้จอดรถ

อ่านรีวิวละเอียดได้ที่ : https://neetiewdiary.com/2020/10/23/แหลมกระทิง-จุดชมวิวที่/